ตอนที่ 13 : ออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    26 ส.ค. 60



อิมเมจ เอริค + โลมา





"ไม่ลืมของอะไรกันแล้วนะ" เสียงเพื่อนรักเอ่ยปากขณะที่มือเข้าเกียร์เตรียมเคลื่อนรถออกจากหน้าบ้าน


วันนี้เป็นวันออกเดินทางท่องเที่ยว จุดหมายปลายทางไม่แน่นอน ที่หมายไม่มี เราแค่ตกลงกันว่าจะขับรถลงใต้ไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่นเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งผมกับไอ้โลเที่ยวกันทุกปิดเทอมอยู่แล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจะจองโรงแรมกับกำหนดสถานที่ไว้ล่วงหน้า แต่ไม่เคยขับรถลงใต้แล้วไปตายเอาดาบหน้าเลยซักครั้ง


น่าตื่นเต้นดีชะมัด


คิดถึงวันที่พวกเราหาที่พักไม่ได้ ฝนตก อากาศย่ำแย่ ตื่นเต้นดีมั้ยล่ะ เหอๆๆๆ


"ไม่ลืม" เอริคนั่งเบาๆหน้าคู่กับเพื่อนรักซึ่งเป็นเจ้าของรถและทำหน้าที่คนขับเป็นฝ่ายตอบออกมา


พักหลังบ้านผมมีแวมไพร์เพิ่มมาอีกหนึ่ง เอริคถ้าไม่นับวันที่ตั้งใจจะกำจัดผมทิ้ง ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายหรือเรื่องมากอะไร มาอาศัยนอนก็นอนที่โซฟาให้ขึ้นไปนอนห้องพ่อกับแม่ชั้นบนก็ไม่ไป


"สิงโตล่ะ ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย ส่วนของสำคัญของพวกนายสองคน เราแพ็คมาให้แล้ว" ก่อนออกผมเช็คดูดีแล้วว่าเอาเลือดใส่มาด้วย สิ่งเดียวที่หาซื้อเอาระหว่างทางไม่ได้หากลืม ไม่ได้เอามานี่เรื่องใหญ่แน่


"เออ แล้วไอ้กระเป๋าเก็บความเย็นนั่นมึงเอามาทำไรวะไอ้คริส เห็นหวงจังกูจะช่วยขนก็ไม่ยอม แถมสั่งห้ามแตะต้องอีก" พอทุกคนส่ายหน้าว่าไม่ลืมอะไรแล้ว ไอ้โลก็ขับรถออกจากหมู่บ้าน แล้วถามถึงกระเป๋าปริศนาของมันขึ้นมา


"เอาเหอะน่า ไว้เผื่อใส่น้ำไง จะได้มีน้ำเย็นๆกิน"


"เกะกะว่ะ อยากกินน้ำเย็นก็แวะซื้อเซเว่นดิวะ จะขนมาทำไมเสียชื่อแบ็คแพ็คหมด เราต้องไปแบบลุยๆนะเว้ย รักสบายจะเรียกแบ็คแพ็คได้ไง"


"มันไม่ควรเรียกแบ็คแพ็คตั้งแต่เราจะขับรถไปแล้วโว้ย ถ้ามึงอยากลุยจริงเสือกเอารถไปทำไม ไม่นั่งรถสาธารณะเอาวะ แล้วไหนจะโน้ตบุ๊คกับอุปกรณ์ไว้เล่นเกมส์มึงอีก แม่ง กูเอาแค่กระเป๋าเก็บความเย็นเล็กๆใบเดียวไป เสือกมาแซะกู" ผมสวนกลับแถมถีบเบาะหน้าตัวเองที่มีไอ้โลนั่งขับรถอยู่แถมไปด้วย


"เหี้ยคริส เบาะกูจะเปื้อน" เจ้าของรถบ่นออกมาเบาๆ


"ไอ้คุณชาย เลอะนิดเลอะหน่อยไม่ได้เลยนะมึง แล้วดูปากบอกจะไปลุย แค่ชุดมึงก็ไม่ผ่านแล้ว" ผมเบะปากใส่ไอ้โลที่ขับรถไปแอบมองผมผ่านกระจกไปด้วย


ดูคนอยากแบ็คแพ็คเอาเถอะ กระเป๋าเดินทางก็เป็นแบบล้อลาก กางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ้ตอย่างเนี๊ยบ เซ็ตผมแบบวัยรุ่นเกาหลี มีเสื้อคาร์ดิแกนทับอีกหนึ่งตัว ลุคคุณชายเหมาะกับผิวขาวอมชมพูของมันสุดๆ แล้วหันกลับมามองผมที่ใส่แค่ยีนส์ขาดๆเซอร์ๆกับเสื้อยืดหนึ่งตัวพร้อมหมวกแก๊ป ตกลงใครอยากลุยกันแน่วะ


