#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,012 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,796 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,225

    Overall
    154,012

ตอนที่ 19 : #เซอร์ไพรส์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 814 ครั้ง
    24 เม.ย. 62





ใหญ่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากอย่างที่เขาบอก กระสุนถากไปผ่านไปคืนเดียวแผลก็เริ่มแห้ง โชคดีที่ผมบังคับให้ทานยาแก้ปวดแก้อักเสบเอาไว้ก่อน

แต่ถึงแม้จะไม่ได้บาดเจ็บสาหัสหรือถึงตาย ก็เปลี่ยนแปลงเรื่องที่เขาเอาตัวเองมาบังกระสุนแทนผมไม่ได้อยู่ดี

ติ๊ง!

Yai S.

คิดถึงผมป่ะ

เจ้าเด็กที่เพิ่งจะนินทาไปในใจส่งข้อความมาพอดี ผมละสายตาจากท้องถนนเพื่ออ่านข้อความนั้น น่าแปลกที่มุมปากยกขึ้นอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนส่งมา

ตอนนี้น่าจะใกล้เลิกเรียนแล้วหรือไม่ก็ว่างอยู่ แต่ถึงอยู่ในช่วงเวลาเข้าเรียนบางครั้งก็แอบส่งข้อความมากวนประสาทตามประสาอยู่ดี ยกเว้นเวลาที่ผมทำงานเขาจะรู้ว่าต้องใช้สมาธิมากก็จะไม่ค่อยกวน

Sine Napat

ก็ไม่นิ

Yai S.

โกหกบาปนะ

Sine Napat

ทำอย่างกับนายไม่เคยโกหกงั้นแหละ

ข้อความขึ้นเป็นรูปจุดสามจุดแล้วหายไป และกลับมาขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างนี้อยู่เกือบนาที ผมเดาว่าทางนั้นคงพิมพ์แล้วลบหลายรอบ อยากรู้จังว่ามันตอบยากอะไร เด็กกวนประสาทนี่ควรจะโต้ตอบได้ง่ายแถมอ่านทีไม่หมั่นไส้ก็โมโหมากกว่าที่จะลังเลอย่างนี้

Yai S.

อยู่ไหนครับ

ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่คุยก่อนหน้า ผมก็ไม่ได้อะไร บางทีใหญ่อาจจะคิดมุกไม่ทัน มันก็ต้องมีบ้างที่ตันๆ อย่างผมเขียนนิยายก็มีช่วงที่คิดอะไรไม่ออกบ่อยไป คิดได้อย่างนั้นก็ยอมไหลตามน้ำ ไม่วกกลับไปเรื่องโกหกอีกเพราะมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร ก็แค่แซวกันเล่น

คนบนโลกนี้มีใครบ้างไม่เคยโกหก อย่างน้อยขอแค่ไม่ใช่เรื่องสำคัญจนทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็พอ

Sine Napat

อยู่ริมถนน กำลังซื้อน้ำน่ะ

วันนี้ฉันกลับห้องช้านะ มีนัดไม่ต้องรอ

Yai S.

กิ๊ก?

Sine Napat

บ้าเปล่า

ตอบกลับไปแค่นั้นก็ต้องรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ไฟเขียวของคนข้ามกระพริบพอดี ผมยื่นขาออกไปนอกถนนเพื่อจะข้ามไปฝั่งตรงข้าม แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกมือของใครบางคนกระชากอย่างรุนแรงจนแก้วน้ำปั่นในมือเกือบจะหก ด้วยความงงปนหงุดหงิดเลยหันกลับไปมอง ซึ่งคนทำมีสีหน้าที่นิ่งเฉยไม่ได้รู้สึกผิดอะไร

“ทำอะไรของนายเนี่ย!” มองคนที่อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย แต่กลับสูงกว่าผมเกือบสิบเซ็น นึกเคืองไม่น้อยที่เด็กสมัยนี้มันโตไวกันจริงๆ โชคดีที่คนเล็กสูงพอๆกับผม...หรือจะไม่โชคดีนะที่ตัวเองสูงเท่ากับเด็กสิบห้าเนี่ย อย่างน้อยหลานผมก็ยังมีโอกาสสูงขึ้นได้อีกหลายปี

อ้อ กลับมาที่เรื่องไอ้เด็กนี่ก่อนดีกว่า

“จะข้ามไปฝั่งโน้นเหรอ” คนแปลกหน้าในชุดนักเรียนเริ่มส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ อารมณ์ที่ร้อนเหมือนอากาศของผมเลยลดลงไปบ้าง แถมก็เอ่อ...หล่อดีด้วย เด็กนักเรียนหญิงแถวนี้เหลือบมาเห็นเขาก็หันไปกรี๊ดกันเอง บ้างก็ยกโทรศัพท์มาถ่ายรูป เดาจากรูปร่างหน้าตาคงจะฮอตพอตัว

