ตอนที่ 23 : ตลอดกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    4 ก.ย. 60





Singto


เรื่องที่ทำให้เอริคยอมปรากฎตัวทั้งที่เป้าหมายของคนที่เราต้องปกป้องเป็นเพื่อนสนิทตัวติดกันตลอดเวลา มันก็คอยแอบมามองโลมาอยู่บ่อยๆกลับไม่เคยเผชิญหน้ากันสักครั้ง นั่นเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่มันบอกจริงๆ ผมตัดสินใจพาเอริคกลับคอนโดฯของตัวเอง แน่นอนว่านั่นเป็นความลับจึงต้องแยกกันกลับและไปเจอกันที่ห้องแทน


ผู้นำของเหล่าแวมไพร์จะเจอกับแวมไพร์ที่ทรยศตระกูลไม่ได้...อย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็วๆนี้


แม้จะหมดเรื่องของลุงโรนัลไปแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีศัตรูอื่นที่จ้องโค่นล้มบัลลังค์ของเอริคอยู่ เรื่องพวกนี้มันเป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นมาทุกยุคทุกสมัย การแย่งชิงอำนาจมีทั้งในเหล่าแวมไพร์และหมู่มนุษย์


"นายดื่มของพวกนี้แทนการไปกัดเลือดสดๆจากมนุษย์สินะ" เอริคสำรวจรอบห้อง ก่อนจะมองถุงเลือดที่กองอยู่ในตู้แช่เย็น ของพวกนี้ที่มันบอก ผมต้องใช้เส้นสายนิดหน่อยเพื่อให้ได้มา


"หรือนายยังดื่มเลือดสดๆของมนุษย์ล่ะ ฉันรู้นะเอริค ว่าตั้งแต่ตอนนั้นนายก็กัดใครไม่ได้อีกแล้ว"


"หึ ก็คงจะอย่างนั้น ทุกครั้งที่แยกเขี้ยวออกมา ฉันเห็นแต่ใบหน้าของโลมา หมดอารมณ์ที่จะฆ่าฟันใครไปแล้วล่ะ"


"ฉันเองก็ไม่อยากจะรู้สึกผิดต่อคริส ถ้ารู้ว่าฉันยังกัดมนุษย์คงได้เริ่มบทสวดยาวเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์แน่ๆ" ผมยกยิ้มนิดหน่อยเมื่อคิดถึงใบหน้าใสที่เคยเอาแต่พูดว่าให้แวมไพร์ตั้งโต๊ะขอบริจาคเลือดจากมนุษย์


"กลัวหรือไง แต่นายลบความทรงจำของคริสไปแล้วนี่ เจ้ามนุษย์นั่นคงไม่มีทางรู้หรอกว่านายทำอะไร" มันว่าอย่างเยาะเย้ยทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร


สิ่งที่เอริคบอกทำให้ผมตกใจอยู่ไม่น้อย เรื่องที่ว่าคริสไม่ใช่มนุษย์เลือดบริสุทธ์ในตำนาน


"นายมั่นใจแล้วเหรอ ว่าคริสไม่ใช่"


"ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนายว่าคริสต้องเป็นเลือดบริสุทธ์คนนั้นแน่ๆ แต่พอดีฉันได้ข่าวมาว่ามีแวมไพร์ตนนึงที่แยกตัวเป็นอิสระสามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธ์ได้"


"แวมไพร์?"


"ก็เหมือนกับนายไง แวมไพร์ที่รักกับมนุษย์ ซึ่งแวมไพร์ตนนั้นแตกต่างกับพวกเรา เขารักความสงบและไม่ชอบแย่งชิง จึงไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ฉันเดินทางไปพบแวมไพร์ตนนั้นมาแล้ว เค้าเล่าเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับมนุษย์เลือดบริสุทธ์ที่เจอให้ฉันฟัง"


"ยอมเล่าด้วยเหรอ" มันเป็นไปได้ยากที่แวมไพร์ที่เจอมนุษย์เลือดบริสุทธ์จะยอมไว้ใจบอกแหล่งพลังงานสำคัญให้กับใคร


"ตอนแรกก็ไม่ยอมหรอก แต่ฉันเล่าเรื่องของนายให้ฟัง ดูเหมือนความรักของนายจะดังพอดู แม้แต่แวมไพร์สันโดดแบบนั้นยังไม่ได้ยินเรื่องราวของนายเลย สุดท้ายเขาเลยยอมบอกฉันเรื่องมนุษย์คนนั้น"


"เขาสามารถเปลี่ยนให้คนรักของเขาเป็นพวกเลือดบริสุทธ์ได้จริงๆเหรอ แล้วเขาได้พลังนั้นมาได้ยังไง เขารู้ได้ยังไงว่านั่นคือเลือดบริสุทธ์ในตำนานของจริง แล้วมนุษย์คนนั้นยังมีชีวิตอยู่มั้ย"


"ใจเย็นๆสิคาเวลล์"


"นายอย่ากวนประสาทนะเอริค นายก็รู้ดีว่าถ้าคริสไม่ใช่เลือดบริสุทธ์นั่น นายรู้ดีว่ามันจะเป็นยังไง" ผมร้อนรนมากกว่าเดิม ใจเริ่มเชื่อในสิ่งที่เอริคพูดไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว


"ฉันรู้ ฉันถึงได้รีบมาหานายทันทีนี่ไง กว่าจะใช้เวลาให้แวมไพร์ตนนั้นไว้ใจและยอมบอกที่อยู่ของมนุษย์นั่นไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ ไหนฉันจะต้องไปตามหามนุษย์นั่นให้นายอีก"


"แล้วนายทำแบบนี้เพื่ออะไรเอริค ฉันไม่ใช่คนที่นายต้องปกป้องคุ้มครองอีกต่อไปแล้ว ฉันเป็นเพียงคนทรยศที่ออกจากตำแหน่งและนายคือท่านเค้าท์คนปัจจุบัน ทำไมนายถึงยังทำเพื่อฉันอีก หรือนายต้องการอะไรกันแน่"


"ทำไมขี้ระแวงไม่เปลี่ยนเลยนะคาเวลล์"


"ก็บอกมาสิ ว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร"


"เพราะว่านายก็เหมือนน้องชายของฉันยังไงล่ะเว้ย คิดว่าฉันมีความสุขเหรอที่เห็นนายเจ็บปวดแบบนี้"


"เอริค"


"ในเมื่อรู้แล้วว่าคริสไม่ใช่เลือดบริสุทธ์ในตำนาน นายก็ต้องไปกับฉัน ตัวจริงน่ะอยู่ไกลและทางไปก็ลำบากนิดหน่อย คงต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลยล่ะ แต่นายพร้อมแล้วใช่หรือเปล่า ที่จะเปลี่ยนคริสเป็นแวมไพร์เหมือนพวกเรา"


".................."


"คาเวลล์"


"แต่ว่าคริส.."


