ตอนที่ 2 : บังเอิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 654 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

ทันทีที่จอดรถหน้าบริษัทกลุ่มคนมหาศาลก็พากันเข้ามารุมล้อมจนไม่สามารถเปิดประตูออกไปได้ ถ้าหากว่าคนพวกนี้คือแฟนคลับผมคงยิ้มร่าเริงลงไปทักทาย ถ่ายรูป เซลฟี่ เม้ามอย หรืออะไรอย่างที่ผ่านๆมา ติดก็ตรงที่ว่านี่ไม่ใช่แฟนคลับ แต่เป็นนักข่าว


กับนักข่าวไม่ใช่ว่าผมอยากจะหลบหรอกนะ เมื่อก่อนเราเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่เพราะไอ้นักข่าวเวรนั่นคนเดียวที่ใส่สีตีไข่ซะจนสำนักข่าวอื่นพากันเล่นงานวงผมไปตามๆกัน ที่มารุมล้อมรอบรถกันอยู่ตอนนี้ก็คงไม่พ้นข่าวใหญ่เมื่อคืนแน่นอน


ปึกๆๆๆ


เอาแล้ว มีคนนึงทุบกระจกรถด้วยความร้อนใจแล้ว ถ้ารถผมเป็นรอยนี่เรียกเก็บค่าทำสีจากคนพวกนี้ได้รึเปล่าวะ


"น้องคริสคะ ออกมาเถอะค่ะ ขอพี่สัมภาษณ์หน่อย" ถ้าไม่มีประโยคสุดท้ายกูคิดว่าตำรวจล้อมจับคนเมายาบ้า วิสามัญกันเลยมั้ยถ้าจะขนาดนี้ กระจกรถจะแตกแล้วเฮ้ย


ผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ไม่สบตา มือควานหาโทรศัพท์ที่โยนไปยังเบาะข้างๆหลังจากการใช้ล่าสุด กดปลดล็อคมือก็ลดเสียงเพลงร็อค(วงตัวเอง)ลงเมื่อคนปลายสายกดรับ


"พี่น้ำ ให้คนลงมาเคลียหน่อยดิ๊ นักข่าวรุมเต็มเลยเนี่ย ผมออกจากรถไม่ได้ ขี้เกียจให้สัมภาษณ์"


[แกมาถึงแล้วเหรอไอ้ตัวดี] พี่น้ำผู้จัดการหวีดขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด ผมอยากให้อารมณ์ร้อนๆลดลงบ้างก็เลยหยอกกลับไปเบาๆ


"เพิ่งบอกว่านักข่าวล้อมรถอยู่เนี่ย ไม่ถึงมั้ง"


[ไอ้คริส อย่ากวนตีน]


"อะไรล่ะ ก็บอกดีๆ ตกลงเอาไงเนี่ย ร้อนนะเว้ย ไม่ลงมาในอีกสามนาทีจะออกไปกระทืบแม่งให้หมดแล้วนะ น่ารำคาญว่ะ"


[กรี๊ดดดดดด ไม่ได้ แกรออยู่ในนั้นเงียบๆเลยนะ ห้ามยุ่ง ห้ามพูดคุย ห้ามสบตากับนักข่าวเด็ดขาด แค่นี้ชั้นก็ปวดหัวกับพวกแกจะตายห่าอยู่แล้ว รอแป๊บ ขอตามคนก่อน] แล้วพี่น้ำก็วางสายไป


ผมนั่งไถทวิตเตอร์ไปเรื่อย มีคนเมนชั่นมาเยอะเหมือนกัน ส่วนมากก็ด่า ไม่ก็แซะเจ็บๆแสบๆ ทำอย่างกับว่าผมไปเผาที่นาพ่อพวกมันมาอย่างนั้น จะอะไรนักหนาก็ไม่รู้ รู้จักกันรึก็เปล่าแต่กลับฟังจากข่าวโคมลอยแล้วก็พากันด่าตามกระแส แต่คนอย่างไอ้คริสไม่แคร์อยู่แล้ว ผมเลือกตอบเฉพาะข้อความที่เป็นแฟนคลับ เหล่าคนที่ยังเชื่อมั่นในตัวพวกเราก็ยังมีอยู่ แม้จะน้อยนิดจนต้านกระแสสังคมตอนนี้ไม่ไหวแล้วก็ตาม


ไม่นานด้านนอกก็เกิดความวุ่นวาย(มากกว่าเดิม) พอเงยหน้าขึ้นไปก็เจอพนักงานเกือบสิบคนเดินแหวกวงนักข่าวเข้ามาที่ประตูรถ ผมหยิบแว่นกันแดดสีดำขึ้นมาสวม เก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋ากางเกง ดับเครื่องดึงกุญแจรถ และเปิดประตูก้าวออกไป


ยืนเหยียดตัวตรงเต็มความสูงด้วยท่าทางที่มั่นใจ


"น้องคริส ขอสัมภาษณ์หน่อยค่ะ"


"คิดยังไงกับเหตุการณ์เมื่อคืนคะ"


"จริงรึเปล่าคะเรื่องที่น้องหนึ่งถูกตำรวจจับเมื่อคืน น้องคริสรู้เรื่องนี้มาก่อนรึเปล่า"


"น้องคริส ได้คุยกับเพื่อนรึยังคะ"


"น้องคริสสสสส"


กับอีกสารพัดคำถามและไมค์ที่ยื่นผ่านเหล่าพนักงานที่มาช่วยกันนักข่าวไว้ ไมค์สำนักนึงแทบจะกระแทกปากผมอยู่แล้ว เลยต้องยกมือขึ้นกันแล้วผลักออก ไม่อย่างนั้นหน้าผมก็ช้ำสิ ให้ทายมั้ย จากสีหน้าคนถือไมค์ เรื่องนี้ต้องเป็นประเด็นในโลกออนไลน์อีกไม่เกินสิบนาที ว่าคริสพีรวัส มือกลองจาก The Unique เกรี้ยวกราดใส่นักข่าวด้วยการปัดไมค์ทิ้งไม่ให้สัมภาษณ์


