#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,011 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,224

    Overall
    154,011

ตอนที่ 22 : #Beloved

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 730 ครั้ง
    22 เม.ย. 62



“ซายด์จะไปงานเลี้ยงรุ่นเหรอ” ใหญ่เดินออกจากห้องน้ำ ที่เอวพันผ้าเช็ดตัวเอาไว้หมิ่นเหม่กับสะโพก ชวนให้เห็นรอยสักโผล่ออกมาเล็กน้อยเป็นรูปปีกซาตานสีดำ

แม้จะเห็นแค่ส่วนปลายของปีกในตอนนี้แต่ผมก็เคยเห็นรอยนั้นเต็มๆมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เรียกว่าไม่มีส่วนไหนของเขาที่ผมไม่เคยเห็นจะดีกว่า ช่างเหมาะกับนิสัยและใบหน้าเหลือเกิน

“ผมถามอยู่นะซายด์ อย่าเพิ่งมองด้วยสายตาแบบนั้น” ไม่รู้ตอนไหนที่คนตัวสูงหยุดยืนที่ข้างเตียงคร่อมผมเอาไว้ด้วยแขนสองข้างและโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้

ใหญ่เป็นคนที่เซ็กซี่ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ราวกับทุกอย่างคือธรรมชาติในตัวของเขา ทั้งสายตา น้ำเสียง ท่วงท่าทั้งหมด หากไม่มีเสน่ห์และแรงดึงดูดมากมายขนาดนี้ ผมคงไม่นอนกับเขาตั้งแต่เจอกันไม่กี่ชั่วโมงทั้งที่เป็นครั้งแรกของตัวเองหรอก

คนแรก...และคนเดียว

“ต้องไปสิ เพื่อนๆในกลุ่มไปกันหมด”

“ไปเพราะเพื่อน หรือเพราะใคร?” สายตาคมดุจ้องมองเพื่อค้นหาบางอย่าง บางอย่างที่ผมไม่มี มีให้แค่ความบริสุทธิ์ใจเท่านั้นจนคนมองเป็นฝ่ายถอดใจออกไปเอง

แต่ไม่ได้ถอนตัวนะ เรายังคงใกล้ชิดกันตามเดิม ผมนั่งห้อยขาสองมือวางลงบนแผ่นอกกว้างที่ตัวเองหลงใหล เริ่มลูบไล้แผ่วเบาลงไปจนถึงหน้าท้องแข็ง

“เพราะเพื่อน หึงหรือไงเด็กน้อย”

“ไม่เด็ก” คนไม่เด็กไม่ชอบใจกับคำพูดนัก หน้าตาจึงบึ้งตึง ผมหัวเราะขำ เคลื่อนมือลงไปกระตุกปมผ้าเช็ดตัวที่เป็นสิ่งใช้ปกปิดร่างกายเขาเพียงชิ้นเดียว ปล่อยให้มันหลุดไหลตกลงบนพื้น

สายตาจดจ้องมองส่วนล่างที่เริ่มแข็งตัวอ่อนๆ

“ว้าวว ไม่เด็กจริงๆด้วย” สงสัยจะแกล้งแหย่มากเกินไป มือหนาจึงเชยคางผมให้เชิดขึ้น รับโทษเป็นจูบหนักหน่วงจากเขา ทั้งดิบเถื่อนและดุดัน

อย่างที่ผมถูกใจเหลือเกิน

“อืมมมมม”

“ซายด์ ทำไมยั่วเก่งนัก”

“ไม่ชอบ?” ส่งยิ้มหวานท้าทาย ขณะที่ร่างกายค่อยๆขยับขึ้นไปเอนหงายกลางเตียง ขาเหยียดขาว ใช้แขนข้างหนึ่งค้ำกับเตียงนุ่มเอาไว้ มืออีกข้างค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออก

คอเสื้อหลุดออกจากหัวไหล่มนทั้งสองค้างไปกองที่ข้อศอก ฝ่ามือข้างเดิมลูบไล้ไปตามร่างกายของตัวเอง หยุดสะกิด บดขยี้ที่ยอดอกสีชมพูจุดที่นูนเด่นออกมาจนแข็งเป็นไต และเป็นจุดที่ใหญ่ชอบกัดกินมากที่สุด

“อาา...ฮื้อออ” ผมส่งเสียงครางและกัดปากตัวเองยั่วคนที่ยืนมอง ใบหน้ายังคงนิ่งหากร่างกายโกหกไม่เป็น แกนกลางเริ่มท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยการตั้งขึ้นทีละน้อย ไหนจะความใหญ่โตที่เริ่มขยับขยาย

