#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,368 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,581

    Overall
    154,368

ตอนที่ 18 : #เธอคือทุกสิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 740 ครั้ง
    16 เม.ย. 62







ใหญ่นั่งหน้านิ่งมาสักพักแล้ว ตั้งแต่เข้าห้องกระทั่งผมอาบน้ำเสร็จ เขาไม่พูดอะไรเลยสักคำนอกจากมองมาที่ผม สายตานั้นยากจะคาดเดาความคิดออก ทั้งที่ผมก็ไม่ได้โง่อะไรแต่คราวนี้กลับเดาไม่ได้เลยว่าเขากำลังน้อยใจ หงุดหงิด หรือโกรธกันแน่ แต่ที่แน่ๆมันคงไม่ใช่ในทางที่ดีเท่าไหร่

“เป็นอะไรหรือเปล่า เอาแต่จ้องฉัน” ผมตัดสินใจเดินไปนั่งข้างเขาบนเตียง การพูดคุยกันตรงๆน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด จนบางทีผมอาจจะลืมไปแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นแค่คู่นอนไม่ใช่คนรัก

ไม่จำเป็นสักนิดที่จะต้องแคร์ขนาดนั้น

“ผมแค่กำลังคิดว่า...ผมมีสิทธิ์หึงซายด์หรือเปล่า” ที่แท้ก็เรื่องนี้ ผมขำเล็กน้อย หยิบเอาขวดโลชั่นบนโต๊ะกระจกมายื่นให้เด็กจอมคิดมาก เขารับเอาไปบีบครีมใส่มือตัวเองขณะที่ผมกลับมานั่งข้างกันอีกครั้ง

“มีหรือไม่มี นายก็หึงไปแล้วไม่ใช่หรือไง คิดอะไรเยอะพี่ดีฟกับฉันเลิกกันเป็นสิบปีแล้ว”

“รักแรกมันลืมยากซายด์ไม่เคยได้ยินเหรอ อีกอย่างเขาก็ดูอยากรีเทิร์นกับซายด์ด้วย” มืออุ่นลูบไล้ครีมเนื้อเนียนไปตามร่างกาย ใหญ่ไม่ปิดบังสายตากังวลของตัวเองแม้แต่น้อย

“แล้วนายล่ะ รักแรกลืมได้แล้วเหรอ” ผมย้อนกลับพร้อมรอยยิ้มแหย่

“ไม่ลืม และจะไม่มีวันลืม”

ใบหน้าผมยังคงมีรอยยิ้มเช่นเดิม แต่แปลกที่หัวใจกลับวูบโหวง พยายามกลั้นริมฝีปากตัวเองเอาไว้ไม่ให้สั่นจนอีกฝ่ายรู้สึกได้

ไม่ลืมรักแรก...อย่างนั้นเหรอ

“เพราะตอนนี้ผมก็กำลังพยายามตามจีบรักแรกของผมอยู่” พลันหัวใจก็กลับมาเติมเต็มอีกครั้ง เหมือนว่าจะมากกว่าเดิม ผมหัวเราะผลักหน้าผากของเด็กทะลึ่งไปหนึ่งที อารมณ์ดีขึ้นมากะทันหัน

“สู้ๆเข้าล่ะ ฉันเอาใจช่วย”

“โธ่ ใจอ่อนบ้างเถอะซายด์ ผมแซ่บให้ซายด์ขนาดนี้แล้ว”

“บอกแล้วไงว่าสู้ๆน่ะ นอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปเที่ยวอีก”

“นอนจริงเหรอ”

“นอน...ไง” ส่งสายตาสื่อความหมายออกไป เจ้าหมาตัวโตหูกระดิกส่งสายตาหื่นๆพร้อมกระโจนเข้าใส่ผมทันที “นี่ ปิดไฟก่อน...อ๊ะ...อื้มมมม”

 


ทั้งที่เมื่อคืนนอนไม่เต็มอิ่มแต่เพราะว่ามาเที่ยวกันทำให้ผมตื่นตัวกว่าปกติ พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะพ้นขอบฟ้าดีก็เดินงัวเงียออกจากห้องนอนแล้ว ส่วนใหญ่ตื่นเช้าเป็นประจำก็เดินวอแวตามออกมาด้วย เจ้าเด็กตัวโตพันแข้งพันขาอย่างกับโกลเด้นรีทีฟเวอร์แทบไม่ให้ผมห่างตัวเลย ขนาดเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันยังตามไปยืนแปรงข้างๆ

“เป็นไรมากป่ะเนี่ย” ขอถามที ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

“เป็นคนที่รักซายด์” นอกจากไม่ยอมตอบยังกวนประสาทอีก ผมส่ายหน้าถอนหายใจแล้วเดินนำเข้าครัว เมื่อคืนใช้พลังไปเยอะ ขอหาอะไรใส่ท้องหน่อยดีกว่า

