ตอนที่ 55 : สเปเชียล เฟียส ดัมเบล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    10 ธ.ค. 59



เฟียสพาร์ท



          วันนี้ผมมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เรียกว่าสำคัญระดับชาติเลยทีเดียว ผมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า เปลี่ยนชุดไปหมดตู้ ลองแล้วลองอีกยังไงก็ไม่พอใจซักที ชุดนั้นก็ดูไม่ดี ชุดนี้ก็ไม่สุภาพ นี่ลงทุนไปย้อมผมกลับเป็นสีดำมาเลยนะ ดัมเบลเห็นครั้งแรกอ้าปากค้าง แต่ก็ยิ้มชอบใจ แปลว่าหล่อใช้มั้ย หล่ออ่ะดิ หวังว่าว่าที่พ่อตาจะปลื้มใจเหมือนลูกชายบ้างนะ


          ใช่แล้วภารกิจยิ่งใหญ่ที่พูดถึง คือ การบุกเข้าถ้ำเสือ ถึงปากจะบอกว่ามั่นใจ ไม่เปลี่ยนใจ แต่ก็ใช้เวลาทำใจอยู่เกือบอาทิตย์ ในที่สุดผมก็ตัดสินใจ รอต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ยังไงวันนี้ก็ต้องมาถึงอยู่ดี


          "พี่จะไปไหน ใส่ชุดเหมือนจะไปสัมภาษณ์งาน" ดัมเบลเบลนอนมองผมเปลี่ยนเสื้อผ้าไปมา ขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย มันทางการไปเหรอวะ?


          "ตื่นแล้วเหรอครับ ยังเช้าอยู่เลย นอนต่อสิ" กะว่าจะชิ่งออกไปก่อนดัมเบลจะตื่น แต่ไม่เป็นไร กูมีข้ออ้างอยู่แล้ว คงไม่สงสัยหรอก


          "ไม่อ่ะ วันนี้จะไปธุระหน่อย ว่าแต่พี่น่ะ จะไปไหนเหรอ งานบวช? งานแต่ง? หรืองานแซยิดอาม่า ฮ่าๆๆๆ"


          ผมเดินกลับไปที่เตียง ขยับตัวไปนอนข้างๆ แล้วดึงจมูกคนกวนประสาทแต่เช้าอย่างหมั่นเขี้ยว


          "พี่ออกจะหล่อ แต่งยังไงก็หล่อ อย่าแซวดิครับ .....พี่จะไปส่งแม่ทำธุระน่ะ งานมันค่อนข้างทางการหน่อย" ขอโทษที่ต้องโกหกนะดัมเบล พี่สัญญาว่านี่จะเป็นเรื่องเดียวที่ปิดบัง


          "อ้อเหรอ ผมก็คิดว่าจะไปทำธุระหน่อย บางทีอาจจะกลับค่ำๆนะ อื้ออ อย่าสิ เดี๋ยวสูทพี่ก็ยับหรอก ลุกขึ้นไป" ผมหมั่นเขี้ยวจดอดใจไม่ไหว กดริมฝีปากตัวเองลงไปบนปากแดงๆ แล้วก็ถูกห้ามด้วยการผลักอกกลับมา


          "ยับเดี๋ยวก็รีดเอาใหม่ได้ ขอกำลังใจหน่อยเถอะนะครับ" บางทีวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันก็ได้ ขอจูบที


          "ไปงานอะไร ทำไมต้องการกำลังใจขนาดนี้" อ้าวเวรแล้วไง เผลอหลุดปาก


          "กำลังใจยามห่างกันไง เดี๋ยวกลับมาพบกันใหม่ค่ำๆ พี่จะไม่เจอหน้าดัมเบลตั้งหลายชั่วโมง ขอนิดนึงนะ" ผมไม่รอคำตอบ แต่ก้มหน้ากลับลงไป เป้าหมายคือริมฝีปากที่เดิม


          ครั้งนี้ดัมเบลไม่ได้ห้าม หรือผลักออก แต่เอื้อมมือมาคล้องคอผมเอาไว้ แล้วจูบตอบกลับมา โคตรหวานเลย ขอกินก่อนได้มั้ย แล้วค่อยไปทีหลัง ...คงไม่ได้สินะ รีบไปจัดการให้เสร็จดีกว่า ค่อยกลับมากินอย่างสบายใจ


