{Blood} เลือดอมตะ [Fanfic Singto Krist]

ตอนที่ 20 : ทางแยก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    2 ก.ย. 60





"ลุงโรนัล" สิงโตเรียกคนแปลกหน้าว่าแบบนั้น


ในน้ำเสียงมีทั้งความเคารพเกรงใจและไม่พอใจปะปนกันอยู่ ที่น่าแปลกกว่าคือการที่เค้าเอาตัวเองทั้งตัวบังผมไว้จนมิดเหมือนไม่อยากให้ลุงของตัวเองเห็นหน้าผม


ลุงโรนัลของสิงโตอยู่ในชุดสูทดำทั้งตัวดูน่ายำเกรง ใบหน้าเรียบเฉยนิ่งสนิท นิ่งยิ่งกว่าสิงโตซะอีก สำหรับคนรักผมยังมีใบหน้าที่หลากหลายบ้างในบางครั้ง แม้จะไม่ได้หัวเราะจนสุด หรืออารมณ์ดีอะไรมากมาย แต่ไม่แผ่รังสีอันตรายหรือไม่น่าเข้าใกล้แบบผู้ชายวัยกลางคนนี่เลย


"คาเวลล์ กลับปราสาท" ใบหน้ากะจากสายตาคงประมาณห้าสิบแต่ไม่รู้อายุจริงๆจะกี่ร้อยปีพันปี เอ่ยออกมาจากริมฝีปากสีดำสนิทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชา แววตาทุกอย่างว่างเปล่าราวกับคนไร้ความรู้สึก


นี่คือแวมไพร์เลือดบริสุทธ์อีกตนสินะ


"ไม่" สิงโตปฏิเสธแทบจะทันทีด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่ต่าง


"ไปคุยกัน พามนุษย์คนนั้นไปด้วย"


"ผมไม่ไป ลุงกลับไปก่อน เอาไว้ผมจะไปหาที่ปราสาทอีกที"


"รู้หรือเปล่า" ลุงของสิงโตยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยพอๆกับน้ำเสียง แม้ว่าคำพูดต่อมาจะฟังดูโหดร้ายแค่ไหนก็ตาม


"ถ้าไม่ไปตอนนี้ ฉันจะให้พวกมันจัดการมนุษย์นั่นซะ"


หลังจบคำพูดเหมือนข่มขู่ก็รู้สึกถึงไอเย็นรอบตัวกับสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมา แต่ไม่ว่าจะหันไปมองทางไหนผมก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความเงียบในบริเวณรอบบ้าน ไม่มีใครซักคนผ่านมาทางนี้ ทุกอย่างเงียบสนิท จะว่าไปตั้งแต่เข้ามาในหมู่บ้านผมก็รู้สึกว่ามันเงียบแปลกๆ คือเงียบเกินไปเหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย


"ลุงทำอะไรลงไปรู้ตัวรึเปล่า มันจะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่แน่ ใครจะไม่สงสัยที่คนหายไปทั้งหมู่บ้านแบบนี้" สิงโตส่งเสียงรอดไรฟันออกมา ยิ่งเพิ่มความงงให้ผมเข้าไปอีก


"อะไรเหรอเอริค" ถ้าถามสิงโตก็คงไม่ได้คำตอบหรอก ผมเลยหันไปหาอีกหนึ่งตัวช่วยแทน


"กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปหมด คงไม่มีใครรอด"


"บะ บ้าน่า" ถึงคำพูดที่ออกไปจะเหมือนไม่เชื่อ แต่ผมก็เชื่อสนิทกับน้ำเสียงจริงจังและใบหน้าที่ส่ายไปมาช้าๆของเอริค


คงไม่ได้หมายความว่าคนทั้งหมู่บ้านถูกจัดการไปแล้วหรอกใช่รึเปล่า


"ละ แล้ว แล้วคุณป้าข้างบ้านล่ะ" ผมถามเอริคซ้ำเสียงสั่นถึงคนที่สนิทที่สุด คำตอบที่ได้รับคือการส่ายหน้าเครียดๆเหมือนเดิมทำให้ผมแทบจะทรุดลงไปกับพื้น มองไปที่บ้านหลังติดกันที่เงียบกริบ


.....คุณป้า


"ฉันไม่มีอะไรต้องกลัว ในเมื่อพวกมนุษย์หน้าโง่นั่นไม่มีทางหาสาเหตุการตายได้อยู่แล้ว" แวมไพร์เลือดเย็นที่สุดเท่าที่เคยเจอเอ่ยแบบไม่แคร์อะไร จากนั้นก็เลื่อนสายตามามองผม ผมที่ขยับไปหลบหลังสิงโตทันทีพอดีกับที่สิงโตขยับมาบังผมเอาไว้ทั้งตัว


