ตอนที่ 4 : ข้อตกลงและเดิมพัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 551 ครั้ง
    27 ก.พ. 61


 FanArt by @PhetchiiPolly

มือกลองสายมโนกับโปรดิวเซอร์สุดหล่อของเขา กรี๊ดดดด พี่สิงโตวววว
......................................






"เห้ย มึง!!!!" ผมลุกขึ้นยืนชี้หน้าไอ้ห้องลองเสื้อ ตกลงมันพูดจริงเหรอวะเนี่ยที่บอกว่าร่วมงานกัน นี่คือไม่ได้เป็นแฟนบอยจริงๆเหรอ


หรือว่าเป็นและคลั่งผมหนักมาก เลยหาโอกาสมาใกล้ชิดด้วยการรับหน้าที่โปรดิวซ์ให้วงเราแทนพี่ทัด


"มึงอะไรคริส" พี่ทีจ้องหน้าผมเขม็งเลยที่ทำเสียมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่อย่างพี่เค้า แถมพี่น้ำยังส่งซิกส์ให้หุบปากมาจากด้านหลัง ผมเลยต้องลดมือลง ตอบพี่ทีกลับไปด้วยเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย(นิดเดียวจริงๆ)


"ทำไมเราต้องมีโปรดิวเซอร์ใหม่ด้วยล่ะพี่ที พี่ทัดก็ดีอยู่แล้ว" เรื่องอะไรจะยอมร่วมงานกับไอ้แฟนบอยโรคจิต ไม่มีทาง!!!


"นายก็รู้นะคริสว่าทำไมพี่ถึงถอดทัดออกทั้งที่มาโปรดิวซ์ให้พวกนายแค่สองเพลง ถ้าคิ้มยังอยู่คงไม่เป็นแบบนี้"


ผมจนกับคำพูดจะเถียงพี่ทีกลับ ก็จริงที่ผมรู้แก่ใจดีว่าทำไม ตั้งแต่เริ่มเดบิ้วเราก็มีพี่คิ้มเป็นโปรดิวเซอร์ให้ตลอด เพลงของพวกเราถึงได้ติดท๊อปชาร์ตจนกลายเป็นวงดนตรีอันดับต้นๆของประเทศ แต่พอพี่คิ้มวางมือ ลาออกไปอยู่ต่างประเทศกับแฟนหนุ่ม(พี่คิ้มนี่ผู้ชายเหมือนกันนะ) พี่ทีก็ให้พี่ทัดที่เป็นผู้ช่วยพี่คิ้มอีกทีมารับช่วงต่อ.....แต่พี่ทัดมือไม่ถึง


ไม่ได้โยนความผิดให้พี่ทัดที่วงเรากำลังอยู่ในช่วงขาลงนะ ที่จริงพวกข่าวเสียหายมีมาตั้งแต่พี่คิ้มยังอยู่ แต่เพลงเราก็ขายได้ตลอด ผมกับเพื่อนในวงโดยเฉพาะพี่เซน มีเซ้นส์ด้านเพลงอยู่เหมือนกัน ฟังตั้งแต่แรกก็รู้แล้วว่าเพลงพี่ทัดน่ะมันขายไม่ได้ เพราะอยู่กันมานานเลยคุยกันว่าจะให้โอกาสพี่ทัดลองไปก่อน พอเพลงที่สองก็ยิ่งตกต่ำมากไปกว่าเดิม


"แล้วพี่ทัดล่ะพี่ที ทำอย่างนี้เท่ากับหักหน้าพี่ทัดนะ"


"พี่ย้ายทัดไปคุมงานค่ายลูกแล้ว ทัดถนัดอาร์แอนด์บีมากกว่าร็อค ซึ่งเค้าก็เข้าใจดี" ปลดกลางอากาศว่างั้น


"แต่...ทำไมพี่ทีต้องให้คนนอกมารับงานของค่ายเราด้วยล่ะ โปรดิวซ์เก่งๆก็ไม่ใช่ว่าจะมีแค่พี่คิ้มคนเดียวนี่ ให้พี่เจ๋งทำก็ได้"


"ตอนนี้เจ๋งงานล้นมือ อีกอย่างนะคริส วงพวกนายน่ะมันแย่เต็มทน พี่จำเป็นต้องใช้คนมีฝีมือมาฉุดให้กลับขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการหาแนวเพลงใหม่ๆให้พวกนายลอง การเปลี่ยนโปรดิวซ์จะทำให้คนฟังรู้สึกว่าพวกนายเปลี่ยนไป แล้วทีนี้พวกนายก็จะกลับมาเป็นกระแสได้อีกครั้งนึง...ในทางที่ดี


ไม่ต้องย้ำขนาดนั้นก็ได้มั้งพี่ที ก็รู้ดีนั่นแหละว่าพวกผมมันมีแต่ข่าวเสียหายมาตลอดตั้งแต่ที่ไอ้นักข่าวนั่นมันเจ็บใจที่ถูกไอ้เก้าแย่งผู้หญิง


"งั้นให้พี่เซนแต่งเพลงเองเลยไม่ดีกว่าเหรอพี่ที เพลงพี่เซนก็ดีๆตั้งหลายเพลง ผมว่าเอามาใช้ได้นะ แถมแฟนคลับก็อาจจะตื่นเต้นด้วยที่คนในวงเราแต่งเพลงเอง โปรดิวซ์เอง"


"เพลงของเซนที่เสนอมาพี่ก็ดูแล้วล่ะ หลายเพลงเอามาใช้ได้จริง แต่จะใช้เป็นเพลงโปรโมทยังไม่ได้ เซนเข้าใจใช่รึเปล่า"


"ครับ ผมเข้าใจ ให้คุณสิงโตมาแต่งเพลงกับโปรดิวซ์ให้ก็ดีนะครับ ผมเองก็ติดตามผลงานของเค้าอยู่เหมือนกัน คิดว่าถ้าได้คนเก่งๆอย่างนี้มาร่วมงานวงเราคงจะไปได้ดีกว่านี้แน่" หัวหน้าวงยอมรับง่ายๆ แถมยังมองไอ้ห้องลองเสื้ออย่างชื่นชมอีก


