ตอนที่ 13 : #ความในใจของคนโต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 987 ครั้ง
    16 เม.ย. 62



“มานอนกับน้าก่อนไหม พ่อกับแม่ไม่อยู่นี่นา” หลังจากกินข้าวและล้างจานเสร็จ ผมก็เดินออกจากครัว ชวนคนเล็กที่นั่งบนโซฟาค้างด้วยกัน ต่อให้ดูโตแล้วแต่จริงๆเขาก็ยังเด็ก เพิ่งจะสิบห้าสิบหกเอง ให้อยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียวก็น่าสงสารไปหน่อย

“จะดีเหรอน้าซายด์ เล็กอยู่บ้านก็ได้นะ”

“หรือเล็กจะให้น้าโทรตามคนโตกลับบ้านดี ต่อให้เขาติดแฟนแค่ไหนก็น่าจะกลับบ้านบ้างนะ ปล่อยน้องอยู่คนเดียวแบบนี้ใช้ไม่ได้” ผมอดจะบ่นตามพี่แซนไม่ได้ หลังๆมานี่พี่แซนบอกว่าคนโตไม่กลับบ้านเลยต่อให้เป็นวันหยุด

“ผมว่าพี่คงไม่มาหรอก” คนเล็กตอบแล้วชำเลืองมองใหญ่

“ก็ลองถามดูก่อน เล็กเอาเบอร์คนโตมาให้น้า เดี๋ยวน้าโทรเอง”

“ไม่ต้องหรอก ไอ้เล็กนอนนี่ก็ได้ นอนห้องผม” ใหญ่บอกปัดแทน เก็บโทรศัพท์คนเล็กที่กำลังจะยื่นให้ผมโยนทิ้งไปที่โซฟา “ยังไงห้องผมก็ว่างเพราะผมนอนกับซายด์ทุกคืน”

“นายเป็นเพื่อนสนิทคนโตใช่ไหม” จะว่าผมก็นึกขึ้นมาได้ ใหญ่เป็นเพื่อนสนิทกับคนโต ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะสืบข้อมูลได้บ้าง “เขาไปมีแฟนที่ไหนเหรอถึงได้ไม่ยอมกลับบ้าน พี่แซนกลุ้มมากเลยนะ คุยกับเพื่อนหน่อยสิ”

“พูดไปก็เท่านั้น มันรักแฟนมันมาก”

“อ้อ ลืมไปว่านายเป็นเพื่อนกัน นิสัยคงเหมือนกันสินะ เพราะนายเองก็หนีออกจากบ้านไม่ยอมกลับ เห้ออ เด็กเดี๋ยวนี้ยังไงกัน ไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัวเลย ไม่เคยรู้หรอกว่าพ่อแม่ห่วงแค่ไหน เอาแต่คิดว่าโตแล้ว รู้ไหมสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะ ไม่ว่ายังไงลูกก็ยังเป็นเด็กในสายตาวันยังค่ำ”

ใหญ่กับคนเล็กมองผมตาปริบๆ แล้วเจ้าเด็กสิบเจ็ดกวนประสาทก็พูดขึ้น

“ทำตัวเป็นน้าเชียวนะ บ่นเก่งแบบนี้เคยมีลูกเหรอหืม” เขาคว้ามือผมดึงให้ไปนั่งบ่นตัก ผมทำตาดุใส่เพราะไม่ได้อยู่กันสองคนแต่คนหน้าด้านกลับไม่ใส่ใจ แรงรัดที่มากกว่าทำให้ผมดิ้นหลุดไปไม่ได้ คนเล็กทำหน้าลำบากใจจนผมเกรงใจไปหมด

“ถึงไม่มีลูกก็เคยเลี้ยงหลานแล้วกัน คนโตกับคนเล็กเนี่ยฉันเลี้ยงมากับมือเลยนะ ทั้งป้อนนมเปลี่ยนผ้าอ้อม”

“จริงดิ ไม่เห็นจำได้เลย” คนเล็กทำหน้าคิด

“ก็ตอนนั้นคนเล็กเพิ่งจะห้าขวบ ส่วนคนโตก็เจ็ดแปดขวบเองมั้ง เป็นสิบปีแล้วก่อนน้าจะไปเรียนต่อต่างประเทศน่ะ” 

“แล้วทำไมน้าทรายถึงได้ชื่อน้าซายด์ล่ะ ผมเรียกน้าทรายมาตลอดเลย”

