ตอนที่ 1 : เก็บมาเลี้ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 343 ครั้ง
    23 ก.ค. 60



แวมไพร์ สิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะ

อายุ.......ร่างกายจะหยุดการเจริญเติบโตเมื่ออายุยี่สิบ และอย่างที่บอก เป็นอมตะ

อาหาร....เลือด โดยเฉพาะการได้ดื่มเลือดสดๆจากมนุษย์

อุปนิสัย...นิ่ง เย็นชา ไร้ความรู้สึก ชอบการเข่นฆ่า รักความรุนแรง

จุดแข็ง....มีความแข็งแกร่งเกินกว่าคนปกติทั่วไป แผลสามารถฟื้นฟูได้เร็ว

จุดอ่อน....หัวใจ

 

"บ้าป่ะวะ!!" ผมแทบจะปาหนังสือทิ้ง อะไรดลใจให้คิดหยิบไอ้เล่มนี้มาอ่านเนี่ย ไร้สาระสิ้นดี


"โลกนี้จะมีแวมไพร์ได้ไง นี่มันยุคไหนแล้ว นิทานหลอกเด็กชัดๆ ตลกชิบ"


"แล้วมึงก็ยืนอ่านเป็นครึ่งชั่วโมงเนี่ยนะ" เพื่อนสนิทเอาสันหนังสือการ์ตูนที่เลือกได้แล้วตีลงมากลางหัว สีหน้าเอือมระอาใส่


"ก็มันอยู่ในหมวดหมู่สารคดี เรื่องน่ารู้ อะไรแบบนี้นี่หว่า กูก็คิดว่ามันคงจะมีสาระ แล้วแวมไพร์ที่ไม่มีจริงในโลก มันเป็นเรื่องน่ารู้ตรงไหนไม่ทราบวะครับห๊ะ ไอ้โล"


"กูชื่อโลมาที่เป็นปลา ไม่ใช่โลที่แปลว่าต่ำ เรียกเต็มๆด้วย แล้วมึงน่ะจะลงท้ายอะไรก็เอาซักอย่าง วะครับห๊ะ คืออะไร"


"มึงไม่เข้าใจหรอก เพราะมึงไม่อินดี้"


"เออ ไอ้อินดี้ กูได้หนังสือแล้ว มึงจะเอาไงต่อ"


"กลับบ้านดิ มืดขนาดนี้กูขี้เกียจไปไหนต่อ วันนี้เจอกันที่เดิม" ผมหมายถึงในเกมส์อ่ะนะ


"เออ แล้วเจอกัน" โลมาเดินไปจ่ายตังค์ค่าหนังสือ จากนั้นก็โบกมือบ๊ายบายแล้วจากไป


ที่จริงนัดเพื่อนมาข้างนอกก็ไม่มีอะไรหรอก กินข้าว ดูหนังไปตามเรื่อง


ช่วงนี้ปิดเทอมใหญ่ ซึ่งเรียกว่าใหญ่มาก ถ้าเป็นเรื่องก็เขียนได้ยาวกว่าแฮรี่พอตเตอร์เจ็ดแปดภาครวมกัน เพราะมันคือช่วงปิดเทอมระหว่างจบม.หก ขึ้นปีหนึ่ง


ใหญ่ป่ะล่ะ ปิดหลายเดือนเลยนะเห้ย อย่ามองหน้าผมแบบนั้น


มหาลัยผมก็สอบตรงเข้าได้แล้ว เลยไม่ต้องอ่านหนังสือไปสอบแข่งขันกับใคร นั่งกินนอนกินอยู่แต่ที่บ้าน รอเวลาให้เปิดภาคเรียนใหม่เท่านั้นเอง ช่วงนี้ก็เลยว่างจัด ว่างแบบว่านอนกลิ้งทั่วบ้าน ตัดหญ้า ทำความสะอาด ล้างหลังคาบ้านก็ยังว่างอยู่ดี อีกนิดจะลงเรียนครอสถักนิ้ตติ้งเป็นเพื่อนคุณป้าข้างบ้านแล้วเนี่ย


ผมอยู่บ้านคนเดียวเพราะพ่อกับแม่ย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศ พี่น้องที่ไหนก็ไม่มีกับเค้าหรอก ญาตินี่ไม่ต้องถามถึง อยู่ต่างจังหวัดกันหมด นานๆจะเจอกันที ถึงรู้จักก็ไม่สนิท ตามประสาคนเกิดกรุงเทพฯ ที่จริงเปิดเทอมปีหนึ่งผมจะย้ายไปอยู่หอแล้วนะ บ้านมันไกลจากมหาวิทยาลัย แต่ว่าตอนนี้แถวนั้นพอมหาวิทยาลัยไม่เปิด นักศึกษาไม่มี ก็ร้างวนไปสิ มีแค่หมาหนึ่งตัวกับเซเว่นที่เปิดทำการยี่สิบสี่ชั่วโมง


ว้อททท ใครจะกินข้าวเซเว่นมันทุกวัน


หลังจากแยกกับโลมา ผมก็ขับรถกลับบ้านตัวเอง ซอยเข้าบ้านเป็นซอยเปลี่ยวหนักมาก สองข้างทางเป็นดงหญ้าขึ้นรกนิดๆ ก่อนที่จะเป็นหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่ กลางวันไม่เท่าไหร่ พอกลางคืนทีไรให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ถ้าเป็นผู้หญิงคงอันตรายหนักอ่ะพูดจริงๆ


