Super rookie ขอโทษที..พอดีผมน่ะร้าย [SingtoKrist]

ตอนที่ 85 : ภารกิจพิชิตรุกกี้ ภาค เจรจา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    19 ธ.ค. 59

สิงโตพาร์ท


          ต้องใช้ความกล้าเบอร์ไหน ถึงจะขับรถมาที่บ้านหลังนี้ได้วะ บ้านหลังใหญ่โตเหมือนปราสาท ดูแล้วคล้ายกับบ้านคนรวยมหาเศรษฐีที่แม่กับพี่ฟ้าชอบดูในละคร ผิดตรงที่บ้านหลังนี้ไม่ได้มีคนชุดดำยืนคุมอยู่หน้าบ้าน เป็นแค่บ้านคนรวยแต่ไม่ธรรมดา เพราะมันเป็นหนึ่งในหลายๆหลังทั่วประเทศ หรือทั่วโลก ทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของไฮโซคนดังไง ออกทีวีโคตรบ่อย รายการมากมายมาถ่ายทำสารคดีชีวิต สำรวจบ้านหลังนี้จนพรุนไปหมดแล้ว


          เจ้าของบ้านเป็นถึงเจ้าของธนาคารใหญ่ ที่ติดอันดับเศรษฐีของเมืองไทยทุกปี ทุกโพลที่มีการสำรวจ ไม่เคยต่ำกว่าอันดับสิบ


          บ้านพ่อแม่ของคริส


          ผมไม่ได้มีความกล้า ผมมีแต่ความรัก แค่อยากรู้จักพ่อกับแม่ของคริสเอาไว้ ตอนที่ได้ฟังถังเล่าเรื่องของคริสผมก็ตกใจนะ ไม่คิดว่าบ้านมันจะรวยถึงขนาดนี้ แล้วก็ไม่เคยรู้เลยว่ามันเป็นลูกบ้านนี้ รายการทีวีไม่เห็นเคยพูด เท่าที่จำได้ และหาจากกูเกิ้ลดู ประวัติของครอบครัวนี้มีแค่พ่อแม่ และลูกชายคนโต กับลูกสาวกลาง แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงลูกชายคนเล็ก ที่ชื่อ คริส เลย บางทีอาจจะเพราะสาเหตุนั้น....


          ลูกชายคนเล็กที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นลูกของเศรษฐี เพราะมันทำตัวยาจก ติดดินมาก ตังค์แต่ละบาทเอาไว้กินเหล้า รถก็ไม่มีขับ ต้องนั่งรถเมล์ นั่งแทกซี่ทีมันยังบ่นเปลืองตังค์เลย นอกจากนั้นมันก็ยังเอาแต่บ่นว่าตังเดือนนี้หมดบ้าง ไม่พอบ้าง ต้องต้มมาม่าบ้าง แถมยังบังคับให้เพื่อนๆเลี้ยงเหล้ามันตลอด ผมคิดว่าบ้านมันจะจนซะอีก


          [พี่แน่ใจนะว่าพี่จะทำแบบนี้จริงๆน่ะพี่สิง ผมว่ารอให้พี่กับไอ้คริสเรียนจบก่อนไม่ดีกว่าเหรอ แล้วค่อยไปหาพ่อแม่ไอ้คริสมันน่ะ] มึงพูดประโยคนี้มากี่รอบแล้วล่ะไอ้ถัง กูเคยฟังบ้างรึเปล่า


          "ถ้ากูไม่รู้เรื่องนั้น กูก็คงทำแบบที่มึงบอกนั่นแหละ แต่ตอนนี้ คงมีแต่ต้องเดินหน้า มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูกำลังทำเพื่อความสุขของเพื่อนมึงอยู่ กูไม่อยากปล่อยมันเอาไว้แบบนั้นนานๆ"


