{Blood} เลือดอมตะ [Fanfic Singto Krist]

ตอนที่ 5 : ความหมายของคำว่า กิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 292 ครั้ง
    5 ส.ค. 60



Singto


"ไหนนายบอกไม่มีครอบครัวไง หน้าแบบนี้พี่ชายนายรึเปล่าเนี่ย" เจ้ามนุษย์ใจดีที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรชี้ไปที่ยังคนตรงข้าม


แวมไพร์อีกตนที่อยู่ๆก็ปรากฎตัว


ไม่แปลกหรอกที่มันจะหาผมเจอได้อย่างง่ายดาย ในเมื่อในบรรดาคนทั้งหมดในตระกูลแล้ว มันเป็นนักล่าเหยื่อที่ดีที่สุด


เอริค ชื่อของมัน


พวกเลือดบริสุทธ์ที่แข็งแกร่ง นิสัยเป็นผู้นำ รักความรุนแรงและเข่นฆ่า เช่นเดียวกับผมเอง


ผมที่เพิ่งจำเรื่องราวของตัวเองได้ไม่ถึงวันหลังจากที่ได้ดื่มเลือดของเจ้ามนุษย์นี่ไปนิดหน่อย ร่างกายที่เสียพลังไปมากได้รับการฟื้นฟู ความทรงจำบางส่วนที่หายไปก็กลับมา


รวมถึงอีกสิ่งที่ได้แถมมาก็คือความทรงจำของเจ้ามนุษย์ใจดีแสนซื่อนี่ ด้วยความที่ไม่ใช่แวมไพร์ดีอะไรอย่างที่เด็กคริสมโนให้เป็น เช่นการตั้งโต๊ะบริจาคแล้วเอาเลือดมาใส่แก้วดื่ม หรือการอยู่รวมกันอย่างสงบสุขระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ ตัวผมเองก็ดื่มเลือดมนุษย์สดๆมาตลอดร้อยกว่าปี แต่เจ้าหมอนี่เป็นมนุษย์คนแรกที่มีจิตใจบริสุทธ์อย่างแท้จริง


ภาพในอดีตที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับเลือดของมัน มีแต่การทำความดีต่างๆรวมถึงเหตุการณ์ที่เจอผมสลบอยู่หน้าบ้านซึ่งผมไม่รู้สึกตัวด้วย


น่าสนใจจริงๆ


"สิงโต เราถามก็ตอบบ้างสิ ทำไมชอบเงียบเนี่ย" เจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่ตอนนี้ขึ้นเสียงดุอย่างหงุดหงิดอีกครั้ง


จะบอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวซักนิดเลย น่ารำคาญด้วยซ้ำไป คำตอบของคำถามก็คือ คนที่พูดมาเกือบๆสองร้อยปี จะต้องมีอะไรให้พูดนักหนา ด้วยนิสัยผมก็ไม่ชอบพูดมากอยู่แล้วด้วย


"เงียบซะ" ผมดุคนชอบพูดมากกลับโดยไม่ได้มองหน้า สายตาจ้องไปที่เอริคอย่างเฉยชา


"นั่นเหยื่อใหม่ของนายเหรอ หอมชะมัด" เอริคเหลือบสายตาไปมองคริส เจ้ามนุษย์ที่ผมเห็นด้วยกับเอริคว่า หอมจริงๆ


เลือดที่ได้ชิมครั้งแรกตอนถูกมีดบาด ช่างหอมหวานยั่วยวน จนเผลอลืมตัวดูดไปเยอะจนถึงกับทำให้เป็นลม ตอนนั้นพอดีกับที่ได้ความทรงจำบางส่วนกลับมา ผมถึงกับคำรามด้วยความหงุดหงิดเป็นครั้งแรก


"เอ่อ พี่เป็นพี่ของสิงโตเหรอครับ?" พอผมไม่ตอบ เจ้าเด็กพูดมากก็เอ่ยปากถามคนแปลกหน้าแทน


จะต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าอย่าใจดีและมีมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่นไปทั่ว มันจะนำภัยมาถึงตัวเข้าซักวัน อย่างเช่นตอนนี้ไง


ถึงเอริคจะเป็นญาติ แต่เราไม่ได้ดีกันอย่างที่คิดหรอกนะ


"สิงโต? ใครกันล่ะนั่น" เอริคยกยิ้มกวนประสาทอย่างที่มันชอบทำ สายตาจ้องคริสอย่างหิวกระหาย


ไม่แปลกหรอก ก็น่ากินซะขนาดนี้ 


"ก็นี่ไงสิงโต" เด็กที่เอาชื่อตุ๊กตาตัวโปรดมาตั้งเป็นชื่อให้ใหม่ ชี้มายังผมที่ยื่นตรงหน้าตัวเอง


"นายมีชื่อแปลกๆแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คาเวลล์"


"ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย น่ารักดีออก นายอย่ามาดูถูกชื่อที่เราตั้งใจคิดแทบตายนะ"


"เจ้ามนุษย์ กล้าขึ้นเสียงกับเราเหรอ!!" เอริคเริ่มโกรธอย่างจริงจัง สายตาสีแดงก่ำเหมือนเลือดจ้องจนคนยืนหลังผมตัวสั่น ขยับตัวเบียดเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นเพื่อหาที่กำลัง


