#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,171 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,796 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,384

    Overall
    154,171

ตอนที่ 10 : #แขกที่มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8039
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1085 ครั้ง
    3 เม.ย. 62



อาการผมดีขึ้น ไข้ลดลงมาเยอะ แม้จะตัวรุมรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้างแต่ก็ไม่ทรมานเท่ากับวันแรกๆ ต้องยกความดีให้กับคนดูแล ทั้งเช็ดตัว ทำอาหาร ป้อนยา สามวันนี้แอบสงสารเขาอยู่เหมือนกัน ต้องทำทุกอย่างแถมยังมารับมือกับความงอแงเวลาป่วยจากผมด้วย โคตรจะอดทน

แม้แต่พี่แซนยังเคยบ่นเลยว่าดูแลผมตอนป่วยน่ะโคตรยาก

“อยากอาบน้ำ” ผมกึ่งนอนกึ่งนั่งพิงหมอนใบยักษ์ตีหน้าบูดบึ้งใส่คนที่ยืนข้างเตียง เราเล่นเกมจ้องตากันอย่างนี้มาได้สักพัก แต่ละคนยังไม่มีใครเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน

“ไม่ได้ เดี๋ยวไข้กลับอีกครั้งนี้ผมจะไม่ดูแลแล้วนะ”

“ก็ไม่ต้องดู ดูแลตัวเองได้โตแล้ว”

สายตาคนฟังสลดลงมาโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน ผมวูบโหวงในใจแปลกๆ ความรู้สึกผิดแทรกซึมเข้ามาในจิตใจ เขาคงเสียใจกับคำพูดไม่คิดของผม ก็ปากมันไปไวไม่ได้ตั้งใจนี่

ทำไมจะไม่รู้ว่าเขาลำบากดูแลโดยที่ผมไม่เคยขอร้องสักคำ

ผมเอื้อมไปจับมือใหญ่เอาไว้ กระตุกเบาๆให้เขานั่งลง ใหญ่ยังคงรักษารอยยิ้มอ่อนโยนทั้งที่ผมพูดไม่ดีใส่ ไม่มีแววของความโกรธเคืองอย่างคนที่ทำความดีหวังผลตอบแทน เช่นการให้ผมเห็นใจสงสารและตอบรับความรู้สึก หรืออย่างคนที่อยากได้รับคำขอบคุณ

ความรู้สึกเสียใจเพิ่มพูดทวีคูณอยู่ในอก

“ใหญ่” ส่งเสียงแผ่วเบา จับมือหนามาบีบนวด ปากไม่ได้เอ่ยคำขอโทษแต่ส่งสายตาให้รู้ว่าผมเสียใจแค่ไหน

“ผมเป็นห่วงซายด์ ไม่ได้คิดจะใจร้ายหรืออยากบังคับเลยนะ”

“ซายด์รู้” ตั้งแต่ป่วยผมแทนตัวเองด้วยชื่อกับเขาไปหลายครั้ง รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง แต่ครั้งนี้ตั้งใจแทนตัวเองแบบนี้รวมถึงตั้งใจอ้อนด้วย “ซายด์ไม่ได้คิดว่าใหญ่ยุ่งวุ่นวาย แต่ตัวเหนียวมากไม่ได้อาบน้ำหลายวัน เช็ดตัวมันไม่สะอาดเหมือนอาบน้ำ พอถูกขัดใจมันก็เลยหงุดหงิดไปหน่อย”

“ผมรู้ ผมเคยป่วย แต่ซายด์ต้องอดทน ผมไม่อยากให้เป็นไข้อีก เวลาซายด์ป่วยทีทำไมเป็นหนักจัง”

“ก็ไม่ค่อยป่วยง่ายมั้ง ปีละสองสามครั้ง รอบนี้โหมงานหนักเลยเป็นเยอะหน่อย ตกลงใหญ่ให้ซายด์อาบน้ำนะ”

“พรุ่งนี้ดีไหม ให้ไข้ลดลงอีกหน่อย” ใหญ่ทาบมือลงมาที่หน้าผากและซอกคอ วัดอุณหภูมิร่างกายแล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธเหมือนเดิม “ทนอีกคืนเดียว”

“พรุ่งนี้เช้าต้องได้อาบเลยนะ” เห็นความเป็นห่วงชัดเต็มสองตาของเขาแล้วผมก็ดื้อไม่ออก พี่แซนรู้คงได้หลั่งน้ำตา มีคนที่ผมดื้อใส่ได้ไม่เต็มที่โผล่ขึ้นมาอีกคนนึงแล้ว