"อย่าแม้แต่จะคิด" พร้อมกับขู่ด้วยเสียงที่น่ากลัวอย่างไม่เคยได้ยินมาก่อน


ตอนเอริคคิดจะฆ่าผม น้ำเสียงสิงโตยังไม่น่ากลัวเท่านี้เลย


"ต่อให้เป็นผู้นำ ก็ไม่สามารถสู้กับเลือดบริสุทธ์นับร้อยได้หรอกนะ คาเวลล์ ทางที่ดีพาตัวมนุษย์นั่นกลับไปคุยกันที่ปราสาทซะ"


"คิดว่าผมโง่เหรอลุงโรนัล พาคริสกลับไปที่นั่นก็เท่ากับไปตายเท่านั้น"


"แต่ถ้าไม่ไป พ่อกับแม่ของมนุษย์นั่นจะเป็นฝ่ายตายแทน" คำพูดของลุงสิงโตทำให้ผมตัวเย็นเฉียบชาไปทั้งร่าง


"ว่าไงนะ พ่อกับแม่เหรอ หมายความว่ายังไง คุณทำอะไรกับพ่อแม่ของผม"


"หุบปากซะ! สัตว์ชั้นต่ำไม่มีสิทธ์พูดกับฉันถ้าฉันไม่อนุญาต" เสียงตะคอก การแยกเขี้ยวคำราม สายตาน่ากลัว ทุกอย่างทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวก็จริง แต่ก็ไม่เท่ากับความเป็นห่วงพ่อกับแม่ของตัวเอง เลยทำให้ต้องถามซ้ำออกไปอีกครั้ง


"คุณตอบผมที คุณทำอะไรกับพ่อแม่ของผม"


"ไปที่ปราสาทสิ แล้วจะได้เจอ"


"สิงโต" ผมหันไปหาคนที่รักหลังจากลุงของเค้าพูดเหมือนจะบอกว่าพ่อกับแม่ผมอยู่ที่นั่น


"ไม่ได้คริส อันตรายเกินไป ที่นั่น มีแต่แวมไพร์" สิงโตส่ายหน้า นั่นยิ่งทำให้ผมผิดหวังมาก


"แต่พ่อแม่เรานะ"


"ใช่ พ่อแม่ของแก ถ้าแกไม่ไป แกจะไม่มีวันได้เห็นหน้าพ่อกับแม่แกอีก ทีนี้ก็จงหุบปากแล้วตามมาซะดีๆ"


"ไม่ได้คริส" มือแข็งแรงของสิงโตรั้งแขนผมเอาไว้พร้อมกับส่ายหน้า


"ถ้าสิงโตไม่ไป เราจะไปคนเดียว"


"จะบ้าหรือไง รู้ตัวรึเปล่าว่าถ้าไปเหยียบที่นั่นจะเกิดอะไรขึ้น กลิ่นเลือดนายหอมหวานขนาดนี้ ต่อให้เป็นพวกของฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าจะห้ามไหวหรือเปล่า"


"ฟังที่คาเวลล์พูดเถอะคริส ถึงจะเป็นพวกของเราถ้ารู้ว่าคาเวลล์รักกับมนุษย์ พวกนั้นไม่มีทางยอมง่ายๆเหมือนที่ฉันยอมแน่ อย่างดีก็กำจัดแค่นาย ถ้าเลวร้ายที่สุดคาเวลล์ก็จะต้องถูกกำจัดไปด้วย" แม้แต่เอริคยังเอ่ยปากห้าม


สิ่งที่เอริคพูดมาผมรู้ดี ผมเข้าใจ แต่ผมไม่สามารถเห็นแก่ตัวทิ้งพ่อแม่เอาไว้แบบนั้นได้ พวกนี้คือแวมไพร์ และมนุษย์คืออาหาร การปล่อยพ่อกับแม่ไว้ที่นั่นนานๆ ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกท่านจะปลอดภัย


"ผมจะไป" ผมเมินคำคัดค้านของทั้งสิงโตและเอริค หันกลับไปหาโรนัลแทนด้วยสายตาที่สั่นกลัว แต่ก็ต้องทำ


"ไม่นะคริส / บ้าจริง" ทั้งสิงโตและเอริคต่างก็ร้องขึ้นพร้อมกัน ส่วนลุงของทั้งคู่ไม่ได้สนใจแค่พูดกับผมแล้วส่งสายตาไปที่ประตูรถตู้ของตัวเอง


"อย่างนั้นก็ขึ้นรถ"


"ไม่คริส ฉันไม่ให้ไป"


"เราต้องไปสิงโต นั่นคือพ่อแม่ของเรา อะไรก็ตามที่จะทำให้พ่อกับแม่ปลอดภัย ต่อให้แลกกับชีวิตเรา เราก็ยอม"


