Super rookie ขอโทษที..พอดีผมน่ะร้าย [SingtoKrist]

ตอนที่ 47 : สเปเชียล นักรบ หมอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59


นักรบพาร์ท



          ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก


          เสียงฝีเท้ากระทบเป็นจังหวะอยู่นี่ เป็นเสียงเท้าของผมเอง ไม่ได้ไปเดินสวนสนาม เต้นแอโรบิก หรือ วิ่งไปไหนหรอก แต่ผมกำลังยืน ข้อมือยกนาฬิกาดูเวลา ส่วนเท้าขวาก็ตบปลายเท้าตัวเองลงกับพื้น เป็นจังหวะที่เข็มวินาทีหมุน


          16.45


          กูให้เวลาอีกห้านาที


          "แฮ่กๆๆ ขอ โทษพี่ ผมมาสาย" เออ มึงก็รู้ตัวนี่หว่าว่ามาสาย ไอ้หมอกวิ่งเต็มสปีดเข้ามา ส่งสายตารู้สึกผิดเสียใจ ยอมรับผิดที่สายไป แต่กูคงไม่ให้อภัยมึงแน่ๆ


          "นอนลงไป ให้กูกระทืบซะดีๆ มึงบ้ารึเปล่า ให้กูยืนรออยู่ตรงนี้ คิดว่าแค่ขอโทษกูจะหายมั้ย มึงไม่ได้เลทแค่สิบยี่สิบนาทีนะโว้ย กูนัดมึงบ่าย มึงเสือกโผล่มาเกือบห้าโมง โทรไปก็ไม่รับ ปิดโทรศัพท์ทำซากอะไร นอนลงไป!!วิดพื้นห้าร้อยครั้ง ปฏิบัติ!!"


          "เฮ้ยย พี่จะบ้าเหรอ นี่ไม่ใช่ห้องเชียร์นะเว้ย ผมไม่ใช่เด็กปีหนึ่งด้วย คนเยอะแยะอายเค้าตายเลย" มึงมีสิทธิ์เถียงรึไงวะ ให้กูรอตั้งสี่ชั่วโมง ถ้ามึงไม่โดนอะไรบ้าง กูไม่หายหรอก แสบนักมึง เด็กในห้องเชียร์กูยังไม่ทำให้กูปรี๊ดเท่านี้เลย มึงเป็นคนแรก จงภูมิใจซะ ไอ้เวร


          "ผมขอเหตุผลที่คุณมาสายด้วย คุณมาวิน" ผมเปลี่ยนท่าทางเป็นซีเรียสจริงจัง ยืนกอดอกจ้องหน้าคนที่หอบจนต้องเอามือยันเข่าไว้ให้ยืนต่อไปได้


          "ขอโทษด้วยครับเฮดว้าก รถผมเสียกลางทางด่วน หาแท็กซี่ไม่ได้ นี่ผมรีบวิ่งมาแทบตายนะ วินมอไซค์ยังไม่มีเลย" นี่มึงล้อเล่นกับกูใช่มั้ย มึงเป็นใครมาเล่นกับกู กูเล่นได้คนเดียว กูยังไม่หายโกรธมึงง


          "กูเพื่อนเล่นให้มึงล้อรึไง รถมึงเสียตรงไหน ถึงต้องวิ่งตั้งสี่ชั่วโมง" อย่าสะตอกับกู คนอะไรจะใช้เวลาวิ่งตั้งนานขนาดนั้น ลงทางด่วนมาได้ก็หารถได้แล้วมั้ง


          "เสียที่รังสิต พี่เสือกนัดบางนา ผมมีชีวิตกลับมาเจอพี่ก็ดีแล้ว โทรศัพท์ก็เสือกแบตหมด กระเป๋าตังค์ก็ไม่มี ทำไมชีวิตกูต้องมาเจออะไรแบบนี้วะ ป่ะ ไปแดกเหล้ากันดีกว่า" อ้าว มึงลากดราม่าใส่กูซะงั้น


          "ควายจริงๆเลยมึงน่ะ ออกบ้านยังไงให้ลืมกระเป๋าตังค์ แล้วจะชวนกูแดกเหล้า มึงมีตังค์จ่ายรึไง ไอ้โง่เอ๊ย"

"พี่ก็เลี้ยงเดะ น้องนุ่ง"


          "กวนตีน เดี๋ยวถีบให้ ไปได้แล้ว กูยืนรอจนขาแข็งไปหมดแล้วเนี่ย" ผมล็อคคอไอ้หมอก แล้วลากเดินออกไป


          "เฮ้ยๆๆ เดินช้าๆดิวะ กูจะเดินตามทันได้ไง กูเพิ่งวิ่งมาเหนื่อยๆนะเว้ย" มึงนี่ขี้โวยวายจริงๆ เออ ลดสปีดให้ก็ได้วะ


          "แล้วตกลงพี่นัดมาที่นี่ทำไม"


          "จะพาไปหาสาวๆ สนป่ะ" ที่ที่ผมนัดกันคือร้านเหล้ากึ่งๆต้องเรียกเด็กมานั่งดริ้งค์ด้วย ไม่เหมือนร้านของไอ้เก้าที่เป็นผับหรู


          "เหยดด ใจดีโคตรพี่รหัสเพื่อนกู มีเปย์สาวให้น้องด้วย เอาดิวะ แล้วก็ไม่รีบบอก เร็วๆเลย" หึ พอบอกว่ามีสาวนี่หายเหนื่อยรีบวิ่งนำหน้าเชียวนะมึง

 



          "เวรเอ๊ย ก็นึกว่าใจดีจริง ที่ไหนได้ ให้มาทำงานนี่หว่า" ไอ้คนที่นั่งซ่อนอยู่หลังโซฟา บ่นเซ็งๆ