และเมื่อเอริคก้าวเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้นอีก ผมจึงส่งสายตาดุไปเตือนให้มันหยุด


สองขาชะงัก จ้องมองกลับมา แม้จะยอมหยุดแต่ก็ไม่ได้หวาดกลัวจนตัวสั่น ทั้งที่ถ้าเป็นแวมไพร์ตัวอื่นคงจะหัวหดกันหมดแล้ว 


กับพวกผม พวกสายเลือดบริสุทธ์ ผู้นำของเหล่าแวมไพร์ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด


"กลับไปซะ"


"ไม่ ทำไมต้องไล่ด้วย หรือว่ากลิ่นหอมหวานขนาดนี้จะหวงไว้กินคนเดียวสินะ" ดูเหมือนเอริคจะเข้าใจผิดไปมากโข


"บ้า พวกนายพูดบ้าอะไร กินเกินอะไรกัน หยาบคาย เราก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนะ" เจ้ามนุษย์เองก็คงเข้าใจความหมายของคำว่ากินไปไกลโขเช่นกัน


แต่ก็ดีแล้ว หากให้เข้าใจความหมายจริงๆของคำว่ากิน คงจะกลัวน่าดู


"หึ" ผมอดที่จะขำกับความใสซื่อนั้นไม่ได้ แม้การขำของผมจะเป็นแค่การเค่นคำออกจากลำคอเพียงคำเดียวก็ตาม


"หัวเราะอะไร เรื่องเมื่อกี้บนชิงช้ายังไม่ได้เคลียเลยนะ ไอ้พวกหน้าไม่อาย"


"เงียบ" ผมเตือนอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กนี่จะพูดมากเกินไปแล้ว อายุเท่ากับทารกแท้ๆแต่กลับปากกล้า


"สิงโต อย่ามาดุนะ" คราวนี้เจ้ามนุษย์ทำท่าแง่งอน แปลกชะมัด เป็นผู้ชายแท้ๆแต่กลับทำท่าทางแบบนี้ได้น่าเอ็นดู


"นี่นายเลี้ยงเด็กทารกหรือไง คาเวลล์" แม้แต่เอริคยังเห็นด้วยเลยว่าเด็กนี่ไม่ต่างกับเด็กแรกเกิด


"คาเวลล์นี่ใคร ชื่อนายเหรอ" คริสเงยหน้าขึ้นมาถาม แต่คนให้คำตอบคือเอริค


"ใช่ ไอ้เจ้านั่นชื่อคาเวลล์ ไม่ใช่สิงโต"


"คาเวลล์" คนฟังทวนชื่อผมเสียงเบาพร้อมกับจ้องหน้าไปด้วย จากนั้นก็ส่ายหน้า


"ไม่เห็นเท่เลย ชื่อสิงโตเท่กว่าตั้งเยอะ เหมือนกับพี่สิงโตไง"


"กลับไปซะเอริค" ผมเลิกสนใจกับความไร้สาระนี้ อยากเรียกอะไรก็เรียกกันเถอะ ก็แค่ชื่อ


"อ้าว ไล่ไปทำไมล่ะ นายเพิ่งได้เจอญาติเองนะ ไม่ดีใจเหรอ ว่าแต่เป็นอะไรกันล่ะ นายชื่อเอริคน่ะ หน้าแก่กว่าสิงโตนิดหน่อย คงเป็นพี่ชายสินะ"


"เจ้ามนุษย์ กล้าว่าเราหน้าแก่เหรอ"


"อะไรของนาย เรียกเจ้ามนุษย์ๆอยู่ได้ นายไม่ใช่มนุษย์รึไง หลุดมาจากละครเรื่องไหนล่ะเนี่ย"


"นี่!!" เอริคเริ่มแยกเขี้ยว คำรามเสียงดัง ทำท่าจะเข้ามากัดคอคริสให้ได้ ถ้าไม่ติดว่าผมส่งสายตาไปเตือนเอาไว้อีกครั้งจนหยุดนิ่งไป


"ทำไมกัน" มันมองผมด้วยความแปลกใจ


ผมแกะมือคริสออก หันไปมองคล้ายกับบอกให้อยู่ตรงนี้ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปหยุดใกล้กับเอริคแบบหน้าใกล้หน้าเพื่อไม่ให้เจ้ามนุษย์ใจดีนั่นได้ยินสิ่งที่คุยกัน


"กลับไปเอริค ไม่อย่างนั้นนายเจอดีแน่"


"มันแค่อาหารนะคาเวลล์ นายเก็บมันไว้ทำไม จัดการไปซะ เลือดหอมขนาดนี้ถ้าเราสองคนไม่รีบกินล่ะก็ ยังไงก็ต้องมีแวมไพร์ตัวอื่นมาจัดการอยู่ดี ตอนนี้ฉันหิวแล้วด้วย"


"เรา?" ผมมองเอริคเขม็ง แค่คิดว่าจะมีเขี้ยวคมคู่อื่นกัดลงไปบนคอสวยๆนั่นก็หงุดหงิดจนอยากจะเหวี่ยงไอ้บ้านี่ออกไปนอกโลกแล้ว


"ทำไม หรือว่านายจะเก็บไว้กินคนเดียว ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันไปหาเหยื่อใหม่ก็ได้ แล้วรีบกลับไปที่ปราสาทล่ะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"


"ยังไม่กลับ"


"หมายความว่ายังไง ยังไม่กลับ"


"ก็ไม่กลับ นายกลับไปก่อน"


"นี่นาย? อย่าบอกนะว่าหลายวันที่หายไป นายไปอยู่กับไอ้เจ้ามนุษย์ช่างจ้อนั่น"


"......................."