"ยังจะต้องมีแต่อะไรอีก นายรู้แก่ใจดีว่าหากคริสไม่ใช่เลือดบริสุทธ์ในตำนาน การลบความทรงจำนั่นก็แค่เรื่องแหกตาเท่านั้น"


ใช่ ผมรู้ดี แวมไพร์อย่างพวกเราไม่มีความสามารถที่จะลบความทรงจำได้หากไม่ได้เลือดของมนุษย์ในตำนาน ซึ่งตอนแรกผมมั่นใจว่าคริสเป็นคนๆนั้น ผมดื่มเลือดคริสไปมากแต่ไม่เคยมีใครเล่าว่าการได้พลังนั้นมา มันแตกต่างจากเดิมอย่างไร แต่พอคริสฟื้นขึ้นมาแล้วจำอะไรไม่ได้ ผมก็เข้าใจไปเองว่าตัวเองทำสำเร็จแล้ว


หากคริสไม่ใช่


ก็แปลว่าที่ผ่านมา


เค้าจำทุกอย่างได้มาตลอด



คริสไม่ได้ลืม




แต่แกล้งทำเป็นลืม



ทำไมนะ ทำไมผมไม่สังเกตุว่าบางครั้งสายตาของคริสเหมือนปกปิดบางอย่าง ทำไมผมไม่เอะใจว่าเค้าจะร้องไห้ทำไมตอนผมขอกอดหากจำไม่ได้ ทำไมผมไม่รู้สึกตัวให้เร็วกว่านี้


"ถ้านายเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว ก็ไปหาคริสซะ จากนั้นเราจะไปตามหาเลือดมนุษย์คนนั้นด้วยกัน"


"............."


"คาเวลล์ เงียบทำไม ไปหาคริสสิ ไปคุยกันให้เข้าใจ ตอนนี้คริสไม่มีใครแล้ว ไม่มีครอบครัว ญาติพี่น้องก็ไม่เหลือ นายสามารถทำให้คริสเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธ์ได้แล้วนะ รีบๆไป"


".....ไม่ล่ะ"


"ไม่? หมายความว่าไง ฉันดั้นด้นหาคนๆนั้นแทบพลิกแผ่นดิน เพื่อมาฟังนายบอกว่าไม่เนี่ยนะ ถ้านายไม่ทำ ฉันจะทำเอง ฉันจะเปลี่ยนคริสเป็นแวมไพร์เอง"


"อย่า"


"โธ่เว้ย นายทำไมเป็นแบบนี้ ทั้งที่นายมีโอกาสมากกว่าฉัน ทั้งที่พวกนายสามารถรักกันได้แล้ว ไม่เหมือนฉันที่ทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่างกับตำแหน่งที่มันค้ำคอ แต่นายก็กลับเล่นตัว นายไม่รู้หรอกว่าฉันอิจฉานายแค่ไหนคาเวลล์"


"เอริค" ผมเงยหน้าขึ้นมองญาติผู้พี่ของตัวเองที่อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต สายตามันเจ็บปวดอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก


"รีบๆไปหาคริสซะ"


"ไม่ได้หรอก"


"ทำไมวะ" เอริคเริ่มหัวเสีย น้ำเสียงห้วนห้าวตวาดก้องเมื่อผมยังดื้อดึงปฎิเสธ


"ในเมื่อคริสไม่ได้ลืมเรื่องทุกอย่างระหว่างเราไปจริงๆ แต่กลับทำเหมือนจำอะไรไม่ได้ ก็หมายความว่าเค้าไม่อยากจะรื้อฟื้นมัน คริสคงยังไม่ยกโทษให้ฉัน หรือลืมความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปเพราะฉันไม่ได้ แล้วนายคิดว่า  ฉันจะยังมีหน้าไปเอ่ยเรื่องที่เห็นแก่ตัวแบบนั้นอีกเหรอ"


"นายรู้ได้ยังไง บางทีการที่คนๆนึงเลือกที่จะทำเป็นลืม อาจจะเพื่อรอคอยบางอย่างก็ได้"


"หมายความว่ายังไง"


"คริสอาจจะไม่ได้โกรธนาย เพียงแต่ต้องการเวลาที่จะทำใจ เวลาที่จะลบล้างความเจ็บปวดให้จางลงบ้าง หรือไม่ ก็คงจะโกรธนายจริงๆ"


"อะไรของนายวะ พูดจาวกวนอยู่ได้" นี่เริ่มโมโหจริงๆแล้วนะ ตอนแรกก็บอกว่าไม่โกรธให้ผมมีความหวัง แล้วก็กลับมาบอกว่าโกรธอีก


"ตอนที่นายบอกว่าจะลบความทรงจำของคริส นายได้ถามหรือยัง ว่าคริสต้องการให้เป็นแบบนั้นหรือเปล่า นายคิดเอง ทำเอง ถ้าเป็นนาย นายจะโกรธไหม หากคริสทำอะไรโดยไม่ถามความสมัครใจของนายก่อน เป็นฉันคงทั้งโกรธทั้งโทษตัวเอง ที่ปล่อยให้นายจมอยู่กับความทุกข์เพียงลำพังในขณะที่คริสลืมทุกอย่างแล้วได้เริ่มต้นชีวิตใหม่"


"................."


"ทีนี้นายเข้าใจหรือยัง ว่าควรทำอะไรต่อไป.....ไปจัดการคุยกันซะ ฉันจะรออยู่ที่นี่"

 




ผมตัดสินใจจะลองทดสอบสิ่งที่เอริคพูดดูก่อน มันก็ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะที่คริสจะจำทุกอย่างได้ มีความเป็นไปได้ว่าแม้การลบความทรงจำของผมไม่ได้ผล แต่คริสอาจจะช็อคจนสมองสั่งให้ลืมทุกอย่าง


หลังจบคลาสที่มีนักศึกษาที่เป็นคนรักของผมนั่งเรียนด้วย พอลูกศิษย์ในคลาสเริ่มทยอยออกไป ผมก็เอ่ยปากทักคนตัวขาวก่อนเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปี


"คริสรอก่อน" เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองตาขุ่น ตลอดสามชั่วโมงที่นั่งฟังบรรยาย เจ้าตัวไม่มองสบตาผมเลยด้วยซ้ำ


"มีอะไรเหรอพี่...เอ๊ย อาจารย์" โลมาที่นั่งอยู่ด้วยเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาให้เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว คงเห็นว่าเพื่อนสนิทไม่ยอมพูดอะไร ส่วนผมก็จ้องหน้าคนงอนเงียบๆ ....คงจะยังโกรธที่โดนไล่ออกจากห้องเมื่อวานแน่


"ฉันมีของบางอย่างจะให้คริส นายอยู่ด้วยก็ได้นะโลมา"


"ของเหรอ?" เพื่อนสนิทของคนรักมองมาแบบแปลกใจ


"ใช่ พอดีว่าฉันเก็บมันไว้นานแล้ว อยากจะมอบมันให้กับคริส" ผมดึงสิ่งนั้นออกจากกถุงกระดาษใบใหญ่ ส่งไปให้เจ้าของมันที่มองตาวาวขึ้นมาแว๊บนึง


