ตอนที่ 4 : ชิงช้า...สวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    4 ส.ค. 60


#นู๋ใจดีกับปู่ผีดิบ


ผมกับสิงโตอยู่ในท่าโพสที่แสนประหลาด ผู้ชายตาสีแปลกนั่งตรงโซฟาเอี้ยวตัวมาหาผมที่คุกเข่าหันหน้าไปหา มือปิดอยู่ที่เปลือกตาแผ่วเบา พอๆกับที่มืออีกฝ่ายโอบเอวผมไว้หลวมๆกันตกลงไป


กันตกจริงๆนะ ไม่ได้กอด


"เอ่อ หนัง จริงด้วยหนัง" หลังจบความมึนๆที่ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป ก็ได้สติลุกจากโซฟาไปที่กองแผ่นดีวีดี ดึงแผ่นหนังออกมาแผ่นนึง


"นี่ๆ ดูหนังแวมไพร์กันดีกว่า เพิ่งพูดเรื่องแวมไพร์ไปเมื่อกี้เอง อารมณ์กำลังอิน"


".............."


"เงียบอีกแล้ว จะดูไม่ดูเนี่ย อีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลานัด ไว้หัวค่ำค่อยออกก็แล้วกัน ตอนนี้ดูหนังกันดีกว่าเนอะ" ไม่รู้ล่ะ มัดมือชกแล้ว ถามอะไรก็ไม่ตอบ ผมเหมือนคนบ้าที่กลับมาพูดคนเดียวอีกครั้ง


เอาแผ่นดีวีดีใส่เข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้วผมก็มานั่งข้างสิโตเหมือนเดิม หน้าจอดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเอกที่เป็นนักล่าแวมไพร์ ตัวเอกเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับแวมไพร์ที่ฝังใจกับอดีต เกลียดแวมไพร์มากและไล่ปราบไปจนเจอหัวหน้าผีดูดเลือดที่เก่งกาจ


ตอนแรกก็สนุกดีนะ แต่พอมีฉากที่จะถูกดูดเลือดผมก็สะดุ้งทุกที


"น่ากลัวจัง เวลาดูดเลือดทำไมต้องดูดที่คอด้วยเนี่ย แล้วดูสิกินแค่นิดหน่อยไม่ได้เหรอ ทำไมต้องดูดให้ถึงตาย" ดูไปก็บ่นไป ข้อดีของการนั่งดูหนังที่บ้านคือสามารถวิจารณ์ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร


"เพราะชอบการฆ่าด้วยล่ะมั้ง" คนข้างๆออกความคิดเห็นบ้าง


"แล้วทำไมต้องฆ่าเรา มนุษย์กับแวมไพร์จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขไม่ได้เหรอ ถ้าอยากดื่มเลือดก็ตั้งโต๊ะบริจาคสิ ดื่มเลือดจากหรือเอามาใส่แก้วเหมือนไวน์ อย่างที่ในหนังทำเนี่ย เท่กว่าตั้งเยอะ"


"ทุกคนไม่ได้ใจดีเหมือนนายหรอกนะ"


ผมหันหน้ากลับไปมองสิงโตอย่างไม่เข้าใจ มันเกี่ยวอะไรกับความใจดี อีกฝ่ายก็ไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ กลับพูดสิ่งที่ทำให้ขนลุกต่อได้หน้าตาเฉย


"เลือดต้องดื่มสดๆถึงจะอร่อย"


"ระ รู้ได้ไงว่าอร่อย เคยกินเลือดคนเหรอ แล้วก็ อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นสิ"


"แบบไหน?"


"ก็ทำหน้าเหมือนหิวเลือด ทำหน้าคล้ายแวมไพร์ในหนังนี่เลย" ผมชี้ไปที่หน้าจอแล้วเจอฉากดูดเลือดอีกครั้ง คราวนี้สยองกว่าตรงที่แวมไพร์ทั้งฝูงรุมดูดเลือดมนุษย์เพียงคนเดียว


"นะ น่ากลัวเกินไปแล้ว"


"น่ากลัว? ทำไม่เห็นเหมือนเลย"


"อย่ามาแกล้งกันสิ ก็รู้ว่าเรากลัวจะแกล้งทำไมเนี่ย ทำตัวรู้ดีอย่างกับเป็นแวมไพร์"


"ก็เป็นน่ะสิ" สิงโตพูดนิ่งๆ


"ถ้างั้นนายจะดื่มเลือดเรามั้ย?"