เห็นอย่างนั้นผมก็เลียริมฝีปาก พลิกตัวคลานเข้าไปหา ดึงรั้งเสื้อผ้าตัวเองออกทีละชิ้น เริ่มต้นด้วยการเหวี่ยงเสื้อที่เกะกะออกไปก่อน ตามด้วยกางเกงนอนขาสั้น ถอดจนหมดทุกชิ้นแล้วก็พาตัวเองมาถึงเป้าหมายพอดี




เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งตัวเองเกือบจะดำดิ่งสู่นิทรา เสียงทุ้มที่แหบพร่าก็กระซิบลงมาที่ริมหู คล้ายจะฟังรู้เรื่องแต่เมื่อตื่นมาคงจะลืมเลือนไป

“ฝันดีนะซายด์...ผมรักซายด์ รักซายด์นะ”

รัก...เป็นคำที่กล่อมผมจนเคลิ้มหลับไป



เสียงดนตรีดังกระหึ่มกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นานแค่ไหนที่ไม่ได้พาตัวเองเข้าสู่บรรยากาศแบบนี้ อาจจะตั้งแต่ที่เริ่มมีเด็กสิบเจ็ดเข้ามาวนเวียนในชีวิต

น่าแปลกที่เราเจอกันในผับ แต่ใหญ่กลับไม่ค่อยอยากจะให้ผมเที่ยวแล้ว รวมถึงตัวเขาเองด้วย คืนวันศุกร์ที่นักท่องราตรีอย่างเราๆจะต้องเลือกผับชื่อดังไปนั่งส่องเหยื่อ ไม่ก็นัดเจอเพื่อนฝูงเฮฮาปาร์ตี้ ตอนนี้สถานที่ประจำกลับเป็นโซฟาคอนโดฯของผมแทน

นั่งเบียดกันดูหนังสักเรื่องทั้งที่มีพื้นที่เหลือพอจะกางแข้งขาได้สบายสำหรับสองคน บางครั้งใหญ่ก็จับผมนั่งตัก คลอเคลียไม่ห่างเหมือนลูกแมวสองตัวออดอ้อนกัน มีคนเล็กนอนเหยียดเต็มโซฟาอีกหนึ่งตัว หันหัวมาทางเรา หันหน้าไปทางโทรทัศน์ ทำให้ไม่เขินเท่าไหร่เวลาอยู่ในอ้อมกอดเด็กตัวโต

“ไอ้ซายด์ๆ ทางนี้” เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งหันมาเห็นผมที่เดินจะถึงโต๊ะแล้ว โบกไม้โบกมือจนคนอื่นๆหันมามองตาม จากนั้นการทักทายเสียงดังแข่งกับเพลงในงานเลี้ยงศิษย์เก่าก็เกิดขึ้น

“โว้ยยย ไอ้คู่จิ้นมาด้วยกันว่ะ”

“แจกการ์ดเมื่อไหร่บอกเพื่อนนะคร้าบบบบ”

“พวกมึงแอบคบกันป่ะเนี่ย ตัวติดกันตลอดๆ กูเห็นรูปพาหลานๆไปเที่ยวเขาใหญ่จากไอจีไอ้โรมแล้วอย่างกับรูปครอบครัวสุขสันต์”

“ก็เหี้ยละ” ไอ้โรมหน้าตึงทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ที่ว่าง เหลือที่ให้ผมนั่งตาม มองบรรยากาศในงานที่คึกคักและแหวกแนวจากงานเลี้ยงศิษย์เก่าที่เคยเจอมา

คนจัดงานนี้คือพี่ดีฟ แน่นอนว่าเจ้าพ่อผับแอนเรสเทอร์รองส์หลายสาขาทั่วประเทศไม่ทำให้ผิดหวัง อาหารคาวหวาน เครื่องดื่มมึนเมาและดนตรีครบ เป็นดีเจที่มาเปิดแผ่น มีไฟดิสโก้อย่างในผับด้วย ฉีกทุกกฎที่เคยพบมา แต่ก็ไม่ถึงกับเรียลผับที่แท้จริง อีกโซนก็ยังไว้หน้าผู้ใหญ่ด้วยซุ้มอาหารบุฟเฟต์และเพลงคลาสสิค ผสมผสานสองฝั่งเอาไว้อย่างลงตัว

เรียกว่าใครอยากวัยรุ่นมาทางนี้ อยากพูดคุยสงบๆแนวผู้ใหญ่ไปทางโน้น เหล่าอาจารย์และรุ่นพี่วัยผู้ใหญ่ห้าสิบหกสิบขึ้นไปก็ยิ้มแย้มพูดคุยกันในมุมของตัวเอง

“ไอ้ซายด์ เหม่อไรวะ ส่องหนุ่มระวังไอ้โรมมันหึงเอานะ” เพื่อนอีกคนเรียกให้ผมละสายตาจากบรรยากาศในงานกลับไปหาพวกมัน