          [มันไม่ได้เครียด แล้วแกล้งทำเป็นสุขนิยมหรอกนะพี่สิง มันเป็นของมันแบบนี้จริงๆ มันไม่คิดอะไรมากหรอก เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว พี่จะห่วงไปทำไม ผมว่ารอให้เรียนจบก่อน แล้วตอนนั้นมีงานการทำมั่นคง เค้าน่าจะยอมรับง่ายกว่ามั้ย เพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว] ผมก็อยากคิดแบบมันนะ หรือควรรออย่างที่มันพูดดีวะ ถ้าเค้ารับไม่ได้ที่คริสมีแฟนเป็นผู้ชาย มันอาจจะโดนตัดออกจากครอบครัวนี้ทันทีเพราะผมก็ได้นะ


          "........ไม่ว่ะ ถ้าตามที่มึงเล่ามา พวกเค้าก็รักไอ้คริสไม่ใช่เหรอวะ คงไม่ทำแบบนั้นหรอก กูจะไปขออนุญาตคบกัน แล้วจะดูแลมันเอง"


          [งั้นก็ตามใจเถอะ ผมเบื่อจะคัดค้านแล้ว ถ้าพี่ยืนยันแบบนั้น งานที่ค่ายทหารยังว่างบางตำแหน่งน่ะ เผื่ออยากหาเงินพิเศษมาจ่ายค่าเทอมให้ไอ้คริส ตอนมันถูกเค้าไล่ออกจากบ้าน เหอะๆๆ] มึงจะประชดตัดกำลังใจกูทำไมวะ กูแทบเลี้ยวรถกลับแล้วนะ ไม่ได้กลัวต้องทำงาน แต่กลัวมันจะสูญเสียครอบครัวไป คนดังเค้าอาจจะหน้าบางไม่อยากให้ใครรู้ก็ได้ว่าลูกชายมีแฟนเป็นผู้ชาย แถมเป็นผู้ชายธรรมดาแบบผมด้วย เค้าอาจจะอับอายกลัวขายขี้หน้า แต่ว่า


          "กูตัดสินใจแล้ว หาตำแหน่งว่างเตรียมไว้ละกัน ขอที่เงินเดือนดีๆหน่อย กูซ่อมได้ทุกอย่างตั้งแต่ปืนใหญ่ยันรถถังนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ แค่นี้นะกูถึงหน้าบ้านไอ้คริสแล้ว ขอบใจมากไอ้ถัง" หัวเราะไปงั้นแหละ ผมเรียนโยธานะจะซ่อมของพวกนั้นเป็นได้ไง อย่าถูกดักกันง่ายๆสิวะ

 

 


          "สวัสดีครับ ผมมาพบเจ้าของบ้าน ผมชื่อสิงโตที่นัดเอาไว้ครับ" ผมแจ้งแม่บ้านที่เดินออกมาต้อนรับที่หน้าประตูบ้าน ผมไม่ได้นัดเองหรอกนะ ถังเป็นคนจัดการให้ แต่มันบอกว่าให้ผมบอกชื่อผมไปได้เลย


          "ค่ะ เลขาคุณท่านแจ้งเอาไว้แล้ว เชิญทางนี้เลยค่ะ" แม่บ้านผายมือแล้วเดินนำออกไป เดินไม่ไกลมากก็ถึงห้องรับแขกห้องนึง เมื่อกี้ผมเดินผ่านห้องนึงมาก็เหมือนจะเป็นห้องรับแขกนะ มีกี่ห้องกันวะเนี่ย


          "คุณผู้หญิงคะ คุณสิงโตมาแล้วค่ะ" อ้าว ทำไมผมขอพบคนเป็นพ่อ กลับได้เจอคนเป็นแม่ล่ะ แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็คงเหมือนกัน ท่านอาจจะไม่ว่างก็ได้


          "สวัสดีครับ" ผมยกมือไหว้ แม่ของคริสที่วางแก้วกาแฟลง เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ผม ลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่หรูหราจนผมไม่กล้านั่ง