“สัญญาเลยครับ จะให้ผมอาบให้ก็ยังได้” ใหญ่ยิ้มรับพอใจ ทำตาเจ้าเล่ห์ใส่ ผมรู้ว่าถ้าอนุญาตคนหื่นแบบนี้ก็เอาจริงนะ จะว่าไปแล้ว ก็สักพักแล้วนะที่ไม่ได้มีอะไรกัน

“เบื่อไหม ที่จริงเราไม่ได้ผูกมัดอะไร ถ้านายอยากออกไปเที่ยวบ้าง เจอคนอื่นๆบ้างฉันก็ไม่ได้ว่าเลยนะ”

“ไม่ว่าจริงเหรอครับ” คิ้วหนายกขึ้นถาม ดวงตาหรี่มองอย่างจับผิด ผมเผลอเกร็งและยืดตัวตรงขึ้นเล็กน้อย

“จริงสิ” ปรับเสียงให้อยู่ในโทนกลางๆ เอาไว้ คนฉลาดอย่างนั้นเดี๋ยวมาแซวว่าเสียงสูงอีก

“แล้วใหญ่กับซายด์หายไปไหนแล้ว”

“อะไร?”

“ไม่ว่า แต่กลับมาเรียกฉันกับนาย คนอะไรนอกจากป่วยแล้วซึน ยังปากแข็งขึ้นอีกหลายเท่าเลย รู้ไหมว่าตั้งแต่ป่วยซายด์ทำร้ายจิตใจผมไปกี่หนแล้วหืม”

“สาม” แกล้งชูสามนิ้วให้ดูด้วย

“หึหึ” คนตัวโตส่งสายตาเอ็นดูเหมือนเห็นเด็กน้อยทั้งที่ตัวเองต่างหากที่เป็นเด็กน้อย “อย่าให้นับเลย ทั้งด่าทั้งขู่จะไล่ผมออกจากห้องสารพัด ขัดใจก็ไม่ได้ ยิ่งตอนกลางดึกก็ยังเพ้อไล่ผมออกจากห้องเลยมั้ง”

“จริงดิ” ผมตาโต ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน นี่ผมถึงขึ้นละเมอไล่เขาออกจากห้องเลยเหรอ

“ไม่จริงหรอก ซายด์ไข้สูงขนาดนั้น เพ้ออะไรไปผมจะฟังรู้เรื่องไหมล่ะ”

“ไอ้ใหญ่!” หมั่นไส้แล้วนะ คนยิ่งป่วยๆมากวนประสาท เอาหมอนอิงตีซะให้เข็ด ใหญ่หัวเราะแล้วเบี่ยงตัวหลบ ผมก็ขยับตามไปฟาด ฟาดไปฟาดมาโลกก็เอียงอีกรอบ คล้ายกับจะวูบ

“ระวัง” กายแข็งแกร่งที่ผมชอบลูบชอบซบโอบรอบตัวเอาไว้กันไม่ให้ตกลงไปจากเตียง เสียงที่กระซิบไม่ไกลใบหูส่งผลให้หน้าร้อนผ่าว ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเจ้าของอ้อมแขน นิ่งค้างอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน

“ใหญ่ เมื่อกี้น่ะ...พูดจริงนะ” ผมบอกเสียงแผ่ว คนฟังทำหน้าเซ็งแล้วปล่อยผมออก แอบเสียดายที่ยังไม่ได้ลูบซิกแพ็กเลย กอดต่ออีกหน่อยก็ไม่ได้ ขี้งก

“ถ้าพูดเรื่องนี้อีกต่อให้ป่วยผมก็จะเอาให้ครางจนไล่ไปหาคนอื่นไม่ไหวเลย อยากลองดีป่ะ”

“เด็กกวนประสาท นี่หวังดีหรอก ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปดิ ดีอยู่โลกสวยด้วยมือนายต่อไปก็แล้วกัน อย่าได้หวังว่าฉันจะช่วยเพราะฉันยังป่วยอยู่ มือไม่ว่าง”

“แต่ปากว่าง” ใหญ่ต่อคำที่ฟังแล้วอยากจะฟาดให้หัวแตก

“ไอ้....”

“โอ้ยย ใจเย็นก่อนป่ะล่ะ ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นสักหน่อย ผมจะบอกว่าซายด์ปากว่างบ่นเยอะต่างหาก เนี่ยคนคิดไม่ดีก็จะคิดแต่แบบนั้น” เขารีบยกแขนขึ้นป้องกันฝ่ามือผมที่ฟาดลงไปรัวๆ

“สาบานสิว่าไม่ได้ตั้งใจพูดให้คิดน่ะ”

“............”