“ใช่สิ นายดึงฉันไว้ทำไม”

“คุณจะข้ามไปฝั่งโน้นต้องระวังด้วย ไม่ใช่แค่ไฟเขียวแล้ววางใจข้ามไปได้นะ คนขับรถแถวนี้มันเหี้ย ไม่จอดหรอกต่อให้เป็นไฟเขียวก็เถอะ ถนนมันตรงๆไม่มีแยก รถวิ่งกันเร็วมาก”

ผมยังงงๆอยู่ แต่พอมองลงไปที่ถนนก็พบว่ามันจริง แม้จะเป็นไฟเขียวคนข้ามและไฟแดงให้รถจอด แต่ก็ไม่มีคันไหนยอมจอดเลย นักเรียนบางคนต้องคอยจังหวะข้ามกันเอาเองช่วงที่รถน้อยๆเหมือนกับว่าไฟเขียวไฟแดงมีไว้ประดับข้างทางเท่านั้น

ความคิดที่มีต่อคนตรงข้ามเปลี่ยนไปทันที ผมยกยิ้มกลับไปให้จนเต็มใบหน้า “ขอบใจนะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่เมื่อกี้ทำเสียงไม่ดีใส่ นายดึงฉันกะทันหันไปหน่อยน่ะ”

“ไม่เป็นไร พอดีว่าผมเรียกแล้วเหมือนคุณจะไม่ได้ยิน เมื่อกี้รถวิ่งมาทางคุณด้วยเลยคิดว่าจับเอาไว้น่าจะเร็วกว่า” เด็กตรงหน้ายังไม่ยอมปล่อยแขนผม พอดีกับที่รถว่างแล้วเขาก็กระตุกมือรั้งให้ผมเดินตามไปอีกฝั่ง “มาเถอะ ผมพาข้ามเอง”

“ขอบใจนะ พอดีว่าฉันลืมคิดไปว่าที่นี่เป็นเมืองไทยน่ะ” เพราะอยู่ต่างประเทศจนเคยชินกับกฎจราจรที่เคร่งครัด ที่โน่นแม้ไม่มีสัญญาณไฟจราจรแต่รถก็จอดให้คนข้ามถนนก่อน ต่างกับที่นี่เยอะ

“ไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย” เมื่อถึงอีกฝั่งเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็จ้องหน้าผมชัดๆ นิ่งไปเล็กน้อยตอนที่สำรวจเสื้อผ้า “ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนเรานี่”

“ฮ่าๆๆ ฉันแก่เกินกว่าจะเป็นนักเรียนมาเป็นสิบปีแล้วล่ะ”

“โหหห หน้าเด็กงี้ บอกว่ามอสี่ก็เชื่อนะเนี่ย”

“พูดแบบนี้อยากได้อะไร” เป็นมุกอ่ะครับ เหมือนเวลามีคนชมเราเกินจริงก็แซวกลับว่าที่ชมเพราะผลประโยชน์บางอย่าง เด็กตรงหน้าหัวเราะตาม คลี่รอยยิ้มหล่อพร้อมกับโทรศัพท์ในมือถูกยื่นมา

“ถ้าขอไลน์ตอบแทนได้ป่ะล่ะ”

เดี๋ยวนะ นี่คือผมถูกเด็กจีบ(อีกแล้ว)ถูกไหม

ทำไมซายด์ฮอตในหมู่เด็กมอปลายแบบนี้ล่ะ สเป็คผมต้องเป็นผู้ใหญ่ สปอร์ต ใจดี แนวแดดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อต่างหากเล่า

ยังไม่ทันได้ยื่นมือไปรับโทรศัพท์หรือปฏิเสธก็ร่างของคนตัวสูงก็ถูกเหวี่ยงให้ออกห่างจากตัว เซไปสองสามก้าวเพราะคนที่เข้ามาใหม่ จากรอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด เด็กที่ยังไม่รู้จักชื่อหันไปตะคอกใส่อีกฝ่ายด้วยความตกใจ

“เชี่ยไรวะ!...อ้าว ไอ้ใหญ่?” จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นงงแทน “อะไรของมึงเนี่ย กระชากกูทำไม”

“มึงเองเหรอ” ดูจากการทักทายน่าจะเป็นเพื่อนกัน ใหญ่ที่ตอนแรกเหมือนจะโกรธจัดก็ลดสีหน้าลงไปเยอะ แต่ก็ยังติดความซีเรียสอยู่ เขาย้ายมายืนฝั่งเดียวกับผมแล้วจับมือเอาไว้ “มายุ่งอะไรกับแฟนกู”

ขี้ตู่ว่าเป็นแฟนอีกแล้วไอ้เด็กนี่...แต่คงไม่ใช่เวลาปฏิเสธเพื่อหักหน้าเขา เลยเลือกจะนิ่งเอาไว้ดูสถานการณ์ต่อไปก่อน

