ตอนที่ 37 : สเปเชียล เฟียส ดัมเบล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    4 ธ.ค. 59

ดัมเบลพาร์ท


          หลังจากมองตามหลังพวกพี่สิงโตที่เดินออกไป ผมก็หันกลับมามองคนเจ็บที่น่าหมั่นใส้อยู่บนเตียงผู้ป่วย ตอนแรกห่วงนะ แต่ตอนนี้อยากกระทืบซ้ำมากกว่า หาเรื่องจริงๆ ถ้ามันไม่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามารับมีด ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้หรอก


          ช่วงที่กำลังชุลมุน ไอ้คนที่ผมต่อยด้วย ก็ควักมีดออกมา เพราะมันสู้ผมไม่ได้ เลยโกงด้วยอุปกรณ์เสริม ผมเรียนศิลปะการป้องกันตัวมาตั้งแต่เล็ก เพราะที่บ้านเห็นว่าผมหน้าหวาน ตัวบางดูอ่อนแอ เลยจับให้เรียนทั้งหมด ตั้งแต่มวยไทย ยันเทควันโด้ ไอคิโด ซูโม่ มวยปล้ำ(?) ผมรู้จักวิธีการปลดมีดออกจากมือพวกมันดี แม้แต่ยิงปืนผมยังต้องเรียนเลย เพราะกิจการของที่บ้าน ก็ทำให้ต้องเรียนรู้การต่อสู้ป้องกันตัวเอาไว้ทุกรูปแบบ  


          แต่ไอ้คนที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้คงไม่รู้ไง ผมถอยเท้าไปข้างหลังหนึ่งเก้า เตรียมตัวรั้งรับ และจะใช้สันมือสับลงไปบนมือมันเพื่อปลดมีด จังหวะที่ถอยเท้าแล้วเอี้ยวตัวหลบ พี่เฟียสคงคิดว่าผมพลาด หรืออาจจะกลัวผมได้รับบาดเจ็บ วิ่งพรวดเข้ามา คว้าไหล่ผมดึงไปไว้ด้านหลัง รับมีดแทนอย่างคนโง่


          มันโง่แบบนี้ตลอดแหละ โง่แบบงี่เง่าน่าโมโห ขี้หึงขี้หวงเอาแต่ใจ แถมยังชอบแอ๊บแบ๊วจนกูนี่ยังอาย


          "นอนพักไปก็ได้นะ ไม่ต้องมานอนจ้องหน้ากันแบบนี้หรอก ผมเฝ้าพี่ หรือว่าพี่เฝ้าผมกันแน่" พูดแล้วก็หมั่นใส้ ทำไมต้องมาเจ็บตัวแทนกูด้วยวะ บอกแล้วไง กูดูแลตัวเองได้ ไม่เห็นจำเป็นเลย


          "พี่เฝ้าดัมเบลสิครับ พี่กลัวดัมเบลหาย ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย พี่เป็นห่วง" เสียงอบอุ่นอ่อนโยนที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยๆ ถามเป็นรอบที่สอง


          "ไม่เป็นไร มันโดนตัวผมได้ที่ไหนกันล่ะ พี่คงไม่รู้ ผมเล่นเทควันโด้ตั้งแต่5ขวบ"


          "อ้าว เหอะๆๆ นี่พี่ห่วงเกินไปสินะ เห็นตัวเล็กๆบอบบางแบบนี้ นึกว่าจะสู้ไม่เก่งซะอีก" ทำไมคนที่เห็นรูปร่างแล้วชอบดูถูกกูจริงวะ ไอ้พวกที่เคยเข้ามาจีบก็เหมือนกัน นึกว่าผมอ่อนแอ บอบบางน่าถนอมรึไง พอเจอหมัดเจอตีนสั่งสอนเข้าไป หนีหายไปทุกราย ยกเว้นไอ้บ้านี่


          "ถ้าสู้ไม่เก่ง พี่จะเคยลงไปกองกับพื้นเพราะหมัดผมรึไง ทำเป็นจำไม่ได้ อยากลองอีกสักครั้งมั้ยล่ะ"


          "ไม่เอาอ่ะ ทำไมดัมเบลชอบโกรธพี่จัง ไม่รักพี่แล้วเหรอ ตะงุตะงิกันหน่อยก็ไม่ได้"


          ".......พี่นอนพักเถอะ เดี๋ยวจะปวดแผลเอา หมอเค้าให้ยาไปแล้ว เดี๋ยวคงหลับ พักเยอะๆจะได้หายไวๆ" ผมบอกปัดคนที่ชอบอ้อน ผมไม่เคยพูดคำนั้นกับพี่เฟียสหรอก แค่แสดงออกว่าเป็นห่วง ก็น่าจะพอแล้วนี่นา ทำไมต้องพูด