"จริงเหรอเนี่ย อะไรกันคาเวลล์ มันเป็นมนุษย์นะ จัดการมันซะ" เอริคเริ่มโกรธขึ้นมา


"อย่ายุ่งกับเรื่องนี้ ฉันจะทำหรือไม่ทำ มันเป็นเรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว"


"ถ้านายไม่ใช่น้องฉันก็ไม่ยุ่งหรอกคาเวลล์"


"ฉันไม่ใช่น้องนาย อย่าอวดดีเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับฉัน นายก็แค่ญาติ ถึงแม้จะมีเลือดบริสุทธ์เหมือนกัน แต่ฉันก็เป็นทายาทโดยตรงของตระกูลผู้นำ" ผมเตือนมันกลับไป เอริคเลยลดสายตาเกรี้ยวกราดลง ก้มหัวให้นิดหน่อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคารพขึ้น


"ขอโทษ"


ในหมู่แวมไพร์ การให้ความเคารพกับลำดับชั้นสำคัญกว่าอายุหรืออะไรทั้งหมด 


"แต่เรื่องนั้นกับเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกันอยู่ดี ฉันไม่ยอมให้นายทำดีกับมนุษย์หรอกนะ"


"เอริค!" ผมคำรามแยกเขี้ยวขู่ใส่มัน ถ้าไม่มีเจ้ามนุษย์ที่ไม่รู้เรื่องราวอยู่ด้านหลัง มันเจ็บหนักไปแล้ว


"นี่ คุยอะไรกันนักหนา ซุบซิบกันอยู่ได้ จะกลับรึยัง คนอื่นเริ่มมองแล้วนะ" คนไม่รู้เรื่องก็ยังคงไม่รู้เรื่อง ส่งเสียงร้องเรียกขึ้นมา


"บ้าชิบ เราจะกลายเป็นจุดเด่นไม่ได้ ไปหาที่อื่นคุยกันเถอะ" เอริคกระซิบ


"ไม่มีอะไรต้องคุย กลับไป"


"นี่ๆเอริค นายเป็นพี่ชายสิงโตใช่รึเปล่า ไปที่บ้านด้วยกันมั้ย"


เด็กนี่ เพิ่งบอกไปไม่นานว่าอย่าเก็บอะไรเข้าบ้านอีก พูดไม่เคยฟัง


"ไม่ มันจะกลับแล้ว" ผมตอบ


"เอาสิ" เอริคกลับไม่ทำตามคำสั่ง มันตอบรับคำเชิญของคริสหน้าตาเฉย แกล้งมองผ่านสายตาข่มขู่ของผม เดินเลยไปขึ้นนั่งบนรถรอ


".................."


"เอ่อ อย่าทำหน้าดุแบบนั้นสิ เราชวนพี่ชายนายไปก็ไม่ได้แปลว่าจะไล่นายออกจากบ้านหรอกนะ แค่อยากให้มีญาตินายรับรู้บ้างว่านายมาอยู่กับเรา คนอื่นๆจะได้สบายใจ"


"เตือนไปแล้วทำไมไม่ฟัง"


"เอาน่า จะซีเรียสทำไมเนี่ย เราเป็นเจ้าของบ้านเรายังไม่ซีเรียสเลย อย่าคิดมากสิ" เจ้าเด็กนี่ก็เอาตัวรอดด้วยการขึ้นรถประจำตำแหน่งคนขับไปอีกคน ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจแล้วเดินอ้อมไปนั่งข้างๆคนขับ


คริสจะรู้ตัวรึเปล่าว่ามันกำลังจะนำความเดือดร้อนและวุ่นวายไม่รู้จบมาให้ตัวเอง


และคงจะรุนแรงถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตมันไปตลอดกาลเลย

 





หลายครั้งที่ต้องคอยส่งสายตาดุๆไปให้เอริคกับคริสสลับกัน สองคนนี้อยู่ด้วยกันดูเหมือนจะวุ่นวายมากขึ้นไปเรื่อยๆ จากแรกๆเหมือนไม่ถูกกันไปๆมาๆกลับคุยกันจ้อจนน่ารำคาญหนักกว่าเดิม


แค่เด็กประหลาดนี่พูดคนเดียวก็น่ารำคาญพออยู่แล้ว ดันมีตัวน่ารำคาญมาเพิ่มอีก


"แล้วก็นะ สิงโตก็ลืมตามาแล้วก็พูดตามเราคำเดียวว่าเชี่ย จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก จนเราคิดว่าเราเป็นคนบ้าพูดอยู่คนเดียว" คนที่ขับรถไปเล่าเรื่องครั้งแรกที่เจอผมสลบอยู่หน้าบ้านไปอย่างตื่นเต้นราวกับชีวิตนี้ไม่เคยมีใครให้คุยด้วยมาก่อน


"ปกติคาเวลล์ก็เป็นคนไม่พูดอยู่แล้ว แปลกใจเหมือนกันที่ยอมพูดกับนายที่เป็นแค่อาหารแบบนี้"


