#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,146 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,796 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,359

    Overall
    154,146

ตอนที่ 27 : #ข่าวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1039 ครั้ง
    2 พ.ค. 62




ผมนั่งมองเพื่อนสนิทมากที่สุดเพียงคนเดียวกรอกเหล้าเข้าปากโดยไม่พูดอะไรมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่ที่ผมมาถึงร้านนี้จากการโทรตามของมัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เมื่อก่อนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ตอนนี้หลายอย่างในความรู้สึกเปลี่ยนไป

ถ้าหากเป็นซายน์คนเก่า คงจะสอดสายตามองหาหนุ่มหล่อหน้าตาดีเป็นอาหารตา บางครั้งถึงขั้นแลกเบอร์แลกไลน์กันก็เคยมีมาแล้ว ตอนนี้กลับไม่คิดจะมองอะไรนอกจากเพื่อนสนิท หากบางครั้งที่บังเอิญไปสบตากับโต๊ะข้างๆที่ยกแก้วส่งไมตรีมา ผมก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

ทั้งที่จ้องไอ้โรมแทบตาหลุด มันกลับเป็นคนเดียวในร้านที่ไม่สนใจผมสักนิด

“สรุปมึงเรียกกูมาเพื่ออะไรกันแน่วะ มานั่งมองมึงกินเหล้าหรือยังไง” ผมหมดความอดทนหลังผ่านไปสี่สิบนาทีไอ้โรมแม่งก็ยังสาดเหล้าลงคอตัวเองไม่หยุด น้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยทำให้มันยอมชะงักแล้วสนใจผมสักที

“เพราะมึงคนเดียวไอ้ซายน์ เพราะมึงเลยแม่งตัวดี” ถ้าจะด่ากราดกันอย่างนี้ก็กลับไปแดกเหล้าต่อเหอะ

“เอ้า ตกลงเรียกกูมาด่า งั้นกูกลับนะ”

“มึงห้ามไป” มันชี้หน้า ที่จริงผมไม่คิดจะไปหรอกแค่กดดันให้มันยอมเล่าหรือทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะหมดความอดทนเพราะได้โต๊ะข้างๆคอยแต่จะส่งสายตามา ไม่ห่วงเพื่อนนี่กลับบ้านไปแล้ว

ยังต้องปั่นนิยาย ไหนจะใหญ่ที่สั่งเอาไว้ว่าไม่ให้ซนอีก เด็กนั่นมาเห็นภาพนี้รับรองร้านพี่ดีฟพังเละแน่ๆ ยิ่งขึ้หึงอยู่ด้วย สามปีผ่านมาความขี้หึงทวีความรุนแรงจนเกือบจะเผด็จการไม่ต่างจากพ่อคนหนึ่งแล้ว เห็นผมยอมเข้าหน่อยทำได้ใจ

สักวันซายน์จะประท้วงทวงคืนอิสรภาพ คอยดู!

“ไม่ให้ไปก็เล่าสักที กูมีเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆให้กับมึงนะ ก่อนที่ใหญ่จะมารับ”

“เหอะ ไอ้เด็กเวรนั่นติดมึงแจเลยนะ ตอนแรกคิดว่าจะมาด้วยกัน” คนเริ่มเมาแค่นขำในลำคอคล้ายจะหมั่นไส้

“ติดกิจกรรมที่มหาลัยน่ะ แต่ส่งข้อความมาบอกว่าออกมาแล้วรถติดสักพักน่าจะมาถึงร้าน” ช่วงสองสามปีหลังมาตั้งแต่ที่ใหญ่เริ่มเข้ามหาวิทยาลัยเขาก็เริ่มยุ่งขึ้น เลิกเรียนก็ค่ำมาก เสาร์อาทิตย์ก็มีงานของคณะ ซึ่งผมไม่เคยรู้หรอกว่าเขาไปทำอะไรบ้าง ตอนถามแล้วโดนเลี่ยงจึงไม่ถามอีก

มีบางคืนที่แอบได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ และประโยคที่พูดนั้นมันไม่เหมือนกับเป็นงานคณะเลยสักนิด

อย่างกับคนที่กำลังทำงานจริงๆ ในบริษัทที่ไหนสักแห่งมากกว่า

ที่จริงแล้วผมไม่ได้รู้จักใหญ่มากไปกว่าวันแรกที่รู้จักกันเลย ไม่เคยรู้ว่าครอบครัวเขาเป็นใคร นามสกุลอะไร บางครั้งเกลียดตัวเองที่ปากหนักไม่ยอมถาม เหมือนเขาจะเคยบ่นๆว่าครอบครัวมีปัญหาเยอะแยะไปหมด นั่นแหละทำให้ผมคิดจะเป็นฝ่ายรอให้เขาเล่าออกมาเอง

ได้แต่หวังว่าเขาคงจะไม่ปิดผมไปตลอดชีวิตหรอกนะ

“มันติดงานอะไรนี่บ่อยจังหวะ ไม่ใช่ว่าติดหญิงหรือมีกิ๊กแน่นะ” ไอ้โรมหรี่ตามองผมขณะที่ตัวเองก็กรอกเหล้าเข้าปาก ผิวแก้มสีเข้มของมันแดงก่ำจากอาการเมา

“หึ ไม่มีทาง” 

“มั่นใจ?”