“ใหญ่!!!

“ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นๆ ผมว่าเสียงดังได้ขนาดนี้ ซายด์คงหายดีแล้วมั้งเนี่ย เอาอย่างนี้วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศทำราดหน้าให้ทานเอาเปล่า กินแต่โจ๊กกับข้าวต้มมาหลายมื้อแล้วซายด์คงเบื่อ”

พูดเรื่องของกินท้องก็ร้องขึ้นมาเลย

“อยากกินราดหน้า ร้านที่นายเคยพาซ้อนมอไซค์ไปกินคราวก่อนก็ดีนะ หมูหมักนุ่มมากๆเลย น้ำราดก็เข้มข้นอร่อยไม่ต้องปรุง”

“เขาเรียกบิ๊กไบก์ต่างหาก” คนรักรถรีบทวงคืนศักดิ์ศรีให้กับเจ้าดูคาติคันโตลูกรักของตัวเอง เวลาถูกเรียกมอเตอร์ไซค์เมื่อไหร่ ใหญ่จะออกอาการหงุดหงิดเล็กๆ ทั้งที่มันก็มีบรรพบุรุษเป็นมอเตอร์ไซค์เหมือนกันป่ะ

“โอเค บิ๊กไบก์ก็บิ๊กไบก์ นี่เราพูดเรื่องราดหน้าอยู่อย่าเปลี่ยนเรื่องดิ อยากกินละเนี่ย ออกไปกินกันไหม”

“ไม่ต้องหรอกผมทำอร่อยกว่านั้นแน่นอน ถ้าอย่างนั้นซายด์นอนรออยู่นี่ก่อนนะ ขอออกไปซื้อของแป๊บเดียวเดี๋ยวกลับมา”

“ไปด้วยสิ”

“ไม่ได้” นี่ก็ปฏิเสธแบบไม่เสียเวลาคิดสักนิดเลยเหรอ สรุปใครกันแน่ที่โตกว่า ใครกันแน่เป็นเจ้าของห้อง จะงอแงแล้วนะ ฮึ่ยยย

“แต่มันเบื่อ ได้ยินไหมว่าซายด์เบื่อ อยู่แต่ในห้องนอนแต่บนเตียงมาหลายวันแล้วนะ”

“พรุ่งนี้ละกันนะ พักอีกวันให้ดีขึ้นก่อน แล้วผมจะพาออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยก็ได้ ซายด์จะได้เปลี่ยนบรรยากาศ วันเสาร์มีตลาดรถไฟใกล้ๆแถวนี้ด้วย อาทิตย์ที่แล้วผมขับรถผ่านแล้วเจอ”

“ตลาดนัดรถไฟเหรอ” ผมตาวาว ตั้งแต่กลับมายังไม่เคยเดินตลาดนัดเลย ได้ยินมาว่าเปลี่ยนไปเยอะกว่าที่ผมเคยเดินเมื่อสมัยก่อน เดี๋ยวนี้เด็กวัยรุ่นฮิตไปเดินพวกตลาดนัดกันใช่มั้ย ที่เขาเรียกอะไรนะ ฮิปสเตอร์ “อยากไป”

“ถ้าอย่างนั้นอย่าดื้อ ผมจะรีบไปรีบกลับนะ”

“โอเค” ทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเคแล้วล้มตัวลงนอนอย่างง่ายดาย ใหญ่ส่ายหน้าขำก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้

เชอะ เพราะว่าผมป่วยหรอก ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้เห็นมุมนิสัยเด็กอย่างนี้เลย รอให้หายซายด์แมวป่าช่างยั่วจะกลับมาอย่างแน่นอน

ผมเผลอหลับไประหว่างรอใหญ่ สะดุ้งตื่นก็ตอนที่มีเสียงกริ่งดังหน้าห้องเลยจำเป็นต้องลากสภาพร่างอุ่นๆเพราะยังมีไข้อ่อนไปเปิดประตูห้องด้านนอก วันนี้ไม่ได้นัดใครไว้ และไม่มีใครโทรบอกว่าจะมา หรือจะเป็นใหญ่ที่ลืมเอากุญแจห้องไปเลยต้องกดกริ่งให้ผมเปิดให้