“แฟนมึง? คนนี้แฟนมึงเหรอวะ”

“เออ นี่แฟนกู มึงทำอะไรแฟนกูไอ้...” ใหญ่ยังพูดไม่จบประโยค เหมือนเขากำลังจะเรียกชื่อเพื่อน แต่มีเสียงหวานๆขัดขึ้นมาก่อนแต่ไกลทั้งที่ตัวคนเรียกยังมาไม่ถึงตรงนี้เลย

“ใหญ่” เจ้าของเสียงหวานวิ่งมาหยุดตรงพวกเรา ส่งยิ้มกว้าง สายตามองเพียงคนๆเดียวทั้งที่ยืนกันสามคน

คิ้วผมกระตุกไปนิด ความหงุดหงิดผุดมาได้ยังไงไม่รู้เมื่อเห็นว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มองใหญ่แบบไหน...มันมากกว่าเพื่อน และมากกว่าไปไกลแน่นอน

กิ๊กเก่า?

“ใหญ่ทำไมอยู่ดีๆก็รีบวิ่งมาล่ะ ไวท์โรสตกใจหมดเลย เดินมาด้วยกันแท้ๆ” นอกจากประเด็นที่ไอ้เด็กบ้าเดินกับผู้หญิง ที่ทำให้ผมสะดุดก็คือชื่อ...ชื่ออะไรนะ

ไวท์โรส

กุหลาบขาวน่ะเหรอ? ทำไมต้องไวท์ไรสอ่ะ จะไวท์ก็ไวท์ จะโรสก็โรสดิ ยอมใจความครีเอทในการตั้งชื่อของพ่อแม่จริงจังมาก

“อืม” ใหญ่ตอบกลับไปแค่นั้นอย่างเย็นชา น้อยครั้งมากที่ผมจะเห็นสีหน้าเย็นชาจากเจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวนี้ ชินกับการออดอ้อนหรือกวนประสาทมากกว่า หรือว่าปกติแล้วใหญ่เป็นอย่างนี้แค่ไม่ใช้มันกับผม

“เนี่ยยังคุยไม่จบเลย เรื่องปาร์ตี้วันเกิดของไวท์โรสน่ะ ใหญ่ไปได้ใช่ไหม เพื่อนๆของไวท์โรสที่เรียนโรงเรียนอื่นก็อยากรู้จักใหญ่นะ” มือเล็กขยับเข้ามาควงแขนอีกด้าน ไม่รู้น้องสายตาไม่ดีหรือยังไงถึงได้มองไม่เห็นว่ามืออีกข้างของใหญ่จับมือผมอยู่

ผมมองไอ้คนกลางด้วยสายตาไม่พอใจ แต่เขากลับกระตุกยิ้มมุมปากชอบใจซะอย่างนั้น แล้วก็กลับไปเย็นชาตามเดิมเมื่อตอบกลับไวท์โรสหน้าตาย

ถามเมียก่อนนะ ถ้าเมียให้ไปก็จะไป...ในฐานะเพื่อน” ย้ำชัดขนาดนี้อยากจะวิ่งเข้าเซเว่นไปซื้อกาวมาให้น้องติดเศษหน้าจัง

ไม่สิซายด์ อย่าร้าย เราเป็นคนดี

“มะ เมีย” ไวท์โรสดูงงและตั้งตัวไม่ถูก ส่วนเด็กที่ช่วยผมข้ามถนนก็หัวเราะเสียงดังลั่นไม่เกรงใจสายตาขุ่นเคืองของไวท์โรสที่ตวัดกลับไปมองเลย จากนั้นก็หันมาหาใหญ่ด้วยสายตาตัดพ้อ “ละ แล้ว เรื่องของเรา”

“ไม่เคยมีเรื่องของเรา เธอตกลงเองว่าวันไนท์เพราะงั้นก็เป็นแค่เพื่อน หรือที่จริงก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย ถ้าไม่เห็นหน้าเธอวันนี้ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยคุยกับเธอตอนไหน”

แอบโหดร้ายอยู่นะ แต่พอดีไม่ใช่คนดี(อ้าว?)เลยไม่สงสารเมื่อเห็นหน้าซีดเซียว ไวท์โรสพูดอะไรไม่ออกจากนั้นก็วิ่งร้องไห้กลับเข้าโรงเรียนไป

ไอ้ตัวต้นเหตุรีบหันกลับมาหาผมด้วยสีหน้าร้อนรน สลัดคราบหนุ่มเย็นชาเมื่อกี้อย่างกับว่ามันมีฝาแฝดไม่งั้นก็เป็นไพโพล่าร์แล้วล่ะ

“คนนี้ก่อนเจอซายด์นะ ห้ามหึงเด็ดขาด ตั้งแต่เจอซายด์ตอนนั้นผมก็ไม่ได้นอนกับใครอีกเลย”

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ร้อนตัวทำไมเนี่ย” ผมตอบตามที่คิด ไม่ได้หึงหรือโกรธอะไร ไม่ใช่ว่าตอนแรกไม่รู้สึก แต่ใหญ่ก็จัดการได้ดีแล้ว ทำไมต้องไปคิดมากกับอดีต

ใหญ่เห็นว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรจริงๆ แทนที่จะพอใจคิ้วกลับขมวดเข้าหากันยุ่ง

“ไม่หึง?”

