#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,008 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,221

    Overall
    154,008

ตอนที่ 21 : #คำสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 731 ครั้ง
    19 เม.ย. 62






ก๊อก~ ก๊อก~ ก๊อก~

“คร้าบบบบบ....เฮ้ย กูก่อน”

“ไม่! กูถึงก่อน...ไอ้ฌอน อย่าผลักกู๊ววววว”

ตึง! โครม! คราม!

ผมหลับตานึกภาพความวุ่นวายของลูกลิงด้านในไม่ออกเลย ไม่รู้ว่าเล่นอะไรกันเสียงถึงได้ดังอย่างกับห้องจะถล่มแบบนี้ หวังว่าคนโตจะไม่ถึงกับต้องรีโนเวทห้องใหม่ทั้งหมดนะ และเมื่อเสียงของคนหลายคนทะเลาะกันและเสียงข้าวของล้มพังสงบลงหลังผ่านไปหลายนาที

ประตูห้องก็เปิดออก

เด็กผู้ชายมัธยมปลายประมาณห้าคนโผล่หน้าออกมาพร้อมกัน รอยยิ้มกว้างทะเล้นแบบเด็กๆแข่งกันส่งมาที่ผมเพียงคนเดียว หนึ่งในนั้นที่เคยเห็นวันที่ไปรับใหญ่ครั้งแรกกดหัวเพื่อนๆลงเพื่อจะได้มองเห็นหน้าผมถนัดๆ โดยคนอื่นที่เหลือก็พยายามผลักดันเพื่อจะยื่นหน้ามามองเช่นกัน

อาหารสำหรับวัยรุ่นกำลังโตหกคนไม่ใช่เบาๆ แต่ผู้ชายอย่างผมก็ยกขึ้นมาได้ มีแม่บ้านช่วยอีกหนึ่งคน ใหญ่เห็นปุ๊บก็เดินแหวกเพื่อนๆเข้ามาหา ดึงถาดจากแม่บ้านแล้วพยักหน้าให้เธอลงไปก่อน จากนั้นก็นำผมเข้ามาในห้อง พากันวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ

“ทำไมไม่เรียกล่ะ ผมจะได้ลงไปช่วยยก นี่กะว่าจะลงไปอยู่แล้ว” มือที่เป็นอิสระถูกดึงไปกุมเอาไว้ ผมส่งยิ้มน้อยๆให้

“ไม่ต้องหรอก แค่นี้เอง ตั้งใจทำรายงานกันไปดีกว่า”

“น้าซายด์ๆ พวกผมเคยเจอน้าซายด์แล้วนะ จำได้รึเปล่า ชื่ออิ้งค์นะ” หนึ่งในนั้นเรียก ได้โอกาสให้หันไปทำความรู้จักกับเพื่อนๆของหลาน

“สวัสดีครับ น้าเอาของกินขึ้นมาให้ ถ้าไม่พอก็ให้คนโตลงไปบอกนะ จะให้คนยกมาเพิ่มอีก ไม่ต้องเกรงใจ ตั้งใจทำงานล่ะ สู้ๆ” ผมยิ้มให้กับทุกคน เจ้าเด็กทะเล้นพวกนี้แกล้งทำหน้าเคลิ้มกันยกใหญ่ ก่อนที่อิ้งค์จะพูดออกมา

“ไอ้ใหญ่ ยกน้าซายด์ให้กูเถอะ กูอยากได้แบบนี้ แงงงงง งานดีย์”

“ก็เหี้ยละ นี่แฟนกู”

“ทำยังไงกูถึงจะได้มีน้าแบบนี้บ้างวะ ทั้งน่ารักใจดี แถมมีความเป็นผู้ใหญ่น่าอ้อนสุดๆ”

“หืม?” ผมขมวดคิ้ว ใหญ่เลยตรงไปตบหัวอิ้งค์แรงๆหนึ่งที

“นี่น้ากูที่ไหน น้าไอ้คนโต แต่เมียกูอ่ะไม่เถียง” ก่อนจะได้สนใจอะไรต่อผมก็สะดุดกับคำว่าเมีย เผลอหน้าร้อนขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะยกมือไปวางไว้ที่หลังคอคนตัวสูง ดึงรั้งให้โน้มมาทางตัวเอง

“เรียกใครเมียครับ หืม?” หยอกด้วยเสียงเย้าๆ ใหญ่ยิ้มหวานประจบ

“ฟะ แฟนก็ได้ครับ ไม่เคืองกันเนอะที่รัก”

ผมขำน้อยๆ เข้าใจว่าวัยรุ่นคงอยากจะอวดกัน แต่จะใช้คำว่าเมียคงเร็วไปนิด แฟนยังไม่ได้เป็นเลยเด็กน้อย คิดอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดเพื่อหักหน้าใหญ่ พาเปลี่ยนไปเรื่องอื่นพร้อมกับมองรอบๆห้องที่ไม่เคยเข้ามา และสายตาไปสะดุดเข้ากับบางอย่าง

“มาทำรายงาน...หรือยังไง?” เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่กดปุ่มเกมหยุดค้างเอาไว้ เด็กๆทำหน้าเจื่อนหัวเราะแห้งๆ คนที่ผมพอจะดุได้ก็มีแค่สองคนนอกนั้นไม่ได้สนิทพอจะต่อว่า “งานเสร็จแล้วเหรอ”