"แล้วพวกเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าลุงโรนัลจับพ่อกับแม่ของคริสไปจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดหลอกล่อให้คริสไปที่ปราสาท ผมจำได้ว่าพ่อแม่คริสอยู่ต่างประเทศนะ" คำทักท้วงของเอริคทำให้ผมชะงักเท้าตัวเอง


"การพาใครสักคนข้ามประเทศมันไม่ยากหรอก ในเมื่อพวกของเรามีอยู่ในทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน คิดว่าที่ฉันมาช้าทั้งๆที่รู้มาได้สักพักแล้วว่าคาเวลล์มันรักกับมนุษย์เป็นเพราะอะไรกันล่ะ"


"................" พวกเราทั้งสามเงียบไป สีหน้ามีแต่ความกังวลใจโดยเฉพาะผม


"แต่ถ้ายังอยากได้คำยืนยัน อย่างนั้นก็ดูนี่" โรนัลล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ดึงโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเปิดรูปภาพนึงให้ดู


ภาพที่ทำให้ผมหวาดกลัวสุดหัวใจ


ภาพของพ่อกับแม่ถูกจับมัดไว้ในห้องนึงโดยมีผู้ชายหลายคนที่มีดวงตาสีแดงยืนคุมอยู่ สีหน้าพ่อกับแม่ดูทั้งช็อคและกลัวมาก


"พ่อ แม่ ฮึก"


"นี่มันห้องใต้ดินในปราสาทของเราจริงๆด้วยคาเวลล์" เอริคเอ่ยยืนยันความหวาดกลัวของผมเข้าไปอีก


"ผมจะไป จะให้ทำอะไรผมก็จะทำ ขออย่างเดียว อย่าทำร้ายพ่อกับแม่ของผมนะ"


"มาขึ้นรถสิ" ทันทีที่โรนัลเอ่ยปากผมก็ดึงแขนออกจากมือสิงโตแล้วก้าวเข้าไปหาซานตานร้ายอย่างไม่สนใจความปลอดภัยอะไรของตัวเองทั้งนั้น

 




Erik side


คาเวลล์คงเห็นว่าพูดอะไรไปคริสก็คงจะไม่ฟังแล้ว สีหน้าหวาดกลัวแต่สายตาเด็ดขาดทำให้มันเลือกจะเงียบแล้วรีบก้าวขึ้นรถตามคนรักของมันไป ผมเองก็ตามไปอย่างรวดเร็ว หน้าที่ของผมคือปกป้องมัน ซึ่งลุงโรนัลไม่ได้ห้ามอะไร เค้ามาที่นี่เพื่อพาตัวคาเวลล์ ผู้นำคนปัจจุบันของแวมไพร์เลือดบริสุทธ์กลับปราสาทไปอยู่แล้ว


ไม่รู้ว่าอดีตผู้นำมีแผนการณ์อะไร แต่รู้ว่าคนที่เผด็จการและเกลียดมนุษย์สุดๆไม่ได้มาดีแน่


ลุงโรนัลลงจากตำแหน่งเมื่อห้าสิบกว่าปีที่แล้วตามกฎของตระกูลผู้นำ แม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะเดิม อำนาจของเค้าก็ไม่ได้ลดลงตาม มีพวกชนชั้นสูงอีกมากที่ไม่ยอมรับคาเวลล์ ยึดติดกับระบบเดิมๆที่บ้าอำนาจแบ่งชนชั้นอย่างแนวความคิดของลุงโรนัล ดังนั้นแวมไพร์ผู้เกรียงไกรตนนี้จึงยังมีพรรคพวกมากมายที่ติดตามรับใช้ เปรียบไปก็เหมือนกับการคานอำนาจของทั้งสองฝ่าย


ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนในอดีต ส่วนมากแล้วอดีตผู้นำแต่ละรุ่นจะสูญสลายเมื่อถึงเวลา จากนั้นรุ่นใหม่จึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ผมไม่รู้ว่าทำไม ลุงโรนัลถึงไม่เป็นแบบนั้น แต่กฎก็คือกฎ เมื่อคาเวลล์ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้นำรุ่นต่อไปมีอายุครบร้อยปี คนเป็นลุงก็จำใจต้องมอบตำแหน่งให้สืบต่ออย่างไม่เต็มใจ

 



รถคันใหญ่พาเรากลับมายังปราสาทที่ตั้งอยู่ในป่าลึกซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล การจะเข้ามาได้ไม่ง่ายนัก เส้นทางคดเคี้ยวสลับซับซ้อนเพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์มาเจอเข้า