“กลัวมันไม่หึงอ่ะดิ” ผมรับมุก รู้ว่าเพื่อนแซวเล่นจึงเอนตัวไปพิงไหล่ไอ้โรม ใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางเชยคางมันขึ้น ส่งสายตาหว่านเสน่ห์ที่คิดว่าชาตินี้คงมีมันเป็นผู้ชายคนเดียวที่ไม่ตกหลุม “ใช่ไหมที่รัก”

“ฮริ้วววว กวางป่าของเพื่อนยังร้ายไม่เปลี่ยน” เพื่อนโห่แซวกันเสียงลั่นงาน ผิดกับไอ้โรมที่ทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วปัดมือผมทิ้ง มันโน้มลงมากระซิบข้างหูให้ได้ยินกันสองคน เป็นภาพที่ดูอีโรติคในสายตาใครๆ แต่ปกติมากสำหรับเพื่อนสนิทอย่างพวกเรา

“ยั่วเก่ง เดี๋ยวไอ้ใหญ่ได้มาฉีกอกเอา”

“ฉีกอกมึง?”

“เออดิ มันคงกล้าฉีกอกมึงหรอก ทั้งรักทั้งหลงขนาดนั้น กว่าจะพามึงออกจากปราสาทได้แม่งสั่งกูจนคิดว่ามึงเป็นเจ้าชายจากประเทศไนแล้ว ไม่จ้างบอดี้การ์ดมาเดินตามมึงด้วยเลยล่ะวะ”

“ฮ่ะๆๆ ก็ใหญ่เป็นห่วง”

“จ้า ห่วงมาก เหม็นความรักว่ะ พอมีผัวเที่ยวก็ไม่เที่ยวแล้วนะมึง ติดผัวเด็กสัสๆ”

“ก็เกินไป กูกับใหญ่ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ผมตอบตามจริง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหลบสายตาคาดคั้นของไอ้โรมไปมองเวทีด้านหน้าโน่นแทน

“ถามจริง? มึงยังไม่ได้ตกลงสถานะกับมันอีกเหรอ เห็นทั้งห่วงทั้งแคร์กันขนาดนี้ กูคิดว่าคบกันแล้วซะอีก”

“คบอะไร กูไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย”

ไอ้โรมจ้องหน้าผมนิ่ง “ซายด์ กูเป็นเพื่อนมึงมากี่ปี ขนาดแฟนเก่ามึงกี่คนๆ มึงก็ไม่เคยแคร์คนไหนเท่าไอ้ใหญ่เลยนะ ถ้ามึงสังเกตดีๆเดี๋ยวนี้จะไปไหนมึงก็รายงานมัน จะซื้ออะไรก็คิดถึงแต่มัน ปากมึงพูดชื่อมันตลอด เผื่อมึงไม่รู้ตัว”

ผมเงียบ เป็นความเงียบที่น่าอึดอัดและไม่อยากจะยอมรับคำพูดของเพื่อนเท่าไหร่

“ใหญ่ยังเด็ก”

“ก็ไม่เด็กเท่าคนเล็กหรอก” ไอ้โรมพูดแล้วถอนหายใจหนักๆ ส่วนผมก็จ้องหน้ามันกลับบ้างแบบเดียวกับที่มันจ้องผมตอนแรก สลับบทกันด้วยเพื่อนสนิทที่หลบตาไปทางอื่นทันที

“ไหนมึงบอกไม่คิดอะไรกับคนเล็กไง”

“ก็เปล่านี่...พี่ดีฟมาแล้ว แฟนเก่ามึงอ่ะ มาพิสูจน์กันไหมว่ารักแรกจะลืมยากเท่ารักครั้งใหม่รึเปล่า”

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะไอ้โรม” ผมกระซิบเสียงรอดไรฟันใส่ แต่ไม่ทันได้จัดการต่อ พี่ดีฟเดินมาถึงโต๊ะพวกเราพอดี ไอ้โรมเลยได้ชิ่งสมใจด้วยการหันไปทักทายรุ่นพี่คนสนิทมันแล้วจิบเครื่องดื่มในแก้ว เปิดทางให้พี่ดีฟเข้าหาผมอย่างชัดเจน

ผมรู้ว่าพี่มันอยากจะรีเทิร์น แต่สำหรับผม จบแล้วคือจบ รักแรกมันไม่ได้ลืมยากอย่างใครพูดหรอก คงเหลือไว้แค่ความเป็นพี่น้องและความรู้สึกดีๆยามคิดถึงเท่านั้นเอง

เพราะยังไงก็มีอีกคนที่ทำให้ยิ้มกว้างกว่า...