"พี่ๆคะ ขออนุญาตไม่ให้น้องสัมภาษณ์อะไรตอนนี้นะคะ เราจะจัดการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกทีนึง ขอตัวน้องไปคุยงานก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ" เสียงพี่น้ำตะโกนแข่งกับเสียงนักข่าว พร้อมกับดึงมือผมเข้าออฟฟิศไปเมื่อเราถึงหน้าประตูกระจกพอดี


ตอนนี้เหล่านักข่าวถูกยามกันไม่ให้เข้ามาได้แล้ว


"โอ้ยยยย นี่มันวันโลกแตกอะไรกันวะเนี่ย สร้างแต่เรื่องจริงๆเลยพวกแก" พอมาได้ มีแค่พวกเราที่เกี่ยวข้อง พี่น้ำก็วีนใส่ผมทันที น่าจะเก็บกดจากการที่เมื่อกี้วีนใส่นักข่าวไม่ได้นั่นล่ะ


"เกี่ยวไรกับผมล่ะ คราวนี้ผมไม่ได้เป็นข่าวนี่ ไปด่าไอ้พี่หนึ่งโน่นแดะ" ปากก็เถียงไป มือก็ดึงแว่นกันแดดออกจากหน้าเหน็บไว้ที่สาบเสื้อ


"พวกแกก็พอกันทุกคนนั่นแหละ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนเพิ่งเคลียข่าวแกควงยัยแตงโมนางแบบที่เป็นเมียน้อยเสี่ยไป ยังไม่ทันได้พัก ไอ้หนึ่งก็มาโดนตำรวจจับคาปาร์ตี้มั่วยาอีก โอ้ยยกูจะบ้า"


"ใจเย็นน่า เอากาแฟมั้ย เดี๋ยวเลี้ยง" พอดีสายตาเหลือบเห็นร้านกาแฟใต้ตึกเข้า ก็เลยถามซะหน่อยเห็นบ่นนานคอน่าจะแห้ง


"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง แกขี้เกียจฟังชั้นบ่นใช่มั้ยไอ้คริส"


"รู้ทันอีก จะบ่นไรนักหนาล่ะพี่น้ำ เครียดมากก็แก่เร็วเดี๋ยวผัวไม่รักไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยกันพอดี"


"ผัวชั้นมีเมียน้อยยังไม่เครียดเท่าพวกแกสร้างแต่เรื่องให้ไม่เว้นแต่ละวันเลย รีบๆเดินตามมา ห้ามไปแวะหยอดใครอีก เบื่อจะเคลียร์แล้ว กูปวดหัว!!"


ผมถูกลากไปที่ลิฟ แต่ยังแอบหันไปขยิบส่งให้นักร้องหน้าใหม่ของค่ายที่เดินสวนมาพอดี เสียดายที่พี่น้ำรู้ทันเลยอดเข้าไปขอไลน์เลย ไม่เป็นไรยังไงก็สังกัดเดียวกัน เดี๋ยวก็คงได้เจออีก คนนี้หน้าใหม่ใสกิ๊ง ปากนิด จมูกหน่อย ดูเด๊กเด็ก นานๆทีเปลี่ยนจากพวกสวยแซ่บมาบริโภคน่ารักใสๆบ้างเปลี่ยนรสชาติคงจะดีไม่น้อย


หึหึ รอพี่ก่อนนะน้อง


"ไอ้คริส!!!"


"เชี่ย โอ้ยยยยย เจ็บโว้ยพี่น้ำ ดึงหูผมทำไมเนี่ย ไม่ใช่ลูกพี่นะเว้ย" ผมรีบเอามือกุมหูตัวเองที่เพิ่งหลุดจากมือพี่น้ำ พุ่งเข้าลิฟก่อนโดยไม่รอให้ใครเชิญ เมื่อกี้เด็กใหม่เห็นรึเปล่าวะ เพิ่งหว่านสเน่ห์ให้หน้าแดงเขินอายไป ขืนมาเห็นฉากโดนพี่น้ำดึงหู เหยื่อหลุดแน่


"อย่าคิดว่าชั้นไม่เห็นนะเมื่อกี้ ห้ามยุ่งกับชูครีม"


"หืม? ชื่อชูครีมเหรอ ชื่อน่ากินว่ะ" จะหวานเหมือนชื่อมั้ยวะ


"โว้ยยย เบื่อแกจริงๆ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ไอ้นักดนตรีวงนี้มันเป็นศูนย์รวมของเด็กมีปัญหารึไง คนนึงก็ติดเมียแถมเมียเสือกขี้หึงจนไปฉะกับแฟนคลับขึ้นหน้าหนึ่ง คนนึงก็โดนจับปาร์ตี้เสพย์ยา ไอ้สองคนก็อยู่วงเดียวกันแต่ดันชอบทะเลาะกันจนน่าปวดหัว แล้วไอ้ตัวสำคัญอย่างใครบางคนก็ยังเจ้าชู้ชิบหาย อยากจะลาออกไปบวชชีโว้ยยย" ขึ้นด้วยโว้ยก็ต้องจบด้วยโว้ย พี่น้ำเหลือบตามองผมไป ด่าไป แล้วแทบจะถลาเข้ามาทำร้ายร่างกายเมื่อผมยืนแคะขี้หูเหมือนไม่ใส่ใจคำพี่แก ดีที่รวบตัวเอาไว้ได้ทันซะก่อน ไม่งั้นมีเจ็บแน่ โดนมาหลายครั้งแล้ว กำปั้นพี่น้ำนี่หนักนะครับ