เปล่ามั่นใจอะไร แต่จากสภาพที่เห็นตอนใหญ่กลับมา มั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหกเรื่องไปมีคนอื่น ท่าทางเพลียและเหน็ดเหนื่อยนั่นไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำ คนโตเองก็ยืนยันว่าใหญ่ทำงานหนักจริงๆ อ้อหลานชายของผมไง คนโต เขาเรียนคณะเดียวกับใหญ่ด้วย แต่ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้แวะมาหา เห็นว่าติดแฟนหนักมาก ผมเองก็เบื่อจะตื๊อแล้วด้วยเลยปล่อยไป โตๆกันแล้วนี่

“สรุปมึงจะเรียกมาคุยเรื่องกู หรือคุยปัญหาของมึง มีอะไรนักหนาถึงต้องกินเหล้าเมาขนาดนี้วะไอ้โรม เรื่องงาน?”

“เปล่า” มันนิ่งเงียบไป สายตาที่จับจ้องแก้วเหล้าเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ผสมไปกับความเจ็บปวด

เดาได้อยู่อย่างเดียว

“เรื่องความรัก?”

“กะ..กูไม่เคยมีความรัก” ชัดเลย หน้าตาเลิ่กลั่กขนาดนี้

เมื่อคิดถึงบางคนที่ห้อง เอามาเชื่อมโยงกัน ผมเลยเลือกจะพูดขึ้นมาลอยๆ

“จะว่าไปเมื่อเย็นเล็กก็เป็นอะไรไม่รู้นะ กลับเข้าห้องมาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน เรียกกินข้าวก็บอกว่าไม่หิว เสียงเหมือนคนร้องไห้ ท่าทางก็ซึมๆว่ะ” พูดไปก็สังเกตไอ้โรมไป คิ้วมันขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิมแทบจะเป็นปม ดวงตาเครียดขึงขึ้นอีกหลายเท่า มือกำแก้วแน่นจนกลัวว่าจะแตก

“ร้องไห้เหรอ?” มันถามเสียงแผ่วเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า แต่ผมอยากเสือกตอบ

“อือ ตะโกนคุยมาจากในห้อง ไม่ได้เปิดประตูออกมาหรอก แต่ฟังเหมือนคนกำลังร้องไห้...อ้อ ขอโทษทีกูลืมไปว่ากำลังคุยเรื่องมึงอยู่ ไม่ใช่เวลามาปรึกษาเรื่องหลานนี่เนอะ”

“ไอ้ซายน์” โรมจ้องหน้าผมเขม็ง “มึงรู้แล้วก็อย่ากวนตีนกูได้เปล่าวะ”

“รู้อะไร กูจะไปรู้อะไรล่ะ มึงเคยเล่าอะไรให้กูฟังหรือไงถึงได้จะไปรู้เรื่องมึงกับเล็กน่ะ วันๆกูก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องแต่งนิยาย ไม่รู้อะไรเล้ยยย”

“หึ มึงกับหลานมึงแม่งไม่ได้ต่างกันเลย เพราะมึงเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับตัวเล็กไง เพราะมึงคนเดียว”

“เอ้า ด่ากูอีก เอาน่าอย่าเครียดไป มีอะไรไม่เข้าใจก็ไปคุยกันซะ โตๆกันแล้ว” ผมตบบ่ามันไปที นี่เปิดทางเต็มที่แล้วนะ เห็นแก่ที่วันนี้คนเล็กทำหน้าเศร้า คิดว่ามันจะรีบวิ่งไปที่ห้องผมทันทีแต่ไอ้โรมกลับส่ายหน้า

“มันไม่ได้ช่วยอะไรหรอก มึงเองก็เคยพูดบ่อยๆว่าหลานมึงยังเด็ก”

“แต่ตอนนี้ไม่เด็กแล้วนี่ จะเรียนจบอยู่แล้ว เลยสิบแปดแล้วด้วย ถ้ามึงจะพูดเรื่องอายุสิบแปดยังเด็ก คงลืมไปแล้วมั้งว่าตอนมึงอายุเท่านี้นี่เปลี่ยนแฟนมาแล้วเป็นสิบคน”

“...........”

“หรือถ้ามึงจะบอกว่าเพราะเด็กรักใครไม่ยืด อารมณ์ชั่ววูบ หรือพูดง่ายๆคือมึงกลัวเล็กทิ้งมึงเข้าสักวัน กูจะบอกให้นะว่าสายเลือดตระกูลกูน่ะ เป็นพวกรักมั่นคง พี่แซนเองก็คบกับพี่นพตั้งแต่เรียนม.ปลายจนแต่งงานมีลูกกัน แม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยแต่ใช่ว่าจะไม่มี”

ไอ้โรมนิ่งไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ผมไม่ได้เซ้าซี้อะไรมันอีกเพราะต้องปล่อยให้มันมีเวลาคิดบ้าง ทุกวันนี้ทำตัวเป็นพวกเจ้าชู้ก็เพื่อผลักคนเล็กออกห่างมัน ที่จริงผมไม่ได้หมกตัวอยู่แต่ในห้องเขียนนิยายแล้วไม่รู้เรื่องอะไรอย่างที่พูดหรอก คุณส้มเลขาฯมันคอยส่งข่าวอยู่เป็นประจำนั่นแหละ อย่าลืมสิว่าคนนี้ผมเป็นคนส่งให้ไปทำงานเป็นเลขาฯไอ้โรมกับมือ