"อยากเป็นอมตะไม่ใช่รึไง วิธีการดูดมันแตกต่างกัน ถ้าจะดื่มเลือดให้ตายก็ต้องดูดจนเลือดหมดตัว แต่ถ้าจะให้เป็นอมตะก็ต้องถ่ายเลือดให้กับมนุษย์ที่ถูกกัด"


"แปลว่าเราก็จะได้เลือดสิงโตมาอยู่ในตัวเราเหรอ"


"ก็คงอย่างนั้น"


"แล้วแบบนี้เราจะเป็นเหมือนนายมั้ย?"


"ยังไง?"


"ก็นิ่งๆ ดูเย็นชา ถ้าไม่รู้จักหรือคนคิดลบหน่อย ก็เรียกว่าหยิ่ง พูดด้วยบางทีก็ไม่พูดด้วย เป็นแวมไพร์ไบโพล่า"


"..................." คนเป็นไบโพล่าจ้องกลับมานิ่งๆ


"แหะๆ ล้อเล่นอ่ะแค่ยกตัวอย่างไง นายไม่ใช่แวมไพร์จริงๆซะหน่อย อย่าโกรธสิ" อันนี้พูดกันขำๆไม่ใช่รึไง จริงจังอะไรเบอร์นั้น


"ไม่เปลี่ยน" อยู่ๆสิงโตก็พูดบางอย่างขึ้นมา ผมขมวดคิ้วทำหน้างงใส่


"อะไรไม่เปลี่ยน?"


"นิสัย การถูกถ่ายเลือดจนกลายเป็นแวมไพร์ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนนิสัย แต่ที่เปลี่ยนเพราะอยู่นานจนสูญเสียสิ่งสำคัญบ่อยและกลายเป็นความชินชา"


"สิ่งสำคัญงั้นเหรอ เช่นอะไรล่ะ"


"............คนรัก ครอบครัว"


"อ้าว ก็ทำให้เป็นอมตะไปด้วยกันก็จบไง ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปด้วย"


"ถ้าเป็นนายล่ะ?" สิงโตย้อนถามสิ่งที่ผมไม่เข้าใจขึ้นมา เจ้าตัวเลยอธิบายต่อเมื่อเห็นสีหน้างงๆ


"ถ้าเป็นนาย การเป็นอมตะที่จะต้องแลกกับการย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ เจอเพื่อน เจอพ่อแม่พี่น้องไม่ได้อีกต่อไป ยังอยากจะเป็นอมตะอีกมั้ย"


"......................"


"สังคมที่ต้องเจอแต่การเข่นฆ่า แย่งชิง ทุกวันเห็นแต่เลือด ได้ยินแต่เสียงกรีดร้อง มันไม่ได้สนุกอย่างความคิดเด็กๆของนายหรอกนะ"


"โหหห พูดซะเห็นภาพเลย"


"ว่าไงล่ะ"


"........ไม่รู้สิ คง...ไม่อยากเป็นแล้วมั้ง"


"เห็นรึเปล่า" วูบนึงที่นัยตาสีแดงเคลือความเจ็บปวดขึ้นมา


"แต่ถ้าคนที่รักมากๆเป็นแวมไพร์ เราก็อาจจะอยากเป็นนะ ไม่ใช่แค่อยู่ด้วยกันตลอดไป แต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะเหงาด้วย คนเราเกิดมาเพื่อตามหาอีกครึ่งที่หายไป ถ้าเกิดว่าคนรักตาย เราก็จะเหลือหัวใจเพียงครึ่งดวง แบบนั้น น่าสงสารแย่" ผมพูดตามที่ตัวเองคิด


".................."


"เราพูดอะไรผิดเหรอ" เห็นสีหน้าที่เดาไม่ออกว่าโกรธหรือคิดอะไรอยู่ เลยอดที่จะถามออกไปไม่ได้


".....เปล่า"


"ว่าแต่นายดึงเศร้าทำไมเนี่ย เราสองคนไม่ได้จะเป็นแวมไพร์ซักหน่อย พูดซะจริงจังเลย"


ตลกตรงที่แป๊บนึงที่ผมคิดว่าสิงโต เป็นแวมไพร์ ทุกอย่างที่อ่านเจอในหนังสือมันคล้ายมากจริงๆ สงสัยท้องจะโล่งเกินไปจนมโนไม่หยุด ไปหาอะไรกินดีคู่กับดูหนังดีกว่า


แต่จะว่าไป สิงโตคงชอบเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์น่าดูเลยนะ ชวนคุยเรื่องพวกนี้ก็พูดมากขึ้นมาเชียว ส่งไปรายการแฟนพันธ์แท้ดีมั้ยนะ