“ผมทำให้นะ ซายด์อยากทานอะไร” ใหญ่เปิดตู้เย็นด้วยมือข้างเดียว อีกข้างยังประคองเอวผมไว้ไม่ให้ห่างเกินหนึ่งก้าว เมื่อวานเราแวะตลาดเพื่อซื้อน้ำปลาหวานมาทานกับมะม่วงก็เลยมีพวกของสดนิดหน่อยไว้ทำอาหารเช้านี้

“ฉันทำดีกว่า อยากกินออมเล็ตป่ะ”

“หืม? ซายด์จะทำอาหาร” ไม่แปลกที่เขาจะแปลกใจ ตั้งแต่เด็กนี่ย้ายมาอยู่ด้วยผมไม่เคยทำอะไรทานเองนอกจากการเทอาหารถุงใส่จานบางวันหรือรินนมใส่แก้วดื่ม ทุกอย่างใหญ่เป็นคนเตรียมเอาไว้ให้แม้ว่าเขาจะออกไปโรงเรียนหรือติดธุระ

จะว่าไปผมก็เคยชินซะแล้วสิ

“ตอนเรียนที่โน่นมันก็ไม่ได้ซื้อกินทุกมื้อหรอกนะ พวกง่ายๆก็พอทำเป็นบ้างแต่ไม่ได้เก่งอย่างนาย”

“ที่จริงผมทำอาหารไม่เก่งหรอกนะ เพิ่งมาทำจริงจังก็ตอนทำให้ซายด์นี่แหละ”

“จริงดิ?” ผมยกคิ้วขณะที่ดึงเอาไข่ไก่สี่ฟองออกจากตู้เย็นพร้อมกับแฮมหนึ่งถุง พวกเครื่องปรุงบ้านพักมีไว้ให้ ไม่ครบเท่าไหร่แต่พอทำออมเล็ตได้ “แล้วไปเรียนจากไหน?”

“เปิดดูแล้วทำตามจากยูทูปน่ะ”

“โกหกป่ะเนี่ย แค่ดูก็ทำได้แล้วเหรอ ฉันเคยเปิดยังนั่งมึนเป็นวันๆสุดท้ายก็ให้เพื่อนสอนทำเอา นายมันเวอร์ใครจะไปทำได้ถ้าไม่มีพื้นฐานมาก่อน”

“ทำด้วยใจให้ซายด์ไง เลยออกมาอร่อย” ใหญ่ยิ้มทะเล้น หมั่นใส้เลยเลิกเถียงหนีไปตั้งใจทำอาหาร ได้ไข่คนออกมาสี่จานหน้าตาพอใช้ได้ ไม่ไหม้เพราะว่าผมแค่ผสมแล้วให้ใหญ่เป็นคนเอาลงกระทะ

“ไปเรียกไอ้โรมกับเล็กดีป่ะ เดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อย”

“เรียกอะไร” คนโดนพูดถึงเดินเข้ามาในครัว เสียงแหบแห้งอย่างคนเพิ่งตื่นนอน หัวก็ยุ่งไม่เป็นระเบียบ แต่สีหน้ามันดูอิ่มเอมแปลกๆนะ

“ทำไมตื่นสายวะ แล้วเล็กล่ะไม่เรียกมาด้วยจะได้กินข้าวพร้อมกัน กูทำออมเล็ตไว้ให้เนี่ย”

“กินกันไปก่อนเลยว่ะไม่ต้องรอพวกกูหรอก ให้ตัวเล็กนอนต่ออีกหน่อย เด็กวัยกำลังนอนรีบปลุกเดี๋ยวหมดแรงเที่ยวตอนกลางวันพอดี” รู้สึกเหมือนผมไหมว่าไอ้โรมมันสปอยหลานผมแปลกๆ เมื่อวานยังเดินตามด่ากันอยู่เลย

“เมื่อคืนเราก็ไม่ได้นอนดึกนี่ ทำไมเล็กตื่นสายล่ะ”

“ก็...เล่นเกมดิจะอะไร เออ นั่นแหละ กินเลยๆ กูก็จะเข้าไปนอนกอด”

“หืม? อะไรนะ เมื่อกี้มึงพูดว่านอนอะไรนะ” ผมได้ยินไม่ชัดเพราะมัวแต่เดินไปเดินมาจัดโต๊ะกินข้าว ก็หยุดหันไปมองไอ้โรมที่ยืนดื่มน้ำหน้าตู้เย็นแล้วกำลังรินเติมเข้าไปจนเต็มแก้วอีกรอบ