          ใครเห็นสภาพเราตอนนี้คงขำ ผมกับมันนั่งอยู่บนโซฟาเดียวกัน แต่ไม่ได้นั่งธรรมดา เรานั่งตัวเอนลงมา นั่งแบบบังหัวตัวเองเอาไว้ แอบมองไปทางโต๊ะใหญ่ที่มีคนนั่งอยู่เกือบสิบคน และระยะทางห่างไกลออกไปหลายเมตร


          "เออสิ คิดว่ากูใจดีขนาดนั้นรึไง ที่ทำให้เพื่อนมึงนี่ก็บุญแค่ไหนแล้ว งานการกูก็มี เวรเอ๊ย กูคิดอะไรถึงมาเล่นเป็นนักสืบเด็กๆอยู่ตรงนี้ได้วะ" ตอนนี้เรากำลังแอบตามพ่อไอ้ดัมเบลกันอยู่ ผมให้เด็กพ่อไปแอบสืบเวลาสถานที่นัดคืนนี้มา ลูกน้องพ่อผมบอกว่า เค้ามีนัดเลี้ยงให้ลูกค้ากันที่นี่


          พ่อดัมเบลดูเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขาม ใส่สูทสีเข้มไม่ต่างกับลูกน้องนับสิบที่ยืนคุ้มกันอยู่ ท่าทางเรียบเฉย ดูไม่ออกว่าใจดีหรือใจร้าย กำลังนั่งจิบไวน์พูดคุยกับลูกค้าด้วยสีหน้านิ่งๆ นานๆครั้งก็ยิ้มมุมปากเป็นมารยาทซักทีนึง


          ทั้งโต๊ะมีสาวๆนั่งด้วยอยู่หลายคน แต่มีสองสามคนที่ไม่ต้องการให้ผู้หญิงนั่งประกบด้วย ก็นั่งคุยกับคนอื่นๆได้ เช่นพ่อดัมเบลเป็นต้น ก็ดูเป็นคนดีไม่เจ้าชู้หัวงูนี่หว่า แต่แค่นี้ตัดสินไม่ได้หรอกว่ะ บางทีเค้าอาจจะแค่ไม่ชอบกินเหล้าเคล้านารี แต่นิสัยไม่ดี ดุ ร้ายกาจก็เป็นไปได้


          ผมต้องพยายามจำรายละเอียดต่างๆเอาไว้ให้ดี เพื่อไปบอกไอ้เฟียส ถึงจะไม่อยากทำ แต่ถ้ารับปากมาแล้วผมก็จริงจังไปหมดทุกอย่างนั่นแหละ ที่บ้านสอนผมกับน้องให้รับผิดชอบตัวเองตั้งแต่เด็ก รู้จักคิดอย่างเป็นระเบียบวินัย เพราะเราคือครอบครัวทหาร ผมเลยติดไอ้นิสัยทำอะไรตั้งใจทำจริง แล้วก็ชอบรีบทำให้เสร็จๆไปด้วย


          "ปากไม่ค่อยตรงกับใจเลยนะพี่ เห็นบ่นทุกทีแต่ก็ยอมทำให้น้องๆทุกอย่าง"


          "ก็น้องๆเวร มันไม่ได้เรื่องไง กูเลยต้องทำงานหนักแบบนี้ มึงรีบมอง รีบสังเกตุการณ์เข้าไปเหอะ ไอ้หมอก นี่ถ้ามึงมาตามเวลานัดป่านนี้กูก็มีเวลาคิดซ้อมแผนกับมึงก่อนไปแล้ว ไม่ต้องมาคอยด้อมๆมองๆ คิดแผนตื้นๆแบบฉุกเฉินแบบนี้หรอก"


          "อะไรวะ บ่นอีกละ ไอ้คนชรา ผมอยากมาช้าที่ไหน รถมันเสียไง กว่าจะเรียกช่างมาลากไปอู่ กว่าจะรอคุยอาการ แล้วก็ต้องย้อนกลับมาหาพี่อีก มันก็ใช้เวลามั้ยล่ะ" ไอ้หมอกบ่นงึมงำ แล้วนั่งกินเหล้าต่อ นี่มึงสนใจปฏิบัติการชื่อห่าเหวของไอ้คริสบ้างรึเปล่าเนี่ย ที่ทำอยู่นี่เพื่อเพื่อนรักมึงไม่ใช่รึไง นั่งแดกเหล้าสบายใจเชียวนะมึง


          "ไหนมึงบอกไม่มีโทรศัพท์ แล้ววิ่งมาหากูไง ตอแหลเอ๊ย กูว่าแล้วใครจะวิ่งตั้งสี่ชั่วโมง ตายห่ากันพอดี" ผมหันไปมองมันอย่างหมั่นใส้ มันนั่งพิงหันหลังให้โซฟาและกลุ่มพ่อดัมเบล ส่วนผมนั่งหันหน้าเข้าหาพนักพิงโซฟา โผล่หัวออกมานิดหน่อย เพื่อแอบดู


          "แหะๆ พี่ต้องเห็นสีหน้าอยากฆ่าผมให้ตายเมื่อกี้ดิ ใครจะกล้าบอกความจริงวะ แลดูไม่น่าสงสาร"


          "มึงนี่ลื่นเป็นปลาไหลเชียวนะ ดีล่ะ งั้นเริ่มปฏิบัติการต่อไป เราต้องเข้าไปแอบฟัง" ตบหัวแม่งซักทีเลยดีมั้ย ไอ้กะล่อน เอาตัวรอดเก่งอย่างมึงนี่เหมาะกับงานนี้จริงๆ


          "แอบฟัง!! ต้องทำไงวะ"