“ลืมกุญแจเหรอ....อ้าว ไอ้โรม!” คนที่ยืนหลังประตูไม่ใช่เด็กม.ห้า แต่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่มอปลายที่คิดว่ามันตายไปแล้วถึงได้หายหน้าไปนานเหลือเกิน

มาได้ไงวะ


*************************

“มึงไม่รับสาย” ไอ้โรมทำหน้าบึ้งเดินผ่านผมเข้าไปในห้อง ไม่ต้องรอเจ้าของห้องอย่างผมอนุญาตหรอกมันอนุญาตตัวเองได้ หรือเรียกอีกอย่างว่าไร้มารยาทนั่นแหละ

“สงสัยแบตกูหมด” ผมปิดประตูห้องแล้วเดินตามมันไปนั่งที่โซฟา ไม่ได้บอกความจริงว่าปล่อยให้เด็กสิบเจ็ดยึดโทรศัพท์ไป ซึ่งไอ้เจ้านั่นคงปิดเครื่องผมเรียบร้อยแล้ว

“มิน่าล่ะ ว่าแต่มึงป่วย?”

“รู้ได้ไง?”

“พี่แซนโทรหากู บอกว่าติดต่อมึงไม่ได้เลยโทรมาถามอาการที่กู เหวอไปเลยที่พี่เขาคิดว่ากูดูแลมึงอยู่”

“ละ แล้วมึงบอกพี่แซนไปว่าไง” อดจะหวั่นใจไม่ได้ ผมลืมเรื่องนี้ไปแล้วว่าจะโทรไปนัดกับไอ้โรมเอาไว้ วันนี้ทั้งวันก็ไม่ได้โทรหาพี่แซน พี่น่าจะห่วงผมมาก แถมยังมาติดต่อไม่ได้อีก

“บอกว่ามึงคงหลับกูออกมาข้างนอก เขาเลยฝากกูดูมึงดีๆ” มันจ้องหน้าผมเขม็ง “ทำไมป่วยไม่โทรบอกวะ อย่างน้อยจะได้พาไปหาหมอก่อน เออลืมไป มึงไม่ชอบไปโรงบาล”

“ไปมาแล้ว”

“ห้ะ? มึงเนี่ยนะไปโรงบาล ไปได้ไงวะ ปกติฉุดกระชากยังไงก็ไม่ยอมไป”

“เอาเหอะน่า ยังไงก็สร่างไข้แล้วเนี่ย เกือบหายดีละ” เรื่องอะไรจะเล่าล่ะ เรื่องน่าอายแบบนั้น ผมเปลี่ยนไปเรื่องอื่นแทน

“ว่าแต่มึงขึ้นมาได้ไง?” มันไม่มีกุญแจห้อง แต่ดันมาโผล่ที่หน้าห้อง อย่าบอกว่าแอบขโมยกุญแจผมไปเหมือนใหญ่อีกคนตอนมาช่วยย้ายของเข้าคอนโดฯนี้นะ

ทำไมรอบตัวมีแต่โจร!

“เดินตามคนอื่นขึ้นมา ก็กูโทรหามึงแล้วมึงไม่รับเลยร้อนใจกลัวจะตายอยู่ในห้อง” นี่ถ้าไม่ติดว่ามันตัวใหญ่กว่าเยอะผมจะกระโดดต่อยหน้ามันเพราะมาแช่งกันนี่แหละ

แต่จะว่าไปผมก็คิดน้อยเกิน กุญแจห้องมีอยู่สองชุด จะเอาที่ไหนเหลือให้ไอ้โรมขโมยอีก ไข้ขึ้นแล้วเพ้อแน่ๆ

“โรม ยืมโทรศัพท์โทรหาพี่แซนหน่อยดิ” ผมแบมือไปตรงหน้า ไอ้โรมทำหน้างงแต่ก็หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงส่งมาให้

“แล้วของมึงล่ะ”

“บะ แบตหมดน่ะ” ที่จริงแล้วใหญ่เอาไปซ่อนในห้องนอนของมันต่างหากล่ะ ล็อกกุญแจลิ้นชักอย่างดีด้วย

“มึงก็ชาร์ตดิ ยากอะไรวะ” มันทำหน้าเหมือนผมโง่ในโง่ ทำไมชีวิตผมวนเวียนแต่กับคนฉลาด กวนประสาทแล้วก็น่าตบหลายคนจังเลย เด็กสิบเจ็ดก็คน นี่ยังเพื่อนสนิทอีกคน