“กูบอกว่าจะเข้าไปนอนต่อ ให้พวกมึงกินกันไปตามสบายเลย วันหยุดทั้งทีไปเที่ยวออกสายๆหน่อยก็ได้ อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงเดี๋ยวพวกกูออกมา” มันว่าแล้วก็ถือแก้วน้ำเดินกลับเข้าไปในห้อง

ทิ้งให้ผมยืนงง หันไปมองหน้าใหญ่ที่นั่งขมวดคิ้วที่โต๊ะอาหารมองตามหลังไอ้โรมไป ผมก็บ่นกับตัวเองต่อเพราะไม่รู้จะไปเอาคำตอบจากใครแล้ว

“แล้วทำไมมันไม่ดื่มให้เรียบร้อยในนี้วะ จะถือแก้วน้ำเข้าไปในห้องนอนทำไม”

กินข้าวเสร็จล้างจานเรียบร้อยก็ออกมานั่งเล่นที่โซฟา ไอ้โรมบอกว่าอีกสองชั่วโมงเพราะงั้นเดี๋ยวค่อยอาบน้ำก็ได้ ผมนั่งดูโทรทัศน์อยู่เผลอลูบมือไปถูกแขนแล้วก็สะดุ้ง คนข้างๆเลยละสายตาจากข่าวหันมามอง

“เป็นอะไร?”

“สงสัยเล็บจะฉีกน่ะ” ผมตอบแล้วเดินเข้าห้อง หยิบกรรไกรตัดเล็บที่อยู่ในกระเป๋าเดินกลับมานั่งที่เดิม เป็นพวกเล็บบางและฉีกง่ายเวลาไปไหนเลยต้องพกกรรไกรอันเล็กเอาไว้ตลอด

“ตัดให้” ใหญ่แย่งกรรไกรตัดเล็บไปจากมือ ขยับมานั่งซ้อนด้านหลังจัดท่าให้สะดวกขึ้น ผมไม่ได้ว่าอะไร เอนตัวพิงอกกว้างปล่อยตัวตามสบาย

มือหนาช้อนมือซ้ายผมขึ้น จับกรรไกรมือขวาแล้วค่อยๆไล่เล็มตัดไปทีละนิด ผมจมหายในอ้อมกอดเขาและมองตามการกระทำนั้น

“ไม่เอาสั้นมากนะ ตัดสั้นแล้วเจ็บอ่ะ”

“ได้เลย” เอาแบบโค้งๆหรือตรงๆล่ะ

“หืม? เคยตัดให้ใครป่ะเนี่ย” ปกติแล้วผู้ชายทั่วไปตัดเล็บก็จะตัดตามแนวโค้งของเล็บสีขาว ถ้าเป็นผู้หญิงบางคนจะตัดตรงบ้างเพื่อแต่งเล็บในขั้นต่อไป

ผมสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงถ้าไม่เคยตัดเล็บให้ผู้หญิง

“เคยตัดให้แม่ แต่ว่าไม่ได้นั่งท่านี้หรอกนะ” เสียงใหญ่กระซิบอยู่ข้างหู

ผมแอบเหลือบมองคนด้านหลังมีสีหน้าตั้งอกตั้งใจในการตัดเล็บเอามากๆ เพ่งสายตากะไม่ให้สั้นจนติดเล็บมากไป มองไปมองมาก็เพลินน่าเอ็นดูดี

คนตัวโตเปลี่ยนมานั่งเหยียดขายาวเอนพิงที่วางแขนของโซฟาเมื่อรู้สึกว่ายังไม่ถนัด จับผมให้นั่งตรงกลางหว่างขาด้านหน้าเขาในท่าเดียวกัน ชะโงกหน้าผ่านมาโดยการวางคางเอาไว้ที่ไหล่ของผมเพื่อให้มองเห็นนิ้วมือทั้งหมด เมื่อพอใจแล้วก็ลงมือตัดเล็บต่อ

“พี่สาวฉันก็ชอบที่หนึ่งเลยทำเล็บเนี่ย เคยชวนไปนั่งทำรอกันเป็นสองสามชั่วโมง ฉันทนไม่ไหวหนีไปเดินดูหนังสือก่อน ทำไมผู้หญิงถึงได้อดทนดีกันจัง” ผมบ่นให้ฟังเรื่องพี่แซน ใหญ่ก็หัวเราะ

“ธรรมดาแหละ คนรักสวยรักงามไง ว่าแต่ซายด์ไม่ชอบเหรอ ผมคิดว่าชอบอะไรแบบนี้”

“ไม่เลย ถึงฉันจะชอบผู้ชายแต่ก็ไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง มีบ้างที่ชอบแต่งตัวหรือบำรุงผิวแต่มากสุดก็แค่นั้นแหละ เพื่อนผู้ชายบางคนที่เป็นชายแท้ๆก็บำรุงผิวเหมือนกัน รู้เรื่องครีมดีกว่าด้วย”