"ของแบบนี้มันดูกันที่ภายนอกไม่ได้ ถ้าใจเราอยากจะลุยซะอย่าง ใส่อะไรก็ลุยได้ อย่างมึงไง แต่ตัวแบบพวกไร้อารยธรรมแต่ดันทำตัวได้คุณหนูมาก กระเป๋าเก็บความเย็น เหอๆๆๆ"


"เค้าเรียกแฟชั่นเว้ย ไร้อารยธรรมบ้านมึงสิ"


"ทำไมพวกนายทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอ นี่ตกลงเป็นเพื่อนกันแน่เหรอ" เอริคหันมาว่าอย่างขำๆ หลายครั้งแล้วที่เห็นผมอยู่กับเพื่อนสนิทจนสองแวมไพร์เริ่มจะชินชา มีบ้างที่คนนั่งข้างๆผมทำสีหน้าเบื่อหน่าย หรือรำคาญแบบแสดงออก แต่ถามว่าแคร์มั้ย


ไม่เลยซักนิด


"ผมก็ทะเลาะกับไอ้คริสแบบนี้ตั้งแต่อนุบาลแล้วพี่"


"คบกันนานดีนะ" พี่เอริค


"ไม่มีทางเลือกต่างหากล่ะ แม่งตามไปทุกโรงเรียน" ผม


"พูดไม่เพราะ" สิงโตหันมามองแล้วเอานิ้วดีดปากเบาๆ


"อะไรเล่า ไม่ได้พูดไม่เพราะกับนายซักหน่อย เราพูดกับเพื่อน" ผมเอามือปิดปากตัวเองแล้วงอแงใส่ ส่วนเพื่อนสนิทก็เลิกสนใจแล้วหันไปคุยกับเอริคแทนแล้ว


แรกๆก็ห่วงมันนะว่าเอริคจะทำอะไรมันรึเปล่า แต่ผ่านไปซักพักก็เริ่มคลายความกังวลไปบ้างเนื่องจากว่า มันก็อยู่ในสายตาผมตลอดเวลา ถ้าเกิดอะไรขึ้นสิงโตก็คงห้ามญาติตัวเองเองนั่นแหละ


"ไม่ได้ ถ้าออกมาจากปากนี่ ห้ามพูด" สิงโตใช้นิ้วชี้ข้างขวาและลงมาบนหลังมือผมที่ปิดปากตัวเองอยู่ คล้ายกับจะเอานิ้วแตะลงมาบนริมฝีปากเพียงแต่มันมีมือกั้น


"ทำไมล่ะ"


"มันไม่น่าจูบ"


"ก็ไม่ต้องจูบดิ งื้ออออ" ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีไปนอกหน้าต่างหนีเสียงหัวเราะ หึหึ ของแวมไพร์เจ้าเล่ห์ไปด้วย


"ทำตัวเป็นเด็ก"


"ก็เรายังเด็ก เราเพิ่งสิบเจ็ดสิบแปด ใครจะแก่เหมือนนาย จริงสิ นี่ถามได้ป่ะว่าตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว เราเคยได้ยินมาว่าแวมไพร์จะมีอายุที่เป็นอมตะ นายกับเอริคท่าทางจะอยู่มานานแน่ๆใช่รึเปล่า บางครั้งก็ดูหัวโบราณน่าดู" ผมขยับไปใกล้ แอบกระซิบคุยกันสองคน ไม่อยากให้มนุษย์หนึ่งเดียวที่ไม่รู้เรื่องราวที่กำลังขับรถอยู่สงสัยกับคำพูดเอาได้


แต่มันคงไม่ได้สนใจมั้ง กำลังโดนพี่เอริคแหย่ด้วยคำพูดซักอย่างจนขำลั่น


"ก็อยู่มาจนคริสเกิดได้สามครั้งล่ะมั้ง"


"โหหหห นานขนาดนั้นเชียว อายุเท่าไหรแล้ว"


"ให้ทาย?" แน่ะ เดี๋ยวนี้แวมไพร์มีเล่นนะครับ


"อืมมม" ผมเอียงคอมองหน้าสิงโตไปด้วย กำลังอายุคร่าวๆจากนิสัยและคำพูดที่ผ่านมา


"ถ้าให้ดูจากใบหน้าคงอายุประมาณยี่สิบ เราเคยอ่านในหนังสือแวมไพร์เค้าบอกว่าพวกนายจะหยุดการเติบโตเมื่ออายุยี่สิบ แต่ถ้าให้ดูจากนิสัยแล้วล่ะก็ ไม่ต่ำกว่าสองร้อยปีแน่ๆ"


"ยังไง?"