          .........ถ้าได้กลับมานะ


          ผมจูบดัมเบลต่ออีกนานมาก นานจนแทบจะลืมเวลาไป สุดท้ายก็ต้องตัดใจออกจากห้องมา ดัมเบลบอกว่าอีกสักพักถึงจะออกบ้าง ผมเลยมาก่อน

 




          ผมขับรถมาจอดที่รั้วบ้านหลังนึง แค่รั้วบ้านก็สูงยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีนแล้ว แต่ไม่เป็นไร ต่อให้สูงแค่ไหนก็จะไปถึง ไม่มีคำว่าสูงวัดได้ถ้าใจถึง เอ๊ย ไม่ใช่แล้วล่ะ เปิดเพลงเก่าปลุกใจมาตลอดทางเลยเผลอไปหน่อย เหอะๆๆ


          "มาพบใครครับ" พอผมกดกระจกรถลงไป ยามแอนด์บอดี้การ์สามสีคนก็ล้อมรถผมเอาไว้ ถามเสียงสุภาพแต่ใบหน้าข่มขู่ แค่หน้าประตูบ้านผมก็เริ่มหวั่นแล้ว


          "มาพบคุณวินัยครับ" ผมพยายามตอบเสียงเรียบๆกลับไป คุมเสียงเก๊กท่าเอาไว้นะไอ้เฟียส อย่าไปกลัว


          "นัดไว้รึเปล่าครับ คุณวินัยไม่พบคนที่ไม่ได้นัดมาล่วงหน้านะครับ แล้ววันนี้ก็ไม่มีรายงานลงมาว่าจะมีคนมาพบด้วย" นี่พ่อแฟนหรือนายกวะ จะพบต้องนัดด้วย


          "ไม่ได้นัดครับ แต่ลองบอกไปได้รึเปล่า ว่าผมชื่อเฟียส มาพบเรื่องดัมเบล" บอดี้การ์ดพวกนี้ทำท่าจะไม่ให้เข้าท่าเดียว ถ้าผมยังฝืนอาจจะมีเจ็บตัวได้เลยลองอ้างชื่อลูกชายไป เผื่อจะเข้าไปได้


          พอพูดชื่อดัมเบล พวกเค้าก็พยักหน้า ล้วงมือไปที่เอวด้านหลัง ปืนรึเปล่าวะ กูจะตายตั้งแต่รั้วบ้าน ไม่ทันได้เห็นหน้าว่าที่พ่อตาเลยมั้ยเนี่ย


          "เชิญครับ คุณเข้าไปได้" ที่ล้วงมาคือวิทยุสื่อสาร บอร์ดี้การ์ดพูดคุยอะไรกันสั้นๆ แล้วก็เปิดประตูให้ผมเข้าไป


          รอดด้วยว่ะ


          ผมขับรถจากรั้วที่เปิดออก ถนนเป็นทางยาวเข้าสู่ตัวบ้าน ข้างทางมีต้นไม้เขียวครึ้มระยะทางพอสมควร หลุดจากแนวต้นไม่ไปได้ ก็เห็นบ้านหลังใหญ่ ไม่สิ เรียกบ้านไม่ได้ ควรเรียกว่าคฤหาสน์ขนาดเล็ก สร้างเป็นทรงยุโรปสีขาวทั้งหลัง พื้นที่กว้างหน้าบ้านเป็นสนามหญ้าสีเขียวที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีขนาดยังกะสนามกอล์ฟ มีน้ำพุตรงกลางถนนวงเวียนหน้าประตูบ้าน อะไรจะตระการตาขนาดนี้ ถ้าเค้ายกดัมเบลให้ผมจริงๆ คงต้องขายกิจการร้านหมูกะทะที่อินโดฯ เอาตังค์มาสูขอกันเลยมั้งเนี่ย


          หลังจากจอดรถเอาไว้ ก้าวเท้าลงไปก็ใช่ว่าจะเข้าประตูบ้านไปได้เลย หลุดบอดี้การ์ดหน้ารั้วมา ยังต้องมาเจอกับการตรวจค้นร่างกายจากการ์ดหน้าประตูบ้านต่อ บอกที นี่บ้านประธานาธิปดีอเมริกาใช่มั้ย อะไรจะเว่อร์ขนาดนี้


          "มาพบใครครับ" อีกแล้วเหรอวะ เมื่อกี้ก็บอกไปแล้ว มันคุยกันยังไงภาษาอะไร ถึงต้องถามซ้ำซากวะ