          "สวัสดีจ๊ะ เพื่อนรุ่นพี่ของน้องคริสใช่มั้ย? ถังโทรมานัดกับเลขขาเอาไว้ให้แล้ว ขอโทษด้วยนะคุณพ่อเค้าติดประชุมทางโทรศัพท์นิดหน่อยอยู่ในห้องทำงาน นั่งรอก่อนสิ เชิญนั่งเลย" แม่ของคริสดูใจดี แต่ที่เป็นแบบนี้อาจจะเพราะเข้าใจว่าผมเป็นแค่เพื่อนลูกชายสินะ


          "ขอบคุณครับ" ผมยิ้มกลับคืนไป แต่ในใจโคตรกังวล คือผมแค่ยี่สิบต้นๆเองนะ ทำไมกล้าทำอะไรยิ่งใหญ่ขนาดนี้วะ


          "แล้วน้องคริสเป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า ไม่กลับบ้านตั้งเป็นเดือนแล้ว แม่ก็คิดถึ๊งคิดถึง โทรไปคุยด้วยบางทีก็ไม่ค่อยยอมเล่าอะไรให้ฟังบ้างเลย ช่วงนี้แม่กับพ่อก็ยุ่งๆ ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่"


          "สบายดีครับ ก็พยายามตั้งใจเรียน เกรดเทอมที่แล้วก็ออกมาดีพอใช้ได้นะครับ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แล้วคริสก็ร่าเริงสดใส กวนประสาทหน่อยๆด้วย" ผมเล่าเรื่องของคนรักในด้านดีๆให้แม่คริสฟัง


          "กวนประสาทเหรอ น้องคริสตอนอยู่กับเพื่อนๆเป็นแบบนั้นสินะ ตอนอยู่ที่บ้านก็เรียบร้อย พูดน้อยมากเลย สิงโตใช่มั้ย ถ้ารู้ว่าน้องคริสเป็นลูกใคร ก็คงสนิทกันมากเลยสินะ ปกติแล้วนอกจากถังกับเก้าน้องคริสก็ไม่เคยพูดถึงเพื่อนคนไหนอีกเลย ไม่ยอมพาเพื่อนๆมาบ้านแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักด้วย"


          "ครับ ก็สนิทกันเพราะผมเป็นพี่รหัสของคริส แล้วก็เป็น..."


          "มาแล้วเหรอ ขอโทษทีนะที่มาช้า ยินดีที่ได้รู้จัก" ผมยังพูดไม่ทันจบ พ่อของคริสก็เดินเข้ามาขัดจังหวะและทักทาย ท่าทางดูเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มงวดนิดหน่อย


          "สวัสดีครับ" ผมรีบลุก ยกมือไหว้ ส่งรอยยิ้มไปทักทาย แล้วก็ถูกบอกให้นั่งลงเหมือนเดิม


          "ว่าไง อยากพบผมมีอะไรเหรอ" พ่อของคริสนั่งลงเสร็จก็เข้าประเด็นตามประสาคนที่มีงานเยอะ คงไม่อยากเสียเวลากับเพื่อนลูกชายที่ไม่ได้ประโยชน์อะไร


          "ถ้างั้นแม่ขอตัวก่อนนะ คุยกันตามสบายเลย"


          "เดี๋ยวครับ นั่งด้วยกันได้รึเปล่าครับ คุณน้า จะได้คุยพร้อมๆกันเลย" ผมท้วงเอาไว้ เพราะยังไงก็ต้องการจะคุยกับทั้งคู่อยู่แล้ว


          "????? อ้อ จ้ะ" แม่ของคริสนั่งลงเหมือนเดิม ทั้งสองคนมองหน้าผมเป็นคำถาม ว่าจะพูดอะไรกันแน่


          ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ลึกมากกกก เพื่อรวบรวมความกล้าที่จะพูดออกไป