"ก็บางครั้งพวกนายใช่คำแปลกๆ แบบที่วัยรุ่นเดี๋ยวนี้ หรือแม่แต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ก็ไม่ใช่กันแล้ว"


"อ้อ แล้ว?"


"ก็ไม่ต่ำกว่าสองร้อยปีแน่ๆ"


".............."


"ตกลงเท่าไหร่?"


"ประมาณ 157ปี ล่ะมั้ง?"


"หูยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เรียกคุณปู่ยังไม่ได้เลย ต้องเรียกคุณทวด"


ป๊อก!


"โอ๊ย เจ็บนะ" ผมเอามือกุมหน้าผาก เมื่อถูกมะแหงกเคาะลงมาเบาๆ แต่เจ็บจนน้ำตาซึม


"เป็นเด็กเป็นเล็ก ลามปามเหรอ" สิงโตมองดุๆใส่


"กะแรงไม่เป็นรึไง ไอ้บ้าแวมไพร์ เราเป็นมนุษย์ธรรมดานะ ไม่ใช่ถึก อึด ทน แบบเอริค เวลาถูกนายตีจะได้ไม่เจ็บน่ะสิงโต"


"เจ็บมากเหรอ"


"อืม เจ็บมากกกก" ผมลากเสียงยาวแบบอ้อนๆ โชว์หน้าผากที่น่าจะแดงนิดๆให้ดูด้วย แต่แทนที่จะโอ๋ แวมไพร์ผู้นำตระกูลกลับ..


"สมน้ำหน้า"


"อ้าว?"


"คราวหน้าห้ามลามปาม ห้ามเรียกไอ้ด้วย ฉันแก่กว่าคริสถึงร้อยห้าสิบปีเชียวนะ"


มันน่าภูมิใจเหรอกับความแก่กว่าเยอะปานนั้น


"ใช่ซี้" ผมลากเสียงสูง


"อะไร?" คนข้างๆเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ


"ได้กันแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องเอาใจ คิดอยากจะทำร้ายร่างกายเมื่อไหร่ก็ได้ คิดอยากจะไม่แคร์ก็ไม่ต้องแคร์"


"ฉันเคยเอาใจคริสก่อนหน้าได้กันด้วยหรือไง"


เออ จริงว่ะ สิงโตมันก็ร้ายแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วนี่หว่า อะไรทำให้ผมประชดไปแบบนั้นวะ


"แหะๆ ก็ล้อเล่นไงล้อเล่น แต่เอาจริงๆ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แบบหน้าตายก็ได้นะ"


"คริสเริ่มก่อน"


นั่นก็จริงอีกนั่นแหละ


"โอ๊ะ รถออกนอกกรุงเทพฯแล้ว เร็วดีจัง" เปลี่ยนเรื่องไปสิ รออะไร

 




เราขับรถไปเรื่อยๆแบบไม่รีบร้อน แวะนอนแวะเที่ยวมันทุกจังหวัดที่ผ่าน กว่าจะลงไปถึงด้ามขวานของประเทศไทยจริงๆก็เกือบอาทิตย์ผ่านไปแล้ว ตลอดเวลาพอหาที่พัก ผมก็จะนอนกับโลมา แล้วให้สิงโตนอนกับเอริค มันเลือกมากไม่ได้ เนื่องจากผมไม่ไว้ใจให้เอริคอยู่กับโลมาสองคน แม้ว่าจะถูกสายตาเขม่นจากสิงโตพร้อมความกดดันก็ตาม


จนในที่สุดเราก็มาจังหวัดพังงาในวันเดินทางแบ็คแพ็ควันที่แปด อย่างที่บอกว่าไม่รีบร้อนมาก แต่ละจังหวัดจะอยู่กันนานหลายวัน ย้ายที่นอนไปเรื่อยๆ เอาแบบใกล้จุดที่เราจะเที่ยวเข้าไว้ อย่างประจวบฯนี่อยู่นานหน่อยเพราะที่เที่ยวเยอะและจังหวัดเป็นทางยาว แถมบางวันเกิดอารมณ์อินดี้ก็ไม่ออกไปไหนเล่นแต่น้ำทะเลก็มี เนื่องจากสองแวมไพร์แพ้แดดจัดๆซึ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอด้วย ผมจึงต้องหาทางกลบเกลื่อนด้วยการชวนเพื่อนสนิทเล่นน้ำหรือบางครั้งก็ไปเที่ยวกันเองก็มี