"เอริค" ผมส่งสายตาไปห้ามมันอีกครั้งเมื่อคำพูดที่ผิดสังเกตหลุดจากปากนั่น


"อาหาร? หิวกันแล้วเหรอ นั่นสิเนอะดึกขนาดนี้ เมื่อกี้สิงโตก็บ่นหิวอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวเราแวะร้านก๋วยเตี๋ยวให้ละกันนะ ซื้อกลับไปกินที่บ้าน หรือว่าอยากกินอาหารอย่างอื่นล่ะ บอกก่อนเลี้ยวเข้าซอยนะ แถวนั้นไม่มีอะไรแล้ว" นี่ก็พูดแต่เรื่องกินอยู่ได้ทุกวัน มิน่าล่ะถึงได้อ้วนแบบนี้


ที่จริงก็ไม่ได้ถึงกับอ้วนหรอก แค่กอดแล้วนิ่มดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่กิน ยิ่งกินเก่งเลือดก็ยิ่งหวานน่าอร่อยและอาจจะล่อพวกไม่น่าไว้ใจเข้าใกล้มันมากขึ้น ไม่เคยรู้ตัวอะไรกับเค้าหรอก ใจดีกับคนไปทั่ว


"หึหึ แบบนี้นี่เอง" เอริคพูดเสียงล้อเลียน ผมเข้าใจดีว่ามันหมายถึงอะไร ผิดกับคนที่ขับรถอยู่ที่ถึงกับงง


"อะไรเหรอ? แบบนี้อะไร อยากกินอย่างอื่นเหรอ"


"อยากกินนายได้รึเปล่า เจ้ามนุษย์"


"เอริค" ต้องให้เตือนมันอีกกี่ครั้ง ถ้าไม่ติดว่ามีคริสนั่งอยู่ด้วย มันคงโดนจัดการลงโทษไปแล้ว


"นี่ ทำไมนายชอบดุคนนั้นคนนี้ไปทั่วเลยสิงโต พี่ชายนายก็ตลกดีออก พูดเยอะกว่านายด้วย"


"เงียบ้างเถอะ น่ารำคาญ" ผมพูดนิ่งๆ


"นายว่าเราเหรอสิงโต ทำไมใจร้ายแบบนี้ คุยด้วยดีๆก็ชอบว่า ถ้าอ้าปากแล้วจะเอาแต่ดุ ว่า หรือหื่นใส่ก็ไม่ต้องพูดเลย" คริสบ่นด้วยเสียงที่แง่งอนไม่ได้โกรธอย่างจริงจัง ก็แบบนี้ทุกที โดนว่าแรงแค่ไหนก็ไม่เคยเก็บไปเป็นอารมณ์ มองโลกในแง่บวกเกินไป ยังดีที่ไม่ใส่ซื่อขนาดรู้ไม่ทันคน


อย่างน้อยก็รู้ว่าผมต้องการอะไร


มันช่วยไม่ได้นะ สิ่งที่ผมต้องการเป็นเรื่องปกติของพวกเราแวมไพร์อยู่แล้ว เลือดและสิ่งนั้นมันขาดกันไม่ได้ ไม่ว่ายังไงเด็กนี่ก็หนีผมไม่พ้นหรอก หลอกล่อนิดหน่อยก็อ่อนระทวยแบบนี้ จะใจแข็งได้ซักแค่ไหนเชียว อีกไม่นานหรอก หึ


".........."


"โอ้ย ไม่ประชดได้ป่ะเนี่ย เงียบใส่อีกแล้ว" พอผมเงียบจริง เจ้ามนุษย์ก็โวยวายขึ้นมาอีก ช่างเป็นมนุษย์ที่เดาอารมณ์ได้ยากจริง


ผมกับเอริค(ที่เริ่มเหนื่อยจะพูด)นั่งเงียบฟังคนขับรถบ่นไปเรื่อยๆ ไม่นานก็จอดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่เป็นห้องแถวคูหาเดียวที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นร้านเดียวกับที่ซื้อให้ผมกินเมื่อวาน เล่าให้เอริคฟังอย่างภูมิใจว่าเป็นหนึ่งในสองสิ่งที่ผมยอมกิน


ที่จริงพวกเรากินอาหารได้เหมือนกับมนุษย์ แต่มันไม่สามารถเอามาหล่อเลี้ยงชีวิตได้ พลังงานจะหมดและพวกเราจะตายหากไม่ได้ดื่มเลือด ยิ่งได้เลือดชั้นดีที่หอมหวานมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะแข็งแรงมากเท่านั้น สามาถทำสิ่งที่ยิ่งกว่าการเป็นอมตะด้วย ทำให้เหล่าแวมไพร์แข่งกันค้นหามนุษย์ที่เป็นเลือดบริสุทธ์ในตำนานอยู่


ว่ากันว่า หากดื่มเข้าไปจากเลือดผสม(คือพวกที่เคยเป็นมนุษย์)ก็จะมีพลังเทียบเท่าเลือดบริสุทธ์ และพวกเลือดบริสุทธ์(เกิดจากแวมไพร์แท้ๆต้นตระกูลแวมไพร์อย่างเช่นผม) ก็จะมีพลังมากกว่าเหล่าแวมไพร์ทั้งปวง


ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า ที่ผ่านมายังไม่มีใครเคยได้ดื่มเลือดของคนๆนั้นเลย


หลังจากซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ผมกับเอริคปฎิเสธไปแล้วว่าไม่กินเสร็จ คริสก็ขับรถพาเรากลับบ้าน เวลาเกือบเที่ยงคืนทำให้สองข้างทางยิ่งเปลี่ยวหนักกว่าเดิม ขับมาจนถึงกลางซอย เจ้าของรถที่บังคับพวงมาลัยอยู่ก็ร้องขึ้น


"อ๊ะ!"