“ผมรู้ ซายด์ดูดีแบบธรรมชาติ แต่ดึงดูดสายตาคนมากเลยรู้ไหม บางที...ผมก็หวงจนแทบบ้า” เล็บข้างซ้ายถูกตัดเสร็จแล้วใหญ่ก็ย้ายมาจับมือขวา

ผมหัวเราะเด็กขี้หวงที่เจ้าเล่ห์ที่สุด อย่าได้ประมาทว่าเขาอายุสิบเจ็ดแล้วจะไม่รู้เรื่องเชียว รายนี้ก่อนหน้าคงคาสโนว่าไม่แพ้ไอ้โรม เชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงหรือที่ระเบียงก็สันทัด

ตัดจนครบทุกเล็บแล้วผมก็สำรวจดู นอกจากจะตัดเก่งโค้งมนกำลังดีแล้วใหญ่ยังตะไบจนเล็บไม่เหลือความคมอีกต่างหาก

“เก่งจัง”

“มีรางวัลให้ไหมล่ะครับ”

“อยากได้อะไรล่ะ” ผมถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว

ใหญ่โยนกรรไกรตัดเล็บทิ้งไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟา สองแขนอ้อมมารัดรอบเอว ปลายนิ้วไล้วนที่หน้าท้องผ่านเนื้อผ้า เมื่อผมเอี้ยวหน้ากลับไปหา ริมฝีปากอุ่นก็ประทับลงมา

“อืมมม” จูบที่แสนอ่อนโยน กลีบปากถูกดูดดึงแผ่วเบาหากสั่นสะเทือนความรู้สึกเป็นสิบเท่า

กับใหญ่อาจจะไม่ใช่จูบแรกของผม แต่ต้องยอมรับว่ากับเขานับเป็นจูบที่ดีที่สุด

มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อีกฝ่ายแสดงออกมาอย่างซื่อตรง

ไหล่สองข้างถูกจับให้หันกลับไปหา เมื่อละริมฝีปากออกจากกันเราก็สบตา ส่งรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยผมก็เอียงหน้าซบลงกับอกที่กว้าง...และอบอุ่น

การถูกขังอยู่ในอ้อมกอดของเขาเป็นสิ่งที่ผมเริ่มจะขาดไม่ได้ไปแล้ว


เล็กยังทำหน้าที่เป็นไกด์พาเที่ยวเหมือนเดิม ตอนกลางวันก็แวะทานอาหารกันที่ไร่องุ่น บ่ายตั้งใจจะกลับกรุงเทพฯแต่พ่อของไอ้โรมโทรมาให้แวะเข้าไปสอบถามพี่ประจวบเรื่องที่ดินเพิ่มเติม เกี่ยวกับรังวัดอะไรสักอย่าง มันโทรหาพี่เขาเพื่อขอโลเคชั่นบ้านซึ่งอยู่นอกตัวเมืองออกไปอีกหน่อย

“จะรอในรถหรือลงไปด้วยกันล่ะ กูคงคุยไม่นาน”

“ไปๆ ลงไปเดินเล่น” เล็กตอบรับคนแรก ตาวาววับเมื่อเห็นว่าบ้านพี่ประจวบมีสวนผลไม้ออกลูกเต็มต้น เจ้าลิงที่ปีนเก็บต้นมะม่วงเมื่อวานก็รีบลงจากรถทันที

ผมกับใหญ่ลงตาม ตกลงกันว่าจะเดินเล่นแถวๆนี้รอ ไอ้โรมส่ายหัวหลังจากล็อกรถมันก็เดินตรงมาหาพวกเราพร้อมกับหมวกสีดำหนึ่งใบ สวมลงบนหัวของคนเล็กที่ยืนมองกลับไปงงๆ

“ใส่เอาไว้ แดดมันแรง”

“โหยย ผมแข็งแรงเหอะ ยังเด็กอยู่เลย ไม่ต้องกลัว”

“ไม่ได้กลัว แต่...” มันเหลือบมองผมกับใหญ่ที่ยืน(แอบ)ฟังแล้วโน้มลงไปกระซิบคำสุดท้ายให้เล็กได้ยินแค่คนเดียว จากนั้นก็ยืดตัวตรงตามเดิม

คนฟังยิ้มกว้าง กระชับหมวกบนหัวให้เข้าที่

“อื้ม ใส่ก็ได้ ขอบคุณนะลุง”

“อืม เดี๋ยวรีบกลับมา อย่าซนจนเจ็บตัวล่ะ” ว่าแล้วก็เดินหายเข้าไปที่บ้านไม้ยกใต้ถุนสูงซึ่งเป็นบ้านของพี่ประจวบ ทิ้งความสงสัยในใจเอาไว้ให้ผม และถ้าดูสายตาใหญ่ไม่ผิด เขาเองก็คงจะคิดแบบเดียวกัน