"ทำไมไม่ไปอยู่ประเทศอื่นที่ไม่ค่อยมีแดดล่ะ" ผมแอบถามสิงโตขณะอยู่บนรถ ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว และยังหาที่พักไม่ได้


"ที่จริงก็อยู่มาแล้วเกือบทุกประเทศทั่วโลกนะ แต่ช่วงนี้อยู่ไทยเพราะต้องจัดการอะไรนิดหน่อย"


"แปลว่ามีแวมไพร์อยู่ทั่วโลกเลยเหรอเนี่ย"


"อืม ต้นกำเนิดก็ไม่ใช่ที่นี่หรอก"


"แล้วไปมาแต่ละประเทศยังไงล่ะ สิงโตมีพาสปอร์ตเหรอ"


"มี พวกของเราแฝงตัวอยู่ทุกที่นั่นแหละ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเรา ไม่อย่างนั้นความคงแตกไปนานแล้ว ว่าทำไมบางคนถึงได้ไม่ตายหรือหน้าไม่เปลี่ยน เพราะว่าภายนอกจะเจริญเติบโตช้ากว่ามนุษย์ทั่วไป ทำให้ต้องย้ายที่อยู่วนไปเรื่อยๆ"


"แบบนี้นี่เอง ที่หนังสือบอกว่าจะหยุดเติบโตตอนอายุยี่สิบก็จริงสินะ"


"ไม่จริงหรอก" สิงโตส่ายหน้า


"อ้าว?"


"จะเติบโตช้าต่างหาก ร้อยปีของแวมไพร์เทียบกับสิบปีของมนุษย์"


"แบบนี้ก็มีวันตายน่ะสิ"


"ต้องมีสิ เพียงแต่กว่าจะตายคงใช้เวลานานมาก"


"หนังสือนี่โกหกชะมัด ไม่เห็นตรงเลยซักอย่าง" ผมโบกหนังสือที่เคยบ่นว่าไร้สาระแต่พอรู้ว่าแวมไพร์มีจริงเลยซื้อมาเพื่อศึกษา


"บางอย่างก็ตรง คงฟังจากที่คนเล่าต่อกันมา มีบ้างที่มนุษย์รู้ว่าแวมไพร์มีตัวตนจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่เอามาสร้างเป็นหนังหรือเขียนเป็นนิยายหรอก"


"เราคิดว่ามันมาจากจินตนาการซะอีก"


"จินตนาการก็มาจากความจริงที่ผสมกันเข้าไปนะ"


"แล้วซอมบี้ล่ะ มีจริงมั้ย?"


"ไม่หรอก" สิงโตส่ายหน้า "แต่พวกไลแคนน่ะ มีจริงนะ"


"มนุษย์หมาป่าน่ะเหรอ ไม่ถูกกันด้วยใช่รึเปล่า เราเคยดูแวมไพร์ทไวไลท์ สิงโตเหมือนเอ็ดเวิร์ดเลย"


"หึหึ คริสอยากเป็นเบลล่าเหรอ"


"หืม? สิงโตดูเรื่องนี้ด้วยเหรอ" ผมตาโต ไม่คิดว่าหน้าแบบนี้จะดูหนังด้วย


"เอริคมันดู ที่จริงฉันก็ดูทุกเรื่องที่เกี่ยวกับแวมไพร์"


"สนิทกับเอริคจังนะ ไหนตอนแรกบอกว่าไม่ถูกกันไง"


ผมเหลือบตามองคนที่นั่งเบาะหน้าระหว่างถาม ตอนนี้โลมาวิ่งลงไปถามห้องว่าง(เป็นที่พักแห่งที่ห้าเข้าไปแล้ว) ในรถเลยเหลือแค่สองแวมไพร์กับหนึ่งมนุษย์


"ช่วยไม่ได้นี่ ฉันอยู่กับคาเวลล์มันมาตั้งแต่เกิด มันเป็นทายาทโดยตรงที่ถูกกำหนดมาให้เป็นผู้นำเหล่าแวมไพร์ ส่วนฉันถูกกำหนดมาให้เป็นผู้ติดตามและรับใช้มัน" เอริคหันมาตอบ