"มีอะไร?" เอริคจะโงกหน้าจากเบาะหลังผ่านช่องตรงกลางขึ้นมาดู


คงจะเห็นสิ่งเดียวกับที่ผมเห็นแต่ไม่ได้พูดอะไร พวกเรามีประสาทสัมผัสกลิ่นและตาที่ไวอยู่แล้ว ยิ่งกับกลิ่นพวกเดียวกันยิ่งไวเป็นพิเศษ


"เมื่อกี้เหมือนเห็นพุ่มไม้ตรงนั้นไหวๆ แล้วดินข้างทางก็เปียกอยู่หน่อยนึงด้วย จะมีอะไรรึเปล่านะ" คริสตอบแล้วชะลอรถลง


"แมวรึเปล่า" เอริค


"ไม่น่าใช่ เราเห็นอะไรใหญ่ๆถูกลากเข้าไปในพุ่มไม้นั่นด้วย จะเป็นแมวได้ไง คนรึเปล่า"


"ตาฝาด ขับรถไปได้แล้ว" ผมรีบบอกปัด


"ไม่ได้หรอก ถ้าหากเป็นคนจริงๆล่ะ เราต้องช่วยนะ"


"ไม่ใช่เรื่องของนาย ยุ่งทำไม" เอริคทำเสียงไม่ใส่ใจ ขยับกลับไปพิงกับเบาะหลังเหมือนเดิม แต่คนใจดีก็ยังยืนยันหนักแน่น


"ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ สังคมเราจะสงบสุขได้ยังไง ถ้าเกิดว่าสิ่งที่เราเห็นไม่ได้ตาฝาดแล้วมีคนเดือดร้อนกำลังขอความช่วยเหลือ ถามหน่อยเถอะว่ากลับบ้านไปพวกนายนอนหลับได้สนิทโดยไม่รู้สึกติดใจอะไรเลยเหรอ ไม่คิดมากจนรู้สึกผิดหากว่าเราปล่อยให้หนึ่งชีวิตต้องสูญเสียไปเพียงแค่เราคิดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของเรา พวกนายเป็นผู้ชาย เป็นคนแข็งแรง มีกำลังพอที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้โดยที่ตัวเองไม่เดือดร้อนแต่กลับนิ่งเฉยน่าผิดหวังจริงๆ ถ้าไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วย รออยู่ในรถนี่แหละ เราจะลงไปดูเองคนเดียว"


เจ้ามนุษย์บ่นยาวเหยียดก่อนจะจอดรถนิ่งสนิท ปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยลงจากรถไปแบบไม่มีลังเล


สายตาแน่วแน่ที่บ่งบอกว่าคิดตามที่ตัวเองพูดมาทำให้เอริคนิ่งไปหลายวินาที สำหรับผม ผมเคยเห็นการช่วยเหลือโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของตัวเองแบบนี้หลายครั้งผ่านความทรงจำในเลือดของคริสมาแล้ว รู้ดีว่าเจ้าตัวไม่ได้สร้างภาพหรืออยากทำตัวเป็นคนดี


แต่มันคือความดีจากจิตใจแท้ๆ


"ไม่เคยเจอใครแบบนี้มาก่อนเลย" ญาติผู้พี่บ่นออกมาเบาๆ มองผมราวกับจะขอความคิดเห็นว่าควรทำยังไง


"พวกเลือดผสม" ผมพูดสั้นๆ หมายถึงแวมไพร์สองตนที่คริสเห็นไม่ชัดเมื่อกี้


"ไอ้พวกกระจอกปลายแถว ปล่อยมันไปก็ได้"


"ไปเอาคริสกลับขึ้นรถมาก่อนเถอะ"


"เห้อออ มนุษย์อะไรกัน น่ารำคาญชะมัด เออๆ ลงไปสิ เดี๋ยวเหยื่อสุดหวงของนายก็ถูกไอ้สองตัวนั่นจับกินตัดหน้าพอดี" เอริคส่งเสียงน่ารำคาญอีกครั้งก่อนที่เราสองคนจะลงจากรถตามคริสไป


มนุษย์ใจดีเดินไปสำรวจรอยเลือดอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย ส่งเสียงร้องเบาๆเพื่อเรียกหาคนที่อาจจะต้องการความช่วยเหลือ แม้เจ้าตัวจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่จมูกผมได้กลิ่นคาวเลือดชัดเจน


ไม่ทันแล้วล่ะ


"ได้ยินรึเปล่าครับ มีใครอยู่แถวนี้มั้ย"


"................"


"ไม่ต้องกลัวนะ ผมมาดี ถ้าอยากให้ช่วยก็ร้องออกมาได้นะครับ"


"................"