          "มึงเบาๆสิวะ จะตะโกนลั่นร้านทำไม เดี๋ยวบอดี้การ์ดพ่อไอ้ดำได้ยินเข้า เราก็ตายห่ากันหมดหรอก กูไปเจรจากับพนักงานร้านเอาไว้แล้ว มึงปลอมตัวเป็นเด็กเสิร์ฟเข้าไป แล้วแอบฟังดูว่าพ่อไอ้ดำมันคุยกับเพื่อนๆยังไง เผื่อจะรู้ว่าเค้าหน้าตายแต่ใจดี หรือนิสัยแม่งเหมือนหน้า"


          "นี่พี่จะส่งผมไปตายเหรอ ถ้าพวกนั้นจับได้ แล้วผมจะทำยังไง ไม่เอาเว้ย พี่สิไป พี่เก่งไม่ใช่เหรอ"


          "มึงนั่นแหละโคตรเหมาะ ทั้งกะล่อน ปลิ้นปล้อน ตอแหล ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เก่ง มึงจำตอนมึงอยู่ปีหนึ่งได้รึเปล่า ที่พวกมึงเกือบมีเรื่องกับเด็กคณะอื่นน่ะ กลุ่มมึงรอดมาได้เพราะลิ้นสองแฉกของมึงเชียวนะ ไม่ถูกจับได้หรอกน่า ไปเหอะ"


          "พี่รู้เรื่องนั้นด้วยเหรอ"


          "เออ กูยืนดูอยู่ ในนั้นมีน้องรหัสกู เลยสนใจนิดหน่อย ว่าจะเข้าไปช่วย แต่มึงเก่งนี่หว่า เจรจาได้สำเร็จ กูนับถือ ไปได้ยัง ออกหลังร้านไปตามหาคนชื่อเอ็มที่เป็นเด็กเสิร์ฟ เค้าจะจัดชุดให้มึง อย่าทำตัวมีพิรุธนะเว้ย"


          "ที่ชมนี่เพื่อจะหลอกใช้กูใช่มั้ย ไอ้พี่นักรบ เออ ไปก็ได้ มันภารกิจเพื่อนกูนี่หว่า ทำไงได้วะ" มึงนี่บ้ายอเนาะ กูชมนิดหน่อยเดินยิ้มกริ่มไปเชียว

 


          ไม่นานนักผมก็เห็นหมอกเดินถือถาดออกมาจากหลังร้าน ชุดหนักงานเสิร์ฟกางเกงสีดำกับเสื้อสีขาวธรรมดา แต่อยู่บนตัวมันแล้วโคตรเด่น ถ้าให้ยืนเปรียบเทียบกับเด็กเสิร์ฟทุกคนในร้าน หน้าตาแบบมันควรไปเป็นนายแบบมากกว่า นี่ถ้าไม่มีผ้ากันเปื้อนสีดำคาดเอว ก็ชุดนักศึกษาชัดๆ ช่วงนี้เห็นแต่พวกมันใส่ชอป 


          คิดถึงตอนที่เข้าปีหนึ่งกันมาใหม่ๆจริงๆ ตอนนั้นยังเป็นเด็กใสๆพิษสงไม่ร้ายกาจขนาดนี้ ไอ้หมอกตอนปีหนึ่งไม่มียิ้มร้ายยิ้มเลว มีแต่ยิ้มร่าเริงสดใส นี่คงเพราะคบกับพวกไอ้คริสใช่มั้ย พวกปีสองถึงได้กลายพันธ์ุแบบนี้ มึงมันตัวอะไรกันแน่ ไอ้พีรวัส แพร่เชื้อติงต๊อง บ้าบอ รั่ว ร้ายกาจ เจ้าเล่ห์ อารมณ์ร้อน ให้คนในกลุ่มไปทั่วแบบนี้


          หมอกประคองถาดที่มีขวดเหล้าและมิกเซอร์เดินตรงไปที่โต๊ะพ่อดัมเบล แต่ไม่ใช่ว่าจะเข้าได้ง่ายๆ ต้องผ่านการค้นร่างกายของบอดี้การ์ดไปอีก ระวังตัวอะไรขนาดนี้วะ แล้วนั่นอะไร ไอ้เวรหมอก มึงจะกระพริบตาปริบๆแสดงพิรุธทำไม นิ่งเข้าไว้สิวะ เดี๋ยวพวกมันก็สงสัยหรอก


          นั่นไง ลูกน้องพ่อดัมเบล ไม่ยอมปล่อยผ่านไป ค้นแม้กระทั่งในขวดเหล้า ยกขึ้นมาส่องกับไฟทั้งๆที่ร้านมืดจะตายห่า ยกขวดโซดาขึ้นมา ส่องต่ออีกขวด มองหน้าไอ้หมอกอย่างสงสัย ผมควรทำไง ขยับไปใกล้ๆกว่านี้ดีมั้ยวะ


          ผมลุกขึ้น เดินไปทางนั้น แกล้งทำท่าเมานิดๆเดินเซๆ เหมือนจะไปเข้าห้องน้ำแต่เมาหนักจนต้องเดินช้า เข้าใกล้ระยะได้ยินเสียงพูดคุยกัน


          "หน้าไม่คุ้นเลยน้อง เป็นเด็กใหม่เหรอ" บอดี้การ์ดถามไอ้หมอกอย่างสงสัย ทำไมวะ มากันบ่อยรึไง ถึงต้องมีคุ้นหน้าคุ้นตากันด้วย กูก็ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย


          "คะ ครับ เพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรก" ไอ้หมอก ไอ้น้องเวร เสียงอย่าสั่นดิวะ พวกมันยิ่งหรี่ตาจับผิดสงสัยเข้าไปอีก