“พอดีใกล้เสร็จแล้ว มันเครียดอ่ะน้าซายด์” คนโตเป็นคนตอบ รีบเดินไปกดปิดรีโมตรโทรทัศน์ เพื่อนๆพากันโห่แล้วรีบเข้าไปแย่ง เกิดความชุลมุนวุ่นวายจนผมส่ายหน้า

“ไม่ต้องห่วงนะซายด์ ไอ้พวกนี้มันแบ่งเวลาเป็น เห็นอย่างนี้ก็ผลการเรียนดีกันทุกคน” ใหญ่เป็นคนเดียวในห้องที่ยังสนใจผมอยู่ เมื่อเขาพูดผมถึงได้ละสายตากลับมามอง

“รวมถึงนายด้วยใช่หรือเปล่า”

“ก็น่าจะเห็นจากคะแนนที่ผมอวดให้ดูนะ” ใช่ เขาเคยเอาคะแนนมาให้ดู ผมกวาดตามองเห็นตัวเลขที่เกือบเต็มยังตกใจเลย ยังไม่ทันได้พิจารณาดีๆ ใหญ่ก็รีบเอามันไปเก็บซะก่อน

“เอาของคนอื่นมาอวดรึเปล่าก็ไม่รู้ ชื่อนายฉันก็ยังไม่เห็นเลย” จะว่าไปผมก็ไม่รู้นะว่าเขาชื่อจริงนามสกุลจริงอะไร ต่อให้เอาของคนอื่นมาอ้าง ผมก็ไม่รู้อยู่ดี

“ต้องของผมสิ ภูมิใจไหมที่ผมเก่ง”

“จ้า” เบะปากหมั่นไส้กลับไป ใหญ่ก็รัดรอบเอวผมด้วยสองแขนแข็งแรงจนแน่น เกือบจะฟัดแก้มให้หายหมั่นเขี้ยวแล้วมั้ง ถ้าไม่เกิดว่ามีเพื่อนเขาโห่แซวขึ้นมาก่อน

“ตรงนั้นจะหวานอีกนานมั้ยครับ ของคาวที่ยกมาให้กลายเป็นของหวานหมดแล้ว”

“วิ้วววววว”

“อิจฉาก็ไปหาเอาเอง แต่คงไม่ได้ดีเท่าซายด์ของกูหรอก” ใหญ่กระตุกยิ้มร้ายๆส่งให้เพื่อน จากนั้นเสียงแซวก็มาจากทุกสารทิศไม่เว้นกระทั่งคนโต

แซวหนักจนผมทนไม่ไหวต้องรีบหนีลงมาด้านล่าง

อย่างน้อยก็สบายใจได้ว่าคนโตไม่ได้คิดรังเกียจที่น้ากับเพื่อนสนิทของตัวเองคบกัน

 

ลงมาที่ชั้นล่างและกลับออกไปที่สระว่ายน้ำ พี่แซนเดินยิ้มกริ่มพุ่งเข้ามาหาทันที จูงมือผมไปนั่งเล่นที่ชิงช้าสานด้วยเชือกเส้นใหญ่สีขาวแบบริมทะเล ซึ่งแขวนเอาไว้อีกฝั่งของสระว่ายน้ำ ปล่อยให้พ่อกับลูกชายคนเล็กนั่งดื่มน้ำอัดลมคุยกันไปตามลำพัง เห็นพี่แซนเกริ่นเอาไว้ก่อนหน้าแล้วว่ามีเรื่องอยากจะปรึกษา คงรอจังหวะนี้พอดี

“ทำไมหายไปนานจังเลย เมื่อกี้พี่ไปดูในบ้านก็ไม่เจอ”

“เอาของกินขึ้นไปให้เด็กๆครับ คนโตบอกว่าเพื่อนมากันหลายคน ซายด์กลัวว่าจะหิวกัน”

“อ้อ พี่เห็นแล้วล่ะ เมื่อกี้คุยกัน ท่าทางซายด์สนิทกันคนโตมากเลยนะ ไม่น่าเชื่อว่าจะเพิ่งเจอกันอีกครั้งวันนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาไทย” คำพูดของพี่แซนพาลให้ผมคิดถึงตอนที่คนโตแกล้งแหย่ใหญ่จนโมโหแล้ววิ่งหนีฝ่าเท้ามาหลบหลังผม จะว่าไปก็สนิทกันเร็วจริงๆอย่างพี่แซนว่า

“เพราะคนโตร่าเริงแล้วก็เข้ากับคนอื่นง่ายด้วยมั้งครับ ก็เลยสนิทกันไว”

“สายสัมพันธ์น้าหลานล่ะมั้ง ปกติแล้วคนโตจะไม่ค่อยอ้อนคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวนะ ติดจะเย็นชาด้วยซ้ำไป” นิสัยเหมือนใหญ่เลย แต่ครั้งแรกที่ยังไม่รู้ว่าเป็นหลาน คนโตก็ดุผมเหมือนกันนะ ตอนที่จะข้ามถนนหน้าโรงเรียน