ที่จริงผมก็เคยได้ยินชื่อของไอ้ห้องลองเสื้อมาเยอะพอสมควร แค่ไม่เคยเห็นตัวจริง เพลงมันดังมาก ทุกเพลงที่แต่งทำให้นักร้องดังเพียงชั่วช้ามคืนมานักต่อนัก และตอนนี้ก็กำลังดังถูกจับตามองในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง แฟนคลับส่วนตัวมันก็มีนะ อ่านๆจากโซเชียลว่าเป็นโปรดิวซ์หน้าตาดี แต่เพราะมันเป็นผู้ชายไง ผมเลยไม่สนใจจะมองหน้าตา


เอาจริงๆผมก็ชอบฟังเพลงที่ไอ้ห้องลองเสื้อมันแต่งเหมือนกัน แต่พวกคุณห้ามเอาไปบอกมันนะ เดี๋ยวผมเสียหน้า


"แล้วคนอื่นๆล่ะ" พอพี่เซนยอม คนอื่นก็เลยยอมด้วย


"ผมก็โอเค เพลงพี่ผมชอบมากเลยอ่ะ พี่โคตรเจ๋ง" ไอ้เก้ายกนิ้วโป้งให้


"ผมเห็นด้วย" ไอ้โนว่ายกมือโหวต


"สำหรับผมยังไงก็ได้ครับ" คนร่าเริงอย่างพี่หนึ่งที่ตอนนี้อยู่ในโหมดสงบเสงี่ยมเลยงดมีปากเสียง


จากนั้น....ทุกสายตาก็หันมามองผม ที่เป็นเสียงสุดท้าย


"ว่าไงคริส" พี่ทีถามซ้ำ สายตาxโคตรกดดันอ่ะ


"ถ้าผมบอกว่าไม่ พี่จะไล่ผมออกจากวงมั้ยล่ะ"


"ไอ้คริส แกอย่ามากวนประสาทตอนนี้" นอกจากใครๆก็ไม่รัก พี่น้ำยังมาดุซ้ำอีก


"ครับ ผมโคตรยินดีร่วมงานกับไอ้...เอ่อ คุณเค้าเลยครับ" ผมกระแทกเสียงหนักๆกลับไป หันหน้าหนีไปมองทางอื่น ดีกว่าต้องมามองใบหน้านิ่งๆของไอ้ห้องลองเสื้อ คงจะแอบสะใจผมอยู่ในใจล่ะสิ


"นี่รู้จักกันมาก่อนรึเปล่า" พี่ทียังไม่จบ


"เปล่าครับ ไม่เคยรู้จัก"


"แล้วนายไปตั้งแง่กับสิงโตเค้าทำไมกัน เรื่องฝีมือทุกคนในที่นี่ก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ถึงไม่เคยร่วมงาน แต่เพลงของสิงโตน่ะได้รับรางวัลระดับเอเชีย เชื่อพี่เถอะ เค้าคือคนที่จะมากอบกู้ดิยูนีคของพวกนาย"


"อื้อหือ อยุธยาไปอีก"


"คริส!!!!"


"คร้าบๆๆๆ เงียบแล้วคร้าบ ไม่ต้องพร้อมใจกันตะโกนใส่หูกูก็ได้คร้าบ" ไอ้เทวดาคนนี้นี่แตะไม่ได้เลยสินะ อย่าให้ต้องแฉนะว่ามันทำโรคจิตอะไรกับผมในห้องลองเสื้อบ้าง โว้ยย หงุดหงิด เมื่อไหร่จะเลิกประชุม


"อีกเรื่องนึง" เหมือนพี่ทีจะไม่รู้ใจผมเอาซะเลย นอกจากจะเอาไอ้ห้องลองเสื้อมาร่วมงานแล้วยังไม่ยอมปล่อยให้ผมหนีออกจากห้องประชุมซักที ท่าทางที่นั่งลงครบองค์แบบนี้ น่าจะนาน "นอกจากน้ำที่จะมาดูแลพวกนายแล้ว ต่อไปนี้จนกว่าเพลงใหม่จะปล่อยออกมา พี่จะให้พวกนายทั้งวงย้ายไปอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน โดยมีสิงโตเป็นคนคุมความประพฤติของพวกนาย"


"ห๊ะ /ห๊ะ" ผมกับไอ้เก้าร้องขึ้นพร้อมกัน แต่ไอ้เก้าออกตัวแรงกว่า มันลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ที่มีล้อไหลไปกระแทกกับผนังห้องประชุมเสียงดัง


"มีปัญหาอะไรเก้า"


"ปละ เปล่าครับพี่ที แต่ผมว่า บ้านผมก็มีอยู่ ทำไมเราต้องไปอยู่ด้วยกันด้วยล่ะครับ คือเราก็ไม่ใช่นักร้องหน้าใหม่ หรือไอดอลเกาหลีที่เตรียมเดบิ้ว ไม่จำป็นอะไรต้องไปฝึกร้องฝึกเต้นนี่"


"นั่นก็ใช่ แต่พี่มีเหตุผลนะเก้า นั่งลงแล้วฟังให้จบ" พี่ทีรอจนไอ้เก้านั่งลงแล้วเริ่มพูดอีกครั้งอย่างใจเย็น "นอกจากเพลงที่จะปล่อยออกไปแล้ว ระหว่างนี้พี่จะทำรายการเรียลลิตี้ของวงดิยูนีคออกมาด้วย เป็นเรื่องราวการอยู่ร่วมกันของพวกนาย และกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน ตัดมาออกอากาศอาทิตย์ละตอน ที่ต้องทำแบบนี้เพราะภาพลักษณ์ของพวกนายมันเสียหายป่นปี้ไปหมดแล้ว แต่ละคนส่งไม้ผลัดสลับกันขึ้นข่าวหน้าหนึ่งอย่างกับว่าในวงการไม่มีนักร้องคนอื่นแล้วอย่างนั้น โดยเฉพาะนายนะคริส"


"โหหห ไรอ่ะพี่ ผมผู้ชายป่ะ จะมีข่าวกิ๊กกั๊กก็เรื่องธรรมดา เราขายผลงานนะพี่ที ไม่ใช่หน้าตา ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย"


"ก็เพราะว่าพวกนายเป็นวงร็อคน่ะสิ ถึงได้ยังยืนอยู่ในวงการได้จนถึงตอนนี้ ลองเป็นวงไอดอล ป่านนี้ดับไปนานแล้ว พี่เห็นว่าพวกเราเติบโตมาพร้อมกัน วงพวกนายก็ทำให้บริษัทของเรามีชื่อเสียงขึ้นมาได้ ถือว่าช่วยๆกันอีกครั้งนะ พี่ยังเชื่อมั่นในตัวพวกนายทุกคนอยู่"


