ตอนที่ 29 : Special Erik-Jun(Loma) : 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 510 ครั้ง
    2 พ.ค. 62

“ไอ้เอริค” อามันต์แยกเขี้ยวก่อนใครเพื่อน ตามด้วยบรรดาสมุนของมัน ผมหันกลับไปมองที่มาของเสียงอันคุ้นเคยปรากฎร่างสูงใหญ่ออกมาจากเงามืด

ไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหน แต่พวกเราในที่นี้ไม่มีใครจับสัมผัสของเขาได้เลย

ใบหน้าบึ้งตึงผิดกับคำพูดล้อเลียนในประโยคก่อนหน้าทำให้ผมงุนงง นึกสงสัยว่าในใจแท้ๆแล้วท่านเอริคเป็นอย่าไรกันแน่ บางครั้งเขาก็เหมือนชอบล้อเล่นแต่บางครั้งก็ดุดันจริงจัง เวลาที่ผมดื้อเขาก็จะดุแรงๆ ถ้าผมไม่ดื้อเขาก็ใจดีด้วย

อืมม ให้อารมณ์แดดดี้อย่างที่พวกมนุษย์ชอบเรียกใช่ไหมนะ

“มาหาฉัน” เขามองมาที่หน้าของผม พลันเหมือนถูกมนต์สะกดผมพยักหน้าและก้าวเท้าออกไปทันที

หากแขนข้างหนึ่งก็ถูกรั้งเอาไว้

สายตาคมกริบมีแววน่ากลัวผ่านออกมาวูบหนึ่งก่อนจะสงบตามเดิม

ด้วยแรงที่มากกว่าของอามันต์บวกกับผมหิวจนไร้เรี่ยวแรงต่อสู้จึงถูกจับเอาไว้อย่างง่ายดาย อามันต์โยนผมไปให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังห้าตนล็อกแขนและยืนคุมไว้อย่างแน่นหนา ส่วนตัวเองก็ก้าวไปยืนด้านหน้า เผชิญกับท่านเอริคอย่างไม่มีเกรงกลัว

“ไม่น่าเชื่อว่าแกจะตามมาถูกจนได้ ก็ดีเหมือนกันที่บุกมาถึงถิ่นเราแบบนี้”

“หึ คิดว่าอย่างฉันจะไม่รู้เหรอ เวลามีหนูสักตัวมันวิ่งเล่นอยู่ในป่าหลังบ้านน่ะ” อีกฝ่ายก็ตอบกลับอย่างถือดีเช่นกัน

“กะ แก แกรู้?”

“อยู่ที่ว่าฉันจะให้ค่าไอ้หนูสวะตัวนั้นหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าแกเก่งพอดูที่กลบตัวตนจนมิด ไม่ยักรู้ว่าในป่านี้จะมีถ้ำดีๆซ่อนอยู่ด้วย”

คำพูดของท่านเอริคทำให้อามันต์ยิ้มอย่างพอใจราวกับถูกชื่นชม สีหน้าโอหังที่ไม่มีใครกล้าทำใส่ท่านราชาทำให้ผมขัดข้องใจนัก ต่อให้ผมดื้อก็ไม่กล้าจะทำสีหน้าราวกบฏเช่นนี้

“อย่างฉันไม่มีทางให้แกจับได้ทั้งหมดหรอกไอ้เอริค ส่วนแกก็แค่สวะที่หดหัวอยู่ในปราสาททั้งที่รู้ว่าฉันอยู่ใกล้เพียงปลายจมูกก็ยังไม่กล้าออกมาเผชิญหน้ากันตรงๆ นับว่าโชคดีเหลือเกินที่วันนี้ฉันไปพบกับเจ้าเด็กคนรักของแกเข้า”

“ปล่อยฉัน ฉันไม่ใช่คนรักของท่านเอริคนะ” ผมดิ้นแต่แน่นอนว่ามันไม่หลุด พลังผมแทบหมดแล้วเพราะไม่ได้ดื่มเลือดมานาน

“อย่าดิ้นสิ” น้ำเสียงห่วงใยผิดกับสถานการณ์ตรงหน้าทำให้ผมหยุดชะงัก ผมเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาแสนคุ้นเคยคู่นั้น น่าแปลกที่รู้สึกคุ้นเคยกับมันเหลือเกิน คล้ายกับผมมองตาสีน้ำตาลเข้มคู่นี้มาเนิ่นนานหลายสิบปีทั้งที่เราเพิ่งเจอกันเพียงหนึ่งอาทิตย์กว่า

“รักกันเหลือเกินนะ ขนาดมันเป็นมนุษย์แกก็ยังรักมันมาก นี่มันได้กลับมาเกิดเป็นพวกชนชั้นสูงเหมือนพวกเรา แกคงเริงร่าเลยสิที่จะได้สมหวังสักทีหลังจากรอมาเป็นร้อยๆปี”

“หุบปากของแกอามันต์” เสียงสองกลับมาเกรี้ยวกราดเป็นเสียงหนึ่งอีกครั้งเมื่อท่านเค้าท์หันไปตวาดใส่อามันต์ แต่อีกฝ่ายไม่ยักกลัว

“ดูจากสายตาแล้วมันคงจำแกไม่ได้เลยสินะ แกบอกมันไปหรือยังล่ะว่ามันคือไอ้เด็กมนุษย์โสโครกนั่น”

โครม!