"อย่าลาออกเลยพี่น้ำ ผมสัญญาจะทำตัวให้ดีขึ้น โอมะ"


"ไม่โอ แกก็รับปากมั่วๆประจำ สามสี่อาทิตย์ก็เอาอีกแล้ว"


"เอาน่าๆ คราวนี้จริงๆ"


"ทำไม ไม่อยากให้ชั้นลาออกขนาดนั้นเลยเหรอ" สีหน้าคนพูดดูดีขึ้น แล้วก็เปลี่ยนมาหมั่นไส้ตามเดิมเมื่อได้ฟังผมพูดจบ


"เปล่า ขี้เกียจเปลี่ยนผู้จัดการ ใครจะทนพวกเราได้อย่างพี่น้ำไม่มีอีกแล้ว"


"โว๊ะ ไอ้บ้า"


เท่านี้แหละครับ ง้อที่สุดแล้ว ผมมันไม่ใช่พวกหวานจ๋าหรอกนะ ที่ไม่อยากเปลี่ยนผู้จัดการน่ะเรื่องจริง เราอยู่กับพี่น้ำมาตั้งแต่เริ่มเดบิ้วจนตอนนี้ก็หลายปีแล้วที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ทั้งวันที่ได้ยืนบนจุดสูงสุดด้วยกัน และวันที่ตกต่ำจนแทบจะลงเหวอย่างตอนนี้


ไม่มีใครหวังดีกับพวกเราเท่าพี่น้ำนี่คือเรื่องจริง ถึงผมจะเหมือนไม่ใส่ใจ เอาจริงๆผมก็รักพี่น้ำเหมือนพี่สาวแท้ๆเลยนะ พี่น้ำเองก็คงรู้ ถึงได้หยุดด่าไปแล้ว


วันนี้ผมถูกต้นสังกัดเรียกตัวมาด่วน คิดว่าคงเป็นข่าวพี่หนึ่งถูกจับนั่นแหละ ถึงผมจะยังทำหน้าทะเล้นเถียงพี่น้ำแต่ในใจก็แอบกังวลอยู่เหมือนกัน เรามีเพลนจะออกซิงเกิ้ลใหม่ ไม่รู้ว่าพี่ทีจะสั่งพักโปรเจคเรารึเปล่า


"ไงไอ้คริส มาสายนะมึง" เดินตามพี่น้ำเข้าห้องประชุมก็เจอไอ้เก้าที่นั่งเล่นโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมาทักทายเป็นคนแรก


ในวงอยู่กันเกือบครบแล้ว ขาดแต่คนที่เป็นข่าวดังซึ่งยังไม่เห็นตัว เมื่อคืนรู้ข่าวไลน์ไปถามก็เงียบว่ะ ไม่ตอบกลับมา ไม่รู้ยังอยู่ในคุกรึเปล่า


"กูมานานแล้วเหอะ ติดนักข่าวออกจากรถไม่ได้เนี่ย" ผมนั่งลงข้างไอ้เก้า พยักหน้าทักทายพี่เซนกับไอ้โน หยิบโทรศัพท์ตัวเองมาเช็คกระแสโซเชียลอย่างที่เพื่อนในวงทำบ้าง


อย่างนี้แหละครับ สังคมก้มหน้า


"กูก็เกือบแล้วเหมือนกัน ดีที่ไหวตัวทันขับเข้าด้านหลังเลยรอดไป มึงแม่งโง่ไอ้คริส รู้ว่าพี่หนึ่งมีข่าวทำไมไม่เข้าด้านหลังวะ" ไอ้เก้าผลักหัวผมทีนึงก็กลับไปเล่นโทรศัพท์ต่อ


ระหว่างที่เรากำลังรอคนอื่นๆที่เหลือตามมา ผมขอแนะนำเพื่อนร่วมวงของผมกันก่อนนะ จะได้รู้จักกันไว้


พวกเราคือ The Unique (อ่านว่าดิยูนีค) วงดนตรีร็อคอันดับต้นๆของประเทศ เพลงที่ปล่อยออกมาขึ้นชาร์ตและได้รับรางวัลการันตีมาแล้วเกือบทุกเพลง แต่เพลงล่าสุดนั้น ยิ่งกว่าตกสวรรค์ลงดิน แต่เป็นลงเหวไปเลยมากกว่า


นักร้องนำคือ เก้า อายุเท่ากับผม เก้ามีเสียงที่เหมาะกับเพลงร็อคผิดกับหน้าตาดูสะอาดสะอ้านของมัน ที่จริงวงเราไม่ได้ร็อคแบบฮาร์ดคอ แต่เป็นซอฟร็อค ทาร์เก็ตก็มีหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่ฟังเพลงจริงจัง กับแฟนคลับสาวๆที่ชอบในหน้าตานักร้องนำที่เหมาะจะไปเดบิ้ววงไอดอลเกาหลีมากกว่าร้องเพลงแนวร็อคอย่างนี้ ที่จริงมันว้ากได้ด้วยนะ เคยฟังมันว้ากอยู่ทีนึง ขนลุกเลยล่ะ แต่พี่ทีบอกว่าลุคส์มันไม่เหมาะจะร็อคหนักถึงขั้นว้าก เลยเลือกแต่ซอฟร็อคให้เรา