อารมณ์แบบใครโดนลากไปข่มขืนก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ เพราะมันไม่มีคน


"หืม?" ผมขับรถมาจนถึงจุดเปลี่ยวที่บอก เห็นรอยเลือดแปลกๆกองใหญ่ริมพงหญ้าข้างทาง รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย


ชั่วขณะนึงเรื่องราวของแวมไพร์แว่บเข้ามาในหัว


"บ้าไปแล้วไอ้คริส" หลังจากด่าตัวเองที่คิดไร้สาระ ผมก็จอดรถแล้วลงไปดู อันที่จริงไม่อยากเป็นพลเมืองดีนะ แต่มันห้ามนิสัยตัวเองไม่ได้จริงๆ


เพื่อนก็ด่า ป้า(ข้างบ้าน)ก็บ่นบ่อยๆ เรื่องนิสัยหาเรื่องใส่ตัว ช่วยคนอื่นเค้าไปทั่วโดยที่ไม่ห่วงว่าตัวเองจะเดือดร้อน


ครั้งนึงผมเคยเก็บหมามาเลี้ยง แอบเลี้ยงไว้ไม่ให้พ่อกับแม่รู้ ไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่อนุญาตนะ แต่ผมแพ้ขนสัตว์ แพ้มากแบบจามไม่หยุด หมาตัวนั้นมันน่าสงสาร ถูกตัวอื่นๆรุมกัดจนเนื้อตัวเหวอะหวะไปหมด เลือดงี้เต็มตัว ผมพาไปรักษาที่คลินิครักษาสัตว์เสร็จก็ไม่รู้จะพามันไปไว้ที่ไหน


สุดท้ายก็ถูกแม่จับได้อยู่ดีเพราะว่าผมแพ้หนักขึ้นเรื่อยๆจนต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาล ลูกหมาตัวนั้นพ่อกับแม่ก็เอาไปฝากญาติที่ต่างจังหวัดเลี้ยงแทน แต่เค้าเลี้ยงไม่ดีหรอกนะ ไม่นานก็ได้ข่าวว่ามันถูกรถชนตาย


ผมเสียใจมากและไม่คิดจะเก็บอะไรมาเลี้ยงอีก


กลับมาที่เรื่องรอยเลือดริมทางกันต่อ สองข้างทางเปลี่ยวๆเงียบสนิท ตอนแรกคิดว่าอาจจะมีอุบัติเหตแถวนี้ หรือไม่ก็คงจะมีคนถูกทำร้าย แต่มันเงียบเกินไปจนเริ่มไม่แน่ใจแล้ว เลือดก็ยังใหม่ๆอยู่เลย


"ฮัลโหลลลล มีใครอยู่แถวนี้มั้ยครับ" ผมร้องออกไปเสียงดังพอประมาณ เกิดว่ามีคนอยากได้ความช่วยเหลือก็คงจะร้องเรียกกลับมา


ในหัวมีความคิดที่ร้ายที่สุดคืออาจจะมีผู้หญิงซักคนถูกทำร้าย น่ากลัวนะแบบนั้น


"..........." สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบ หลังจากเดินวนอยู่แถวนั้นพักนึงก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูหลังพงหญ้าก็ปกติ ผมจึงขึ้นรถและขับกลับบ้านต่อ


สงสัยจะคิดมากไปเอง หรือไม่ก็คงมีคนชนหมาชนแมวแล้วพาไปโรงพยาบาลแล้วล่ะมั้ง

 




น่าแปลก...


คนเราจะเจอเรื่องให้ประหลาดใจอะไรติดๆกันในวันเดียว หลังรอยเลือดปริศนาและการหายตัวไปของไฮบาระ เอ๊ย ไม่สิ ไม่ใช่โคนัน หลังรอยเลือดปริศนาก็มีคนมานอนคว่ำอยู่หน้าบ้านอีก


โชคดีที่ผมขับรถไม่ประมาท ไม่ใช่พวกวัยรุ่นใจร้อน และมันจะถึงบ้านอยู่แล้วเลยชะลอความเร็ว ไม่อย่างนั้นล่ะไอ้คริสเอ๊ย แทนที่จะได้ไปเรียนปีหนึ่ง ได้ไปสานกระเป๋าด้วยก้านผักบุ้งอยู่ในคุกแน่


ผมจอดรถแล้วรีบลงไปที่หน้ารั้วบ้านตัวเอง หน้าบ้านยังปิดไฟมืดเพราะผมเพิ่งกลับ บ้านข้างก็ที่เป็นคุณป้าที่สนิทกันก็ปิดไฟนนอนไปแล้วเหมือนกัน แกเข้านอนไม่เคยเกินสามทุ่มซักครั้ง เพื่อนบ้านผมนี่คนแก่ล้วนๆ มืดค่ำเมื่อไหร่เงียบกริบอย่างกับหมู่บ้านร้าง ยามนี่เปลี่ยนเป็นยี่สิบคนแล้วมั้ง ด้วยความกลัว เคยได้ฉายาหมู่บ้านผีสิงด้วยอ่ะ ซึ่งคนอยู่มาตั้งแต่เด็กอย่างผมไม่กลัวหรอก ชิน