          "ผมมาที่นี่ เพื่อเพราะอยากจะรู้จักพ่อกับแม่ของคนที่ผมรัก และอยากจะขออนุญาตให้เราคบกันครับ" ผมรีบพูดเร็วๆก่อนที่ความกล้าจะหมดไป ไม่อ้ำอึ้งอะไรทั้งนั้น นอกจากความมั่นคงในแววตา ปีหน้าผมคัดตัวเป็นพี่เฮดว้ากดีมั้ย ดูน่าจะได้อยู่นะ


          "ว่าไงนะ! คนรัก เธอหมายถึงใคร หมายถึงน้องเพียงขวัญเหรอ ไปรู้จักกันได้ยังไงล่ะ" แม่ของคริสตกใจมาก รีบออกตัวถามว่าผมคงหมายถึงลูกสาวบ้านนี้ ทั้งๆที่สายตาของเธอก็รู้ดีว่าผมหมายถึงใคร ผมจะไปรู้จักไฮโซขนาดนั้นได้ยังไงล่ะ แค่สังคมก็ต่างกันมากมายแล้ว


          "ไม่ใช่ครับคุณน้า ผมหมายถึงคริส พวกเราสองคนกำลังคบกันอยู่ ผมเลยอยากจะมาบอกให้ทราบเอาไว้ เพื่อให้มันถูกต้อง..."


          "พอ!! เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ชั้นเห็นว่าเป็นเพื่อนลูกชายหรอกนะ ถึงยอมคุยด้วย ออกไปจากบ้านนี้แล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก!!  คิดว่าชั้นไม่รู้เหรอว่าเธอหวังอะไรอยู่น่ะ คงคิดจะรวยทางลัดสินะ ต่อให้เป็นผู้ชายด้วยกันก็ยังคิดจะจับรึไง หน้าไม่อาย ชั้นไม่ยอมรับ ไม่อนุญาต ออกไปได้แล้ว" แม่ของคริสลุกขึ้น ชี้ไปทางประตูด้วยท่าทางโกรธจัด แตกต่างกับการต้อนรับในครั้งแรกมาก


          "ผมไม่ได้คิดอย่างที่คุณน้าเข้าใจนะครับ ผมกับคริสเรารักกันจริงๆ ผมไม่เคยรักใครหรือทำเพื่อใครแบบนี้ ที่ผมมา ก็แค่อยากจะรู้จักกันไว้ ไม่อยากคบกันแบบหลบๆซ่อนๆก็เท่านั้น พวกเราโตพอที่จะคบกันโดยให้พ่อแม่อีกฝ่ายรับรู้แล้ว เราไม่ใช่เด็กๆ แล้วผมก็มั่นใจว่าความรู้สึกของผมมันมั่นคงพอ ถึงได้มาในวันนี้ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆอยากจะมาก็มา แต่ผมคิดทบทวนมาหลายรอบแล้ว"


          "....................."


          "....................."


          "......................"


          เราสามคนนิ่งเงียบไป แม่ของคริสทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา มองหน้าผมอย่างไม่พอใจ โกรธ เกลียดชัง อย่างแสดงออก ผิดกับคนเป็นพ่อที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรเลย ตั้งแต่ผมบอกว่า ผมกับคริสคบกัน


          "เธอมีอะไรมาเสนอล่ะ ผมถึงต้องยอมยกลูกชายให้เธอน่ะ" เป็นประโยคแรกที่พ่อของคริสพูดออกมา หลังจากที่มองผมอย่างพิจารณาอยู่พักใหญ่


          เจ้าของธนาคาร พูดด้วยท่าทางนิ่งๆแต่แววตาเชือดเฉือน ทำตัวเหมือนผมเป็นลูกหนี้ที่ต้องหาทางโน้มน้าวใจให้เค้าปล่อยสินเชื่อให้ 