“มึงว่า....” คนที่น่าจะคิดได้แล้วเริ่มเกริ่น ผมขยับตัวให้รู้ว่ากำลังฟัง “มันจะเป็นไปได้เหรอวะ กูห่างกับตัวเล็กเกือบสิบห้าปี”

“มึงคิดว่าใหญ่กับกูไปกันได้หรือเปล่า ตอบกูมาก่อน”

“ได้สิ ไอ้ใหญ่ทั้งรักทั้งหลงมึงจะตาย จนบางทีกูก็อิจฉาเลยนะที่มันรักมึงมากมายขนาดนั้น อิจฉาจนยุมึงว่ามันมีกิ๊กแต่มึงก็เสือกยุไม่ขึ้นอีก” มันยอมรับตรงๆน่าหมั่นไส้มาก

“ตอนใหญ่สิบเจ็ด กูเองก็ไม่เชื่อ คิดว่าเป็นไปไม่ได้แต่ก็ลองดู ตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าความคิดกูไม่ผิด เพราะงั้นมึงน่าจะเชื่อกูสักครั้งนะ กูว่ากูรู้จักหลานตัวเองดีพอ คนเล็กน่ะ...รักมึงมากจริงๆ”

โรมไม่ได้ตอบ แต่สายตามันเริ่มเปลี่ยนจากความแห้งแล้งเต็มไปด้วยความหวัง แววตาเจ้าเล่ห์ที่ไม่ได้เห็นมาหลายปีทำให้นึกอยากจะตีปากตัวเอง ไม่น่าพูดเลย

น้าขอโทษนะคนเล็ก

ต่อไปนี้คงลำบากแล้วล่ะ

“ขอบใจมึงนะซายน์”

“ไม่เป็นไร แต่ก็มีอีกอย่าที่มึงควรรู้ไว้นะ”

“ว่า?” คนสีหน้าดีขึ้นหันมายกคิ้ว วิธีการดื่มเหล้าแบบสาดเข้าปากเปลี่ยนเป็นจิบเบาๆเคล้าเสียงเพลง

“ตระกูลกูรักมั่นคงก็จริง แต่เมื่อไหร่ที่เกลียดใคร หรือโกรธใคร เวลาง้อมันก็จะยากหน่อยนะไอ้โรม หึหึ” พอมองเพื่อนรักหน้าซีดลงแบบนี้ ค่อยเบาใจได้หน่อย อย่างน้อยมันคงไม่รุกคนเล็กหนักๆไปอีกสักพักนั่นแหละ

“ว่าไงเพื่อนรักคู่นี้ คุยไปถึงไหน สีหน้าแบบนี้คงคิดได้แล้วสินะ” พี่ดีฟเดินเข้ามาได้จังหวะพอดี ผมขยับตัวเหลือพื้นที่ให้รุ่นพี่นั่งบ้าง พี่เขานั่งโซฟาตัวข้างผมที่อยู่ตรงข้ามกับไอ้โรม

เป็นชุดโซฟาแบบตัวเล็กนั่งได้ที่ละคน หันหน้าเข้าโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวเล็กสี่มุมอีกเช่นกัน เรานั่งไปแล้วสาม เหลือที่ว่างอีกหนึ่ง พอพี่ดีฟนั่งลงก็หันมาหาผม

“มันมากินเหล้าตั้งแต่ร้านยังไม่ทันเปิด ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ ทำท่าอย่างกับเมียมีชู้ ดีนะที่ซายน์มา”

“มาตบให้มันสำนึกไงพี่ ใครกันแน่มีกิ๊กไปทั่วน่ะ” หมั่นไส้นัก ทำให้หลานผมวิ่งตามอยู่ตั้งหลายปี เพื่อนก็เพื่อนเถอะต่อไปต้องสั่งสอนคนเล็กให้รู้จักหยิ่งบ้างแล้ว ไม่งั้นต่อไปเอาไอ้โรมไม่อยู่แน่

“เปล่า ดีที่ซายน์มา เพราะพี่คิดถึง” พี่ดีฟหยอดเบาๆ ส่วนผมทำหน้าไม่ถูกเท่าไหร่ ยิ้มแห้งๆตอบรับกลับไป คนมองก็ยังอารมณ์ดีหัวเราะขำลั่น “ไม่ได้จีบหรอกน่า รู้ว่ามีแฟนแล้ว หยอดทิ้งไว้ก่อนไง”

“พี่ดีฟเนี่ย คนน่ารักตั้งเยอะแยะมาตามจีบพี่ ที่จริงน่าจะใจอ่อนสักคนนะครับ” พี่ชายผมคนนี้ไม่ได้แย่นะ หล่อออกจะตาย มีหนุ่มน้อยคอยส่งสายตาให้ตลอด แต่พี่เขาไม่สนใจสานต่อกับใครเลย

“พี่รอซายน์ดีกว่า”

งั้นก็คงต้องรอไปจนวันตายแล้วล่ะครับ” เสียงขุ่นๆที่ตอบพี่ดีฟกลับไม่ใช่ผม แต่เป็นคนมาใหม่ ผมแอบสะดุ้งกับน้ำเสียงที่คุ้นเคยแต่ไม่แสดงออก ค่อยๆหันกลับไปส่งยิ้มหวานให้หวังดับอารมณ์ร้อนของวัยรุ่น