"คุณๆ เป็นอะไรรึเปล่า" ผู้ชายที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น เนื้อตัวเลอะเทอะ ร่างกายมีบาดแผลเต็มตัว สภาพเหมือนคนถูกทำร้ายมา


พอเขย่าตัวก็เงียบกริบ ไม่กระดุกกระดิกหรือลืมตา ผมจับตัวพลิกนอนหงาย เผยใบหน้าที่ถูกไฟหน้ารถส่องลางๆ ครึ่งนึงอยู่ในเงาดำของความมืด อีกครึ่งเป็นใบหน้าขาวซีดเซียวเหมือนคนขี้โรค ดูน่าสงสารจัง


"คุณ ตื่นสิคุณ" ลองเขย่าดูอีกครั้ง เช็คลมหายใจดูก็ยังมีลมเป่าออกมา แต่ตัวเย็นเฉียบเลย


"งั้นผมพาคุณเข้าบ้านก่อนดีกว่านะ ฝนจะตกแล้วด้วย" พูดปุ๊บก็ลงเม็ดปั๊บเลย


คนบาดเจ็บตัวโตกว่าผมนิดหน่อย แต่หนักมาก เหมือนแบกกระสอบปูนซักแปดเก้าถุงพร้อมกัน ไม่รู้ตัวตันหรือว่าซ่อนรูปวะ กว่าจะพาเข้าบ้านได้ทุกลักทุเลเหลือเกิน เหงื่อผมไหล ไคลผมย้อย เสื้อผ้าเริ่มเปียกชุ่ม เนื่องจากถูกเม็ดฝนที่สาดลงมาก่อนจะพาร่างนิ่งสนิทเข้าบ้านทัน


หลังจากนั้นก็ต้องไปขับรถกลับเข้ามาเก็บในบ้าน ปิดประตูรั้ว ปิดประตูบ้านล็อคให้แน่น อีกาสีดำก็บินกันให้ว่อนทั้งที่ฝนตก มันวันอะไรกันวะเนี่ย


ผมเดินมาพิจารณาคนเจ็บที่นอนตรงโซฟาใกล้ๆเตียงนอน ห้องนอนผมอยู่ชั้นล่าง ถือเป็นโชคดีไปที่ไม่ต้องแบกผู้ชายตัวใหญ่ไร้สติขึ้นชั้นบน  มองไปมองมาก็หน้าตาดีเหมือนกันนะเนี่ย แม้ตัวจะซีดไปหน่อย ปากแดงจัดสีเลือด ผมดำสนิท ใบหน้าเรียวยาว ที่เด่นรองจากใบหน้าหล่อเหลาดูร้ายกาจ คงจะเป็นมือ 


มือใหญ่กว่าผมตั้งเยอะ ดูแข็งแรง นิ้วแกร่งที่เหมือนบีบคอคนให้หักได้ด้วยมือข้างเดียว


เห้อออ ไร้สาระอีกแล้วผม


"คุณๆ" ผมลองปลุกดูอีกรอบคนนอนเหมือนซ้อมตายก็ยังไม่รู้สึกตัว เลยตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วถือผ้ากับอ่างน้ำมาเช็ดตัวให้คนเจ็บแทน


ร่างกายที่เห็นว่ามีบาดแผลเมื่อกี้เหมือนจะไม่มีนะ แปลกจัง ก็ตอนแรกเห็นชัดๆว่าผิวเหมือนถูกอะไรบาดมาเต็มไปหมด ร่องรอยฉีกขาดของเสื้อผ้าก็ยังมีอยู่ หรือว่าจริงๆแล้วเป็นแค่รอยโคลนเปื้อนกันแน่ หน้าบ้านมันมืดด้วยสิ


ไม่มีทางที่ใครจะหายได้เร็วขนาดนั้นหรอก ถ้าไม่ใช่แวมไพร์


"บ้าเข้าไปสิไอ้คริสเอ๊ย" เช็ดตัวไปก็บ่นความบ้าบอของตัวเองไป สงสัยไอ้ที่อ่านที่ร้านหนังสือมันจะติดอยู่ในหัว


เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จ ก็เอาผ้าห่มมาห่มให้ ปล่อยผู้ชายตัวใหญ่นอนโซฟาไปละกัน มันกว้างนอนได้สบายอยู่แล้ว ผมปิดไฟแล้วเดินไปนอนที่เตียง คืนนี้หลับสนิทแบบลืมไปเลยว่านัดโลมาเล่นเกมส์ เหนื่อยกับอะไรที่เจอมา ไว้ค่อยไลน์ไปขอโทษมันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

 





หืม อะไร?