มือกีต้าร์ของวง คือพี่เซน คู่กัดนักร้องนำที่พี่น้ำประชดประชันไปเมื่ออยู่ในลิฟนั่นแหละ พี่เซนเป็นทั้งมือกีตาร์และหัวหน้าวง ด้วยความอาวุโสและดูน่าเชื่อถือได้ที่สุด พี่แกเป็นคนนิ่งๆเงียบๆ แต่ไม่เย็นชานะ แค่ไม่กระตือรือร้นกับอะไรยกเว้นเรื่องดนตรี แล้วเจอกับไอ้เก้าที่อะเลิทสุดๆอยู่ตลอดเวลา พี่เค้าเลยชอบดุว่ามันเอาแต่เล่นไม่จริงจัง สองคนนี้เลยเถียงกันบ่อยๆ แล้วไม่รู้เถียงกันท่าไหน แฟนคลับเลยจับจิ้นกันเฉย เรือเซนเก้านี่แข็งแรงสุดๆแม้เจ้าของเรือทั้งสองจะสยองกับความสาววายจนออกงานแต่ละทีไม่เคยอยู่ใกล้กันเลย


ไอ้โน หรือโนว่า เล่นคีบอร์ด อายุมากกว่าพวกเราหนึ่งปี ไม่ห่างมากเล่นหัวกันได้ ผมกับไอ้เก้าเลยนับเป็นเพื่อนอีกคน มันเป็นคนคิดสั้นมาก ด่วนตัดสินใจรีบมีเมีย แล้วเมียก็โคตรของความขี้หึงขี้หวง ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหนนางก็ตามไปทุกที่นั่นแหละ ไอ้โนกับแฟนมันยังไม่ได้แต่งงานกันหรอกนะ สถานะทางสังคมก็คือแฟน แต่สถานะบนเตียงก็เมียนั่นแหละ


ส่วนผมเหรอ ก็มือกลองไง มือกลองสุดหล่อที่มีแฟนคลับสาวๆเยอะที่สุด อย่างว่าล่ะนะ พี่เซนกับเก้าก็คู่จิ้นกันไปแล้ว ไอ้โนก็มีเมีย เอ๊ยแฟนแล้ว ส่วนพี่หนึ่งก็หล่อสู้ผมไม่ได้ไง ทั้งวงผมเลยดังสุด ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นครับ เราก็ดังพอๆกันนั่นล่ะ มือกลองจะดังกว่านักร้องนำได้ยังไง เอาเป็นว่าเรื่องของผมไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก นอกจากเจ้าชู้ไปวันๆ ก็คนมันยังไม่คิดอยากจะหยุดที่ใคร


และคนสุดท้าย ที่กำลังเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา คือพี่หนึ่ง เล่นเบสให้วง อายุเท่าพี่เซนป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน พี่เซนเป็นคนดึงพี่หนึ่งเข้าวง นิสัยพี่แกก็จะขี้เล่น ทะเล้น เข้ากับผมเป็นพี่เป็นขลุ่ยเลยล่ะ เป็นพวกบ้าพลังนิดๆ บ้าออกกำลังกายแต่เสือกเป็นสายปาร์ตี้ขี้เมาไปด้วย


"ไงพี่ คิดว่ายังอยู่ในคุกนะเนี่ย" วงเราสนิทกันครับ ไอ้เก้าถึงได้กล้าแซวได้


"เก้า พูดอะไร" หรือคิดอีกทีอาจจะไม่ พี่เซนถึงได้เงยหน้าจากโทรศัพท์ไปดุมัน


"ก็แซวเล่นป่ะวะ พี่จะจริงจังอะไร พี่หนึ่งยังไม่เห็นว่าสักคำ ใช่ป่ะพี่หนึ่ง" มาแล้ว ไอ้คู่จิ้นเริ่มสงครามแล้ว


"มันยังไม่ทันว่า ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่คิดมากนะ ทักแบบนี้อยากให้วงแตกเหรอ แค่นี้มันก็โทษตัวเองมากพอแล้ว"


"ผมยังไม่ได้โทษอะไรพี่หนึ่งเลยนะ เห็นในห้องเครียดๆก็อยากจะแซวเอาฮา พี่เซนนั่นแหละเครียดมากไปป่ะ เอายาไบโพล่าห์หน่อยมะ จะได้ไม่ขึ้นง่ายๆกับชาวบ้านแบบนี้"


"เก้า พี่เป็นพี่นะ ให้เกียรติกันบ้าง"


"โอ้ยยย พอๆ เลิกตีกันได้แล้ว เอ้าพี่หนึ่งนั่งๆ ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นหรอกน่า เอากาแฟมะ เดี๋ยวลงไปซื้อให้" ผมเบรคคู่จิ้น ตบที่นั่งข้างตัวเองให้พี่หนึ่งเดินมานั่ง สีหน้าแกดูไม่ดีเท่าไหร่ สายตาหมองจนอยากจะด่าเรื่องที่ทำให้นักข่าวมารุมผมก็ด่าไม่ลงละ


"ขอโทษนะทุกคน กูไม่รู้จริงๆว่าในงานมียา แต่กูสาบานเลยนะว่าไม่ได้ยุ่งกับยาน่ะ" พี่หนึ่งนั่งได้วิเดียวก็ลุกขึ้นยืนก้มหัวให้พวกเราในวง ทุกคนเลยต้องวางโทรศัพท์เอาไว้ก่อน แล้วหันมาสนใจพี่หนึ่งอย่างจริงจัง


"รู้น่าพี่ เราอยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้ววะ ไม่ต้องเครียดหรอก พี่บ้าออกกำลังกายอย่างนี้ ไม่มีทางยุ่งกับยาพวกนั้นหรอก อีกอย่างนะ ถ้าพี่ผิดจริง คงไม่มานั่งตรงนี้แทนคุกหรอก ยิ่งเป็นนักดนตรีดังตำรวจไม่มีทางปล่อยง่ายๆ แบบนี้ตรวจแล้วฉี่ไม่ม่วงชัวร์" ไอ้โนโบกมือให้อย่างไม่ใส่ใจ