หึ


"อะไรอ่ะ ตุ๊กตา?" โลมามองของนั้นเช่นกัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าผมให้มันกับคริสทำไม มีเพียงผมกับคริสเท่านั้นที่รู้ว่าตุ๊กตานี้สื่อความหมายยังไง


มันคือตุ๊กตาพี่สิงโต ชื่อเดียวกับที่คนใจดีที่เก็บผมมาเลี้ยงตั้งให้กับผมนั่นแหละ


"มันถูกทิ้งน่ะ ในบ้านของคริส บ้านหลังนั้นคงไม่ได้กลับไปเลยสินะ ฉันก็เลยเอามาไว้กับตัวเอง"


ตั้งแต่ที่พาคริสที่หมดสติไปส่งให้โลมาเมื่อปีก่อน ผมก็คอยวนเวียนไปดูบ้านของคริสให้ ซ่อมแซมจนมันกลับมามีสภาพแบบเดิม และเอาตุ๊กตาพี่สิงโตกลับมาที่ห้องด้วย ผมนอนกอดมันทุกคืนเป็นตัวแทนของเจ้าของมัน ทั้งที่แต่ก่อนคอยแต่จะจับมันโยนลงเตียง ตอนนี้มันกลับเป็นเพื่อนเพียงตัวเดียวที่อยู่กับผมยามที่ไม่สามารถกอดคริสได้อีกแล้ว


"แล้ว...แล้วมันคืออะไรล่ะอาจารย์" คนลืมความงอนพูดเสียงสั่นนิดหน่อย ถ้าไม่รู้เรื่องมาก่อน ผมก็คงจะไม่ได้สังเกตุ ว่าหัวใจคริสเต้นแรงแค่ไหน


"ตุ๊กตา ฉันให้ รับไปสิ ขอโทษด้วยที่วันนั้นทำรุนแรงกับนาย"


"ทำ? พี่ทำอะไรไอ้คริส" โลมาตาโตอย่างตกใจ มองหน้าคริสกับผมสลับกันไปมา


"ไม่ ไม่มีอะไรหรอกไอ้โล ผม..ผมคิดได้ว่ามีธุระ ผมขอตัวก่อน" คริสทำท่าจะเดินออกไปแต่ผมรีบชิงพูดขึ้นมาก่อน


"ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่จำเป็นแล้วสินะ ฉันเอามันไปทิ้งหรือว่าเผาไปซะก็ไม่เป็นไรใช่รึเปล่า"


"ไม่!!" คริสรีบหันกลับมาทันที


"ไม่อะไร คริสไม่รับมันนี่ ฉันจะทำอะไรกับมันก็ได้ ก็แค่ตุ๊กตาเน่าๆตัวนึง"


"อย่ามาว่าพี่สิงโตนะ พี่สิงโตเป็นของที่แม่ซื้อให้เราเป็นชิ้นแรกตอนเด็กๆ..........!!!" คนหลุดตวาดออกมาด้วยความลืมตัว พอคิดได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกมา ก็ตาโตยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ


"หึ ตอนเด็กๆสินะ" ผมยกยิ้มอย่างผู้มีชัย


"ไอ้คริส" โลมาก็มองหน้าเพื่อนอย่างงุนงง


"เรา...ผม...เอ่อ กูกลับก่อนดีกว่าไอ้โล"


"จะไปไหน" ผมรีบขวางเอาไว้ด้วยตัวเองทั้งตัว ความเร็วของแวมไพร์เหนือกว่ามนุษย์อยู่แล้ว คริสเบรคไม่ทันก็ชนเข้ากับหน้าอกผมจนเซ ผมใช้โอกาสนี้คว้าเอวช่วยพยุงและกอดรัดเอาไว้


"ปล่อย"


"ไม่"


"ปล่อยนะ"


"ไม่ปล่อย"


"เราบอกให้ปล่อยเราไง สิงโต!!"


"จำได้จริงๆด้วยสินะ คริส เด็กดีของฉัน"


"จำ..จำอะไร ผมจำไม่ได้ คุณมั่วแล้ว"


"ทำไมถึงทำแบบนี้คริส ยังโกรธฉันอีกเหรอ คริสจะไม่มีวันยกโทษ ไม่มีวันให้อภัยฉันใช่ไหม"


".............."


"เกลียดฉันสินะ ที่ฉันเข้ามาในชีวิตคริสแล้วพรากเอาทุกอย่างไป"


ผลั่ก


มือเล็กผลักผมออกเต็มแรง แต่เจ้าตัวที่แรงน้อยกว่ากลับเป็นฝ่ายถอยหลังออกไป สายตาที่มองมีแต่ความเกรี้ยวกราดไปด้วยความโกรธ น้อยใจ ตัดพ้อ จนผมรู้สึกผิด


"รู้แบบนั้น สิงโตก็ยังทิ้งเรา คิดจะลบความทรงจำของเรา พรากเอาทุกอย่างไปจากเราจริงๆ" เสียงที่อัดแน่นไปด้วยความโมโหของคริสบ่งบอกว่าตัวเค้าจำได้ทุกอย่าง ที่ผ่านมา เค้าไม่เคยลืม


"ไอ้คริส นี่มึงไม่ได้ความจำเสื่อมเหรอ" แม้แต่โลมาก็ไม่รู้เรื่องนี้สินะ


"เออ..." คริสตอบเพื่อน แล้วหันกลับมาทางผมต่อ "เราเสียใจเราเจ็บปวดก็จริง แต่เราก็รักพ่อแม่ เรารักสิงโต สิ่งที่สิงโตทำ มันเลวร้ายยิ่งกว่าลุงของสิงโตที่เป็นคนฆ่าพ่อแม่เรา สิงโตพรากความทรงจำดีๆที่มีทุกคนไปจากเรา!!!!!!"


"คริส..ฉันขอโทษ ฉันแค่ไม่อยากให้คริสต้องเจ็บปวด ถ้าคริสจำทุกอย่างได้ คริสก็จะจมอยู่กับความเจ็บปวด"


"แล้วถามเรารึยัง ว่าเราอยากลืมมันรึเปล่า เราไม่มีพ่อแม่ แต่อย่างน้อยเราก็ยังมีสิงโต มีไอ้โล สิงโตกลับทิ้งเรา แล้วเอาทุกอย่างไปโดยไม่ถามเราเลยว่าเราต้องการแบบนั้นรึเปล่า ...ฮึก.....เราเจ็บ..เราอยากให้สิงโตกอด...ให้ปลอบ...ให้อยู่ข้างๆเรา แต่สิ่งที่เราได้รับคือตอนที่ลืมตาขึ้นมาแล้วไม่เหลือใคร ในเมื่อสิงโตต้องการให้เราลืม เราก็จะลืม....เราทำมันได้แล้ว แล้วสิงโตกลับมารื้อฟื้นมันอีกทำไม!!"


"................"


"สิงโตกลับมาอีกทำไม มาทำให้เราเจ็บปวดอีกทำไม ต้องให้เราเสียใจแค่ไหนถึงจะพอใจห๊ะ!!!!"