“อดีตไม่ แต่ถ้าเจอปัจจุบันหรืออนาคต ย้ายออกจากห้องฉันไปได้เลย แล้วไม่ต้องโผล่หน้ามาอีก” เป็นคำตอบที่อีกฝ่ายคงพอใจน่าดู สีหน้าเปลี่ยนเป็นลูกหมาอีกครั้ง สองแขนโอบรอบเอวอย่างเอาใจ

ผมรีบผลักเขาออกเพราะหน้าโรงเรียนเด็กเยอะ กลัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ใหญ่เหมือนจะอ่านความคิดได้เลยไม่ได้กลับเข้ามาวอแว หันไปคุยกับเพื่อนตัวเองแทน

“แล้วตกลงมึงยุ่งไรกับแฟนกู”

“กูจะรู้ไหมล่ะว่าแฟนมึง เห็นยืนเอ๋ออยู่หน้าร้านน้ำ จะข้ามถนนไม่มองเลยเนี่ย...แต่ก็เกือบจีบไปเหมือนกัน หึหึ”

“ไอ้สัส ไม่ได้ คนนี้....”

ประโยคสนทนาถูกขัดอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นคนเล็ก หลานที่ผมตั้งใจว่าจะมารับแล้วพากลับบ้าน เป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆที่พี่แซนสั่งมา วันนี้ต้องพาคนเล็กกลับไปส่งให้คุณแม่ที่เพิ่งกลับบ้าน ส่วนเรื่องจะให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันหรือเปล่าเดี๋ยวค่อยไปคุยอีกที

คนเล็กน่าจะมองไม่เห็นผมเพราะยืนห่างไปนิดหน่อยและตรงนี้คนก็เยอะด้วย เจ้าของดวงตากลมโตมองไปที่ใหญ่และเพื่อนของใหญ่ จากนั้นก็เอ่ยปากทักด้วยคำที่ทำให้ผมเกือบจะหายใจไม่ออก

“อ้าว มายืนทำไรตรงนี้เนี่ย พี่โต

พี่โต? คนโตน่ะเหรอ


“คนโตอยู่ไหนเหรอคนเล็ก” ผมโผล่งออกไป นั่นดึงความสนใจจากหลานชายได้ไม่น้อย

ไม่สิ ต้องเรียกว่ามากเกินกว่าที่คาด คนเล็กเบิกตากว้าง หน้าซีดเหงื่อตก “น้าซายด์!

ถึงคราวเลิ่กลั่ก เจ้าตัวเล็กที่ไอ้โรมชอบเรียกมองหน้าผมที มองใหญ่ที ผมมองตามแล้วอยู่ๆในหัวก็พลันคิดเรื่องประหลาดบางอย่างขึ้นมา

คนเล็กมองหน้าใหญ่

ใหญ่...โต

“อ้าว ผ..ผมไม่ได้บอกซายด์เหรอว่านี่คือไอ้โตน่ะ” ใหญ่ฉีกยิ้มยกแขนขึ้นโอบไหล่คนข้างตัว ก็คือเด็กที่พาผมข้ามถนนจากร้านน้ำมาฝั่งหน้าโรงเรียนนั่นเอง

คราวนี้ผมเหวอจริงจังเลย

“ก็ไม่ได้บอกน่ะสิ! เนี่ยเหรอคนโต” พิจารณามองเด็กตรงหน้าดีๆ ตอนแรกไม่ได้สนใจมากนัก เครื่องหน้าถือว่าหล่อเหลาเอาการ ตัวสูงเท่ากับใหญ่ ร่างกายก็สูสีกันชนิดที่ว่าถ้ามองจากด้านหลังก็เกือบจะแยกกันไม่ออก

อย่างที่เขาบอกว่า คนแบบเดียวกันเท่านั้นที่จะคบกัน

คราวก่อนผมเห็นเพื่อนของใหญ่บางคน จัดว่าหน้าตาหล่อพอกันทั้งกลุ่ม แต่ไม่เห็นคนนี้รวมอยู่ในกลุ่มด้วยนะ พอมองเพ่งดีๆ สลับกับมองหน้าคนเล็กที่เหวอไปแล้ว “ไม่คล้ายเล็กเลยเนอะ”