“กว่าจะชาร์ตจนโทรได้ กูกลัวพี่แซนรอนาน แล้วมึงจะมาเซ้าซี้กูทำไมเนี่ย แค่โทรศัพท์มาทำหวง กูไม่ยุ่งกับกิ๊กมึงหรอกน่า”

“เปล่า จะโทรก็โทร”

“งั้นรอนี่นะ ขอไปคุยในห้อง”

“เออ”

ปล่อยให้ไอ้โรมนั่งรอที่โซฟาไปก่อน ไม่อยากให้มันได้ยินว่าผมคุยอะไรกับพี่แซนบ้าง เดี๋ยวมันจะจับได้ว่าผมโกหกอยู่หลายเรื่อง ดีไม่ดีหลุดถามออกมาตอนคุยกับพี่แซนอยู่ได้ซวยกันพอดี

แต่ผมคงลืมคิดไปเรื่องหนึ่ง...คือการที่ใครบางคนจะกลับมาเจอคนแปลกหน้าในห้อง

“แค่นี้ก่อนนะพี่แซน ไว้ซายด์โทรไปใหม่” ผมรีบบอกวางสายพี่สาว เดินเร็วๆออกจากห้องเพราะได้ยินเสียงคนพูดกันดังมากจากห้องนั่งเล่น ถึงได้จำได้ขึ้นมาว่ามีผู้อาศัยอยู่ร่วมด้วยอีกหนึ่งและยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเพื่อนเลย

“ไอ้ซายด์ นี่มันไอ้เด็กเบอร์เจ็ดในผับวันนั้นไม่ใช่เหรอวะ ที่มึงเล่นเกมแพ้แล้วโดนส่งให้ไปจีบมันอ่ะ” ประโยคเดียวของเพื่อนสนิทมาครบทุกรายละเอียด ผมหลับตาลง ความรู้สึกปวดหัวกลับมาอีกรอบแต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะป่วย

ผมไม่แน่ใจว่าใหญ่รู้หรือเปล่าว่าครั้งแรกที่เราเจอกันในผับ ผมที่เข้าไปทักเขาเป็นเพราะเล่นเกมแพ้ อาจจะเดาได้ หรืออาจจะไม่รู้อะไรเลย แต่ที่แน่ๆ...ผมไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้เลย

“เกม?...อ้อ อย่างนี้นี่เอง” มุมปากกระตุกรอยยิ้มออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่คนฉลาดจะมองตาผมด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “คำสั่งคืออะไรเหรอครับ”

“ช่างเหอะน่า” ผมบอกปัด แต่ไม่ทันไอ้โรมจอมแฉ มันพูดต่อโดยที่ผมห้ามไม่ทัน

“ก็มีดื่มเครื่องดื่มจากเพื่อนในโต๊ะทั้งหมดแล้วแต่ใครจะสั่งอะไรให้ กับไปขอดริ้งค์จากคนที่เดินเข้ามาในร้านเป็นคนที่เจ็ด สรุปไอ้นี่มันมาอยู่นี่ได้ไงวะไอ้ซายด์”

“ผมเป็นคนที่เจ็ดพอดีสินะครับ แหม ลัคกี้จัง” ทั้งสายตาและสีหน้ายิ้มแย้มนั้นสุดจะคาดเดาจริงๆ ผมมองไม่ออกว่าใหญ่คิดอะไรอยู่ ส่วนไอ้คนโดนเมินก็ยังสงสัยไม่หยุด

“อย่าทำเป็นไม่ได้ยินกูสิวะ อธิบายมานะไอ้ซายด์ เรื่องเป็นเดือนแล้วทำไมมึงยังติดต่อกับมันอยู่ หรือว่าที่คืนนั้นหายไปก็เพราะ...ไอ้เชี่ย” พูดเองเข้าใจเองนักเลงพอ ไอ้โรมเดาได้ก็เบิกตากว้างจ้องผมกับใหญ่สลับกัน

“สรุปมึงมาทำไมวะโรม” ผมปวดหัวกับมันแล้วนะ

“ก็มาดูใจมึงไง คิดว่าตายอยู่ในห้องที่ไหนได้มีเด็กมาดูแลเฝ้าไข้อย่างดี ก็แปลกใจอยู่ว่าทำไมไม่โทรตามกู ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง” ไอ้โรมว่าพร้อมกับเดินวนรอบตัวใหญ่ พิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วผิวปาก “ตอนนั้นเห็นไกลๆแถมมืดยังรู้เลยว่าหล่อ พอมองใกล้ๆ เออ แม่งหล่อชิบหายเลยว่ะ”

“ไอ้โรม อย่ายุ่ง” ผมรีบเข้าไปดึงใหญ่มาไว้ด้านหลัง ไม่สนใจเสียงหัวเราะของเด็กสิบเจ็ด ส่งตาขุ่นขวางไปทางเพื่อนตัวเอง

“เออ หวงซะด้วย ยังไงกันครับคุณซายด์ ตอบเพื่อนหน่อยว่าทำไมคนที่เจอในผับถึงได้ยังวนเวียนอยู่กับมึงเป็นเดือนๆอย่างนี้”

“กะ ก็...”