 





[ขอโทษษษษษษษษษ]


"อือ ไม่เป็นไร"


[ขอโทษจริงๆไอ้คริส กูไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ กูคงไปที่นั่นไม่ได้แล้วล่ะ] เสียงปลายสายดูทั้งกังวลและไม่สบายใจ


ตอนหัวค่ำผมพาสิงโตออกจากบ้านมารอโลมาที่เอเชียทีคกว่าครึ่งชั่วโมง สุดท้ายโลมาก็มาไม่ได้ เสียงที่ลอยมาตามสายก็สำนึกผิดซะเหลือเกิน


"ไม่ต้องคิดมากน่า ก็มึงรถชนกับคันอื่นนี่หว่า ไม่ได้ลืมหรือตั้งใจผิดนัดซักหน่อย แล้วนี่เอาไงต่อล่ะ ให้กูขับรถไปหามั้ย"


[ไม่ต้องๆ กูโทรเรียกประกันแล้ว มึงเดินกันไปเลย กูต้องให้เค้าเอารถไปส่งอู่อีก]


"แต่กูไม่อยากทิ้งมึงนี่ มึงกำลังเดือดร้อน ตอนนี้ก็มืดแล้วด้วย"


[เอาเหอะน่า กูจัดการเองได้ มึงพาเพื่อนมาด้วยไม่ใช่รึไง เสียเวลาเค้าเปล่าๆ เอาไว้เรานัดกันใหม่วันหลังก็แล้วกัน]


"แน่ใจนะ ที่จริงกูขับไปรับมึงที่อู่ก็ได้ จะได้มาเที่ยวด้วยกัน"


[กูชนใกล้บ้านกูเลย กว่ามึงจะขับมาตอนนี้กลับไปร้านก็คงปิดกันหมดแล้วล่ะ ไกลจะตาย เดินไปเหอะไม่ต้องห่วง]


"อืม เอางั้นก็ได้ ยังไงเจอกันอีกทีนะไอ้โล"


[เออ โทษทีนะไอ้คริส] โลมาตัดสายไปแล้ว ผมจึงเงยหน้าขั้นไปหาคนแปลกหน้าตาสีแปลกที่ยืนอยู่ข้างๆ


"เพื่อนเราเกิดอุบัตเหตุมาไม่ได้แล้วอ่ะ เราเดินกันเองก็แล้วกันเนาะ หิวรึยัง"


"กินอีกแล้ว"


"สิงโต เราเป็นคนก็ต้องกินให้ครบสามมื้อสิ เย็นๆแบบนี้ก็กินพวกผลไม้จะได้ไม่อ้วนมาก เช่น น้ำผลไม้ปั่น ไอติมผลไม้ บิงซู แล้วก็เค้กผลไม้ อ้อๆ ฮันนี่โทสก็มีผลไม้นะ เห็นป่ะ แค่นี้ก็ไม่อ้วนแล้ว"


"................" สิงโตไม่ตอบอะไรกลับมา แต่สายตาดูเอือมระอานิดหน่อย


อะไรล่ะ ทำไมต้องทำเหมือนแม่อีกคนละ


"ปะ ไปกินข้าวกันเถอะ"


"ไม่กิน"


"ต้องกิน เอางี้ นายชอบกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกใช่ป่ะ มีร้านนึงอร่อยเว่อร์เลย เดี๋ยวพาไปกิน"


"ไม่กิน อิ่มแล้ว"


"อิ่มอะไร กลางวันนายก็ไม่กินปล่อยเรากินคนเดียว ตัวถึงได้บางแบบนี้ไง" ถ้าผมไม่กินบ้างจะผอมแต่แรงเยอะแบบคนตรงหน้ามั้ย


หรือว่าไม่เกี่ยว


".............." สิงโตไม่เถียงกลับ แต่ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าคงไม่ยอมแน่


"โอเค ไม่กินก็ไม่กิน งั้นเดี๋ยวเราซ้อลูกชิ้นทอดแบบรวมกินไปเดินไปเอาก็ได้ ดูของนิดหน่อยแล้วจะพาไปนั่งชิงช้าสวรรค์นะ"


"ไหนบอกจะกินผลไม้"


".....เอ่อ เอาน่า นานๆที กินไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยลด" ผมตัดบทดันหลังสิงโตให้เดินซักที ไม่อย่างนั้นประเด็นก็จะวนอยู่ที่ของกินกับความอ้วนของผมเนี่ย