ไม่ว่าจะเรียกไปกี่ครั้ง เสียงจะดังแค่ไหน เหยื่อรายนั้นก็คงไม่สามารถส่งเสียงร้องได้อีกต่อไป


"เงียบจัง มันเงียบแปลกๆนะ ลมก็ไม่มีแต่กลับรู้สึกหนาว" คริสบ่นเบาๆ


"นี่กลับกันเถอะ เดี๋ยวอาหารไม่ร้อนนะ" เอริคพยายามจะพาคริสขึ้นรถแบบไม่ใช้กำลัง ที่จริงมันเป็นคนใจร้อนและไม่คิดอะไรมาก แต่เพราะมีผมอยู่ตรงนี้มันเลยไม่สามารถทำรุนแรงกับคริสได้


ไม่อย่างนั้นคนที่จะเจ็บตัวก็คือมัน


"ไม่ได้หรอก อาจจะถูกปิดปากอยู่ก็ได้ เข้าไปดูด้านในลึกกว่านี้หน่อยดีกว่า" คริสยังคงค้าน สองเท้าขยับเข้าใกล้ชายป่าทึบทีละนิด


ผมกับเอริคแอบสบตากัน ภายในป่าที่มนุษย์ใจดีกำลังจะเดินเข้าไป ดวงตาสีแดงก่ำส่องประกายสองคู่ชัดเจน สายตาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องเหยื่ออย่างหิวกระหาย ยิ่งกลิ่นเลือดของคริสเป็นกลิ่นที่หอมและหวานยั่วแวมไพร์ชั้นดี


รอยเลือดบริเวณต้นคอที่แห้งกรังนิดๆที่ผมทำเอาไว้ ถึงจะยังไม่ได้กัดแค่สร้างรอยแผลแล้วใช้ลิ้นชิมส่วนที่ไหลออกมา แต่แวมไพร์ที่ไวต่อกลิ่นเลือดจะได้กลิ่นชัดเหมือนมีเลือดสดๆมากองตรงหน้า แต่ถึงแม้ไม่มีแผลก็ใช่ว่าจะไม่ได้กลิ่นนะ


"คริส"


"หืม?" เจ้าของชื่อหันกลับมามองผมที่ยืนติดกับหลังของตัวเองในระยะประชิด


โดยไม่ทันตั้งตัวผมก็แนบริมฝีปากลงไป เป็นจูบครั้งที่สอง ก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำตอนนี้ เพียงแค่อยากดึงดูดความสนใจเท่านั้น


แค่แตะปากลงไป เอริคก็รับรู้ถึงสัญญาณที่ผมส่งให้ มันหายไปในป่าอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการพวกเลือดผสม ในขณะที่ผมกระหน่ำจูบมนุษย์ที่ชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อยอย่างกระหาย


ริมฝีปากนุ่มที่ยังเหลือคราบเลือดนิดๆจากรอยแผลเพิ่มความร้อนในร่างกายให้สูงขึ้น ผมไม่ได้กัดเพิ่มเพราะกลัวกลิ่นเลือดจะเรียกพวกที่เหลือมา แค่เลียและดึงเม้มผิวฉ่ำและบวมเจ่อสีแดงสดอย่างรุนแรง


"อื้อออออ" เสียงร้องประท้วงจากลำคอกับแรงผลักด้วยมือเล็กสองข้างตรงหน้าอก ไม่สามารถขัดขืนอะไรผมได้หรอก ก็แค่แรงของมนุษย์


"นิ่งๆ" ผมผละออกเพียงน้อยนิดเพื่อกระซิบขู่และให้โอกาสอีกฝ่ายหายใจ กดจูบซ้ำลงไปงับแล้วดูดกลืนกินริมฝีปากหวานฉ่ำอย่างต่อเนื่อง สองมือประคองแก้มป่องนุ่มมือเอาไว้แน่น


"อะ...อืมมมมม" เพียงไม่นานคริสก็เริ่มผ่อนคลายความเกร็งลง ยืนนิ่งปล่อยให้ผมทำตามใจ ดวงตาสวยปิดสนิทเคลิบเคลิ้ม ลมหายใจเริ่มสั่นทีละนิด


"วิ้วววว" เสียงผิวปากดังอยู่ข้างตัว ต่อด้วยคำพูดที่ทำให้คนถูกจูบรีบผลักผมออก ซึ่งผมยอมถอยแต่โดยดี


"มีวิธีกำราบคนพูดมากได้ผลด้วยแฮะ จูบปิดปากไง หึหึ"


"เอริค มะ มา มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ///////" เลือดภายในร่างคนตัวขาวกำลังสูบฉีดจนแววตาผมกับเอริคเริ่มเปลี่ยนไป


กลิ่นหอมหวานโชยตลบอบอวลจนอีกคนห้ามใจไม่ได้ ก้าวเท้ายาวๆจ้องเขม็งมาทางคริส


"อย่า" ผมขยับตัวไปขวางเอาไว้ ส่งสายตาให้มันเป็นการข่มขู่ แยกเขี้ยวยาวๆโดยไร้เสียง ไม่ให้คนที่ยืนหลบด้านหลังเห็น


"เห้ออออออ นายมันจริงๆเลยนะคาเวลล์ ทนอยู่ได้ยังไง ประสาทจะกินเอา" เอริคยกมือขึ้นเสยผมแรงๆหลายทีเพื่อระงับความอยากของตัวเอง


ที่จริงผมก็เกือบจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเอริคมันทำท่าจะขย้ำคริสแบบกะเอาให้ตาย