“ตอนนั้นเรากับคนโตยังเด็ก เรียกได้แต่คำง่ายๆ น้าก็เลยปล่อยไป ยังไงก็เหมือนกันอยู่แล้วนี่ ช่วงที่น้าไปเรียนต่อกลับมาไทยบ้างก็ไม่เจอเรากับพี่ชายเลย คลาดกันตลอด โซเชียลอะไรก็ไม่ได้ฟอลกันไว้เลย แต่ไม่ต้องห่วงนะต่อไปนี้ถ้ามีเรื่องอะไรให้มาปรึกษาน้าได้ น้าจะไม่ไปไหนอีกแล้ว”

สมัยที่ผมไปโลกโซเชียลยังไม่เป็นแบบนี้แล้วหลานก็เพิ่งจะยังเด็ก เราถึงได้ห่างกันไปมากจนเรียกว่าไม่สนิทก็ได้ พี่แซนพยายามอยู่เหมือนกันที่จะให้เจอแต่ไม่รู้ทำไมต้องมีเหตุให้ไม่ได้เจอ ไม่เพราะผมอยู่ได้ไม่นานก็กลับ ก็เป็นช่วงปิดเทอมที่เด็กๆชอบพากันไปเข้าค่ายของเขา รูปก็ไม่ได้เห็นเนื่องจากช่วงที่เด็กๆโตผมก็เรียนจบพอดีมัวแต่หมกมุ่นกับงานของตัวเองจนแม้แต่กับพี่แซนเองผมก็ไม่ค่อยมีเวลาให้

รู้สึกผิดจัง

“ผมอยากปรึกษา” ใหญ่พูดแทรกดึงความคิดผมให้กลับมาอีกครั้ง

“ฉันพูดกับหลาน นายเป็นหลานฉันเหรอ” ผมตอกกลับเล่นๆ หวังว่าคนไม่เคยสำนึกจะกวนประสาทอะไรกลับมา แต่เหมือนเขาชะงักไปวูบหนึ่งก่อนจะยิ้มเหมือนเดิม

“ผมจะไม่เป็นหลานซายด์เด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็ไม่เป็น”

“แล้วจะเป็นอะไร” ผมยิ้มยั่ว แตะนิ้วชี้ลงบนปลายจมูกโด่ง เบียดตัวเข้าใกล้เจ้าของตักกว้าง

“เป็นผัว”

เพียะ!

“เจ็บนะซายด์ ดีผมทำไมเนี่ย”

“เกินไป แฟนน่ะเป็นให้ได้ก่อนเถอะ สถานะนั้นอย่างเพิ่งหวังเลย” หมั่นใส้นัก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจริงๆวันนี้ หรือเครียดเรื่องสอบจนบ้าไปแล้ว

“กอดอยู่ทุกคืน ต่อให้ซายด์ไม่ยอมรับ แต่ทางพฤตินัยเราสองคนก็เป็นมากกว่าแฟนอยู่แล้ว หึ”

“แค่กๆๆ เอ่อ ผม แหะๆ ขอโทษครับ”

“นี่พอเลยนะ ไปอ่านหนังสือไป เล็กทำตัวลำบากแล้วเห็นหรือเปล่า” ผมส่งสายตาสงสารไปให้หลานชาย คนที่กำลังดื่มน้ำอยู่สำลักกับคำพูดของใหญ่จนหน้าแดงก่ำ

“ให้มันเข้าห้องไปดิ คนเขาจะจีบกัน”

“ไปอ่านหนังสือ ไม่งั้นก็กลับบ้านไปเลย”

“โอเคๆ อ่านก็ได้ งั้นคืนนี้ค่อยกอดเนอะ” ถูกคาดโทษใหญ่ก็ยอมปล่อยผมออกจากตัก ผมส่ายหน้าระอาใส่ ลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะเข้าไปทำงานในห้องบ้าง

“เล็กค้างกับน้าที่นี่แหละ จนกว่าแม่จะกลับมา อยู่กันหลายๆคนจะได้ไม่เหงา ยังไงเล็กดูสนิทกับใหญ่นี่”

“คะ ครับ ก็ได้ครับ แต่เดี๋ยวเล็กกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านก่อนนะ”

“ได้ งั้นน้าจะโทรบอกแม่ให้เอง อ้อ เล็กอย่าลืมโทรบอกคนโตด้วยล่ะ เผื่อว่าเขากลับบ้านไปแล้วไม่เจอใครจะตกใจ ให้พี่แซนโทรคนโตได้โดนบ่นยาวแน่ ขนาดน้ายังหูชาเลย” ผมบอกติดตลกแล้วเดินกลับเข้าห้องนอน

 



ด้านนอก (Yai’s part)