          "ฮ่าาาา โอเค นอนแล้ว แต่อย่าไปไหนนะ ตื่นมาพี่อยากเจอหน้าดัมเบลเป็นคนแรกอ่ะ"


          "ครับ รู้แล้วน่า จะไม่ไปไหนหรอก นอนเถอะ" ถ้ารอบนี้ยังชวนคุยไม่หลับ กูจะจับยาสลบกรอกปากแล้วนะ ไม่รู้รึไงว่าคนป่วยเค้าต้องพักผ่อนจะได้หายไวๆ


          พี่เฟียสหลับไปพักนึงแล้ว ผมนั่งนิ่งๆมองหน้าคนโง่ที่อาสาเอาตัวมาเจ็บแทน คิดถึงวันแรกที่เราเริ่มคุยกันดีๆ ทั้งๆที่กวนตีนไม่ถูกชะตากันมาตลอด

 




          'ไอ้รถเวรเอ๊ย มึงมาเสียอะไรกันตอนนี้วะ กลางถนนสุขุมวิทเนี่ยนะ' แม่งโคตรซวยเลยว่ะ แทนที่ส่งไอ้คริสเสร็จจะได้รีบกลับห้องไปพัก เหนื่อยแทบตายกับประชุมเชียร์ ยังมาเหนื่อยหัวเสียกับรถบ้าที่อยู่ๆก็ดับนี่อีก สตาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่ติดซักที


          ปิ้นนนน ปิ๊นนน ปิ้น ปี๊นนนนนนน


          บีบหาพ่อง จะเร่งกูไปไหน ถ้ารถกูขยับได้ ไม่มาจอดแช่อยู่ตรงนี้หรอกโว้ย คิดว่าตรงนี้เป็นหาดบางแสนรึไง ถึงอยากจะจอดกินลมชมวิวน่ะ รถติดในกรุงเทพฯใครเค้าจะอยากอยู่กัน ใครๆก็รีบรึเปล่าวะ แต่รถมันไปไม่ได้ รถกูเสีย โว้ยยยยย


          'ไอ้พวกเวร ไอ้รถเวร สันขวานเอ๊ยย' ผมเปิดประตูรถลงไป ดูกระโปรงหน้ารถ เครื่องยนนต์ห่าเหวอะไรก็ดูไม่เป็นหรอก แต่ก็เปิดไปงั้นแหละ แม่งโคตรร้อนเลย


          ปิ้นนน ปิ้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ปิ้นนนน ปิ้นนนนนนนนนนนนน


          'โว้ยยยยยยย บีบได้บีบไปเหอะวะ รถกูเสียจะให้ทำยังไง แซงไปดิวะ กูเปิดไฟฉุกเฉินแล้วนี่หว่า' ผมตะโกนข้ามไปที่รถคันหลัง แต่คิดว่าแม่งคงไม่ได้ยินหรอก อยู่ในรถขนาดนั้น แถมรถยังเยอะ เสียงดัง โอ้ยย หงุดหงิดว่ะ


          หรือผมจะเข็นเข้าข้างทางดี ไม่น่าเป็นไปได้สินะ ใครมันจะเข็นรถหนักๆที่สตาร์ทไม่ติดนี่ได้ด้วยตัวคนเดียวกันวะ หรือจะลองดี เคยเห็นพวกที่ย้ายรถตามที่จอดรถในห้างเค้าก็ทำกันได้นี่หว่า กูก็ลืมไป ถึงจะหนักแค่ไหน แต่มันก็มีล้อ


          'เฮ้ยย ทำไมไม่ขยับรถไปวะ รถติดยาวไปถึงอยุธยาแล้วมึง' เสียงคนตะโกนขึ้นมา พร้อมกับร่างที่โผล่มาจากด้านข้างรถ


          ผมเงยหน้าขึ้นจากเครื่องยนต์หน้ากระโปรง กำลังจะด่ากลับ


          'รถมันเสีย พี่ไม่เห็นรึไง ถ้ามันขยับได้ ผมจะมาจอดแช่อะไรอยู่ตรงนี้ คิดมั่งสิวะ ไม่ใช่ดีแต่ด่าชาวบ้าน กับขี้หลีไปวันๆ" พอเจอว่าเป็นใคร ผมก็ด่าแรงกว่าที่คิดเอาไว้อีกสามเลเวล