          "ชื่ออะไร"

          

          "มะ หมอ หมอนไม้ครับ"


          ผมเกือบหลุดขำ หมอนไม้พ่อง มึงคิดได้ไง เมื่อกี้มึงจะหลุดชื่อหมอกใช่มั้ย แล้วจะตอแหลทำไมกับแค่ชื่อเล่นวะ ชื่อมึงโหลจะตาย แค่ประเทศไทยก็มีเป็นร้อยล้านคนแล้วมั้งชื่อนี้


          "ออกไปคุยกันหน่อยดิ เด็กเสิร์ฟที่นี่ทุกคนต้องผ่านการสแกนเป็นอย่างดี แล้วผู้จัดการก็ต้องส่งรายชื่อมาให้ก่อนที่คุณวินัยจะเข้ามา มันไม่มีชื่อนี้อยู่ในรายชื่อพนักงานเสิร์ฟนะ" คุณวินัยคือชื่อพ่อไอ้ดำ แต่เวรแล้วไง ทำไมต้องคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้วะ แล้วไอ้พนักงานเสิร์ฟเอ็มนั่นไม่เห็นบอกอะไรผมเรื่องนี้เลย หรือมันก็ไม่รู้เรื่องวะ


          "ดะ เดี๋ยวสิพี่ ผมมาทำงานวันแรก ผู้จัดการอาจจะลืมรึเปล่า ถ้าอย่างนั้น ผมไปตามพวกที่คุ้นหน้าให้ก็ได้นะ ขอตัวล่ะ อ่ะเหล้า" ไอ้หมอกหลุกหลิกหลุดพิรุธเต็มๆ วางเหล้าทั้งถาดลงบนมือบอดี้การ์ดคนนึง ในจำนวนเกือบสิบคน แล้วก้าวเท้าถอยหลัง


          บอดี้การ์ดห้าคนก้าวเท้าตาม หลายคนล้วงมือไปที่เอวด้านหลัง ผมขยับเท้าอย่างเร็ว พุ่งตัวไปคว้ามือรุ่นน้องปีสองที่เริ่มจะสั่นหลังจากเห็นพวกมันทำท่าล้วงปืน วิ่งสิวะรออะไร


          "ไปไอ้หมอก เร็ว!!"


          ผมดึงแขนหมอกให้วิ่งออกหลังร้านไป เหลือบตาไปมองด้านหลัง เห็นพวกมันวิ่งตามกันมาเป็นฝูง พอหลุดหลังร้านมาได้ ก็เจอซอยแคบๆ และทางแยกมากมาย แต่โคตรเปลี่ยว ไร้ผู้คน จากตอนแรกตั้งใจว่าจะปนไปกับฝูงชน แต่ตอนนี้มีแค่ฝูงแมลงวัน กับฝูงลูกน้องมาเฟีย เลือกอันไหนดีล่ะ


          "เอาไงดีพี่ คิดเร็วๆดิ" มึงอย่าเร่งสิวะ กำลังคิดอยู่


          "ไปหลบตรงนั้นก่อน" ผมดึงแขนไอ้หมอกให้วิ่งต่อ เห็นเข่งใส่ผักใบเท่ายักษ์ขนาดใหญ่กว่าสุ่มไก่นิดหน่อย น่าจะเป็นของร้านวางอยู่ตรงข้างถังขยะ จัดการลากมันเข้าไป กดไหล่ให้นั่งลงเอาเข่งครอบหัวมันไว้ แล้วตัวผมก็ตามเข้าไปอยู่ด้วยกัน กรรมเวรอะไรของกูวะ


          "ถ้ารอดไปได้กูจะไปกระทืบซ้ำไม่ให้มึงออกจากโรงบาลเลยไอ้เฟียส"


          "ชู่ววว เงียบดิวะ เดี๋ยวพวกมันได้ยิน" ผมรีบเอามือซ้ายปิดปากไอ้หมอกไว้ ส่วนมือขวาก็โอบไหล่มันกันตัวเองล้ม


          เราสองคนนั่งเบียดกันอยู่ในเข่งที่โคตรจะแคบ สภาพน่าสังเวช แทบจะกลั้นหายใจ เสียงลูกน้องพ่อดัมเบลวิ่งผ่านไป บางส่วนหยุดสงสัยไอ้เข่งที่เรากำลังใช้กำบังตัวอยู่ เข่งไม้ไผ่สาน มีรูหลายจุด แสงไฟจากด้านนอกทำให้เรามองลอดตามรูออกไปเห็นขาของพวกมัน แต่มันคงไม่เห็นเราเพราะเราอยู่ในมุมมืด


          จากที่คาดคะเนด้วยสายตา ขาที่หยุดอยู่หน้าเข่งน่าจะมีอยู่หก หารด้วยสอง ก็ประมาณ สามคน เอาไงดีวะ


          "เฮ้ย เปิดเข่งดูดิวะ มันคงไม่วิ่งไวขนาดนั้น ต้องซ่อนอยู่ในนี้แหละ" เสียงหนึ่งในสามดังขึ้น มึงจะฉลาดกันไปไหน ในหนังพวกมึงดูเหมือนควายวิ่งไปทางเดียวกันหมดไม่ใช่รึไง จะมาฉลาดอะไรในชีวิตจริง


          ผมตัดสินใจดึงไหล่หมอกให้ลุกขึ้นพร้อมทั้งเข่งที่ยังครอบหัว ดันเข่งใบไหญ่ใส่พวกมันอย่างแรงจนแต่ละคนเซถลาไปชนผนังตึกอีกฝั่ง จากนั้นก็ดึงแขนไอ้หมอกให้วิ่งต่อ ไปคนละทางกับที่ลูกน้องพ่อดัมเบลวิ่งไปเมื่อกี้


          ไอ้สามคนตั้งหลักได้ก็วิ่งตาม ในมือขวาที่พวกมันยกขึ้นมา มี...