“พี่จะเอาแบบนี้จริงๆเหรอ” ไอ้เล็กมองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ หลังจากถอนสายตาจากคนที่เดินหายเข้าไปในห้องนอนและประตูนั้นปิดสนิทลง เสียงกระซิบเบาๆก็เกิดขึ้น “ถ้าน้าซายด์รู้ทีหลังโดนโกรธแน่ๆ”

“ไม่เห็นเหรอว่าขนาดรู้ว่าฉันเป็นแค่เพื่อนสนิทหลานเขายังจะเลิกกับฉันเลย แล้วแกจะให้บอกว่าฉันเป็น...” ผมเว้นคำที่ไม่อยากจะพูดไว้

“แล้วแม่ล่ะ ถ้าแม่รู้บ้านแตกแน่เลยนะพี่โต

“แกก็ปิดแม่ไว้ก่อน ฉันยังคิดอะไรไม่ออกตอนนี้หรอก”

ยอมรับว่าช็อกมากที่รู้ว่าซายด์เป็นน้าแท้ๆของผม มองเห็นความยากและอุปสรรค์ข้างหน้ามากมายเต็มไปหมด แต่ผมเป็นคนที่ไม่เคยยอมแพ้ ต่อให้เป็นน้าแล้วยังไง ในเมื่อผมรัก ผมจะไม่มีทางปล่อยซายด์ไป

ลงทุนตั้งมากมายกว่าซายด์จะยอมใจอ่อนแสดงอาการหึงหวงมาบ้าง ผมไม่ยอมหรอก น้าก็ช่างสิ ซายด์ท้องไม่ได้สักหน่อย ไม่มีปัญหาเรื่องเด็กจะเกิดมาแล้วผิดปกติตามหลักสายเลือดอยู่แล้ว มันมีอีกตั้งหลายวิธีที่เราจะอยู่ด้วยกันได้ เพียงแค่ต้องรอให้ซายด์รู้สึกกับผมมากกว่านี้ก่อน

“ไหนจะน้าซายด์อีก ถ้าน้าซายด์รู้ ยังไงพี่ก็ต้องเลิกกันอยู่ดี ผมว่าพี่ตัดใจตั้งแต่ตอนนี้...”

“ไม่ใช่เรื่องของแกนะไอ้เล็ก แกจะไปรู้อะไร” ผมเผลอตวาดน้องอย่างที่ไม่เคยทำ เห็นคนเล็กหน้าเสียเลยลดเสียงลง “ขอโทษ ฉันกำลังสับสน แต่แกรู้ไว้อย่าง ฉันเสียซายด์ไปไม่ได้”

ผมรักซายด์ รักมาก มันเป็นรักแรกพบตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามาหาผมในผับตอนนั้น

ที่จริงผมสังเกตเห็นเขาตั้งแต่ที่ผมกับเพื่อนก้าวเท้าเข้าไปในร้านด้วยซ้ำ ซายด์เป็นคนที่โดดเด่นสะดุดตาใครต่อใคร ใบหน้าสวยหวานมีเสน่ห์ ดวงตากลมโตดึงดูด ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่าบดขยี้ ตั้งใจจะเข้าไปจีบอยู่แล้วถ้าเกิดว่าเขาไม่เป็นฝ่ายเดินมาทักก่อน

ผมจำหน้าน้าทรายของพวกเราไม่ได้เป็นเพราะว่ามันนานมาแล้ว ต่อให้ตอนนั้นที่เขาย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศผมจะขึ้นประถมหนึ่งแล้วก็ตาม หลังจากนั้นก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย ความทรงจำเกี่ยวกับน้าทรายก็ค่อยๆเลือนหายไป รับรู้เพียงว่ามีน้าเป็นน้องชายของแม่เท่านั้น 

“เอาเป็นว่าแกเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อน ที่เหลือฉันจะจัดการเอง ช่วยฉันได้ไหม ไอ้เล็ก”

“เฮ้ออ ก็มาขนาดนี้แล้วนี่ ต่อให้ไม่เห็นด้วยผมก็ต้องช่วยพี่อยู่แล้ว” เล็กถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แสดงความหนักใจ

แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนที่หนักใจที่สุด มันผมต่างหาก

ทำไมโลกใบกลมต้องเหวี่ยงพวกเรามาเจอกันด้วย ผมได้แต่หวังว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นการเข้าใจผิด ทั้งที่รู้แก่ใจว่ายังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

รีบๆรักผมนะซายด์ 

เผื่อว่าทุกอย่าง...มันจะง่ายขึ้น

(end Yai’s part)


*************************

 