“ห้ะ?” คนโตหลานผมที่ตอนแรกยังอึ้งๆอยู่ก็ร้องขึ้น ดึงสายตาผมจากคนเล็กให้หันไปมอง เขากำลังคุยกันผ่านสายตากับใหญ่ แต่ไม่ถึงห้าวินาทีใหญ่ก็หันมายิ้มให้กับผมต่อ

“ผมคิดว่าซายด์จะจำหลานตัวเองได้ซะอีก ก็เลยไม่ได้แนะนำ เห็นยืนคุยกันก่อนหน้าคิดว่าทำความรู้จักกันแล้ว”

“แต่เมื่อกี้นายกระชากคนโตซะแรงเลยนะ”

“อันนั้นผมมัวแต่หวงซายด์ไงเลยไม่ทันมองว่าคนที่ยืนด้วยเป็นไอ้...โต” ใหญ่ตอบกลับอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ดวงตานิ่งเรียบไร้พิรุธใดๆ ผิดกับสองคนพี่น้องที่มองหน้าคนพูดอึ้งๆไปเล็กน้อย

“น้าดีใจนะที่ได้เจอโตสักที จะเจอกันเมื่อไหร่เป็นต้องคลาดกันตลอด” ผมส่งยิ้มให้หลานชายคนโตเพื่อทำความรู้จัก แม้จะรู้สึกไม่คุ้ยเคยแต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเราไม่ได้ติดต่อกันมานาน หรือไม่ในใจผมคงแอบน้อยใจที่หลานไม่ได้พยายามเข้าหาหรือมาทักทายอย่างคนเล็กทำ

“เอ่อ...ผม คือว่า..” คนโตมองใหญ่อีกหน่อย แล้วก็หันมาส่งยิ้มคืนให้กับผม “ผมก็ดีใจที่ได้เจอน้าซายด์นะครับ ไม่คิดเลยว่าอยู่ๆตัวเองก็จะมีน้าหน้าตาน่ารักขนาดนี้ มา ขอกอดหน่อย”

คนตัวสูงอ้าแขนออกกว้างแล้วเดินเข้ามาหา แต่คอเสื้อด้านหลังกลับถูกใหญ่เกี่ยวเอาไว้ เหวี่ยงให้ถอยกลับไปที่เดิม ตัวคนทำย้ายมายืนบังผมทั้งตัวแถมกอดเอาไว้อย่างหวงแหน

“ห้ามเข้าใกล้แฟนกู”

“ใหญ่ นี่หลานฉันอีกคนนะ” ผมหันไปเตือน เขาจะหึงผมกับใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กับหลานไง อย่างคนเล็กผมก็เคยกอดเคยอยู่ใกล้ ไม่เห็นว่าใหญ่จะหวงกับคนเล็กเลย

“ไม่รู้ล่ะ มันโตแล้วห้ามเข้าใกล้ซายด์”

“อ้าว ก็มึงบอกว่านี่น้ากูไง น้าหลานกอดกันไม่ได้เหรอวะ” คนโตก็ยกยิ้มยียวนกวนประสาท แต่ไม่ได้พยายามเข้าใกล้ผมแล้ว ให้ตายเถอะผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเด็กน้อยที่ผมเลี้ยงดูมาในตอนนั้นจะโตมาเป็นคนอย่างนี้

ดูเจ้าเล่ห์ยังไงบอกไม่ถูก เขาอาจจะมีนิสัยเหมือนกับใหญ่นะ ตาเจ้าชู้พอกัน ถ้าคนอื่นมองแบบนี้คงขำๆ แต่พอคิดว่าเป็นหลานแท้ๆมามองกันด้วยสายตาแบบนี้ผมก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ กลายเป็นไม่ค่อยสนิทใจกับเขาเท่ากับคนเล็กไปเลย

“อย่ากวนตีนกู มึงพูดเท่าที่จำเป็นพอ” ใหญ่ยังคงหวงอย่างต่อเนื่อง ทุกประโยคเขาแฝงความหมายปะปนกับการข่มขู่ คนโตยกสองมือขึ้นเสมออกทำท่ายอมแพ้ ใหญ่ถึงได้ละความสนใจจากเพื่อนมามองผมแทน

“ซายด์มาทำอะไรหน้าโรงเรียนผม ทำไมไม่บอกก่อน”

“ฉันไม่ได้มาหานายนี่ ฉันมารับคนเล็ก”

“ผมเหรอ” เจ้าของชื่อชี้เข้าหน้าตัวเองแบบงงๆ “น้าซายด์มารับผมทำไมอ่ะ หรือเราจะไปไหนกัน”

“ใช่ น้าจะพาเล็กกลับบ้าน”

“กลับบ้าน? แม่กลับมาแล้วเหรอน้าซายด์”

