ตอนที่ 42 : Singto Side : คำว่าเกลียด พูดเบาๆก็เจ็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 840 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

          วันนี้ผมถูกตามตัวไปประชุมที่ค่ายเพลงของอาที หรือที่เราคุยกันแล้วว่าจะเรียกพี่ทีอย่างที่คนอื่นๆเรียก แม้แต่เซนก็เรียกแบบนั้น เพราะไม่มีใครรู้ว่าเซนเป็นหลานเจ้าของค่าย มันง่ายมากที่จะปิดบังเนื่องจากอาทีเป็นญาติห่างๆของพวกเรา เซนเป็นคนนิสัยคล้ายๆกับผมคือจริงจงกับสิ่งที่ทำ เขาเลยไม่อยากให้ใครกล่าวหาได้ว่าใช้เส้นเข้าบริษัทมา

          คือไม่ได้ถึงกับปกปิดเพียงแต่ไม่เคยมีใครถาม นามสกุลก็ไม่เหมือนกันด้วย...ผมกับเซนเองก็คนละนามสกุลกัน เซนเป็นญาติทางแม่เหมือนๆกับอาที

          "คาปูชิโน่ร้อนแล้วหนึ่งครับ" ระหว่างที่ผมกำลังเช็คอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือพร้อมกับสั่งกาแฟร้อนไปด้วย ก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีอีกเสียงหนึ่งที่สั่งกาแฟเย็นขึ้นมาพร้อมกัน ไม่ได้ตั้งใจจะแซงคิวแต่เท้าเราก้าวเข้าสู่หน้าเคาท์เตอร์สั่งกาแฟแทบจะพร้อมกัน

          "คุณสั่งแก้วเดียว งั้นเชิญกะ ก่อน............มึง!!!"

          อา คริสอีกแล้ว ทำไมถึงบังเอิญอย่างนี้นะ

          เราปะทะคารมกันนิดหน่อย ตามนิสัยผมที่ชอบพูดอะไรไม่ตรงกับที่ใจคิดเลยทำให้คริสโกรธ ลามไปจนถึงในห้องประชุม ที่จริงผมก็เสียใจนะที่ทำให้เขารู้สึกไม่ประทับใจในตัวผมแม้แต่น้อย

          แต่ตอนนี้พอเห็นดิยูนีคครบวงแล้ว ปัญหาหนักตรงหน้าคงจะเป็นเรื่องแรงบัลดาลใจในการทำงานมากกว่า ดังนั้นผมเลยตั้งใจที่จะยั่วยุให้พวกเขาเกิดแรงฮึดสู้ โชคดีที่คริสไม่เห็นด้วยกับการที่ผมจะมาเป็นโปรดิวซ์เซอร์ให้กับดิยูนีคพอดี

          "ใครมีคำถามอะไรไหม ถ้าไม่มี..."

          "มีครับ" แน่นอนว่าคนที่เกลียดขี้หน้าผมจะต้องยกมือเป็นคนแรก ผมทำหน้านิ่งตามเดิมถามเขากลับไป

          "มีอะไรคุณคริส"

          "ถ้าผมไม่ทำตามล่ะ คุณจะว่ายังไง เพราะผมไม่เต็มใจยอมรับคุณเข้ามามีส่วนร่วมในวง"

          "ผมขอเหตุผลที่ดีกว่าการไม่ยอมรับผมสักข้อสิคุณคริส อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ความคิดเด็กๆอย่างการไม่ชอบขี้หน้า" ผมท้าทายเขา จงใจท้าทายเพื่อให้เขาพูดเรื่องที่ผมเคยดูถูกวงออกไป

          และเขาก็พูดมันจริงๆ

          "ก็เพราะ...คุณเคยเรียกวงของผมว่า วงดนตรีขาลงไง" สีหน้าที่แสดงถึงชัยชนะเล็กๆของตัวเองนั่นน่ารักมาก ผมแทบดึงสมาธิให้อยู่กับงานไม่ได้ อยากจับหอมแก้สักฟอด