"คริส ฉันขอโทษ ขอโทษ" ผมดึงคริสเข้ามากอดไว้แน่น แม้ว่าอีกฝ่ายจะดิ้นรนขัดขืนรุนแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถสู้เรี่ยวแรงมหาศาลได้ จนเริ่มเหนื่อยและยอมยืนนิ่งๆในอ้อมกอดปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเป็นทาง


"ฮึก...สิงโตใจร้ายมาก รู้รึเปล่า"


"ขอโทษ"


"สิงโตมากอดเราช้าไปด้วย ช้าไปเป็นปี .....เราจะมีแฟนใหม่ก็ไม่ได้ มาคอยวนเวียนให้เราเห็นหน้าตลอดทำไม ถ้าจะทำเหมือนเป็นคนไม่รู้จักกัน"


"ฉันไม่ได้อยากให้คริสมีแฟนใหม่ ฉันกลับมาเพราะว่าฉันแก้แค้นให้คริสได้แล้ว ฉันกลับมาคอยคุ้มครองคริส และไม่ให้ใครมายุ่งกับคริสอีก"


"แก้แค้น???"


"ฉันกำจัดลุงโรนัลให้คริสแล้ว"


"สิงโต!! ทำไมทำแบบนั้น ไม่รู้เหรอว่ามันบาป ทำไมไม่ปล่อยให้เวรกรรมตามสนองเค้าเอาเอง สิงโตทำให้ตัวเองมีบาปติดตัวทำไม"


"อะไรของมึงเนี่ยไอ้คริส แทนที่จะสะใจที่ได้แก้แค้น มึงจะมาทำตัวเป็นคนดีอะไรตอนนี้" เสียงโลมาแทรกมาอย่างเซ็งๆ


"กูเกลียดเค้าก็จริง แต่กูไม่อยากให้สิงโตทำร้ายคนอื่น"


"แม้ว่าคนอื่นจะเป็นคนที่ฆ่าพ่อแม่มึงรึไง บางครั้งมึงก็เห็นแก่ตัวบ้างก็ได้นะ โว้ยย นี่กูโกรธนะเนี่ย ที่มึงหลอกกูว่าจำอะไรไม่ได้มาเป็นปี รู้มั้ยว่ากูห่วงมึงแค่ไหน ไอ้ตอแหล"


"กูขอโทษ ก็แค่คิดว่า ในเมื่อสิงโตไม่อยากให้จำ กูก็จะไม่จำ"


"เออ ดี สรุปประชดผัวสินะ แล้วก็ให้กูเครียดอยู่ตั้งหลายเดือน แล้วนี่พี่นึกยังไงมารื้อฟื้นเนี่ย ไหนบอกว่าจะไม่ทำให้มันจำได้อีกแล้วไง แล้วรู้ได้ไงว่ามันไม่ได้ความจำเสื่อมไปจริงๆ" โลมารัวคำถามใส่ชุดใหญ่หลังจากค้อนคริสไปทีนึง


"เพราะแวมไพร์ธรรมดาไม่สามารถลบความทรงจำของใครได้ ต้องได้ดื่มเลือดของมนุษย์ที่มีเลือดบริสุทธ์ในตำนาน ตอนแรกฉันมั่นใจว่าคริสคือคนๆนั้น แต่กลับไม่ใช่.....เอริคเจอคนๆนั้นแล้ว" ชื่อของญาติผู้พี่ผมทำให้โลมาชะงักนิ่งไป


"เจอเหรอ?" คริส


"ใช่ เมื่อวานเอริคมาหาฉัน บอกว่าใช้เวลาเป็นปีเพื่อตามหาเลือดมนุษย์ในตำนาน ตอนนี้มันเจอแล้ว ฉันเลยรู้ว่า จริงๆแล้วคริสไม่ได้ลืมฉันเลย และยังรักฉันอยู่"


"บ้าเหรอ เราไม่ได้พูดแบบนั้นซักหน่อย/////"


"หายโกรธฉันนะเด็กดี สถานการณ์ตอนนั้นมันแย่มาก ฉันไม่อยากให้คริสต้องเจ็บปวดหรือมีความทรงจำที่เลวร้าย ตอนนั้นฉันไม่สามารถอยู่ข้างๆคริสได้เพื่อความปลอดภัยของคริสเอง ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย"


"......................." แม้ว่าเค้าจะไม่ได้พูดตอบรับออกมา แต่สายตาอ่อนแสงลงมากก็ทำให้ผมรู้ว่าคริสใจอ่อนลงแล้ว


"คริส" ผมเรียกชื่ออย่างจริงจัง จ้องเข้าไปในแววตาที่กลับมามองผมอย่างเดิมด้วยความคิดถึง หากอ่อนแอกว่านี้ซักนิด ผมคงร้องไห้แบบคนตรงหน้าไปแล้ว


"ตอนนี้ฉันอยากจะถามคริสอีกครั้ง....ว่าคริสอยากจะเปลี่ยนตัวเองไหม"


"เปลี่ยน?"


"เปลี่ยนเป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธ์ แล้วมาอยู่ด้วยกัน กับฉันตลอดไป"


"สิงโต"


"ตอนนี้ คริสไม่มีใครให้ห่วงแล้ว เราสองคนไปหาที่สงบๆอยู่ด้วยกันตามลำพัง ไม่ต้องพบเจอกับความวุ่นวายอีก คริสไม่ต้องห่วงนะ คริสจะมีฉันตลอดไป"


"แต่ว่า..." คริสมีสีหน้าลังเลและหันกลับไปมองเพื่อนรักตัวเอง ซึ่งโลมาก็รีบชิงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มบางๆ


"มึงตัดสินใจเถอะ ไม่ต้องห่วงกู กูอยากให้มึงมีความสุขนะไอ้คริส สิงโตเป็นคนที่กูวางใจว่าจะดูแลมึงได้อย่างดี ไปเถอะ"


"แล้ว..แล้วมึงล่ะ ไอ้โล"


"กูทำไม?"


"มึง..กับเอริค"


"กูมีครอบครัวไอ้คริส ไม่ได้ตัวคนเดียว กูไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้ พ่อกับแม่จะเสียใจแค่ไหนถ้ากูทำแบบนั้น กูเชื่อว่าพี่เอริคจะเข้าใจ เพราะตัวพี่มันเอง ก็เลือกหน้าที่มากกว่าหัวใจเหมือนกัน"


".............."