“นั่นสินะครับ ตอนแรกที่ไม่รู้ก็ดูเย็นชาอยู่นิดหน่อย แต่เจ้าชู้มากกว่า” มีจะขอไลน์ผมด้วยนี่

“นั่นล่ะหลานชายของเรา แล้วที่ว่าเจ้าชู้นี่ยังไง โดนจีบเหรอ”

“เกือบไป แต่พอดีเฉลยซะก่อน” และพอดีว่าผมไม่ได้สนใจเด็กด้วย...ซึ่งแน่นอนว่าบางครั้งสเป็คกับความเป็นจริงมันก็มักจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง

ในกรณีกับคนบางคนเท่านั้น ใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอกนะ

“น่าตีจริงๆเลยลูกคนนี้ กับน้าก็ยังไม่เว้น เมื่อกี้ก็มาชมกับพี่ว่าน้าซายด์น่ารัก พี่ล่ะอยากจะเป็นลมจริงๆเลย เด็กอะไรก็ไม่รู้”

“ฮ่าๆๆ ก็ตามวัยแหละพี่แซน ไม่ต้องห่วงหรอกน่า กับหลานซายด์จะเว้นเอาไว้แน่นอน”

“ย่ะ” พี่แซนขำเสร็จก็เริ่มทำหน้าจริงจัง สองมือดึงเอามือผมไปกุมไว้ “ซายด์”

“พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับซายด์เหรอ เห็นบอกว่าคุยทางโทรศัพท์ไม่ได้ เครียดอะไรหรือเปล่า ซายด์พอช่วยอะไรได้บ้างพี่แซนบอกมาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง”

“ขอบใจนะซายด์...ก็นี่แหละ เรื่องที่พี่อยากจะปรึกษา” หลังเงียบไปอึดใจ พี่แซนก็ตัดสินใจพูด “จำเรื่องที่พี่บอกว่าพี่นพคิดจะขยายตลาดต่างประเทศได้ไหม”

ผมย้อนคิด เรื่องนี้พี่แซนเคยพูดให้ฟังเมื่อปีที่แล้ว บ่นๆอยู่ว่าบริษัทเติบโตเร็ว พี่นพเห็นโอกาสเลยอยากจะขยายตลาดให้กว้างขึ้น เล็งไปถึงประเทศใหญ่ๆทั่วโลก แต่ก็ติดหลายอย่างทั้งเวลาและโอกาส

“พี่นพจะไปเหรอ”

“อืม แพลนทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว เหลือแค่รอพี่นพไปคุมทางโน้นเอง”

“นานแค่ไหนล่ะ”

“อย่างน้อยคงสองปี” ใจหายวูบ สีหน้าพี่แซนเองก็ไม่ดีเท่าไหร่ สองปีมันค่อนข้างนานสำหรับคนที่มีครอบครัว พอรู้มาบ้างจากการที่พี่สาวเล่าให้ฟังว่าการขยายตลาดต้องใช้เวลาแถมงานก็จะหนักมากๆ บางทีตลอดสองปี พี่นพคงไม่ได้กลับไทยเลย และอาจจะนานกว่านั้น

“แล้วพี่แซนจะทำยังไงล่ะ”

“พี่คิดว่า...พี่จะไปกับพี่นพด้วย” นั่นยิ่งทำให้ผมใจคอไม่ดีกว่าเดิม “พี่รู้ ซายด์เพิ่งกลับมา เราเพิ่งมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอีกครั้งหลังจากผ่านไปเป็นสิบปี พี่ก็จะต้องไปอยู่ที่อื่นอีก แต่พี่นพเขาขอ ไม่อยากให้ห่างกันนานขนาดนั้นแล้วพี่ก็ห่วงว่าไปอยู่ที่โน่นจะไม่มีคนดูแล เรื่องงานพี่ก็ช่วยเขาได้ด้วย”

พี่แซนไม่ได้อยู่เป็นแม่บ้านอย่างเดียว แต่ช่วยเหลืองานแบ่งเบาพี่นพได้เยอะมาก เพราะพี่สาวผมทำงานเก่ง เรื่องที่ผมกังวลไม่ได้มีแค่พี่สาวกับพี่เขย แต่ยังมีหลานๆอีก

“จะให้คนเล็กกับคนโตย้ายไปด้วยหรือเปล่าครับ”

พี่แซนส่ายหน้าช้าๆ สายตามองไปยังคนเล็กที่พูดคุยหัวเราะอยู่กับพ่อของเขา

“ไม่ดีกว่า เด็กๆมีสังคมที่นี่ จะให้ย้ายตามกันไปแล้วก็ย้ายกลับมา พี่คิดว่ามันคงจะปรับตัวยากสักหน่อย อีกอย่างพี่เคยคุยกับลูกๆ คนเล็กจะต่อมอปลายที่โรงเรียนเดิม ส่วนคนโตยังไม่มีแผนจะต่อต่างประเทศตอนนี้ เขาต้องศึกษางานที่บริษัทควบคู่ไปกับเรียนด้วย กะว่าจะไปตอนเรียนโทโน่นเลย แล้วค่อยกลับมาช่วยพ่อเขา”

“อย่างนั้นเหรอครับ”