          ปากนิ่มแล้ว แก้มจะนิ่มด้วยไหมนะ

          เขาน่ารักตรงที่ไม่รู้เลยว่าได้เดินลงไปในกับดักที่ผมวางเอาไว้...ทำไมผมจะไม่รู้ว่านิสัยอย่างคริสต้องพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างแน่นอน ก็ผมจงใจพูดเอาไว้เพื่อให้เขามาพูดต่อหน้าทุกคนในที่ประชุมนี่

          ทุกคนโกรธ ไม่พอใจที่วงที่แสนภูมิใจของตัวเองโดนดูถูก แม้แต่เซนยังมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะมาเป็นโปรดิวซ์เซอร์ให้วงเขาเพราะว่าผมขออาทีเอาไว้ไม่ให้บอก

          เรื่องก็เป็นไปตามคาด สมาชิกดิยูนีคถูกผมดูถูกพร้อมใจกันเข้าห้องซ้อมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้จะรู้ดีว่านี่อาจจะทำให้เกิดแรงผลักดันแค่ไม่นาน แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่พวกเราเริ่มซ้อมกันหลังประชุมเสร็จทันที

          "พี่สิงโต" เซนใช้โอกาสที่คนอื่นๆเข้าห้องซ้อมกันหมดแล้ว เดินเข้ามาหาผม

          "อืม" ด้วยความไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว ผมจึงพยักหน้าทักกลับโดยไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆ เซนนิสัยคล้ายผมแต่พูดมากกว่า เมื่ออีกฝ่ายรู้ดีว่าผมคงมีปฏิกิริยาเท่านี้เขาก็พูดต่อ

          "ทำไมพี่มาทำเพลงให้วงผมล่ะ...เพราะคริสเหรอ"

          "ก็ส่วนหนึ่ง" ส่วนหนึ่งที่ว่า ไม่ใช่ห้าสิบเปอร์เซ็นหรอกนะ น่าจะถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็น แต่ผมไม่พูดหรอก

          "แนวนี้ไม่ใช่แนวถนัดของพี่นี่ แต่เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่ ที่พี่พูดในห้องประชุมนั่นคืออะไร ที่บอกกับคริส พี่เจอคริสก่อนหน้านี้เหรอ"

          "อืม บังเอิญน่ะ"

          "พี่สิงโต แล้วคริสรู้มั้ยเรื่องที่พี่ชอบ..."

          "ไม่รู้หรอก นายไม่เห็นเหรอว่าเขาเกลียดพี่ เลิกพูดแล้วไปซ้อมได้แล้ว คนอื่นๆจะรอนาน อ้อ แล้วไม่ต้องบอกใครล่ะว่าเป็นญาติกัน"

          "ทำไมล่ะ ถ้าพวกนั้นรู้ว่าพี่เป็นญาติผมอาจจะมองพี่ดีขึ้นก็ได้นะ"

          "พี่ไม่ได้ต้องการให้ใครมองว่าดีหรือไม่ดี สิ่งที่ต้องดีขึ้นคือผลงานเพลงต่อไปต่างหาก ไปตั้งใจซ้อมแล้วดูแลสมาชิกในทีมด้วย แต่ละคนย่ำแย่มาก"

          "ช่วงนี้เจอข่าวหนักไปหน่อยน่ะ"

          "ไม่ใช่ พี่ไม่ได้หมายถึงเรื่องข่าว แต่พวกนาย...สูญเสียจิตวิญญาณของนักดนตรีไปมาก รู้ตัวกันบ้างหรือเปล่า ไลฟ์ล่าสุดที่พี่ดู มันเหมือนกับการเล่นไปวันๆ เคยได้ยินคำว่าตุ๊กตาไขลานไหม พวกนายคือแบบนั้นเลย"

          เซนนิ่งไปอึดใจ เขารู้ดีว่าผมเป็นพวกจริงจังกับงานและวิจารย์อะไรแรงๆเสมอ สักพักเขาก็พยักหน้า