               ไอ้รุ่นพี่หน้าม่อหูดำ พี่รหัสไอ้ถังนี่เอง


          'ขี้หลีมันเกี่ยวอะไรกับประเด็นนี้วะ มึงจะหึงจะหวงไปถึงไหน ทำยังกะน้องสไปรส์เป็นแฟนมึงไปได้ แน่จริงก็จีบแข่งกันแฟร์ๆดิวะ ทำเป็นหมาหวงกระดูกอยู่ได้มึง เออ แล้วรีบๆเอารถออกไปจากตรงนี้เลย กูรีบไปธุระต่อ' จีบพ่อง ถ้ากูอยากจีบมัน ไม่คบมันเป็นเพื่อนหรอก กูแค่ขำที่มึงมาหลีเพื่อนกูทำท่าชาบูมันเหมือนนางฟ้า ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันคือนางมาร แค่เรื่องนิดเดียวเอง มึงเสือกติดใจตามราวีกูไม่เลิก รุ่นพี่โลกไหนกันวะเนี่ย


          'ผมบอกว่ายังไง รถมันเสีย มันย้ายได้ที่ไหน มีตาก็แหกดูสิวะ ไม่ช่วยก็หลีกไป แซงไปทางอื่นก็จบแล้วมั้ย ไอ้หูดำ'


          'มึงจะเกินไปแล้วนะ กูเป็นรุ่นพี่มึง เคารพกันบ้าง ทำตัวแบบนี้เดี๋ยวกูสั่งสอนนอกรอบเลยแม่ง ไอ้หน้าหวาน'


          'หวานพ่อง มาเจอกันเลยมั้ย กูไม่กลัวหรอกเว้ย คิดว่าสู้กูได้ก็เข้ามา' รุ่นพี่แม่งอะไรกูไม่สนแล้ว อยากให้เคารพก็ทำตัวให้น่าเคารพดิวะ ไม่ใช่มายืนด่าไร้เหตุผลแบบนี้ ถ้ามึงแซงออกอีกเลนไปป่านนี้ถึงบ้านแล้วมั้ยมึงน่ะ มาเสียเวลาเถียงกับกูเพื่อ


          'โว้ย กูไม่อยากรังแกเด็ก ช่างแม่งมึงเหอะ ไปดีกว่าว่ะ' พูดจบไอ้กวนตีนหน้าม่อหูดำก็เดินหนีกลับไปที่รถตัวเองที่จอดอยู่ด้านหลัง อ้อ ไอ้เลวคันที่บีบแตรยาวแล้วก็ดังกว่าเพื่อนนี่เอง


          'เหอะ กลัวมากกว่าล่ะสิมึงน่ะ' ผมบ่นเบาๆ ปิดกระโปรงรถตัวเองเสียงดังอย่างหงุดหงิด ควักโทรศัพท์ขึ้นมา จะกดโทรหาลูกน้องของพ่อให้มาจัดการรถให้


          ไอ้รถเวรของรุ่นพี่ที่ไม่น่าเคารพ ขับออกเลนด้านข้างแล้วแซงไป ผมเบะปากอย่างหมั่นใส้ แล้วเลิกสนใจเพราะปลายสายรับโทรศัพท์พอดี


          [ครับ คุณดัมเบล]


          'รถเสียอยู่สุขุมวิท ส่งใครซักคนมาจัดการให้ที มีกุญแจรถสำรองใช่มั้ย ผมจะนั่งแท็ก..' ผมยังสั่งคนสนิทของพ่อไม่จบ ก็ไอ้คนที่คิดว่าขับรถออกไปแล้ว ก็เดินเข้ามาหาอีกหน พร้อมเชือกในมือ


          นี่มึงจะฆ่ารัดคอกูตรงนี้รึไง ที่ขึ้นรถไปคือไปเอาเครื่องทุ่นแรงสินะ ไอ้เวรเอ๊ย


          'หลบไปสิวะ ยืนขวางทางอยู่ได้ เกะกะโว้ย' ไอ้รุ่นพี่ ดันไหล่ผมให้ขยับออกไปจากหน้ารถ ผูกเชือกไว้ด้านหน้า แล้วเดินกลับไปผูกไว้กับท้ายรถตัวเอง อ้อ นี่มันย้ายรถมาจอดด้านหน้าหรอกเหรอ นึกว่าขับไปแล้วก็ไปเลยซะอีก อะไรของมันวะ


          [ว่าไงครับ คุณดัมเบล รถเสียอยู่ตรงจุดไหน เดี๋ยวผมส่งคนไปจัดการให้ ถ้ารอได้เดี๋ยวผมเอารถคันใหม่ไปเปลี่ยนให้..]