ร่างของอามันต์ถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับผนังถ้ำเพียงชั่วพริบตา ไม่มีใครมองทันแม้แต่คนเดียว แวมไพร์กบฎถูกตรึงให้ลอยกลางอากาศด้วยมือเพียงข้างเดียวของท่านเอริค แต่ถึงอย่างนั้นอามันต์ก็ยังหัวเราะได้โดยไร้ความหวาดกลัว

“แกไม่มีสิทธิ์เรียกโลมาแบบนั้น” ท่านเอริคโกรธจัด เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วถ้ำแห่งนี้ น่ากลัวเสียจนผมยังตัวสั่น ดวงตาเขาแดงก่ำคล้ายคนจะขาดสติ

“ก็แค่มนุษย์ มันน่าตลกรู้ไหมเอริคที่แกหลงรักอาหารของตัวเอง แกกับไอ้คาเวลก็ไม่ได้ต่างกันหรอก หลงรักมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นต่ำ ทำให้เลือดบริสุทธิ์ต้องแปดเปื้อน”

“คนที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างแกไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ใดๆ ฉันน่าจะฆ่าแกตั้งแต่ตอนนั้น”

“นั่นคือความผิดพลาดอีกอย่างของแก ที่คิดว่าฉันจะตายและปล่อยเอาไว้ อย่างแกไม่สมควรเลยกับตำแหน่งราชา แกหรือแม้แต่ไอ้คาเวลไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง แค่โทษฐานของการรักกับมนุษย์ก็ผิดมากแล้ว”

“จะบอกว่าแกคู่ควร?” ท่านเอริคที่สงบลงบ้างแล้วกลับมากวนประสาทให้อามันต์เป็นฝ่ายโมโหบ้าง

บางทีผมก็ตามอารมณ์ไบโพล่าร์ของทั้งคู่ไม่ทัน

“ฉันคู่ควรกับตำแหน่งราชามากกว่าแกก็แล้วกัน”

“ไม่ แกไม่คู่ควร ตำแหน่งราชามาจากการเลือกโดยเลือดบริสุทธิ์ชนชั้นสูงห้าตระกูลทั่วโลก อย่างแกไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งอยู่ในลำดับสืบทอดด้วยซ้ำไป อย่าได้ดูถูกชนชั้นสูงอย่างพวกเรา” ผมตะโกนตอบโต้ไปบ้าง การที่มีแวมไพร์สักตนออกมาบอกว่าใครไม่คู่ควรกับตำแหน่งราชามันเท่ากับว่าได้ดูถูกห้าตระกูลชั้นสูงไปด้วย

สิ่งที่ท่านพ่อปลูกฝังมาคือการภูมิใจในต้นตระกูลของตัวเอง ผมซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลหนึ่งในห้านั้นยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

“เด็กอย่างแกจะไปรู้อะไร เจ้าอดีตมนุษย์ชั้นต่ำ” คำพูดของผมทำให้อามันต์พุ่งเป้ามาทางนี้แทน ถ้าหากไม่ใช่ว่าถูกท่านเอริคตรึงเอาไว้กับผนังถ้ำก็คงจะพุ่งตัวมาขย้ำผมด้วย

“ฉันคือแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์จากตระกูลคิม หนึ่งในห้าตระกูลแวมไพร์ผู้ปกป้องราชวงศ์ ไม่ใช่พวกไร้ยศอย่างแก อย่าได้มาดูถูก” ผมแยกเขี้ยวคำรามแม้ว่าสภาพตัวเองจะถูกจับไว้ไม่ต่างจากอามันต์ อย่างน้อยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอก็ทำให้ผมยังยืนอยู่ได้ไม่ทรุดไปก่อนให้น่าเวทนากว่านี้

“เหอะ ก็แค่มนุษย์ที่เคยรักกับไอ้เอริค แต่แกคงไม่รู้สินะ ไม่แปลกใจหรือทั้งที่เพิ่งเจอกันแต่มันกลับหวงแกขนาดนี้”

“ฉันไม่รู้หรอกว่าแกจะพูดอะไร แต่ฉันไม่ใช่มนุษย์”

“ใช่สิแกใช่ ชาติก่อนแกคือมนุษย์ตัวจ้อยที่เป็นคนรักของไอ้เอริค ตอนนั้นไอ้คาเวลยังเป็นราชาและไอ้เอริคเป็นเพียงองครักษ์ข้างตัวไอ้คาเวล แวมไพร์กับมนุษย์สองคู่ที่ออกท่องเที่ยวแล้วบังเอิญมาเจอฉันเข้า ไอ้เด็กอวดดีเมื่อตอนนั้น ที่จริงฉันรู้มาตลอดว่าหลังจากนั้นแกกับไอ้เอริคก็ไม่ได้สมหวังกัน ทั้งที่คนรักไอ้คาเวลยอมเปลี่ยนเป็นแวมไพร์เพื่อให้ได้อยู่กับไอ้คาเวลตลอดกาล แต่ไอ้เอริคซึ่งไปตามค้นหามนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์เพื่อหวังจะเปลี่ยนแก กลับผิดหวัง มันน่าตลก ฮ่าๆๆๆๆ”

“แกหยุดพูด” ท่านเอริคบีบคออามันต์แรงขึ้นจนได้ยินเสียงกระดูก แต่อะไรก็หยุดความแค้นของอามันต์ตอนนี้ไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าก่อนหน้าสองคนนี้มีเรื่องอะไรกันมา อามันต์ถึงได้ดูผูกใจเจ็บมากมายขนาดนี้

ไหนจะสิ่งที่ได้ฟังนี่อีก นอกจากสับสนแล้ว ผมก็นิ่งฟังด้วยความอยากรู้

“จะบอกว่าฉันไม่ยอมเปลี่ยนเป็นแวมไพร์งั้นเหรอ ทำไมล่ะ” ถ้าผมคืออดีตมนุษย์จริงๆ ทำไมถึงไม่ยอมเปลี่ยนเป็นแวมไพร์กัน มนุษย์ไม่เห็นจะมีอะไรดี ชีวิตก็แสนสั้นแถมพลังก็เทียบเท่ากับมด