สถานที่พักอาศัยของตระกูลในเมืองไทย เป็นปราสาททรงยุโรปทั่วไป สร้างให้ไม่ใหญ่สะดุดตามากนักกับรูปทรงที่ไม่เข้ากับทวีปเอเชียแบบนี้ รอบด้านมีแต่ต้นไม้ใหญ่สูงหนาทึบจนแสงแดดส่องเข้ามาไม่ถึง ทั่วบริเวณท้องฟ้าเป็นสีดำสนิทตลอดทั้งปี


เงียบ สงบ วังเวง และไร้ความอบอุ่น


จนคริสเริ่มขยับตัวเข้าไปเบียดคาเวลล์ด้วยความกลัว เจ้าตัวก็รับคนรักของมันเข้าอ้อมกอดโดยไม่พูดอะไร


เราสามคนถูกนำทางไปที่ห้องโถงใหญ่ ระหว่างทางมีคนในตระกูลเดินผ่าน หรือแอบมองบ้างด้วยความสนใจ ไม่มีใครกล้าถามเพราะตำแหน่งผู้นำของคาเวลล์ค้ำคอเอาไว้อยู่ แม้ตอนนี้เราจะดูเหมือนนักโทษก็ตาม พวกตระกูลชั้นสูงพากันเดินตามเข้ามาเงียบๆและสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ


"พ่อกับแม่ผมล่ะ" ทันทีที่หยุดเดินกลางห้องโถงคริสก็รีบเอ่ยถามกับลุงโรนัลที่หยุดยืนบนพื้นปูนยกระดับให้ดูสูงกว่าส่วนอื่น


"มนุษย์อย่างแกไม่มีสิทธ์พูด หุบปากไปซะ" ลุงโรนัลตวาดลั่น


"แต่..."


"ปล่อยมนุษย์ไป แล้วผมจะทำตามที่ลุงบอก" คาเวลล์ชิงพูดตัดหน้าคริส เนื่องจากมันและผมรู้ดีว่าอดีตผู้นำคนนี้เกลียดมนุษย์ที่ตนเองมองเป็นเพียงสัตว์ชั้นต่ำแค่ไหน


"ถ้าอย่างนั้น แกจงกำจัดเจ้ามนุษย์นี่ซะ ตอนนี้" คำสั่งที่ผมคิดเอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วทำให้ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ อย่างที่บอกว่าการที่แวมไพร์รักกับมนุษย์ไม่มีทางมีใครยอมแน่


"ผมขอปฏิเสธ ลุงพาพ่อกับแม่คริสมาได้แล้ว นี่ถือเป็นคำสั่งของผู้นำ" เสียงเด็ดขาดเต็มไปด้วยอำนาจทำให้คนแก่เสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย


"แกรักกับมนุษย์ยังกล้าเรียกตัวเองว่าผู้นำอีกเหรอ"


"แล้วลุงต้องการอะไร พาพวกเรามาที่นี่ทำไมกัน"


"ฉันต้องการให้ทุกคนในตระกูลรู้ ว่าผู้นำของพวกมันเป็นคนทรยศต่อเผ่าพันธุ์ เป็นกบฎที่ไปรักกับสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ พวกมนุษย์ก็แค่อาหารของพวกเราเท่านั้น อย่าได้คิดบังอาจมาเทียบชั้น"


"อะไรก็ตระกูล อะไรก็ชนชั้น ลุงไม่คิดบ้างว่ามนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิต มีความคิด มีจิตใจเหมือนๆกับพวกเราเหมือนกัน ทำไมต้องแบ่งแยกด้วย"


"หึหึ นี่คือความคิดของผู้นำอย่างนั้นเหรอ เราอยู่กันมาหลายพันปี ไม่เคยมีแวมไพร์ตนไหนไปข้องเกี่ยวกับมนุษย์นอกเหนือจากดื่มเลือดและเปลี่ยนพวกมันเป็นทาสรับใช้เรา แต่แกกลับทำผิดถึงสองครั้งแล้วคาเวลล์ แกรักกับมนุษย์ครั้งนั้นก็ได้รับโอกาสไปแล้ว มันจะไม่มีครั้งที่สอง!"


"ถ้าอย่างนั้นผมไม่เป็นก็ได้ ผมจะลงจากตำแหน่งเอง ขอแค่คืนพ่อกับแม่ของคริสมา"


"ไม่ได้นะคาเวลล์ แกพูดบ้าอะไร" ผมคัดค้านเป็นคนแรก และเพียงตนเดียว นอกนั้นยืนมองกันอย่างลังเล หากเป็นก่อนหน้านี้ผมคงเห็นด้วยกับลุงโรนัล แวมไพร์ไม่ควรรักกับมนุษย์


แต่ตอนนี้ผมเข้าใจมันดี


"แกแน่ใจนะที่จะลงจากตำแหน่ง" ลุงโรนัลไม่สนใจคำพูดของผมแม้แต่น้อย มุมปากยกยิ้มด้วยความพอใจ