ทำไมรู้สึกเหมือนมีลมอะไรซักอย่างรดอยู่บนหน้าวะ หรือว่าหมาแมวที่ไหนหลุดมากันแน่


แผล่บ


คราวนี้แก้มผมชื้นๆ แมวคนข้างบ้านมันเข้ามารึเปล่านะ เลียแบบนี้หน้าสกปรกกันพอดี ไม่ได้สิผมต้องรีบตื่น ผมแพ้ขนสัตว์นี่ เกิดอาการภูมิแพ้กำเริบจนหมอต้องขอให้หนีจากกรุงเทพฯไปแล้วจะทำยังไงกับมหาวิทยาลัยตอนเปิดเทอม


พรึ่บ


"เชี่ย!!" พอลืมตา สิ่งที่ปรากฎตรงหน้าไม่ใช่แมวของคนข้างบ้าน


แต่มันคือคน


มนุษย์ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา กำลังใช้ดวงตาสีดำสนิทที่ตรงกลางตาดำแดงก่ำจ้องมองลงมาที่ผม ใบหน้าใกล้มากจนลมหายใจเย็นๆเป่ารดลงมาบนผิว


"เชี่ย?" มันพูดตามพร้อมเอียงคอเหมือนเด็กน้อยเริ่มเรียนภาษา แต่หน้าไม่ได้ใสซื่อหรอกนะ ติดนิ่งสนิทไร้อารมณ์มากกว่า


"มึงเป็นใครเนี่ย เข้ามาบ้านกูได้ไง" ผมผงะถอยหลังไปแล้วลุกขึ้นนั่ง อีกฝ่ายก็กลับไปยืนตัวตรงมองผมนิ่งๆ


"................"


"กูถามว่ามึงเป็น....เห้ย อ้อ เออใช่" ก่อนจะปล่อยไก่เต็มเล้าความทรงจำเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาซะก่อน ผมแบกมันเข้าบ้านเองนี่หว่า ชุดบนตัวมันก็ยังเป็นเสื้อยืดสีตุ่นกับกางเกงสั้นของผมอยู่เลย


ผิดกับชุดเมื่อวานที่เป็นกางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ้ตสีดำสนิททั้งตัวให้ลุคผู้ดีสุดๆ ซึ่งตอนนี้ไอ้ผู้ดีกลายเป็นเด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยกไปแล้ว ผมที่เซ็ตอย่างดีก็ตกลงมาเป็นหน้าม้า ทำให้หน้าดูอ่อนวัย


"เอ่อ เป็นไงมั่งอ่ะนาย" เพราะมันหน้าเด็กลง ผมเลยเปลี่ยนคำเรียก จากหน้าใสๆแบบนี้น่าจะไม่เกินยี่สิบหรือยี่สิบต้นๆล่ะมั้ง


แต่จะให้ขึ้นมึงกูตอนนี้ ก็ไม่สนิทป่ะวะ


".........."


"คือ เราไม่ใช่คนไม่ดีอ่ะ เมื่อวานนายมาสลบอยู่หน้าบ้านก็เลยลาก เอ๊ย พาเข้ามา ไปโดนอะไรมากันแน่ หรือว่าโดนทำร้าย ให้แจ้งตำรวจมั้ย ขอโทษนะพอดีว่าเมื่อวานอยากจะติดต่อญาตินายเลยค้นตัวดู แต่ไม่เจออะไรติดตัวมาเลย คิดว่านายคงโดนปล้นแล้วหนีมาได้รึเปล่า ก่อนเข้ามาบ้านเราเจอรอยเลือดที่กลางซอยด้วย ตกลงว่าไง จะให้ไปส่งบ้าน หรือว่าจะให้พาไปแจ้งตำรวจ อ้อ แต่รอแป๊บนะ ขอเราล้างหน้าก่อน"


"..........."


ให้ตาย พูดไปตั้งเยอะสิ่งที่ได้กลับมาคือสายตาไร้ความรู้สึกที่มองผมนิ่งๆ แถมไม่ตอบอะไรอีกต่างหาก


"เฮ้ ได้ยินมั้ย หรือว่าพูดภาษาไทยไม่ได้" หน้าคล้ายคนไทยนะ แต่สีตาแปลกแบบนี้อาจจะเป็นลูกครึ่ง


"........."


"เอ่อ เอาไงดีวะ เฮ้ What is your name? Who are you?" เมื่อคนที่มองผมอยู่ยังเงียบ เลยส่งภาษาสากลไปแทน


"ชื่อเหรอ" เป็นคำแรกที่คนสีตาแปลกเอ่ยออกมาหลังจากคำหยาบคายที่พูดเลียนแบบผมไป


เสียงติดเย็นชานิ่งเรียบ แต่ฟังทุ้มไพเราะแปลกๆดี


ก็พูดไทยได้นี่หว่า


"อืม ชื่อ นายชื่ออะไร เราชื่อคริส"


"ชื่อ?"


"ใช่ ชื่อ?" ผมย้ำไปอีกตั้ง หรือว่าโดนตีหัวจนเบลอ?


"คริส"


"ไม่สิ นั่นชื่อเรา เราน่ะคริส แล้วนายชื่ออะไร?"


"คริส" เสียงเรียกชื่อผมที่ออกจากปากฟังแล้วจั๊กจี้ใจแปลกๆอ่ะ ทั้งที่ก็มีคนเป็นร้อยเป็นพันเรียกชื่อนี้ แต่ทำไมกับคนๆนี้ถึงได้ฟังแล้วคันยิบๆตรงหัวใจ


"เราชื่อคริส" ผมชี้เข้าตัวเอง จากนั้นก็ย้ายปลายนิ้วอันเดิมไปที่คนข้างเตียง "นายชื่ออะไร"


"ชื่อ?" นี่เริ่มหงุดหงิดเล็กๆกับการที่ไอ้คนสีตาแปลกที่เก็บได้เมื่อคืน เอาแต่พูดคำเดิมซ้ำๆ แต่ประโยคต่อมาก็ทำให้ผมเปลี่ยนเป็นอึ้ง


"ไม่รู้"


"ห๊ะ!! ไม่รู้?"