“ผมมาตามตื๊อเองแหละครับ หอบเสื้อผ้ามาบังคับขอซายด์อยู่ด้วยไม่อย่างนั้นจะแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ ซายด์เลยต้องยอม” ไอ้คนด้านหลังก็ให้ความร่วมมือดีจริง เล่าหมดเปลือกแถมเกินจริงไปเยอะ ตอนนั้นที่มาขออยู่ด้วยใหญ่ยังไม่ได้บอกอายุผม ถ้าไม่อย่างนั้นอย่าได้หวังว่าจะยอม

ยิ่งได้ยินคำว่าพรากผู้เยาว์ไอ้โรมก็ยิ่งตาโตกว่าเดิมจนเกือบจะแตก

“กูก็คิดอยู่นะว่าหน้าเด็กแบบนี้ต้องรุ่นน้องพวกเรา แต่ไม่คิดว่ามึงจะเอาเด็กน้อยขนาดนี้ นี่อายุเท่าไหร่วะน้อง”

“จะสิบแปดครับ”

“แปลว่ายังไม่สิบแปด ชิบหายแล้วไอ้ซายด์ มึงอยากกินอะไรบอกเพื่อนด่วนๆ มีอะไรสั่งเสียกับพี่มึงไหม กูจะจัดการให้ทั้งหมดเลย”

บางทีไอ้โรมก็กวนตีนจนผมปวดหัว พอจะเซวูบแขนแข็งแรงของคนด้านหลังก็ประคองเอาไว้ อ้อมกอดที่คุ้นเคยรัดตรงรอบเอวพร้อมกับสีหน้าหยอกล้อที่เปลี่ยนเป็นห่วงใย

“ซายด์ เป็นอะไรไหม ไปนั่งก่อน” ใหญ่ช้อนตัวอุ้มผมเดินผ่านไอ้โรมไป วางผมลงกับโซฟาอย่างแผ่วเบา มือทาบหน้าผากเพื่อวัดไข้ “ตัวยังอุ่นอยู่เลย เดี๋ยวผมรีบทำอาหารเย็นนะ ซายด์จะได้กินยาแล้วนอนพักต่อ”

“โว้ยย ดูแลดีว่ะ ประคบประหงมยิ่งกว่าแม่ไก่ฟักไข่อีก นี่จริงจังกับเพื่อนกูเหรอ?”

“ถ้าผมไม่จริงจัง ผมคงไม่ตามตื๊ออยู่เป็นเดือนอย่างนี้หรอกครับ” คนข้างตัวหันไปตอบเพื่อนสนิทผมด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังอย่างกับกลัวว่าไอ้โรมมันจะห้ามไม่ให้คบอย่างนั้นแหละ

ลืมไปหรือเปล่าว่าผมดื้อแค่ไหน ถ้าจะคบซะอย่างใครก็ห้ามไม่ได้ แม้แต่พี่แซนยังไม่เคยห้ามอะไรผมได้เลย

เอ๊ะ แต่ผมไม่ได้คบกับใหญ่นี่ จะพูดเรื่องคบทำไมวะ

“เออ ไอ้เด็กนี่มันได้ว่ะ ไม่ต้องทำหน้าเหมือนมาสู่ขอลูกสาวกับกูหรอก เพื่อนอย่างกูน่ะไม่มีสิทธิ์บงการชีวิตดื้อๆของมัน อยากได้มันไปขอกันเอาเอง”

“หึ ครับ” นี่ก็เชื่อฟังซะด้วย ผมทนไม่ไหวกับสองคนนี้แล้ว ในเมื่อเด็กนี่ใกล้ตัวที่สุดงั้นก็จัดการก่อนเลย

ยื่นสองนิ้วไปคีบเอาเนื้อที่ไร้ไขมันส่วนเกินออกมาบิดหมุนเป็นเกลียว ใหญ่ร้องโอยลั่นห้อง คนตัวโตไม่ปล่อยให้ผมทำร้ายร่างกายได้นานก็จัดการรวบตัวผมไปกอดเอาไว้ รั้งเอวลากขึ้นไปนั่งบนตัก