ผมเดินมึนออกจากห้องนอน เมื่อคืนกว่าจะได้นอนอย่าเรียกว่าดึก ให้เรียกว่าเช้า วางพล็อตนิยายเรื่องใหม่จนเพลิน เป็นงานยากแต่ท้าทายดี พอเสร็จเรียบร้อยก็สลบไปเลย ตื่นมาอีกครั้งก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงแล้ว

“อ้าว ไม่ไปเรียนเหรอ” ใหญ่กับคนเล็กนั่งกันอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ผมทักแล้วนั่งลงข้างใหญ่ สองคนนี้ใส่ชุดนักเรียน คนหนึ่งมอต้น อีกคนมอปลาย

“สอบครึ่งวันน่ะเพิ่งกลับมา ซื้อข้าวมาด้วยกะว่าจะเข้าไปปลุกซายด์พอดี” ใหญ่ตอบ ดึงมือผมที่วุ่นวายกับหน้าออกไปกุมเอาไว้แทน “อย่าขยี้ตาสิครับ”

“ง่วงจัง” ผมทิ้งหัวลงบนไหล่กว้าง นั่งหันหน้าเข้าหากัน ใหญ่โอบตัวเอาไว้หลวมๆ ฝ่ามืออุ่นสบายลูบลงมาที่แผ่นหลังทำให้ผมเบียดตัวเข้าใกล้มากขึ้น “อืมมม”

“ครางแบบนี้ผมอุ้มเข้าห้องดีไหม ไม่อยากกินแล้วข้าว”

“ฉันกำลังสบายต่างหาก อย่ามาทะลึ่ง”

“หึหึ หิวไหม” น้ำเสียงอ่อนโยนกระซิบถาม เมื่อผมพยักหน้าก็จะผละตัวออก แต่ผมใช้สองแขนโอบรัดรอบเอวเขาเอาไว้แน่นล็อกไว้ไม่ให้ขยับหนี

“ไปไหน”

“ตักข้าวให้ซายด์ไง จะได้ทานข้าวพร้อมกันดีไหม”

“ฮื่อออ”

“ฮื่อก็ปล่อยสิครับ บ่ายมากแล้วเดี๋ยวปวดท้องนะ ผมว่าซายด์คงยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน” ใหญ่ลูบหัวผมเล่นไปด้วย ยิ่งสบายจนไม่อยากให้ห่างตัว

“เพิ่งตื่นนี่แหละตั้งแต่หลับไปตอนเช้าก็ลากยาวเลย”

“ทำงานแบบนี้แบ่งเวลาหน่อยสิครับ เมื่อคืนผมตื่นมาตอนตีสี่ยังเห็นซายด์นั่งทำงานที่โต๊ะอยู่เลย เคยบอกแล้วไงว่าให้ทำตอนกลางวันเอา”

“บ่นอีกแล้ว” ถูกบ่นมากผมเลยดันตัวออกซะเลย จ้องคนขี้บ่นอย่างรู้ทัน “ที่ไม่อยากให้นอนดึกเพราะนายไม่มีคนกอดมากกว่าล่ะมั้ง”

“เตียงมันหนาวนะ ถ้าไม่มีซายด์” ใหญ่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตากวาดมองทั่วหน้าก่อนจะหยุดที่ริมฝีปาก รู้สึกคล้ายใบหน้าของเราเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมวางมือที่ต้นคอหนา บีบนวดลูบไล้เบาๆ ขณะที่เคลื่อนริมฝีปากเข้าหาเป้าหมายคือปากหยักได้รูปของอีกฝ่าย

“เอ่อ...”

ชิบหาย ลืมไปว่าหลานอยู่!

คนเล็กทำสีหน้าลำบากใจ ยกมือขึ้นเพื่อขออนุญาตพูด “คือเล็กหิวแล้ว แหะๆ” เจ้าหลานชายคงจะทนหิวได้แต่คงทนมองภาพเราสองคนไม่ได้มากกว่า แต่ก็ไม่กล้าพูด

“นะ น้า คือน้าว่า ไอ้นี่คงอร่อยดี เล็กกินสิ” ผมรีบนั่งตัวตรงหยิบช้อนส้อมมาตักกับข้าวตรงหน้ามั่วๆใส่จานของคนเล็ก ขณะที่เจ้าเด็กบ้านั่นหัวเราะหึหึแล้วเดินไปตักข้าวใส่จานมาให้ผม

“อยากกินอะไรพิเศษไหม ผมจะทำให้”