"อืม"


"ไม่รู้คืออะไร คนเราจะเกิดมาโดยไม่มีชื่อได้ยังไง หรือนายไม่อยากบอกกันแน่ เราไม่ใช่คนร้ายนะ นี่ก็บ้านเราเอง นายไม่ได้ถูกมัดไว้ ไม่ได้โดนกักขัง ส่วนกระเป๋าตังค์โทรศัพท์เราไม่ได้เอาไป มันไม่มีอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ไว้ใจกันเหรอ" ผมเอียงคอมองด้วยสายตาเสียใจ


"เปล่า ไม่รู้จริงๆ" เสียงทุ้มแหบตอบกลับมาอีกครั้ง มันแปลกๆนะ


"งั้น...บ้านนายอยู่ไหน"


"ไม่รู้"


"อายุเท่าไหร่?"


"ไม่รู้"


"นายรู้อะไรบ้างเนี่ย" เริ่มอารมณ์เสียอีกครั้ง


"ไม่รู้"


"บ้ารึไง แล้วเมื่อวานทำไมมาสลบอยู่หน้าบ้าน จะไปไหน ทำอะไร เมื่อไหร่ ยังไง เพราะอะไร" ใช้ให้หมด ห้าดับเบิ้ลยู หนึ่งเอช ยังขาดอะไรอีกมั้ยวะ


"ไม่รู้ จำไม่ได้"


"ชิบหายแล้ว!" ผมตบหน้าผากตัวเองทันที อย่าบอกนะว่าไอ้บ้าสีตาแปลกนี่ความจำเสื่อมน่ะ


"ชิบหาย?" ดูมันยังจะพูดตาม เป็นเด็กรึไง


"เปล่าๆ เอาไงต่อดีวะ ก่อนอื่นต้องพาไปแจ้งความกับตำรวจ พาไปตรวจที่โรงพยาบาล แล้วก็ประกาศคนหาย ใช่ๆ"


"ไม่ไป"


"ว่าไงนะ" ผมมัวแต่พูดกับตัวเอง เลยไม่ทันฟังว่ามันพูดอะไร จึงหันหน้ากลับไปมองคนที่ยืนตัวตรงดิ่งสายตานิ่งอยู่ข้างเตียง


บุคคลิกดีไปไหน จำเป็นมั้ยต้องดูดีในขณะที่อยู่ในชุดนอนง่อยๆของผมแบบนี้น่ะ


"ไม่ไป จะอยู่ที่นี่"


"ไม่ได้ จะอยู่ได้ไง นายเป็นใครก็ไม่รู้ ป่านนี้คนที่บ้านไม่เป็นห่วงแย่แล้วเหรอ เราต้องตามหาคนในครอบครัวนายนะ เดี๋ยวก็กลายเป็นเรื่องใหญ่หรอก"


"ไม่มี"


"อะไรไม่มี เงินเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก เราออกให้ ถ้าเกรงใจไว้เจอคนที่บ้านค่อยคืนก็ได้"


"ไม่ใช่ ไม่มีญาติ"


"รู้ได้ไง ไหนบอกจำอะไรไม่ได้ นายโกหกเหรอ" ผมหรี่ตาจับผิด


"ความรู้สึกมันบอก" อืม อินดี้กว่ากูก็มันนี่แหละ


คนอะไรจำเรื่องตัวเองไม่ได้ แต่ความรู้สึกบอกว่าไม่มีญาติ เก่งเนอะ รัวมืออออ


"แต่ยังไงก็ต้องพาไปโรงพยาบาลก่อน นายถูกทำร้ายนั่นเป็นเรื่องที่แน่นอน เมื่อวานเนื้อตัวนายมีแต่แผล แต่พอจะเช็ดตัวให้แผลกลับหายไปหมด ร่างกายอะไรกันเนี่ย แล้วอีกอย่างนะ ต้องโดนตีหัวมาแน่ ถึงได้ความจำเสื่อม"


"............."


"ว่าไงล่ะ จะไปมั้ย?"