          "ผมไม่มีอะไรเลยครับ บ้านผมเป็นแค่ครอบครัวธรรมดา มีสวนผลไม้ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร พี่ชายก็ทำงานเป็นผู้จัดการบริษัททั่วไป ที่ผมมีก็คือหัวใจ กับความรักที่ให้กับคริส และคำสัญญาครับ"


          "สัญญาอะไร? คำสัญญาปากเปล่าน่ะมันเชื่อไม่ได้หรอกนะ สิ่งเดียวที่เชื่อได้คือกระดาษที่มีลายลักษณ์อักษร"


          "คำสัญญา ว่าผมจะเป็นครอบครัว เป็นส่วนที่คริสขาดหายไป เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่คริสต้องการครับ"


          "นี่เธอ.........รู้เรื่องนั้นด้วยเหรอ คริสเล่าให้ฟังรึไง เรื่องนี้เราปิดเป็นความลับมาตลอด เธอต้องสำคัญมากเลยสินะ เค้าถึงได้กล้าบอกเธอ" ผมเหมือนถูกตบจนหน้าชา นี่ผมคงสำคัญไม่พอสินะ คริสถึงได้ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง


          "คุณคะ แต่ชั้นไม่ยอมรับหรอกนะ ยังไงก็ไม่ยอม ถ้าใครรู้เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลูกชายคนเล็กมีแฟนเป็นผู้ชายเนี่ยนะ ชั้นรับไม่ได้ เธอรีบออกไปเลย" คนเป็นแม่ก็ยังยืนยันคำเดิมไม่เคยเปลี่ยน ตั้งท่าจะไล่ผมอย่างเดียว พร้อมกับนิ้วที่ชี้ไปที่ประตูซ้ำๆ


          "ยังไงพวกคุณก็ไม่ได้บอกใครอยู่แล้วนี่ครับ ว่ามีลูกชายคนเล็ก ผมเองก็ไม่คิดจะไปป่าวประกาศกับใครหรอก ว่าคริสเป็นใคร แล้วผมเป็นอะไรกัน ขอแค่สองครอบครัวของเรารับรู้ก็พอแล้ว"


          "เธอคงเข้าใจผิด ที่เราไม่ได้บอกใครเรื่องของคริสกับคนอื่น เพราะคริสเค้าขอเอาไว้ เค้าไม่อยากถูกขุดคุ้ยประวัติน่ะ เราไม่ได้รักคริสน้อยไปกว่าที่รักลูกแท้ๆของตัวเองหรอกนะ"


          "............"


          "ถ้าเธอเข้าใจ ก็กลับไปได้แล้วล่ะ" พูดจบพ่อของคริสก็ลุกขึ้น ตามด้วยคนเป็นแม่ที่ทำหน้าดีใจที่สามียอมออกปากไล่ผมกลับไปซะที


          "เดี๋ยวสิครับ ผมยังพูดไม่จบเลยนะครับ แล้วตกลงว่า ผมจะสามารถคบกับคริสได้รึเปล่า" ผมรีบลุกตามเพื่อถามจะเอาคำตอบ


          "ผมคงอนุญาตไม่ได้หรอกนะ ผมยังไม่รู้จักเธอดีพอเลย เธอเป็นยังไง จะทำตามคำพูดได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจเธอนะ เรื่องแบบนี้เดี๋ยวนี้มันปกติธรรมดาไปแล้วกับการที่ผู้ชายจะรักกัน ผมแค่ไม่มั่นใจว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดจริงๆ"


          "แล้วผมต้องทำยังไงครับ พวกคุณถึงจะอนุญาตให้เราคบกัน"