“มาแล้วเหรอ เร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย รถไม่ติดใช่ไหม” ดึงข้อมือของใหญ่ให้นั่งลงตรงที่วางมือโซฟาตัวที่ผมนั่ง ใหญ่ทิ้งตัวแล้วโอบเอวผมไว้ทันที สายตาไม่เป็นมิตรจ้องไปที่พี่ดีฟแต่ปากยังตอบผมให้พอสบายใจว่าไม่ถูกเมิน

“รีบมาน่ะ กลัวซายน์รอ แถวนี้ไว้ใจไม่ได้ใครจะปล่อยให้เมียอยู่คนเดียวนานๆกัน” มาเป็นชุด ผมได้แต่ยิ้มหวานลูบหลังมือใหญ่ให้ใจเย็น ส่วนมืออีกข้างวางที่ต้นคอหนา โน้มหน้าเขาลงมาใกล้ สกิลการอ่อยมีเท่าไหร่งัดมาใช้ให้หมด

ดีกว่าจ่ายค่าเสียหายให้ร้านพี่ดีฟนะ

“หิวไหม เดี๋ยวสั่งอะไรให้กิน กลับไปจะได้พักผ่อนเลย”

“อืม” ใหญ่ตอบรับพร้อมกับหอมแก้มผมหนึ่งที แล้วก็ยืดตัวส่งตาขวางไปทั่วร้าน ไม่ใช่แค่กับพี่ดีฟคนเดียว น่ากลัวจะถูกรุมกระทืบจังเลย

“ใหญ่ ไม่เอาน่า”

“ไม่น่าปล่อยให้ซายน์มาเที่ยวร้านพวกนี้เลย มีแต่คนจ้องจะจีบ ผมหวงนะ ร้านอะไรก็ไม่รู้ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะเจ้าของร้านเนี่ย”

“ใหญ่” ผมกดเสียงต่ำลงอีกนิดเพื่อเตือน เขาทำหน้าขัดใจแล้วหันหนีไปคุยกับไอ้โรมเรื่องที่ดื่มเหล้าจัดแทน ส่วนผมก็หันไปขอโทษพี่ดีฟ

“อย่าถือเลยนะพี่ งานคงหนักเลยเหนื่อยน่ะ”

“ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นพี่ไปหลังร้านดีกว่านะ ไม่อยากให้ซายน์มีปัญหา จะกินอะไรก็สั่งกับเด็กเอา พี่ขอตัว”

“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มให้กับพี่ชายที่แสนดีเสมอ นึกแล้วอยากให้พี่ดีฟเจอใครสักคนบ้าง หวังว่าความรักครั้งหน้าของพี่ดี จะสมหวังกับคนดีๆ

“คุยอะไรกับมัน” พอพี่ดีฟไปใหญ่ก็เริ่มงอแงใส่

“อย่าเรียกเขาแบบนั้นสิ เขาอายุมากกว่านะ แล้วก็ไม่ต้องมาบ่นว่าฉันเข้าข้างคนอื่น เพราะที่พูดเนี่ยหวังดีกับนาย ไม่อยากให้คนอื่นมองว่านายเป็นเด็กไม่มีมารยาท”

“รู้แล้วน่า แค่ถามไม่ได้เหรอ” คนโดนดักทางก็ตอบเสียงอ้อมแอ้ม ลดดีกรีความหึงหวงลง แต่มือไม้ยังกอดผมไว้แน่นแสดงความเป็นเจ้าของต่อคนทั้งร้าน

ทำไปเถอะ ผมไม่ว่าหรอก

“สั่งอาหารเถอะ เดี๋ยวกินเสร็จจะได้พาไอ้โรมกลับห้องมัน ดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องไปเรียนเช้าอีก”

“ครับ ก็ได้ ยอมเพื่อซายด์คนเดียวเลยนะเนี่ย” จ้า หยอดเก่งจริงพ่อเด็กยี่สิบ




Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์กลางดึกปลุกผมจากฝันร้ายให้สะดุ้งตื่น เหงื่อผมชุ่มเต็มหลังและใบหน้า ความรู้สึกยังคงติดอยู่ในความฝันไม่จางหาย จำได้ไม่ชัดเจนว่าฝันอะไรรู้แค่ว่ามันไม่ดีมากๆเหมือนถูกหลุมดำดูดหายไปในอวกาศที่ว่างเปล่าและเหลือตัวคนเดียว

ผมพลิกตัวไปกอดใหญ่เอาไว้แน่น เหมือนเขาจะรู้ตัวและกระชับอ้อมกอดกลับมา

“เป็นอะไรซายน์” เสียงแหบพร่าเพราะงัวเงียบจากการตื่นนอนกระซิบถาม มือก็ลูบแผ่นหลังปลอบผมไปด้วย

“ฝันร้ายน่ะ”

Rrrrr

แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อกี้ผมลืมไปแล้วว่าตื่นเพราะมีสายเรียกเข้า เมื่อตั้งสติได้ก็เอื้อมมือไปหยิบมือถือข้างเตียงมาดูทั้งเวลาและชื่อคนโทรมา

ตีสาม กับ เบอร์ที่เหมือนโทรมาจากต่างประเทศ

Hello…” เพราะเป็นสายต่างประเทศและเดาว่าไม่ใช่บก.สำนักพิมพ์ที่ผมทำงานอยู่ หรือว่าจะเป็นพี่แซน?