"..............." ไอ้หน้าซีดสีตาแปลกยังคงจ้องผมนิ่งแบบไร้คำตอบ


จ้องขนาดนี้เอาตัวกูไปจ้องต่อที่บ้านเลยมะ ดวงตาสีแปลกนั่นจ้องผมแทบจะไม่กระพริบ ไม่หลบหนีไปไหน มองเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อนงั้นแหละ ไหนจะหน้าซีดเซียวกับท่าทางอ่อนแรง


อ้อ จริงสิ


"หิวรึเปล่า นี่สายแล้วนี่ กินอะไรก่อนแล้วค่อยว่ากันก็ละกัน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" จริงๆมันต้องเดินด้วยเท้าป่ะวะ ไม่สิ สมัยนี้เค้าขับรถกันแล้ว


.....ข้ามครับ


"รอแป๊บนะ ขอไปล้างหน้าก่อนแล้วจะหาอะไรให้กิน"


เมื่อเห็นว่าตัวเองเป็นฝ่ายผูกขาดบทสนทนาเลยตัดบทไม่รอฟังคำตอบที่คิดว่าคงไม่มีทางได้ ผมสะบัดผ้าห่มออกจากตัว ลุกจากเตียง เดินตรงไปที่ห้องน้ำ ตอนนี้ก็ยังง่วงไม่หาย กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน ต้องมาคอยเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้คนประหลาดใช้เวลาตั้งนาน


"เห้ย เดินตามมาทำไม จะแปรงฟัน ออกไปสิ" คนประหลาดเล่นตามหลังแบบก้าวชนก้าว เข้ามาในห้องน้ำด้วย


"แปรงฟัน?"


"อ้อ ลืมไป นายก็ยังไม่ได้แปรงสินะ งั้นมานี่สิ มาแปรงฟันกัน"


ผมหันไปหยิบแปรงสีฟันอันใหม่แกะออกจากกล่อง บีบยาสีฟันลงไปแล้วยืนให้คนที่ยืนข้างๆกัน ดีนะว่าห้องน้ำทำเค้าเตอร์แบบยาวกระจกก็บานใหญ่ทำให้ยืนด้วยกันได้


"แปรงเป็นรึเปล่า อย่าบอกนะว่าลืมกระทั่งวิธีแปรงฟันน่ะ" ทำไมรู้สึกเหมือนเลี้ยงลูกเลยวะ


เก็บหมาเก็บแมวมาเลี้ยงก็เคยบ้าง แต่เก็บคนมาเลี้ยงนี่ครั้งแรกจริงๆ


"เป็น"


"ก็แปรงสิ"


"มั้ง"


.........กวนตีนหน้าตายจริงๆ ไอ้บ้านี่


"เห้ออออ นี่ดูนะ จะทำให้ดู" เวรกรรมอะไรของกูต้องมาโชว์การแปรงฟันต่อหน้าผู้ชายหล่อด้วยเนี่ย


เดี๋ยวสิ กูก็ผู้ชายป่ะ


ผมจับแปรงสีฟันขนานกับฟันตัวเอง ขยับขึ้นลงขึ้นลงแรงๆ สอดปลายแปรงเข้าไปในปาก ขัดฟันทุกซี่ด้านนอก ต่อไปก็อ้าปากแล้วเริ่มแปรงฟันด้านใน


"อำอามอิ"


"หืม?"


ก็ลืมไป แค่พูดปกติยังไม่เข้าใจ พอมียาสีฟันล้นปาก มันจะเข้าใจได้ไงวะ


"ทำตามสิ" ผมเอาแปรงฟันออก ฝืนพูดให้เป็นคำ คนฟังพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะลงมือแปรงบ้าง


ก็น่ารักดี


ผมแอบยิ้มระหว่างมองผู้ชายนิ่งๆที่ตัวสูงกว่าขยับแปรงในมือ สายตานั่นดูว่างเปล่าเพราะจำอะไรไม่ได้สินะ ผมคงแปลกที่คิดว่าคนคนนี้น่ารัก แต่จะให้คิดว่ายังไง เมื่อผู้ชายที่หล่อร้ายกาจดูผู้ดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทางไม่เป็นมิตรคนนึง กำลังใส่ชุดนอนเก่าๆยืนแปรงฟันอยู่ข้างๆ


ท่าทางเหมือนเด็กดื้อเพิ่งหัดเรียนรู้


"......" คงเพราะมองนานไป คนแปรงฟันเลยขยับสายตามามอง คิ้วขมวดเค้าหากันนิดหน่อยเป็นเชิงถาม


"เปล่า" ผมยิ้มให้บางๆก่อนจะเริ่มแปรงฟันต่อ


"เลอะ" นิ้วโป้งเย็นเฉียบปาดเข้ามาที่มุมปาก พร้อมคำพูดนิ่งๆประกอบ จากนั้นความเย็นของผิวที่สัมผัสกันก็หายไป เห็นเพียงปลายนิ้วที่ติดฟองสีขาวกำลังเลื่อนไปล้างมันออกด้วยน้ำตรงอ่างล้างมือ


 



หลังผ่านการแปรงฟันสุดประหลาด ผมก็พามนุษย์ผู้ชายที่เก็บได้หน้าบ้านและเป็นโรคความจำเสื่อมที่จำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้แต่รู้ว่าตัวเองไม่มีญาติ (วุ้ยยาวจริง) มานั่งในครัว ทำอาหารง่ายๆที่พอทำได้อย่างข้าวกับไข่เจียวสองจานมาวางบนโต๊ะ


"กินซะสิ ท่าทางนายจะหิว กินเยอะๆเลยนะ เดี๋ยวจะได้ไปโรงพยาบาลกัน"


"......."