"..........." คำว่าเชื่อมั่นที่พี่ทีพูดกับพวกเรา ทำให้แต่ละคนเถียงไม่ออก


"ดึงความรู้สึกในวันแรกที่จะได้ออกอัลบั้มกลับมาอีกครั้ง ความรู้สึกรักในดนตรี วันแรกที่พวกนายจับเครื่องดนตรี จับไมค์ ความตื่นเต้นพวกนั้น ทำให้มันกลับมาอีกครั้ง แล้วพวกเรา...มาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยกันนะ เซน หนึ่ง โน คริส เก้า"


ความรู้สึก....ที่ได้ตีกลองครั้งแรก...งั้นเหรอ


"ครับ พี่ที!!!!" พวกเราตะโกนร้องออกไปพร้อมกัน


รู้สึกไฟในตัวกลับมาอีกครั้งแล้วสิ

 






ใช้เวลาประชุมรายละเอียดงานอีกเกือบสองชั่วโมงพี่ทีถึงออกจากห้องประชุมไป เหลือแค่สต๊าฟบางส่วนกับผู้จัดการของเราคือพี่น้ำ และ...โปรดิวเซอร์คนใหม่


บรรยากาศจริงจังน้อยลงเมื่อผู้บริหารจากไป หลายๆคนก็คุยเล่นกัน ส่วนผมเลิกสนใจไอ้ห้องลองเสื้อแล้วหันไปคุยกับไอ้เก้า คือไม่เข้าใจไงว่ามันร้องขึ้นกลางที่ประชุมทำไม อย่างผมนี่คือไม่อยากอยู่บ้านเดียวกับไอ้โปรดิวเซอร์คนดัง ไม่ชอบหน้ามัน แต่กับคนอื่นๆผมไม่มีปัญหานะ ยังไงก็วงเดียวกัน เคยอยู่ด้วยกันมาแล้วช่วงเปิดตัวแรกๆ


"มึงเป็นไรไอ้เก้า ไม่อยากอยู่กับพวกกูเหรอ"


"ก็เปล่า แต่ แบบว่า"


"กลัวไม่ได้แอบเที่ยวอ่ะดิไอ้เก้า ไม่ต้องห่วงหรอกมั้ง เราอยู่บ้านเดียวกันก็ยังเที่ยวได้น่า กูนี่สิน่าจะเครียดกว่า จะไปบอกแอร์ยังไงดี" ไอ้โนถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อคิดถึงแฟนคนสวยของมัน


"มึงก็เอาเมียมาอยู่ด้วยดิไม่เห็นยาก แอร์ก็คุ้นกับพวกเราทุกคนดี ไอ้บ้านนั่นกูคิดว่าเค้าคงไม่จับเรานอนห้องเดียวกันอย่างในรายการประกวดร้องเพลงหรอก มึงก็นอนกับเมียไป"


"ได้ที่ไหนกันล่ะไอ้คริส แฟนคลับทั่วๆไปเค้าไม่ได้รู้นี่หว่าว่ากูมีแฟน ไหนจะกล้องที่พี่ทีบอกว่าจะติดเอาไว้ในหลายๆส่วนของบ้านอีก ขืนมีภาพแอร์หลุดออกอากาศ เดี๋ยวก็มีเรื่องอีก"


เออ ก็จริงของไอ้โนว่า พี่ทีขู่เอาไว้แล้ว ว่าต่อไปนี้ถ้ามีข่าวไม่ดีขึ้นหน้าหนึ่งอีกแม้แต่ครั้งเดียว จะจัดการขั้นเด็ดขาดกับวงเรา


"เรื่องแอร์ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่จะไปช่วยคุยให้เอง" พี่น้ำเดินเข้ามาตบบ่าไอ้โน สรุปว่าเรื่องเมียเพื่อนก็ผ่านไป กลับมาที่ไอ้เก้าอีกครั้ง


"ตกลงว่าไง มึงยังไม่ได้ตอบกูเลย กลัวไม่ได้แอบเที่ยวอย่างที่ไอ้โนมันว่าจริงดิ"


"เปล่า ก็...ไม่มีอะไร"


"เอ้า ไอ้เวร แล้วจะบิ้วใหญ่โตเพื่อไรวะ เออ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ว่าแต่คืนนี้เอาไง ไปป่ะ"


"หยุดเลยพวกแก ห้ามชวนกันเที่ยว ต่อไปนี้เลิกงานให้ตรงกลับบ้าน โดยเฉพาะแกนะไอ้คริส กับไอ้เก้า ห้ามหิ้วสาวขึ้นคอนโดนฯ ไปเตรียมตัวเก็บข้าวของ อีกสองวันย้ายบ้าน"


"ไรนะพี่น้ำ" รู้สึกหูอื้อว่ะ


"อีกสองวันย้ายเข้าบ้าน แล้วห้ามพากิ๊กมาที่บ้านเด็ดขาดเพราะอาทิตย์หน้าทีมงานจะติดกล้องไว้ที่ห้องรับแขก ห้องโถงด้านล่างและห้องซ้อมดนตรี"


"นั่นบ้านหรือคุกวะพี่น้ำ เอาจริงดิ พวกผมนี่บรรลุนิติภาวะกันหมดแล้วนะ ทำไมต้องคุมเข้มขนาดนั้น อย่าทำงี้กับน้องดิพี่น้ำคร้าบบบ" ผมอ้อน กอดแขนพี่น้ำแล้วส่งเสียงอ่อนแบบที่เจ๊แกยอมตามใจประจำ


"คราวนี้อ้อนพี่ไปก็ไม่ได้ผลหรอกไอ้คริส โน่นเลย ผู้คุมคนใหม่ของพวกแก ต่อไปนี้ทุกอย่างต้องผ่านน้องสิงโต"


"ห๊ะ ทำไมต้องมันอ่ะ แค่โปรดิวเซอร์ เกี่ยวไรด้วย พี่น้ำเป็นผู้จัดการวงนะ"


"ไม่อยากได้ก็ไปเถียงกับพี่ทีเอาเองสิ จบมะ"