คิดอยู่แล้วเชียวว่าไอ้เจ้าเล่ห์นี่จะต้องหาโอกาสชิงบัลลังก์กลับคืนเข้าซักวัน ถึงได้บอกไงให้รีบเปลี่ยนคริสเป็นแวมไพร์ซะ บ้าเอ๊ย


"แน่ใจ ผมจะลงจากตำแหน่งผู้นำ ใครอยากเป็นก็เป็นไป ถ้าลุงพอใจแล้วก็ส่งตัวพ่อแม่ของคริสมา" คาเวลล์เอ่ยอย่างหนักแน่นสายตาเด็ดเดี่ยว ในอ้อมกอดมีคนที่มองรอบตัวอย่างกังวลใจหนักมาก


ก่อนรอยยิ้มมุมปากจะเพิ่มขึ้น และคำพูดที่เอ่ยออกมาก็ทำให้คนฟังถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น


"เสียใจด้วยนะท่านคาเวลล์ ภาพนั่นน่ะตั้งแต่สามวันที่แล้ว ฉันไม่อยากให้เลือดสำรองเราหมดเลยให้คนของฉันดื่มเลือดสดๆของมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว"


"พ่อ แม่ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ" คริสน้ำตาไหลพรากทันที


บ้าเอ๊ย เสียรู้มันจนได้ ยอมตามมาทั้งๆที่ตัวประกันไม่มีแล้วอย่างนั้นเหรอ


"โรนัลลลล!!!!!!!!!!" คาเวลล์รับร่างคริสไว้ หันกลับมาจ้องอดีตผู้นำที่มีศักดิ์เป็นลุงอย่างเกรี้ยวกราด ทำท่าอยากจะพุ่งเข้ามาจัดการคนแก่เจ้าเล่ห์ หากก็ติดว่าต้องคอยอยู่ใกล้ๆปลอบคริสที่กำลังขวัญเสียอย่างหนัก


การสูญเสียพ่อแม่ไปกระทันหันทำให้มนุษย์ที่นั่งอยู่กลางห้องโถงปิดสวิชไม่รับรู้อะไรนอกจากร้องไห้สะอึกสะอื้นจนน่าสงสาร ยิ่งทำให้คาเวลล์กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ส่งสายตาแค้นเคืองมาให้ราวกับประกาศสงครามไม่นับญาติอีกต่อไป


ไอ้แก่เจ้าเล่ห์มีเหรอที่จะสนใจ ยังคงเหยียดยิ้มพูดแต่เรื่องผู้นำตระกูลของมันต่อไป


"ในเมื่อแกไม่มีคุณสมบัติของผู้นำคาเวลล์ ถ้าอย่างนั้นฉันจะกลับมา..."


"ผมจะทำหน้าที่นั้นเอง" ผมรีบพูดโพล่งขึ้นมาก่อน เรียกสายตาเกรี้ยวกราดจากลุงโรนัลได้อย่างดี


"อะไรของแกเอริค แกยุ่งอะไรด้วย"


"อย่าลืม ว่าถ้าไม่มีคาเวลล์ ผมคือทายาทลำดับต่อไป ตามกฎของพวกเรา"


"แก!! ก็ได้ ถ้าแกอยากจะขึ้นเป็นผู้นำ แกต้องพิสูจน์ให้เห็นก่อนว่าแกเด็ดขาดพอ เริ่มจากการลงโทษพวกมันสองคนซะ พวกมันทำผิด มนุษย์กับแวมไพร์จะรักกันไม่ได้"


"ผมเป็นคนที่จะตัดสินใจเอง ลุงไม่มีสิทธ์นั้นแล้ว ลุงเป็นเพียงชนชั้นสูงธรรมดาอย่าลืม"


"แกคิดจะลองดีเหรอเอริค คิดดูก็แล้วกันว่าแค่เรื่องคาเวลล์แกยังตัดสินใจกำจัดมันไม่ได้ แล้วใครจะยอมรับแกเป็นผู้นำ ถามพ่อแม่แกดูก็ได้ว่าเค้าจะคิดยังไง" สายตาลุงโรนัลมองไปที่มุมนึงซึ่งพ่อแม่ผมยืนรวมกับเหล่าญาติที่มารอฟังคำตัดสินด้วยความอยากรู้


สายตาที่กดดันและบังคับให้ผมตัดสินใจให้เด็ดขาด


ทั้งๆที่ตลอดสองร้อยกว่าปีพร่ำสอนให้ดูแลรับใช้คาเวลล์มาตลอด เพียงแค่มันรักกับมนุษย์ แวมไพร์ทุกตนก็เกลียดมันทันที ไม่เคยคิดเลยว่าเผ่าพันธุ์ของตัวเองจะน่าสมเพชขนาดนี้