"ถึงจะเป็นข้าวไข่เจียวก็อร่อยน่า" ผมย้ำอีกรอบเมื่อคนที่นั่งตรงข้ามยังไม่ยอมกิน เอาแต่จ้องมันอยู่ได้


"ไม่กิน"


"ทำไมอีกล่ะ อร่อยนะ นายไม่ได้กินข้าวเลยนี่ ไม่หิวเหรอ" ผมว่าแล้วราดซอสมะเขือเทศลงบนไข่เจียว ชอบกินแบบนี้อ่ะอร่อยดี ดีกว่ากินกับพริกน้ำปลาตั้งเยอะ


ซอสมะเขือเทศสีแดงที่ไหลจากขวดทำให้มนุษย์สีตาแปลกมองจ้องอย่างสนใจ ผมรู้สึกถึงความกดดันบางอย่างออกมาจากตัวมัน เหมือนอาการกระหาย โหยหา และต้องการ


มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ


"นี่" ผมเรียกเสียงแผ่วเบา เหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว ความรู้สึกนั้นหายไปในอากาศ


"......"


"หิวก็กินสิ จะให้เทซอสมะเขือเทศให้รึเปล่า"


"ไม่" พูดแค่นั้นก็ลุกออกไปจากโต๊ะ หายออกไปจากห้องครัว อะไรของเค้าวะ


หลังกินข้าวล้างจานเสร็จก็เดินตามหากันไปทั่วบ้าน สุดท้ายคนที่เก็บมาได้ก็กลับไปนั่งในห้องนอนเหมือนเดิม ผมถอนหายใจนิดๆจากนั้นก็หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ออกจากตู้ เลือกตัวใหญ่สุดที่พอจะใส่ได้ส่งไปให้


"เปลี่ยนซะจะได้ไปโรงพยาบาลกัน"


"ไม่ไป" คนว่าไม่รับชุดไป และปฏิเสธอีก


"ไม่ไปแล้วจะหายได้ยังไง นายความจำเสื่อมนะ ถ้าจำอะไรไม่ได้แบบนี้จะเอายังไงต่อล่ะ"


"จะอยู่ที่นี่" คนหน้าตายตอบกลับเสียงเรียบ


"ห๊ะ" ตั้งแต่เจอกันตอนสายจนถึงตอนนี้ ผมร้องคำนี้ไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย "อยู่ที่นี่ อยู่ได้ยังไง"


"อยู่ที่นี่" มันย้ำอีกครั้ง


"ไม่ได้ นายต้องไปหาหมอก่อน"


"......." มันไม่ตอบอะไรกลับมา จ้องหน้าผมนิ่งด้วยสายตาน่ากลัว ผมเองก็จ้องกลับไม่ลดละ ที่ทำก็เพื่อตัวมันทั้งนั้น เกิดเลือดคั่งในสมองหรืออะไรขึ้นมาจะทำยังไง


พรึ่บ


ไอ้สีตาแปลกลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงไปที่ประตูห้องนอน เดินออกไป ผมตกใจกับการกระทำที่กระทันหัน วิ่งกึ่งเดินตามไปด้วย เป้าหมายคนตัวสูงคือประตูหน้าบ้าน


"เฮ้ เดี๋ยว จะไปไหน" ผมรีบขวางไว้ก่อนที่มันจะเปิดออกไป


"ไม่ให้อยู่ก็จะไป"


"แต่นายความจำเสื่อมนะ ไปจะได้ยังไงกัน บ้าไปแล้วเหรอ ข้างนอกมันอันตรายเกินไปสำหรับนายนะ เงินก็ไม่มีติดตัว บ้านตัวเองชื่อตัวเองก็ไม่รู้จัก ออกไปก็เท่ากับไปตายเท่านั้นแหละ อยากหิวตายหรือไปขอทานที่สะพานลอยล่ะ"


"..........."


"อย่ามามองกดดันแบบนั้นนะ ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้อยู่ซักหน่อย แค่บอกว่าต้องไปหาหมอเท่านั้นเอง"


"ไม่ไป"


"โว้ยยยย ดื้อชะมัด เออ ไม่ไปก็ไม่ไป ไม่บังคับแล้ว ตามใจเลย ไม่อยากหายก็ตามใจ"


เหมือนอีกฝ่ายจะกระตุกสายตาพอใจขึ้นมาแว๊บนึงและจางหายไป จากนั้นก็ยืดตัวตรงยกมือขึ้นกอดอกเหมือนจะหยั่งเชิงถามว่าผมจะเอาไงต่อ


"กลับเข้าไปในห้องสิ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ....ถ้าจะอยู่ที่นี่"


"อืม" แค่นั้น มันก็เดินหมุนตัวกลับเข้าไปบ้านไปอย่างผู้ชนะ


เวรกรรมจริงๆไอ้คริส มึงไปเก็บตัวอะไรได้มาวะเนี่ย


......................................................
สนุกมั้ย ส่งฟีดแบ็คด้วยนะ จะได้รู้ว่าควรแต่งต่อไปรึเปล่า
แนวนี้ไม่เคยแต่งจริงๆ ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นแฟนตาซี อย่าจริงจังกับทุกอย่างนะ อ่านสนุกๆ
สรุปคริสเก็บตัวอะไรมาได้ ทั้งนิ่ง พูดสั้นๆนับคำได้ แถมยังมาความจำเสื่อมอีก
ส่วนตัวคิดว่า นู๋จะคนดีไปไหนลูกกกกก โลกเรามันอยู่ยากแต่พาผู้ชายแปลกหน้าเข้าบ้านเฉย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 343 ครั้ง