“ซายด์ มานานหรือยัง พี่เพิ่งเห็นซายด์ก็เดินมาหาเลย”

“สวัสดีครับพี่ดีฟ ผมเพิ่งมาน่ะ ไอ้โรมมันไปรับ งานที่พี่จัดดีมากๆเลย ผมชอบนะ”

“แล้วไม่ชอบคนจัดงานบ้างเหรอ....ฮ่าๆ พี่ล้อเล่น” เห็นผมไม่ตอบพี่ดีฟเลยแกล้งขำแทน แล้วพาเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “อาหารเครื่องดื่มสั่งพนักงานได้เต็มที่เลยนะ งานนี้ไม่อั้น เห็นว่าปีนี้โรงเรียนสร้างชื่อเสียงเอาไว้ทั้งงานแข่งวิชาการและกีฬา ผู้อำนวยการเลยอารมณ์ดีทุ่มงบหมดกระเป๋าเพื่ออวดศิษย์เก่าอย่างพวกเราน่ะ”

“มิน่า จัดซะหรูเลย ไม่เหมือนปีที่แล้ว อย่างกับปาร์ตี้หมูกระทะหลังสอบเสร็จ อาหารก็โคตรน้อย” ไอ้โรมหันมาร่วมบ่นด้วย มันมาของมันทุกปีกับเพื่อนๆ ส่วนผมเพิ่งเคยมาครั้งแรกเพราะไม่ได้กลับไทยหลายปีแล้ว

พี่ดีฟคุยด้วยอีกพักใหญ่ก็ขอตัวไปเดินดูความเรียบร้อยในงาน ทักทายคนอื่นๆบ้าง แต่ก็แวะเวียนมาโต๊ะพวกผมบ่อยที่สุดจนเพื่อนคนอื่นๆแซว มียุให้กลับไปคบกันอีกครั้งด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเลือด ยิ่งดึกก็ยิ่งคึก

เกือบๆเที่ยงคืนงานจะเลิกผมก็เริ่มกรึ่มหนักมาก ชาวศิษย์เก่าคนอื่นๆรวมถึงเพื่อนผมบางคนก็ทยอยกลับไปแล้ว เก้าอี้ที่ตอนแรกเต็มแน่นไปด้วยเพื่อนตอนนี้ก็เริ่มบางตา เหลือกันอยู่ไม่กี่คนเอง

Rrrrrrrrrrrrr

“ฮาโหลววว” ผมกดรับโทรศัพท์ด้วยเสียงคางยาน ตาฉ่ำเยิ้ม ร่างกายแทบจะหลอมรวมกับเก้าอี้ที่นั่งอยู่

[เมาแล้วเหรอครับ?]

“ครายอ่า”

[ผัวไงครับ] ง่า ผัวเหรอ ผมไม่มีผัวนี่นา ใครผัวใครวะ

“หย่ายเหรอ งืออออ เมาแล้ว”

[ให้ตาย ผมบอกซายด์แล้วว่าอย่าดื่มจนเมาหนักขนาดนี้ แล้วพี่โรมไปไหนครับ ขอผมคุยด้วยหน่อย งานน่าจะใกล้เลิกแล้วนี่นา]

“ไอ้โรม? งืออ ไม่มี ไอ้โรมอยู่หนายยย” ผมหันไปหาเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“มันติดธุระที่บ้านด่วนไง เมื่อกี้ก็ชวนมึงกลับแล้วแต่มึงไม่ยอมกลับ มันเลยฝากให้กูไปส่งมึง นี่เมาหรือสมองเสื่อมวะ ลืมง่ายจัง”

“อ้าว ไอ้โรม ไอ้เวร ฮือออ หย่าย ไอ้โรมไม่อยู่แล้ววว” โดนเพื่อนทิ้ง ผมจะร้องไห้แล้วนะ ไอ้เพื่อนชั่ว ไอ้โรม กูไม่ยกคนเล็กให้มึงแล้ว เห็นที่บ้านสำคัญกว่าเพื่อน

“เดี๋ยวกูนั่งแท็กซี่ไปส่งน่า กูก็เมาแล้วเหมือนกันขับรถไม่ไหว”

[รออยู่ที่นั่น ห้ามไปไหนเด็ดขาดนะซาดย์] เสียงดุๆเข้มขึ้นก่อนที่สายจะตัดไป ผมนั่งโอนไปเอนมาเหมือนต้นหญ้าปลิวตามลม คล้ายจะมีสติแต่ก็เหมือนไม่มีสติ

อยากกลับห้องแล้ว

อยากไปกอดใหญ่

“ฮึกกก ใหญ่ ซายด์..จา กลับบ” พูดกับตัวเองคนเดียว ไม่นานก็มีคนเดินมาหยุดข้างๆ ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง ยิ้มหวานแล้วเรียกชื่ออีกฝ่าย “พี่ดีฟ~

“เมาเหรอซายด์ ไอ้โรมไปไหน?”