“ซายด์ ถ้าไม่หนักเกินไป พี่ฝากซายด์ดูแลหลานได้หรือเปล่า” พี่แซนมีสีหน้าลำบากใจ เป็นผมที่ยิ้มกว้างและกระชับมือทั้งคู่ของพี่สาวเอาไว้แน่น

“แน่นอนอยู่แล้วสิพี่แซน ฝากหลานไว้กับซายด์ได้นะไม่ต้องห่วง ตอนแรกซายด์ก็ตั้งใจจะมาคุยกับพี่แซนเรื่องคนเล็ก เจ้าตัวแสบอยากจะย้ายไปอยู่ด้วยน่ะ บอกว่าเดินทางไปโรงเรียนสะดวก นั่งรถไฟฟ้าแป๊บเดียวถึงไม่ต้องฝ่ารถติด”

“อย่างนั้นพี่ก็สบายใจ ถ้ายังไงให้คนโตไปอยู่กับซายด์ด้วยได้รึเปล่า หรือว่าถ้าคับแคบไปซายด์จะย้ายมาอยู่บ้านนี้ก็ได้นะ ห้องของซายด์พี่ก็ทำความสะอาดรอไว้ตลอดเวลา พี่นพเองก็อยากให้ซายด์ย้ายมาอยู่ด้วยกัน” เรื่องย้ายพี่แซนพูดบ่อยครั้ง แต่ก็อย่างที่ผมเคยบอกเหตุผลไปว่าอยากให้ครอบครัวอยู่เป็นครอบครัวมากกว่า แล้วคอนโดฯผมมันก็สะดวก ผมจึงส่ายหน้ากลับไป

“ไปอยู่คอนโดฯก็สะดวกดีนะพี่แซน ช่วงนี้คนโตก็ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยแล้ว ซายด์ว่าถ้าจะให้เดินทางไปกลับบ้านทีละชั่วโมงๆมันจะเหนื่อยเปล่าๆ ห้องซายด์กว้างอยู่ได้สบายอยู่แล้ว”

“ขอบใจนะซายด์ ขอบใจจริงๆ” พี่แซนแทบจะร้องไห้ ดึงตัวผมไปกอดไว้แน่น ส่วนผมก็กอดตอบกลับไปแน่นพอๆกัน

“เต็มใจอยู่แล้วสิ มีหลานๆไปอยู่ด้วยก็สนุกดีนะ ซายด์ไม่เหงาด้วย พี่แซนไปกับพี่นพอย่างสบายใจได้เลย ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ เด็กๆโตกันหมดแล้ว เขาดูแลตัวเองได้ แล้วซายด์จะช่วยคุมอีกทีนึง”

“ซายด์...สัญญากับพี่นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทิ้งหลาน อย่าทิ้งคนโตกับคนเล็กไปนะซายด์ พี่ขอฝากหลานๆไว้กับซายด์ด้วย”




พี่แซนไปแล้ว วันเดินทางค่อนข้างวุ่นวายน่าดูเนื่องจากทางบริษัทที่ติดต่อไว้ทางโน้นเกิดอยากเลื่อนวันนัดคุยให้ไวขึ้น พี่นพกับพี่แซนเลยต้องบินกะทันหันในวันธรรมดา ลูกแต่ละคนไม่สามารถมาส่งได้ มีผมกับไอ้โรมที่อาสาขับรถให้ยืนโบกมือลาที่สนามบิน ก่อนไปพี่แซนก็ยังย้ำเรื่องที่อย่าให้คนโตนอกลู่นอกทางมาก

“หลานมึงดื้อเหรอวะ” หลังส่งพี่แซนกับพี่นพแล้ว ไอ้โรมก็จะไปส่งผมที่คอนโดฯแล้วแวะกินข้าวด้วย วันนี้มันเป็นเจ้ามือสั่งอาหารจากโรงแรมหรูมาให้กินกันถึงห้อง

“ตามประสาวัยรุ่นอ่ะ กูว่าตอนมึงอายุเท่านั้นแม่งร้ายกว่าเยอะเลย สาวๆนี่ตบตีกันให้วุ่นวาย แต่คนโตนี่ยังติดแฟนแค่คนเดียว ไม่ได้เจ้าชู้นะ”

“อะไรคือดึงกูไปเกี่ยวเนี่ย” ไอ้โรมทำหน้าเบื่อหน่ายใส่

“เอ้า ก็แค่พูดเปล่า เมื่อก่อนมึงเจ้าชู้ คุยที่สามสี่คน ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่มีสักคนวะ” ผมเริ่มๆเกริ่น คล้ายมันจะเหลือบตามามองอย่างรู้ทันก่อนกลับไปตั้งสมาธิกับถนนตามเดิมขณะที่ปากก็ตอบโต้ผมไปด้วย

“รู้ได้ไงว่าไม่มี คนคุยกูก็มีเรื่อยๆแหละ แค่ยังไม่เจอที่ถูกใจจริงๆเท่านั้นเลยไม่ได้พามาแนะนำกับมึงสักที”

“ไม่ใช่ว่ารอใครอยู่ใช่หรือเปล่าวะ”

“มึงจะพูดอะไรก็พูดมาตรงๆเลยไอ้ซายด์” มันรู้ทันจริงๆสมกับที่คบกันมาเป็นสิบๆปี ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่อยากจะทำแบบนี้เท่าไหร่ ขัดขวางความรักคนอื่นไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด

ผมไม่เคยมีความสุขที่จะทำแบบนี้ แต่อีกใจก็ห่วงหลาน ไหนจะพี่แซนที่ฝากเอาไว้กับผมซะดิบดี

“หลานกูยังเด็ก”

“เฮ้อออ เรื่องนี้อีกแล้ว กูรู้น่าว่าหลานมึงแค่สิบห้า รู้แล้วครับแม่” ถึงจะทำท่ารำคาญอย่าไม่จริงจัง แต่แววกังวลก็ยังเจือในดวงตาเล็กน้อย

“กูยังไม่ได้บอกเลยว่าหลานคนไหน มึงร้อนตัวแบบนี้จะไม่ให้กูคิดมากได้ไงวะไอ้โรม”

“รู้น่าว่าทำอะไรอยู่ กูไม่ยุ่งกับหลานมึงหรอก โอเคไหม สบายใจขึ้นยัง”

“ก็ไม่ได้ถึงกับห้ามยุ่ง” พอมันจริงจังกลับมา ยืนยันหนักแน่น กลับเป็นผมเองที่ใจอ่อน เสียงอ่อนลง “แค่บอกว่าคนเล็กยังเด็กเท่านั้นเอง”

“เออ รู้แล้ว กูจะสามสิบแล้วนะไอ้ซายด์ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ เด็กมันเพิ่งจะสิบห้าสิบหก คงไม่ได้มาจริงจังอะไรกับกูหรอก จะมีสักกี่คนวะที่คบกันรอดตั้งแต่อายุเท่านั้นจนถึงแก่จนถึงตายน่ะ...ไม่มี

“ไอ้โรม...นี่มึง” จะว่าอึ้งก็อึ้งพอสมควร ไม่คิดว่ามันจะคิดถึงขั้นนั้น แต่ไอ้โรมไม่พูดอะไรต่อ บอกปัดด้วยการเปิดเพลงในรถฟัง จากนั้นก็หักพวงมาลัยไปคนละทางกับคอนโดฯของผม “ไปไหน?”

“ใกล้เลิกเรียนแล้ว ไม่แวะไปรับหลานมึงหน่อยหรือไง ยังไงก็ต้องกลับบ้านด้วยกัน ทางเดียวกันประหยัดกว่าไง”

เห็นแก่ที่มันซีเรียสอยู่ ผมจะไม่พูดก็แล้วกันว่าจากสนามบินไปคอนโดฯผมมันไม่มีโรงเรียนของคนเล็กเป็นทางผ่านหรอก มีแต่ต้องอ้อมไปแล้ววนกลับมา นั่งรถไฟฟ้าอาจจะประหยัดกว่าทั้งเงินและเวลาด้วยซ้ำ

และจะไม่พูดด้วยว่า...อาหารอย่างดีที่มันสั่งจากโรงแรมดัง เป็นของโปรดคนเล็กไปแล้วเกินครึ่ง

แม่งโคตรจะสปอยตั้งแต่เริ่มอย่างนี้ จะไม่ให้ผมกังวลได้ยังไงกัน

“น้าซายด์” คนโตที่ติดรถกลับมาจากโรงเรียนด้วย หลังทานอาหารกันเสร็จช่วยกันเก็บกวาดล้างทำความสะอาดเรียบร้อยก็มานั่งทำหน้าจริงจังที่โซฟาห้องนั่งเล่น

วันนี้มีแต่เรื่องเครียดๆจริงๆ

“ว่าไง จะย้ายมาอยู่กับน้าเมื่อไหร่ คนโตนอนห้องเดียวกับคนเล็กได้หรือเปล่า” เนื่องจากทุกคนรับทราบแล้วว่าพ่อกับแม่เด็กๆต้องไปต่างประเทศและคงไม่กลับอีกหลายปี สองพี่น้องจึงต้องอยู่ในความดูแลของผมไปก่อน

“คือว่า....ผมอยากอยู่กับแฟน”

“ไม่ได้” ผมส่ายหน้าทันที “แม่ฝากเราไว้กับน้า ถึงโตจะสิบเจ็ดแล้วแต่ก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะนะ จะให้น้าปล่อยทิ้งๆขว้างๆได้ยังไงกัน”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมดูแลตัวเองได้” ผมเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินประโยคนั้น ใหญ่ยกเท้าเตะเข้าที่ขาของเพื่อนจนร้องโอยแล้วเป็นฝ่ายพูดแทน

“มันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นนะซายด์ อย่าคิดมาก ไม่ใช่ว่ามันเห็นซายด์เป็นคนอื่นหรือไม่อยากให้ซายด์ดูแล มันแค่ติดแฟนน่ะ แต่มันรักซายด์เหมือนคนในครอบครัวเลยนะ”

น่าแปลก...เขารู้เหมือนกับว่ามานั่งอยู่ในใจ

เรื่องครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากสำหรับผม ผมไม่เหลือใครนอกจากพี่แซนกับหลานๆ พอได้ยินคนโตพูดแบบนั้นมันก็แอบมีน้อยใจบ้างเหมือนกัน คล้ายกับว่าหลานพอจะเข้าใจเรื่องราวขึ้นมาบ้างหลังนั่งทำหน้าเหรอหรา ถึงได้รีบพยักหน้ารับคำพูดของใหญ่