"ไปกับสิงโตเถอะ เราไม่ได้จากกันตลอดไปซักหน่อย กูรู้เรื่องมึงดี เพราะฉนั้นมึงสามารถมาเจอกูได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเห็นว่ากูแก่กว่ามึงต้องทนให้กูด่าหน่อยนะ กูคงอิจฉาน่าดูถ้ามึงจะไม่แก่เลย ฮ่าๆๆๆ"


คริสโผเข้าไปกอดโลมาเอาไว้แน่น สองเพื่อนรักกอดกันอยู่พักนึงก็ผละออก


"ขอบใจนะไอ้โล มึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกูเลย" 


"อืม"


"ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะ เอริครออยู่ที่ห้องฉัน มันจะพาเราไปเจอกับเลือดบริสุทธ์คนนั้นด้วยกัน" ผมดึงมือคริสออกไปจากห้องเรียน โดยมีสายตาและรอยยิ้มของโลมามองส่งท้ายตามมา

 




หลังจากพาคริสไปหาเอริค เราก็ออกเดินทางไปตามหาเลือดบริสุทธ์ที่จะเปลี่ยนคริสให้กลายเป็นแวมไพร์ได้ การเดินทางยุ่งยากพอสมควรเพราะคนๆนั้นรู้แล้วว่าเลือดของตัวเองสำคัญกับแวมไพร์ ผมใช้การเจรจาพูดคุยธรรมดา ไม่มีการบังคับหรือข่มขู่ อธิบายเหตุผลที่ต้องการเลือดของเค้าพร้อมกับสัญญาว่าหากได้พลังไปแล้วจะไม่เอาไปใช้ในทางที่ผิด


เอริคกลับไปที่ปราสาททันที ทิ้งให้ผมกับคริสอยู่ที่บ้านในป่าลึกของมนุษย์ที่มีเลือดบริสุทธ์ ซึ่งต้องพิสูจน์จนกว่าเค้าจะยอมเชื่อใจอยู่หลายเดือน


"คริส ทำอะไร" ผมรีบเดินเข้าไปหาคนที่กำลังหาบน้ำเข้ามาในบ้าน


"พอดีน้ำในห้องอาบน้ำหมดน่ะ เราว่างอยู่ก็เลยอาสาน้ารินไปหาบมาให้"


"ทำไมไม่เรียกฉัน ฉันทำให้ก็ได้ ไม่เห็นต้องลำบากไปทำเองเลย"


"ไม่เป็นไร เราไม่มีอะไรทำนี่นา เอาแต่อยู่บ้านเฉยๆก็สงสารน้ารินแย่ มาอาศัยเค้าอยู่แต่กลับไม่ช่วยงานอะไร อีกอย่างกินกับนอนสิงโตก็จะหาว่าเราอ้วนอีก"


"ฉันก็แค่พูดเล่น คริสไม่อ้วนหรอก คิดมากหรือไง" ผมแย่งน้ำในถังไปจากมือคริส เอาไปเทใส่ถังใหญ่ที่ใช้สำหรับเก็บน้ำในห้องน้ำเอง หันกลับมาซับเหงื่อที่ผุดซึมตรงหน้าผากให้คนรัก


"ร้อนไหม"


"ไม่หรอก สิงโตน่ะสิ ร้อนหรือเปล่า สิงโตเคยอยู่สบายมาตลอดต้องมาลำบากแบบนี้" คริสเองก็ใช้ปลายนิ้วขาวเช็ดคราบเหงื่อออกให้ผมเช่นกัน


"ฉันไม่เคยคิดว่าลำบาก แค่มีคริสอยู่ด้วย ที่ไหนฉันก็อยู่ได้ แล้วคริสล่ะ ลำบากหรือเปล่า"


"ไม่เลย เราชอบที่นี่ ที่นี่สงบดี ธรรมชาติแล้วก็ต้นไม้ร่มรื่น แถมสิงโตยังไม่ต้องไปทำบาปกับใครให้วุ่นวายอีก"


"โธ่คริส ฉันบอกแล้วไงว่าตั้งแต่ที่เจอคริส ฉันก็ไม่เคยดื่มเลือดใครอีกเลย นอกจากเมียฉันคนเดียว" ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านริน มนุษย์ผู้หญิงที่มีเลือดบริสุทธ์ในตำนาน ผมก็ได้เลือดของคริสช่วยเอาไว้ทุกครั้ง ผมดื่มแค่พอดีกับที่ร่างกายต้องการ จึงทำให้คริสไม่ลำบาก บางครั้งที่ออกไปล่าสัตว์มาทำอาหารให้กับสองมนุษย์ ก็ใช้เลือดสัตว์ดื่มแทนได้


"ไม่ได้หมายถึงดื่มเลือดซักหน่อย เราหมายถึงพวกแวมไพร์ด้วย ถ้ามีคนจะคิดทำร้ายเรา สิงโตก็ต้องปกป้องเรา แล้วก็ต้องกำจัดพวกนั้นใช่รึเปล่า ถึงจะเป็นสิ่งมีชีวิตอะไรก็ตาม ก็คือหนึ่งชีวิตอยู่ดี ไม่มีใครอยากจะตายหรอกนะ เราอยู่ที่นี่ ปิดหูปิดตาไม่รู้เห็นอะไรซะ เราก็ไม่คิดมาก ขอแค่สิงโตไม่ทำบาปต่อใคร เราก็พอใจแล้ว"


"คริส" ผมดึงคนรักข้ามาอยู่ในอ้อมกอด มือลูบผมนุ่มไปด้วย


"ว่าแต่หิวรึยังสิงโต สองสามวันแล้วนะที่สิงโตไม่ได้ดื่มเลือดเราเลย เอาเลือดเราไปสิ ช่วงนี้เรากินเยอะแข็งแรง เอาไปได้เยอะๆเลยนะ" คริสส่งรอยยิ้มที่ดูมีความสุขมากมายมาให้ ความสุขที่ผมไม่ได้เห็นซะนาน


คริสกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้งหลังจากที่เราเข้าใจกัน เค้าบอกว่าทำใจเรื่องของพ่อกับแม่ได้แล้ว ผมจึงสบายใจขึ้นบ้าง เหมือนตัวเองได้รับการให้อภัย ปลดปล่อยจากความกังวลทุกอย่าง


"ทั้งสองคน" เสียงหญิงวัยกลางคนเรียกออกมาจากด้านในบ้าน คริสผละจากผมไปส่งยิ้มให้


"น้าริน ผมกับสิงโตเอาน้ำไปใส่ไว้ในห้องน้ำแล้วนะครับ น้ารินจะได้ไม่ต้องไปหาบมา มันหนัก คราวหลังถ้ามีงานอะไรหนักๆก็บอกผมนะ อย่าทำเอง"


"อืม เข้ามาในบ้านสิ น้ามีเรื่องจะคุยด้วย" รินยิ้มบางๆให้คริสแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน เรามองหน้ากันแล้วก็เดินตามเข้าไป


"น้ารินมีอะไรเหรอคัรบ"


"คริส น้าเห็นเราเป็นเด็กดี เอ็นดูเราเหมือนลูกหลาน น้าอยากถามอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายนะ เราอยากจะเปลี่ยนตัวเองเป็นแวมไพร์จริงๆใช่มั้ย"


คนถูกถามไม่ได้มีท่าทางคิดหนักหรือกังวลใจอย่างที่ผมกลัว กลับยิ้มด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ พยักหน้าลงอย่างหนักแน่น