“ฉันจะไปรู้เหรอ แกอาจจะกลัวหรือไม่ได้รักไอ้เอริคแต่ไม่กล้าปฏิเสธมันล่ะมั้ง”

“ไม่จริง ใครปฎิเสธคนอย่างท่านเอริคก็โง่เต็มทนแล้ว” ผมเผลอหลุดปากพูดออกไป ท่านราชาหันกลับมาสบตากับผมทันที ในแววตาคู่นั้นดูอารมณ์ดีปะปนกับการล้อเลียน หากไม่โง่เกินไปก็น่าจะเดาได้ว่าเขากำลังล้อผมเรื่องที่ผมหนีออกจากปราสาทมา

อย่างนั้นผมก็คือคนโง่ที่ปฏิเสธท่านเอริคเหมือนกัน

“หึหึหึ ต่อให้มันสมหวังเป็นราชา แต่ก็ไม่ได้ใจของคนรัก ไม่ว่าชาติที่แล้วหรือชาตินี้ น่าสมเพชจริงๆ ราชาอะไรกัน ฮ่าๆๆๆๆ” ไอ้อามันต์ยังคงบ้าอย่างต่อเนื่อง สีหน้าท่านเอริคจึงเปลี่ยนไปอีกครั้ง

และในฐานะผู้ปกป้องราชวงศ์ผมคงยอมไม่ได้

“ใครบอกแกกันอามันต์” ผมประกาศเสียงดังลั่น “ชาติก่อนฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงได้ปฏิเสธ แต่ชาตินี้ท่านเอริคจะต้องได้อย่างที่หวัง”

ใช่หรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมก็พูดออกไปก่อน คำพูดพล่อยๆของผมทำให้ผู้ยิ่งใหญ่เหนือแวมไพร์ทั้งหมดเหวี่ยงอามันต์กระแทกผนังถ้ำรุนแรงจนต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะลุกขึ้นมาได้

จากนั้นเพียงพริบตาก็มาปรากฏตรงหน้า แวมไพร์ห้าตนที่จับผมเอาไว้ถึงกับขวัญผวา หนึ่งในนั้นทำท่าจะทำร้ายผมเพื่อดึงความสนใจ แต่แม้ปลายเล็บก็ไม่อาจสัมผัส ท่านเอริคจัดการพวกมันโดยไม่ต้องขยับตัวด้วยซ้ำไป

“แฮ่กกกกกกกก” ไฟลุกท่วมทั้งห้าร่างรอบกายผม มอดไหม้และแหลกสลายเป็นเถ้าถ่าน เสียงพวกมันร้องดิ้นทุรนทุรายน่าสมเพชก็ค่อยๆเงียบลง

อ้อมแขนแข็งแรงประคองผมที่อ่อนแรงเอาไว้ หากไม่อย่างนั้นคงได้ทรุดลงกับพื้น

“นายพูดแล้วนะ ปลาน้อย” ท่านราชาส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ ตาลุงนี่ลามกได้ไม่ดูเวลาจริงๆ

“ผมไม่ใช่ปลาน้อย ท่านราชาจำผิดแล้ว”

“ไม่ว่ากี่ชาติฉันก็จำได้ และฉันรอนายเสมอมา”

อ่า...เพียงแค่ประโยคสั้นๆพร้อมกับสายตาที่ยืนยันคำพูดนั้น ดวงตาที่สื่อว่ารักมากมายเพียงไหน

หัวใจผมสั่นไหวราวกับพายุบ้าคลั่ง

กี่ร้อยปีกันนะ ที่ท่านเอริครอคนรักของตนเอง

เขาต้องรักแค่ไหนถึงได้มั่นคงกับคนๆเดียวขนาดนี้

อยู่ๆในอกก็มีความรู้สึกหนึ่งปรากฎ ความรู้สึกที่ไม่เคยคิดว่าจะมีหรือเคยรู้สึกมาก่อน....อิจฉา


...............................................

“อ๊ากกกกกกกก” อามันต์กรีดร้องเสียงดังก้องถ้ำ ร่างกายค่อยๆไหม้สลายทีละเล็กทีละน้อย ภาพก่อนหน้าเป็นอะไรที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่

ถูกท่านเอริคจัดการอย่างโหดเหี้ยมและเลือดเย็น

สายตาของร่างที่กำลังจะสบายไปจ้องมองมาที่ผม เป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชังจนน่าขนหัวลุก

“แกจงจำไว้ ที่มันรักแก เพราะว่าแกเป็นแค่ตัวแทนของคนรักมันเท่านั้น อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” อามันต์ดิ้นทุรนทุรายอีกครั้งเมื่อท่านเอริคตะปบเล็บทั้งห้าไปที่ใบหน้าของมัน ทำให้ไม่สามารถพูดคำใดต่อได้อีก

ไม่นานก็เหลือเพียงเถ้าปลิวในอากาศ

ผมยังคงอึ้งอยู่ที่เดิม แม้จะเคยเห็นการเฆ่นฆ่ามนุษย์มาบ้างแต่แวมไพร์กำจัดกันเองอย่างนี้เพิ่งจะเคยเห็น และยังเป็นการกำจัดที่โหดร้าย ภาพจำคงจะติดตาผมไปอีกหลายร้อยปี

เฮือกกกก

เมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตากับท่านราชา ร่างกายผมก็เกิดปฏิกิริยาหวาดกลัว สองเท้าถอยไปด้านหลัง ใบหน้าก้มต่ำลงแสดงความเคารพ ในฐานะที่ต่ำต้อยกว่าจนเทียบไม่ติด แต่ก่อนผมไม่เคยคิดกลัวเขาเพราะยังไม่รู้ถึงความน่ากลัว การได้ตำแหน่งราชาที่ไม่ใช่ได้มาจากการจับฉลาก

ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วว่าทำไมเขาถึงได้ตำแหน่งผู้นำมา

“กลัวฉันเหรอ” ผมสะดุ้งอีกครั้งที่ผู้นำเหล่าแวมไพร์ปรากฏตัวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ตัวสั่นงั่นงกทำอะไรไม่ถูก ปลายคางถูกนิ้วเรียวดันให้เงยหน้าขึ้น

นิ้วมือที่เมื่อกี้สังหารอามันต์อย่างโหดร้าย

“อย่ากลัวฉัน” สายตาท่านเอริคเจ็บปวด หากยังไม่ทันได้ตอบโต้ใดๆ เสียงสดใสก็ทำลายบรรยากาศมืดมิดจนสิ้น พร้อมกับร่างคุ้นตาที่ค่อยๆโผล่เข้ามาจากประตูถ้ำ

“เรียบร้อยแล้วเหรอ” เจ้าแก้มกลมผู้มีดวงตาบริสุทธิ์ เป็นคนเดียวในตอนนี้ที่ผมสบายใจจะเข้าใกล้ หากข้างกายไม่ได้มีท่านคาเวลคงพุ่งเข้าไปกอดคริสแล้วล่ะ

“บอกว่าอย่าพามาไง” ท่านเอริคดูหัวเสียเล็กน้อย แต่คริสกลับยิ้มแย้มไม่มีความกลัวเกรงสักนิด

“เผื่อพลาดจะได้ให้สิงโตช่วยไง อามันต์น่ะร้ายจะตายไป เมื่อก่อนเราก็เกือบจะแย่กัน”

“สำหรับฉันไม่มีคำว่าพลาด”

“เอาน่าๆ ถือว่ามาสังเกตการณ์ก็ได้ไง เราเป็นห่วงจุนด้วยเลยขอให้สิงโตพามา อยู่รอที่ปราสาทก็ร้อนใจเปล่าๆ”

“นายก็ตามใจคริสเกินไปนะคาเวล นี่ไม่ได้มาทัศนศึกษานะ เกิดมีแวมไพร์หลุดรอดไปทำร้ายคริส ฉันไม่รับประกันความปลอดภัย ยังไงก็มีคนสำคัญกว่าต้องดูแล” พูดแล้วจำเป็นต้องเหลือบมองผมหรือไงท่านเอริคเนี่ย

“ฉันดูแลคนสำคัญของฉันได้” ท่านคาเวลตอบเสียงเรียบก่อนจะรีบเดินตามประกบคริสที่เดินไปยังกรงขังมนุษย์ ท่าทางแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์อย่างคริสจะคุ้นกับมนุษย์ดี

“คนพวกนี้จะเป็นยังไง เราปล่อยเขาไปได้ไหม”

“พวกนี้รู้ความลับของเราแล้ว” ท่านเอริคบอกอย่างเย็นชา ปรายตามองไปในกรงเหล่ามนุษย์ก็สะดุ้งกันเฮือกใหญ่ ต่างกอดกันร้องไห้อย่างกลัวตาย

ผมเข้าใจนะ แม้จะไม่ฆ่ามนุษย์เพื่อดื่มกินเลือด แต่การปล่อยมนุษย์ที่รู้ว่าแวมไพร์มีตัวตนอยู่ในโลกไป ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเรื่องของเผ่าพันธุ์เราจะไม่กลายเป็นประเด็นในสังคม แล้วถึงตอนนั้นเราก็จะอยู่ยากขึ้น

“สิงโต ช่วยพวกเขาไม่ได้เหรอ” คริสหันไปพูดกับท่านคาเวล เกาะแขนเสียน่ารัก แวมไพร์ผู้มีสายตาอ่อนโยนให้กับคนเพียงคนเดียวยังคงเงียบ “ลบความทรงจำไง สิงโตทำได้นี่ เมื่อก่อนเคยลบความทรงจำคริสมาแล้ว”

“แต่ตอนนั้นไม่ได้ผล คริสแค่แกล้งลืมฉัน”

“ก็ตอนนั้นสิงโตยังไม่พลังของเลือดบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้น่าจะได้ผลแล้ว”

“ยังไม่เคยลอง มันเสี่ยงเกินไป”

“สงสารพวกเขาออก มีเด็กด้วยนะ เราไม่เคยขอร้องอะไรสิงโตเลยหลายสิบปีมานี้ ช่วยเราสักครั้งได้ไหม” คริสส่งสายตาอ้อนวอนจนท่านคาเวลทำท่าจะใจอ่อน แต่ท่านเอริคชิงพูดเสียก่อน

“อย่าตัดสินใจอะไรโดยไม่ถามความคิดเห็นฉัน อย่าลืมว่าตอนนี้คาเวลไม่ใช่ราชาอีกต่อไปแล้ว นายควรขอฉันนะคริส”

“ง่า เอริคใจร้าย!” เชื่อผมเถอะว่าเห็นคริสต่อว่าท่านเอริคแบบนี้กี่ครั้งก็ไม่เคยชินเลยสักครั้ง แถมรอบนี้ยังเดินเข้ามาหาผมเพื่อเอาไปเป็นแนวร่วมอีก

“จุน ช่วยพูดกับเอริคทีสิ ให้ปล่อยคนพวกนี้ไป จุนไม่สงสารมนุษย์ตาดำๆเหรอ”

ผมมองไปในกรงขัง และผู้หญิงที่ยังนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นไม่ห่างจากเรา คนที่ถูกลากออกมาเป็นอาหารให้ผมแต่ผมปกป้องจนผิดใจกับอามันต์ในที่สุด สงสารงั้นหรือ

“ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกเขาจะไม่พูดนะคริส”

“พวกที่เป็นแวมไพร์แต่เกิดเนี่ย ใจร้ายกันจัง ถ้าเป็นโลมานะ มันจะต้องไม่พูดอย่างนี้แน่ๆ จุนน่ะ” แล้วคริสก็มางอนผมอีก

ว่าแต่ใครคือโลมา

“โลมา?”