“ช่าย เมาแล้วว ไอ้โรมทิ้งผมแล้วอ่า ฮือออ อยากกลับห้อง จากลับห้องงง”

“เฮ้ออ เมาหนักเลยนะเนี่ย เดี๋ยวพี่ไปส่งก็แล้วกัน รออยู่นี่แป๊บนึงนะเดี๋ยวไปสั่งเด็กเอาไว้ก่อน”

“งืออ พี่ดีฟไปหนายยย” ผมไขว่คว้ามือไปทั่ว แต่คนตรงหน้าเดินหายไปแล้ว ทำไมไวจัง นั่งสะอึกอยู่อีกพักพี่ดีฟก็กลับมา พี่เขาบอกเพื่อนผมข้างๆว่าจะไปส่งผมเอง ก่อนจะจับเพื่อนผมยัดแท็กซี่แล้วบอกให้ส่งให้ถึงที่หมายปลายทาง ประคองพาผมมาที่รถตัวเองที่จอดไม่ไกลจากหน้างาน

“ไหวไหมซายด์ ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้เนี่ย” เสียงพี่ดีฟบ่นเบาๆ ฝ่ามือประคองที่แผ่นหลัง และอีกข้างโอบอยู่บนไหล่ มันไม่อุ่นเท่ากับมือของใหญ่ แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ผมล้มลงกับพื้นยามที่เดินเซหรือสะดุด

“งืออ หวาย ผมหวาย”

“ไหวจริงเหรอ รีบขึ้นรถเถอะ ฝนจะตกแล้ว ห้ามหลับนะเราต้องบอกทางไปคอนโดฯกับพี่ก่อน”

สองเท้าที่บังคับให้มันเดินตรงไม่ได้ก้าวอย่างทุลักทุเลไปที่รถของพี่ดีฟ ผมยังพอรู้บ้างว่าคนจะพากลับคือใคร อย่างน้อยพี่ดีก็ไว้ใจได้ แต่ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ หูก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อดังลั่นพร้อมกับเสียงรถเบรกสนั่นจนคนใกล้ๆบริเวณหันมามองเป็นตาเดียว

“ซายด์!

“หย่าย” จำเสียงได้ หันกลับไปยิ้มหวานให้ แต่ใหญ่หน้าบึ้ง มาใกล้ก็กระชากตัวผมออกจากพี่ดีฟไปกอดเอาไว้เอง ผมปลิวตามแรงนั้นเข้าสู่อ้อมกอดที่คุ้นเคย

“จะทำอะไรแฟนผม” ใหญ่ส่งเสียงดุๆ

“พี่แค่จะไปส่งเพราะซายด์เมา ไม่ได้จะทำอะไรไม่ดี”

“หึ” เสียงคล้ายไม่เชื่อเท่าไหร่แค่นหัวเราะในคอ ก่อนเจ้าของเสียงจะก้มลงมาดุผมบ้าง “ทำไมปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้ซายด์ พี่โรมก็อีกคน ผมอุตส่าห์ฝากแล้วนะก็ยังปล่อยซายด์เอาไว้กับคนอื่นแบบนี้ ไปครับ กลับห้อง ผมมารับแล้ว”

“พี่ว่าพี่ไปส่งดีกว่านะ”

“ไม่ต้อง ผมพาแฟนผมกลับเองได้”

“ยังไง? ให้คนเมาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์น่ะเหรอ คิดว่าสภาพนี้ซายด์จะนั่งได้โดยไม่ตกหรือไงน้อง”

“.......ผมก็ให้นั่งข้างหน้าก็ได้”

“ยังจะดื้อดึง บิ๊กไบก์น้องน่ะเบาะแคบจะตายไป ถ้าเป็นปกติพี่คงไม่ยุ่งหรอก แต่นี่ซายด์แทบจะไม่ได้สติ ทางที่ดีให้นั่งรถพี่กลับดีกว่านะ”

“ผมหาทางของผมเองได้ ไม่ต้องพึ่งพี่หรอก แฟนผมผมจะดูแลเอง”

ฟังสองคนนี้เถียงกันไปมาแล้วปวดหัวจัง พูดกันไม่หยุดจนน้ำลายกระเด็นใส่หน้าผมแล้วเนี่ย จากหนึ่งหยดก็กลายเป็นหลายหยด ทำไมพูดกันไม่ระวังเลย หน้าเปียกแล้ว

“ฮืออ หนาววว” ผมครางาในคอเบาๆ เบียดตัวเองเข้าหาใหญ่เพิ่มความอบอุ่น และอ้อมแขนก็กระชับแน่นตอบกลับมา

“เอาไง ฝนตกแล้วเนี่ย ขืนเถียงกันนานกว่านี้ซายด์จะเปียก แล้วก็เป็นหวัดได้นะ ถ้าไม่ไว้ใจพี่ก็ขี่รถตามมาก็ได้ เดี๋ยวขับช้าๆเอง”