[Ah, Hello…`=~!£%&¤#$*~`Ĩ?=&%#+*&~^£$_=@~$€] แค่หลังคำทักทาย ประโยคที่ทางนั้นพูดรัวกลับมาอย่างรวดเร็วก็ทำให้ผมหน้ามืด พูดอะไรไม่ออก

คล้ายกับว่าหลังจากนี้

โลกของผม

จะเปลี่ยนไปตลอดกาล



“ซายน์...ซายน์เป็นอะไร?” ใหญ่ทางทางร้อนรนมาก แถมเสียงปลายสายก็ยังตะโกนเรียกมาอีกไม่หยุด ผมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คนตัวโตขยับขึ้นนั่ง เปิดไฟหัวเตียงมองผมด้วยความเป็นห่วง “เกิดอะไรขึ้นซายน์”

ผมยังพูดอะไรไม่ออก ใหญ่มองโทรศัพท์ในมือผมแล้วเอาไปพูดแทน

หลังจากนั้นผมไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรสีหน้าเป็นแบบไหน เกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นบ้าง โลกของผมมันหยุดนิ่งไปแล้วตั้งแต่ที่รู้ว่า

....พี่สาวคนเดียวของผม

ประสบอุบัติเหตุ

“ซายน์...ซายน์!!” ไม่รู้ว่าตัวเองจมกับความคิดไปนานแค่ไหน ใหญ่เขย่าไหล่ผมให้ได้สติ สีหน้าเขาดูแย่ยิ่งกว่าผมอีกไม่รู้ว่าเพราะอะไร แค่เห็นหน้าเขา น้ำตาผมก็ไหลออกมา

“ใหญ่ ฮืออออ พี่แซน...พี่แซน”

“ใจเย็นๆนะ ซายน์ ใจเย็นๆ พวกเขาต้องไม่เป็นอะไร ตอนนี้หมอทางโน้นกำลังพยายามช่วยกันอยู่ เราคงต้องไปที่โน่น”

“ฮึก อะ อือ” ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองอ่อนแอ ต้องการที่พึ่ง แต่ก็คิดถึงหลานๆขึ้นมาได้ สิ่งแรกที่ทำคือดันตัวออกจากใหญ่แล้วคว้าเอาโทรศัพท์มาเพื่อเตรียมกดโทรออก

“โทรหาใคร?”

“คน..อึก...คนโต ซายน์ต้องโทรหาคนโตนะใหญ่ ฮืออออ”

“ยังไม่ต้องโทร ตอนนี้ซานย์ต้องตั้งสติก่อน ไปจัดกระเป๋าแล้วเตรียมตัวเถอะ ผมจะให้เลขาฯหาไฟล์ทบินที่เร็วที่สุด แล้วเราเดินทางกัน ส่วนไอ้เล็ก...ยังไม่ต้องบอกมัน”

“ทำไมล่ะ”

“เดี๋ยวมันกังวลเปล่าๆ คงต้องให้มันกลับไปอยู่ที่บ้านก่อน ป้าเก็จน่าจะช่วยดูแลมันได้” ใหญ่พูดถึงแม่บ้านคนเก่าแก่ของครอบครัว ป้าเก็จอายุจะหกสิบแล้วแต่ทำงานมานาน

ผมนิ่งเงียบตัดสินใจอะไรไม่ได้เพราะสติยังคิดถึงแต่เรื่องของพี่แซน...ครอบครัวคนเดียวที่ผมเหลืออยู่

คิดแล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาอีกครั้ง ถ้าไม่มีพี่ ผมก็คงจะไม่เหลือใครอีกแล้วบนโลกใบนี้

“ฮือออ ยะ อย่าทิ้งซายน์นะใหญ่ ซายน์กลัว ฮือออออ” ผมกอดใหญ่เอาไว้แน่น เขาเองก็กอดกลับมา เกยหน้าลงบนหัว รู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆที่หยดไหล

ใหญ่ร้องไห้

“ไม่ทิ้ง ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณนะซายน์ ไม่มีวัน”

เรากอดกันอยู่อย่างนั้นเกือบครึ่งชั่วโมงผมถึงตั้งสติได้ คิดว่าไม่ใช่เวลาที่ควรร้องไห้ ผละตัวออกจากใหญ่บอกเขาว่าจะไปจัดกระเป๋า ใหญ่จึงแยกไปโทรศัพท์คิดว่าคงให้ใครสักคนจัดการเรื่องการเดินทาง

คนเล็กน่าจะไปด้วยไม่ได้แน่เพราะว่าไม่มีเอกสารอะไรสักอย่าง วีซ่าก็ไม่มี ผมไม่รู้ว่าใหญ่มีหรือเปล่าแต่ถ้าเขาบอกว่าไปได้ก็คงไปได้ มีใหญ่ไปด้วยน่าจะอุ่นใจกว่า เมื่อจัดกระเป๋าแบบเร่งรีบเรียบร้อยใหญ่ก็กลับเข้ามาจากระเบียงห้องนอน

“อย่าเพิ่งให้ไอ้เล็กรู้นะมันกำลังสอบ เอาไว้ดูสถานการณ์ทางโน้นแล้วค่อยบอกมันอีกที ถ้ามันรู้ว่าพ่อกับแม่อยู่โรงพยาบาลจะยิ่งเสียขวัญ ไม่มีใครอยู่กับมันด้วย”

“โทรให้โรมมาอยู่ด้วยดีไหม ซายน์เป็นห่วงหลาน”

“อือ ก็ดี” ใหญ่พยักหน้าหลังจากนิ่งคิด ดวงตาเขายังแดงก่ำเหมือนสกัดกลั้นอารมณ์ตัวเองเพื่อฝืนเป็นผู้นำ ขณะที่ผมหลงทางทำอะไรไม่ถูก