"คาเวลล์มันก็ยอมสละตำแหน่งแล้ว ควรจะปล่อยมันไปไม่ใช่หรือไง"


"ไม่ได้!!" ลุงโรนัลตวาดลั่น พร้อมกับเสียงสนับสนุนกันแซงแซ่ "มันเป็นคนทรยศ มันเป็นกบฎ ตัวเองเป็นถึงผู้นำแต่กลับไปรักกับมนุษย์ ถ้ามีใครเอาเยี่ยงอย่างจะปกครองกันไม่ได้อีก แล้วหากเราปล่อยพวกมันไป แกแน่ใจได้เหรอว่าไอ้มนุษย์นี่จะไม่เอาเรื่องพวกเราไปพูดต่อ ในเมื่อฉันฆ่าพ่อแม่มันไปแล้ว"


คำพูดที่ทำให้คริสร้องไห้สะอื้นหนักกว่าเดิมอยู่ในอ้อมกอดของคาเวลล์อย่างน่าสงสาร


"แต่ถึงอย่างนั้น คาเวลล์ก็เคยเป็นผู้นำมาก่อน มันเป็นเลือดบริสุทธ์ชั้นสูงจากตระกูลที่ใหญ่ที่สุด เราต้องให้เกียรติมันบ้าง ผมคิดว่าการฆ่าคาเวลล์มันมากเกินไป"


"ฉันก็ไม่ยอมให้แกปล่อยมันไปเหมือนกัน เอาสิ ถ้าอยากจะเข้าข้างมัน แกเองกับครอบครัวแกก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย" ลุงโรนัลขู่เสียงกร้าว


ผมรู้ดีว่าตอนนี้ผมเสียเปรียบอย่างมาก เนื่องจากลุงโรนัลมีพวกเยอะกว่า และผมยังไม่ได้รับการยอมรับแถมยังถูกมองว่าเป็นคนทรยศเหมือนคาเวลล์ไปแล้วด้วย


"ผมจะคิดเรื่องการลงโทษคาเวลล์อีกที แต่ตอนนี้เอามันกับคริสไปขังไว้ก่อน ห้ามทำอะไรที่ผมไม่ได้สั่ง....อย่าลืมนะว่าตามกฎแล้วผมต้องได้ขึ้นเป็นผู้นำ" ผมรีบเน้นเสียงอย่างจริงจังในประโยคสุดท้าย


"แกเองก็ได้ยินมาว่าไปหลงรักมนุษย์ไม่ใช่เหรอเอริค"


"หึ ดูเหมือนลุงจะรู้ดีจังนะ ไหนละหลักฐาน ถ้าผมรักกับมนุษย์จริง เอาหลักฐานมายืนยันสิ" ดีที่ตั้งตัวได้ไว เลยทำให้ปรับสีหน้าเป็นปกติได้อย่างไม่มีใครสังเกตุอาการชะงักเพียงเสี้ยววินาที


"ที่แกลงใต้ไปกับเพื่อนของไอ้มนุษย์นี่ไงล่ะ หลักฐาน และอามันต์ที่ถูกแกทำร้ายก็รอดกลับมายืนยันกับฉันได้"


ไอ้บ้านั่น น่าจะจำจัดให้สิ้นซากไปซะตอนนั้นจริงๆ


"เจ้ามนุษย์คนนั้นเป็นเพื่อนของคริส มันเอ่ยปากชวน ผมไปเพราะต้องคอยตามรับใช้คาเวลล์ ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันอยู่แล้ว" ภายนอกยกไหล่อย่างไม่แคร์ แต่ในใจผมร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงปลาน้อยของผมมาก


ลุงโรนัลเห็นว่าเถียงไม่ได้ก็ออกอาการไม่พอใจทางสายตา แล้วกลับมาที่เรื่องของคาเวลล์กลับคริสต่อ


"อย่าให้ฉันมีหลักฐานนะเอริค ฉันจะกำจัดมนุษย์นั่นทันทีที่แกเจอมันอีกหน"


แบบนี้ เห็นทีผมคงไม่มีวันได้เจอกับปลาน้อยอีกแล้วสินะ


ผมยิ้มอย่างขมขื่น การตัดสินใจเลือกหน้าที่มากกว่าหัวใจ....มันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง


ผมเข้าใจคาเวลล์แล้ว เข้าใจดีทุกอย่าง


"ลุงไม่มีทางกำจัดผมได้หรอก เพราะผมกับเด็กนั่นไม่ได้ข้องเกี่ยวกัน"


"เอริค" คาเวลล์เงยหน้าขึ้นมามอง ครั้งแรกเลยนะที่มันไม่ได้มองผมด้วยสายตานิ่งเฉย พอมีความรัก แวมไพร์ก็กลายเป็นมีหัวใจได้เหมือนกันสินะ