ความกระหายเลือดแบบขาดสติมีอยู่ในแวมไพร์ทุกตน ไม่เว้นกระทั่งผมเอง  เหมือนกับตอนเช้าที่ดื่มเลือดจากปลายนิ้วจนลืมตัวทำให้คริสต้องสลบไปรอบนึง


"พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย หลบไปทั้งคู่เลย เราจะเข้าไปดูในป่า" คริสดันผมให้พ้นทาง ครั้งนี้ผมไม่ยอมให้จึงขยับไม่ได้


"ไม่ต้องหรอก เมื่อกี้เข้าไปดูให้แล้ว ไม่เห็นเจออะไรเลย" เอริคกัดฟันตอบ สายตาเหมือนยังอยากจะกัดคริสให้ได้


"ได้ไงอ่ะ ไปตอนไหน"


"ก็ตอนที่นายกับคาเวลล์กำลังจูบกันแบบไม่สนคนเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือแล้วไง พ่อคนดี"


"บะ บ้า ไม่ได้ลืมซักหน่อย น้องชายนายมันหื่นไม่เลือกเวลาทุกที"


"ก็เห็นยืนนิ่งให้เค้าจูบไม่เห็นจะห้ามเลย"


"เอริค คนบ้า////////////"


"พอแล้วๆ เลิกเขินซักที เลือดนายมันทำให้ฉันเดือดพล่านไปหมด ฉันกลับก่อนดีกว่า ไม่ไหวแล้ว" เอริคหันมาสบตาเป็นเชิงบอกว่าเจ้าตัวคงต้องไปหาเหยื่อซักคนมาทดแทน


ทั้งเลือดและเรื่องอย่างว่า ที่มาเป็นของคู่กัน


แล้วผมล่ะ ควรจัดการคืนนี้เลยดีมั้ย กับเด็กพูดมากนี่


"อ้าว แล้วบ้านล่ะ ไม่ไปแล้วเหรอ นายจะได้รู้ไงว่าสิงโตอยู่ที่ไหน ปลอดภัยรึเปล่า"


"ก็เห็นอยู่ว่ามันยืนสบายดีอยู่ตรงนี้ สบายดีเกินไปด้วยซ้ำ เอาเหอะแค่รู้ทางคร่าวๆแบบนี้คราวหลังก็มาถูกแล้วล่ะไม่ต้องห่วง ตอนนี้มันดึกมากแล้ว"


"จริงด้วยลืมไปเลย ขอโทษที่ชวนนายมาตอนดึกๆแบบนี้นะ แล้วนี่จะกลับยังไง ตรงนี้เปลี่ยวมากหาแท็กซี่ไม่ได้หรอก จะให้ไปส่งที่บ้านมั้ย หรือว่าจะนอนค้างที่บ้านเราก็ได้นะ"


"ไม่ได้" ผมรีบตัดบท ขืนให้ค้างผมต้องนั่งระแวงเฝ้าเด็กนี่ทั้งคืนแน่


"ตามนั้นแหละ บอสสั่งแบบนี้นี่"


"บอส?" คริสทวนคำเอริคเบาๆ


"ไม่มีอะไร ไปนะพ่อคนดี เจ้ามนุษย์สุดประหลาด" มันพูดตัดบทตามคำสั่งทางสายตาผมที่รีบไล่มันไปซักที หันหลังแล้วเดินไปทางปากซอย


"นี่ๆ เดี๋ยวสิเอริค ทางมันลึกนะ เราขับไปส่งที่ปากซอยก็ยังดี มันเปลี่ยว อันตรายออก"


"ไม่ต้องห่วงมัน ขึ้นรถได้แล้ว" ผมจับข้อมือเล็กลากกลับไปที่รถ หวังว่าเอริคจะจัดการเก็บกวาดสิ้นซากทั้งคนทั้งแวมไพร์ไม่เหลือหลักฐานอะไรให้คนแตกตื่นแล้วนะ ก่อนรุ่งเช้าค่อยกลับมาดูอีกทีก็แล้วกัน


"แต่ว่า ซอยมันไม่มีรถซักคัน"


"ถ้ายังดื้อ จะจับกินบนรถแล้วนะ"


"..........งื้อ สิงโตอ่ะ"


"หรืออยากถูกจูบอีก"


"โอ้ยยย ไปก็ได้ ขึ้นรถสิ"


"ขึ้นไปก่อน" ผมส่งสายตาเชิงบังคับให้คนน่ารำคาญขึ้นรถก่อนเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะเดินอ้อมไปที่ประตูฝั่งคนขับและขึ้นทีหลัง


คริสบ่นพึมพำไม่ได้ดั่งใจทั้งเรื่องเอริค เรื่องที่ไม่ได้ช่วยเหลือคนเดือดร้อนไปตลอดทาง บ่นจนผมอยากจะปิดปากช่างพูดนั่นอีกซักครั้งถ้าไม่ติดว่ามนุษย์ไม่ได้เหมือนแวมไพร์ รถคว่ำก็ตายได้ทันที



..................................................