“ใหญ่ ซายด์หนาว”

“...ครับ งั้นกลับกันนะ” ใหญ่ก้มลงมาบอกชิดแก้ม “ซายด์ห้ามหลับนะ ผมจะขับตามไปติดๆ เห็นท่าไม่ดีรีบลงจากรถเลยรู้ไหม”

“ฮื่ออ พี่ดีฟเป็นคนดีนะใหญ่” บอกไปตามตรง แต่สายตาที่มองมาเล่นเอาผมเกือบสร่าง ใหญ่ส่งสายตาตัดพ้อเจอเสียใจ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฝืนยิ้มให้

“ครับ ผมรู้ว่าซายด์ไว้ใจเขา”

“ใหญ่”

“ขึ้นรถเถอะ ฝนตกเยอะแล้ว” ใหญ่ประคองผมไปที่นั่งข้างคนขับ แม้จะรับรู้ถึงความไม่พอใจที่ส่งออกมา เขาก็ยังเปิดประตูแล้วช้อนตัวผมขึ้นอุ้มไปนั่งที่อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน “อย่าขับไวล่ะ ซายด์เมาอยู่ เดี๋ยวอ้วก”

สั่งพี่ดีฟอีกครั้งก็เดินไปคร่อมรถตัวเอง สตาร์ทเสียงดังกระหึ่ม

พี่ดีฟขับรถมาเรื่อยๆตามทางที่ผมบอก ตอนนี้ผมเริ่มสร่างเมาแล้ว สายตาคอยมองไปด้านหลังซึ่งมีบิ๊กไบก์คันใหญ่ขับตามมาติดๆ สองมือบีบกันเอาไว้แน่น

ทั้งห่วงความรู้สึกของใหญ่ รวมไปถึงร่างกายเขาด้วย

ด้านนอกฝนตกหนักมาก และใหญ่ก็เปียกไปทั้งตัว

“ห่วงเหรอ” คนขับรถเริ่มชวนคุย เหลือบไปมองพบว่าสายตาเขามองผมอยู่ ทั้งอ่อนโยนและอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน

พี่ดีฟกับใหญ่มองผมด้วยสายตาที่ไม่ต่างกัน ทั้งอย่างนั้นผมกลับรู้สึกว่าหัวใจผมมันทำงานต่างกันเหลือเกิน

“ฝนตก”

“เขาดู...รักซายด์มากนะ” พี่ดีฟบอกเสียงเศร้า “ตอนพี่อายุเท่านี้ พี่ยังดูแลซายด์ได้ไม่ดีเท่าเขาเลย”

“โลกมันเปลี่ยนไปอ่ะพี่ ตอนเราสิบเจ็ดสิบแปดก็ไม่ได้ขี่บิ๊กไบก์หรือเดินสยามหรือโทรศัพท์ก็ยังไม่มีเน็ตดีๆใช้เลย พี่ก็ดูแลซายด์ดีอยู่นะ” อันนี้พูดกันตามจริง สมัยนั้นพี่เขาก็ดูแลผมดีเท่าที่เด็กรุ่นนั้นจะทำได้

“แต่ซายด์ก็ไม่เคยมองพี่ด้วยสายตาแบบนี้ น่าอิจฉาเด็กคนนั้นจัง”

“โธ่พี่” ไม่รู้จะไปต่อยังไงเลย พี่ดีฟเล่นพูดทีเล่นทีจริง คำพูดคล้ายจะหยกล้อ หากสายตามีแววเสียใจพาดผ่าน

“ถ้าตอนนั้นซายด์ไม่ไปเรียนต่อ เราก็คงไม่เลิกกัน และพี่คงมีโอกาสดูแลซายด์ให้ดีจนถึงวันนี้แน่ๆ”

“.....” ผมบีบมือตัวเองแน่นขึ้น ที่เราเลิกกันไม่ใช่เพราะเราไม่รักกันแล้ว แต่เพราะผมต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ระยะทางความห่างไกลทำให้เราเลิกกันไปเองโดยอัตโนมัติ โดยที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน

พี่ดีฟยิ้มเศร้าก่อนจะหัวเราะและยกมือข้างขวามาขยี้หัวผมเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าคอนโดฯ “อย่าเครียดสิ พี่แค่พูดเอง รู้ว่ามันย้อนเวลากลับไปไม่ได้ แต่ถ้าซายด์มีเรื่องไม่สบายใจหรือต้องการคำปรึกษา ขอแค่อย่าลืมพี่ชายคนนี้ก็พอนะ แค่นี้ให้พี่ได้ไหม”

“....ครับ” ผมสบตาพี่ดีฟ ก่อนจะส่งยิ้มให้ เรายิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ

สถานะที่ชัดเจนที่สุดของเราตอนนี้ก็คือพี่น้อง ผมดีใจที่เขาเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอนี้มา อย่างน้อยผมก็ไม่ได้คิดจะผลักไสพี่ดีฟออกไปจากชีวิต แม้จะให้สถานะคนรักกับเขาไม่ได้แล้วก็ตาม

ผลั่วะ!