พอได้ขอกินแล้ว เราก็เดินเรื่อยๆ ดีที่วันนี้คนไม่เยอะเท่าไหร่ ทำให้ดูของได้สะดวก แต่ประเด็นที่พูดก่อนหน้านี้ก็รบกวนใจผมอย่างมาก


"สิงโต" ผมเรียกคนที่เดินข้างๆกัน "ถามจริงนี่อ้วนตรงไหน เค้าเรียกว่ากำลังนิ่มน่ากินต่างหาก"


"ตอนที่กอดเอวเมื่อบ่าย พุงเป็นชั้นนิ่มจริงๆ"


"สิงโต!!" หยาบคายตลอด


"หึ" คนถูกว่ากระตุกมุมปากนิดๆ โน้มหน้าลงมาพูดเบาๆริมหู


"แต่ก็น่ากินจริงๆ"


"/////////////////////////////" หืม เสียสงอะไรดัง ฉ่า ใครมาทอดอะไรแถวนี้


"ทะ ทะลึ่งแล้ว เดินต่อเร็วๆจะถึงชิงช้าสวรรค์แล้ว"


ผมเดินหนีคนตาสีแปลกมาต่อคิวขึ้นชิงชาสวรรค์ บรรยากาศริมน้ำลมเย็นดี ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนด้านใน พอถึงคิวเราสองคนก็ขึ้นไปเป็นเวลาเกือบๆจะสี่ทุ่มแล้ว


"เดี๋ยวพอกระเช้าขึ้นสูงสุดแล้วดูอีกฝั่งแม่น้ำนะ วิวกรุงเทพฯสวยดี อ้อมีพระจันทร์ที่นายชอบด้วย ดูสิ"


วันนี้พระจันทร์เต็มดวง ใหญ่เหมือนกับว่ามันใกล้จะตกลงมาบนโลกแล้ว แถมยังสีแดงเหมือนสีเลือดอีก แปลกมั้ยล่ะ ตั้งแต่เจอสิงโตมาพระจันทร์ก็เป็นสีแดงทุกคืนเลย สีคล้ายตาของคนที่นั่งข้างๆนี่แหละ


เอ๊ะ เดี๋ยวนะ


นั่งข้างๆ?


"ทำไมไม่ไปนั่งอีกฝั่งเนี่ย เดี๋ยวกระเช้าเอียงกันพอดี" ตอนที่ขึ้นมาผมก็เอาแต่ถ่ายรูปแล้วมองวิวด้านนอก ไม่ได้สังเกตว่าสิงโตไม่ได้นั่งฝั่งตรงข้าม


"ทำไม?"


"ก็บอกอยู่ว่าเดี๋ยวกระเช้าเอียง"


"เพราะว่ากินเยอะสิ เลยหนัก"


"นี่สิงโต ถ้าพูดเรื่องอ้วนอีกที ย้ายออกจากบ้านไปเลยนะ เราจะงอนแล้ว" ผมมใช้สิทธ์เจ้าของบ้านในการข่มขู่


"..............."


"ว่าไง จะไม่พูดอีกใช่รึเปล่า รับปากสิ"


"ก็ได้"


"ก็แค่นั้น ชิ" เพราะหมั่นไส้เลยสะบัดหน้าหนีไปดูวิวด้านนอก ใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยแทน คนที่ยังไม่ยอมย้ายไปไหนก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา (หายากนะเนี่ยที่พูดก่อน)


"ยังงอนอีกเหรอ" ถึงเสียงจะเย็นชา แต่รูปประโยคเหมือนง้อเลย งั้นขอมโนว่าง้อก็แล้วกันนะ


"ไม่ต้องมาพูดเลย" ผมแกล้งสะบัดหน้าใส่ นั่งหันหลังให้เล่นตัว ลองให้ง้อต่ออีกนิด


"......................" สิงโตก็เงียบไป เงียบไปนานจนกระเช้าเกือบจะขึ้นถึงจุดสูงสุด เลยต้องหันกลับไปมอง เอาจริงๆก็ไม่ได้งอนอะไรด้วยซ้ำ ถ้ามัวแต่ยังแกล้งกันอยู่แบบนี้ คงไม่ได้มองวิวแน่ๆ


พอหันกลับใบ ใบหน้าหล่อก็อยู่ใกล้จนลมหายใจเป่ารดกัน


ผมชะงัก


สิงโตนิ่ง


สิ่งเดียวที่กำลังเคลื่อนไหวคือกระเช้าที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ


หน้าเราก็ใกล้กันเรื่อยๆ


"หลับตาซะ" สิงโตซังเสียงกระซิบ


และผมก็บ้าทำตาม


ความนุ่มหยุ่นที่เย็นชืดทาบทับลงมาบนริมฝีปาก ตัวผมสั่นเกร็งไม่กล้าคิดว่ามันคืออะไร ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดู


ฝ่ามือกว้างเลื่อนจากข้างเอวไปที่แผ่นหลัง ดึงรั้งให้ตัวใกล้กันมากยิ่งขึ้น


ลมหายใจผมสั่น


บางอย่างที่เดาว่าน่าจะเป็นฟันครูดลงมาแรงๆที่ริมฝีปากจนแสบ


"อึ๊ก" ผมลืมตาขึ้นช้าๆ เคี้ยวแหลมคมด้านในของสิงโตกัดลงมาซ้ำอีกครั้ง จากนั้นจมูกก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวของเลือดและรสชาติเปรี้ยวนิดๆที่ปลายลิ้น


"หลับตา" สิงโตสั่งอีกครั้ง สายตาที่จ้องราวกับมองหลุมลึกที่ผมกำลังค่อยๆตกลงไปทีละนิดแบบไม่รู้ตัว


ความรู้สึกแปลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน ความรู้สึกที่รู้ดีว่ามันคืออะไร แม้จะรู้ว่ามันเร็วเกินไป แต่ผมก็ไม่คิดจะห้ามมัน


ผมหลับตาลงอีกครั้งตามคำสั่ง มือยกขึ้นขยุ้มเสื้อตรงอกอีกฝ่ายไว้


ความชื้นไล่เลียซ้ำๆตรงเลือดที่เริ่มซึมไหลออกมาจากริมฝีปากผม อีกฝ่ายเลียวนอยู่แบบนั้นเรื่อยๆเหมือนไม่รู้เบื่อ จากนั้นก็ค่อยๆเม้มราวกับจะรีดเลือดที่คั่งข้างอยู่ออกมา ดูดกลืนปากล่างผมอย่างหิวกระหาย


"อื้อออ"


รุนแรง....หัวใจผมเต้นอย่างรุนแรง


แม้จะไม่ได้ขยับปากตอบกลับอีกฝ่าย แต่ผมก็ปล่อยให้สิงโตจูบอย่างเอาแต่ใจอยู่แบบนั้น


"ฮึก..ฮึ๊ก" ผมสะอึกเนื่องจากใกล้จะขาดอากาศหายใจ มือเขย่าเสื้อแรงๆแทนการประท้วงเตือน


สิงโตผละริมฝีปากออกช้าๆ ผมลืมตา เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเลื่อนหน้าลงไปที่ต้นคอ มืออีกข้างที่ว่างขยำกลุ่มผมของผมไม่แรงนักแต่ก็ไม่ได้เบา ออกแรงดึงจนคอผมเอียงเปิดทางให้ใบหน้าหล่อเหลาซุกลงไป


เจ้าของนัยตาสีแดงลากปลายนิ้วจากแผ่นหลังขึ้นมาไล้ไปมาที่ต้นคอ แตะริมฝีปากลงบนผิวเบาๆทีนึงร่างกายผมก็สั่นสะท้านอีกครั้ง


ปากสีแดงสดอ้าออกกว้างโชว์เคี้ยวยาวสองข้างสี่ซี่ ส่งเสียงคำรามเบาๆ


ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงได้มองทุกการกระทำ แม้แต่ตอนที่ฟันคมครูดลงมาที่ต้นคอ ความเจ็บแล่นแปล๊บเข้าสู่ผิวเนื้อ เพียงแค่นิดเดียวเลือดสีแดงสดก็ซึมออกมา คนทำใช้ปลายลิ้นตวัดลากเลียตั้งแต่ต้นคอขึ้นมาจนถึงกกหู กวาดเลือดทุกหยดเข้าปากตัวเอง ทำท่าคล้ายชิมมัน


"อื้ออออ" ผมครางเบาๆกับสัมผัสแปลกประหลาด


เสียงแหบทุ้มกระซิบเบาๆอีกครั้งที่ข้างหู


"หวาน"


"อ่ะ เอ่อ คือว่า...." ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงผม และไม่ใช่เสียงสิงโต


ผมรีบดันคนฉวยโอกาสออก มองไปที่ประตูกระเช้าที่เปิดออก พนักงานมีสีหน้ากึ่งลำบากใจ กึ่งเขิน แถมคนต่อแถวด้านนอกก็แอบๆมองเข้ามา


ชิบ หาย แล้ว


พี่พนักงานที่ทำหน้าที่เปิดประตูกระเช้าส่งยิ้มแหยๆมาให้ มองผมที่ช็อค มองสิงโตที่ส่งสายตาดุๆไปให้ ก่อนจะเอ่ยอย่างเกรงใจช้าๆ