“ใช่ๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่กับน้าซายด์นะ ที่พูดเมื่อกี้แค่จะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงแค่นั้นเอง น้าซายด์ให้ผมอยู่กับแฟนไม่ได้เหรอ คือผมขี้เกียจนอนกับคนเล็กอ่ะ มันนอนดิ้นแน่ๆเลย”

ผมขมวดคิ้ว “คนเล็กนอนไม่ดิ้นนะ ใหญ่ก็บอกว่านอนไม่ดิ้น”

แปลกอีกแล้ว ตั้งแต่มานี่ผมเห็นท่าทางคนโตกับคนเล็กสนิทกันแต่ก็แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เป็นใหญ่ซะอีกที่ดูสนิทกับคนเล็กเหมือนพี่น้องจริงๆ  แต่ก่อนจะได้สงสัยไปมากกว่านี้ ไอ้โรมก็ดึงซีนด้วยการเดินออกมาจากห้องนอนของคนเล็ก

“มึงเข้าไปทำไรในนั้น?” ผมเลื่อนหัวคิ้วที่ขมวดไปทางเพื่อนแทน ไหนจะคนเล็กที่เดินตามออกมาอีก เมื่อกี้ไม่ทันสังเกตุว่าสองคนนี้หายไป

“เข้าห้องน้ำดิวะ เมื่อกี้มีคนเข้าห้องน้ำด้านนอก กูเลยขอเข้าที่ห้องนอนไอ้ตัวเล็กน่ะ” มันตอบกลับสีหน้าไร้พิรุธแต่ผมก็มองอย่างจับผิด กระทั่งค้นพบว่าไม่มีอะไร ถึงได้กลับมาคุยกับคนโตต่อ

ไอ้โรมทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาเดียวกับคนโต อย่างที่เคยบอกไปว่าห้องผมมีโซฟาสองตัวนั่งได้สี่คน ผมนั่งตัวเดียวกับใหญ่ คนโตนั่งอีกฝั่ง พอไอ้โรมนั่งก็ครบจำนวน คนเล็กเลยนั่งลงที่พนักวางแขนข้างๆไอ้โรม ส่วนเพื่อนตัวแสบก็เอาแขนวางบนขาหลานผมแทนพนักวาง

ไม่น่าไว้ใจจริงๆ แต่พักไว้ก่อน เรื่องนี้ยังไม่สำคัญเท่ากับเรื่องคนโต

“ให้มันไปอยู่กับแฟนเถอะซายด์ แฟนมันเจ็บออดๆแอดๆตลอดเวลา ไม่มีคนดูแลน่าสงสารมาก เอาไว้ให้มันไปๆมาๆค้างบ้างบางครั้งก็แล้วกันนะ” ใหญ่ก็ช่วยเพื่อนพูดอีก ราวกับนัดกันมาก่อนหน้า แอบหมั่นไส้นิดๆที่พูดเหมือนกับเป็นเรื่องของตัวเอง คนโตยังพูดน้อยกว่าอีก

“พี่แซนก็เป็นห่วง อยากให้มาอยู่ด้วยกันนะโต แน่ใจแล้วเหรอ”

“เอาไว้ให้มันโทรไปคุยกับแม่เอง ผมว่าแม่มันต้องเข้าใจ ซายด์อย่ากังวลเลยนะ”

“นี่ตกลงนายชื่อคนโตเป็นหลานฉันใช่ไหม” ทนไม่ไหวแล้ว ขอสักทีเถอะ

แต่แทนที่ใหญ่จะขำ หรือรับมุกตาม เขากลับสะดุ้งก่อน ดวงตาคมหันไปสบกับเพื่อนและน้องเพื่อนชั่ววินาทีถึงได้หัวเราะออกมา

“ตะ..ตลกแล้วซายด์ ผมจะเป็นหลานซายด์ไปได้ยังไง”

“เห็นตอบแทนทุกคำ ก็คิดว่าเปลี่ยนชื่อเป็นคนโตแล้ว ฉันจะได้รู้เอาไว้”

“ฮ่าๆๆ ไม่ใช่หรอก ผมจะไม่มีทางเป็นแค่หลานของซายด์ ผมจะเป็นผัว...โอ๊ย อย่าตีดิมันเจ็บ เป็นแฟนก็ได้ๆ”

“อะไรก็ช่างเหอะน่า เข้าข้างกันนักก็จัดการกันเอง แต่คนโตต้องมาหาน้าบ่อยๆเข้าใจไหม อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้ง น้าโทรไปต้องรับสาย อ้อ แล้วก็พาแฟนมาเจอน้าบ้าง ไม่อย่างนั้นน้าไม่ตกลง”

“คะ ครับ ได้ๆ” คนโตรับปากเสียงอ่อย ใหญ่เห็นว่าจบเรื่องก็รวบเอวผมไปกอด ออดอ้อนอย่างที่ชอบทำประจำ

“ไม่ต้องไปห่วงมันหรอกน่า ห่วงผมดีกว่านะ เลี้ยงผมดีกว่าเลี้ยงมันเป็นไหนๆ ใช่ไหมที่รัก”