โชคดีเหลือเกินที่มีใหญ่

ผมโทรหาไอ้โรม อธิบายทุกอย่างให้มันฟัง ได้ยินเสียงทางนั้นรีบวิ่งออกจากบ้านแทบจะทันที ปากถามถึงแต่ตัวเล็กของมัน เลยต้องบอกว่ายังไม่รู้เรื่องมันถึงสงบลงได้ บอกว่าจะมาให้เร็วที่สุด

กว่าทุกอย่างจะพร้อมก็เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมง ผมลากกระเป๋าออกจากห้องนอน เสียงกริ่งดังขึ้นผมให้ใหญ่ไปเปิด ส่วนตัวเองไปเคาะห้องนอนอีกห้อง แล้วเปิดเข้าไป

คนเล็กงังเงียบขยี้ตา ดันตัวลุงนั่ง “น้าซายน์”

อยากจะร้องไห้ แต่ผมต้องกลั้นเอาไว้เพื่อไม่ให้คนเล็กรู้เรื่อง ขยับไปนั่งข้างเตียงแล้วดึงตัวคนที่สูงพอกันเข้ามากอดไว้แน่น ซ่อนสีหน้าเจ็บปวดไว้บนบ่าหลานชาย

“น้ากับใหญ่ต้องเดินทางไปต่างประเทศด่วน เล็กย้ายไปอยู่บ้านสักสองสามวันได้หรือเปล่า โรมมันมารอรับแล้ว หรือจะไปอยู่กับมันก็ได้”

“อะ อะไรนะ” ผมรู้ว่าเรื่องมันกะทันหันอย่างนี้เป็นใครก็ต้องตกใจ แต่ไม่มีเวลาอธิบาย เครื่องออกตอนสิบโมงครึ่ง ผมต้องรีบไปแล้ว

“ทำตามที่น้าบอกนะ แล้วกลับมาน้าจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังเอง น้าต้องไปแล้ว” รีบลุกออกจากห้องไป ไอ้โรมเห็นผมก็เดินเข้ามารวบตัวเอาไปกอด

“ไม่เป็นไรนะไอ้ซายน์ พี่แซนจะต้องไม่เป็นไร”

“อือ ฝากดูคนเล็กด้วยนะ กูยังไม่ได้บอกอะไรหลานเลย”

“อืม ไอ้ใหญ่บอกแล้ว เดี๋ยวกูจัดการเอง มึงไปทางนั้นส่งข่าวมาด้วยนะ กูเป็นห่วง”

“ซายน์” ใหญ่เรียกเตือนว่าเราต้องออกเดินทางแล้ว ผมถูกจูงออกจากห้องด้วยมือที่ใหญ่และอบอุ่น อีกข้างเขาลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย ที่ด้านล่างมีคนขับรถมารอรับไปส่งที่สนามบิน

จากไทยไปสวิสเซอร์แลนด์ใช้เวลาเกือบสิบชั่วโมง ผมไม่พูด ไม่กิน และไม่ได้นอนพัก ในหัวเอาแต่คิดเรื่องเลวร้ายไม่หยุด แม้ว่าหลังจากที่ใหญ่เอาโทรศัพท์ไปคุยกับทางโรงพยาบาลเองผมจะไม่รู้อะไรเพิ่มเติม แต่จากน้ำเสียงและเรื่องเร่งด่วนของทางโน้น เดาได้ไม่ยากว่ามันจะต้องร้ายแรง

ที่สนามบินมีคนมารอรับ ใหญ่เป็นคนจัดการอีกตามเคย ไม่รู้ว่าเขาติดต่อกับคนของพี่นพยังไงเพราะคนที่มารับจำได้ว่าเป็นผู้ช่วยของพี่นพที่มาทำงานที่นี่ด้วย บางทีใหญ่อาจจะขอความช่วยเหลือจากคนโตก็ได้

คิดแล้วก็ลืมไปเลยว่าผมยังไม่ได้โทรบอกคนโต

“ใหญ่ คนโตรู้เรื่องพ่อแม่เขาหรือยัง” ผมหันไปถามเมื่อเรานั่งอยู่ในรถระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล

“.....รู้แล้ว” เขาตอบกลับมาเสียงขรึม ใบหน้าเคร่งเครียดจัดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผมเลยไม่กล้าจะซักถามอะไรอีก ยี่สิบนาทีต่อมาเราก็มาถึงที่โรงพยาบาล ผู้ช่วยคนเดิมพาเดินนำไป เขาไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากทักทายพวกเราตอนแรก จำแทบไม่ได้แล้วว่าคุยอะไรกัน

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ” นึกขึ้นได้ว่านี่ควรเป็นสิ่งแรกที่ผมถาม ถึงได้เอ่ยปากกับผู้ช่วยพี่นพออกไป เขาหยุดเดินแล้วหันกลับมา ตอบกลับด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“คุณนพกับคุณแซนขับรถเที่ยวจากอังกฤษมาถึงสวิสฯก่อนจะกลับไทยเพื่อไปฉลองเรียนจบให้คุณคนเล็กครับ แต่ว่า...รถเกิดอุบัติเหตุและเส้นทางก็เป็นภูเขา กว่าจะกู้ขึ้นมาได้ก็ใช้เวลาพอสมควร”

“แล้ว..แล้วตอนนี้”