"หมดรอบแล้วครับ"


"ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"


จะไม่มาเอเชียทีคอีกแล้ว ฮืออออออออออออออออออออ

 



"มานี่เลย รีบๆเดินเร็วเข้า ไม่ต้องอยู่มันแล้ว ทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างรึเปล่า น่าขายหน้า น่าขายหน้าที่สุด ไอ้บ้า ไอ้ตาสีแปลก ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้หน้าไม่อาย" ผมด่าไปลากแขนคนตัวโตกว่าไปที่ลานจอดรถ


ไม่เคยอายอะไรเท่าครั้งนี้มาก่อน ตอนที่ร้องลั่นแล้วดึงมือสิงโตออกจากกระเช้า คนงี้มองกันแทบทุกคนเลย ถ้าสามารถมุดดินแล้วไปโผล่ที่บ้านได้ก็ทำไปแล้ว


"เป็นอะไร" เสียงเย็นนิ่งสงบเอ่ยออกมาจากด้านหลัง ผมหันกลับไปเผชิญหน้าเมื่อลากสิงโตมาจนถึงรถตัวเองที่จอดอยู่แล้ว


"ยังจะถามอีก ทำไมทำแบบนั้น เป็นบ้ารึไง"


"ก็อยากทำ" ยังจะตอบหน้าตายอีก


"ถามจริง นายเป็นโรคจิตป่ะเนี่ย ชอบโชว์เหรอ ถึงได้มาจะ..จะ..จูบกันต่อหน้าคนอื่น" ท้ายประโยคเสียงมันก็ดันแผ่วเบาไปด้วยความอาย


"หิว"


"สิงโต เราไม่ใช่อาหารของนายนะ หิวก็กินข้าวสิ เวลาชวนกินข้าวก็ไม่ยอมกิน"


"คริสน่ากิน"


ชื่อผมที่หลุดออกจากปากสีแดงสดทำให้ความโกรธมันลดฮวบฮาบลงไปอย่างที่ห้ามไม่ทัน อยู่ๆคิดจะเรียกแทนกันด้วยชื่อแบบนี้ก็ได้เหรอ


"ก็บอกว่าเราไม่ใช่อาหาร นายจะมากินเราไม่ได้"


"กินไม่ได้เหรอ"


"อย่ามาแอ๊บใส แล้วก็อย่ามาพูดจาสองแง่สองง่ามด้วย สายตานายมันปิดอะไรไม่มิดหรอก ไอ้หื่น ไอ้บ้ากาม"


"หิว" สิงโตย้ำคำเดิมอีกครั้ง


แล้วไงวะ จะแดกกูรึไง กูคนไง ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว


"เดี๋ยวแวะซื้อน้ำตกกับน้ำองุ่นให้ ตอนนี้รีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะ อยู่ไม่ได้แล้ว น่าอาย ขายขี้หน้าเค้าจริงๆ ไม่น่าพานายมาเลย แล้วจำไว้นะ ต่อไปอย่าทำแบบนี้ข้างนอกอีก"


ผมชี้หน้าต่อว่าเสร็จก็หันหลังกลับไปไขกุญแจรถ คิดว่าพูดเท่านี้อีกฝ่ายก็คงเข้าใจแล้ว


"แปลว่าทำที่บ้านได้" หรืออาจจะไม่เข้าใจ


"สิงโต!"


ผมหันไปตะคอกใส่หน้าไอ้หน้าด้านอีกครั้ง ถึงได้รู้ว่ามันจงใจกวนประสาท ไม่น่าหลงกลหน้านิ่งๆของไอ้บ้านี่เลย คิดว่าจะเป็นคนเงียบๆเรียบร้อยซะอีก ที่ไหนได้ กวนตีนสัส พูดดีทำดีด้วยไม่ได้ ต้องให้เลี้ยงด้วยลำเข้งใช่รึเปล่า ต่อไปจะโหดใส่แล้วนะ


"ว่า?"


เจ้าของชื่อที่ผมเรียกด้วยความโมโหก้าวเท้าเข้ามาจนร่างกายแทบชิด ผมตกใจถอยหนี อีกฝ่ายก็ขยับตาม ถอยไปถอยมาหลังก็ชนเข้ากับรถไร้ทางหนีซะแล้ว


"จะ จะ จะทำอะไร" ผมเอนตัวหนีจนสุดความสามารถ หลังแทบจะรวมร่างกับเหล็กสี่ล้อ


ร่างกายเย็นเฉียบเบียดตามมาอย่างไม่หยุด แม้ว่าอุณหภูมิของสิงโตจะต่ำกว่าคนอื่น แต่ก็ทำให้ผมร้อนไปทั้งตัวได้ง่ายๆ โดยเฉพาะใบหน้า


"ต่อจากเมื่อกี้...ดีมั้ย?"