          "ผมเข้าใจแล้ว ผมจะดูแลสมาชิกทุกคนเอง นี่คือความตั้งใจของพี่สินะ ทำให้ทุกคนเกลียดพี่จะได้มีแรงผลักดัน"

          "....." ผมไม่ตอบ ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องตอบกลับไป แต่เซนคงเข้าใจ

          "ทำแบบนี้คริสจะยิ่งเกลีย...เอ่อ ไม่ชอบหน้าพี่นะ" เซนเลี่ยงคำว่าเกลียดที่เขารู้ดีว่าคงกระทบจิตใจผมอย่างมาก แต่มันไม่ทันแล้วล่ะ

          ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉย ไม่ใช่ว่าผมไม่เสียใจ แต่มันช่วยไม่ได้นี่

          "นั่นเป็นเรื่องของพี่กับเขา ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อย่าพูดเรื่องนี้เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน"

          "อ้อ ครับ ผมไม่ได้บอกคริสหรอกนะว่าของทุกอย่างที่ให้ไปเป็นของที่พี่ฝากมา"

          "เซน - -"

          "ฮ่ะๆ ล้อเล่นน่ะพี่ โอเค ผมไปแล้วนะ ต้องเอาน้ำมะนาวอุ่นๆไปให้เก้าหน่อย"

          "เป็นอะไร?" นักร้องนำคนนั้นก็ปกตินี่

          "เสียงแหบ พี่ไม่สังเกตเหรอ แปลกนะ ปกติอย่างพี่ต้องรู้ทันทีสิ"

          "ไม่" ผมคงเสียสมาธิกับคริสมากไป "อืม เดี๋ยวพี่จะไปฟังจากทางห้องอัด ขืนอยู่ให้เห็นหน้าตรงๆมือกลองของนายคงได้เอาไม้ฟาดพี่แทนกลองแน่ ตั้งใจซ้อม" ผมตบบ่าเซนแล้วเดินไปอีกทาง

 


          หนึ่งอาทิตย์ถัดมา The Unique ก็ต้องขึ้นทำการแสดงในงานดนตรีใหญ่ระดับประเทศ มีวงขึ้นมามายสลับกันเล่นทั้งวันทั้งคืน วงที่ได้ขึ้นในช่วงเวลาค่ำจนถึงดึกจะเป็นวงดัง ส่วนวงไม่ดังก็เล่นช่วงกลางวันถึงหัวค่ำ

          มีเรื่องเกิดขึ้นเล็กน้อยเกี่ยวกับการจัดตาราง ดิยูนีคเกือบจะไม่ได้ขึ้นเล่น โชคดีที่ผมพอจัดการได้ แถมครั้งนี้ก็ยังทำให้สมาชิกในวงเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าคนอื่นๆในวงการปฏิบัติกับพวกเขายังไง สายตามุ่งมั่นที่จะเอาชนะเมื่อถูกผมบิ้วท์ไปทำให้พอจะเห็นหนทางดึงพวกเขากลับมาสู่การเป็นวงที่มีชื่อเสียงอีกครั้งได้บ้าง

          หลังจากรันทรูทั้งวงก็พากันไปทานอาหารเย็นแล้วกลับมาแต่งหน้า นักร้องนำดูเครียดและกดดันมากที่สุด ผมกำลังจะเข้าไปแนะนำแต่ถูกเซนตัดหน้าไปแล้วจึงปล่อยไป ดูท่าทางแล้วข่าวคู่จิ้นคงจะไม่ใช่แค่คู่จิ้นแน่ๆ

          เมื่อเดินมาทางด้านหลังเวทีใหญ่เพื่อจะหยิบน้ำสักสองสามขวดไปให้ผู้จัดการวงและสต๊าฟที่วิ่งวุ่นเรื่องตารางขึ้นเวทีจนหัวหมุน กับหลายๆอย่างที่มันเกิดข้อผิดพลาด ไม่ใช่ว่าเราจะปล่อยให้ทางนั้นดำเนินการแต่ฝ่ายเดียวแล้วนั่งรออย่างสบายใจ การทำงานเป็นคนเบื้องหลังไม่ใช่ง่ายๆ พอเดินอ้อมมาตรงทางที่ไร้ผู้คน ก็พบเข้ากับมือกลองที่กำลังเดินวนเป็นวนกลมท่องอะไรพึมพำบางอย่าง