“เอ่อ ไม่มีอะไร สิงโต ลบความจำพวกเขาแล้วส่งกลับออกไปนอกป่าเถอะ ถ้าไม่ได้ผลก็ไม่เห็นเป็นไร ป่านี้ไม่มีใครเข้ามาได้อยู่แล้วด้วยพลังของเอริค ต่อให้หายไงก็ไม่เจอ เรื่องแวมไพร์คนคงไม่เชื่อกันเท่าไหร่หรอกน่า คิดว่าในหนังไม่มีพูดเรื่องแวมไพร์หรือไง มันไม่ใช่เรื่องใหม่ คนอาจจะตื่นเต้นนิดหน่อยแป๊บๆก็ลืม เชื่อเราสิ”

“เฮ้อออ ก็ได้”

“คาเวล แน่ใจหรือ” ท่านเอริคคล้ายไม่เห็นด้วย แต่เมื่อสองราชาสบตากัน สักพักราชาคนปัจจุบันก็พยักหน้ายินยอม “ตามใจ แต่หากเกิดปัญหา นายต้องรับผิดชอบเรื่องนี้นะ”

“อืม” อดีตราชาเดินนิ่งๆไปที่หน้ากรง ใช้พลังบางอย่างสะกดในคนเหล่านั้นมีแววตาว่างเปล่า ร่างกายที่เหมือนถูกควบคุมนับสิบลุกขึ้น เดินเป็นระเบียบออกจากถ้ำ มุ่งสู่ชายป่า

พวกเราทั้งสี่เดินตามไปเกือบจะสุดชายป่า หาที่หลบซ่อนตัว แล้วท่านคาเวลก็คลายพลัง จากที่ลอบสังเกตดูเหมือนคนเหล่านั้นจะมึนๆเบลอๆ เสียงสอบถามกันว่าเกิดอะไรขึ้นทำให้รู้ว่าพวกเขาจำอะไรที่เกิดขึ้นในถ้ำไม่ได้

และคงลืมเรื่องของแวมไพร์ไปแล้ว

 

ผมถูกพากลับมายังปราสาทที่พยายามหนี เมื่อจบเรื่องความคิดเรื่องที่อามันต์เคยพูดไว้ก็ตามมารบกวนจิตใจ นั่งเหม่อลอยอยู่กระทั่งคริสเขย่าเรียกถึงได้รู้สึกตัว

“เป็นอะไรน่ะจุน สองสามวันมานี้ดูเหม่อจัง”

“คริส” ผมตัดสินใจว่าควรเผชิญหน้ากับมัน “โลมาคือเพื่อนของคริสเหรอ”

“ก็...อืม”

“แล้วเขาไปไหน”

“ตายไปนานแล้วล่ะ เมื่อสักร้อยปีก่อน”

“ตาย?”

“โลมาเป็นมนุษย์น่ะ จุนคงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเราเคยเป็นมนุษย์มาก่อน”

ได้ยังไงกัน ผมทำหน้าตาไม่เชื่อ แน่นอนอยู่แล้วว่าเรื่องอย่างนี้คงเชื่อยาก หากมนุษย์เปลี่ยนเป็นแวมไพร์ก็กลายเป็นได้แค่พวกเลือดผสม แต่คริสเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เรื่องพวกนี้เป็นไปไม่ได้ คนเล่าคงเห็นสีหน้าของผมเลยส่งยิ้มแล้วอธิบายเพิ่มเติม

“มีตำนานเล่าขานกันมา ว่ามนุษย์ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์จะมีเลือดที่เพิ่มพลังของแวมไพร์ ทำให้แวมไพร์ที่ดื่มเลือดของมนุษย์คนนั้นมีพลังเหนือยิ่งกว่าแวมไพร์ทั้งปวง กระทั่งเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ก็ทำได้ โดยเงื่อนไขเดียวคือมนุษย์ที่มีเลือดบริสุทธิ์จะต้องเต็มใจมอบเลือดของตัวเองให้แวมไพร์ตนนั้น หากได้มาจากการแย่งชิง ก็สูญเปล่า”

ผมไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อน ถ้าอย่างนั้น “ท่านคาเวล?”

“ใช่ สิงโตได้รับพลังนั้น...จากการที่เอริคไปสืบหาที่อยู่ของมนุษย์ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์มาให้ เราใช้เวลาอยู่กับมนุษย์คนนั้นจนยอมใจอ่อนให้เลือดกับสิงโต คงเห็นแล้วว่าสิงโตต้องการพลังเพื่อเปลี่ยนเรา ไม่ได้เอาไปทำอะไรไม่ดี”

“ท่านเอริคน่ะเหรอ ไปสืบหามา” เหลือเชื่อมาก

“ตอนนั้นเอริคยังเป็นแค่คนติดตามของสิงโตที่เป็นราชา แต่พอเราย้ายไปอยู่ในป่าเพื่อหลบซ่อนตัวจากพวกที่ต้องการกำจัดฉัน สิงโตก็สละบัลลังก์”

“ท่านเอริคคงภักดีกับท่านคาเวลมาก ถึงกับยอมตามหาเลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์คนหนึ่ง ถึงฉันจะไม่รู้เท่าไหร่แต่คิดว่าคงหาได้ยาก”

“อืม ก็ใช้เวลาหลายปี แต่ไม่ใช่เพราะความภักดีหรอกนะ”

“???”