“นายก็เหมือนกัน กลับบ้านไปหาพ่อแม่บ้าง เดี๋ยวพวกเขาจะเป็นห่วง” ผมบอกด้วยความหวังดี ไอ้โรมรอจังหวะอยู่แล้วก็ตบมุกกลับมา

“หรือไม่ก็เอาตำรวจมาจับมึงข้อหาพรากผู้เยาว์เลยทีเดียว หึหึหึ”

“กูโอเคอยู่แล้ว เพราะในคุกคงมีมึงที่ถูกจับคดีเดียวกันอยู่เป็นเพื่อนว่ะ” สวนกลับไปเจ็บๆ ไอ้โรมหงายเงิบไปต่อไม่ถูกเลย คงลืมไปว่าคนอย่างซายด์น่ะ แพ้ใครไม่เป็น

“เวร กูกลับดีกว่า อยู่ไปก็โดนแซะ ว่าแต่งานเลี้ยงรุ่นนี่เอาไง ไปหรือไม่ไปกูจะได้แจ้งไปทางพี่ดีฟเขาจะได้เตรียมโต๊ะให้” ไอ้โรมลุกขึ้นยืน แต่ยังไม่หมดเรื่องพูด

“กูบอกพี่ดีฟไปแล้วว่าจะไป พวกมึงไปกันหมดมีเหรอกูจะพลาด ไม่เคยได้ไปสักปีเดี๋ยวไอ้พวกนั้นได้ด่าจนผีพ่อแม่กูลุกขึ้นมาเต้น”

“คิดได้ก็ดี พวกกูไปกันทุกปี ขาดก็แค่มึงคนเดียวตลอด งั้นกูกลับล่ะ วันงานจะมารับก็แล้วกัน ไม่ต้องเอารถไปหลายคัน เผื่อกูเมามึงจะได้ขับรถพากูกลับ”

“กูต่างหากต้องพูดคำนั้น”

“ฮ่าๆๆๆ เออว่ะ แม่งก็สายแดกเหล้าทั้งคู่ เอาน่ะ ไว้ไปตายเอาดาบหน้า กลับจริงๆล่ะ” มันพยักหน้าลาผม แล้วหันไปวางมือบนหัวคนเล็กที่เงยหน้มองอยู่ “กลับก่อนนะตัวเล็ก”

กับเพื่อนลาเสียงหนึ่ง แต่กับหลานเพื่อนใช้เสียงสอง ...เนี่ย แล้วก็บอกไม่ให้คิดมาก

ไอ้โรมกลับไปแล้ว ไม่นานคนโตก็ขอตัวกลับบ้าง ผมกำชับไปรอบที่เจ็ดว่าห้ามลืมมารายงานตัวกับผมทุกอาทิตย์ ถ้าครั้งไหนลืม เรื่องขอไปอยู่กับแฟนเป็นอันยกเลิก หลานมองหน้าใหญ่สายตาเคืองๆแต่ก็พยักหน้ารับคำกับผมก่อนไป

ในห้องจึงเหลือสมาชิกหน้าเดิมๆสามคน

“ผมเข้าห้องแล้วนะน้าซายด์ พรุ่งนี้ปิดเทอมแล้วอยากเล่นเกมยันเช้าอ่า นัดกับเพื่อนไว้”

“ได้” ผมพยักหน้ารับ ไม่ว่าเรื่องที่หลานจะเล่นเกม เห็นว่าปิดเทอมแล้วแต่อีกสาเหตหลักๆก็เพราะว่าคนเล็กแบ่งเวลาเป็นและเกรดไม่ตก อยากจะทำอะไรก็ให้ทำไป

คนเคยผ่านช่วงวัยรุ่นมาเข้าใจดี

“น้าซายด์น่ารักที่สุด ฝันดีครับ” คนเล็กเดินเข้ามาหอมแก้มหนึ่งที แล้วกระซิบหยอกเบาๆก่อนวิ่งหายไปในห้องนอน “ผมจะใส่หูฟังเล่นเกม ไม่ต้องเกรงใจว่าจะเสียงดังนะครับ คึคึคึ”

เด็กทะลึ่ง!


...........................


พี่แซนไปจริงๆแล้ว เซอร์วิสคู่รองเล็กน้อย และน้าซายด์คนหื่นๆจะชวนเข้าบล็อกอีกล้าว แงงง