          'ไม่ต้องแล้วล่ะ ผมจัดการเองได้แล้ว แค่นี้นะ' ผมตัดบททั้งๆที่อีกฝั่งยังพูดไม่จบ แล้วกดวางสายไป ขมวดคิ้วดูการกระทำของรุ่นพี่อย่างไม่เข้าใจ


          'โชคดีนะกูมีเชือกติดรถอยู่ เพราะรถกูเสียบ่อย เดี๋ยวมึงขับประคองไปนะ กูจะลากให้ อ้าว ยืนทำโง่อะไรวะ ขึ้นไปจับพวงมาลัยดิ เดี๋ยวไอ้คันหลังที่จอดเรียงอยู่ ก็พากันลงมากระทืบมึงจมดินหรอก ไอ้เวร'


          มึงสิโง่ ไม่ใช่เรื่องที่มึงต้องใส่ใจไม่ใช่รึไง ขับผ่านไปซะกูก็ไม่ประนามมึงหรอก ไม่ได้สนิทอะไรกัน ออกจะเกลียดขี้หน้ากันด้วยซ้ำ มึงบ้ารึเปล่า


          ผมไม่ได้ด่าหรือเถียงกลับ แต่เดินขึ้นรถไปทำตามคำสั่งมัน รถถูกลากไปนอกเส้นทางรถติด แล้วไปจอดอยู่ที่อู่นึงที่ใกล้ที่สุด


          'ขอบคุณครับ พี่มีธุระไปเลยก็ได้ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง" พอจอดที่อู่ ผมก็ยกมือไหว้ แล้วไล่ให้มันรีบไปทำธุระต่อ ผมไม่ใช่พวกแค้นฝังหุ่นอะไรอยู่แล้ว มันอุตส่าห์มีน้ำใจ ถ้าไม่มาหาเรื่องผมก็ดีกลับไปทุกคนแหละ


          'แล้วมึงจะกลับยังไง มันต้องซ่อมนานรึเปล่าก็ไม่รู้' เออ มึงก็ใจดีเหมือนกันนี่หว่า พี่รหัสไอ้ถัง


          'เมื่อกี้โทรบอกให้คนที่บ้านมาจัดการต่อให้แล้ว เดี๋ยวผมจะนั่งแท็กซี่กลับเอา' ผมขี้เกียจพูดว่าลูกน้องพ่อ เดี๋ยวต้องมาอธิบายต่ออีกว่าที่บ้านทำงานทำการอะไร ถึงต้องมีลูกน้อง ขนาดกลุ่มเพื่อนยังไม่มีใครรู้เลย เพราะพวกมันไม่เคยถาม ผมชอบพวกมันนะ ไม่เรื่องมาก ไม่ซักไซร้ เพื่อนก็คือเพื่อน คบๆกันไปเดี๋ยวก็รู้กันเอง เบื่อพวกที่เจอหน้าครั้งแรกก็ซักประวัติว่ะ ผมอึดอัด


          'อ้าว ถ้ามึงจะกลับเลยก็ขึ้นมาดิ เดี๋ยวกูไปส่ง หอมึงอยู่แถวไหนล่ะ'


          'พี่รีบไม่ใช่รึไง เมื่อกี้ยังบอกว่าจะไปธุระอยู่เลย'


          'เปล่า เมื่อกี้กูโมโห ที่รถมันติด กูเลย พูดไปงั้นแหละ' อ้าว ไอ้เลว กูเริ่มจะไม่เคารพมึงแล้วนะ


          'เห้อออ เออ ไปก็ไป พี่ไปทางไหนล่ะ จอดส่งผมแถวๆ ห้างเอ็ม ก็ได้' ผมบอกทางเลือกที่ใกล้ที่สุดให้ ว่าจะแวะซื้อของก่อนกลับพอดี


          'ได้ ขึ้นมาเลย'

 



          'มึงมาทำอะไรที่นี่วะ' หลังจากส่งเสร็จแทนที่พี่เฟียสจะกลับไปเลย กลับเลี้ยวเข้าลานจอดรถแล้วเดินตามลงมา


          'มาซื้อของเข้าห้อง ของหมดหลายอย่างแล้ว แวะกินข้าวด้วย ว่าแต่พี่ไม่มีอะไรทำรึไง' คือไม่ได้ประชดนะ อยากเดินก็เดินกูไม่ห้ามหรอก แค่แปลกใจตอนแรกมึงบอกรีบไม่ใช่เหรอ


          'ไม่มีว่ะ ไอ้สิง ไอ้หมอกไม่ว่างกันเลย วันนี้กูโคตรเบื่อ จะไปกินเหล้าก็ไม่มีเพื่อน เดินกับมึงฆ่าเวลาไปก่อนละกัน' อ้อ มึงเบื่อนี่เอง ไอ้ว่างงาน