1,636 ความคิดเห็น

  1. #1606 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 20:17
    น้องคริสเก็บแวมไพร์มาเลี้ยง แต่เหมือนจะรู้ความอยู่นะ แกล้งน้องใช่มั๊ย
    #1606
    0
  2. #1602 NALA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 14:10

    แนวนี้น่าตื่นเต้นนนนน ช๊อบบจังค่าไรท์

    #1602
    0
  3. #1566 Spampp (@Spampp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 18:29
    ให้คนแปลกมาอยู่ด้วย..น้องงงใจง่ายไปลูกกก
    #1566
    0
  4. #1525 dang24 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 12:01

    เออมาแนวแปลกชอบนะ

    #1525
    0
  5. #1524 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 00:58
    น้องก็คนดีเกิ้นนน หนูรู้กกกกกกก
    แต่นี่ไม่คิดว่าคนแปลกหน้าความจำเสื่อมนะ หึๆๆ
    #1524
    0
  6. #1520 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 00:58
    อิหนูลูกกกกกก คนดีเกิ้นนนนนน ลงไปดูรอยเลือดมืดๆคนเดียวไม่พอนะ เก็บผช.เข้าบ้านไปอี้กกกกกก แล้วก็พูดแจ้วๆว่าอย่ากลัวหนูนะ หนูไม่ได้จะทำไรพิ

    โอ้ยยยยยยยย คนกลัวต้องเป็นหนู ลูกกกกกกกก ผช.ขึ้นคร่อมมาเลียหน้าแต่เช้า ก็ไม่เอะใจเล้ยยยยยยย เป็นโจรนี่โดนฆ่าปาดคอละนะ แง
    #1520
    0
  7. #1511 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 14:19
    งือออออออ
    #1511
    0
  8. #1490 kham00m (@kham00m) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:40
    ไม่มีอะไรอันตรายไปกว่าพี่เค้าแล้วล่ะหนูคริส รึป่าว5555
    #1490
    0
  9. #1475 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:53
    สนุกกกกกสิ๊
    #1475
    0
  10. #1465 LiNgLoM.. (@linglom_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:41
    ดีแล้วคริส เก็บเลย
    #1465
    0
  11. #1388 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:55
    ลุ้นกันไป
    #1388
    0
  12. #1369 SherbetGirl (@bokunokokoro) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 08:19
    พี่สิงโตเว่อชั่นนี้ อินดี้จิงๆ 55555
    #1369
    0
  13. #1365 tmttmay (@WaYaKuNg) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 22:10
    <p>อ่านๆไปก็แบบ เห้อ พระเอกหล่อ *-*</p>
    #1365
    0
  14. #1364 Daree (@Buddaree) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:05
    ชอบอ่ะ คำพูดของคริส คือเหมือนคริสตัวจริงพูดเลย กวนๆพุดเยอะๆเกรียนๆทำไห้รุ้สึกว่าตัวละครคือคริสจริงๆไม่ใช่เอาแค่รูปคริสมา
    #1364
    0
  15. #1356 NuttyPatt (@NuttyPatt) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:58
    คริสว่าอินดี้แล้วเจอพี่สิงอินดี้กว่า55555 ชอบแนวนี้มากๆค่ะ
    #1356
    0
  16. #1340 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 12:48
    นี่จำไม่ได้จริงๆหรือไม่ยอมบอกว่าไม่ใช่มนุษย์เนี่ย ว่าแต่คริสใจดีไปนะ เอาใครก็ไม่รู้มาอยู่ด้วยเนี่ย แถมต้องเลี้ยงอีก
    #1340
    0
  17. #1336 ชิษณุภา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 10:19
    อย่าให้รู้ว่าหลอกน้องนะคุณแวมไพร์ ไม่ใช่ว่สแกล้งความจำเสื่อมใช่มั้ย555
    #1336
    0
  18. #737 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 22:06
    บรรยายสะนึกภาพออกเลยอ่ะ
    #737
    0
  19. #689 creamsarang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 21:51
    ตกลงข้าวไข่เจียวนางก็ไม่กิน

    เก็บตัวอะไรมาคริส55555555555หมาแมวยังไม่เลี้ยงยากเท่านี้เลย
    #689
    0
  20. #633 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 08:22
    หุๆๆๆ มาผู้ชายเข้า~~ เป็นสาวเป็นแส้(???)ไม่ดีเลยนะ555
    #633
    0
  21. #484 GuzzDeDreamer (@zamourai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 18:52
    ความอินดี้ เจออินดี้กว่า 555
    #484
    0
  22. วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 07:47
    พี่สิงฮะ ความอินดี้นี่ท่านได้แต่ใดมาาาาา
    #476
    0
  23. #179 rujiranetsuwan (@rujiranetsuwan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 00:07
    ชอบความอินดี้ของนาง เดียวนะคะคริสหนูจะพาที่ไหนเข้าบ้านมิได้ลูกกกกก
    #179
    0
  24. #176 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 19:54
    จำไม่ได้จริงๆชิมิ
    #176
    0
  25. #175 candy_peraya (@candy_peraya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 18:57
    สนุกกกกกชอบแนวนี้
    #175
    0