ก็อย่างมันว่านั่นแหละ ถ้าผิดจริงคงไม่มานั่งตรงนี้ แล้วพวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมวงกันมานาน สนิทกันมาก ล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกัน ทำไมจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นยังไง พี่หนึ่งคงไม่รู้จริงๆว่าในงานจะมียาเสพย์ติดอยู่ด้วย


"กูทำให้ทุกคนเดือนร้อนรึเปล่าวะ ตั้งแต่เช้าพี่ทียังไม่พูดอะไรเลย กลัวว่าเพลงที่จะทำจะโดนสั่งพักเพราะข่าวกูน่ะสิ" พี่หนึ่งพูดสิ่งที่ทุกคนกังวลอยู่ในใจออกมา ทั้งห้องก็เลยเกิดเดทแอร์ขึ้น


"เอาน่า มันอาจจะไม่แย่ขนาดนั้นก็ได้ วงเราก็มีข่าวอยู่เป็นระยะอยู่แล้ว ถ้าจะโดนสั่งพักงานเพลงน่าจะเพราะผมมากกว่ารึเปล่าวะ ผมมีข่าวบ่อยกว่าชาวบ้านเลย นี่พี่น้ำก็เพิ่งด่ามาหยกๆ แถมยังบิดหูผมต่อหน้าน้องชูครีมนักร้องใหม่ด้วย อดเต๊าะเลยเสียภาพลักษณ์หมด" ผมพูดเอาฮา ดึงพี่น้ำที่นั่งเงียบๆมาร่วมวงด้วย เพราะรู้ว่าพี่หนึ่งกำลังคิดมาก


"จริงๆ ไม่ต้องคิดมากหรอกหนึ่ง ไอ้คริสยังน่าโมโหกว่าอีก เป็นชู้กับเมียน้อยชาวบ้าน อันนี้มันทำจริงด้วยนะ" พี่น้ำรีบรับมุข เอ่อ หรือด่าจริงวะ


"เค้าเรียกกิ๊กพี่น้ำ ชู้บ้าอะไรกันล่ะ เว่อร์"


"ก็เหมือนกันนั่นแหละ แกอย่ามาปัดความผิด คิดว่าไม่มีรูปคู่แล้วจะรอดตัวเหรอ ยังไงข่าวมันก็ออกมาอยู่ดี ถึงจะเป็นตัวอักษรย่อแต่เล่นบอกว่ามือกลองวงร็อค เค้าก็รู้แล้วว่าเป็นแก เพราะทั้งวงการแกเจ้าชู้สุด"


"ไรวะ ทำไมมาลงที่ผมได้เนี่ย ไม่อยู่ละ ไปซื้อกาแฟดีกว่า ใครเอาบ้าง" ชิ่งดีกว่าครับ อีกสักพักใหญ่ๆโน่นถึงจะถึงเวลาที่พี่ทีเรียกประชุม อยู่ก็โดนพี่น้ำบ่นอีกเบื่อจะฟัง


"ไม่ต้องไปหรอก ลงไปเดี๋ยวก็ไปจีบพนักงานขายกาแฟ"


"เว่อร์ล่ะพี่น้ำ ผมไม่ได้มั่วขนาดนั้นป่ะ ตกลงเอาคาปูชิโนแก้วใหญ่หวานน้อยกินที่นี่นะ" ผมแกล้งทำมือเลียนแบบนางเอกดังที่มีเทรนด์สั่งกาแฟสุดฮิตในโลกโซเชียลพักนึง


"เออ รีบไปรีบมา" พี่น้ำโบกมือไล่สีหน้าระอากับผมสุดๆ

ได้โอกาสชิ่งแล้ว คนอื่นไม่ถามซ้ำหรอก เดี๋ยวซื้อขึ้นมาก็ดื่มกันอยู่ดี รู้กันอยู่แล้วว่าใครดื่มอะไรบ้าง


"ขอคาปูชิโนเย็นแก้วใหญ่หกแก้วครับ / คาปูชิโน่ร้อนแก้วนึงครับ"


"หืม? / หืม?"


เสียงใครไม่รู้สั่งกาแฟพร้อมกับผมพอดีเลย แล้วยังพึมพำแปลกใจพร้อมกันอีก ผมไม่ทันได้มองหน้าหรอก มัวแต่กดโทรศัพท์เล่นอยู่ แต่ได้ยินว่าสั่งกาแฟแค่แก้วเดียว เลยจะเงยหน้าขึ้นบอกให้เค้าสั่งก่อน พร้อมรอยยิ้มการค้า


"คุณสั่งแก้วเดียว งั้นเชิญกะ ก่อน............มึง!!!" ผมชี้หน้าคนที่เพิ่งได้เห็นชัดๆ คนที่ผ่านมาหลายอาทิตย์แต่ก็ยังจำหน้าตามันได้ดี กวนตีนอย่างนี้มีคนเดียวในโลก


ไอ้ห้องลองเสื้อ


"อ้าว นายมือกลองวงดนตรีขาลง" ดูความกวนตีนมันสิ


"มึง..มึงมาทำอะไรที่นี่เนี่ย" นี่มันค่ายเพลงนะ ไม่ใช่ในห้างที่จะบังเอิญไปเจอมันลองเสื้อผ้า จะว่ามาติ่งนักร้องก็ท่าทางไม่ให้ ดูเหมือนคนที่กรี๊ดใครไม่เป็น อีกอย่างมันก็เป็นผู้ชาย


"อยากรู้ไปทำไม ติดใจเหรอ" ไอ้ห้องลองเสื้อยกมุมปากเหมือนจะยิ้ม แต่ไม่ใช่ยิ้ม ผมเรียกว่าเยาะมากกว่า สิ่งที่มันพูดทำให้เรื่องอัปยศในห้องลองเสื้อกลับมาหลอกหลอนในหัวอีกครั้ง หลังจากสะกดจิตตัวเองให้ลืมไป