          คงจะกังวลมากจนไม่ทันสังเกตเห็นผม

          "ทำอะไร"

          "เชี่ย...คุณเอง ตกใจหมด" คริสสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นว่าเป็นผมก็ลดความตกใจลง ยกมือลูบอกตัวเองเบาๆ

          อยากจะปลอบขวัญให้แบบนั้นบ้างจังเลย

          โอ๋ๆนะน้องคริส

          สิ่งที่คิดกับความเป็นจริงมันช่างสวนทาง ผมทำได้เพียงยืนกอดอกตีหน้านิ่ง จ้องด้วยสายตาเย็นชาดังเดิม

          "มาทำอะไรตรงนี้ อีกไม่กี่นาทีก็จะขึ้นแสดงแล้ว"

          "ยุ่ง"

          "หรือนัดกิ๊กเอาไว้" พูดเองก็แอบจี๊ดในใจเบาๆเอง เรื่องผู้หญิงของคริสขึ้นชื่อจะตาย ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่เคยมีผู้หญิงขาดมือ ทั้งสวย เรียบร้อย น่ารัก เซ็กซี่มีหมดทุกสไตล์ อ้อ ยกเว้นผู้ชายที่ไม่มีข่าวอะไรด้วยเลย

          ก็คาสโนว่านี่ครับ

          "บ้าเหรอ นี่กำลังซีเรียสอยู่นะคุณ นานแล้วที่ไม่ได้ขึ้นเวทีใหญ่ๆ" คนตรงหน้าคงจะกังวลใจหนักจริงๆ ถึงได้ออกปากเล่าให้คนที่ไม่ชอบขี้หน้าอย่างผมฟังแบบนี้

          "ทำตัวเป็นมือใหม่ไปได้"

          "ว่าไงนะ!"

          "ฉันบอกว่านายน่ะทำตัวเป็นมือใหม่ อยู่ในวงการนี้มากี่ปีแล้วหืม กับแค่เวทีอย่างนี้นายยังตื่นเต้น แล้วถ้าวันหนึ่งขึ้นไปถึงเวทีระดับเอเชีย ระดับโลก จะทำได้เหรอ"

          "เว่อร์ไป จะไปได้ยังไงเวทีระดับนั้น"

          "ได้อยู่แล้ว ถ้ามีฉัน"

          "หลงตัวเอง"

          แต่พี่อยากให้น้องคริสหลงมากกว่า

          "พวกนายเคยมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศ ทำไมจะไประดับนั้นไม่ได้ หรือในสมองไม่มีเป้าหมายที่จะไปไกลเกินกว่านี้"

          คริสนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

          "........ มีสิ"

          "มีก็ดี ไปได้แล้ว ทำหน้าที่ของตัวเอง ให้คนอื่นได้รู้ว่าพวกนายมีดียังไง"

          "เออ รู้แล้วน่า ไอ้...คุณโปรดิวซ์ระดับโลก" มือกลองชื่อดังเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับไปแล้ว ท่าทางกังวลใจก็หายไป มีสายตาที่มั่นใจเพิ่มมากขึ้น

          เขาคงไปไกล

          เกินกว่าจะได้ยินสิ่งที่ผมเอ่ยตามสายลม

          "ถ้าพี่เป็นระดับโลก นายก็ไปให้ถึงระดับโลกพร้อมกันนะ...คริส"

 