          "เฟียสใช่มั้ยจ๊ะ?" ผมยังไม่ทันตอบคำถามเป็นรอบที่สอง ผู้หญิงคนนึงก็เดินตรงออกมาหน้าประตูบ้าน พุ่งเป้าหมายและสายตามาที่ผมอย่างเจาะจง


          "ครับ สวัสดีครับคุณนารี" ผมรีบยกมือไหว้ เพราะจำได้จากรูปถ่ายที่สไปรส์ส่งสมาให้ทางกรุ๊ปไลน์ แม่ดำเบลรู้จักผมด้วยว่ะ


          "อะไรกันนน ทำไมพูดจากห่างเหินขนาดนั้น เรียกแม่สิ น้อยใจแล้วนะ" คุณนารีเบะปากนิดหน่อย ทำท่าน้อยใจประกอบคำพูด จากนั้นก็ดึงหน้ากลับไปทางการ์ดหน้าประตู ส่งเสียงเฉียบขาดยังกะคนละคน


          "ถอยออกไปได้แล้ว อย่าเสียมารยาท นี่แฟนคุณดัมเบลนะ" การ์ดตกใจรีบก้มหัวแล้วถอยเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ผมตกใจยิ่งกว่า สะดุ้งจนตัวขยับ นี่รู้ลึกขนาดไหนวะเนี่ย ที่ไอ้ถังไอ้สไปรส์เล่าว่าส่งคนมาตามสืบ รู้จักพวกเพื่อนๆทุกคนนี่เรื่องจริงสินะ


          "ขอโทษทีนะจ๊ะ พอดีช่วงนี้พ่อเค้าใกล้ประมูลสัมปทานใหม่น่ะ คนเลยเยอะแล้วก็คุมเข้มไปหน่อย ปกติไม่เป็นแบบนี้หรอกนะ" นี่หน่อยเหรอครับแม่ ผมว่าอีกนิดก็สร้างกำลังทหารก่อตั้งประเทศเองได้แล้วนะ


          "ครับ เอ่อ ผมมาพบคุณวินัยครับ ไม่ทราบว่าคุณแม่พอจะพาผมไปได้รึเปล่า"


          "อ้อ แม่รู้แล้วล่ะ เมื่อกี้การ์ดมาถาม เลยรีบลงมาต้อนรับนี่ไง ขอโทษจริงๆนะที่เสียมารยาทกันขนาดนี้ พ่ออยู่ที่ห้องทำงานใหญ่น่ะ มาสิเดี๋ยวจะพาไปรู้จักนะ" คุณแม่ดัมเบลยิ้มอย่างใจดี ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง คงไม่รังเกียจกันใช่มั้ย อย่างน้อยก็เรียกผมว่าแฟนลูกชาย ให้ผมเรียกแม่ได้นี่นา ผ่านไปหนึ่งด่านง่ายๆเลยสินะ โชคดีจริงๆไอ้เฟียส


          หรืออาจจะไม่ กูยังไม่ผ่านด่านใหญ่สุดเลย


          "กล้ามาแล้วรึไง กว่าเธอจะมาได้ คงต้องให้ดัมเบลขอร้องอยู่นานเลยสินะ" คนที่พูดส่งสายตาดูถูกมาอย่างแสดงเจตนารมภ์ว่าไม่ชอบขี้หน้า น้ำเสียงนิ่งเรียบเฉียดขาดยิ่งกว่าคนเป็นภรรยา แถมสีหน้าก็เรียบกริบสนิทนาน


          หลังจากแม่ดัมเบลเคาะประตู พาเข้าไปในห้องทำงานใหญ่ แนะนำตัวเสร็จ คุณวินัย พ่อดัมเบลก็แค่พยักหน้า แล้วบอกให้ภรรยาตัวเองออกไปก่อน จากนั้นก็จ้องหน้าผมอยู่นานหลายนาที ก่อนจะพูดคำเมื่อกี้ออกมา ขาอย่าสั่นนะกู

     

          "ไม่ครับ ดัมเบลไม่รู้เรื่องนี้ ถ้าเป็นไปได้ ท่านอย่าบอกลูกชายจะดีกว่า ผมไม่อยากถูกโกรธที่แอบทำอะไรโดยพลการ" ผมส่งยิ้มบางๆไปให้ ตอบอย่างสุภาพ