          "เรื่องนั้น........เธอต้องกลับไปคิดเอาเอง" พูดจบคนเป็นพ่อก็หมุนตัวจะเดินออกไป


          "เดี๋ยวครับ ถ้าพวกคุณยังไม่อนุญาตตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ผมขอเรื่องเดียวได้มั้ยครับ อย่าเกลียดคริสนะครับ อย่าตัดคริสออกจากครอบครัว" ถ้าพวกท่านไม่ให้เราคบกันแล้วโกรธคริสมาก มันจะต้องสูญเสียครอบครัวของตัวเองไปอีกครั้งสินะ


          "ทำไม อ้อ เธอคงกลัวว่าถ้าเราตัดน้องคริสออกจากกองมรดก แล้วเธอก็จะอดไปด้วยสินะ ชั้นคิดอยู่แล้วเชียวว่าเธอจะต้องหวังเอาไว้สูง หึ ยังไงชั้นก็ไม่มีทางยอม..."


          "พวกคุณคือครอบครัว คือสิ่งเดียวที่คริสเหลืออยู่ คริสรักพวกคุณมาก ถึงได้เกรงใจ ไม่อยากให้พวกคุณผิดหวัง ไม่อยากให้พวกคุณเกลียด ทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง ไม่ยอมใช้เงินที่พวกคุณให้ไป ไม่เคยขอเงินพวกคุณเลยซักครั้ง ไม่ฟุ่มเฟือยทั้งๆที่มันจะทำก็ได้เพราะพวกคุณก็ดูรักมันมาก เงินที่มันใช้ทุกบาททุกสตางค์อยู่ทุกวันนี้คือเงินมรดกที่เหลืออยู่ของพ่อกับแม่จริงๆของมัน ผมพูดถูกใช่มั้ยครับ" ผมรีบพูดตัดบท ไม่สนใจคำสบประมาทของแม่คริส


          ทั้งสองคนดูอึ้ง แล้วก็เงียบไป โดยเฉพาะคนเป็นแม่ที่ทำหน้าแปลกใจที่ผมรู้เรื่องนี้ ผมเลยรีบพูดต่อในตอนที่ตัวเองยังมีโอกาส ในตอนที่พวกท่านยังฟังคำพูดของผมอยู่ ถ้าผ่านวันนี้ไป ผมอาจจะไม่มีสิทธิ์ได้มาเหยียบที่นี่อีกแล้วก็ได้


          "..ถ้าพวกคุณจะต้องเกลียดคริสเพราะผม เกลียดผมแทนดีกว่า ถ้าต้องการจะลงความโกรธของพวกคุณที่ใคร ให้มาลงที่ผม ผมคงรู้สึกเสียใจมาก ที่เป็นต้นเหตุทำให้คนที่ผมรัก ต้องเจ็บปวดและสูญเสียพ่อแม่ของตัวเองไปเป็นครั้งที่สอง"


          หลังจากนิ่งไปพักใหญ่ พ่อของคริสก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับผมใกล้ๆ จ้องเข้ามาลึกในแววตาของผม


          "ตอนที่อยู่กับเธอ คริสยิ้มบ้างรึเปล่า เค้าหัวเราะบ้างมั้ย"


          "ครับ คริสที่อยู่กับผม เหมือนคนบ้าที่อารมณ์ดีได้ทั้งวัน ชอบบอกว่าตัวเองเป็นพวกสุขนิยม เกลียดเรื่องดราม่า เรื่องซึ้ง เรื่องอะไรก็ตามที่จะทำให้มันต้องร้องไห้ มันชอบหัวเราะ ยิ้มแย้ม ชอบกวนประสาท ชอบแกล้งผม พอผมพลาดมันก็จะเยาะเย้ยสะใจที่ผมพ่ายแพ้" 


          "....มันขี้อ้อน แล้วก็เอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ แต่พอถึงเวลาจริงจัง มันก็จริงจังจนน่ากลัว เป็นคนที่ใส่ใจคนอื่น แต่กลับไม่ยอมแสดงความรู้สึกเป็นห่วงออกมาตรงๆ กลับแอบดูแลเทคแคร์แล้วทำเป็นมึนไม่รู้เรื่อง ก็อย่างที่บอก คริสเกลียดการทำซึ้ง เป็นพวกตรงๆทื่อๆ แสดงความรักไม่ค่อยเป็น" 