"แต่เอริคเป็นพี่ไม่ใช่เหรอ ทำไมสิงโตถึงได้ถูกให้เป็นผู้นำล่ะ"


"แวมไพร์ก็มีกฎของแวมไพร์อยู่ ถึงจะเป็นญาติกันแต่คาเวลล์เกิดจากตระกูลหลัก ส่วนฉันเกิดจากตระกูลรอง กลไกธรรมชาติมันเป็นแบบนี้ และสำหรับพวกเราแล้ว ลำดับชั้นสำคัญกว่าอายุ แม้จะอายุมากกว่าหลายพันปี แต่ก็ต้องให้ความเคารพกับเด็กหนึ่งเดือน หากเด็กคนนั้นเป็นผู้ถูกกำหนดให้เป็นผู้นำรุ่นต่อไป หรือเกิดในตระกูลที่สูงกว่า"


"หมายความว่าการกำหนดว่าใครจะเป็นผู้นำคนต่อไป มีมาตั้งแต่เกิดแล้วสิ"


"ตั้งแต่ในท้องเลยต่างหาก" สิงโตเป็นฝ่ายตอบบ้าง


"แบบนี้ ก็น่าสงสารแย่" ผมพึมพำเบาๆ เรียกสายตาสงสัยของสองแวมไพร์ให้หันมาจ้องมอง จึงอธิบายต่อโดยไม่ต้องรอให้คนพูดน้อยกับคนกวนประสาทถาม


"ก็เกิดมาท่ามกลางความกดดัน เอริคเคยบอกว่าแวมไพร์หรือมนุษย์ก็เหมือนกัน เราเลยคิดว่า น่าสงสารที่เด็กอายุเพียงแค่นั้นต้องเกิดมาท่ามกลางความกดดันและแย่งชิง" ไม่แปลกใจเลย ที่สิงโตจะกลายเป็นคนเงียบขรึมและไม่ไว้ใจใครแบบนี้


"............." คำอธิบายของผมทำให้ภายในรถเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เอริคจะหัวเราะและพูดออกมาเบาๆ


"หึหึ นายนี่น่าสนใจจริงๆเลยมนุษย์ผู้แสนใจดี แม้แต่ความคิดแบบนี้ก็สามารถทำให้ประหลาดใจได้ ฉันไม่ตกใจเลยที่คาเวลล์หลงรักนายได้เร็วขนาดนี้"


ผมหน้าร้อนวูบวาบเมื่อเอริคเอ่ยคำว่ารักออกมา คำที่เจ้าตัวไม่เคยพูดเองเลยซักครั้ง


"แต่นิสัยแบบนี้ก็นำพาความเดือดร้อนมาได้เหมือนกัน" คำพูดต่อมากลับทำให้หัวใจที่พองฟูเหี่ยวเฉาเหมือนเดิม


เอริคเคยพูดแล้วครั้งนึง วันที่คิดจะกำจัดผม และผมรู้ดีว่าเค้าหมายถึงอะไร


"เรารู้แล้วน่า"


"รู้แล้วก็ควรระวังตัวด้วย นายไม่ได้รักกับแวมไพร์ธรรมดาหรอกนะพ่อคนดี แต่คนที่นายยืนเคียงข้างน่ะ เป็นถึงผู้นำของเหล่าแวมไพร์ เป็นตระกูลชนชั้นสูงที่สูงที่สุดในบรรดาเลือดบริสุทธ์ หากนายไม่เข้มแข็งพอ นายจะทำให้คาเวลล์เดือดร้อน"


"เอริค" เสียงผู้นำตระกูลแวมไพร์เอ่ยขัดขึ้นมา ทั้งดุทั้งห้วน พร้อมสายตาที่ข่มขู่ให้คนปากมากหยุดพูด นั่นไม่ได้ทำให้เอริคกลัวเลยแม้แต่น้อย เมื่อเจ้าตัวยังคงพูดต่อ


"ยิ่งเป็นมนุษย์ธรรมดายิ่งสู้ไม่ได้ใหญ่ มีสองทางให้เลือกนะคาเวลล์ คือหนึ่งเลิกกันซะ"


"เอริค"


"หรือสอง ทำให้เด็กนี่เป็นแวมไพร์เหมือนพวกเรา"


"ไม่" สิงโตตอบแทบจะทันที


"ทำไมล่ะ"


"คริสไม่อยากเป็น" คำตอบจากคนแปลกหน้าที่ผมเก็บได้และอยู่ด้วยกันมาเกือบเดือนทำให้ผมแปลกใจไม่ต่างไปจากเอริค แต่คงจะคนละความหมาย