“ลง!” ประตูรถถูกกระชากออกพร้อมกับเสียงห้วนๆและดึงรั้งผมให้ถลาออกจากรถ ก่อนหน้านี้ประตูยังล็อกอยู่ แต่ผมเห็นว่าพี่ดีฟเป็นคนปลดล็อกมันเสี้ยววินาทีก่อนที่ถูกใหญ่เปิดอย่างรุนแรง

“ใหญ่ ใจเย็นๆสิ”

“ขอบคุณที่มาส่งแฟนผม ที่เหลือผมจัดการเอง” คนเปียกไปทั้งตัวบอกพี่ดีฟเสียงแข็ง ปิดประตูรถราคาแพงเสียงดังไม่กลัวรถพัง มือข้างหนึ่งออกแรงฉุดให้ผมก้าวตาม ส่วนอีกข้างก็เสยผมชุ่มน้ำฝนของตัวเองขึ้นลวกๆ สีหน้าหงุดหงิดจนผมไม่คิดจะเถียงอะไรอีก

หันกลับไปมองพี่ดีฟที่ส่งยิ้มให้กำลังใจตามมา คล้ายจะบอกว่า...ขอให้โชคดี

พายุฝนด้านนอกยังพอจัดการได้ แต่กับพายุโซนร้อนของผู้ชายที่เคยใจเย็นมาตลอด...ต้องรับมือยังไงล่ะซายด์เอ๊ย


**************************************


ครึ่งหลังยาวไปนิด เท่ากับตอนใหม่เลยก็ว่าได้ แหะๆ

ทำหลัวโกรธแล้ว ง้อไงดีน้าซายด์

ปล. พี่ดีฟเป็นคนดีนะครัช อย่าระแวงนางง

อ้าว สปอยงี้ อิใหญ่เป็นตัวร้ายเฉย 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 730 ครั้ง

42 ความคิดเห็น

  1. #2324 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:59
    ใหญ่อย่าลุนแลงมากนะแงง
    #2324
    0
  2. #2267 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 03:40

    ไรต์ก็ไปใส่ร้ายใหญ่ 5555 แค่หึงจัดๆเอ้งงงง

    #2267
    0
  3. #1667 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 10:46
    ขี้หวงที่หนึ่งจ้าาา
    #1667
    0
  4. #1036 aaaajrkk328 (@arjaree-oporr) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 21:53
    เราอยากรู้ว่่าตกลงจะชื่อยังไงกันแน่อ่าาคือว่าชื่อแต่ละอันมันไม่ตรงกันเลยอ่ะ sineหรือsignแล้วก็ทำไมซายด์เป็นด.เด็กการันต์อ่ะ คือเรางงมากๆๆๆๆ
    #1036
    4
    • #1036-1 sweetyn2 (@SweetyN) (จากตอนที่ 22)
      24 เมษายน 2562 / 22:43
      ตอนแรกจะเป็น Sign ค่ะ แต่เปลี่ยนให้เป็นคำที่สามารถออกเสียงได้ยาวกว่า ส่วนคำสะกด ถ้าเป็นชื่อเฉพาะ(คือชื่อคน)จะตั้งยังไงก็ได้ไม่ต้องถูกตามหลักคำสะกดน้า
      #1036-1
    • #1036-3 sweetyn2 (@SweetyN) (จากตอนที่ 22)
      24 เมษายน 2562 / 23:08
      ไปเช็กมาแล้วนะคะ สรุปว่าเราผิดเองจริงๆด้วยค่ะ คำว่า Sine จะได้เสียงที่ยาวขึ้น แต่สะกดว่าซายน์ ขอบคุณที่ช่วยรีเช็กน้า
      #1036-3
  5. #998 กะเทยไหล่กว้าง (@pawornrat) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:32
    โถ่ เด็กน้อยของพรี่
    #998
    0
  6. #997 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:50
    ก็เข้าใจความหวงนะใหญ่ แต่อย่าเอาแต่ใจนักเลย บางทีก็ควรมีช่องว่างให้ซายน์ห่ยใจหายคอบ้าง ถึงแม้วันนี้จะเมาซะน่าฟัดก็เถอะ
    #997
    0
  7. #996 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:56
    ไม่แคร์ใหญ่ก็ปล่อยให้ใหญ่โกรธไปเถอะซานด์
    #996
    0
  8. #995 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:42
    พี่ดีฟคนอบอุ่นมาหาน้องมาม๊ะๆๆๆซบอกเล็กๆของน้องก็ได้นะปล่อยให้เขาไปเคลียดับอารมณ์กันฮาา~~
    #995
    0
  9. #994 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:08
    ฮืออออ พี่ดีฟคนดี~~~ อบอุ่นมากๆเลย ><
    //น้าซายด์จะง้อใหญ่ยังไงน้าาา
    #994
    0
  10. #993 MyUniverseOSH (@MyUniverseOSH) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 10:38