".........." จบสิครับ ใครจะกล้าเถียงพี่ที เดี๋ยวได้ตกงานกันพอดี


ผมมองเลยไปยังคนที่เป็นประเด็น มันคุยกับสต๊าฟเพิ่งเสร็จพอดี และหันมามองทางนี้ด้วย ตาคมดุของมันปะทะกับสายตาผมเข้าพอดี ถึงจะนิ่งจะดุยังไง เชื่อเหอะว่าข้างในมันต้องดีใจที่ได้ร่วมงานกับผมแน่ เพราะมันเป็นแฟนบอยผมนี่


พอไอ้ห้องลองเสื้อเดินไปนั่งตำแหน่งหัวโต๊ะแทนพี่ที เป็นท่าทางที่บอกให้ทุกคนหันกลับมาพร้อมประชุม มันเริ่มจากการเกริ่นนำตัวเองก่อน


"เมื่อกี้พี่ทีแนะนำไปแล้ว แต่ยังไงผมขอแนะนำตัวเองอีกที ผมชื่อสิงโต ปราชญา จะเรียกพี่ก็ได้ ขอฝากตัวด้วยนะ จากนี้ไปผมจะทำหน้าที่ดูแลวงดิยูนีคต่อจากคุณทัด หวังว่างานที่พวกเราทำร่วมกันจะราบรื่น นิสัยผมอาจจะเข้มงวดไปบ้างสักหน่อยเพื่อให้ผลงานมันออกมาดี ถ้าเกิดทำให้ใครไม่พอใจก็ขอโทษไว้ล่วงหน้าเลย เพราะผมเชื่อว่ามีแน่"


มองหน้ากูอย่างนี้หมายความว่ายังไงวะ อยากจะมีปัญหากับผมเหรอ


"ใครมีคำถามอะไรไหม ถ้าไม่มี...."


"มีครับ" ผมยกมือขึ้นส่งเสียงดังลั่นห้อง แม้ไม่ได้เป็นนักร้องนำก็โปรเจคเสียงได้ไม่แพ้ไอ้เก้าหรอก คนที่ทำท่าเหมือนจะเลิกประชุมเลยหันกลับมาจ้องผมนิ่งๆ


"มีอะไรคุณคริส"


"ถ้าผมไม่ทำตามล่ะ คุณจะว่ายังไง เพราะผมไม่เต็มใจยอมรับคุณเข้ามามีส่วนร่วมในวง" ถึงไอ้ห้องลองเสื้อจะบอกว่าให้เรียกพี่ได้ แต่แล้วไง ใครจะเรียก ไม่อยากสนิทเว้ย ให้เกียรติเรียกคุณก็ดีแค่ไหน เห็นแก่(กลัวโดน)พี่ที(ด่า)หรอก


"ผมขอเหตุผลที่ดีกว่าการไม่ยอมรับผมซักข้อสิคุณคริส อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ความคิดเด็กๆอย่างการไม่ชอบขี้หน้า"


โอ้ยยยย จี๊ดดดด พีรวัสจี๊ดดดดดด มันจี้ปมผมครับคุณผู้โช้มมมม


"เหตุผลของผมก็คือการที่ผมไม่รู้จักคุณมาก่อน ไม่รู้ด้วยว่าคุณเก่งยังไงถึงได้ข้ามหัวพี่ทัดมาโปรดิวซ์ให้เรา อีกอย่างผมก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณเต็มใจจะทำงานกับพวกเราจริงๆรึเปล่า ถ้าคุณมาเป็นโปรดิวเซอร์นั่นหมายความว่าคุณจะต้องอยู่กับวงของพวกเราไปอีกนาน"


"แล้วอะไรทำให้คุณคิดว่าผมไม่เต็มใจทำงานกับพวกคุณล่ะ"


"ก็เพราะ..." ผมกระตุกยิ้มชั่วร้าย ทุกสายตาจ้องมองผมกับไอ้ห้องลองเสื้อสลับไปมาเหมือนชมการแข่งขันเทนนิสที่นักแข่งตีลูกตอบโต้กันดุเด็ดเผ็ดมันส์ "คุณเคยเรียกวงของผมว่า วงดนตรีขาลงไง"


เกิดเสียงฮือฮารอบห้องประชุม มีหลายคนมองไอ้ห้องลองเสื้อด้วยสายตาไม่พอใจทันที แน่ล่ะ ดิยูนีคคือความภูมิใจของสมาชิกในวงและบริษัท กล้าเรียกอย่างนี้คงไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย หึหึ เสร็จกูล่ะไอ้ห้องลองเสื้อ


"จริงเหรอวะไอ้คริส" ไอ้เก้ายังคงดูคลางแคลงใจ แต่เพราะมันคือเพื่อนสนิทผม มันเลยเลือกเชื่อผมมากกว่า(?)


"จริงดิ เมื่อกี้เลยตอนไปซื้อกาแฟด้านล่าง คุณโปรดิวเซอร์คนใหม่ของพวกเราเรียกวงที่ตัวเองต้องดูแลว่า วงดนตรีขาลง ไปถามน้องอายที่ชงกาแฟก็ได้ นางกรี๊ดเค้าอยู่นี่คงได้ยินทุกคำ"


"หมายความว่าไงอ่ะพี่" ไอ้โนหันไปถามอย่างหาเรื่องทันที


ดีมากเพื่อนรักทั้งหลาย ผมจะยุให้ทุกคนเกลียดมัน แล้วก็ไม่ยอมรับงานกับมัน ถึงเวลานั้นมันนั่นแหละที่จะต้องเป็นฝ่ายไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆ


ไอ้ห้องลองเสื้อมันเงียบไปพักนึง สายตายังคงสงบนิ่งไม่หวั่นไหว กวาดตามองผู้คนในห้องประชุมทีละคน และมาหยุดที่ผมเป็นคนสุดท้าย ผมเองก็จ้องหน้ามันกลับไปอย่างไม่มีหลบตาเช่นกัน กลายเป็นว่าเราจ้องกันอยู่อย่างนั้นขณะที่มันก็ค่อยๆเอ่ยปากช้าๆ


"ใช่ ผมเรียกอย่างนั้นจริง...." ไงล่ะ ผมไม่ได้โกหก "หรือพวกคุณจะยอมรับ ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นจริงๆล่ะ"


กล้า...กล้ามาก เหมือนหมาป่าหลงเข้ามาในฝูงแร้ง xจะตรงไปไหน คำพูดที่เหมือนลูกดอกปักเข้ากลางใจทำให้ไม่มีใครพูดออก ผมลุกขึ้นยืนตบโต๊ะด้วยความโกรธ