          "หึ อวดดี มีแค่ร้านหมูกะทะ กับธุระกิจก่อสร้างที่แค่พอใช้ได้ คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่แล้วสินะ" โอ้โห สืบหมดทุกอย่างจริงๆ ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำครอบครัวเลยสินะ ตามปกติแล้ว คนเป็นพ่อแม่จะถามแฟนลูกตัวเอง เช่น พ่อแม่ทำงานอะไร บ้านอยู่ไหน มีอะไรที่จะเลี้ยงลูกเค้าได้บ้าง อะไรประมาณนี้ใช่มั้ย แต่นี่คงไม่ต้องแล้วสินะ ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย เหลือแค่การพิสูจน์ใจ ว่าเค้าจะยกลูกให้รึเปล่าเท่านั้นเอง


          ไอ้ร้านหมูกะทะที่ผมอวดเพื่อนบ่อยๆ แค่งานอดิเรกของพ่อเท่านั้นแหละครับ จริงๆอาชีพหลักของพ่อคือบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ขนาดปานกลางไปถึงใหญ่ ผมถึงต้องมาเรียนวิศวะไง เพื่อกลับไปรับช่วงต่อ แต่จะอวดไปทำไม ผมไม่ใช่คนขี้โอ่


          "ผมไม่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่หรอกครับ แต่ผมมีหัวใจที่รักลูกของท่านแค่คนเดียว ที่ผมมาเพื่อขออนุญาตให้เราคบกัน"


          "ถ้าชั้นบอกว่าไม่ล่ะ พวกเธอทั้งคู่เป็นผู้ชาย จะคบกันได้นานแค่ไหนเชียว อย่างมากก็แค่หลงผิดไปชั่ววูบ ที่ยังปล่อยเธอเอาไว้ เพราะคิดว่าเสียเวลาเดี๋ยวก็คงเลิกกันไปเอง แต่เธอกลับเข้ามารนหาที่ตายเองนะ"


          "ผมรักดัมเบลจริงๆครับ ถ้าไม่อย่างนั้น ผมคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ เพื่อขออนุญาตท่าน ผมแค่อยากทำทุกอย่างอย่างถูกต้อง ให้ผู้ใหญ่รับทราบ แล้วที่สำคัญที่สุด ผมอยากช่วยดัมเบล"


          "ช่วย?" คุณวินัยจ้องหน้าผมอย่างแปลกใจ เหมือนกับว่าไอ้เด็กอ่อนด๋อยเมื่อวานซืนแบบผม จะไปช่วยอะไรได้


          "ครับ ตั้งแต่ดัมเบลบอกกับผมแล้วก็เพื่อนๆว่าที่บ้านทำธุระกิจอะไร มันก็ดูกังวลใจ เหมือนมีเรื่องให้คิดตลอด เพื่อนสนิทมันบอกว่า เป็นเพราะว่าดัมเบลกำลังมีปัญหากับท่านอยู่ ด้วยเรื่องที่ท่านเคยส่งคนไปข่มขู่เพื่อนสนิทตอนมัธยมให้เลิกคบกับลูกชายตัวเอง แล้วดัมเบลก็เลยกลัวว่าท่านจะทำแบบนั้นอีกครั้งกับเพื่อนของมันตอนนี้"


          "เห้ออออ นี่มันยังโกรธเรื่องนั้นอยู่สินะ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้ามันยังใช้แต่อารมณ์ เมื่อไหร่ที่มันโตแล้วใช้เหตุผล ค่อยมาคุยกัน" ทิฐิแรงทั้งคู่เลยสินะ


          "ดัมเบลโตขึ้นมากแล้วล่ะครับ เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ใช้เหตุผลในการตัดสินใจขึ้น คงถึงเวลาที่จะต้องหันหน้าคุยกับท่านได้แล้ว ผมไม่อยากให้คนที่ผมรักต้องไม่สบายใจ ดัมเบลที่เคยหัวเราะร่าเริงสดใส ตอนนี้ดูเครียดนิดหน่อย" แต่แค่นิดหน่อย ก็มากพอทำให้ผมเป็นห่วงแล้วล่ะ