“อยากกินไข่ตุ๋นฝีมือนายอ่ะ พรุ่งนี้เช้าทำให้กินหน่อยสิ โรยเบคอนทอดกรอบเยอะด้วยนะ” เมนูเด็ดของใหญ่เลยล่ะ นอกจากมีเบคอนในเนื้อไข่แล้ว เขายังทอดกรอบเอามาโรยหน้าไข่ตุ่นต่างหากด้วย ผมกินแล้วติดใจจนต้องขอให้ทำให้กินอยู่หลายครั้ง

“ได้ครับ น้ำส้มด้วยไหม เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อของเพิ่มจะซื้อส้มมาคั้นให้ด้วย”

“แค่กๆ” หลานชายที่นั่งตรงข้ามสำลักข้าวที่กำลังเคี้ยว เราสองคนที่คุยกันอยู่เลยต้องหันไปมอง และเป็นใหญ่ที่ถามเสียงเรียบ

“เป็นไร”

“ไม่คิดว่าพี่ตะ..พี่ใหญ่จะทำอาหารเป็นด้วย ผมไม่เห็นเคยได้กินเลย”

“แล้วเรื่องอะไรฉันต้องทำให้แกกิน ฉันทำให้คนพิเศษเท่านั้น”

“อย่างเช่นสาวๆที่นายเคยพาไปเดทป่ะ” ผมแทรกด้วยรอยยิ้มหวานแต่เคลือบยาพิษ ใหญ่ตวัดสายตากลับมาด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกัน

“หึงพูดอย่างนี้นะที่รัก”

“ใครหึง ฝันอยู่หรือไง กินเข้าไปได้แล้วอย่าพูดมาก” ตักกับข้าวใส่จานให้เพื่อตัดบทซะเลย ถามแค่นี้มาโมเมว่าผมหึงเชียวเหรอ คนอย่างซายด์จะหึงคู่นอนทำไม ก็แค่...ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครต่างหาก!

“นอกจากหึงเก่ง ยังซึนเก่งนะซายด์ คนไม่หึงที่ไหนนั่งตักผมเพื่อกันท่าสาวๆวันนั้นกัน”

“เลิกพูดได้แล้ว...คนเล็กอยู่” ผมกระซิบบอกใหญ่เสียงเบาท้ายประโยค พร้อมกับเหลือบมองเด็กที่นั่งฝั่งตรงข้าม

อายจะแย่แล้ว หมดกันภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าหลาน ป่นปี้หมดแล้ว

คนเล็กจะคิดยังไงที่มีน้าทั้งขี้อ่อยแถมยังคบกับคนอายุน้อยกว่าที่เป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายตัวเองอีก แต่จะว่าไปคนที่ควรจะโกรธผมน่าจะเป็นคนโตมากกว่านะ เขาจะรู้สึกยังไงถ้าผมคบกับเพื่อนเขา

“เล็ก”

“ครับน้าซายด์”

“น้าอยากเจอคนโต”

“แค่กๆๆ” คราวนี้ไม่ใช่แค่คนเล็กที่สำลักข้าว ใหญ่เองก็เกือบทำน้ำที่เพิ่งจิบไปพุ่งออกจากปาก โชคดีที่กลั้นเอาไว้ได้ทัน เมื่อกลืนน้ำลงคือก็หันกลับมาหาผม

“ซายด์จะอยากเจอผม..เอ่อ เพื่อนผมไปทำไม”

“ก็ ฉันแค่อยากคุยกับคนโตให้เข้าใจ ในระหว่างที่นายยังอยู่กับฉัน เขาอาจจะโกรธก็ได้ที่เพื่อนสนิทกับน้าชายตัวเอง..แบบว่า สนิทสนมกันเป็นพิเศษ แล้วทำไมพวกนายต้องตกใจด้วยเนี่ย” ผมชักสงสัย แค่จะเจอหลานต้องทำหน้าเหมือนผมขอเข้าพบนายกฯไปได้

“ไม่ได้ตกใจ ผมแค่ถามเพราะสงสัยไง ส่วนเรื่องผมกับทราย ไม่เห็นเกี่ยวกับคนอื่น ผมตัดสินใจเรื่องพวกนี้เองได้ ซายด์ไม่จำเป็นต้องฟังความคิดเห็นของใคร คุณเชื่อในตัวผมคนเดียวก็พอแล้วเข้าใจไหม” รู้สึกแปลกที่ใหญ่จริงจังกับเรื่องนี้มาก หรือเขากลัวผมจะไล่เขาไปแบบเมื่อวานอีกก็เป็นได้

“แต่ฉันก็ควรจะแคร์ความรู้สึกหลานด้วย นายบอกเองว่าสนิทกับคนโตมาก ถ้าเขารู้เองทีหลังอาจจะไม่พอใจก็ได้นะ”