"นายจะเก็บมนุษย์อ่อนแอมาเป็นจุดอ่อนของตัวเองหรือไง ที่ฉันไม่ห้ามเพราะคิดว่านายมีแผนจะเปลี่ยนคริสให้เป็นพวกเดียวกับเราหรอกนะ ตอนนี้เราต้องหาเลือดมนุษย์ในตำนานเพื่อให้นายมีพลังพอที่จะเปลี่ยนคริสเป็นเลือดบริสุทธ์เหมือนเราได้ อย่าตามใจเพียงเพราะเด็กนี่พูดว่าไม่อยากเป็น"


"อย่าล้ำเส้นเอริค เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่นายจะตัดสินใจ คนที่ตัดสินใจคือฉันต่างหาก" สิงโตขู่เอริคทางสายตาอีกครั้ง


"ฉันว่าคนที่จะตัดสินใจจริงๆคือเด็กนี่มากกว่า นายปล่อยให้มนุษย์มีอิทธิพลกับนายมากเกินไป โดยไม่คิดเลยเหรอว่า ในอนาคตหากพวกที่จ้องจะทำร้ายนายรู้ว่าจุดอ่อนของนายคืออะไร นอกจากนายจะต้องอยู่ต่อไปเหมือนตายทั้งเป็นอย่างคราวเจสัน คริสเองก็คงจะโดนรุมทึ้งจนตายแน่ๆ ยิ่งมีนิสัยไม่เคยระวังตัวแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่"


"พอได้แล้วเอริค!!!!!"


"สิงโต" ผมดึงแขนเบาๆเรียกสติแม้ว่าตัวเองจะสะดุ้งตกใจกับเสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดก็ตาม


สิงโตหลับตาลงเหมือนพยายามจะข่มอารมณ์ตัวเอง มือใหญ่ยกขึ้นเสยผมแรงๆหลายครั้ง ขณะที่เอริคได้แต่จ้องผมอย่างกดดันและนิ่งเงียบ


จ้องให้รู้ว่าหากเปลี่ยนใจสิงโตไม่ได้ คนที่จะถูกกดดันต่อไปก็คือผมเอง


ผมควรทำยังไงดี การเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแวมไพร์งั้นเหรอ?


แล้วพ่อแม่ล่ะ


ถ้าเปลี่ยน ผมจะไม่ได้เจอกับพ่อแม่อีกใช่รึเปล่า


เกิดความเงียบภายในรถที่แตกต่างจากครั้งแรก คราวนี้บรรยากาศแย่สุดๆ เนื่องจากแต่ละคนก็ตกอยู่ในความคิดของตัวเอง จนกระทั่งโลมาเปิดประตูรถกลับเข้ามาอีกครั้งและพูดด้วยเสียงสดใส


"โชคดีว่ะ ที่นี่มีห้องพักให้เราด้วย สภาพดูเก่าและโทรมไปหน่อย แถมยังน่าขนลุกนิดๆล่ะมั้ง คนเลยไม่ค่อยมาพักกัน จองไปสองห้องแล้วนะ เอาของขึ้นไปเก็บเหอะ ฝนตกยังกับฟ้ารั่ว อยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะแย่แล้ว" เจ้าของรถที่อาสาฝ่าฝนลงไปติดต่อห้องพักเสยผมที่เปียกชื้นของตัวเองพร้อมสะบัดเสื้อชุ่มน้ำไปด้วย


"อืม งั้นก็เอาที่นี่แหละ" ผมตอบกลับเพื่อทำลายความเงียบระหว่างเอริคกับสิงโต


ดีจริงๆที่อย่างน้อยก็มีหนึ่งคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรมาทำให้ความอึดอัดนี่คลายลงไปได้บ้าง คิดถูกแล้วล่ะที่ไม่บอกอะไรกับโลมา


หลังจากเอารถไปจอดและขนของขึ้นลิฟไปยังชั้นที่พักของเรา โลมาที่ตัวเปียกชุ่มก็ยังพูดชวนเสียงสดใสแบบไม่รู้เรื่องราวอะไรเหมือนเดิม ทำให้เอริคพอยิ้มได้บ้าง ส่วนสิงโตก็ไม่แผ่รังสีกดดันเท่าเดิมแล้ว


"วันนี้กินข้าวที่นี่เลยละกันนะ พนักงานเค้าบอกว่าฝนมันตกหนักมาก เราไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ ขับรถไปอันตรายเปล่าๆ"


"อือ"