          ปัง! ปัง!


          ปืน!! พวกมึงไม่คิดถามสาเหตุอะไรเลยรึไงวะ ยิงมาได้ ในซอยแคบๆแบบนี้


          "วิ่งนำเลยเร็วเข้า" จากตอนแรกที่ลากแขน ผมดันหมอกให้ไปวิ่งนำอยู่ด้านหน้า เอาตัวที่ใหญ่กว่าบังกระสุนให้ พวกมันยิงซ้ำอีกสองทีก็เงียบไป เพราะเราหลุดออกจากซอยแคบๆได้ เข้าสู่ถนนใหญ่ที่มีคนมากมายพอดี


          ผู้คนพากันตกใจ เหลียวซ้ายแลขวา ค้นหาต้นเสียงที่เหมือนประทัด ตรงนี้ไม่ใช่เยาวราช จะแตกตื่นก็ไม่แปลก ถึงเสียงจะคล้ายแต่นี่ก็เสียงปืนชัดๆ บางคนยกกล้องโทรศัพท์เตรียมอัดคลิปเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็ยังมีกะใจเนาะ กูว่าถ้าเกิดอะไรจริงๆ พวกมึงคงตายก่อนแหละ มัวแต่ถ่ายวีดีโอ


          "ไปขึ้นเลย เร็วๆ" ผมดึงตัวหมอกไปที่ถนน ยัดตัวมันลงแทกซี่คันนึงที่จอดติดไฟแดงตรงนี้พอดี แล้วกดหัวมันลง พร้อมกับคร่อมตัวลงไปตาม เพื่อหลบสายตาของบอดี้การ์ดที่เพิ่งหลุดออกจากซอยเดียวกับเราเมื่อกี้มา จำนวนมันเพิ่มขึ้นรึเปล่าวะ มีเป็นเกือบสิบ โดนจับได้ล่ะตายแน่ ดูจากการที่ยิงปืนขึ้นมาโดยไม่ถาม มีสิทธิ์กินลูกตะกั่วโดยไม่ทันได้อธิบายความสูงมากกกก


          "เฮ้ย อะไรกันวะน้อง นี่แทกซี่นะเว้ย ไม่ใช่ม่านรูด ใจเย็นกันหน่อยดิวะ เด็กสมัยนี้นี่มันอะไร ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจกันบ้างเลย" คนขับแทกซี่ที่เห็นเราเปิดประตูพรวดเข้ามาทำหน้าตกใจ มองสภาพเราสองคนแล้วก็บ่น


          ยับยั้งพ่อง กูหลบลูกตะกั่วอยู่ อยากกินซักเม็ดมั้ย เดี๋ยวโทรบอกไอ้ดำให้จัดให้


          "ไปคอนโดฯ xx พี่ ด่วนๆเลย มึงนั่งนิ่งๆดิวะ" ผมบอกคนขับแทกซี่ แล้วหันมาดุไอ้หมอกที่ยุกยิกอยู่ข้างใต้ มันพยายามจะโผล่หัวขึ้นมาดูเหตุการณ์บ้างว่าลูกน้องพ่อไอ้ดำมันอยู่กันตรงไหน


          ผมกดหัวมันกลับลงไปที่เดิม ที่เดิมที่ว่าคือใต้ตัวผม เมื่อกี้ผลักแรงไปหน่อยมันเลยเสียหลักนอนหงายลงไปกับเบาะด้านหลัง แล้วผมก็กระโดดตามเข้ามา เอาแขนยันเบาะไว้คร่อมตัวมัน ก้มหัวลงไปเพื่อไม่ให้พวกที่ตามมาเห็น


          ไปกันรึยังวะ? ผมแอบโผล่หน้าขึ้นไปนิดหน่อย เพื่อมองดูให้ทั่วถนน เห็นพวกลูกน้องมาเฟียยังไม่ถอดใจ ค้นหาเราต่อไปตามซอกตามมุมร้านค้าที่ตั้งอยู่ข้างถนนใหญ่ ใกล้กับแทกซี่ที่เรานั่งกันอยู่


          "เฮ้ย มันยังไม่ไปเลยว่ะ" ผมรีบก้มหัวกลับลงมา กระซิบบอกไอ้หมอกด้วยความกังวลใจ ถ้ามันมาถึงแทกซี่ได้เมื่อไหร่ บรรลัยแน่พวกเรา


          "เอาไงดีวะพี่ หรือจะวิ่งออกไปจากตรงนี้ดี ผมทนไม่ไหวแล้ว" สีหน้ามันดูเครียดแล้วก็กดดัน แน่สิวะโดนวิ่งไล่ยิงมานี่หว่า ไม่กลัวก็บ้าเกินคนแล้ว ผมยังกลัวเลย


          "ทนเอา อยู่ตรงนี้น่าจะดีกว่า ถ้าขืนทะเล่อทะล่าออกไปแล้วพวกมันเห็น ได้เป็นศพแน่มึง" ผมขยับตัวขึ้นลง เพื่อซ่อนตัวเองบ้าง แอบมองพวกข้างนอกบ้าง หันมาคุยกับไอ้หมอกบ้าง


          "โว้ยย พวกมึงสองคนน่ะ อย่ามาเอากันบนรถกูนะ เดี๋ยวจะเหยียบคันเร่งให้ ใจเย็นๆกันนะโว้ย" มึงนี่น่าแจกลูกปืนคนแรกเลยไอ้แทกซี่ ดูสถานการณ์หน่อยดีมั้ย


 


          ปัง!