“ซายด์” ใหญ่หลับตาลงชั่วครู่จากนั้นก็ลืมดวงตาคมขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้ายามจริงจังดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ “มันไม่โกรธหรือไม่พอใจซายด์หรอกเชื่อผมสิ”

“หมายความว่าไง นายจะบอกว่าคนโตรู้เหรอเรื่องนายกับฉันแล้วเหรอ” ผมทำตาโต ทั้งที่ผมยังไม่เคยเจอหลานเลยแล้วคนโตจะรู้ได้ยังไงกัน

ใหญ่เงียบไปอีกครั้งแล้วถึงพยักหน้า “อืม ผมคุยกับมันแล้ววันนี้”

“อ้อ ที่โรงเรียนสินะ” ลืมไปเลยว่าพวกเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ใหญ่เรียนโรงเรียนเดียวกับคนเล็กก็ต้องอยู่โรงเรียนเดียวกับคนโตด้วย

“นั่นแหละ เอาเป็นว่ามันรู้และมันเต็มใจ ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น แถมยังบอกให้ผมดูแลซายด์ดีๆด้วย”

“คนโตพูดอย่างนั้นเหรอ” ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ ใหญ่หัวเราะแล้วหันไปหาคนเล็ก

“ถามไอ้เล็กดูสิ มันเป็นพยานได้”

“จริงเหรอเล็ก” ผมถามหลานชายบ้าง ถึงจะเริ่มสนิทกับคนเล็กแล้ว แต่ผมไม่รู้จักนิสัยคนโต ไม่รู้ด้วยว่าพี่น้องจะเหมือนกันหรือเปล่า อย่างผมกับพี่แซนก็ไม่ได้มีนิสัยคล้ายกันเลยนะ

“จะ จริงครับ ถ้าพี่ใหญ่ว่ายังไงก็เป็นอย่างนั้นแหละ” คนเล็กเหลือบตาขึ้นมองแว๊บเดียวแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ

“นายนี่สนิทกับคนโตมากๆเลยสินะ” กลับไปคุยกับใหญ่เมื่อได้คำตอบจากคนเล็กแล้ว

“มากกว่าที่ซายด์คิด...เราทานข้าวกันดีกว่านะ เดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย” เขาตัดบทตักอาหารใส่จานให้ กลิ่นหอมยั่วยวนทำให้ผมยอมแต่โดยดี ซ้ำยังเป็นมื้อแรกของวันในเวลาสองโมงกว่าด้วย

ทานข้าวเสร็จผมก็ช่วยใหญ่ล้างจาน คนเล็กทำหน้าแปลกใจอีกแล้วที่เห็นใหญ่ล้างจานแต่ก็ไม่ได้ทักขึ้นมา ตอนที่กำลังล้างไปและถูกเด็กตัวโตนี่แกล้งเอาน้ำยามาป้ายจมูก เสียงกริ่งห้องก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวเล็กไปเปิดให้เองน้าซายด์” หลานชายวางจานที่เช็ดแล้วลงกับโต๊ะ เดินออกจากครัวไป

“ใครมานะ” ใหญ่พึมพำ

“น่าจะไอ้โรมนะ มันโทรบอกว่าจะแวะมาคุยน่ะ”

“พี่โรมมาช้าไปนะครับ ไม่ได้ทานข้าวด้วยกันเลย” คนเพิ่งรู้จักแต่ทำตัวเหมือนสนิทกันเป็นชาติยิ้มเบาๆ วันก่อนไอ้โรมแวะมาอีกรอบก็คุยแต่กับใหญ่ ท่าทางถูกคอยิ่งกว่าเพื่อนสนิทอย่างผมอีก

แล้วพอสนิทกันก็มารวมหัวกันแกล้งผมอยู่คนเดียว

“ดีแล้ว อย่างมันชอบกินยอดข้าวมากกว่าข้าว วันหลังนายลองชวนไปดื่มสิมันคงรีบเลยล่ะ”

“ถ้าชวนจริงคนแถวนี้คงจะหึงจนอยู่ไม่ติดเลยมั้งครับ” ใหญ่ยิ้มแหย่ ผมล้างมือเอามาเช็ดกับเสื้อตัวเอง หันไปด้านข้างที่มีคนตัวโตยืนอยู่ ยกมือขึ้นคล้องรอบคอแกร่ง

“แล้วให้หึงไหม” ส่งเสียงยั่วและเบียดร่างกายเข้าหา

“สำหรับซายด์ ผมให้สิทธิ์หึงได้เต็มที่” คนตอบพร้อมแววตาล้อเลียนที่มีความจริงจังผสมอยู่