          การแสดงของดิยูนีคเมื่อคืนผมให้ผ่านในระดับเจ็ดเต็มสิบ ถือว่าดีแต่คิดว่าพวกเขายังดีได้มากกว่านี้อีกจึงไม่ได้เอ่ยปากชมเชยเหมือนกับคนอื่นๆ เทรนด์ในทวิตเตอร์ขึ้นอันดับหนึ่ง นักดนตรีก็หน้าบาน พี่น้ำก็วิ่งวุ่น ส่วนผมก็มีคนในวงการเดียวกันเข้ามาทักทาย ซ้ำยังต้องโทรรายงานผลความคืบหน้ากับอาทีเป็นระยะ ในตอนเช้าจึงปล่อยอิสระถือเป็นการให้รางวัลแทนคำชมไป

          แต่ผมคงคิดผิด

          คนที่กำลังต่อต้านผมอย่างหนักหนีออกมาสร้างความวุ่นวายจนคอนเสิร์ตคนอื่นเกือบจะล่ม ต้องไปตามขอโทษทั้งสต๊าฟ ผู้จัดการ นักร้องยันพี่คิงผู้จัดงาน ฟังเสียงบ่นและต่อว่า รับสายตาไม่พอใจจากพวกเขา

          "ขอโทษนะสิงโต ไอ้คริสกับไอ้เก้าทำให้เดือนร้อนอีกแล้ว" พี่น้ำมองมาด้วยสายตาเกรงใจ พี่เขาคงรู้ว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่หน้าที่โปรดิวเซอร์อย่างผมที่ต้องมาก้มหัวขอโทษคนอื่นอย่างนี้

          "ไม่เป็นไรครับ ถ้าอย่างนั้นพี่กลับไปคุมคนอื่นไม่ให้ออกไปไหนอีกดีกว่า ผมจะไปตามหาคริสเอง ส่วนเก้า..เซน"

          "ครับ" เจ้าของชื่อพยักหน้ารับรู้โดยไม่ต้องให้บอก เซนเองก็ตามมาในฐานะหัวหน้าวง เป็นตัวแทนของดิยูนีคขอโทษแทนสมาชิกในวงที่ทำให้วุ่นวาย จากนั้นก็เดินออกจากตรงนี้เพื่อไปตามหาเก้า

          "ฝากด้วยนะสิงโต ไอ้คริสมันไม่มีอะไรหรอก แค่เด็กไม่รู้จักโต แต่พูดมันก็เข้าใจ" พี่น้ำยิ้มแหยๆแล้วรีบเดินกลับไปเวทีที่ดิยูนีคต้องขึ้นซ้อมวง

          ผมรู้...รู้นิสัยคริสดี

          คิดว่ารู้นะ

          ตอนที่เริ่มติดตามผลงานของคริส สิ่งที่คิดไว้ในหัวมากมายมันค่อนข้างจะต่างกับสิ่งที่เจอ คริสไม่ได้เป็นอย่างที่ผมจินตนาการเอาไว้ทั้งหมด เขาดูขาดความมุ่งมั่นตั้งใจต่างจากช่วงที่เดบิ้วท์แรกๆ เวลาที่ควรซ้อมก็เอาไปทุ่มเทกับการจีบสาวหรือแชตกับกิ๊ก

          อย่างเช่นตอนนี้ที่ผมต้องมายืนมองภาพเขากำลังมองส่งสายตาให้กับนักร้องคนใหม่ของค่ายอาทีในเซเว่น

          ความเจ็บปวดแล่นเข้ากลางใจเล็กๆ ยอมรับว่าผมชอบเขาในฐานะแฟนคลับ แต่มันไม่ถึงขนาดรักอยากจะเป็นแฟน ยิ่งเห็นนิสัยจริงๆความรู้สึกก็ยิ่งติดลบ

          หรือว่าผมควรถอยกลับไปในจุดเดิม

          เพราะเหม่อไปนาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีคริสก็มีเรื่องกับผู้ชายสี่ห้าคนอยู่ที่หน้าเซเว่นแล้ว เข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงถกเถียงกันที่พอจะจับใจความได้ว่า...เรื่องแย่งผู้หญิง