"ครับ ชีวิตของผม เหลือแค่สิงโตคนเดียวเท่านั้น และสิงโตเองก็เหลือแค่ผมคนเดียว ถ้าผมเป็นมนุษย์ก็จะมีอายุที่สั้นกว่า หากผมตายไปก่อนสิงโตก็จะต้องคนโดดเดี่ยวไปอีกนานหลายพันปี ผมเข้าใจความรู้สึกของการไม่เหลือใครดี และไม่อยากให้สิงโตต้องอยู่อย่างเจ็บปวด ....เราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป"


"แล้วคุณล่ะ หากได้เลือดไป เธอยืนยันให้ฉันมั่นใจอีกครั้งได้รึเปล่า ว่าจะไม่เอาพลังไปทำอย่างอื่น นอกเหนือจากการเปลี่ยนคริส จะไม่ทำบาปกรรมต่อสัตว์โลกทั้งหลาย ยึดมั่นใจความดี ดูแลคริสให้มีแต่ความสุข"


"ฉันสัญญา" ผมตอบรับอย่างหนักแน่นเช่นกัน


"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะมอบเลือดของฉันให้เธอ"


"น้าริน" คริสยิ้มอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ ไม่ต่างไปจากผมที่ยกยิ้มบางๆ มองสบตากับคริสด้วยความรู้สึกเดียวกัน


"น้าเห็นแล้ว ว่าสองคนรักกันมากแค่ไหน ตลอดเวลาหลายเดือนที่อยู่ที่นี่ ทั้งสองเป็นคนดี ถึงสิงโตจะเป็นแวมไพร์แต่คุณก็ไม่ได้คิดร้ายเหมือนแวมไพร์อื่นๆที่ฉันเคยเจอ คุณเหมือนกับวสัน แวมไพร์ที่เคยได้เลือดของฉันไปเปลี่ยนคนรักของตัวเอง" รินมีน้ำเสียงเศร้านิดหน่อยเมื่อพูดถึงแวมไพร์ที่เอริคไปสืบข่าวมา แวมไพร์รักสันโดนที่มีความรักกับมนุษย์ผู้หญิงคนนึง เท่าที่จำได้ เอริคบอกว่ารินเองก็รักวสันมาก แต่เมื่อวสันรักกับผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่เปลี่ยนใจ ก็ยอมตัดใรจและมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่


ผมจะไม่พูดหรือตอกย้ำกับอดีตที่เจ็บปวดของใครอีก เราทุกคนต่างก็มีเรื่องที่อยากจะเก็บมันไว้ในใจเพียงคนเดียว


"ขอบคุณ" ผมตอบรับกลับไปสั้นๆ แต่จริงใจ


"ขอบคุณน้ารินมากนะครับ ผมขอบคุณจริงๆ" คริสก็ยิ้มกว้างเข้าไปกอดรินเอาไว้


"ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้น ก็ดูดเลือดฉันได้เลย"


"น้ารินไม่ต้องห่วงนะครับ สิงโตไม่ดูดเลือดน้ารินจนหมดหรอก ผมจะยืนอยู่ด้วย ถ้าดื่มมากไป เดี๋ยวผมจัดการสิงโตให้เอง ไม่ต้องกลัวด้วยนะ สิงโตน่ะ กัดไม่เจ็บเลยจริงๆ" เสียงใจๆของคริสทำให้รินหัวเราะลั่น เอ่ยปากแซวจนคนพูดหน้าแดง


"จริงเหรอ ถึงแม้ทั้งคู่จะนอนอีกห้อง แต่ในป่าเงียบๆแบบนี้ ไม่ใช่ว่าน้าจะไม่ได้ยินเสียงนะ ได้ยินคริสบ่นว่าเจ็บบ่อยๆนี่นา" สายตาคนแซวสื่อความหมายได้ดีว่ารู้อะไรๆมากกว่าที่พูด


"เอ่อ น้า...น้าได้ยินด้วยเหรอ ///////"


"หึ"


"ขำอะไรสิงโต เพราะสิงโตคนเดียวเลย เราบอกแล้วว่าอย่าๆ" แล้วก็หันมาต่อว่าผมแก้เขิน


"คริสก็รู้ว่าการดื่มเลือดของคริสกับเรื่องแบบนั้นมันเป็นของคู่กัน"


"ทะลึ่ง ลามกน่ะสิ ไอ้แวมไพร์หื่น"


"พอแล้วๆ อย่าเถียงกันเลย เอาเป็นว่าเริ่มซักทีเถอะ ใกล้ค่ำแล้ว เวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่สุด พระจันทร์ก็เป็นสีแดงด้วย" เหมือนรินจะรู้เรื่องการให้เลือดตัวเองกับแวมไพร์พอสมควร เธอมองพระจันทร์ แล้วก็หันมายิ้มให้ผม


การจะรับเลือดที่เป็นเลือดของมนุษย์เลือดบริสุทธ์ในตำนาน ต้องผ่านการกัดและดูดกินสดๆ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ผมจะต้องกัดคอรินโดยตรง คริสยืนลุ้นอยู่ข้างๆจนกระทั่งผมดื่มเลือดเสร็จ มันไม่มากถึงชีวิต แต่ก็ทำให้เจ้าของร่างอ่อนแรงลงไป


"น้าริน เป็นยังไงบ้าง ดื่มน้ำหวานๆหน่อยนะครับ" คริสยื่นแก้วน้ำที่มีน้ำหวานสีแดงส่งไปให้ เธอรับไปดื่มจากนั้นก็ขอตัวเข้านอนเพื่อพักผ่อนร่างกาย


"เราก็เข้าห้องเถอะ" ผมจูงมือคริสเข้าห้องนอนบ้าง คนตัวขาวจ้องมองหน้าผมอยู่กลางห้องด้วยสายตาอยากรู้


"รู้สึกยังไงบ้างสิงโต"  


"รู้สึกได้ถึงพลัง นี่เป็นเลือดบริสุทธ์ในตำนานจริงๆ" มันต่างจากตอนที่กัดคริส ตอนนั้นพลังในร่างกายไม่ได้เพิ่มขึ้นมหาศาลขนาดนี้ ผมรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่จะไม่มีวันแพ้ใครไหลเวียนอยู่ในร่าง


"แล้ว...แล้วยังไงต่ออ่ะ"


"พร้อมไหมคริส หรืออยากได้เวลาทำใจอีกซักพัก ฉันรอได้นะ จนกว่าคริสจะพร้อม"


"ไม่" คริสส่ายหน้า ขยับเดินเข้ามาใกล้ มือเล็กค่อยๆปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกจนหมด ปล่อยให้เสื้อเชิ้ตสีสะอาดตกจากร่างไปบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ เผยผิวขาวเนียนละเอียดต้องแสงจันทร์สะท้อนราวกับผืนน้ำ


"เราพร้อม พร้อมนานแล้ว เราอยากจะอยู่กับสิงโตตลอดไป เปลี่ยนเรานะ ทำให้เราเป็นเหมือนสิงโต ทำให้เรา...เป็นของสิงโต"