ปล.เรื่องนี้คนน่าสงสารสำหรับเราไม่น่าใช่ซายด์อ่า เราว่าเป็นคุณพระเอก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 731 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #2323 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:50
    กิ้ดด ตัวเล้กกกก
    #2323
    0
  2. #1940 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 15:33
    สงฌอน โดนเพื่อนมัดมือชก โอ้ยยยยยยยยยยย
    #1940
    0
  3. #1661 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 05:32
    คุก คุก คุก ไอเฉยๆนะไม่มีอะไรเลยยยบ จริงๆ ทั้งซายน์ทั้งโรมมีข้อหาเรียบร้อย5555
    #1661
    0
  4. #959 Jane__v (@Jane__v) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:35
    ไม่อยากจะคิดตอนน้าซายน์รู้ความจริงฮื่ออออสงสารคนโตจับใจเลย
    #959
    0
  5. #958 ntnch- (@ntnch-) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:57
    สงสารทั้งคู่เลย ถ้าเกิดว่า2ปีแล้ว น่าซายน์รักคนโตตัวจริงขึ้นมาจริงๆ แล้วมารู้ความจริงเอาตอนนั้น คิดดูสิ ว่าความเชื่อใจทั้งหมดที่มีมันจะพังลงแค่ไหน แล้วถ้าพี่แซนรับไม่ได้หรือพี่แซนรับได้แต่น้าซายน์ก็เห็นแก่พี่แซน เห็นแก่พี่นพ เลิกกับคนโต คนเจ็บคือคนโตแน่ๆ แล้วน้าซายน์ก็เจ็บไม่แพ้กัน ง่าาาาาา ไม่อยากให้มีมาม่าเลยยยย //แต่สำหรับตอนนี้ข้าสงสารฌอนสุดใจ เคืองคนโตแย่เลย 5555
    #958
    0
  6. #957 piran1111 (@piran1111) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 14:14
    สงสารฌอน5555
    #957
    0
  7. #956 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 12:00
    ต่อเวลาความสัมพันธ์ให้มัดแน่นไปอีกสองปี กว่าพี่แซนด์จะกลับมา ป่านนั้นน้าซายน์จะเป็นไงบ้างนะ ตกหลุมรักคนโตตัวจริงไปแล้ว ถอนตัวลำบาก ยังไงก็สงสารน้าซายน์มากกว่าอยู่ดี
    #956
    0
  8. #955 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 11:15
    5555น่ารักก
    #955
    0
  9. #954 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 10:15

    อยากอ่านคู่ตัวเล็กด้วยยย ชอบทั้ง 2 คู่เลยยย สงสารฌอนจุง โดนร่างแห ไปกะเค้าด้วย ฮ่าๆๆ

    #954
    0
  10. #953 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 08:07
    คนเล็กนี่ก็ทะเล้นดีนะ คู่หลักใกล้ดราม่า ส่วนคู่รองก็ค่อยๆเรียนรู้กันไป
    #953
    0
  11. #952 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:14

    โถ่ถถถถถถคนเล็ก

    ถึงหนูจะไม่ใส่หูฟัง

    น้าซายด์ก็เสียงดังได้ 555

    #952
    0
  12. #951 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:11
    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นความจะแตกเมื่อไหร่น้า
    #951
    0
  13. #950 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:56

    คิดถึงลุงหลาน ความสัมพันธ์ถึงไหนแล้ววว ส่วนคู่หลักคือ ลุ้นมากว่าความลับจะแตกเมื่อไหร่ น้าซายด์จะรับได้ไหม
    #950
    0
  14. #949 nongpe41 (@nongpe41) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:51
    โอ้ยอยากรู้ คนโตจะบอกน้าซายด์ยังไงอะ ลุ้นมากอะ แล้วนี่พ่อกับแม่ก็ไปเมืองนอกแล้ว จะได้รู้ตอนไหนอะ งื้อออออออ ที่ลุ้นเพราะไม่อยากให้ม่าเยอะ ใจไม่ดี
    #949
    0
  15. #948 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:30
    เพิ่งเคยเจอโหมดลุงโรมซีเรียส คือลุงคิดไปไกลมากกกก สู้ๆนะลุงโรม :)
    #948
    0
  16. #947 Wan_L_ (@0859952994) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:23
    แล้วพระเอกเราจะทำยังไงต่อไปหล่ะ
    #947
    0
  17. #946 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:20
    ชอบความเพื่อนของซายด์กับโรม กังวลกับความลับที่รอวันเปิดเผย
    #946
    0
  18. #945 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:10
    อย่างนี้ก็ให้ใหญ่โกหกไปเรื่อยๆเหรอ
    #945
    0
  19. #944 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:25
    เตรียมสงสารน้าซายด์ไว้ก่อนเลย เพราะสัญญากับพี่ว่าจะไม่ทิ้งหลาน แต่ยังไงความจริงก็ต้องถูกเปิดเผยอะ
    #944
    0
  20. #943 N-PPNP (@N-PPNP) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:45
    พี่แซนฝากฝังอย่างกับสั่งลาแหน่ะ
    งืม ๆ คงไม่มีอะไรมั้งเนอะ...
    #943
    0
  21. #942 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:03
    อร๊ายย พ้นม่าไปอีกช็อตตต อยากให้รับได้จุง เค้ารักกานจิงน๊า
    #942
    0
  22. #941 cjkk (@cjkk) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 18:36
    ขอมาม่านิดเดียวได้มั้ยนะ //แงงงงง
    #941
    0
  23. #940 nongpe41 (@nongpe41) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 15:17
    เอาแล้วววววไง คนโต มีโอกาสมากขึ้นแล้ว แต่จะทำยังไงให้น้าซายด์ยอมรับให้ได้ล่ะ เอาใจช่วยนะ ลุ้นมากเลยอะ
    #940
    0
  24. #939 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:10
    ใช่น้าซายด์ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นห้ามทิ้ง"คนโต"นะห้ามมมมมส่วนคนเล็กไม่ต้องห่วงหมีอีกตัวจะดูแลเอง555
    #939
    0
  25. #938 Bumbim9691 (@Bumbim9691) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 13:58
    เข้าทางคนโตเลยจ้าาา
    #938
    0