          โนวว ไม่ใช่เสียงลูกปืนแล้วคราวนี้ แต่เป็นเสียงปิดประตูห้องผมเอง เรามาถึงคอนโดฯผมอย่างปลอดภัย พวกมันค้นหากันต่อไปโดยลืมคิดถึงรถแทกซี่ ทำให้รอดมาได้ ส่วนนึงต้องขอบคุณความใจดีของคนขับ ที่เหยียบสุดมิดไมล์จนเรามาถึงได้ในเวลาสั้นๆ แม้ตอนสุดท้ายมันจะยังเข้าใจผิดอยู่เหมือนเดิม ทั้งๆที่พอพ้นตรงนั้นมาได้ ผมกับไอ้หมอกก็ยันตัวลุกขึ้นมานั่งเหมือนชาวบ้านปกติแล้ว ตอนจ่ายตังค์ยังกวนตีนส่งถุงยางมาให้อีกหนึ่งซองยัดใส่มืออีกต่างหาก เวรเอ๊ย กูเปลี่ยนใจไม่ขอบคุณ แต่กระทืบแม่งแทนได้มั้ยวะ


          "พี่โดนยิง!!!" พอเข้าห้องเปิดไฟมีแสงสว่าง ไอ้หมอกก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวผมมีเลือดสีแดงๆซึมอยู่ตรงแขนข้างซ้าย


          ผมก้มมองตามสายตามันลงไป แล้วยกไหล่อย่างไม่แคร์ โยนถุงยางในมือทิ้งลงขยะ แล้วหนีไปนั่งที่โซฟา รู้ตั้งแต่อยู่บนแทกซี่แล้วล่ะว่าถูกยิง แต่ยังไงวะ แค่ถากๆเอง เจ็บนิดหน่อย ตอนนี้เริ่มชาไปแล้ว ช่างมันละกัน ไม่ได้มีกระสุนฝังอยู่นี่หว่า


          "พี่ ทำแผลสิวะ พี่นักรบ เลือดมึงไหลยิ่งกว่าน้ำตกอีก" หมอกเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ มองแขนผม กลืนน้ำลาย ทำหน้าหวาดเสียว


          "เออ เดี๋ยวอาบน้ำแล้วค่อยทำ มึงจะกลับยังไง ถ้าจะกลับก็หยิบตังค์ในกระเป๋าเป็นค่าแทกซี่ไป หรือจะค้างที่นี่ก็ตามใจนะ กูขอไปโทรหาไอ้ถังเตือนมันให้ระวังๆก่อน" ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะลุกขึ้น ใจนี่ห่วงน้องชายแบบสุดๆ มันก็คงอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างกัน เพราะมันต้องไปตามเมียมาเฟีย ยิ่งไปกับสไปรส์ที่เป็นผู้หญิงด้วยยิ่งอันตราย ขนาดไอ้หมอกเป็นผู้ชายผมยังคุ้มครองลำบากเลย เห็นแผลที่แขนกูมั้ย


          "ช่างมันก่อนเหอะน่า ไอ้พวกนั้นคงยังไม่ตามแม่ไอ้ดำวันนี้หรอก ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวผมทำแผลให้ นี่ที่เอาตัวมาบังไว้ให้ตอนอยู่ในซอยใช่มั้ย พี่คิดว่าตัวเองเป็นอะไร เป็นพระเอก หรือฮีโร่รึไง ถึงต้องเสี่ยงตายแทนผมขนาดนี้" แล้วมึงจะขึ้นทำไมวะ เดี๋ยวกูถีบหน้าหงาย แย่งโทรศัพท์กูไปถือไว้อีก เอาคืนมาดิวะ กูจะโทรหาน้องชาย


          "กูเป็นรุ่นพี่ที่คณะ เป็นเฮดว้าก เป็นเพื่อนไง กูต้องดูแลพวกมึงอยู่แล้ว ถ้าพวกมึงเป็นอะไรไป กูต้องมานั่งรับผิดชอบอีก เสียเวลา โดนเองแบบนี้แหละดีกว่า ง่ายๆดี"


          "ง่ายพ่อง มึงคิดได้แค่นี้รึไง มึงจะมีความรับผิดชอบใหญ่ไปไหน ผมเป็นคนตัดสินใจช่วยเพื่อนเรื่องนี้เอง พี่ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย"


          "เลิกโวยวายซักทีเถอะมึง ขี้โวยวายอะไรขนาดนี้วะ กูรำคาญ กูไปอาบน้ำแล้ว มึงรีบกลับไปเลย แผลแค่ถากๆกูดูแลตัวเองได้ โว๊ะ"


          ผมเดินหนีเข้าห้องนอนไปอาบน้ำ โชคดีที่ถนัดขวา แล้วโดนยิงที่แขนซ้าย เลยทำอะไรถนัดหน่อย ถอดเสื้อตัวที่เปื้อนเลือดทิ้งลงตะกร้าผ้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป อาบน้ำหน่อยดีกว่าจะได้สบาย


          ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นาน เพราะเริ่มมึนหัว สงสัยจะอาบน้ำร้อนมากไปหน่อย แล้วก็เพิ่งเจอเรื่องตื่นเต้นมา หัวใจก็เลยทำงานอย่างหนัก พักดีกว่าวะ งานกูโปรเจคกูก็ยังไม่คืบหน้า เสือกมาโดนยิงอีก ไม่น่าไปรับปากไอ้เฟียสจริงๆเลย


          "นี่พี่อาบน้ำโดนแผลด้วยเหรอ จะบ้ารึไงวะ" พอเดินออกห้องน้ำมา ไอ้หมอกก็อยู่ในห้องนอนแล้ว มันมองผมด้วยสายตาเหมือนผมเป็นตัวประหลาด ส่งเสียงโวยวายน่ารำคาญไม่เลิก