    เลิกปากแข็ง ยอมรับความจริงว่ารักใหญ่เข้าแล้ว บอกเค้าไปตรงๆ เท่านี้พายุโซนร้อนก็สงบแล้ว แต่จะเกิดพายุเตียงร้อนแทน อิอิ เก็บแรงไว้ม่าตอนรู้ว่าเป็นน้าหลานกันเถอะ นี่ซื้อถังมารอไว้สำหรับรองน้ำตาแล้ว
    #993
    0
  11. #992 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 10:25
    เราก็เชื่อว่าพี่ดีฟก็ดูน่าเชื่อถือได้
    แต่ซายด์ ปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้ได้ไง เตรียมรับมือกับพายุโซนร้อนของใหญ่ได้เลย
    #992
    0
  12. #991 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 09:07
    ชอบพี่ดีฟอะ โคตรอบอุ่นนน สงสารซายด์ จะรับมือกับพายุโซนร้อนของใหญ่ยังไง 555
    #991
    0
  13. #990 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 08:47
    เด็กขี้หึง บอกรักไปสิน้าซายด์เด๋วพายุก็สงบเอง
    #990
    0
  14. #989 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 07:28
    คนเค้าเป็นห่วงงงง
    #989
    0
  15. #988 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 06:04

    ครึ่งแรกน้าซายด์คนหื่น >/////<

    น้าซายด์รักใหญ่และเริ่มรู้ตัวแล้ววว ใหญ่ต้องใหญ่เย็นๆนะ ฟังกันก่อน
    #988
    0
  16. #987 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 05:13

    รอออออ
    #987
    0
  17. #986 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 03:47

    ท่าจะง้อกันยาวววว

    #986
    0
  18. #985 แมวว (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 02:09

    ใหญ่ก้อเกินไป นี่แหละถึงเรียกว่าเด็กน่ะ ยังงัยก้อเด็ก ระวังจะโดนน้าแฟนเทนะ ใจเย็นไหน่อยจิ~~~

    #985
    0
  19. #984 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 01:49
    ขอให้น้าซายด์รับมือกับพายุลูกนี้ไหว
    #984
    0
  20. #983 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 01:30
    อ้าวใหญ่เป็นตัวร้ายไปแล้ววว
    #983
    0
  21. #982 88duorathai (@88duorathai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 23:43

    NCมาพร้อมกับอากาศที่ร้อนระอุอื้อหือเกินจะรับไหว

    #982
    0
  22. #981 dekd78 (@dekd78) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 23:22

    แซ่บเหลือเกินนนนน
    #981
    0
  23. #980 Msthong97 (@Msthong97) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 22:52
    เหมาะสมกันอะโอ้ยยยย กำเดาไหลลลลล
    #980
    0
  24. #979 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 16:05
    ไม่ไหวแล้วววว เติมเลือดแปป >,,<
    #979
    0
  25. #978 smile_psk (@p_sing) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 15:23
    แซ่บสุดดด แต่ที่ยิ่งกว่าความแซ่บ เราสัมผัสได้ว่าซายด์เริ่มรู้สึกกับใหญ่มากขึ้น อยากมีคนนี้อยู่ด้วย (ตอนที่ให้นอนกอดอ่ะ) จะด้วยความผูกพันหรืออะไรก็ตาม แต่ไม่ใช่แค่ถูกใจเรื่องอย่างว่าแล้ว ดีใจ :) ชอบและเชียร์ทั้งคู่โดยไม่แคร์บาป เพราะเห็นว่าเค้าเข้ากันได้ดีจริงๆ เกิดมาคู่กันงี้เลย

    ป.ล. เราชอบคัทสไตล์ไรท์มาก มันมีบทสนทนาที่แสดงความเซ็กซี่ขี้เล่น เย้าหยอกแบบคนรักกัน ไม่ใช่แค่มีอะไรกันเฉยๆ คำเรียกในแต่ละเรื่องจะแตกต่างเกือบไม่ซ้ำกันเลย คืออ่านแล้วเข้าใจบุคลิกตัวละครมากขึ้น ถ้าข้ามไปไม่อ่านก็เหมือนพลาดอะไรบางอย่าง //อยากบอกว่าเราเริ่มอ่านนิยายวายเรื่องแรกๆ ก็ฟิคคริสสิงของไรท์นี่แหละ เลยยาวมาถึงตอนนี้ เป็นกำลังใจให้แต่งต่อไปนะคะ :)
    #978
    0