          เฮ้อออออออ

          "หยุด" ก่อนที่หมัดหนักๆจะพุ่งเข้าใส่หน้ามือกลองคาสโนว่า ผมก็ส่งเสียงร้องห้ามปรามออกไป เดินเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างคู่อริทั้งสองฝ่าย ถามด้วยเสียงดุๆที่ปนความหงุดหงิดในใจ

          โชคดีที่พวกนั้นขี้ขลาด ขู่ไปนิดหน่อยก็ยอมถอยกลับกันไป ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากการวิวาทครั้งนี้ ผมแทบไม่อยากจะมองหน้าคริส เหตุผลก็หลายอย่าง ทั้งเสียใจ ผิดหวัง

          อยากจะถอดใจ...

          "ไม่ถามเหรอ" อยู่ๆคนที่เดินตามมาเงียบๆก็เอ่ยปากขึ้นมาเบาๆ ผมที่กำลังเดินนำเขากลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นเลยหยุดชะงัก

          "อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก นายเป็นคนดัง เรื่องนิดเดียวก็เป็นข่าวแล้ว ต่อให้ครั้งนี้จะผิดหรือถูกแต่ภาพลักษณ์เจ้าชู้นั่นจะทำให้นายกลายเป็นฝ่ายผิดได้ตลอด แล้วยิ่งเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทแย่งผู้หญิงกัน รับรองขึ้นหน้าหนึ่งไม่ต่ำกว่าอาทิตย์"

          "ผมเปล่าแย่งผู้หญิง ไอ้เวรนั่นมันเข้าใจผิดว่าผมจีบเด็กมัน ใครจะรู้ว่ามีผัวอยู่แล้ววะ"

          "เพราะอย่างนี้นายถึงต้องระวังตัว จะทำอะไรคิดให้เยอะๆ นายเป็นนักร้องท่องเอาไว้"

          "แล้วดารานักร้องมันไม่ใช่คนเหรอวะ ถึงจะมีรักโลภโกรธหลงเหมือนชาวบ้านเค้าไม่ได้น่ะ นี่มันชีวิตผมจะทำอะไรก็เป็นสิทธ์ของผมป่ะ"

          "นายจะคิดอย่างนั้นก็ไม่ผิดหรอกนะ ชีวิตนาย นายอยากทำยังไงกับมันก็ได้ จะไม่สนกระแสสังคมหรือแฟนๆที่ชื่นชมนายก็ตามใจอีกนั่นแหละ แต่อย่าลืมเตรียมใจรับผลที่ตามมาให้ได้อย่างที่ปากเก่งตอนนี้ก็แล้วกัน"

          "................"

          "แล้วมันไม่ใช่แค่ตัวนายด้วย ที่จะได้รับผลจากการกระทำ ยังมีอีกหลายคนที่จะถูกลากลงเหวไปกับนายด้วย"

          ".............."

          "กลับไปซ้อมได้แล้ว ทุกคนรอนายกับเก้าอยู่ ถึงจะบอกว่าปล่อยอิสระ แต่ก็น่าจะคิดบ้างว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ใช่มาเดินล่อแฟนคลับจนทำให้คอนเสิร์ตคนอื่นเค้าเกือบล่มอย่างนี้ อยากถูกเกลียดขี้หน้านักเหรอ"

          "เหมือนที่คุณเกลียดผมน่ะเหรอ" สายตาของคริสมีความน้อยใจเจืออยู่เล็กน้อย

          มันน้อยมาก

          แต่กลับทำให้หัวใจที่เกือบจะท้อแท้กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง

          บ้าชะมัดเลยไอ้สิง แค่นี้ก็ใจอ่อนแล้ว แค่เขาพูดด้วยก่อนเท่านั้นเอง

          "ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าชอบหรือเกลียด ฉันแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง หน้าที่คือเป็นโปรดิวเซอร์ให้วงนาย แต่เพลงให้พวกนาย แล้วก็ดูแลควบคุมพวกนาย เท่านั้น" คำพูดที่สวนทางกับความคิด ต่อให้ข้างในอ่อนแค่ไหน แต่ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง เด็กอย่างคริสถ้าไม่แข็งใส่ก็จะดื้อมาก ปราบไม่อยู่