“หมอยังพยายามช่วยอยู่ครับ ผมเองก็เพิ่งทราบเรื่องก่อนพวกคุณไม่นาน ต้องใช้เวลาเคลียร์งานทางอังกฤษก่อนถึงจะตามมาได้ แต่เขาไม่ยอมบอกอะไรคนที่ไม่ใช่ญาติมากนัก ผมก็รู้แค่นี้เหมือนกัน”

“รีบไปเถอะครับ” ใหญ่ตัดบทแล้วเป็นฝ่ายเดินไปตีคู่กับผู้ช่วยพี่นพจนถึงหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ติดต่อเรื่องคนเจ็บกับพยาบาลทางนั้นก็รีบเอาเอกสารมาให้กรอก

“เดี๋ยวผมทำให้ ซายน์ไปนั่งพักก่อนเถอะ คุณคงเหนื่อย” ใหญ่แย่งมันไปจัดการเอง ผมไม่มีใจจะคิดอะไรทั้งนั้นก็พยักหน้ายินยอมง่ายๆ

เรานั่งรอกันอีกครึ่งชั่วโมง คุณหมอคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เราลุกขึ้นแนะนำตัวกันเล็กน้อย จากนั้นทางนั้นก็ถามรายละเอียดต่างๆของผู้ป่วย

จากที่ฟังคร่าวๆ มีเรื่องให้ผมช็อกติดกันเยอะจนแทบจะยืนไม่อยู่

พี่นพเสียแล้ว

หลังจากแพทย์ยื้อไว้ได้ไม่นานก็สิ้นใจ

ส่วนพี่แซน...อาการยังคงโคม่า

“เขาต้องการเลือดครับ ที่โรงพยาบาลมีเลือดไม่พอ” ผู้ช่วยพี่นพตาแดงก่ำจากข่าวที่เพิ่งทราบพร้อมกับพวกเราว่าเราเสียพี่นพไปแล้ว แต่ก็ยังช่วยเป็นล่ามแปลให้เนื่องจากหมอพูดอิตาเลียนไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

“เลือดผม ผมเลือดกรุ๊ปเดียวกับพี่แซน” ผู้ช่วยหันไปบอกกับหมอตามที่ผมบอก เขาคุยกันแล้วก็หันกลับมาหาผมใหม่

“ก่อนหน้านี้เคยป่วยไหมครับ มีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า”

“ผม...สบายดี”

“ไม่ได้ ซายน์เพิ่งหายหวัด” ใหญ่คัดค้าน นั่นทำให้ผมโมโหน่าดู จะหวัดจะอะไรก็ช่างมันสิ แต่เหมือนเขาจะรู้ทันความคิดเลยอธิบายเพิ่ม “ไม่ใช่ว่าซายน์คนเดียวที่ลำบาก คนเจ็บที่ได้รับเลือดก็จะอันตรายไปด้วย”

เหตุผลนี้ทำให้ผมเจ็บใจแต่เถียงไม่ได้

“แล้วจะให้ทำยังไง เลือดไม่พอจะให้ทำยังไงเล่า!

“ผมเอง ผมจะเป็นคนให้เลือดเอง”

“อะไรนะ” ผมยังไม่ทันได้คำตอบ นางพยาบาลก็วิ่งเอาเอกสารอีกอย่างมาตรงหน้าพวกเรา จากการแปลให้ฟังเธอบอกว่าเอกสารผ่าตัดที่ญาติจะต้องเซ็น

แต่ไม่ได้ยื่นให้ผม เธอยื่นไปให้ใหญ่

“คุณต้องเป็นคนเซ็นในฐานะลูกชายคุณแซนนะครับ คุณคนโต” ผู้ช่วยพี่นพเรียกใหญ่แบบนี้

และคนถูกเรียกมีประกายความเจ็บปวดพาดผ่านดวงตาเมื่อหันมามองหน้าผม เขารับปากกาและกระดาษมาไว้ในมือ สันกรามนูนขึ้นจากการขบฟันแน่น คำตอบที่กระซิบแผ่วเบาหากดังสะท้อนก้องเข้ามาในหัวใจ บีบรัดทรมานแทบหายใจไม่ออก

“ครับ ผมทราบแล้ว”

นี่มัน...อะไร...กัน


...............................................

รู้ว่าดราม่าไม่ใช่ทางถนัดของคนอ่านนิยายเรา

แต่อ่านเถอะนะ อย่าเพิ่งกลัวแล้วทิ้งกัน แงงงงง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.039K ครั้ง

126 ความคิดเห็น

  1. #2329 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 00:28
    อมก มาแล้วสินะ ดราม่าแงงงงง
    #2329
    0
  2. #2296 annylycan (@annylycan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 12:49
    ง่ะ!!!!รู้สึกหน่วงในอกงัยม่ายรุ้
    #2296
    0
  3. #2291 AumAmolnat (@20242413092544) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 17:23
    มาม่า เริ่มต้นเเล้ว
    #2291
    0
  4. #2272 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 13:50

    ไรต์หักศอกแบบนี้เลย ยังไม่ทันตั้งตัวเลยจ้าา แต่ไรต์บอกม่าไม่มาก ไม่เป็นไรม่าก็วีสันครบรสของนิยาย อิอิ ปล.เราม่าไม่เป็นไร้พราะเราสายแข็งเสพดราม่าอยู่แล้ว คิคิ