จ่ะ พ่อคนดี เจ้ามนุษย์ผู้แสนดีไปหมดทุกอย่าง

อ่านพาร์ทปู่แล้วเป็นไงบ้าง แปลกๆมั้ย พยายามให้ภาษามันเก่าและแตกต่างนิดหน่อย

จะได้รู้ว่าปู่อยู่มาหลายยุค 55555555555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 292 ครั้ง

1,637 ความคิดเห็น

  1. #1611 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:25
    นู๋คริส ไม่ได้ระแวงภัยอะไรเลยนะ. ใจดีกับเค้าไปทั่ว
    #1611
    0
  2. #1392 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:32
    หนูช่างดีประเสริฐเช่นนี้
    #1392
    0
  3. #1373 SherbetGirl (@bokunokokoro) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 09:08
    สนุกอ่าาา หวังว่าเอริคกับเพื่อนคริสจะ.... >,<
    #1373
    0
  4. #1344 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 16:59
    โอ้วววว ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ว่าแต่คริสนี่ไม่คิดจะสงสัยอะไรหน่อยหรอ จูบก็ยอม กัดก็ยอม แปลกไปไหมเนี่ย
    #1344
    0
  5. วันที่ 16 กันยายน 2560 / 13:49
    อะไรจะดีป่านนั้นน ชอบอ่ะ
    #1328
    0
  6. #1319 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 20:05
    โอ้ยย อีนู๋ คนดีแท้ลูกกกก อะไรจะขาวสะอาดขนาดนี้ ดีเกิ๊นนน ดูลำไย แต่ไม่เป็นไร เราทนได้ รอเขาได้กัน อิ_อิ
    #1319
    0
  7. วันที่ 3 กันยายน 2560 / 22:26
    ความพ่อพระจากใจจริงของนู๋ทำให้ป้ารำคาญ นู๋เห็นแก่ตัวหน่อยก็ได้นะ =_= สนับสนุนให้สิงโตกดเร็วๆค่ะ
    #1179
    0
  8. #958 G HAMAJI (@poker-face321) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 15:35
    อื้อหือ โลกสวยของจริงเลยอ่ะ จะเป็นคนดีก็ไม่ผิดนะ แต่ต้องไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนนะ ดึกขนาดนั้นแล้ว ทางก็เปลี่ยว ยังไงก็ไม่ควรออกจากรถอ่ะ อินไปนิด ขอโทษค่ะ 555555
    #958
    0
  9. #827 creamsarang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 10:58
    คริสจะใจดีกับทุกคนแบบนี้ไม่ได้นะ

    อันตรายสุดๆ ไม่ควรอยู่ห่างจากสิงโตนะรู้มั้ย
    #827
    0
  10. #749 phanomporn852 (@phanomporn852) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 00:43
    มันก้จะใส่ชื่อ ใจดีไปน่ะบางที55
    #749
    0
  11. #742 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 23:29
    กดเลย กดเลย #ทีมปู่ 555
    #742
    0
  12. #637 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 10:02
    จับกดในรถเลย!!!!
    #637
    0
  13. วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 06:25
    ว่าเเต่....เมื่อไหร่เค้าจะจับกินกันจริงคะ-////- me /รอใจจดจ่อ
    #329
    0
  14. #318 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 01:08
    จะใจดีเกินไปรึเปล่าคริสสสสสสส
    #318
    0
  15. #316 koyzaa2545 (@koyzaa2545) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 23:34
    ความใจดีนี้เอิ่มมมมก็นะ55
    #316
    0
  16. #315 I AM NO ONE. (@joonkiller) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:54
    จ้าาาาาาพ่อคนดี คนดีมันก็ดี แต่ช่วยคิดให้มันเยอะๆกว่านี้หน่อยได้มั้ยเรื่องความปลอดภัยเนี่ยยยย
    เอริคท่าทางมาดีวุ้ย นึกว่าจะเห็นปะทะกันซะละ สิงโตฮะ จัดการเลย 55555555
    #315
    0
  17. #314 Amphai Komnoy (@0861352503) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:46
    ไม่ต้องรอแล้วค่ะเราขอให้กินคืนนี้เลยเหมี๊ยวๆๆ
    #314
    0
  18. #313 สุวรรณา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:38
    เรื่องที่แล้วมีมนุษย์หึ มาเรื่องนี้มีแวมไพร์ หึหึ อี๊กเอาเส้

    อิน้องดื้อ ก้อไม่รุ้ตัวเล้ยว่าจะโดนจับกิน เข้าจัยอะไรผิดๆ กับคำว่ากินไปอีก เห้ออออ
    #313
    0
  19. #312 rujiranetsuwan (@rujiranetsuwan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:13
    แมววววววววววววววววววววววว
    #312
    0
  20. #310 eunwon105 (@YunJae-24) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 20:17
    555555 โอยยยย กินน้องเลยค่ะ กินเลยย
    #310
    0
  21. #309 Shelling Ford Lokso (@lokso) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 15:14
    แล้วอย่างนี้จะมี #เอริคโลมา ตามมารึเปล่าน้าาาา :p
    #309
    0
  22. #308 OnwiraMusit (@OnwiraMusit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 14:55
    กินกันเลยๆๆ
    #308
    0
  23. #307 onely (@onely) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 14:53
    อร๊ายยยย เขิลอะ มาต่อนะไรท์ รอยุววววววว
    #307
    0
  24. #306 Atitima_m (@apichayajunta) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 14:41
    แมววววจงงงงมาาาาา
    #306
    0
  25. #305 NanohaSeiko (@nanoha2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 14:10
    แอร้ยยย กินคืนนี้เลยค่ะพี่สิง555
    #305
    0