"กูถามเพราะตกใจโว้ย มึงมาอยู่นี่ได้ไง ที่นี่ห้ามคนนอกเข้า" ที่จริงร้านกาแฟใครจะเข้าก็ได้ แต่ผมไม่ยอมมันหรอก


"ถ้าอย่างนั้นก็เสียใจด้วย เพราะฉันไม่ใช่คนนอก"


"หมายความว่ายังไง ไม่ใช่คนนอก มึงทำงานที่นี่เหรอ ไม่จริงอ่ะ กูไม่เคยเห็นหน้ามึงมาก่อน" ถ้ามันเป็นคนของค่ายผมต้องคุ้นหน้ามันบ้างสิ เป็นไปไม่ได้ มันต้องโกหกแน่ๆ


"ตอนนี้ก็เห็นแล้วไง"


"อย่ามาโกหก หรือว่า..." ผมหรี่ตามองผู้ชายตัวสูงตรงหน้าอย่างจับผิด ความบังเอิญไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองแน่นอน ที่ผมเจอมันวันนี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ผมไม่มีทางเชื่อ "มึงเป็นแฟนคลับกูใช่ป่ะ ไอ้โรคจิต"


แฟนบอย มันต้องเป็นแฟนบอยผมแน่ๆ ถ้าคิดแบบนี้ทั้งหมดก็จะเข้าล็อคพอดี ไม่อย่างนั้นมันจะมาจูบผมทำไม


"นอกจากเจ้าชู้เก่งแล้วยังมโนเก่งอีกนะนายเนี่ย" มันปัดมือผมที่ชี้หน้ามันออกด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คิดว่าจะกลบเกลื่อนได้เหรอ ครั้งนี้ผมไม่หลงกลง่ายๆหรอก


"เฮ๊อะ อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะ มึงต้องเป็นแฟนคลับโรคจิตแน่ๆ ซาแซงแฟนกูสินะ อยากเจอกูมากถึงได้แอบตามไปทุกที่ เห็นมีโอกาสวันนั้นก็เลยตามเข้าไปถึงห้องลองเสื้อ ไม่อย่างนั้นมึงจะรู้จักกูได้ไง อย่ามาเถียง!! กูรู้กูเรียนมา!!"


"เห้อออออออ" มันส่ายหน้าเหมือนกับว่าผมโคตรจะไร้สาระ ทำเป็นไม่รู้เรื่องไปเหอะ รอให้โทรแจ้งตำรวจมาลากคอมันไปแล้วจะขำไม่ออก


"เอ่อ พี่คริสคะ คาปูชิโน่เย็นได้แล้วค่ะ คุณลูกค้าเป็นคาปูชิโน่ร้อนนะคะ" น้องพนักงานที่เห็นหน้ากันบ่อยเพราะผมเป็นลูกค้าประจำ ชอบดื่มกาแฟมาก ยื่นถุงใส่แก้วกาแฟหกแก้วมาให้ พร้อมกับกาแฟร้อนหนึ่งแก้วของไอ้โรคจิตห้องลองเสื้อ


"ขอบคุณครับ" มันยื่นมือไปรับแล้วส่งแบ็งค์พันไปให้ "ไม่ตอนทอนนะ เป็นค่ากาแฟอีกหกแก้วของคุณคริสด้วย"


"เห้ย" ผมร้องตกใจ มองหน้าไอ้โรคจิต อยู่ๆมาจ่ายค่ากาแฟให้ หวังอะไรวะ


"ตกใจอะไร ถือว่าขอโทษเรื่องวันนั้นก็แล้วกัน ถึงนายจะผิดที่ปากดีใส่ก่อนก็เถอะ"


"ไม่ๆ ไม่ใช่อย่างนี้แน่ๆ มึงต้องหวังอะไรใช่รึเปล่า ถึงได้มาจ่ายค่ากาแฟให้ อย่าฝันไปหน่อยเลย กาแฟหกแก้วซื้อกูไม่ได้หรอกเว้ย"


"หึ ยังปากดีไม่เปลี่ยน" มันก้าวเข้ามาใกล้ ผมเลยถอยหนีอัตโนมัติ ไม่ได้กลัวนะเว้ย แต่เกิดมันบ้าแล้วกระชากผมไปจูบกลางที่สาธารณะ บรึ๋ย ไม่อยากจะคิด ต้องเป็นข่าวกับมนุษย์โรคจิตในห้องลองเสื้อ ไม่เอาด้วยเด็ดขาด


"จะ จะ จะทำอะไร" สายตาเหลือบมองด้านหลังหาทางหนีเอาไว้ก่อน ได้ยินเสียงหึหึสุดโรคจิตของมันแล้วสยองขนลุกชนชัน


"ใครกันแน่ ที่โรคจิต คิดว่าฉันจะทำอะไรกลางที่สาธารณะแบบนี้"


"เห็นป่ะๆ ถ้าอยู่ในที่แคบๆก็คิดจะทำใช่มั้ยล่ะ"


"เห้ออออ เกินเยียวยาจริงๆ ว่างๆให้ผู้จัดการพาไปพบจิตแพทย์บ้างนะนายน่ะ"


"ไอ้...."