    #2272
    0
  5. #2195 Yooika (@Yooika) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:28
    น้ำตาไหลอ่า พูดไม่ออก เข้าใจอารมณ์ของซายน์เลย
    #2195
    0
  6. #1944 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 19:37
    โอ้ มาย ก๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    พ่อเสียอ่ะ สถานะการณ์แย่มาก เลวร้ายสุด ไม่ได้เจอตั้งสามปี พอจะเจอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

    แต่พ่อก็จะไม่มีวันได้รู้เลยว่าน้าหลานได้กัน

    เหลือแม่แล้ว อยากให้แม่รอดนะ
    #1944
    0
  7. #1746 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 12:01
    มาค่ะเตรียมตัวพร้อมละ ทิชชูพร้อมมาก-:(
    #1746
    0
  8. #1713 Kakakay (@kiim-yj) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 23:33
    ทำไมซายน์ต้องมาเจอแต่เรื่องแบบนี้พ่อแม่ก็เกิดอุบัติเหตุนี่ยังมาเป็นพี่สาวที่เป็นคนสุดท้ายในครอบครัว แล้วยังมารู้ความจริงเรื่องคนโตอีกหนักไปหมดเลย หวังว่าแซนจะปลอดภัยนะ
    #1713
    0
  9. #1597 TifunNSlove (@TifunNSlove) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:11
    อยากอ่านผ่านตอนนี้ให้เร็วๆอะ แบบไม่อยากอ่านแล้วมันสาหัสเกินกว่าจะรับไหวอะ ตอนแรกคิดว่าคงจะไม่มีใครเป็นอะไรแต่ก็รู้สึกไม่ดีอะ พอมารู้ตอนจะจบตอนว่าพ่อของใหญ่ตายคือแบบน้ำตาแทบร่วง แล้วยังมาตอนใกล้จบอีกที่ว่าความแตกน้ำตาร่วงเลยทีนี้ ปวดใจอะฮือออ
    #1597
    0
  10. #1500 กะเทยไหล่กว้าง (@pawornrat) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:18
    ไรท์ใจร้ายมากกกก เล่นกับสถานการณ์นี้เลยหรอ!!! คือเราคาดไม่ถึงจริงๆว่าจะต้องมาเปิดปมด้วยวิธีนี้ โอ้ยยย สงสารซายมากกกก
    #1500
    0
  11. #1461 Paperheart96 (@Paperheart96) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 00:56
    ซายน์คือหนักสุดแล้ว เรื่องช้อควิ่งชนไม่หยุด อมกกกกก
    #1461
    0
  12. #1421 Pikomookmix (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 17:56

    ไรท์ขอทิชชูหน่อยค่าาา ????????????

    รีดเสีย0 มากกกกอ่ะจ้า หน่วงให้สุดไปเลยใจช้านนน งื้ออ ✌

    #1421
    0
  13. #1420 RainyPula (@RainyPula) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 17:23
    ฮือออออออออออ ซายน์จะไหวไหม ทั้งเรื่องพี่แซนด์ พี่นพ แล้วยังเรื่องใหญ่ที่แท้จริงแล้วคือคนโตหลานแท้ๆอีก แงงงงงงงงงงง ไปต้มมาม่าก่อนน้าาาาาา
    #1420
    0
  14. #1419 puttho (@puttho) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 16:06
    เนื้อเรื่องน่าลุ้นจัดเลยตอนนี้
    #1419
    0
  15. #1418 Snowyyyyy (@13112001) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 14:57
    เข้มข้นแล้วว รอเลยยน
    #1418
    0
  16. #1417 nat__sk (@nat192484000) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 14:36
    งือออออ อยากจิร้องงง
    #1417
    0
  17. #1416 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:34
    ข่าวร้ายซ้ำสอง สงสารทั้งคู่เลย
    #1416
    0
  18. #1415 Kajeab0064 (@Big450228) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:01
    ง่า. ไม่ม่านานน๊าาา. รออยู่ รู้ยังงง. 555
    #1415
    0
  19. #1414 gazib26 (@gazib26) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:49

    รอนะคะ
    #1414
    0
  20. #1413 braion (@ziptiz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:42
    โอ้มายก๊อดด มาทีเดียวพร้อมกัน 2 เรื่องเลย สู้เขานะซายด์ แงงงงงง
    #1413
    0
  21. #1412 Liwe Srk (@liwesrk) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:23
    มาเต็มๆแบบไม่หยุดพักเลยอะ ฮืออออ
    #1412
    0
  22. #1411 malodybb (@maynnnn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 11:58
    เป็นข่าวร้ายที่มาทีตูมใหญ่เลยอ่ะ แต่ขอนะ อย่ามา นอนให้เลือดข้างๆแล้วมองหน้าแม่ไรงี้นะ
    #1411
    0
  23. #1410 MyUniverseOSH (@MyUniverseOSH) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 11:56
    ในที่สุด ก็มาถึงจุดนี้จนได้สินะ ใช้ใจคิดนะซายน์ อย่าใช้สมองคิด ถึงจะผิดบาป แต่เราก็อยากให้ทั้งสองคนลงเอยกันด้วยดี
    #1410
    0
  24. #1409 แมวว (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 11:28

    ง่าาา~~~ นึกภาพไม่ออกว่าจะไปต่อยังงัย เพราะเจ็บปวเทุกทาง

    #1409
    0
  25. #1408 Kesini1997 (@Kesini1997) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 11:18
    ไม่นะ ฮืออออ
    #1408
    0