ทำไมบรรยากาศไอ้คู่นี้มันแปลกๆ

อยากรู้แต่ไม่ได้ถาม ผมกับใหญ่เดินตามคนเล็กที่วิ่งพุ่งไปต้นชมพู่เป็นต้นแรก ชมพู่มะเหมี่ยวอายุน่าจะนานกว่าอายุของพวกเราออกลูกสีแดงเข้มดกเต็มต้น ตัดกับใบขนาดใหญ่สีเขียวอ่อนและแก่ เล็กทำท่าอยากจะปีนแต่เพราะต้นชมพู่ไม่ได้เหมือนต้นมะม่วงที่มีกิ่งก้านต่ำๆให้ไต่ขึ้นไปเลยอดตามระเบียบ

ความสนใจเลยหันเหไปทางต้นฝรั่งแทน

“อยากเก็บนะเล็ก เรายังไม่ได้ขอเจ้าของเลย”

“ครับน้าซายด์ เล็กแค่ดูเฉยๆ ยังอิ่มข้าวอยู่เลยเนี่ย” หมายความว่าถ้าหิวก็จะเก็บกินหรือเปล่า สายตาไม่น่าไว้วางใจจริงๆนะ

เราไม่ได้เข้าไปลึกถึงสวนด้านใน แค่ยืนดูต้นผลไม้ที่ปลูกใกล้ๆกับรั้วบ้านเท่านั้น ไม่ใช่แค่เล็กคนเดียวที่สนใจ ผมเองก็สนใจต้นบางต้นที่ไม่เคยเห็น อย่างสละหรือระกำผมก็เพิ่งเคยเห็นต้นมันวันนี้เหมือนกัน เลยหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เผื่อไว้ใช้เป็นข้อมูลเขียนหนังสือได้ในอนาคต

กำลังเพลินกับการถ่ายรูปผลไม้สีสวยต่างๆ หูก็พลันได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่นมาแต่ไกล ด้วยเสียงที่ดังมากเพราะความเร็วในการขับขี่จึงดึงความสนใจของผมได้ไม่ยาก

แต่เมื่อหันไปมอง

ภาพตรงหน้าก็ทำให้ตัวแข็งค้าง หัวใจคล้ายจะหยุดเต้นไปดื้อๆ ร่างกายหยุดการเคลื่อนไหวและเย็นเฉียบ

ปืน!

“ซายด์!” ผมมองเห็นใหญ่เรียกด้วยสายตาตื่นตกใจ เขาพุ่งมาทางนี้อย่างรวดเร็ว พอๆกับเสียงของปืนที่ดังขึ้นของคนขี่มอเตอร์ไซค์มีหมวกกันน็อกสีดำปกปิด

ปัง!

“โอ๊ยย!

บรื้นนนนนนน!

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แล้วมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็หายลับไป ผมไม่ได้สนใจอะไรนอกจากคนที่ทรุดตัวลงต่อหน้าต่อตาหลังจากเอาตัวมาบังกระสุนไว้แทน ไม่ได้ยินกระทั่งเสียงร้องเรียกที่ดังลั่นของคนเล็กว่าเรียกใหญ่ว่าอะไร หรือวิ่งมาถึงตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หัวสมองมันว่างเปล่าไปหมด

เลือด

“เกิดอะไรขึ้นวะ” กว่าจะกลับมารับรู้รอบกายอีกครั้งก็ตอนที่ไอ้โรมวิ่งออกมาจากตัวบ้านโดยมีพี่ประจวบวิ่งตามมาด้วย เมื่อมันเห็นเลือดพร้อมกับก่อนหน้านี้คงได้ยินเสียงปืนก็คงเดาได้

“ห..ใหญ่ ใหญ่” คล้ายคนสติหลุด ผมเอาแต่เรียกชื่อเขาขณะที่ประคองร่างที่โตกว่าเอาไว้ เรี่ยวแรงแทบไม่มีจนล้มลงไปนั่งอยู่บนพื้นดินด้วยกัน ไม่กลัวความสกปรกอะไรทั้งนั้น

ห่วง...อย่าเป็นอะไรนะ

“ซายด์ ผมโอเค” คนเจ็บยกแขนอีกข้างขึ้นมาวางบนแก้มเพื่อเรียกสติ “ซายด์ไม่เจ็บตรงไหน...ใช่ไหม” เขาถามเสียงแผ่ว ผมทั้งห่วงทั้งโกรธ

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ เด็กบ้า นายทำบ้าอะไรกัน เอาตัวมารับกระสุนแทนทำไม”

“โชคดีแล้ว...ที่ผมอยู่ใกล้ ให้ผมเจ็บแทนซายด์ดีกว่านะ แค่นี้เองไม่เป็นอะไรเลย”