"ไม่ดี ไม่ให้ทำ ที่นี่ ที่บ้าน ที่ไหนก็ไม่ให้ทำทั้งนั้น ถ้าไม่ฟังต่อไปนี้ย้ายกลับไปนอนโซฟาเลยนะ นายมันไว้ใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"


"ไม่"


"ไม่อะไร?"


"ไม่ย้าย จะนอนบนเตียง"


"อะ ไอ้บ้า เราไม่ให้นอน"


"จะนอน จะนอนกับคริส" สายตาที่บ่งบอกความหมายของคำว่านอน ทำเอาผมจะระเบิดหน้าตัวเองได้อยู่แล้ว


"ถอยไปนะสิงโต เราร้อน เราอึดอัด"


"........................"


"สิงโต ไม่เอานะ อย่าแกล้งเราสิ" ผมเอามือยันอกคนตัวสูงไว้ไม่ให้ใกล้ไปกว่านี้ คือมากกว่านี้ก็สิงกันแล้วไง ทำไมผอมกว่าแต่แรงเยอะจริงๆ


ตอนที่เรากำลังผลุบเข้าผลุบออก เอ๊ย กำลังผลักดันกันไปมา คนแปลกหน้าที่ผมเก็บมาได้ก็ชะงักตัว สายตาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว คำรามต่ำๆในคอ สีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็น แม้ว่าสิงโตจะหน้านิ่งแต่ก็ไม่ได้ซีเรียสเท่าตอนนี้


เจ้าตัวคว้าตัวผมเอาไว้ ดันไปยืนด้านหลัง


ผมที่งงๆอยู่ก็ชะโงกหน้าผ่านไหล่เพื่อจะดูว่าอยู่ๆสิงโตเป็นอะไร ก็เห็นผู้ชายคนนึงยืนอยู่ห่างจากพวกเราไม่มาก


มาตอนไหน ไม่รู้ตัวเลย


ผู้ชายตัวสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากคนที่เอาตัวบังผมไว้ ดูแล้วคล้ายๆกันเลย แต่ยังไม่ทันได้ถาม ว่าทำไมผู้ชายที่มาใหม่ถึงได้หน้าตาคล้ายกับสิงโตนัก เจ้าตัวก็ยกยิ้มกวนประสาทแบบสุดๆส่งมาให้ พร้อมกับประโยคชวนงงกว่าเดิม


"เจอจนได้นะ.....คาเวลล์"


...................................................

อะไรนะ คาราเมล 5555555555555555

ใครมาใหม่ แล้วอะไรคือเรียกปู่ว่าคาเวลล์ หึยยยยยยย

น้องก็นะ มโนได้ฮาตลอด อะไรคือการลดน้ำหนักด้วยเค้กผลไม้กับฮันนี่โทส

อะไรคือโดนแซะเรื่องน้ำหนักตัวตลอดเวลา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

1,636 ความคิดเห็น

  1. #1610 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:07
    อ้าวใครโผล่มาอีก แถมหน้าเหมือนกันอีก
    #1610
    0
  2. #1522 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 12:04
    หนูใจดีกับปู่แวมไพร์ แงงงงงงงงงง ปู่จะล้อลวงหนูน้อยแล้ว ยัยจิ้มลิ้มนี่ ใว้ใจคนง่ายจริ้งงงงงงง แล้วคาเวลล์คือ? ชื่อปู่เหรอ?
    #1522
    0
  3. #1514 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 14:55
    คาที่ เอ้ย คาตรีน แอ้ะ คาเวลล์
    #1514
    0
  4. #1391 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:17
    ใครมาอีกกกกกกก
    #1391
    0
  5. #1372 SherbetGirl (@bokunokokoro) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 08:43
    งื้อออ กำลังเขิน ใครมาขัดจังหวะ
    #1372
    0
  6. #1343 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 16:13
    กรี๊ดดดดด ชื่อเท่ห์มากกกก ว่าแต่สิงหนีมาหรอ ทำไมต้องมีคนตาม แล้วใครมาตาม พ่อ? พี่น้อง? ว่าแต่คริสไม่ตกใจหน่อยหรอ จะถูกงับคออยู่แล้ว
    #1343
    1
    • #1343-1 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 4)
      2 ธันวาคม 2560 / 16:14
      เพลียกับเมนูผลไม้ของคริส มันไม่ใช่นะลูก
      #1343-1
  7. #1335 hardcarryout (@hardcarryout) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 13:03
    -ฮันนี้โทสเนี้ย เป็นตัวพาอ้วนเลย ไม่ใช่หรือไง 555555
    #1335
    0
  8. วันที่ 16 กันยายน 2560 / 13:31
    ตรรกะอะไรของแกคริสสสส
    #1327
    0
  9. #745 creamsarang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 00:28
    คาเวลล์คือใครอีก คนที่สิงโตมาตามหาหรอ อะไรเนี่ยยยย