"เห็นรึเปล่า ทุกคนได้ยินชัดนะ มันดูถูกพวกเรา แล้วอย่างนี้จะร่วมงานกับมันอยู่อีกเหรอ"


"ไอ้คริส อย่าเรียกน้องสิงโตว่ามัน"


"พี่น้ำ พี่จะเข้าข้างมันเหรอ"


"พี่เปล่า แต่แกจะโกรธยังไงก็ควรให้เกียรติกันด้วย นี่มันการทำงานนะ ไม่ใช่การวิวาทของเด็กม.ปลาย"


"เออ ก็ได้ ไม่เรียกมันก็ได้ แต่ผมไม่ร่วมงานกับคนที่ดูถูกวงเรา ผมบอกไว้เลย"


"พอแล้วคริส นั่งลง" พี่เซนพูดขึ้นมานิ่งๆ(เหมือนไอ้ห้องลองเสื้อเลยว่ะ) ผมเลยต้องยอมนั่งลงตามคำสั่งหัวหน้าวง ก็ในเมื่อผมเคารพพี่เซนมากนี่ จะให้ทำไง แต่บอกเลยไม่ยอมง่ายๆหรอก ผมแอบประท้วงนิดๆด้วยการตีหน้าบึ้งตึง กระแทกตัวลงกับเก้าอี้


"ผมจะให้โอกาสคุณพูดนะคุณสิงโต ว่าทำไมคุณถึงได้พูดแบบนี้กับน้องผม เพราะคุณน่าจะรู้ว่าคงไม่มีใครอยากร่วมงานกับคนที่ดูถูกตัวเอง หวังว่าคุณคงเข้าใจเช่นกัน" สมกับเป็นพี่เซน แค่พูดเรียบๆก็ข่มคนได้ไม่ต้องโวยวายอย่างผมด้วย ครั้งหน้าถ้าตีกับไอ้เก้าผมจะอยู่ข้างพี่เลย


"ผมไม่ได้คิดดูถูก ไม่ว่าพวกคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ผมติดตามผลงานของพวกคุณและยอมรับในฝีมือของพวกคุณ แต่หลังๆมานี้มันเห็นได้ชัดมากว่าไฟในตัวพวกคุณมันเริ่มมอดไป ดนตรีที่เล่นหลังๆมันเหมือนเล่นไปตามหน้าที่มากกว่าการแสดงด้วยใจรัก วงของพวกคุณไม่ได้ตกลงเพราะข่าวเสียหายอย่างเดียว แต่ผมคิดว่าคนฟังเค้าก็ไม่ได้โง่หรอกนะ"


".............."


"ต่อให้คนฟังเพลงไม่เป็น เค้าก็ยังรู้สึกได้ว่าพวกคุณมีใจจะเล่นกันจริงหรือเปล่า"


แบบนี้สินะที่พี่ทีหมายถึงเมื่อกี้นี้ ที่บอกให้เราคิดถึงความรู้สึกครั้งแรกที่เล่นดนตรี นี่พวกเรา เป็นแบบนี้กันตั้งแต่เมื่อไหร่


"ผมเข้าใจว่าการทำอะไรซ้ำๆเดิมๆมาหลายปี ก็ทำให้คนเราเริ่มชินชากับสิ่งที่ทำ จนรู้สึกไม่สนุกอย่างไม่รู้ตัว ครั้งแรกที่พี่ทีติดต่อผมมาให้มาโปรดิวซ์ให้พวกคุณ ผมยอมรับว่าผมปฏิเสธทันทีอย่างไม่คิด พี่ทีถึงกับต้องไปขอร้องด้วยตัวเองผมถึงยอมมาทำให้"


"นี่มึง"


"คริสเงียบ" อีกครั้งที่ถูกพี่เซนดุและพี่น้ำกระตุกให้นั่งลง


ถึงอย่างนั้นสายตาทุกคนก็ไม่ได้เป็นมิตรกับไอ้โปรดิวเซอร์คนใหม่อย่างตอนแรก


"สรุปได้ว่า พวกคุณไม่อยากทำงานกับผม และผมเองก็ไม่ได้อยากทำงานกับพวกคุณ"


"เออ งั้นก็ต่างคนต่างไป ไปบอกพี่ทีสิว่าคุณจะถอยออกจากการเป็นโปรดิวเซอร์ให้พวกเราน่ะ" ไอ้โนเริ่มโวยบ้างแล้ว


"ไม่ครับ ผมจะไม่ทำอย่างนั้น ถ้าหากพวกคุณไม่พอใจก็ต้องไปบอกพี่ทีเอง แต่ผมว่านะ ผมมีวิธีที่ดีกว่านั้นจะนำเสนอ"


"วิธีอะไร" พี่หนึ่งที่เงียบอยู่นานถามขึ้น


"เรามาเดิมพันกัน เพลงที่ผมแต่งใหม่ กับพวกคุณที่เล่นเพลงของผม ใครจะเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่ากัน"


"หมายความว่าไงอ่ะ มันก็อย่างเดียวกันไม่ใช่เหรอพี่ ถ้าเพลงมันถูกปล่อยออกไปแล้วประสบความสำเร็จ จะวัดได้ยังไงว่าพี่หรือพวกผมที่ทำให้มันติดตลาดอ่ะ" ไอ้เก้าพูดเหมือนที่ผมคิดเป๊ะ ว่าแต่มึงเรียกมันว่าพี่ทำไม ไอ้เพื่อนทรยศ


"ตอนนี้ผมยังไม่ได้แต่งเพลง เพราะยังรู้จักแต่ละคนไม่ดีพอ ยังหาแนวทางของพวกคุณไม่ได้ หากว่าพวกคุณทำให้ผมยอมรับและแต่งเพลงดีๆออกมาได้ แปลว่าพวกคุณชนะ ผมจะยกเพลงนั้นให้และลาออกจากวง แต่ถ้าผมแต่งเพลงดีๆออกมาไม่ได้ แปลว่าพวกคุณแพ้"


"แบบนี้ถ้าเกิดว่ามึงแกล้งไม่แต่งเพลงให้พวกเราล่ะ" เงื่อนไขเหี้ยไรวะ โคตรได้เปรียบกับมันเลย


แต่ไอ้ห้องลองเสื้อกลับไม่ได้สนใจผมที่เป็นคนตั้งคำถาม มันมองไปทางหัวหน้าวงแทน


"เซน"


"ครับ?"