“ไม่เป็นได้ไง เลือดออกด้วย ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลนะ” ผมช่วยไอ้โรมประคองใหญ่ให้ลุกขึ้น ที่จริงไม่ได้ออกแรงอะไรเลย เป็นไอ้โรมมากกว่าที่ทำหน้าที่ ส่วนผมก็มีหน้าที่เกะกะเท่านั้น

“ไม่ต้องไปหรอก มันแค่เฉียดๆไปเท่านั้นเอง เหมือนมีดบาดอ่ะ จริงๆนะ” ใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้มแล้วถลกต้นแขนให้ดู เลือดไม่เยอะอย่างที่คิดและกระสุนเฉี่ยวไปรอยถลอกไม่ลึกมากด้วย แต่เพราะตอนแรกผมตกใจไง

ไม่มีใครไม่ตกใจหรอก คนเราไม่ได้จะถูกลอบยิงกันทุกวันป่ะ

“งั้นต้องโทรแจ้งตำรวจนะพี่ตะ...พี่ใหญ่” เล็กรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่ยังไม่ทันได้กดโทรออกพี่ประจวบก็ร้องขึ้นมาพร้อมกับยกมือไหว้

“ยะ อย่าแจ้งเลยนะครับ ผมขอร้อง อย่าให้เป็นเรื่องเลยไม่อย่างนั้นผมกับครอบครัวแย่แน่ๆ”

หมายความว่ายังไง?

คนเล็กขมวดคิ้ว “จะว่าไปมอเตอร์ไซค์คันเมื่อกี้ผมคุ้นๆว่าเป็นคันเดียวกับที่จอดดูเราตอนไปดูที่ดินหรือเปล่า”

“หมายความว่าไงพี่” ไอ้โรมถามสิ่งที่ผมคิดไปเมื่อกี้ สีหน้ามันซีเรียสมากอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมานานแล้ว “บอกผมมานะว่านี่มันเรื่องอะไร ไม่อย่างนั้นผมจะแจ้งความ น้องผมถูกยิงไม่ใช่เรื่องเล็กๆแน่”

“คะ คือ...” พี่ประจวบยังอ้ำอึ้ง

“ตัวเล็ก โทรหาตำรวจเลย”

“ยะ อย่านะครับคุณโรม คุณๆ ผมบอกแล้ว บอกแล้วครับ...คือว่า ไอ้พวกนั้นน่ะเป็นเจ้าหนี้นอกระบบที่ผมติดหนี้อยู่ มันอยากได้ที่ดินตรงนั้นไปสร้างรีสอร์ทแต่ผมไม่ยอมยกให้ กะว่าจะขายให้พ่อคุณโรมแล้วเอาเงินมาใช้หนี้”

เกิดเดธแอร์เป็นระยะสั้นๆ ไอ้โรมถึงได้พูดต่อ

“พี่รู้ว่าที่มีปัญหาแต่ไม่ยอมบอกพวกผมกระทั่งเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเหรอ นี่ถ้าไอ้ใหญ่ไม่เข้ามาช่วยไว้ เพื่อนผมไม่ถูกยิงตายไปแล้วหรือไง”

“ไม่หรอกครับ พวกนั้นก็แค่ขู่ไม่ให้คุณซื้อที่ไปเท่านั้นเอง” พี่ประจวบทำหน้าลำบากใจเพราะว่าไอ้โรมเดือดสุดๆ สีหน้ามันพร้อมต่อยพี่แกได้ตลอดเวลา

ครั้งนี้มันคงโกรธจริง

“ผมขอโทษครับที่ทำให้ลำบาก ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ ไม่คิดว่าพวกนั้นจะทำขนาดนี้”

“เอาเถอะพี่โรม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก อีกอย่างก็คงตั้งใจขู่อย่างที่พี่ประจวบบอกจริงๆ ผมเห็นว่าพวกนั้นไม่ได้เล็งจุดสำคัญอะไร” ใหญ่ตบลงไปบนไหล่ไอ้โรมเบาๆเพื่อลดอาการโมโหของมัน

ที่จริงผมก็โกรธนะ โกรธทุกอย่างเลย ทั้งพี่ประจวบที่ปิดบัง คนร้ายที่ยิงกันง่ายๆเหมือนผักปลา และใหญ่ที่เอาตัวมาบังกระสุนให้ โดยเฉพาะคนสุดท้าย

...ต้องรักผมแค่ไหนถึงทำขนาดนี้...