“เพิ่งกลับมาเมื่อตอนบ่ายนี่เอง ถึงปุ๊บก็โทรหาน้าบอกว่าคิดถึงลูกชาย ให้พาไปให้เห็นหน้าหน่อย เย็นนี้เลยนัดกินข้าวกันที่บ้านน่ะ คนโตก็ไปด้วยกันสิ แม่ก็บ่นถึงเรากับน้าบ่อยๆว่าช่วงนี้ไม่กลับบ้านเลย” พูดกับคนเล็กเสร็จก็หันไปชวนคนโตบ้าง คนถูกชวนกะทันหันหน้าเหวอแล้วเหวออีก

ทำหน้าไม่อยากไปจนผมเริ่มหงุดหงิด อะไรของเด็กคนนี้กัน

“คือ แบบว่า อะไรดีวะไอ้ใหญ่” ท้ายประโยคผมได้ยินไม่ถนัดว่าเขาพูดกับใหญ่ว่าอะไร คนถูกกระซิบก็เป็นฝ่ายตอบแทน

“มันไม่สะดวกน่ะซายด์ เอาไว้วันหลังเถอะ วันนี้แฟนมันไม่สบายต้องรีบกลับไปดูแล” แล้วก็หันไปหาเพื่อน “นี่มึงจะไปหาแฟนแล้วนี่ ใช่ไหม”

“เออ ใช่ๆ แฟนผมไม่สบายน่ะคุณน้า เอาไว้ครั้งหน้านะ”

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า ให้น้าไปส่งดีไหม เผื่อว่าเป็นหนักจะได้ขับพาไปหาหมอด้วยกัน” ได้ยินว่าไม่สบายผมก็เริ่มห่วงบ้าง แม้จะไม่เคยรู้จักอย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าแฟนของหลานชาย คนถูกถามก็รีบโบกมือ

“ไม่ๆ ไม่เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่...เอ่อ...อ้อนตามประสาน่ะ”

พอได้ฟังหน้าผมก็เปลี่ยนเป็นตึงทันที

“โต แม่เขาคิดถึงนะ ถ้าไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างน้อยกลับไปกินข้าวที่บ้านหน่อยไม่ดีเหรอ จะพาแฟนไปด้วยก็ได้เดี๋ยวน้าช่วยพูดกับพี่แซนให้เอง จะรักแฟนก็ดีน้าเข้าใจ แต่เราก็ต้องคิดถึงพ่อแม่ด้วย เขาเป็นครอบครัวที่รักโตมากที่สุดนะ” เพิ่งเจอกันไม่กี่นาทีแต่ผมก็เริ่มบ่นหลานแล้ว เขาอาจจะไม่พอใจก็ได้แต่คงต้องพูดหน่อย พี่แซนเสียใจมาหลายครั้งแล้วที่ลูกไม่สนใจ

คนโตหันไปสบตากับใหญ่เพื่อปรึกษาอีกครั้ง ผมเองก็ไม่พูดอะไรมากกว่านี้กลัวจะกลายเป็นการจ้ำจี้จ้ำไช ปล่อยให้เขาคิดเอง ถือว่าให้เกียรติเพราะก็โตแล้ว

“งะ งั้นมึงก็ไปหน่อยแล้วกันนะ ไปให้แม่มึงเจอหน้าน่ะ” ใหญ่ตบไหล่เพื่อนที่ช็อกอย่างหนัก ร้องออกมาลั่น

“ไอ้ใหญ่จะไปได้ไงวะ! กูไม่ใช่...”

“ได้แหละน่า มึงเงียบไปเถอะ” ใหญ่ดุเพื่อนจนยอมเงียบ “ซายด์พาไอ้เล็กกลับบ้านไปก่อนเลยนะ ส่วนไอ้โตให้มันกลับไปดูแฟนก่อนแป๊บนึงแล้วค่อยให้มันตามไป ผมว่าอย่างนี้น่าจะดีที่สุด”

“เอางั้นเหรอ น้าไปส่งก็ได้นะโต น้ารอได้เราจะได้เข้าบ้านพร้อมกัน แม่ต้องดีใจแน่ๆ”

“เอ่อ...เดี๋ยวผมตามไปดีกว่านะคุณน้า พอดีมีเรื่องต้องปรึกษาไอ้ใหญ่ด้วยน่ะ ไม่นานหรอก ป่ะๆขึ้นรถ ตรงนี้จอดนานไม่ได้เดี๋ยวโดนปรับหรอก” คนโตไล่ต้อนผมกับเล็กให้ขึ้นรถมาแบบงงๆ ผมตัดสินใจขับรถออกมาไม่ตื๊อต่อ วัยรุ่นก็อย่างนี้ไม่ชอบให้บังคับ ในเมื่อรับปากแล้วเดี๋ยวคงตามมาเอง