"นี่" ไอ้ห้องลองเสื้อก้าวเท้าเข้ามาอีกครั้ง ปากที่กำลังจะด่ามันเลยหุบฉับลอง รีบถอยหนีไปอีกก้าว สายตามันดุและจริงจังจนผมกลัวใจว่าจะโดนจูบเข้าจริงๆ


"ไม่โว้ย กูไม่ให้มึงทำบ้าๆอย่างนั้นอีกเป็นครั้งที่สองแน่" ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ เป็นตายยังไงก็ไม่ยอม


"เห้ออออ ตั้งแต่เจอนายฉันถอนหายใจไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย อย่างนี้จะร่วมงานกันไหวมั้ยนะ"


"อ่วมอานอะไอ"


"ฟังไม่รู้เรื่อง เอาเถอะ เดี๋ยวก็รู้เอง แต่ตอนนี้ช่วยถอยไปหน่อย นายยืนขวางทางเดิน ฉันออกไปไม่ได้"


อ้าว...เหรอวะ ไม่รู้นี่ว่าขวางทางเดิน คิดว่ามันจะลากผมไปจูบอีก


ผมรีบถอยหนี เอาหลังชิดตู้เค้กมือก็ยังปิดปากไว้อย่างนั้น ไอ้ห้องลองเสื้อถอนหายใจใส่เป็นรอบที่ร้อย ก่อนจะเดินถือแก้วกาแฟออกจากร้านไป คิดว่าทำท่าอย่างนั้นคงจะเท่ตายล่ะ เชอะ ไอ้ไม่หล่อ


"กรี๊ดดดดด เมื่อกี้ใครอ่ะ หล่อชะมัดเลย พี่คริส พี่คริสรู้จักใช่รึเปล่าคะ ใครเหรอ หนูไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน" น้องพนักงานร้านกาแฟหวีดข้ามเค้าเตอร์มา


"ไม่รู้" ผมตอบเสียงเหวี่ยงนิดๆ หวังให้นางหยุดถาม แต่เหมือนจะไม่รู้ตัวนะ


"โคตรเท่เลยอ่ะพี่คริส หนูว่าพี่คริสเท่แล้วนะ แต่คนนี้แบบยังไงดีอ่ะ ทั้งหล่อทั้งนิ่ง มาดขรึม โอ้ยยยย อยากโดนดุแบบพี่คริสเมื่อกี้บ้างจัง"


"ห๊ะ"


"โดนดุไง โดนดุ น่ารักอ่ะ เคมีเข้ากันมากเลย หนูจิ้น"


จิ้นพ่อง ผมส่ายหน้าเดินออกจากร้านกาแฟอย่างไว คงไม่มาร้านนี้ไปอีกสักพัก เพราะพนักงานมันเป็นบ้า เดี๋ยวดื่มกาแฟที่คนบ้าชงเข้าไปแล้วจะติดเชื้อบ้า


อย่างไอ้ห้องลองเสื้อนั่นไม่ได้เรียกว่าดุผมโว้ย .....เค้าเรียกว่ากัด หึ้ยยยย






 

ผมกลับมาที่ห้องประชุมอีกครั้ง ยังมีสมาชิกในห้องเหมือนเดิม อ้อ ขาดพี่น้ำไปคนนึง วางถุงใส่แก้วกาแฟกระแทกลงบนโต๊ะแล้วก็กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมด้วยแรงที่มากขึ้น หงุดหงิด อารมณ์เสียโว้ย


"เป็นไรวะ คิวยาวเหรอ มึงไปซะนานเลย" ไอ้เก้าคุ้นแก้วกาแฟของตัวเองแล้วแจกจ่ายคนอื่นๆด้วย แม้แต่พี่เซนมันก็ยังยื่นให้ บอกแล้วว่ามันทะเลาะกันไม่จริงหรอก ที่เถียงกันทุกวันนี้เพราะความเคยชินมากกว่า ไม่งั้นวงแตกไม่นานแล้วไม่อยู่มาได้หลายปีอย่างนี้หรอก


"เจอหมา หมามันกัดเอา"


"หือ บนตึกมีหมาด้วยเหรอ ใครเอาเข้ามาวะ น่ารักป่ะ พันธุ์ไร เผื่อกูไปเล่นด้วย"


"ลอตไวเลอร์ จะเล่นมั้ย แต่มันไม่กัดขานะ แม่งกัดปาก"


"เห้ย หมาอะไรจะตัวใหญ่ขนาดกัดปากมึงถึงวะ เว่อร์ละ ก็ไม่เห็นมีรอยอะไรนี่"


"กูประชดมึงเลิกใสซื่อสักทีไอ้เก้า แบบนี้ไงถึงหาเมียไม่ได้น่ะ"


"อ้าว เรื่องไรมาลงที่กูเนี่ย ก็กูไม่รู้นี่ กูชอบหมา คิดว่ามีหมาจริงๆ รอประชุมนานแล้วเบื่อนี่หว่า อยากหาอะไรทำ"


"นั่งนิ่งๆ ไม่ต้องออกไปซนที่ไหน เดี๋ยวพี่ทีก็ดุเอาหรอก" พี่เซนที่นั่งฝั่งตรงข้ามไอ้เก้าดุข้ามโต๊ะประชุมมา แล้วคู่กัดคู่จิ้นเค้าเหรอจะยอม


"ผมไม่ได้ซนนะพี่เซน พูดเหมือนผมเป็นเด็กไปได้"


"นั่นล่ะ อยู่นี่ไม่ต้องไป เดี๋ยวก็ได้เวลาประชุมแล้ว"


"เออ รู้แล้วน่า"


เออ แล้วพวกมันก็ทะเลาะกันจนลืมถามเรื่องที่ผมอารมณ์เสียไปเลย ก็ดี ไม่อยากจะรื้อฟื้น ไม่น่าจดจำเท่าไหร่


ว่าแต่ ไอ้ห้องลองเสื้อมันเป็นใครกันวะ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วไมทำไมมันพูดเหมือนว่าจะได้ร่วมงานกัน พี่ทีจะจ้างคนโรคจิตมาร่วมงานกับพวกเราเหรอ ตำแหน่งมันเต็มหมดแล้วนี่หว่า ให้มาทำอะไรล่ะ เด็กยกกลองรึไง


"มาครบกันแล้วนะ" คนที่กำลังคิดถึงเข้าห้องมาพอดี พร้อมกับพี่น้ำ และสต๊าฟอีกสองสามคน