"คุณเองก็แต่งเพลงเหมือนกันใช่ไหม คุณต้องรู้สิว่าหากเราเจอแรงบันดาลใจอะไรซักอย่าง มันห้ามยากมากที่จะไม่ให้หยิบปากกาขึ้นมาเขียนมันลงไป ผมเอาชื่อเสียงของตัวเองเป็นประกัน ว่าจะไม่โกงอย่างเด็ดขาด" สายตาคนพูดเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาจนผมเองก็ยังอึ้ง


ใช่ ในฐานะนักดนตรี ผมรู้ดีว่าหากเรามีแรงบันดาลใจ ก็เหมือนถูกจิตวิญญาณอะไรบางอย่างเข้าสิง มันจะเกิดไฟที่จะผลักดันให้เราทำสิ่งนั้นอย่างห้ามไม่ได้ เช่นตอนที่ผมหัดเรียนกลองแรกๆ ผมรักมันมาก ซ้อมทุกวันวันละหลายชั่วโมงอย่างกับคนบ้า แทบจะกินนอนอยู่ห้องซ้อมดนตรีด้วยซ้ำไป


"ผมเชื่อคุณ" พี่เซนยอมพยักหน้าตกลง เมื่อพี่เซนว่าอย่างนั้น ทุกคนเลยต้องยอมรับตาม


แม้แต่ผมก็ด้วย


"เอาเป็นว่าตามนี้ ถ้าพวกคุณแพ้ ต้องออกจากวงการ"


!!!!!!!!!!


ไม่แรงไปเหรอวะ


"กล้าๆหน่อย โชว์สปิริตของพวกคุณออกมาให้ผมดูสิ ถ้าเจ๋งกันจริงอย่างที่ภูมิใจ เรื่องทำให้ผมแต่งเพลงให้ มันไม่ใช่เรื่องอยากอยู่แล้วนี่ ยังไงต่อจากนี้ไปเราก็ต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน ไปเล่นคอนเสิร์ตด้วยกัน แสดงความเป็นพวกคุณออกมาจนทำให้ผมรู้สึกอยากจะแต่งเพลงให้พวกคุณอย่างบ้าคลั่งให้ได้"


"เออ ได้ ผมนี่แหละจะทำให้คุณเป็นฝ่ายที่จะต้องกระเด็นออกไปจากบริษัทนี้" ผมลุกขึ้นยืนชี้หน้าไอ้ห้องลองเสื้ออวดดีด้วยสายตามุ่งมั่น "ไปเหอะพี่เซน ไอ้เก้า ไอ้โน พี่หนึ่ง ไปซ้อมกัน อีกสองวันเรามีคอนเสิร์ตที่เขาใหญ่ ไปทำให้คนอวดดีรู้ว่า ดิยูนีค....ไม่ได้มีแค่ชื่อ!!"


พูดจบผมก็ลุกเดินออกจากห้องไปคนแรก เป้าหมายคือห้องซ้อมดนตรี โดยมีคนอื่นๆที่เหลือเดินตามมา


แล้วเราจะได้เห็นดีกัน...ไอ้ห้องลองเสื้อ...ไม่สิ ไอ้โปรดิวเซอร์ห่วยแตก

 





{Kao's part}


ไอ้คริสเดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว เอาจริงๆผมก็ไม่ค่อยพอใจโปรดิวเซอร์คนใหม่เท่าไหร่หรอกนะ ก็พี่เค้าดูถูกเรานี่ แต่ก็ไม่ได้ออกตัวเกลียดแรงอย่างไอ้คริสหรอก ผมว่ามันต้องเคยมีเรื่องกับพี่เค้ามาก่อนแน่ๆ แถมเป็นเรื่องที่น่าจะเลวร้ายพอดู


ปกติไอ้คริสมันไม่ค่อยเกลียดใครง่ายๆหรอก เป็นพวกที่ดูภายนอกเหมือนปากร้าย ห้าว เจ้าชู้ สันดานเสีย (นี่คือชมเพื่อน?) แต่เนื้อแท้แล้วมันคือผู้ชายธรรมดาคนนึงที่มีนิสัยเด็กๆ ติดเพื่อน สนุกสนานเฮฮาไปวันๆ ผมรู้จักกับมันมาตั้งห้าปี ห้าปีที่เราอยู่วงเดียวกัน ทำไมจะไม่รู้ว่ามันเป็นพวกคิดมากแค่ไหนก็จะเอาความตลกขี้มโนของตัวเองมากลบเกลื่อนมากแค่นั้น


และตอนนี้ไฟในตัวไอ้คริสก็ลุกพรึ่บ พร้อมจะตั้งใจซ้อมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายปี โดยเฉพาะหัวมันนี่ไฟท่วมมากเป็นพิเศษ ร้อนเชียว


"เดี๋ยวเก้า อย่าเพิ่งไป คุยกับพี่ก่อน" ผมออกห้องเกือบจะคนสุดท้าย เพราะมัวแต่มองไอ้เพื่อนสนิทเดินเกรี้ยวกราดออกนอกห้องด้วยความเป็นห่วงมัน จนพี่เซน หัวหน้าวงเรียกเอาไว้ พี่มันพยักหน้าให้คนอื่นในวงตามไอ้คริสออกไปก่อน และทั้งห้องประชุมก็เหลือแค่ผมกับพี่มันสองคน


"มีไร" วันนี้ไม่ค่อยอยากพูดกับพี่เซนเท่าไหร่ นี่พยายามพูดน้อยที่สุดแล้วนะจากที่ทุกทีนี่ผมพูดมากกว่าใครเพื่อน


"เมื่อคืนไปดื่มมาใช่รึเปล่า" พี่เซนจ้องอย่างจับผิด เคยบอกไปรึเปล่าว่าผมเกลียดสายตากับน้ำเสียงดุๆของพี่เซนชิบหายเลย เห็นเมื่อไหร่พาลจะโมโหทุกที ยิ่งหลังๆนี่ยิ่งเป็นหนัก 


บางครั้งที่หลายคนคิดว่าผมเถียงกันไม่จริงจัง แต่ผมนี่จริงจังถึงขั้นเคยอยากต่อยหน้าเนือยๆของไอ้พี่เซนมันด้วย


"พะ พูดเรื่องอะไร ไม่มี๊"