ภายในรถเงียบกริบเมื่อคนเล็กเหมือนจะยังคิดอะไรอยู่ไม่ยอมพูดจา ผมเหลือบมองหลาน ก็ไม่ได้ซักไซ้ พอรถจอดติดไฟแดงยาวก็กดโทรศัพท์ออกหาพี่สาวตัวเอง

“พี่แซน ซายด์เจอคนโตที่หน้าโรงเรียนด้วยล่ะ คนโตบอกว่าเย็นนี้จะมาทานข้าวที่บ้านด้วยนะ” หางตาเห็นคนเล็กสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นเจ้าตัวก็หยิบโทรศัพท์มาเข้าแอพไลน์ กดๆจิ้มๆโดยที่ผมไม่เห็นหรอกว่าพิมพ์คุยกับใคร

[จริงเหรอ!] ปลายสายฟังดูตื่นเต้นปนดีใจ [ตายแล้ว ลูกชายฉันจะกลับบ้าน ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ไปซูเปอร์ฯหน้าหมู่บ้านก่อนนะ จะซื้อของเพิ่มหน่อย คนโตชอบกินปลานึ่งกับผักเยอะๆ]

“โห ชอบเหมือน...” ใหญ่เลย

[ว่าไงนะซายด์]

“เปล่าๆ จะบอกว่าเดี๋ยวซายด์แวะซื้อก็ได้ เผื่อคนเล็กอยากซื้อของบ้าง พี่แซนจะเอาอะไรไลน์มาก็แล้วกันนะ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถหรอก ซายด์ผ่านอยู่แล้ว” ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง กลัวพี่แซนจะสงสัยสิ่งที่เกือบเผลอหลุดปากไป

เรื่องใหญ่คงยังแนะนำหรือเล่าให้พี่แซนฟังไม่ได้ เพราะเขายังเด็กมาก ถ้าพี่แซนรู้ว่าผมคบเด็ก ได้ค้านหัวชนฝาแน่นอน อีกอย่างพี่แซนเองก็เชียร์ผมให้ไอ้โรมมากกว่า บอกว่าถ้าจะมีแฟนให้มีอย่างไอ้โรม อยากได้เป็นน้องเขย แบบนั้นดูน่าจะฝากผมได้หน่อย

อะไรของพี่สาวผมก็ไม่รู้ ก็แค่หล่อ ลูกครึ่ง รวย สปอร์ตแล้วก็ปากหวานจนพี่แซนหลงเท่านั้นเอง ไม่เห็นมันจะมีอะไรดี

เสียดายผมกับมันไม่ได้คิดกันในเชิงคนรัก รอให้พี่แซนมีลูกสาวอีกสักคนแล้วค่อยยกให้ไอ้โรมก็แล้วกันนะ

หรือไม่ก็...

ผมหันไปมองคนข้างตัว

“อะ อะไรเหรอน้าซายด์ แม่ว่าอะไรเหรอ” คนเล็กดูหน้าซีดตั้งแต่ขึ้นรถยังไม่หาย มือที่ถือโทรศัพท์สั่นไหวเล็กน้อย ท่าทางผิดปกติแต่หลานไม่มีทีท่าจะอยากเล่าอะไร ผมเลยไม่เซ้าซี้ ไฟเปลี่ยนเป็นไฟเขียวแล้วเลยออกรถต่อ

“เปล่า เราแวะซื้อของให้พี่แซนก่อนนะ พอได้ยินว่าพี่เล็กจะมาด้วยก็ดีใจใหญ่จะทำของโปรดด้วยน่ะ ปลานึ่ง”

“หระ เหรอครับ”

“ก็แปลกเนอะ ของโปรดคนโตเหมือนของโปรดของใหญ่เลย สงสัยว่าเพื่อนกันจะชอบอะไรเหมือนๆกัน” ผมพูดต่อไปเรื่อยๆโดยที่สายตาอยู่ที่ท้องถนน ไม่เห็นถึงหน้าที่ซีดแล้วซีดอีกของคนเล็ก


........................

ก็แถไปได้อ่ะนะคนเรา โกหกหลายเรื่องจนรัดตัวไปหมดแล้ว

พาร์ทหน้าหลานใหญ่จะมาโซโล่แผนการณ์อันเจ้าเล่ห์

ปล.ถ้าเป็นพาร์ทน้าซายด์แล้วพูดว่าคนโต คือหมายถึงตัวปลอมเด้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 814 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #2321 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:29
    เอาแล้วววววววว
    #2321
    0
  2. #2160 Yooika (@Yooika) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 11:14
    สวดมนต์เอาใจช่วยคนโตน่ะ ขอให้รอดปลอดภัย
    #2160
    0
  3. #1938 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 14:43
    คนโตโกหกจนจมูกยื่นกว่าคืบแล้ว ประเด็นหม่ใช่แค่โกหกนะ พ่อแม่อีก สังคมอีก แต่ตอนนี้ยังไม่ดราม่าเนาะ เพราะงั้นลั้ลล้ากับพ่อปลาไหลติดสเก็ตก่อน อุอิ
    #1938
    0
  4. #1652 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:11
    ตายอย่างอนาถอ่ะน้องคนโต5555
    #1652
    0
  5. #890 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 11:10