"เป็นไรกันรึเปล่าวะ บรรยากาศแปลกๆ" ไอ้โลยื่นหน้ามากระซิบ เหลือบตามองสองแวมไพร์ที่เดินตามมาด้านหลัง


"เปล่าหรอก" ผมตอบปัด


"เออ ไม่เป็นก็ไม่เป็น กูไม่อยากซักไซร้ แม้จะรู้ว่ามึงโกหกก็เถอะ งั้นเอาของเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเจอกันตอนหกโมงนะ พี่เอริค พี่สิงโต" เพื่อนสนิทยื่นกุญแจห้องให้สองคนนั้น แต่ก่อนที่เอริคจะยื่นมือมารับไปเหมือนทุกครั้ง สิงโตก็ดึงมันไปไว้เองแล้วใช้มืออีกข้างจับข้อมือผมซะแน่น


"วันนี้ฉันจะนอนกับคริส"


"ห๊ะ" คำประกาศที่ทำให้ผมกับไอ้โลมาร้องขึ้นมาพร้อมกัน แต่ไม่ทันได้ค้าน คนบ้าอำนาจด้วยนิสัยผู้นำก็จัดการไขกุญแจหน้าห้องแล้วลากผมเข้าไป ปิดประดูเสียงดังลั่นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยังครุกรุ่นของตัวเอง


"เดี๋ยวสิสิงโต ให้ไอ้โลนอนกับเอริคมันอันตรายนะ อย่างน้อยไปบอกให้เพื่อนเราเปิดห้องใหม่อีกห้องก็ยังดี"


"ไม่ได้หรอก นอนแบบนี้แหละดีแล้ว"


"นี่ยังโกรธเอริคอีกเหรอ เราเข้าใจนะว่าสิ่งที่เอริคพูดมันทำให้คิดมาก แต่ถ้ามองจริงๆ เอริคก็หวังดีกับนายนะสิงโต"


"เปล่า ไม่ได้โกรธ"


"ไม่ได้โกรธเอริคแล้วเหรอ"


"ฉันกับมันทะเลาะกันแบบนี้มาตลอด ฉันรู้ว่ามันอาจจะพูดมากเกินไปและฉันก็รู้ว่ามันหวังดี"


"ถ้าไม่โกรธทำไมถึงได้แบ่งห้องแบบนี้ล่ะ ถ้าเกิดเอริคหิวแล้วอยากดื่มเลือด ไอ้โลมันจะอันตรายนะ เพราะมันไม่รู้เรื่องอะไรเลย"


"ไม่หรอก นี่ไม่ใช่เวลาดื่มเลือด"


"แต่เราก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี ให้เราไปนอนกับเพื่อนนะสิงโต"


"ไม่ได้ ให้มนุษย์สองคนนอนห้องเดียวกันไม่ได้ มันอันตรายเกินไป คุ้มครองลำบาก"


"หมายความว่ายังไง อะไรอันตราย? จะมีอะไรอันตรายกว่าการทิ้งไอ้โลไว้กับแวมไพร์กวนประสาทอย่างเอริคอีก"


"มีสิ ที่นี่ไงล่ะ"


"????"


"เพราะฝนตกหนักเลยกลบกลิ่น และฉันมัวแต่คิดเรื่องของคริสอยู่ ไม่ได้สังเกตุเลยว่าเพื่อนคริสพามาที่ไหน"


"แล้วมันที่ไหนล่ะ ก็แค่โรงแรมที่เกือบจะร้าง คงเพราะฝนตกและบรรยากาศน่ากลัวนิดๆล่ะมั้ง เลยไม่ค่อยมีคนพัก"


"เปล่า ไม่ใช่ไม่มีคนพัก แต่ที่นี่มีกลิ่นไม่ดีเลยต่างหากล่ะ.........กลิ่นของแวมไพร์มันคลุ้งไปทั้งโรงแรม"


......................................................................

พากันไปพักที่แปลกๆอีกแล้วสิเนี่ย

บอกว่ามาเที่ยว แต่ครั้งนี้เราไม่ได้เน้นเนื้อหาการท่องเที่ยวเน้อ

เน้นแฟนตาซี คอมเมดี้(แอนด์ดราม่านิดๆ) กับฉากต่อสู้ หึหึ

ปล.อิมเมจเอริคเป็นอะไรที่หายากมาก ตอนแรกว่าจะไม่ลงรูปอิมเมจเพราะเคยแต่งเอาไว้ว่า

เอริคจะหน้าคล้ายปู่เวลล์ แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้จริงๆ 55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