"สวัสดีครับพี่ที" พวกเรายกมือไหว้เจ้าของค่ายต้นสังกัดของตัวเอง พอผมเงยหน้าขึ้นอีกที คนที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายก็ทำให้ผมอึ้งหนัก


ในมือยังมีแก้วกาแฟคาปูชิโน่ร้อนถืออยู่


ไม่หรอก ผมไม่ได้รู้ขนาดว่าในแก้วกระดาษสีขาวเป็นกาแฟอะไร


แต่ได้ยินมันสั่งกับหู


คนที่จ่ายค่าคาปูชิโน่เย็นหกแก้ว


คนที่ทำให้เชื่อแล้วว่าความบังเอิญมีอยู่จริง เมื่อพบกันถึงสามครั้ง


คนที่จูบผมในห้องลองเสื้อ


ไอ้ห้องลองเสื้อ


มันมาทำบ้าอะไรที่นี่


"มาครบก็ดีแล้ว ก่อนอื่นเลยนะพี่ขอแนะนำก่อน ทุกคนคงเคยได้ยินชื่อเค้ามาก่อนแล้ว แต่ไม่เคยเจอตัว ...นี่คุณสิงโต ปราชญา คนที่จะมารับหน้าที่ดูแลซิงเกิ้ลใหม่ของพวกนายต่อจากทัด รู้จักกันไว้ซะสิ"


สิงโต ปราชญา


นักแต่งเพลงชื่อดังคนนั้นน่ะเหรอ


ดูแลต่อจากพี่ทัด....งั้นก็...


โปรดิวเซอร์!!!!



......................

ความขี้มโนของมือกลองเรานั้น *มองบน

ที่จริงงานล้นมือ แต่คนชอบเยอะเลยรีบปั่นให้

ฮืออออ งานท่วมมหัว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 654 ครั้ง

3,944 ความคิดเห็น

  1. #3859 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:39
    เอาแล้ววววววว
    #3859
    0
  2. #3829 Emanon Sosohara (@unging-stylist) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 01:17
    โอ้โห //นี่ถอนหายใจตามกับความมโน555
    #3829
    0
  3. #3764 _jkbam_ (@niyay123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 00:12
    จะรอดไหมล่ะ
    #3764
    0
  4. #3261 parnparntheloser (@parnparntheloser) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 09:12
    คริสเป็นบ้า55555
    #3261
    0
  5. #3130 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 08:13
    น้องคริสสสสสสส มโนล้านแปดมาก ตลกมากจำกับความขี้มโน
    #3130
    0
  6. วันที่ 2 เมษายน 2561 / 15:10
    ชอบบุคลิกแต่ละคนมากกกก แสบซนยกแก๊งค์ สิงโตเปิดตัวอย่างหล่อ เป็นโปรดิ้วจ้า
    #2493
    0
  7. #2467 ikhingz (@ikhingz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 23:19
    สนุกๆ ชอบบบบ
    #2467
    0
  8. #1304 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 14:35
    ตลกคริสอ่ะ ความมโนเป็นเลิศ 5555
    #1304
    0
  9. #443 XiaowenMXu (@XiaowenMXu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 16:10
    555 คริสสายมโน
    #443
    0
  10. #368 nunyjan (@nunymind) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 11:06
    ช่างมโนจริง ๆๆๆๆๆ 55555
    #368
    0
  11. วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 22:32
    มโนเก่งจังลูกกกก
    #294
    0
  12. #228 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:45
    มโนเก่ง
    #228
    0
  13. #133 tualek_orp (@tualek_orp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:42
    คุณมือกลอง ยกรางวัลความมโนให้เลยค่ะ
    #133
    0
  14. #106 creamsarang (@creamsarang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:26
    55555555555หมากัดเอาเนาะ หมาตัวนั้นแต่งเพลงได้ด้วย555555555
    #106
    0
  15. #101 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:25
    ฮือออออ โดนลอตไวเลอร์กัดปาก 55555555
    #101
    0
  16. #100 ggingmaii (@ggingmaii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:45
    อยากโดนดุบ้างคงจะกร้าวใจมิน้อย555
    #100
    0
  17. #99 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:58
    คริสมโนเก่งอ่ะ พี่เค้ายังไม่ได้ทำไรเลยนะเนี่ย
    #99
    0
  18. #96 S2UNNY (@S2UNNY) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:41
    คริสนี่เอกมโน โทขี้โวยวายใช่มั้ยลูกกกก น่าเอ็นดูจริงๆ
    #96
    0
  19. #95 PlaYgRoUnD_014 (@koryah14) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:16
    ไอเด็กแสบเอ้ย ต้องเจอคนอย่างพี่โปรดิวเซอร์มาปราบพยศ
    #95
    0
  20. #94 Parnko0422 (@0611619924) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:39
    เอาไปทำซี่รี่ย์น่าจะฮานะ นโมแล้วนึกขำหน้าคริสเลยอะ
    #94
    0
  21. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:05
    ขี้มโนได้น่ารักนะคริสส คู่กัดอันดับ2ของวงมาเเล้วจ้าา55555
    #93
    0
  22. #92 g_zahara (@g_zahara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:48
    ความมโนน่ารักน่าหยิกจริงๆ
    #92
    0
  23. #90 KarunaPomthong (@KarunaPomthong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:02
    ขี้มโน ขี้โวยวายจริงๆนะคริส 555
    #90
    0
  24. #89 Christia Himaegawa Blue (@paramitasaenghao) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:39
    ด่าเขาแล้วเขามาเป็นโปรดิวเซอร์ เอาล่ะสิ
    #89
    0
  25. #88 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:45
    คริสเอ้ย ซวยแล้วลูกแม่จะเข้าหน้าเขาติดมั้ยเนี่ย!!!!!!!
    #88
    0