“เพราะนายต่างหาก”

“ฉัน? ตอนนั้นฉันน่าจะยังไม่เกิดนะคริส” ผมพูดติดตลกทั้งที่ในใจไม่ตลกด้วย ลึกๆพอจะเดาบางอย่างได้ ตอนที่ผมเกิดท่านเอริคก็เป็นราชาไปแล้ว แปลว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในตอนที่...

...โลมายังมีชีวิตอยู่

“เอริคน่ะ อยากจะเปลี่ยนให้โลมากลายเป็นเลือดบริสุทธิ์เหมือนกัน แต่ด้วยพลังของเขาในตอนนั้นไม่สามารถทำได้ ต้องคนที่เป็นราชาและได้รับการยอมรับจากเจ้าของเลือด เขาตามหาและกลับมาบอกกับสิงโต เมื่อสิงโตเปลี่ยนฉันได้ เขาก็มาขอร้องให้โลมาเปลี่ยนบ้าง”

“แล้ว...คำตอบล่ะ”

คริสส่ายหน้า ดวงตาที่เคยสดใสสลดลง “พ่อแม่ฉันถูกลุงของสิงโตฆ่าตายเลยไม่เหลือใคร โลมาต่างกับฉัน มันมีครอบครัวที่มันรัก”

“ไม่ยอมเปลี่ยนสินะ” ไม่รู้ทำไมในใจผมถึงได้เศร้านัก ราวกับว่าตัวเองคือโลมาเสียเอง หัวใจที่ร่ำไห้ยังส่งผลกระทบมาอีกหลายวันตั้งแต่ฟังความทั้งหมดจากคริส

และพาลทำให้ไม่อยากจะพบหน้าท่านเอริค

หมับ

“ปล่อย”

“เป็นอะไรไป นายไม่ยอมสบตาฉัน หลบหน้าฉันมาหลายวันแล้วนะ” ท่านเอริคท่าทางเกรี้ยวกราด ยิ่งเห็นผมดิ้นรนออกจากเขาก็ยิ่งหงุดหงิด

“เปล่า ผมแค่ไม่อยากอยู่ที่นี่ ผมถูกบังคับและอยากจะกลับบ้าน”

“แน่ใจหรือว่าเรื่องนั้น”

“.........”

“คริสเล่าให้ฉันฟังแล้ว นายเป็นอะไรก็คุยกันดีๆ มีทางไหนที่ฉันพอจะช่วย...”

“ไม่ ไม่มี คุณไม่มีทางช่วยเรื่องนี้ได้ ไม่มีทางเลิกรักเขาได้” แย่ล่ะ ผมเผลอหลุดปากออกมา ท่านเอริคหยุดชะงัก ความโกรธเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ผมไม่อยากจะเห็น

ดวงตาเจ้าเล่ห์ของตาแก่ที่เคยลวนลามผมเมื่อวันแรกๆ

“อย่าบอกนะว่านายหึงตัวเองในอดีต”

“ไม่ นั่นไม่ใช่ผม ไม่ใช่!!” ผมตะโกนสุดเสียงในทางเดินโล่งที่ไร้ผู้คน “ถ้ารักเขาก็รักไป แต่อย่าใช้ผมเป็นตัวแทน ผมไม่ใช่โลมา ไม่ใช่ปลาน้อยของคุณ”

“นายเป็นสิ ไม่ว่าชาติไหนภพไหน นายก็คือปลาน้อยของฉัน” ร่างกายผมถูกดึงไปกอด

ความอบอุ่นซึ่งห้าสิบกว่าปีนี้ไม่เคยได้รับ และไม่เคยรู้ว่าแวมไพร์จะรู้สึกอุ่นที่หัวใจเป็นทำให้ผมยืนอึ้ง ปล่อยให้เขากอดเอาไว้อย่างทำตัวไม่ถูก

มันเกิดอะไร

ผมรู้ ผมรักท่านเอริค

รักอย่างยากจะถอนตัว

และผมก็อิจฉาตัวเองในอดีตเหลือเกิน

“ปล่อยผม ฮึก ผมไม่ ไม่ใช่คนรักของคุณ” ผมดันตัวท่านเอริคออกในที่สุด และเดินหันหลังจากมา

ผมหลบมาที่ศาลากลางสวนกุหลาบท้ายปราสาท คิดว่าจะเป็นที่ที่สงบปราศจากผู้คนให้ได้คิดสักพัก หากลืมไปว่าในปราสาทนี้ยังมีอีกหนึ่งแวมไพร์ที่ชอบปลีกตัวเช่นกัน

“เอ่อ” ทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านคาเวล เขาเป็นคนที่เข้าถึงได้ยากมาก คล้ายกับว่ารอบตัวมีบาเรียกางกั้นจนใครก็ผ่านไปไม่ได้ พอจะหมุนตัวหนี กลับถูกเรียกเอาไว้

“มานี่สิ”

“ท่านเรียกผมเหรอ”

“มานี่” คล้ายเสียงจะเข้มขึ้นเป็นการบอกว่าห้ามขัดคำสั่งกลายๆ พวกราชาแวมไพร์นี่นิสัยเอาแต่ใจทุกตน

“อย่านินทาฉันในใจ”

ระ รู้ได้ไงวะ?

“พลังของสายเลือดบริสุทธิ์” เขาตอบทั้งที่ผมยังไม่ได้ถาม ราวกับอ่านใจคนได้ สายตาคมดุราบเรียบหันกลับมา “ใช่ อย่าบอกคริสล่ะ ถ้ารู้ว่าฉันอ่านความคิดได้ คงงอนแน่”

อ่า...พวกหลงเมีย อุ๊ปส์

“หึ ฉันไม่เถียง” คล้ายบาเรียนั้นจะหายไป ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ท่านคาเวลมากขึ้น “เอริคน่ะ ตลอดเวลาที่มนุษย์คนนั้นมีชีวิต มันทรมานเหลือเกินที่ต้องคอยเฝ้าอยู่ห่างๆ ฉันในตอนนั้นต้องหลบอยู่ในป่ากับคริสไม่สามารถช่วยอะไรมันได้ เด็กคนนั้นใจแข็ง ไม่ยอมเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ แม้จนลมหายใจสุดท้ายก็ตาม”

“..........”