          "ก็มันยุ่งยาก เลยคิดว่าอาบทับแม่งไปเลย จะได้ล้างแผลไปในตัว มึงมาทายาให้หน่อยดิวะ ต้นแขนแบบนี้กูไม่ถนัด" ผมนั่งลงบนเตียง เรียกไอ้คนขี้โวยวายมาทำแผลให้ ตอนนี้ใส่เสื้อกล้ามอยู่เลยเห็นแผลชัดเจนเลย จะว่าเล็กก็เหมือนจะเล็ก แต่ก็ใหญ่ บอกไม่ถูกว่ะ เอาเป็นว่าความเสียหายระดับกลาง ไม่ถึงกับต้องไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผลก็ได้...มั้ง


          "เออ ก็จะเข้ามาทำแผล.. นี่พี่อาบน้ำอุ่นเหรอ?" พอมันหยิบยาบนโต๊ะที่ผมชี้ไปแล้วเข้ามานั่ง มือโดนแขนผมปุ๊บ ก็เริ่มโวยวายอีกครั้ง กูรำคาญสุดแล้วนะไอ้หมอก เดี๋ยวถีบออกจากห้องเลย


          "แล้วจะทำไม กูชอบอาบน้ำอุ่น มึงยุ่งวุ่นวายอะไรด้วยวะ ทำแผลเร็วๆ กูเริ่มมึนหัวแล้วเนี่ย เป็นเชี่ยอะไรวะ" กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นมั้ย ทำไมกูมึนหัวง่ายวะ


          "สมควร สมน้ำหน้าด้วย มึงอาบน้ำร้อนเลือดก็ยิ่งไหล ไม่ตายนี่โคตรแปลก เลือดไม่หมดตัวมึงแล้วรึไง มึนหัวขนาดนี้เนี่ย"


          "กูเป็นรุ่นพี่นะ เผื่อมึงลืม ขึ้นมึงขึ้นกูกับกูแล้วเหรอเดี๋ยวนี้" ผมส่งสายตาข่มขู่ นี่กูสนิทกับมึงมากเกินไปใช่มั้ย ถึงได้ลามปามกันได้ กูเป็นเฮดว้ากนะเว้ย


          "ขอโทษ" มันพูดคำเดียวกระแทกเสียง กระแทกเสียงไม่พอ กระแทกมือที่มีแอลกอฮอล์ลงมาบนแผลกูด้วย ไอ้สันขวานเอ๊ย ไอ้เด็กเวร พวกมึงแต่ละตัวไม่มีมารยาทกันบ้างเลย เคารพกูกันบ้างมั้ยเนี่ย กูเป็นพี่นะเว้ยย


          "เจ็บ ไอ้หมอก" ผมพูดเสียงเรียบ ไม่ได้ร้องโวยวายอะไร ความเจ็บแค่นี้ผมอดทนได้ เป็นลูกผู้ชายรึเปล่าวะ


          "เห้ออ เออ ไม่แกล้งแล้ว........อ่ะเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมไปหาอะไรหวานๆมาให้ละกัน พี่จะได้รู้สึกดีขึ้น ไม่มึนหัว เห็นเวลาไปบริจาคเลือดเค้าทำกันแบบนั้น น่าจะโอเค"


          "ไม่เอา กูนอนก็หายแล้ว กูไม่กินของหวาน" ผมล้มตัวลงนอนหลังจากมันแปะผ้าก๊อซลงบนแผล ตามด้วยสก๊อตเทป เป็นอันเสร็จพิธีปฐมพยาบาลง่อยๆเบื้องต้น ที่โคตรห่วยแตก แต่ช่างเหอะผมไม่เรื่องมากหรอก มันเป็นผู้ชายจะทำแผลสวยงามได้ยังไง


          หมอกไม่ได้พูดอะไร แต่เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำบ้าง เสร็จแล้วก็กลับมาล้มตัวลงนอน

 




          "เห้ออออ" ผมถอนหายใจแล้วจิ๊ปากตัวเองอย่างขัดใจ ที่เจ็บแผลจนต้องตื่นมากลางดึก ตอนหัวค่ำมันเริ่มชาเลยลืมกินยาเอาไว้ ตอนนี้แผลเริ่มปวด หัวก็เริ่มหนัก ร่างกายก็เริ่มอ่อนเพลีย


          "บอกแล้วไง พี่มันดื้อ เถื่อน ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ปวดแผลใช่มั้ย เดี๋ยวไปเอายาให้" ผมหันไปมองคนขี้บ่น มันแค่นอนมองผม มึงไม่หลับรึไง ตาใสเชียว


          "เออ อยู่ในตู้บนอ่างล้างจานน่ะ" ผมบอก เสียงตัวเองแหบนิดๆ มันพยักหน้า ลุกจากเตียง เดินออกจากห้องไป


          "อ่ะ ลุกไหวมั้ย พี่โคตรดื้อเลยว่ะ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยวะ" ส่งยามาให้แล้วก็บ่นต่อ กูรำคาญมึงจริงๆ ไม่บ่น ก็โวยวาย เอาอะไรยัดปากดีวะ


          "ทำอะไร กูนอนปวดแผลเฉยๆ ได้ทำอะไรที่ไหน"


          "ก็ทุกอย่างไง ชอบทำอะไรเกินตัว ตอนรับเป็นเฮดว้ากก็เหมือนกัน รู้ว่ามันหนัก แล้วงานพี่ก็เยอะจะตาย อีกครึ่งปีก็เรียนจบแล้ว น่าจะปฏิเสธไปก็ไม่ทำ แล้วตอนนี้อีก เอาตัวมาบังกระสุนแทน จนต้องมาเจ็บเองเพราะบอกว่ามันง่ายกว่า พี่ไม่ดูแลตัวเองไง ยาก็ไม่กิน ข้าวก็ไม่กิน หมอก็ไม่ไปหา เสือกอาบน้ำร้อนให้เลือดไหลหมดร่างอีก โว๊ะ กูจะพูดยังไงกับมึงดี มึงคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไร มนุษย์อัมตะรึไง ยิ่งทำแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดไปกันใหญ่ ทำไมต้องชอบทำอะไรที่มันทำให้ผมรู้สึกผิด รู้สึกเป็นห่วง รู้สึก.."