          "คุณมันคนไม่มีหัวใจ" คริสตัดพ้ออีกครั้ง

          ผิดแล้ว...พี่มีหัวใจ

          "ไปเถอะ นายต้องซ้อมอีก" ด้วยนิสัยที่เป็นคนไม่ชอบอธิบายอะไรอยู่แล้ว ผมจึงตัดบท จับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วจูงให้เดินตามมา

          "ผมเกลียดคุณ"

          "อืม รู้อยู่แล้วน่า" ไม่ต้องบอกพี่...พี่รู้ครับ



......................................................

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

โนคอมเมนต์ได้มั้ยยย แอบวงวารพี่สิงเบาๆ เดี๋ยวตอนหน้าเรามาดู

...ปิดประตูตีแมว...

การเมา..ครั้งแรก..และความทรงจำที่หายไปของคูมมือกลอง คึคึ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 840 ครั้ง

3,945 ความคิดเห็น

  1. #3897 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:52
    โธ่พี่สิงงงงง
    #3897
    0
  2. #3628 creamsarang (@creamsarang) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:42
    งื้อออคุณพี่สิง ไม่คิดเลยว่าข้างในพี่จะอ่อนโยนเบอร์นี้โอ้ยยยเขินแทนคริสเบาๆ
    #3628
    0
  3. #3581 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 17:14
    เชื่อละ คุณโปรดิวซ์ปากอย่างใจอย่าง พูดอย่าง ใจอีกอย่าง ขี้มโนสุด ๆ แต่ในความขี้มโนนั้น แอบมีความหวังดีซ่อนอยู่ตลอดเวลา ควรจะสงสารดีไหมเนี่ย

    ส่วนคูมมือกลองนั้น ดูเป็นเด็กน้อยในสายตาพี่เขาไปเลย แหม มีตัดพ้อเล็ก ๆ ด้วยนะ
    #3581
    0
  4. #3557 mamorun (@mamorun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 20:41

    ข้างในช่างอ่อนโยนละเกินพี่เอ๊ยยย

    #3557
    0
  5. #3555 tmttmay (@WaYaKuNg) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 18:32
    เขินพี่สิง แงงง เขินนนนนน ฮื่อออ ควัมแฟนบอยนี้ พี่รู้ครับ แงง พี่คะ พี่คะะะ
    #3555
    0
  6. #3536 a_liew2 (@a_liew) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:48

    สงสารพี่สิง -_-'' ปากไปทาง ใจไปทาง การแสดงออกไปอีกทาง !!!!

    ต้องมาเห็นน้องตอนแย่งผู้ ญ บาดตา บาดใจ เนอะ

    นี่ถ้าน้องรู้ว่าพี่สิงคิดอะไรอยู่ คงหรรษามากกกก

    ความแฟนบอย ได้ใกล้ชิดคนที่ตัวเองชอบ นอกจากมุมที่ตัวเองคิดเอาไว้

    ก็มีนิสัยจริง ๆ ที่เค้าเป็นอยู่ มันก็จะเหนือความคาดหวังไปหน่อย?

    ดีใจที่พี่สิงไม่ถอดใจไปตั้งแต่แรก -''-


    #3536
    0
  7. #3511 MoSka Slam (@1amkyn) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:28
    อย่าบอกนะว่า พี่สิงจำได้หมดดดดด หึหึ อิพี่สิงร้ายนักนะ
    #3511
    0
  8. #3485 Kuhaku Kiseki (@rachelmalaitrong) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 12:40
    รู้สึกหมั่นไส้พี่สิงมากกว่าสงสารแหะ หนูขอโต๊ด-/\-
    #3485
    0
  9. #3484 YinGz (@yingnaja9393) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 10:20