จากที่ผ่านๆมา ผมเห็นแล้วว่าคาเวลล์มันเปลี่ยนไปมาก มันอ่อนโยนขึ้นตั้งแต่เจอคริส แม้แต่กับเจสันก็ยังไม่เคยเป็นแบบนี้


ผมส่ายหน้าเป็นเชิงบอกให้มันเงียบทั้งที่รู้ว่ามันจะพูดอะไร คงไม่อยากให้ผมเสียสละตัวเองสินะ แต่ช่วยไม่ได้ที่ผมเกิดมาเพื่อเสียสละทุกอย่างให้กับมัน แม้กระทั่งชีวิตหรือความสุขของตัวเอง


"ฉันตัดสินใจแล้ว เอาคาเวลล์กับคริสไปขัง รอการลงโทษอีกที"


"เดี๋ยว!!" เสียงคัดค้านที่ทำให้ผมหงุดหงิดจนต้องหันกลับไปถามคนพูดอย่างไม่พอใจ


"อะไรอีก ตกลงผมหรือลุงกันแน่ที่เป็นผู้นำ ลุงควรให้เกียรติในการตัดสินใจกับผมบ้าง อย่าลืมว่าต่อให้อายุเป็นพันๆปีก็ต้องเคารพผู้นำที่อายุเพียงหนึ่งวันนะ"


"...........ขังน่ะได้ แต่ห้ามให้คาเวลล์ดื่มเลือด แล้วให้ขังรวมกับเจ้ามนุษย์นั่น"


"ว่าไงนะ!!" ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ แบบนี้ก็เหมือนบังคับให้คาเวลล์มันฆ่าคนรักของตัวเองน่ะสิ


อาการกระหายเลือดของแวมไพร์ไม่ต่างอะไรกับพวกมนุษย์ที่ติดยาแล้วลงแดงหรอกนะ จิตใจที่หิวโหยมันยากจะควบคุมได้


"ตามนั้น ถ้าแกยังคัดค้านอยู่ พวกเราจะถือว่าแกเข้าข้างคนทรยศ ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำของพวกเรา" ไอ้จิ้งจอกเก้าหางเอ่ยเสียงเยาะเย้ย ผมคงค้านหัวชนฝาหากสายตาไม่เห็นว่าคนอื่นๆในที่นี้มีสีหน้าเห็นด้วยกันหมด


"ก็ได้ ตามนั้น เอาไปขังที่ห้องใต้ดิน" ในที่สุดผมก็ต้องจำยอม แล้วค่อยคิดหาทางช่วยเอาทีหลังก็แล้วกัน


ทางที่ผมเลือก คงไม่มีวันหวนกลับไปได้อีกแล้ว รวมถึงหัวใจของผมด้วย


การได้เห็นบทสรุปของคาเวลล์และคริสเป็นตัวอย่าง ทำให้ผมตัดสินใจที่จะปล่อยหัวใจของตัวเองให้หลุดลอยไปอย่างนี้น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด


ขอโทษนะ ปลาน้อยของฉัน


End Erik side



....................................................................

ตอนแรกว่าจะให้มีฉากต่อสู้ แต่กลัวจะมากไป เหตุผลคือแวมไพร์ในเรื่องเราตั้งใจแต่งให้สุขุมเข้าไว้

เป็นพวกหยิ่งทนงตัว ถ้าสู้บ่อยจะดูเหมือนนักเลงไปนิด การพูดคุยต่อปากต่อคำเลยเป็นทางเลือก

ปล.เรื่องนี้สำนวนแปลกๆไปนิด คือตั้งใจ มันเป็นแฟนตาซีไง

ปล.สอง อย่าคิดมากนะ มันเป็นเรื่องแต่งอ่ะ

ใกล้จบละ เดี๋ยวค่ำๆมาต่อตอนต่อไปให้นะคะนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