1,636 ความคิดเห็น

  1. #1619 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 08:30
    เอ้ามาพักกันที่ไหนเนี่ย. ท่าทางจะงานใหญ่ซะด้วย
    #1619
    0
  2. #1400 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 21:04
    เอาแล้วงัย
    #1400
    0
  3. #907 creamsarang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 11:08
    งานเข้าละพามาในที่แบบนี้ ทำไงล่ะนิ
    #907
    0
  4. #835 candy_peraya (@candy_peraya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 13:56
    โลพามาพักผิดที่แล้วไง ลุ้นๆๆๆนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่โลจะไม่โดนเอริคจับกดใช่ไหมรอบที่แล้วก็แอบไปลักหลับ
    #835
    0
  5. #784 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 12:01
    เข้ามาในที่แปลกๆแล้วไงหละ
    #784
    0
  6. #777 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 10:14
    มันก็จะลุ้นมากหน่อย
    #777
    0
  7. #759 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 02:29
    เอาแล้วไง จะเกิดอะไรขึ้นอีกไหมเนี่ยย
    #759
    0
  8. #757 phanomporn852 (@phanomporn852) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 02:27
    โลมาจะเส้ดเอริคไหมน่ะ555
    #757
    0
  9. #752 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 01:33
    ตื่นเต้น ลุ้นมากบอกเลย อยากรู้เรื่องราวต่อแล้วอะ
    #752
    0
  10. #750 สุวรรณา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 00:51
    5555 ไรท์ มีฟามอดไม่ได้ในการลงรูป แต่เอริคหล่อออ. มว่ากกกก
    #750
    0
  11. #744 nich083 (@nich083) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 23:42
    น้องโลคาดว่าจะไม่รอดนะงานเนี้ย
    #744
    0
  12. #743 Tain_LSM (@mon35) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 23:33
    โง้ยย มันส์ๆๆๆๆๆๆ รอจ้าา
    #743
    0
  13. #741 a_liew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 23:19
    ถึงจะ กับดูกวนประสาทไปนิด?

    แต่อิพี่เอริค ก็หวังดีกับพี่สิงจริงจัง -_-''

    ว่าแต่.. น้องโล นู๋พาเพื่อนมาพักที่ไหนคะลูกกกกกก!!!

    มีแววว่างานจะเข้า ความคงได้แตกก็ครั้งนี้ ว่าอิพี่สิงกับอิพี่เอริคไม่ใช่คน!!

    จุดพลุฉลองสิครัช รออัลลลลลไลลลล!!!!

    ปาร์ตี้กำลังจะเริ่มมมมมม ?????
    #741
    0
  14. #736 Love SinB (@0905865957tt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 21:35
    รอออออออออออ
    #736
    0
  15. #735 Love SinB (@0905865957tt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 21:35
    ถถถ ????ช่างหาโรงเเรมที่ดีจิงๆ555
    #735
    0
  16. #734 ryokiller13 (@ryokiller13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 20:01
    โลมาจะรอดมั้ยยยยยยย ไม่ได้กลัวแวมไพร์ตัวอื่นนะแต่เอริคนี่แหละน่ากลัวสุด 555555
    #734
    0
  17. #733 srsrskgnm_ (@srsrskgnm_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 18:36
    กรี้ดดดดดดดดดด รอ~
    #733
    0
  18. #732 bestapinya (@bestapinya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 17:08
    โอ้วมาพักโรงเเรมที่มีเเวมไพร์
    #732
    0
  19. #731 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 15:25
    มาพักโรงแรมที่มีแต่แวมไพร์น่ากัวจัง โลมาจะโดนเอริคกัดมั้ยน้า
    #731
    0
  20. #730 Ann_piyatida (@Ann_piyatida) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 15:03
    อยากให้โลมารุ้ความจิงแล้วอ่า
    #730
    0
  21. #729 Amphai Komnoy (@0861352503) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:53
    ตอนต่อไปมันส์แน่งานนี้
    #729
    0
  22. #728 conankun17406 (@conankun17406) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:46
    ซ.แล้วววว
    #728
    0
  23. #727 meondekdee (@meondekdee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:33
    อ่าวววววว แย่แล้ววว มาโรงแรมบรรยากาศแปลกๆแบบนี้ จะเจออะไรบ้างเนี่ยย
    #727
    0
  24. #725 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:30
    อ่าว ซวยแล้วน้องโลเอ้ยยยยยยยยยยยย
    #725
    0
  25. #724 Kon--Kon (@Kon--Kon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:27
    โลมาาา แกพาเพื่อนมาตายเรอะะ 555
    #724
    0