    อ่านละเพลงนี้ลอยมาเลย


    *มันเจ็บจะขาดใจอยู่ตรงหน้าเธอ แต่ต้องเก็บไว้ไม่แสดงว่าเสียใจจจจจ


    ฮรือออ สงสารคูมโปรดิวเซอร์ ต้องแอบเจ็บเงียบๆคนเดียว

    #3484
    0
  10. #3483 Junjunjaow (@Junjunjaow) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 08:31
    ปกตินิยายที่เล่าย้อนจะอ่านผ่านๆไปไวมาก แต่อันนี้เป็นเล่าย้อนในมุมของคูมโปรฯโอเคมากกกกกกก ทั้งที่ก็รู้เรื่องทั้งหมดแต่เหมือนอ่านอีกเรื่อง รักมากๆเลย
    #3483
    0
  11. #3482 Mamjj_Maze (@Mamjj_Maze) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 07:20

    คิดถึงเรื่องนี้ ดีจังที่กลับมาอัพ แถมเป็นแบบเว่อร์ชั่นสิง ที่ตอนแรกไม่ค่อยรู้ว่าเค้าคิดอะไร เป็นเรื่องที่ชอบมากอีกเรื่องนึงเลย รอนะคะ ขอบคุณนะคะไร้ท์ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png

    #3482
    0
  12. #3480 Mayree^^ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 07:03

    รอ รอ รอ และรออออออออค่ะ

    #3480
    0
  13. #3479 Sasitorn_TukTuk (@Sasitorn_TukTuk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 06:05
    สงสารคุณโปรดิวฯ อยากรู้ตอนหน้าจะเป็นยังไง ความหลังของน้องแมว แมว แมว
    #3479
    0
  14. #3477 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 23:32
    คูมโปรดิวฯก็มีหัวจุยนะคิด -_-
    #3477
    0
  15. #3476 Orn_KSO (@Orn_KP-OJ) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 22:49
    สงสารคูมโปรดิวเซอร์จัง >.<
    #3476
    0
  16. #3475 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:59
    รักคุณโปรดิวเซอร์ ฮื่อออออ สงสารพี้สิง
    #3475
    0
  17. #3474 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:46
    คุณโปรดิวเซอร์ต้องใจแข็งแค่ไหนถึงจะแสดงออกได้ตรงข้ามกับใจขนาดนี้
    #3474
    0
  18. #3473 Milky_Lhinping (@milkygumby) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:46

    สงสารพี่สิงงงงงงงื้ออออ คำว่าเกลียดพูดเบาๆก็เจ็บจริงๆ

    #3473
    0
  19. #3472 nongpe41 (@nongpe41) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:39
    รอตอนหน้าเลย เค้าจะปิดประตูตีแมว เราจะเข้าไปแอบในห้องก่อนเค้าปิดประตู 555555++
    #3472
    0
  20. #3471 สุวรรณา (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:32

    พี่สิงนี่คนซึนจริมๆ //ปากดับใจไม่ตรงกัน แต่อดสงสารไม่ได้ที่ครืสบอกว่าเกลียด

    #3471
    0
  21. #3470 @_Xu (@NoptiraNaunsri) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:02
    อ่านมุมพี่สิงก้อยังคงตื่นเต้น
    อ่านมุมมองคริสมาแล้วแท้ๆนะ
    #3470
    0
  22. #3469 tangerinezza (@tang-momelon) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    คูมพี่สิงน่าสงสาร แอบไบโพล่านิดนึง ฮาาา
    #3469
    0
  23. #3468 emie2001 (@emie2001) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 20:56
    รอตอนหน้า
    #3468
    0
  24. #3467 SodaN+N (@sodan-n) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 20:54
    อยากอ่านตอนหน้าแล้วววว ><
    #3467
    0
  25. #3466 Atchyfone (@Atchyfone) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 20:49

    โปรยมาขนาดนี้ แอบสงสัยมานานแล้วละ หรือคืนนั้นจะเป็นเซนที่รังสรรค์ทุกอย่าง อ๊ายยยยยยย คูมโปรดิวเซอร์นี่น่าสงสารจริงๆ คำก็เกลียด สองคำก็เกลียด ฮรึก

    #3466
    0