ไม่นานเสียงไอ้โรมก็ดังแว่วเข้ามาในครัวพร้อมกับตัวสูงเป็นเสาไฟฟ้าที่ในมือไม่ได้หิ้วของฝากแต่กลับหิ้วคอหลานชายผมเข้ามาด้วย

“ไอ้ซายด์ ไอ้ลูกหมานี่ใครวะ”

“เรียกใครไอ้ลูกหมาอ่ะ” คนเล็กไม่ยอมง่ายๆ ที่จริงหลานผมไม่ได้เตี้ยนะ อยู่มอสามแต่ตัวสูงเท่าๆกับผมเลย และน่าจะยังสูงได้อีก แต่ไอ้โรมมันเกินมาตรฐานชายไทยไปเยอะเองเพราะมันมีเชื้อลูกเสี้ยวทางยุโรปติดมา

“มึงทำอะไรหลานกูเนี่ยไอ้โรม ปล่อยคนเล็กนะ” หิ้วหลานกูเป็นหมาแมวเลยไอ้เพื่อนบ้า

“ชื่อคนเล็กเหรอ เหอะ เด็กน้อยว่ะ” มันยอมปล่อยมือแต่ก็ยังแกล้งว่าคนเล็กไม่เลิก คนที่มีปมเรื่องชื่ออยู่แล้วเลยเต้นเร่าๆไม่ยอมง่ายๆ

“น้าซายด์ ไอ้ลุงนี่เป็นใครกัน ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยนะ ถามว่ามาหาใครก็ไม่ยอมตอบจะเข้าห้องมาให้ได้อย่างเดียวเลย เป็นโจรป่ะเนี่ย”

“เรียกใครลุงวะไอ้เตี้ย”

“พอๆ อย่าเถียงกัน ไอ้โรมอย่าแกล้งหลานกู...เล็กนี่เพื่อนน้าเองไม่ใช่โจรหรอก” ผมเข้าไปแยกทั้งคู่ให้อยู่ห่างจากกัน ใหญ่ก็ไม่ช่วยอะไรเลย ยืนขำอย่างเดียว

“ใครจะไปรู้ล่ะว่าเพื่อนน้าซายด์ หน้าอย่างกับโจรภูเขา” คนเล็กหนีไปหลบหลังใหญ่เมื่อพูดเสร็จเพราะโรมทำท่าจะเข้าไปคว้าคออีกรอบ

ตอนมันหิ้วคนเล็กเข้าครัวมา มือมันจับอยู่ที่คอเสื้อด้านหลังจนคิดว่ามันหิ้วหมาซะอีก...แค่กๆ ไม่สิ นั่นหลานเนอะ ไม่ใช่หมา

“เรียกใครโจรภูเขาไอ้เด็กเตี้ย เด็กอย่างนายจะรู้อะไร นี่มันสไตล์ของผู้ใหญ่ต่างหาก” โจรป่าที่มีรอยเคราจางๆก็ไม่ยอมแพ้ เห็นอย่างนี้มันเป็นที่นิยมของสาวๆที่ชอบสไตล์ดิบเถื่อนนะ

“ผู้ใหญ่หรือคนแก่ นี่เพื่อนน้าซายด์แน่เหรอ หน้าแก่เหมือนเป็นพ่อน้าซายด์เลย” เอิ่ม พ่อน้าก็ตาแกไงคนเล็ก ลามปามจริงๆ

แต่ผมไม่ได้ว่าอะไร แค่ห้ามศึกเพื่อนสนิทกับหลานชายก็ปวดหัวแล้ว คงไม่กระโจนเข้าร่วมสงครามด้วยอีกคน ส่งสายตาหาใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือ นั่นแหละคนยืนขำถึงได้ยอมขยับตัว

“พี่โรม ไปคุยกันที่ห้องนั่งเล่นดีกว่านะ ไอ้เล็กนี่เพื่อนซายด์เขาโตกว่าแก มีมารยาทหน่อย”

และสิ่งที่ได้รับกลับมาจากคนสองคนคือ

“เหอะ / เชอะ” โรมกับคนเล็กสะบัดหน้าหนีไปคนละทาง

นี่มันอะไรกันวะเนี่ย


.......................................................