“ซนใหญ่แล้วนะครับซายด์”

“นี่ปล่อยเลยนะ”

“ไม่ได้ครับ ซายด์ทำผมเจ็บก่อนเองนะ ต้องลงโทษรู้ไหม ไหนจะเรื่องที่บังเอิญเลือกผมวันนั้นเพราะเล่มเกมกับเพื่อนไม่ใช่เข้ามาเพราะมีเป้าหมายคือผมอีก ผมเสียใจนะ” คนว่าแสร้งทำหน้าสลด อยู่ด้วยกันเป็นเดือนทำไมผมจะไม่รู้ว่าแบบไหนเสียใจจริง แบบไหนเล่นละคร

“เหอะ นี่เสียใจแล้วเหรอ”

“ใช่ครับ ผมเจ็บปวดมาก ปวดตรงหัวใจ ตรงนี้เลย” เขาจับมือเล็กของผมไปทาบกับอกข้างซ้ายของตัวเอง

อืม แน่น ฟิต....อา กล้ามหน้าอกนี่ไม่ได้สัมผัสมาหลายวันแล้วนะ

“อืมมม อย่าซนสิซายด์” ใหญ่เสียงแหบพร่า ซุกจมูกลงมาที่ใบหูผม ขบเม้มติ่งหูเบาๆเพื่อลงโทษ

“อื้อออ” ไม่กินแล้วได้ไหมราดหน้า กินเด็กร้อนแรงน่าจะอร่อยกว่า มือไม้ผมเริ่มเลื้อยเข้าไปภายในเสื้อยืดของใหญ่ สัมผัสผิวเนื้อแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ผมหลงใหล

และก่อนที่ปลายนิ้วจะสะกิดถูกยอดอกของอีกฝ่าย และริมฝีปากเกือบจะแนบสนิทกัน เสียงเหนื่อยหน่ายใจก็ดังขึ้น

“พวกมึงลืมกูเหมือนกูเป็นอากาศในห้องเลยนะ”

“.....” เวรล่ะ ลืมจริงครับไม่ได้แกล้ง ผมผละออกสบตากับใหญ่ที่คงคิดแบบเดียวกัน

“เอาเลยครับ จะเอาผัวเด็กโชว์เพื่อนก็เอาเลย ไม่มีปัญหา กล้าทำกูก็กล้าดูล่ะ” ไอ้โรมทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกตัว ยกขาขึ้นไขว้กัน วางศอกไว้กับพนักโซฟา ประสานมือที่ใต้คาง จ้องมองเราสองคนด้วยแววตาสนุกสนานเหมือนรอดูละครหลังข่าว

“หะ หิวแล้ว”

“งั้นผมไปทำอาหารให้ทานดีกว่านะครับ พี่โรมรอทานด้วยกันนะ” ประโยคหลังใหญ่หันไปบอกเพื่อนสนิทผม แล้วอุ้มผมกลับไปนั่งบนโซฟาดีๆ

“ถ้ามึงเชิญกูก็อยู่กินได้ ว่าแต่....” โรมทำหน้าจริงจัง ผมเองก็ลุ้นไปด้วย กลัวมันไม่ชอบใหญ่เพราะทำตัวรุ่มร่ามกับผม “มึงชื่ออะไร”

ไอ้เวร อยากจะเอาหมอนปาหน้า คุยมาตั้งนานไม่รู้ชื่อเขาเนี่ยนะ

“ใหญ่ครับ”

“อืม กูจะจำไว้ ในฐานะที่มึงทำให้เพื่อนกูเขินได้เป็นคนแรกของโลก

“ไอ้โรม!

“หึหึ ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะครับ” คนรับหน้าที่พ่อครัวของวันนี้ก็เดินหน้าบานเข้าครัวไป บ้าเอ๊ย ขอให้เดินเข้าประตูครัวไม่ได้ เพราะติดหน้า

ไอ้พวกบ้า ผมจะไม่ให้มันเจอหน้ากันอีกแล้ว

......................................................