คนประเภทที่สละชีวิตให้คนอื่นหรือคนไม่รู้จักอาจจะมี ใหญ่ก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น แต่ต้องไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหัน เรื่องแบบนี้ต้องทำโดยไม่ได้คิด ร่างกายมันขยับเองมากกว่า

“เพราะแบบนี้พี่ถึงได้รีบขายที่สินะ พี่รู้ไหมว่าทำแบบนี้มันไม่ดี ทำไมพี่ไม่แจ้งความจับพวกมันไปถ้าถูกข่มขู่ บ้านเมืองเรามีกฎหมายนะพี่” ไอ้โรมลดความแรงลง แต่น้ำเสียงยังติดอารมณ์เสียนิดๆ

“พวกนี้มีอิทธิพลนะคุณ ถ้าผมแจ้งความนอกจากจะทำอะไรไม่ได้แล้วผมกับครอบครัวอาจจะเดือดร้อนมากกว่าเดิม ที่ผมอยากรีบขายที่ให้พ่อคุณโรมก็เพราะว่าได้เงินมาก็น่าจะจบๆไป ไม่อยากยกที่ดินให้กับพวกคนไม่ดีพวกนั้น ได้ยินว่าจะเอาที่ของผมไปสร้างรีสอร์ทที่มีบ่อนการพนันซ่อนอยู่ด้านใน หัวอกคนทำไร่ทำสวนมันรับไม่ได้หรอกคุณ สู้ขายให้พ่อคุณดีกว่า อย่างน้อยก็เอาไปทำประโยชน์”

“ไม่เกี่ยวกับว่าซื้อที่ไปทำอะไรนะพี่ ผมพูดแบบนี้อาจจะเห็นแก่ตัวอยู่บ้างแต่คงซื้อที่ดินผืนนี้ไม่ได้แล้ว เกิดซื้อไปแล้วพวกนั้นไม่จบล่ะ ตามรังควานไม่เลิกผมกับพ่อก็ต้องเดือดร้อน” คำพูดของไอ้โรมก็มีเหตุผล คนที่ทำธุรกิจธรรมดาแม้จะมีฐานะก็ใช่ว่าจะต่อสู้กับอำนาจมืดได้ แล้วนี่ยังเป็นถิ่นของพวกนั้นอีก

“ครับ ผมเข้าใจ” พี่ประจวบหน้าสลดจนอดจะสงสารไม่ได้ เรามองหน้ากันเพื่อปรึกษา แล้วไอ้โรมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“พี่บอกได้หรือเปล่าว่าทำไมถึงเป็นหนี้”

“คือเมื่อปีที่แล้วสวนผมขาดทุนเพราะว่าพายุเข้า ผลไม้ร่วงเก็บเกี่ยวไม่ได้ราคาแถมเน่าไปเกือบหมด ค่าใช้จ่ายก็เยอะมากพยุงไม่ไหว ไปกู้ธนาคารเขาก็ไม่รับเพราะรายได้เราไม่แน่นอน สุดท้ายเพื่อไม่ให้คนงานต้องอดตายและลูกเมียพลอยเครียดไปด้วย ผมก็เลยไปกูนอกระบบมาอุดส่วนที่ขาดทุนไปก่อน” พี่เขาเล่าพร้อมกับน้ำตานองหน้า ผู้ชายคนหนึ่งที่สู้ชีวิต เป็นหัวหน้าครอบครัวและต้องรับผิดชอบคนงานอีกหลายครัวเรือน เป็นเห็นผลที่น่าเห็นใจไม่น้อย

บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้ และไม่คิดว่าความโชคร้ายจะไม่หยุดแค่การที่สวนขาดทุน หากผลกระทบยังมีต่อเนื่องจากความโลภไม่มีสิ้นสุดของผู้มีอิทธิพลที่ชอบเอาเปรียบคนไร้หนทาง

“เฮ้ออออ ถึงผมจะเห็นใจและไม่โกรธพี่ แต่ก็คงจะซื้อที่ดินผืนนี้ไม่ได้นะครับ พ่อกับผมอยู่กรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ เกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่ได้ว่างมาดูแลทางนี้ตลอด” ไอ้โรมสรุป พี่ประจวบก็พยักหน้าเข้าใจมือปาดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหล ซึ่งทำได้ยากเต็มที

“ไม่..ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจคุณ”

“แต่ว่า ผมพอจะมีทางช่วยพี่ได้ พ่อของผมรู้จักกับเจ้าของธนาคาร ยังไงผมจะให้พ่อช่วยพูดเรื่องการกู้ยืมเงินก็แล้วกัน พี่เอาที่ดินไปเข้ากับธนาคาร เงินก็ใช้หนี้พวกนั้นแล้วที่เหลือก็ไปตั้งตัวใหม่นะ มีเงินพร้อมเมื่อไหร่ค่อยไปไถ่คืน แบบนี้พวกนั้นน่าจะทำอะไรไม่ได้แล้ว”

เจ้าของที่ดินทำหน้าราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ นอกจากเขาไม่ต้องเสียที่ดินแล้ว ยังมองเห็นอนาคตที่ดีขึ้นของตัวเองอีกด้วย

“ขอบคุณมากนะครับคุณโรม ขอบคุณจริงๆ...ฮืออออ”


..........................................................