นอกจากน้าซายด์ต้องเลิกนัวหลัวต่อหน้าหลานแล้ว

ลุง เอ๊ย พี่โรมก็ต้องใจเย็นๆด้วยนะพี่นะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 987 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #2316 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:57
    คู่รองสินะะะ
    #2316
    0
  2. #2262 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 21:40

    โอ้ยยยย คู่โรมกับคนเล็กสินะ ท่าจะฮา 555555

    #2262
    0
  3. #1929 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 10:11
    คู่น้าได้ผัวเด็ก คู่หลายได้ผัวแก่สินะ อรุ่มมมมมมม 15 ปีด้วย ฮึ่มมมมมมม
    #1929
    0
  4. #1642 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 11:42
    อยากเห็นน้องคนเล็กกับลุงโรมมมมมมม
    #1642
    0
  5. #605 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 14:20

    โรมจะเลี้ยงเด็กอีกคนไหมเนี่ย

    #605
    0
  6. #565 แมวว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 07:26

    555 อีกคู่ ลุงกะหลาน หวึยๆๆๆๆๆ

    #565
    0
  7. #546 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 20:46

    อีกคู่ก็คนเล็ก
    #546
    0
  8. #545 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 19:46
    อีกคู่แน่ๆ 5555
    #545
    0
  9. #544 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 09:47
    จะกินเด็กแล้วอมตะทั้งแก๊งไม่ได้เส้

    แล้วน้าซายด์ก็ชวนให้เคลิ้มตลอด รู้จักอดกลั้นกันบ้างมั้ย ก๋ากั่นกันเหลือเกินนนนน
    #544
    0
  10. #543 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 08:58
    เอ็นดูตัวเล็กกก
    #543
    0
  11. #542 ChaBo Chic (@1barry) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 08:41
    ตลกคนเล็ก
    #542
    0
  12. #541 LittleJune (@LittleJune) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 07:23
    โรมกะเล็ก คุกหนักกว่าเดิม 5555
    #541
    0
  13. #540 snowbaam (@doublethe8) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 06:18
    โรมเล็กเป่า🌝เรือมา!!
    #540
    0
  14. #539 piti345 (@piti345) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 05:40

    เอาล่ะงานนี้มีกลิ่นแปลกๆเพิ่มมาอีกคู่แล้วอ่ะนะทั้งๆที่ความวัวยังมะทันจะหายเลยเฮ้ออออ!!
    เอาเป็นว่าสู้ๆคนใหญ่จะรอลุ้นอยู่ตรงนี้จร้า555
    #539
    0
  15. #538 ibelieveit (@ibelieveit) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 05:38
    คู่รองเปิดตัวแล้วเหรอ

    น่าสนุกอะ
    #538
    0
  16. #537 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 02:03
    โว้ยยยย ฮือออ ฉันควรรู้สึกยังไงกับสองน้าหลานเนี่ย //พร้อมกินมาม่าแล้วค่ะไรท์
    #537
    0
  17. #536 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 01:12
    น้องเล็กจะมีคู่หรอ
    #536
    0
  18. #535 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:56
    คนเล็กเอ้ยยยย วงวารน้องงงงง กินข้าวอร่อยมั้ยเนี่ย -0-
    #535
    0
  19. #534 _Nenuu_ (@_Nenuu_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:23
    เป็นความสัมพันธ์ที่แบบยุ่งยากและซับซ้อนมาก 5555555555555
    #534
    0
  20. #533 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:02

    โอ๊ยๆๆๆๆ ได้กลิ่นลุงหลานอีกคู่

    แต่คู่นี้อายุห่างกันเป็นพ่อลูกได้เลย 555

    #533
    0
  21. #532 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:02
    เล็กทำสีหน้าลำบากใจอีกแล้ว ซงซานนนนน 555
    #532
    0
  22. #531 Sunantha-ct (@Sunantha-ct) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:00
    เอาจริงๆปะไม่ได้รู้สึกถึงดราม่าอะ รู้สึกถึงกลิ่นความรักตลบอบอวนไปหมดงงมะ55555
    #531
    0
  23. #529 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 19:57

    อย่ามาม่านะ....
    #529
    0
  24. #528 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 19:13
    เฮ้อ ปัญหาใหญ่สมชื่อ อยากจะให้น้าซายด์เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ ตายายเก็บมาเลี้ยง เลี้ยงดูรักใคร่ดุจสายเลือดเหมือนพี่แซนด์ แต่มันเป็นไปไม่ได้...

    คนโตจะทำไงล่ะทีนี้ ถ้าน้าซายด์รู้ความจริง ไม่ใช่แค่เอ่ยปาก แต่เลิกแน่นอน ดูเหมือนต่างคนต่างรักกันแล้วด้วยสิ
    #528
    0
  25. #527 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 19:10
    ณ จุดนี้สงสารทุกคน มองไม่เห็นทางไปต่อได้เลย UoU
    #527
    0