ผมยกยิ้มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรัก สองมือวางบนไหล่ดึงรั้งให้เดินตามไปนั่งที่ข้างเตียง โน้มหน้าลงไปใกล้ซอกคอ


"ถ้าอย่างนั้น ฉันเริ่มเลยนะ"


"อื้อ"


สองคมเขี้ยวแยกออกจากกัน ฝังลงไปที่ต้นคอขาว ความหอมเย้ายวนที่คุ้นเคยส่งกลิ่นอ่อนๆชวนให้หลงไหล ผมดูดเลือดมนุษย์ออกจากร่างกายจนเกือบหมดแล้วใส่เลือดตัวเองลงไปแทน


คริสกระตุกตัวสั่นระริก มือกอดรัดโอบรอบแผ่นหลัง ปลายนิ้วจิกลงมาระบายความรู้สึกของตัวเอง


เลือดแวมไพร์ชั้นสูงกับเลือดมนุษย์บริสุทธ์ไหลเวียนผสมผสานกันในร่างคนตรงหน้า ใช้เวลาเนิ่นนานหลายสิบนาทีในการค่อยๆเปลี่ยนถ่ายเลือด เรี่ยวแรงของคริสที่กอดผมก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


"กรรรรรร" เสียงคำรามหวานอยู่ข้างหู เสียงแยกเขี้ยว จากนั้นเค้าก็กัดตอบกลับมาที่ต้นคอผมบ้างด้วยฟันแหลมคมที่เพิ่งงอกออกมาใหม่



.........คริสได้กลายเป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธ์อย่างสมบูรณ์แล้ว



การเปลี่ยนถ่ายเลือดอาจจะสิ้นสุด แต่การบรรเลงเพลงรักในค่ำคืนนี้ระหว่างแวมไพร์สองตนจะดำเนินต่อไป

 



เกือบเช้ามืดคริสชวนผมออกมานั่งที่หน้าผาใกล้น้ำตกห่างจากตัวบ้านของรินไปไม่มากนัก ละอองน้ำกับไอหมอกทำให้ทิวทัศน์รอบตัวเราดูสวยงามราวกับอยู่บนสวรรค์ ร่างสองร่างนั่งชิดกันห้อยเท้าลงไปเบื้องล่างที่มีน้ำตกกระทบจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ หัวกลมๆพิงซบอยู่ตรงไหล่ผม กับแขนเล็กที่กอดรัดรอบเอว


"มีความสุขจัง" เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาๆ


"ไหวหรือเปล่า เวลามีอะไรกันคริสจะต้องสลบไป ถ้าอยากนอนพักก็ไปนอนได้นะ ร่างกายเพิ่งจะเปลี่ยนแปลง คงยังไม่เข้าที่" ผมถามคนข้างๆด้วยความเป็นห่วง


"เราสบายดี รู้สึกแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ ไม่เหนื่อยเลยซักนิด"


"ถ้าอย่างนั้นไปต่อกันอีกซักรอบไหม"


"ทะลึ่งละสิงโต ไอ้แวมไพร์หื่น"


"ตอนนี้คริสก็เป็นแวมไพร์นะ ด่าแบบนี้ไม่ได้แล้ว หึหึ"


"แล้วยังไง เราจะด่าเหมือนเดิม ไอ้แวมไพร์หื่น"


"คริส" ผมยิ้มบางๆ ไม่ได้สนใจเสียงด่าอย่างไม่จริงจังของคนรัก ใช้ปลายนิ้วเชยคางมนให้เงยขึ้นมาสบตา


"ฉันเคยบอกหรือยัง......ว่าฉันรักคริส"


"..........เราก็รักสิงโต ขอบคุณนะที่มาสลบอยู่หน้าบ้านเรา สิงโตคือความสุขของเรานะ"


"ขอบคุณเหมือนกัน ที่ให้อภัย และยกโทษให้ฉัน"


"ไม่หรอก เราไม่เคยโกรธ ไม่เคยโทษสิงโตเลย เราจะพยายามลืมเรื่องเลวร้าย แล้วเริ่มต้นกันใหม่นะ" คริสตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม


เราสองคนคุยกันแล้ว ตัดสินใจที่จะอยู่บ้านของรินต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเจ้าของบ้านก็อนุญาตด้วยความยินดี การใช้ชีวิตที่เงียบคือความตั้งใจที่ตรงกันของผมกับคริส ผมเองก็เบื่อกับความวุ่นวาย การแก่งแย่งชิงดีกันของสังคมภายนอก คริสเองก็ชอบที่ผมจะไม่ต้องไปรบราเข่นฆ่าใครอีกให้มีบาปติดตัว 


นานๆครั้งเราก็คงจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปในโลกกว้างเรื่อยๆหรือไม่ก็แวะไปเยี่ยมเยือนทักทายมิตรแท้อย่างโลมากับเอริคบ้างและกลับมาที่จุดเดิมของเรา


ที่บ้านหลังนี้


"อืม เริ่มต้นกันใหม่นะ" ผมยิ้มตอบคนรักกลับไป 


เรานั่งอิงซบกันไปมองธรรมชาติที่สวยงามตรงหน้าไป เพื่อซึมซับความสุขที่กำลังจะเริ่มต้นนับจากนี้


ไม่ว่าจะกี่ร้อย กี่พันปี เราก็จะอยู่ด้วยกันตลอดกาล



....................................................................

จบแล้วสำหรับคู่หลัก(ตอนนี้ยาวมาก) เหลือคู่รองคือเอริคกับโลมา ซึ่งคงเดากันได้เนอะว่าปลาน้อยใจแข็งแค่ไหน

ที่ให้คู่รองจบทีหลังเพราะมีสาเหตุนะ เรียงตามไทม์ไลน์ด้วย แล้วก็อะไรหลายๆอย่างด้วย(อุบไว้ก่อน)

เอาเป็นใช้คำว่า End ในตอนหน้าเลยทีเดียวก็แล้วกัน

เรื่องนี้วางพล็อตยากมาก ตั้งแต่ต้นก็ตัดสินใจมาตลอดว่าจะให้จบแบบไหน แต่ที่แน่ๆเรื่องลบความจำ

อยู่ในพล็อตมาตั้งแต่เริ่มวางโครงเรื่อง จากนั้นก็คิดถึงการเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ จะเห็นว่าเราเน้นย้ำคำว่าเลือดบริสุทธ์มาตลอด นั่นแปลว่าตอนหลังคริสจะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์แน่นอน

ส่วนเรื่องพ่อแม่ก็คิดไว้อยู่ก่อนแล้วเหมือนกัน ถ้ามีพ่อแม่นายเอกเราก็ไม่ยอมเปลี่ยนแน่

ถ้าตอนจบของเรื่องนี้ไม่ถูกใจใครก็ขอโทษด้วยนะ ทุกๆความรักมีบทสรุปที่แตกต่างกัน

มารอเป็นกำลังใจให้คู่รองกันด้วยเน้อ ปล.มีคู่หลักไปป่วนด้วยนะเออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

1,636 ความคิดเห็น

  1. #1636 WTwinter (@WTwinter) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:25
    ดีใจจจจจ พวกเค้าได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ปริ่มมมม~
    #1636
    0
  2. #1629 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 17:11
    ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปแล้วนะ ดีจริงๆเลย.
    #1629
    0
  3. #1612 NALA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:32

    อยากลุกขึ้นปรบมือรัวๆ โรแมนติก มากๆเลยค่ะ อยากขอบคุณไรท์เป็นล้านๆครั้งที่เขียนฟิคสนุกๆแบบนี้ ♥️♥️♥️????????