          "มันชอบกินเหล้า แต่ก็ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียนมาก เวลาสอบก็ได้เกรดดีใช้ได้ มันมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่ดี รักแล้วก็หวังดีกับมัน พวกนั้นชอบบังคับให้มันขยันเรียน แล้วก็นัดติวกันบ่อยๆด้วย"


          พ่อของคริสไม่ได้มองที่หน้าของผมแล้ว แต่เหม่อมองออกไปด้านหลังผมนิดหน่อยแล้วยิ้มบางๆ 


          "งั้นเหรอ เวลาเค้าอยู่กับเธอ เค้าเป็นแบบนั้นสินะ เมื่อก่อนพ่อแท้ๆของคริสก็เคยบอกผมว่าลูกชายตัวเองเป็นแบบนั้นเหมือนกัน" จากนั้นก็เดินออกจากห้องรับแขกไป ส่วนคนเป็นแม่ก็หันมามองหน้าผมอย่างลังเล แต่ก็สะบัดหน้าหนีผมที่ยกมือไหว้ แล้วเดินตามหลังสามีออกไป


          แล้วผมควรจะกลับไปบอกคริสว่ายังไงดี มันจะโกรธผมมากมั้ย ที่ผมยุ่งเรื่องส่วนตัวมันขนาดนี้ ผมไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่ แล้วผมควรทำยังไงถึงจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อกับแม่ของคริสยอมรับผม



#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: วิ่งไปหลบหลังพี่สิง อรั้ยยยย ไม่ต้องนอยด์ไปนะพี่สมถุย เดี๋ยวให้พี่ถังหางานให้ทำเนาะ ครั้งก่อนสมคิดไปคุกเข่าขอพี่จากแม่เค้า ครั้งนี้คนพี่เข้าถ้ำไฮโซ ไปขอลูกเค้า แล้วจะเป็นไงต่อล่ะเนี่ย **วิ่งหลบรองเท้าได้ที่ไหน หึหึ**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3801 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 23:18
    ยัยเป็นลูกเลี้ยงเหรอ แล้วพ่อแม่จริงๆเป็นเพื่อนกับนายแบงค์รึเปล่า เรื่องบางเรื่องบางทีมันก็ยังไม่ถึงเวลาให้ต้องพูดรึเปล่าพี่สิง น้องหน่ะ รักพี่มากๆ เห็นพี่สำคัญสุดๆอยู่แล้ว แต่คงไม่รู้จะเริ่มไง พี่จ๋าอย่าน้อยใจน้องมากนะ แต่ซีนพระเอกมาก พูด
    #3801
    0
  2. #3381 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 21:16
    แอบน้ำตาซึม ?
    #3381
    0
  3. #2504 คนอ่าน (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 14:53
    ทำไมขุ่นแม่นิสัยแบบนี้ฮ่ะ -*- โมโห หันไปซบขุ่นพ่อ พี่สิงเข้าทางพ่อเลยฮ่ะ 5555
    #2504
    0
  4. #1860 s.lattecoffee (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 13:06
    เราไม่เคยอ่านฟิคแล้วร้องไห้ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เราร้องไห้บอกเลย T^T
    #1860
    0
  5. #1822 MimiPornsinee (@MimiPornsinee) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 23:55
    โอ้วววว พึ่งย้อนมาอ้่านนน
    #1822
    0
  6. #1658 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 09:13
    โอ้โหครอบครัวคริสดราม่าสุดๆ ฮืออออออออ พี่สิงโตเจ๋งมากกกกกก //ปรบมือ
    #1658
    0
  7. #1657 a_liew (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 08:59
    =////= พี่สิงคนจริงงงงงง ฮื้อออออออ...