คุณหลานก็พระเอก คุณลุงก็พระเอก เรื่องนี้มีแต่คนดีย์

ถ้าลืมเรื่องหลอกน้า และล่อลวงเด็กไปน่ะนะ 55555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 740 ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #1936 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 14:32
    ที่ไม่ไปรพ.เพราะกลัวน้ารู้ความจริงใช่ไหม แล้วเรื่องใหญ่แบบนี้ คนโตจะบอกพ่อแม่ป่ะเนี้ย รักซายด์มากก็พอจะเข้าใจนะ แต่พ่อแม่นะนั่นหน่ะ
    #1936
    0
  2. #1650 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:41
    ใจหายว๊าปเลยย พี่คนโตเจ็บมากมั้ยคะ
    #1650
    0
  3. #826 แมวว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 10:49

    ไม่เป็นไร เรื่องหลอกน้ากะล่อลวงเด็ก ชิวๆ ชอบ หลอกไปเถอะ5555

    #826
    0
  4. #799 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:22
    ไม่ใช่คนดีหรอกไรท์ คนดีที่ไหนชอบทำตัวเสี่ยงคุก กินเด็กเอย ใฟ้เด็กกินเอย คนดีไม่มีจริง
    #799
    0
  5. #798 180126 (@180126) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 13:49

    มีแต่คนดีที่กินเด็ก????????

    #798
    1
    • #798-1 siri-mt (@siri-mt) (จากตอนที่ 18)
      14 เมษายน 2562 / 18:36
      ชอบๆ555 คนดีๆ
      #798-1
  6. #796 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 10:11
    ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม ดีนะที่พวกนั้นแค่ยิ่งขู่
    #796
    0
  7. #795 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 09:26
    ใหญ่น่ารักอะ น้าซายด์ตกใจแย่เลยที่ใหญ่ถูกยิง
    #795
    0
  8. #794 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 09:23
    หลานใหญ่เค้ารักขนาดนี้ใจอ่อนเถอะน้าซายด์
    #794
    0
  9. #793 อาณาวินน. (@3334447) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 08:33
    ใหญ่คือมีความเป็นผู้ใหญ่มากจริงๆ​
    #793
    0
  10. #792 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 05:25

    ชอบบบบ
    #792
    0
  11. #791 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 01:25

    โรมกับใหญ่นี่แบบมีความเป็นผู้ใหญ่มากเลย

    #791
    0
  12. #790 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:38

    พระเอกจิงๆทั้งพี่ใหญ่และลุงโรม

    แต่อย่าให้ความแตกนะ

    ไม่งั้นบ้านแตกแน่ๆ

    #790
    0
  13. #789 taey0505 (@taey0505) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:29

    หวานมากกอะ
    #789
    0
  14. #788 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:26
    ตกใจที่ใหญ่โดนยิง แต่ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว ส่วนลุงกระซิบอะไรกับหลานคนเล็กคะ
    #788
    0
  15. #787 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:25
    เกือบไปแล้ว
    #787
    0
  16. #786 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:18
    ลุงโรมเก่งนะ หาวิธีช่วยลุงเจ้าของสวนได้ดีเลย
    //ชื่นชมความรักของใหญ่มากเลยค่ะ :)
    #786
    0
  17. #785 wanluenrit (@wanluenrit) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 15:51

    ไสยๆๆมากเลยนะคะคนแต่ง
    #785
    0
  18. #784 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 15:37
    ชอบที่เค้าตัดเล็บให้กัน หวานเว่อร์ๆๆๆ
    #784
    0
  19. #783 piti345 (@piti345) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 09:27

    ว๊าวๆๆๆๆไปอีกขั้นแล้วคู่นี้มีมุมมุ้งมิ้งมั่งไม่ใช่หื่นเป็นอย่างเดียวอ่ะนะ!!!ชอบๆๆ
    #783
    0
  20. #780 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 08:14
    ละมุนนน~~โรมเอ้ยหลานไงหลาน
    #780
    0
  21. #779 godxmeii (@aommykajcha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 07:38
    ตุนไว้เผื่อดราม่า ;-; แง้วๆๆๆๆ
    #779
    0
  22. #778 malodybb (@maynnnn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 06:38
    โรมมมม พิรุธเยอะนะเธอหน่ะ
    #778
    0
  23. #777 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 05:23

    ฟินนนน
    #777
    0
  24. #775 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:53
    นี่จะเก็บความหวานนี้ตุนไว้เยอะๆเลยค่ะ ><
    #775
    0
  25. #774 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:51

    เอาใจเก่งงงงง

    #774
    0