          "อย่าทำเป็นปากดี ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรหน่อยเลย เธอก็เหมือนเพื่อนของมันตอนนั้นสินะ ไอ้พวกที่เข้ามาคบหา เพื่อหวังผลประโยชน์ ต่อหน้าลูกชายชั้นก็แกล้งทำเป็นเพื่อนที่แสนดี แต่ลับหลังก็แอบมาเจรจาขอผลประโยชน์เอื้ออำนวยให้กับพ่อแม่ตัวเองบ้าง ขอเงินตรงๆเลยบ้าง หรือไม่ ก็เกาะลูกชายชั้นกิน ดัมเบลน่ะมันอยากมีเพื่อนสนิท เพื่อนแท้ มันไม่ได้สงสัยหรอก ว่าเพื่อนที่มันคบอยู่ จริงใจกับมันรึเปล่า มันน่ะอ่อนต่อโลกเกินไป ถึงได้ถูกคนหลอกเอาง่ายๆ"


          นี่เป็นเหตุผลที่คนเป็นพ่อสั่งสอนคนพวกนั้นให้ลูกชายสินะ


          "ผมขอพูดอะไรสักอย่างได้มั้ยครับ ท่านอย่าหาว่าผมอวดดีเลย" ผมถามด้วยเสียงสุภาพ รอฟังคำตอบจากคุณวินัย ท่านยกคิ้วขึ้น แล้วพยักหน้าอนุญาติ


          "ที่ท่านทำผมเข้าใจว่าท่านเป็นห่วงลูกชาย แต่ทำไมแทนที่จะจัดการเรื่องนี้เอง ท่านไม่สอนให้ลูกชายมองคนให้ออก ให้รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่ รู้จักจัดการแก้ปัญหาด้วยตัวเองล่ะครับ ทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อแม่รังแกฉัน แล้วอย่างนี้ท่านจะโทษว่าดัมเบลไร้เหตุผล ใช้แต่อารมณ์แล้วอ่อนต่อโลกได้ยังไง"


          "นี่เธอ!!" ผมไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิท่านหรอกนะ แต่คนเป็นพ่อคงเข้าใจผิด ตบโต๊ะแล้วจ้องผมเขม็ง


          "ดัมเบลมีพี่น้องมั้ยครับ?"


          ".........มี มีพี่ชายสองคน ช่วยกันดูแลกิจการอยู่ มันเป็นลูกคนสุดท้อง" อ้อ ลูกคนเล็ก ถึงได้เลี้ยงกันตามใจสินะ


          "ตอนนี้ดัมเบลโตเป็นผู้ใหญ่มากจนถ้าท่านเจอ จะต้องแปลกใจมากๆเลยล่ะครับ การที่เค้าออกไปเจอโลกกว้างด้วยตัวเอง เจอเพื่อนๆที่ดี ทำให้ดัมเบลตอนนี้ แตกต่างออกไปมาก ผมว่า ท่านควรคุยกับลูกชายนะครับ"


          "เธอรักลูกชายชั้นจริงๆน่ะเหรอ?" พ่อดัมเบลไม่ตอบประเด็นที่ผมพูดไป แต่ถามกลับมา


          "ครับ รักจริงๆ รักมากเท่ากับที่รักตัวเอง"


          "เหอะ จะแน่ใจได้ยังไง แล้วทำไมชั้นต้องอนุญาตให้คบกันด้วย เธอจะมีอะไรมายืนยัน ว่าวันข้างหน้า เธอจะไม่ทำให้ลูกชายชั้น ต้องเจ็บปวดเสียใจ รีบเลิกกันไปตอนนี้ไม่ดีกว่ารึไง หรือต้องรอให้ชั้นจัดการด้วยตัวเอง นี่ถือว่าให้โอกาสแล้วนะ ถ้าเธอรีบออกจากบ้านหลังนี้ไปตอนนี้ แล้วเลิกยุ่งกับดัมเบลอีก ชั้นจะถือว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็จะไม่ยุ่งกับเธอ รีบไปซะ!" พูดจบ ท่านก็จ้องหน้าเพื่อบอกผมว่า กูเอาจริง


          "ถ้าอย่างนั้น ก็ทำเลยครับ เพราะผมไม่มีวันออกไปจากที่นี่ จนกว่าท่านจะอนุญาตให้เราคบกันและยอมคุยกับดัมเบลเรื่องเหตุผลที่ทำร้ายเพื่อนมันด้วย"


          "................."


          "................"