"อย่ามาโกหกพี่ เสียงนายมันแหบรู้ตัวมั้ย พี่เคยห้ามแล้วใช่รึเปล่าเรื่องดื่มเหล้าน่ะ"


"แล้วยังไงเล่า ก็แหบแค่นิดหน่อย ไม่เห็นมีใครสังเกตเลย" จริงๆนะ ผมเองยังไม่ค่อยรู้สึกตัวเลยว่ามันแหบ แล้วก็แอบดื่มไปนิดเดียวเอง ที่เจ็บคอเพราะในร้านเมื่อคืนแอร์แรงต่างหาก


"พี่สังเกตอยู่นี่ไง" 


ถ้าแฟนคลับสาววายมาได้ยิน คงฟิน คงจิ้นกันไปถึงดาวอังคาร


ขอแสดงความเสียใจกับพวกคุณด้วยครับ ประโยคนี้ของพี่เซนนั้นมันไม่มีอะไรมากไปกว่าการจับผิดหรอก แล้วที่พูดก็เพื่อวงทั้งนั้น มันไม่ได้ห่วงผม มันห่วงวง ชัดเจนนะ


"รู้แล้วๆ เดี๋ยวไปหายาอมมาอมเองแหละน่า อีกตั้งสองวันกว่าจะขึ้นเวที ผมรู้ตัวน่าว่ากำลังทำอะไร ไม่ทำให้วงเสียหายเพราะเสียงผมแห้งหรอก"


"ฟังนะเก้า นายร้องเพลงร็อค มันใช้คอเยอะกว่าพวกนักร้องปกติ แล้วเวลาลืมตัว นายอินเยอะๆก็จะเผลอว้ากออกมา จะทำให้เส้นเสียงนายเสียได้ พี่ถึงได้ห้ามไม่ให้กินเหล้า อย่างน้อยก็ถนอมคอนายไม่ให้แย่ไปกว่านี้ เข้าใจรึเปล่า"


"เข้าใจ แค่นี้ใช่มั้ยที่จะพูดน่ะ" ขี้บ่นจริงๆ อะไรๆก็วงๆๆๆๆๆๆ


"เก้า รับปากแล้วทำตามด้วย อย่าให้พี่ต้องเตื่อนเป็นครั้งที่....สิบ" นับด้วยเหรอวะ


"ถ้ามันลำบากพี่มากนัก ทำไมไม่หานักร้องใหม่ล่ะวะ ผมจะได้ไป ไม่อยู่รกหูรกตาพี่ไง"


"เก้า!!!"


"พี่มันก็ห่วงแต่วง น่าเบื่อ!!!" ผมเดินกระแทกไหล่ผ่านพี่เซนออกจากห้องไป หงุดหงิดจนไม่อยากจะไปห้องซ้อมแล้ว แต่ไอ้คริสดันเดินกลับมาเจอเข้าแล้วลากตัวผมไปจนได้


ดีหน่อยที่พี่เซนไม่ได้เดินตามเข้ามาในทันที ผ่านไปซักพักผมก็ใจเย็นลง ผมมันพวกปากไว โกรธง่ายแต่หายเร็ว ไอ้เรื่องออกจากวงน่ะ ผมไม่ออกหรอก เราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งมากมาย ใครจะตัดช่องน้อยทิ้งวงไปง่ายๆ ก็แค่...โกรธ


"พี่เซน หายไปไหนมาวะ ผมอยากซ้อมแล้วเนี่ย" พอหัวหน้าวงเปิดประตูห้องซ้อมเข้ามา ไอ้คริสก็รีบวิ่งเข้าไปต่อว่า เอาไม้กลองชี้หน้าพี่มัน อะไรจะไฟแรงขนาดนั้นวะ แค่โดนพี่สิงโตกระตุ้นมาหน่อยเดียว


"ไปจูนเสียงสิ พร้อมจะซ้อมแล้วเหรอมาโวยวายอยู่เนี่ย" พี่เซนบอกไอ้คริสเรียบๆ มันเลยเดินหงุดหงิดกลับไปจูนเสียงกลองให้เข้ากับเบสแล้วก็คีย์บอร์ดต่อ


ส่วนผมก็วอร์มเสียงตัวเองไป


"เอ้า" แก้วน้ำเก็บความร้อนถูกยื่นมาตรงหน้า ผมละสายตาจากไมค์โครโฟนไปมองหัวหน้าวงหน้าตายอย่างไม่เข้าใจ


"ให้ผม?"


"อือ น้ำผึ้งผสมมะนาวกับน้ำอุ่น ค่อยๆจิบไปทีละนิด อย่าดื่มทีเดียว วันนี้ซ้อมเพลงเบาๆไปก่อน ยังไม่ต้องใช้เสียงเต็มร้อยนะ"


"........."


"แล้วกลับไปก็รีบนอนแต่หัวค่ำ พักผ่อนให้เพียงพอ"


"เสียงจะได้ไม่เสียเวลาร้องเพลงงั้นสิ" ยังไงพี่มันก็ห่วงแต่วงอยู่แล้วนี่


"เปล่า เวลาเถียงกับพี่ เสียงจะได้ใสๆบ้าง ฟังเสียงแหบๆอย่างนี้แล้วมัน....หงุดหงิด" พูดจบพี่เซนก็เดินไปที่กีต้าร์ของตัวเอง จูนเสียงให้เข้ากับเครื่องดนตรีอื่นๆ


ในขณะที่ผมหันหลังให้ทุกคนในวง ทำเหมือนวอร์มเสียงต่อ แต่จริงๆแล้วแอบจิบน้ำผึ้งผสมมะนาวไป....อมยิ้มไป

End Kao part


...................................................