1,638 ความคิดเห็น

  1. #1626 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:55
    มงสารน้องคริสเลย เสียพ่อกับแม่ไปแล้ว อีลุงใจร้ายแถมบ้าอำนาจอีกต่างหาก น่ารักดีแล้วที่เอริครับหน้าแทน.
    #1626
    0
  2. #1406 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 08:47
    ทำไมไม่มีพลังมากกว่านี้น๊าท่านผู้นำ
    #1406
    0
  3. #1367 ThaigJame (@ThaigJame) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 19:58
    โอ้ย..... ปลาน้อย ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยอ่ะ -_-!
    #1367
    0
  4. #1358 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 18:44
    แก่ คลั่งอำนาจ ถึงเป็นแวมไพร์ก็กลายเป็นสวะได้เหมือนกัน
    #1358
    0
  5. #1295 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 07:55
    หน่วงมากกกก!!!
    #1295
    0
  6. #1219 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 11:54
    เริ่มหน่วงแล้วอ่าาาา
    #1219
    0
  7. #1174 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 20:01
    ง่า อยากให้คริสเปลี่ยนเป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์แล้วมีอำนาจเยอะๆๆ จัดการอิลุงมาเฟียไปเลยยยย
    #1174
    0
  8. #1046 rain27kith (@rain27kith) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 19:59
    ไม่คิดมากเพราะมันเป็นนิยาย แต่ไม่รู้ทำไมน้ำตามันจึงไหลพลากๆๆๆ T~T
    #1046
    0
  9. #1043 tor (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 19:55
    เอริคผู้น่าสงสาร

    ทั้งโดนเท ทั้งต้องตัดใจงือออ
    #1043
    0
  10. #1038 Atitima_m (@apichayajunta) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:57
    หือออ ปลาน้อยของฉันนนน สงสารรเอริคอ่าาา TT
    #1038
    0
  11. #1037 Twing (@Twing) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:02
    ไม่เอาค่ะไรท์ ไม่นิยมมาม่านะคะ เรื่องนี้ใจร้ายสุดคงเป็นไรท์เลย ฮืออออออออ~ T^T
    #1037
    0
  12. #1036 Namtan_Eiei94 (@Namtan_Eiei94) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 15:28
    ไรท์อย่าดราม่าเยอะน้ะเค้าขอร้องงง TT จะร้องไห้ละน่ะ งื้อออ~~ สงสารทั้งเอริคทั้งคาเวลล์ทั้งคริสละก็ปลาน้อยด้วยย มาต่อเร้วๆน่ะ อย่าดราม่าเยอะนะเค้าขอร้องงง
    #1036
    0
  13. #1035 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 14:36
    อิปู่บ้าจะมายุ่งทำไมเนี่ย
    #1035
    0
  14. #1034 palmpuntita (@palmpuntita) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 14:10
    ค่ำนี้เจอกันค่ะไรท์
    #1034
    0
  15. #1033 palmpuntita (@palmpuntita) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 14:09
    เราคิดว่าคริสต้องเป็นคนในตำนานชัุวร์ๆๆ
    #1033
    0
  16. #1032 chezlevent (@chezlevent) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 13:51
    คริสสสสส  จะโดนปู่มันดูดเลือดมั้ยนะ  ฮืออออ  สงสารเอริคด้วยอ่ะ
    #1032
    0
  17. #1031 sukauem (@sukauem) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 13:29
    ฮือๆเจ้าปลาน้อยของเอริคช่างน่าสงสาร
    #1031
    0
  18. #1030 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 13:19
    โอ้ย ทำไมลุงเลวได้ขนาดนั้น... สงสารคริสใจคงสลายพ่อ-พร้อมกัน สงสารสิงต้องทนเห็นคนที่ตัวเองรักทรมานโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ที่สงสารที่สุดคงเป็นเอริคที่ไม่มีวันจะได้เจอคนที่รักอีกแล้ว...
    #1030
    0
  19. #1028 JJ_II_BB (@JJ_II_BB) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 12:32
    ค้างมากๆ หวังว่าคริสจะเป็นเลือดบริสุทธิ์ในตำนานนะ
    #1028
    0
  20. #1026 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 12:16
    สงสารคริสอ่ะ
    #1026
    0
  21. #1025 Leki247 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 12:12
    ใจร้ายยยย ตะมายเปนแบบเน้ จะร้องไห้ละนะ สงสารคริสที่ต้องเสียพ่อแม่อย่างไม่ทันตั้งตัว สงสารสิงโตที่ทำอะไรไม่ได้ สงสารปู่เอต้องสละหัวใจตัวเอง ฮื่อออออๆๆ TT
    #1025
    0
  22. #1024 conankun17406 (@conankun17406) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 11:53
    สงสารจังเลย~(เกียจอีลุงโรนัล)????????????
    #1024
    0
  23. #1023 สุวรรณา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 11:26
    ปู่ริคแย่งมาม่าไปกินแทนปู่เวลล์เลย สงสารต้องปล่อยหัวใจตัวเองไปเพื่อหน้าที่ และความปลอดภัยของคนที่รัก โถววว ปลาน้อยยยยย
    #1023
    0
  24. #1022 porawat23456 (@porawat23456) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 11:21
    เกลียดลุงโรนัลคิดจะยึดอำนาจมาเป็นผู้นำล่ะสิ ฮื่ยยยยย!!!ขัดใจ

    สงสารคริสกับสิง
    #1022
    0
  25. #1021 180126 (@180126) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 11:17
    หน่วงได้อีก😂
    #1021
    0