    สงสารคนเล็กอ่ะ ลูกเอ้ยยยย

    #890
    0
  6. #883 Jane__v (@Jane__v) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 08:13

    เกียดการโซโล่เเผนการณ์555555
    #883
    0
  7. #866 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:38
    มาม่าา ต้องใหญ่มากแน่ ฮือออออ เค้าจะได้คบกันไหมนะ กลัวววว
    #866
    0
  8. #865 อาณาวินน. (@3334447) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 20:31
    เล่นใหญ่ไปเเล้วลู๊กเอยยยยยย
    #865
    0
  9. #864 กะเทยไหล่กว้าง (@pawornrat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 18:52
    ใหญ่เอ้ยยยย ไปใหญ่แล้ว!!!
    #864
    0
  10. #863 180126 (@180126) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 17:01

    ปวดหัวแทนนายเลยใหญ่เอ๊ย

    #863
    0
  11. #861 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 13:24

    จะรอดมั้ยโต...
    #861
    0
  12. #860 srt1w (@sirinthipppp) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 12:30
    อหหห ด้นสดมาก น้าซายด์จะรู้ตอนไหนเนี่ยยย
    #860
    0
  13. #859 แมวว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 12:12

    ว่าแล้วว่าต้องให้เพื่อนเป็นคนโต เอ้าทีนี้จะยังงัยต่ไปล่ะ

    #859
    0
  14. #857 ~PaNKFair~ (@thitifonfair) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 10:31
    ขอละท้ายเรื่องอย่ามาม่านะ ฮืออิอออออออ ยุ่งหมดแล้ว
    #857
    0
  15. #856 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 08:37
    สู้ๆนะใหญ่555
    #856
    0
  16. #855 littleant2208 (@littleant2208) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 07:59
    เรียนผูกอย่าลืมเรียนแก้นะใหญ่ 5555
    #855
    0
  17. #854 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 07:54
    ขนาดคนโตตัวปลอมทำตาเจ้าชู้ใส่ยังตะขิดตะขวงใจเลย ถ้าเป็นคนโตตัวจริงล่ะ...
    #854
    0
  18. #853 rain_killer (@ledy-black) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 06:39
    เพิ่มอีกกระทงแล้วนะใหญ่ ตอนหน้ารอดูเลยว่าจะแถยังไง 55555
    #853
    0
  19. #852 Neko4869 (@Neko4869) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 06:16
    ถ้าความแตกแย่แน่ๆ
    #852
    0
  20. #850 sararai (@cinmijika) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 01:28
    บางทีทราบก็ดูใสๆ น่ารัก
    #850
    0
  21. #849 taey0505 (@taey0505) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 01:08
    เนี่ยๆ เจ้าแผนการ์ณ
    #849
    0
  22. #848 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 01:06
    โอ้ย ลุ้นระทึกมาก พี่แซนด์จะไม่งงรึ อยู่ดี ๆ ลูกฉันหน้าเปลี่ยนแต่เมื่อไหร่ สงสารคนเล็ก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

    แต่ที่สงสารที่สุดก็ซายด์เลย เหมือนถูกหลอกมาตลอด
    #848
    0
  23. #847 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:35
    ใหญ่ งื่ออออ ตอนนี้คือโกหกไปหลายเรื่องมากกแล้วววว เครียดแทนใหญ่ คงรักมากอ่ะเนาะ ไม่อยากเสียไป เลยยอมทำทุกทางงง เป็นกำลังใจให้นะ จะคอยดูอยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ เฮ้ออออ
    #847
    0
  24. #846 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:26
    ไม่อยากจะคิดเลยถ้าซายด์รู้ว่าใหญ่คือคนโต // ตอนนี้เราเริ่มอึดอัดแล้ว เพราะใหญ่แบบโกหกเยอะมาก หาเรื่องเข้าตัวเอง แล้วก็คิดแผนให้ตัวเองไม่โดนจับได้ไปเรื่อยๆแบบนี้ แล้วพอวันนึงเกิดความแตก ซายด์จะรู้สึกยังไง แล้วใหญ่จะแก้ปัญหาอันยิ่งใหญ่เรื่องนี้ยังไง ใจจริงเราก็อยากให้ความแตกแล้ว แต่อีกใจก็ไม่อยากให้ความแตกกลัวดราม่า แงงงงงงงงงง
    #846
    0
  25. #845 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:25
    ใหญ่จะทำยังไง ลุ้นอีก
    #845
    0