คุณโปรดิวซ์ก็จะกล้าพูดหน่อยๆ น้องก็หัวร้อนนิดๆ สรุปตีกันมันส์เผ็ดไป

เห็นคู่รองม้ายยยย ไม่มีไร แค่บอก หึหึ

การอยู่บ้านร่วมกันของวงนี้แอนด์คุณโปรดิวเซอร์ก็จะหรรษาหน่อยๆล่ะนะ

ปล.ย้ำอีกครั้ง เรื่องนี้โนดราม่านะจ๊ะ แค่คู่กัด กับคู่จิ้น

ปล2. น้ำผึ้งผสมมะหนาว หวานมากกกกก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 551 ครั้ง

3,945 ความคิดเห็น

  1. #3945 Kemo (@mhokcoffee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 13:40
    แอบรำคาญที่มีx เกือบทุกประโยคเว่อออ
    #3945
    0
  2. #3860 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 07:54
    ลงเรือทุกลำ555
    #3860
    0
  3. #3776 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 18:51
    เถียงกันเผ็ดเว่อร์ทั้งคู่หลักคู่รอง
    #3776
    0
  4. #3765 _jkbam_ (@niyay123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 00:23
    แหมๆ เซนเก้าก็เอาเรื่องอยู่นา55555
    #3765
    0
  5. #3262 parnparntheloser (@parnparntheloser) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 09:45
    เอาโว้ยยยย
    #3262
    0
  6. #3135 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 09:36
    คนที่จะปราบตัวแสบอยู่หมัดมาแล้ว แถมดุเสียด้วย ส่วนพี่เชนกับเก้านี่จากจิ้นจะมาเป็นจริงหละ
    #3135
    0
  7. วันที่ 2 เมษายน 2561 / 15:43
    พี่สิงดุจริงค่ะ เด่วคอยดูว่าย้ายบ้านแล้วคริสจะทำยังไง อีกคู่ก็น่ารักเนอะมีความหวานนน
    #2496
    0
  8. วันที่ 2 เมษายน 2561 / 15:42
    พี่สิงดุจริงค่ะ เด่วคอยดูว่าย้ายบ้านแล้วคริสจะทำยังไง อีกคู่ก็น่ารักเนอะมีความหวานนน
    #2495
    0
  9. #1532 monone (@inukiko) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 05:30
    อยากเห็นคริสโดนปราบ
    #1532
    0
  10. #1518 Haruka_G (@Haruka_G) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 18:31
    คุณสิงลุคนี้เผ็ดมากค่ะ ชอบบบบ
    #1518
    0
  11. #843 usnt2 (@Usnttr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 10:56
    เชียร์คู่นี้555555555
    #843
    0
  12. #369 nunyjan (@nunymind) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 11:23
    เก้าเซน เซนเก้า นี่มันยังไงนะ 5555
    #369
    0
  13. วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 22:57
    คู่รองนี่จิ้นกระจายอ่ะชอบความปากแข็งของพี่เซน
    #295
    0
  14. #230 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:00
    วรั้ย คู่รองมาแล้ว คู่จิ้นจะกลายเป็นคู่จริงมั้ย
    #230
    0
  15. #184 ryokiller13 (@ryokiller13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:00
    คู่หลักนี่ พร้อมวอร์กันอย่างเดียวเลยยยย สู้คู่รองไม่ได้ เสียงแหบนิดเดียวก็สังเกต น้ำผึ้งมะนาวก็มาาาาาา คู่หลักถ้ามีน้ำกรดคงสาดกันเป็นเล่นสงกรานต์แระ มันส์มากกกกกก 555555
    #184
    0
  16. #155 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:19
    เขาจะไปอยู่ร่วมบ้านเดียวกันแบบนี้มันจะเกิดสงครามนองเลือดไหมเนี้ย คู่เซนกับเก้านี้ไม่ค่อยหน้าเป็นห่วงเท่าไหร่ ถึงจะกัดจิกกันบ้างแต่แอบมีความห่วงใยกันอยู่ ขนาดเซนทำน้ำผึ้งผสมมะนาวมาให้เก้าดื่มเพื่อรักษาอาการเสียงแหบแบบนี้ คู่นี้ก็แค่ลุ้นว่าคนปากแข็งสองคนใครจะยอมเปิดเผยความในใจก่อนกัน แต่ว่าเก้าน้ำผึ้งผสมมะนาวมันคงไม่มีรสมะนาวหรอกเนอะ ถ้าจะมีก็คงมีแต่ความหวานของน้ำผึ้งกับกลิ่นหอมของมะนาวแค่นั้นเองใช่ป่ะ ส่วนอีกคู่นี้ซิหน้าเป็นห่วงสุดๆ เจอกันทีไหร่เป็นต้องจ้องจะขู่ใส่กันตลอด นี้ยิ่งมาอยู่บ้านเดียวกันอีกนอกจากกลัวนองเลือดแล้ว ยังกลัวจะตีกันจนบ้านพังซะก่อนจะได้ทำเพลงเสร็จซะก่อนรึเปล่าเนี้ย 
    #155
    0
  17. #150 NanohaSeiko (@nanoha2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:51
    โอ้ย เจ็บคอจังเลย55555
    #150
    0
  18. #148 Masturdating¡¡¡ (@porpoohwadee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:40
    กรี๊สสสสสสสสสๆๆๆ ค่อกแค่กๆๆๆๆ โอ๊ะโอยยย เจ็บคออ่ะ อยากลองจิบน้ำผึ้งผสมมะนาว มันคงจะชื่นจายยยยยยยน่าดู โฮ๊ะๆๆๆ😬
    #148
    0
  19. #147 ต้อม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:25
    ชอบเก้า กับพี่เซนจังค่ะ
    #147
    0
  20. #146 parksukie (@parksukie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:21
    ท่าจะญาติดีกันยากนะคู่นี้ 5555 สนุกๆ
    #146
    0
  21. #145 littleant2208 (@littleant2208) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:29
    ชอบฉายา -ห้องลองเสื้อ ของพี่สิงจริงๆ 555 น้องคริสหนูจะมโนมากไปป่าวเนี่ย 555
    #145
    0
  22. #144 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:14
    แต่นี้พี่สิงก็ปลุกไฟในตัวน้องและทุกคนได้แล้ว เก่งจริงๆน้าาคุณโปรดิวเซอร์
    #144
    0
  23. #143 Bewwi_V (@Bewwi_V) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:08
    มาต่อเร็วววววๆๆๆ ค้าง5555
    #143
    0
  24. #142 Bebeby (@bebebaekbaek) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:33
    ดุเดือดมากค่ะ นอกจากไฟในตัวคริสจะลุกพรึ่บแล้วไฟในตัวเราก็ลุกฌชนเช่นกัน ในตอนนี้น้องคริสก็ยังขี้มโนเช่นเคยยังคิดว่าพี่เค้าเป็นแฟนบอยอยู่ได้ ส่วนเก้ากับเซน หึๆ
    #142
    0
  25. #141 KarunaPomthong (@KarunaPomthong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:10
    ดุเดือกมาก คริสสิง
    #141
    0