          เราสองคนจ้องตากัน ผมยืนขาสั้นนิดๆแต่ใจสู้ คิดถึงแต่หน้าดัมเบลเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อปลุกใจตัวเองที่กล้าบุกถึงรังมาเฟียขนาดนี้ พ่อดัมเบลจ้องลึกเข้ามาในแววตา เพื่อค้นหาว่าที่ผมพูดมาจริงหรือเปล่า ผมใช้แววตาของความจริงใจ ตอบกลับไป เพื่อบอกให้รู้ว่าผมจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น


          "งั้นพิสูจน์สิ ถ้าเธอทำได้ ชั้นจะอนุญาตให้คบกัน" ผมยิ้มกว้างกับคำพูด ในที่สุดท่านก็ยอมเปิดใจให้ผมซักที พ่อของดัมเบลช่างเป็นคนที่ดี มีเหตุผล ไม่น่ากลัวเหมือนที่ใครๆเค้าลือกันสินะ


          "ได้สิครับ จะให้ผมพิสูจน์ยังไง ผมทำได้ทุกอย่างเลย"


          คุณวินัย กระตุกยิ้มอย่างดูถูกทีนึง เปิดลิ้นชัก ล้วงมือเข้าไป หยิบปืนลูกโม่ออกมาวางบนโต๊ะ 


          รอยยิ้มผมเริ่มหายไป คงจะไม่ยิงกันทิ้งตรงนี้ใช่มั้ย ถ้าใช่ เมื่อเช้าผมน่าจะกินดัมเบลก่อนออกมา เห้ย ไม่ใช่สิ มันใช่เวลาของมุขตลกมั้ยล่ะ


          "รู้จักรัชเชี่ยน รูเล็ตต์มั้ย?" พ่อของคนรักส่งยิ้มใจดีมาให้ ถามคำที่ผมต้องอึ้งสนิท


          ท่านดึงลูกโม่ออกมา แล้วเทกระสุนปืน6นัดร่วงลงมาตกกระทบโต๊ะ เสียงมันดังไม่มาก แต่ในโสตประสาทของผมกลับดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วหัวสมอง หยิบกระสุนที่ร่วงบนโต๊ะมาหนึ่งนัด ใส่กลับเข้าไปที่เดิม 


          ผมสั่นไปทั้งตัว แต่ก็พยายามยืนทรงตัวเอาไว้


          รัชเชี่ยน รูเล็ตต์งั้นเหรอ ไอ้ที่ใส่ลูกกระสุนจริงเอาไว้ในลูกโม่หนึ่งนัด หมุนลูกโม่ด้วยความเร็วตบกลับเข้าไป แล้วยิงหัวตัวเองวนไปเรื่อยๆทีละคน จนกว่าจะมีคนโชคดีเจอกระสุนจริงเจาะเข้าที่หัวน่ะนะ


          "เอาสิ ชั้นให้โอกาสเธอแล้วไง พิสูจน์เลย" ปืนที่ถูกตบลูกโม่กลับเข้าที่ ถูกเลื่อนมาตรงหน้าผมที่ยืนอยู่ เจ้าของปืน เท้าแขนกับโต๊ะ เอาคางวางไว้บนมือสองข้างที่ประสานกัน จ้องหน้าผม ส่งยิ้มท้าทายปนดูถูก


          ผมเอื้อมมือที่สั่นเล็กน้อยของตัวเอง ไปหยิบปืนกระบอกนั้นขึ้นมา


          ปัง!!!



ดัมเบล ลูกมาเฟีย แห่งแก็งค์รุกกี้


#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: นี่เรายังอยู่ในฟิคกันใช่มั้ย ดุเดือดอะไรกันปานนั้น เรื่องนี้จะไปได้ไกลถึงแค่ไหน ทำไมเค้าเพ้อเจ้อได้ปานนี้ ฮือออออออ หนีไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้มาต่อพี่เฟียสพาร์ทสอง ฟิ้วววววววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3604 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 12:47
    ไรต์ตัดตอนกันงี้เลยเหรอ?
    #3604
    0
  2. #3579 creamsarang (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 21:05
    พี่เฟียสสู้ๆๆๆๆ อย่าเพิ่งตายน้า
    #3579
    0
  3. #3487 ALOHA (@chatriya) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 19:23
    คือขอด่าพ่อนะ พ่อเ-้ย 555 อินคะ ลั่นขอโทษ
    #3487
    0
  4. #3480 poo26934 (@poo26934) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 22:11
    สุ้ๆค่ะพี่เฟียส #เอาจินมาแบบนี่ปู่ไม่หึงเหรอ
    #3480
    0
  5. #2846 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 23:28
    พี่เฟียสสู้ๆ
    #2846
    0
  6. #2659 pasteley (@pasteley) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 16:48
    เมื้อกี้หยิบแล้วยิงหน้าคุณวินัยรึเปล่า 5555
    #2659
    0
  7. #1603 มอมแมม (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 19:21
    อู๊ยไปเอาลูกใครม้าาาาน่ารักอ่ะ
    #1603
    0
  8. #1125 คนอ่าน (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 02:52
    คาดว่านิยายเรื่องนี้ยาวแน่นอน555 เพราะเรื่องนี้เหมาะกับไรท์มากกกกก ตัวตนของไรท์ใช่ไหม