    สมคิดจับได้ของดีด้วยนะนั่นนนน

    มีความปกป้องงงงง มีความเป็นห่วง

    เมะเรื่องนี้งานดีจริงๆ ยกเว้นอิพี่เก้า = =*

    หมั่นแรงมากกกกก จนอยากไปลงที่คนแต่งงงง

    ถ้าน้องรู้ว่าอิพี่มันบุกมาชิงตัว?

    เอ๊ยเปิดตัว อัลลไลลลจะบังเกิดดด

    -______-.. สมคิดสายอ่อย vs สมคิดสายโหดดดด

    เอ้า...ลุ้นน ตาดีได้ ตาร้ายก็ได้ ~ =////=

    #1657
    0
  8. #1644 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 06:02
    ทำไม ดูเรื่องของสมคิดจะดราม่าสุดล่ะ แต่ก็อย่างว่าเนอะ ตัวเอกของเรื่องนิ ต้องเยอะสุดสิ ใช่ม่ะๆ สมคิด
    #1644
    0
  9. #1643 numkhangvv (@ab-hyungee) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 03:12
    โอ้ยยย ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไปอีก สู้ๆนะสมถุย
    #1643
    0
  10. #1642 numkhangvv (@ab-hyungee) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 03:12
    โอ้ยยย ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไปอีก สู้ๆนะสมถุย
    #1642
    0
  11. #1641 ทีมพีรญา (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 02:15
    อร๊ากกกก หลังจากที่ไม่ได้เม้นมายาวนานนน พน.มีสอบ แต่ทนไม่ไหวจิงๆ ขออ่านนิยายแก้เครียดสักหน่อยก็ดี สมองโปรดโปร่ง อร๊ากกกกก พี่สิงงงง สู้ๆนะค้าาาาา เชียอยู่วววววว แล้วพี่คริสจะโกรธมั้ยน้ออออออ พี่สิงก็ลุ้นไปปปปป คุณแม่คริสนี่คงออกแนวมนุษย์ป้าสินะ งั้นเราเรียกมนุษย์ป้าดีกว่าาาา ตอนนี้ยังไม่ชอบหน้านางสักเท่าไหร่ บังอาจจจจจจ ทำมะะะ!! ชายรักชายมันผิดตรงไหนนนน!!! (อันนี้ส่วนตัว คนรอบข้างเราไม่ค่อยยอมรับที่เราป็นสาววายTT) ความรักไม่จำกัดเพศนะป้า บอกไว้ก่อนนน เดี๋ยวปั้ดจิ้นพ่อเก้ากับผัวป้าสะเลยหนิ (เดี๋ยวๆๆๆอันนี้ก็เกินไป5555)
    #1641
    1
    • #1641-1 sweetyn2 (@SweetyN) (จากตอนที่ 85)
      19 ธันวาคม 2559 / 02:28
      เดี๋ยวๆๆๆ จิ้นได้รุนแรงมว๊ากกก
      #1641-1
  12. #1640 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 01:45
    ชอบบบบบ มันต้องงี้แหละ มันต้องยากงี้มั่งแหละะะ ปล. อิแม่ อย่าเยอะ ค่ะ 5555 พี่สิงคนจริง ยอมมมม
    #1640
    0
  13. #1639 Nalisanp (@Nalisanp) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 01:41
    ไม่ง่ายจิงๆ แต่ชอบการเขียนของไรต์มากอ่ะ ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่า สิงโตกับคริสรักกันมากขนาดนี้ ฮืออออ พี่สิงสู้ๆนะ
    #1639
    0
  14. #1638 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 01:19
    ว่าแล้ว... งานนี้มันไม่ง่ายจริงๆด้วย..
    #1638
    0
  15. #1637 Nupear (@pinkykitty) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 01:03
    โอ้โห พี่สิงคนจริง น้องคริสจะไม่รักไม่หลงได้ยังง้ายยย
    #1637
    0