“ตอนนี้ ฉันอยากให้มันสมปรารถนาสักที มันไม่ยิ้มมาเป็นร้อยกว่าปีแล้วนะ”

“ละ แล้วท่านคาเวลมาบอกผมทำไม”

“นายเป็นคนเดียวที่ทำให้มันยิ้มได้ อย่าได้เถียงฉันว่านายไม่ใช่โลมา ฉันรู้ว่าลึกๆนายรู้สึกได้ถึงความรักที่ให้กับมัน เหมือนชาติก่อนของนาย ที่รักมันมาก”

“แต่ผมไม่ใช่”

“ฉันจะให้ความทรงจำในชาติก่อน เด็กคนนั้นจะทำให้นายเปลี่ยนความคิด” ท่านคาเวลพูดแบบนั้น

ด้วยความกลัวผมจึงหันหลังและจะวิ่งหนี แต่ด้วยอดีตราชามีพลังเกินกว่าจะต้านทานได้ เขายังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มีเพียงร่างกายผมที่หยุดเคลื่อนไหวด้วยพลังขอเขา และสลบไป

ความมืดที่ยิ่งกว่าการหลงทางในป่า

ผมค่อยๆเดินฝ่าไปที่ปลายสุดของเส้นทางที่มีแสงเป็นจุดเล็กๆ ยิ่งเข้าใกล้ มันก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งถึงปลายแสงนั้น มันมีขนาดเท่ากับกระจกบานใหญ่

กระจกที่สะท้อนภาพอดีตชาติของผม

หน้าตาเราไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย โลมาเป็นเด็กร่าเริง ความคิดดี และยังซื่อตรงกับความรู้สึก ผมมองภาพต่างๆตั้งแต่เกิดจนวันตาย เกินครึ่งชีวิตที่มีท่านเอริคอยู่ในความทรงจำ

กระทั่งวันที่เขาหมดลมหายใจที่โรงพยาบาล

ท่านเอริคจับมือเขาไว้อย่างนั้นราวกับโลกนี้สูญสลาย

ผมหันหลังกลับเพราะไม่อยากจะมองใบหน้าเศร้าเพราะคนอื่น แต่กลับพบตัวเองเมื่อชาติก่อนยืนอยู่ด้านหลัง

“นาย?”

“ว้าว ฉันในชาติต่อมาเนี่ย หล่อว่ะ แบบนี้พี่เอริคหลงตายห่าเลย” โลมาพูดกับผมพร้อมเดินสำรวจวนรอบตัว ผมรู้เลยว่าทำไมถึงเป็นเพื่อนสนิทกับคริสได้

ช่างเหมือนกันเหลือเกิน ไอ้ความซื่อบื้อและคิดอะไรพูดออกมาหมดเนี่ย

“ฉันไม่ใช่นาย” ผมเถียง

“ใช่สิ นายใช่ นายกับฉันเราคือคนๆเดียวกัน รู้ไหมฉันภูมิใจมากเลยที่ตัวเองได้เกิดเป็นแวมไพร์ในชาติต่อมา สมปรารถนาฉันแล้วจริงๆ ก่อนตายฉันขอให้ตัวเองได้เกิดเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้ทั้งฉันและพี่เอริคมีความสุข แล้วมันก็เป็นจริง”

“........”

“ในตอนนี้ฉันมีครอบครัว พ่อแม่ และยังสามารถเป็นคนรักของพี่เอริคได้ในคราวเดียว ไม่ต้องเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปอีกแล้ว”

“.........”

“ฉันอิจฉานายนะ”

อิจฉาผม

ในขณะที่ผมอิจฉาที่เขายังเป็นที่รักของท่านเอริค เขากลับอิจฉาผมอย่างนั้นเหรอ

“ตอนนี้นายรักพี่เอริคได้ โดยไม่มีอุปสรรค์ขัดขวางแล้ว ผิดกับฉันเมื่อชาติก่อน ฝากดูแลพี่เอริคด้วยนะ จุน” โลมายิ้ม มือของเขาเอื้อมมาจับมือของผม

และทันใดนั้น

ผมก็ร้องไห้

“จุน...จุน!

เฮือก

ผมสะดุ้งตื่นจากเสียงเรียกที่ดังและแรงเขย่าของร่างกาย พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอน ข้างๆมีท่านราชาทำสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่

“เกิดอะไรขึ้น นายร้องไห้เสียงดังมาก”

“พี่เอริค”

“ฉันคิดว่า....นายว่าไงนะ” ท่านเอริค...ไม่สิ...พี่เอริคดูจะช็อกเอามากๆ เขาคงไม่คิดว่าผมจะเรียกแบบนี้ ผมเองก็ไม่คิด แต่เหมือนกับว่าตัวเองได้รวมวิญญาณเข้ากับโลมาในชาติก่อนไปแล้ว

“พี่เอริค ผมหิวน้ำ” ผมพิงหัวตัวเองกับอกกว้าง ไม่รู้ว่าทำไปได้ไง แต่ก็ช่างเถอะ อยากทำก็ทำแล้วกัน

“นะ นาย? เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่”

“ก็เปล่านี่ แต่ผมหิวน้ำ ไม่เอาน้ำให้กินจริงๆเหรอ” ผมมองอีกฝ่ายตาใสแจ๋ว พี่เอริคสบตากับผมเนิ่นนาน นานจนกระทั่ง

เขายิ้มออกมากว้าง

เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็น แต่กลับแสนคิดถึงสุดหัวใจ

“ปลาน้อย?”