          "มึงนอนได้ยัง กูรำคาญ กูปวดแผลยังต้องมาฟังมึงบ่นอีกรึไง" ผมดึงแขนมันลงมาที่เตียง กดหัวมันลงไปกับหมอน


          "แต่ว่าผมยังพูดไม่จบ" ไอ้ขี้บ่นขี้โวยวาย ยังไม่ยอมแพ้ ปากนี่แม่ง เอาส้นตีนยัดซะดีมั้ย


          "ถ้ายังขยับปากอีกครั้งเดียว กูจะออกไปเอาไอ้ถุงยางที่นอนตายอยู่ในขยะมาใช้กับมึง หลับไปซะ กูรำคาญ" มึงไม่ต้องมานั่งเฝ้ามองกูทั้งคืนได้มั้ยวะ กูเบื่อ กูนอนไม่หลับเพราะมึงนอนจ้องแน่ๆเลย


          "......."


          "เออ ดีมาก หลับตา"


          _  _


          "ฮ่าๆๆๆ ดี แบบนั้นแหละ อย่าดื้อกับกู นอนได้แล้ว"


          กูปวดแผลจะตาย เสือกบ่นพูดมาก คนขี้บ่นน่ะแค่แม่คนเดียวก็พอแล้วมั้ยล่ะ ไอ้เด็กเวรเอ๊ย




#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: พี่นักรบบบบบ ปากแข็งแต่ใจดี นี่มันว่าที่แฟนในอนาคตเค้าชัดๆ ฮ่าาาาา// ตอนหน้าหวยจะออกที่คู่ไหนอีกอ่ะ // ตอนนี้ฉากแอคชั่นวิ่งหลบลูกปืน จัดให้คู่รุ่นพี่ใหญ่สุดของกลุ่ม คู่ถังสไปรส์นี่ใสๆไปเลย



หมอก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3641 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 06:54
    เฮ้ย! คู่นี้ม้ามืดแต่ดันน่าร้ากกกก
    #3641
    0
  2. #3571 creamsarang (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 21:19
    หมอห่วงพี่นักรบกรี๊ดดดดดด พี่นักรบโคตรเท่อ่ะสมกับเป็นลูกทหาร
    #3571
    0
  3. #2721 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 10:27
    น่ารักอีกละ
    #2721
    0
  4. #1671 tbuykeid37 (@tbuykeid37) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 13:53
    ชอบคู่นี้อ่ะนักรบกับหมอก
    #1671
    0
  5. #1035 คนอ่าน (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 05:37
    อู๊ย พี่นักรบ >< หลงรักอีกคู่แล้ววววว นุ้งหมอกบ่นเยอะๆเลยชอบ555
    #1035
    0
  6. #863 s.lattecoffee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 01:09
    นักรบหมอกก็มา เป็นคู่ที่อยู่เหนือความคาดหมายชัด ๆ



    ลูกน้องพ่อดัมเบลโหดมากอ่ะ
    #863
    0
  7. #855 TmPreaw (@TmPreaw) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 19:34
    งือออออ ไรท์ พี่นีกรบกับหมอกกกงานดีมาก ยิ้มปากเกือบฉีกกกก
    #855
    0
  8. #820 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 23:52
    55+ บ่นเป็นแม่เลยเนอะพี่นักรบเนอะ
    #820
    0
  9. #808 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 21:05
    เฮ้ยยยคู่นี้คือดีอะ พี่นักรบพี่จะเก่งไปแล้ว ฮืออออ....
    แล้วสนใจจะมีคนบ่นเพิ่มอีกคนรึเปล่าล่ะพี่5555555555
    #808
    0
  10. #805 a_liew (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 20:24
    ตวาดแว๊ดๆๆๆ .. นั่นว่าที่เมียพี่นะ -_-'

    คู่นี้ ท่าทางจะเป็นคู่รักคู่ฮา สถานีต่อไป..

    เหมือนน้องจะมีใจให้พี่ก่อน ดูจากเลเวลความเป็นห่วง อยู่ในระดับที่สูงมากกกก

    >/////<' โว๊ะ !!!! รู้สึกได้ถึงพลังงานนนน

    #805
    0
  11. #804 Nalisanp (@Nalisanp) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 20:13
    ชาบูพี่นักรบบบบบ 
    #804
    0
  12. #803 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:58
    เป็นคู่ที่เหนือความคาดหมายมากกกก555555 งี้เก้าก็หงอยอยู่คนเดียวอะดิ สงสารรร ปล. ขำชื่อหมอนไม้มาก555555
    #803
    0
  13. #802 Ksksks (@Ksksks) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:27
    โอ้ยยยยย....ไม่คิดเลย คู่นี้จะซัมติงอ่าาาาา /////
    #802
    0
  14. #801 ppe3like (@ppe3like) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:18
    งืออออออ นักรบหมอกอีกคู่ได้ป่าวไรท์ดูน่ารักดีอ่ะ ><
    #801
    0
  15. #800 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 18:42
    โอ้วววว คู่นี้หรอ น่าสนใจๆ 5555
    #800
    0