พี่โรมมากินฟรีไม่พอ นั่งแซวเพื่อนให้เขินทำไมมม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.085K ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #2313 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:18
    ผ่านเพื่อนแล้วนะจ้ะะ
    #2313
    0
  2. #2261 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 21:39
    โอ้ย เพื่อนเป็นอากาศเลย เขินแทน 55
    #2261
    0
  3. #2256 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 20:44

    แหมะ ใหญ่กับโรมทีมเดียวกันสะละ นึกว่าจะหึงควันขึ้นหน้า ใหญ่ใจเย็นพอนะเนี่ยยย ไม่ได้นิสัยเด็กเท่าไหร่

    #2256
    0
  4. #2096 Yooika (@Yooika) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 07:02
    FCพี่โรม55
    #2096
    0
  5. #1831 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 19:09
    นึกว่าจะมวยนะทีแรก แบบโผล่มาเห็นผชอยู่ห้องงี้ ยังดีที่สนทนาพาทีกันก่อน แถมจะเอากันโชว์เพื่อน แงงงงง

    ว่าแต่ลืมซะเพื่อนเป็นอากาศ คล้ายๆกับด้อมพี่น๊องงงงงงง ข้างๆเลยล่ะค่ะ งืมมมมมม
    #1831
    0
  6. #1639 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 11:00
    ชอบใจโรมอ่ะ พี่โรมขาาาาาาาา
    #1639
    0
  7. #458 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:42

    ดูเพื่อนกะว่าที่แฟนเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย

    #458
    0
  8. #389 miiiina (@miiiina) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 22:43
    เห็นชื่อตอนแล้ว ลุ้นว่าจะเป็นพี่แซนนนน
    #389
    0
  9. #388 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 18:45
    ขอให้เข้าประตูครัวไม่ได้เพราะติดหน้า

    โหหหห ต้องหน้าบานขนาไหนกันซายด์ถึงจะเข้่ครัวไม่ได้เพร่ะติดหน้าเนี่ย
    #388
    0
  10. #387 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 18:15
    ความเป็นอากาศของพี่โรมนี้ ไม่มีใครสนใจเลย 555++ //ชอบๆพี่โรมแซวเพื่อน มาอีกบ่อยๆนะคะ ><
    #387
    0
  11. #386 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 15:33
    พี่โรมน่ารัก รู้ใจและแซวแทนพวกเราด้วย เพื่อนเขยถูกใจใช่ไหมคะ
    #386
    0
  12. #384 BBHKS (@bbhunzks) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 11:47

    แต่ละคน...

    ใหญ่งี้...

    โรมงี้...

    เด็ดสุดคือซายด์...ล้วงเสื้อน้องต่อหน้าเพื่อนเลยสินะ

    #384
    0
  13. #383 I'm not that good (@9090765) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 11:43
    น่ารั้กดกก
    #383
    0
  14. #382 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 11:02
    โอ้ยยยยยย ซายด์ต่อหน้าเพื่อนก็หื่นได้
    #382
    0
  15. #381 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 10:48
    ใจคว่ำหมดเลย
    #381
    0
  16. #380 Nyxnoxz (@DemonJen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 10:40
    โถถถ คุณเพื่อนให้ผ่านเฉย5555 ได้พวกแล้วอะใหญ่
    #380
    0
  17. #379 Make Me Smile (@oamyimyim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 09:01
    เกลียดอะ หน้าบารจนเดินผ่านประตูไม่ได้ 55555555555555
    #379
    0
  18. #378 แมวว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 06:58

    ใหญ่เอ๊ย ซายด์เอ๊ยย เพื่อนโรมอยุ่ในห้องเน่อออ เพื่อนโรมนี่ก้อได้ใจอ่ะ ชอบๆ นึกว่าจะตึงๆ ใส่เด็กสิบเจ็ดซะอีก กลับชงเฉยยย 55

    #378
    0
  19. #377 Kon--Kon (@Kon--Kon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 05:57
    มีตัวชงมาช่วยละ
    #377
    0
  20. #376 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 02:02
    นึกว่าแม่มาเหมือนกัน 555
    #376
    0
  21. #375 _Nenuu_ (@_Nenuu_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 01:53
    พี่โรม55555555 ใจพี่แม่งได้ว่ะ
    #375
    0
  22. #374 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:55
    ฉันก็เจินไปกับซายด์ แงงงงงง แต่ขอบที่ซายด์แทนตัวเองด้วยชื่อ มันน่ารักกกก <3
    #374
    0
  23. #373 Nest (@nattanate) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:49
    ตกใจนึกว่าแม่มา555
    #373
    0
  24. #372 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:49
    ทำเพื่อนเป็นอากาศไปเลยจ้า
    #372
    0
  25. #371 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:42
    เขินมากจ้ะแม่
    #371
    0