“อื้อ ปลาตัวน้อยที่ชื่อ...จุน”

“พี่...คิดถึงนาย...คิดถึงนายเหลือเกิน” เขากอดผมไว้แน่น พูดด้วยเสียงเจือสะอื้น ส่วนผมก็กอดเขากลับแน่นเช่นกัน หัวใจผมทั้งสงบและมีความสุข

มีความสุขมากเหลือเกินเมื่อได้สิ่งสำคัญกลับคืนมา

“ผม...ก็คิดถึงพี่”


End

.........................................

กรี๊ดดดดดดด มิชชั่นคอมพลีทททททท

จบแบบซึ้งๆอ่า ท่านคาเวลโชว์เทพ น้องคริสใสๆ

แฮปปี้เอนดิ้ง ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย งืออออ

ขอบคุณที่ติดตาม และขอบคุณที่รอเรื่องนี้นะงับ

หวังว่าคนอ่านจะมีความสุขนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 510 ครั้ง

1,636 ความคิดเห็น

  1. #1634 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:17
    แฮปปี้เอ็นดิ้งทั้งสองคู่เลย สนุกมากกก
    #1634
    0
  2. #1604 cham 's (@chasimi) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 10:08
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลย ขอบคุณนะที่แต่งให้อ่าน ขอบคุณๆๆ
    #1604
    0
  3. #1601 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:36
    กรี๊ดดด ชอบทุกเรื่องเลยค่าาาา แฮปปี้เอนดิ้ง ดีใจจจ
    #1601
    0
  4. #1600 อ้อยใจ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:13

    เป็นนิยายอีกเรื่องที่ชอบมาก เนื้อเรื่อง การเดินเรื่องมันยอดเยี่ยมจริงๆ

    #1600
    0
  5. #1599 koyzaa2545 (@koyzaa2545) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:22
    ร้องไห้เลย สนุกมาก เป็นนิยายที่ครบอีกเรื่องนึงเลย ชอบมาก อยากมีตอนพิเศษอีกกก
    #1599
    0
  6. #1598 fern_1505 (@fern_1505) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:34

    ไรท์ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ ร้งไห้อีกแล้ว นิยายเรื่องนี้ทำให้เราร้องไห้บ่อยมาก เรารักนิยายเรื่องนี้จัง ขอบคุณนะคะไรท์ ขอบคุณจริงๆ
    #1598
    0
  7. #1597 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 02:52
    คือร้องไห้อ่ะกว่าเค้าสองคนจะสมหวังกัน ขอบคุณนะไรท์
    #1597
    0
  8. #1596 แมวว (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:49

    เรามีความสุขมาาากกกกกกก ร้าาาากกก ทุกคนเลย ปลาน้อยยยย พี่เอริค เจ้าแก้มกลม สิงโต งืออออ สนุกง่ะ

    #1596
    0
  9. #1595 180126 (@180126) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:48

    รักกกกกกกกกกก????????????????

    #1595
    0
  10. #1594 tiktikky 5 (@psakmongkonchai) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 17:37

    ซึ้งมากขอบคุณที่มาแต่งจนจบค่ะ

    #1594
    0
  11. #1593 littleant2208 (@littleant2208) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 09:18

    happy ending จริงๆ สักที 555
    #1593
    0
  12. #1592 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 08:08
    รู้ใจตัวเองสักทีจุน พี่เอริคสมหวังแล้ว
    #1592
    0
  13. #1591 someonelol (@someonelol) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:23
    Mission complete เหมือนกันค้าาาาาาา
    #1591
    0
  14. #1590 Patjungy (@Ratchuma44) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 13:50
    ขอบคุณคะ
    #1590
    0
  15. #1589 XiaowenMXu (@XiaowenMXu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 08:50

    สมหวังแล้ว
    #1589
    0
  16. #1588 EnoOPloYyY (@EnoOPloYyY) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 08:45

    ดีงามมาก
    #1588
    0
  17. #1587 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 03:21
    สมหวังแล้ว ดีจายยยยย~

    ส่วนท่านคาเวลนั้นนน อื้มๆ จ้าาาา
    #1587
    0
  18. #1586 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:44
    สมหวังแล้วนะท่านเอริค ฮืออออออออ
    #1586
    0
  19. #1585 Tarathipkhampr1 (@Tarathipkhampr1) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:45

    ขอบคุณนะคะ
    #1585
    0
  20. #1584 BZK21 (@BZK21) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:19
    ซึ้งอ่าาสมหวังกันสักที
    #1584
    0
  21. #1583 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 19:33
    โฟกัสที่ท่านคาเวลโชว์เทพ และหลงเมียฝุดๆ ฮรือออออออออ หล่อด้วยเก่งด้วย เลิฟฟฟฟฟฟฟ

    โลมาเอริครักกันซะทีนะ เกี้ยวอยู่นาน มาเจอพิคาเวลคนนิ่งฟื้นความจำให้หน่อย พี่เอริคมาเลยเชียว
    #1583
    0
  22. #1582 Vasupat_kps (@Vasupat_kps) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 19:31
    อ่านไปยิ้มไป คนมองเต็มเลย5555
    #1582
    0
  23. #1581 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 19:05
    ซึ้งอ่าาา สมหวังสักทีเนาะ :)
    #1581
    0
  24. #1580 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 19:05
    สมหวังแล้วนะพี่เอริคน้องโลมา
    #1580
    0
  25. #1579 piya_wan (@piya_wan) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 18:53

    หอมหัว​ ดีใจสุดๆ​ ในที่สุดปลาน้อยก็กลับมา
    #1579
    0