    #1612
    0
  4. #1564 JutakanWhanyan (@JutakanWhanyan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:47
    เอ้า!?เเล้วยังต้องกินเลือดอยู่ไหมอ่ะ?55555555//อยากรู้จริงๆนะ
    #1564
    0
  5. #1409 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 11:51
    มีความสุขมากๆน๊า
    #1409
    0
  6. #1314 creamsarang (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 15:08
    แฮปปี้แล้ววววเหลือคู่รองแล้วยังไงดี

    สุดท้ายก็ได้เป็นแวมไพร์ งี้คริสก็ต้องกินเลือดเหมือนกันอ่ะดิ
    #1314
    0
  7. #1299 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 12:45
    มีความสุขกันสักทีนะ:)
    #1299
    0
  8. #1278 แสนดี (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 22:52
    จบแบบนี้ดีแล้วค่ะ ปู่กับคริสมีความสุขมากๆ
    #1278
    0
  9. #1257 candy_peraya (@candy_peraya) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 21:30
    จบแบบนี้ดีที่สุดแล้วล่ะ เราชอบเรื่องแนวนี้มากไรท์แต่งได้สนุกมากจริงๆ ขอบคุณที่แต่งเรื่องราวดีๆมาให้อ่านนะคะ
    #1257
    0
  10. #1229 PATHOMPORN_SOM (@PATHOMPORN_SOM) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 19:50
    อยากได้สเปเชี่ยว คริสสิงง้าาา
    #1229
    0
  11. #1227 Rin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 18:34
    จบด้วยความสุขใจ ยินดีกับทั้งสองตนจริงๆ

    ต้องขอบคุณไรท์จากใจจริงๆค่ะ..เก่งจริงๆนะตัวแค่เนี้ย 555

    เล่นเอาคนอ่านใจหายใจคว่ำ..คาดเดาไปต่างๆนาๆ หนุกดีนะคะไรท์

    ชื่นชมทุกครั้งที่อ่านเรื่องของไรท์ เราตามเก็บหมดเลยในเด็กดี มีหลายเรื่องที่อยากได้เป็นหนังสือเก็บไว้อ่าน

    รวมเล่มหรือเปล่าคะ...อยากได้ซัก3-4 เรื่อง

    ปล. อยากรู้ความเป็นไปของคู่รักอมตะอีกค่ะ ขอฉากแบบว่า น้องคริสใส่หูแมวซักตอนได้มั้ยอ่ะ....55555
    #1227
    0
  12. #1226 Falafernnn (@Falafernnn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 17:11
    ฮืออ จบแล้ว แฮปปี้มาก รอคู่เอโลต่อน้าา
    #1226
    0
  13. #1225 0898194997 (@0898194997) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 16:29
    รออ่านคู่รองนะคร๊ คู่หลังจบสวยงามมากคร๊ อ่านแร้วนึกถึงแวมไพร์ทไวไลเลย อยากเจอแวมไพร์ในชีวิตจริงบางจัง...อิอิ คือแบบว่ามะอยากแก่อะไรแบบเนี่ยคร๊555555
    #1225
    0
  14. #1224 Love SinB (@0905865957tt) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 14:35
    แฮปตามมม555
    #1224
    0
  15. #1223 Love SinB (@0905865957tt) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 14:34
    ดีใจที่เเฮป แต่อ่านมาแล้วแบบ สงสารน่าริน จบุง ฮื่อแ รักวสัน
    #1223
    0
  16. #1222 ryokiller13 (@ryokiller13) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 13:07
    งื้อออออออ ดีต่อใจๆๆๆๆ เห็นเค้าแฮ้ปปี้ เราก็แฮปปี้ตามมมมม รอคู่รองน้าาาาา อย่าน้อยหน้าคู่หลักนะพี่เอริค กิกิกิ
    #1222
    0
  17. #1221 Neenojung (@Neenojung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 12:46
    มีความสุขจัง เค้าสมหวังกัลอย่างมีความสุข งื้ออออ
    #1221
    0
  18. #1220 5832 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 12:27
    งื่ออออออออออออ มันดีมากจริง
    #1220
    0
  19. #1217 Ice_Iris (@Ice_Iris) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 11:01


    มีความสุข

    ขอบคุณที่แบ่งปันขอรับ


    #1217
    0
  20. #1216 koyzaa2545 (@koyzaa2545) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 10:47
    เราก้จะไปลุ้นคู่ของปลาน้อย
    #1216
    0
  21. #1215 Tain_LSM (@mon35) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 10:34
    งือออ แฮปปี้ดีงามม รอเอริคโลมาต่อนะคร้าบบบ
    #1215
    0
  22. #1214 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 10:07
    อยู่ด้วยกันตลอดไปเนอะ ;--;
    #1214
    0
  23. #1213 rain27kith (@rain27kith) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 10:05
    การจะได้สิ่งหนึ่งก็ต้องแลกมาด้ยวอีกสิ่งหนึ่ง
    #1213
    0
  24. #1212 Jumttt555 (@Jumttt555) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 10:00
    ไรทแต่งเก่งน้า เราชอบ รอคู่รองค่ะอยากรู้ว่าจะจบแบบไหน
    #1212
    0
  25. #1211 a_liew (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 09:53
    T_T' ถึงจะสงสารอิปู่ แต่ก็หมั่นไส้นางไปด้วย

    อยากให้น้องคิดเอาคืนนางให้หนัก

    ทำอะไรไม่คิดถึงใจน้อง !!

    แหม มีการเอาสิงโตมาล่อหลอก #จอมวางแผน #จอมมารยา

    สงสารน้องคิด ;____; ยังไงเราก็เข้าข้างน้อง



    happy ending ไปอีกคู่ จบแบบหวานละมุนนนน

    ชอบตอนที่น้องถูกเปลี่ยนเป็นแวมฯ แล้วคำราม >/////< ฮื่ออออออ

    มันกร๊าวววววใจมากกกกกก

    นู๋น่าฟัดให้อิพี่สิงสลบบ้างนะคะลูก ไหน ฯ ก็ไหน ๆ แล้ว อย่าให้เสียเชิง?



    รอลุ้นคู่น้องโล -_-' ไม่ง่าย แต่ท่ายากน่าจะเยอะ #ม่ายช่ายยยยย

    อิพี่เอริค คงต้องทำการบ้านหนักหน่อย น้องมันไม่ธรรมดา สายแข็งด้วยนะนั่น!!!
    #1211
    0