    แต่ชอบ ฮ่า เพ้อ มโน บ้า คุยกับตัวเอง #ขรรม
    #1125
    0
  9. #1057 MimiPornsinee (@MimiPornsinee) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:39
    เอาใจให้กำลังใจพี่เฟียส
    #1057
    0
  10. #1001 s.lattecoffee (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 20:46
    พี่เฟียสแกบ้าไปแล้วใช่ไหม เพราะนอกจากจะกล้าแล้วมันต้องบ้าด้วย!!!!



    อย่าตายนะเว้ยยยยยยยยยย
    #1001
    0
  11. #999 มินเตยคนดีคนเดิม (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 20:36
    โอ้ยยยยอิพี่เฟียสสสส ผีบ้าาาาาาาา
    #999
    0
  12. #959 a_liew (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 10:37
    ไม่แค่กล้า แต่บ้ามากกกกกก = ='

    ถ้าน้องมันรู้อิพี่หัวขาดแน่ๆ ทำอะไรไม่ปรึกษา

    อยากกินอะไรเดี๋ยวส่งไปให้เนอะ ...

    ไว้ชาติหน้าค่อยเจอกานนนนนนน
    #959
    0
  13. #957 Flukbeam (@Flukbeam) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 09:59
    รีบๆมานะไรท์
    #957
    0
  14. #956 WhanNM (@WhanNM) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 09:51
    ชอบพี่เฟียสอะดูมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่สุดๆ งื้อจะร้องไห้TT
    #956
    0
  15. #955 ตามหามี้อยู่~ (@fineffywaldorf) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 08:45
    เอาแล้วไง T.T
    #955
    0
  16. #954 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 08:40
    อื้อหืมมม
    #954
    0
  17. #953 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 08:12
    พี่เฟียสเค้าเด็ดมากอื้อหืออออ
    มาต่อเร็วๆน้าาาาา
    #953
    0
  18. #952 Amika (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 07:42
    ดีนะมา อ่านตอนเช้า ถ้าอ่านเมื่อคืนคงนอนไม่หลับ ตัดได้ทำร้ายมากอ่ะ T_T
    #952
    0
  19. #951 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 06:58
    พ่อตา โหดจังค่ะ เอิ่ม... โหดเกิ๊นนน
    #951
    0
  20. #950 saihyuk (@saihyuk) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 06:57
    โอ๊ยยยยยยท่านพ่อมีความโหดมากกกกกกกกกกก สงสารพี่เฟียสเลยอ่ะ งืออออ
    #950
    0
  21. #949 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 05:10
    โห้ยยยย ทั่นพ่อโหดจิ๊งงง แต่พี่แกคงไม่ใส่กระสุนจริงหรอก ผู้ใหญ่คนใหญ่คนโตเขาคงไม่เล่นไรเด็กๆร้อกก /ลาก่อยเฟียส555
    #949
    0
  22. #947 Pimmeii (@pimmeii) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 01:58
    รูเลตตตตเลยหรืออออออออออ
    โอ้ยยยยยย พี่เฟียสสยูอย่าตายนะเฟร้ยย
    #947
    0
  23. #946 Ksksks (@Ksksks) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 01:55
    ไรท์.......เค้าลุ้นง่ะ โงยยยยยยบ....
    #946
    0
  24. #944 YaiiPoomPuii (@YaiiPoomPuii) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 01:44
    ลาก่อยยย โดนกระสุนปืนเจาะกะโหลกเรียบร้อย แล้วจะนอนยังไงหลับบบบบบบT____T
    #944
    0
  25. #943 Nalisanp (@Nalisanp) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 01:44
    ทำไมถึงทำกับฉันด้ายยย ตัดแบบนี้จริงดิ ใจร้ายยยย
    #943
    0