    แล้วไปกินเลือดเค้าตรงๆแบบนั้นคริสไม่สงสัยอะไรเลยหรอลูก555555555หนูเห็นเขี้ยวเค้าบ้างมั้ยลูก
    #745
    0
  10. #636 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 09:04
    ชอบโชว์ก็ไม่บอก~~5555///ใครอะ???!!
    #636
    0
  11. วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 08:21
    ควรเรียกกว่าปู่หื่นมากกว่านะแม้
    #480
    0
  12. วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 06:04
    นี่มันเเวมไพร์สายหื่นชัดๆเลยย นุ้งคริสดูท่าจะเสียเปรียบเเล้วสิ ว่าเเต่คนมาใหม่นั่นใครนะ??
    #328
    0
  13. #317 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 00:44
    จ้าาาา กินบิงซู ฮันนี่โทส ลดน้ำหนักมากจ้าาาา อยากจะแหมมมมมมมให้ถึงดาวพลูโตเลย
    #317
    0
  14. #311 rujiranetsuwan (@rujiranetsuwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:02
    หืมมมมมมมมมมมม ผลไม้ จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาขอให้ สระ า ยาวไปถึงดาวเนปจูน
    #311
    0
  15. #272 candy_peraya (@candy_peraya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 22:28
    ตรรกะ่ประหลาดมากกกกกคริสแกเข้าใจวิธีการกินผลไม้เพื่อลดน้ำหนักได้ผิดมากกกกผิดตั้งแต่กินทุเรียนเพื่อลดน้ำหนักแล้ววววว
    #272
    0
  16. #271 ryokiller13 (@ryokiller13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 22:25
    หื้มมมมม ฮันนี่โทสนี่ลด นน ได้จริงใช่ป๊ะจะได้ไปกินมั่ง 5555 ถถถถถ น้องคริสปู่เค้าขอนอนด้วยเอง ไม่ต้องเขินหรอกแค่นอนจับมือกันเฉยๆเนอะ ไม่มีอัลไลร๊อกกกกก...
    #271
    0
  17. #270 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 22:02
    ทฤษฎีลดน้ำหนักจากโลกไหนเนี่ยลูก... พี่สิงเริ่มออกลายแล้วคริสยังไม่รู้สึกตัวอีกเร๊อะะะ
    #270
    0
  18. #268 JJ_II_BB (@JJ_II_BB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 21:23
    มาต่อเร็วๆนะคับ
    #268
    0
  19. #267 senir (@senir) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:42
    ชอบบบบบบบบบมากกกกกกกแนวนี้ถูกใจเจ้อ่ะ><งุ้ยยยยย
    #267
    0
  20. #266 nattakn (@nattakn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:30
    ขอวันละ5ตอน ไม่มากไปใช่มั้ยคะไรท์5555555 สนุกมากกกกกกก
    #266
    0
  21. #265 LOOKNAM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:58
    มาอีกได้ไหม รอๆ มันเริ่ม สนุกแล้วสิ มาวันละ 2-3. ตอนเลยได้ไหม 5555
    #265
    0
  22. #264 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:33
    สิงโตว่าคริสอ้วนได้ไงเดี๋ยวตีปากเลย คริสเป็นคนสมบูรณ์ต่างหาก แล้วสิงโตใจเย็นคริสตกใจค่อยๆๆเป็นค่อยๆๆไปสิ
    #264
    0
  23. #263 pimhunzz (@pimhunzmackey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:23
    โอ้ยตื่นเต้นนน แงงงง ใครกันนะ อิปู่หื่นมาก 55555
    #263
    0
  24. #262 Bebeby (@bebebaekbaek) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 17:28
    ใคร อะไร ยังไง ตื่นเต้นๆๆๆๆๆ
    #262
    0
  25. #261 Amphai Komnoy (@0861352503) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 17:23
    ปู่คะปู่หื่นอ่ะ
    #261
    0