          'โดนเพื่อนทิ้งล่ะสิ ฮ่าๆๆๆ เออ มาๆ เดี๋ยวเลี้ยงหน๋มปลอบใจนะ' พอได้คุยกันดีๆ มันก็เหมือนพวกไอ้คริส ไอ้เก้าเหมือนกันนะ กวนๆตลกๆ ดูไม่มีพิษมีภัย ไม่เหมือนกับพวกในสังคมของผมที่เคยเจอ สารพัดพิษแถมชอบใส่หน้ากาก


          พี่เฟียสเป็นพวกง่ายๆ โกรธได้ก็หายเร็ว ไม่พอใจ ไม่ชอบอะไรก็พูด แสดงออกตรงๆว่ากูไม่ชอบ ดีกว่าพวกที่เก็บเอาไว้ แล้วมาแอบแก้แค้นทีหลัง เหมือนพวกหมาลอบกัด


          'กูเป็นพี่มึงนะ เดี๋ยวเหอะไอ้ดำ ให้กูเลี้ยงเอง' แล้วมันก็เรียกชื่อซะสนิทอย่างข่มขู่ แล้วปิดท้ายประโยคด้วยเสียงอ่อนแอ๊บแบ๊ว เป็นการตบมุข


          'ฮ่าๆๆๆๆๆ พี่ตลกว่ะ เออ เลี้ยงก็เลี้ยง เดี๋ยวจะกินให้หมดตัวเลย'


          'กูไม่ใช่คณะหมูกะทะแบบพวกมึงนะ ไอ้รุกกี้ กูเลี้ยงได้แค่ห้าสิบบาท โอเค๊'


          'ฮ่าๆๆๆๆๆๆ พี่ยิ่งกว่าคณะหมูกะทะพวกผมอีก ห้าสิบบาทจะกินอะไรได้วะ หายใจก็หมดแล้ว ทีตอนกินเหล้าเห็นยกเอาๆ ไม่กลัวเปลือง เลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่ง ใจๆหน่อยดิวะ ป๋าหน่อย เปย์ผมหน่อย น้าคร้าบบบบบบ'


          '......'


          'อะไรวะ แค่นี้ทำเงียบ เออ ห้าสิบก็ห้าสิบวะ กินไรได้เนี่ย น้ำแก้วนึงละกัน เดี๋ยวพี่จะหาว่าผมงก ผมไม่ใช่น้องรหัสนี่หว่า ฮ่าๆๆ' กูก็ลืมตัวอ้อนมันไปได้ไง นึกว่าอยู่กับไอ้ถังเพื่อนตัวเอง ผมชอบแกล้งแอ๊บแบ๊วอ้อนไอ้ถังเหมือนกันนะ เพราะมันนิ่งๆ เวลาอ้อนใส่แล้วมันทำท่ารำคาญตลกดี แต่หลังๆตั้งแต่มีไอ้แทก ถังเบล เวรนั่น ก็เลยเลิกเล่นแล้ว รำคาญ


          'เปล่า เออ มึงอยากกินไรก็เลือกเอาดิ สุกี้มั้ย บางๆอย่างมึงนี่คงรักษาหุ่นสินะ' แล้วมึงจะมองกูตั้งแต่หัวจรดตีนทำไมวะ ดูถูกกันรึไง


          'ไอ้เชี่ย ผมไม่ใช่ผู้หญิงมั้ยวะ สุกี้เนี่ยนะ โคตรปัญญาอ่อน โน่นเลย ไก่ย่างส้มตำ เอาอันนั้นแหละ' ผมลากแขนพี่เฟียสเข้าร้านส้มตำที่ดูแล้วน่าจะเผ็ดแซ่บสะใจ เห็นแล้วน้ำลายไหลเลยว่ะ

 


          'เอาตำไทยเผ็ดๆเลยนะครับ ไก่ย่างครึ่งตัว ข้าเหนียวหนึ่ง พี่เอาไร'


          'ยังไม่ค่อยหิวว่ะ กินด้วยละกัน ข้าวเหนียวเป็นสองครับ'


          'เออดี ช่วยกัน พี่กินเผ็ดได้ป่ะวะ ผมก็ลืมถามไป' ผมหยิบช้อนส้มขึ้นมาเช็ด แล้วดึงของพี่เฟียสมาเช็ดให้ด้วย เวลากินข้าวกับเพื่อนผมก็ทำให้ทุกคนอ่ะ เห็นแล้วทนไม่ได้ ถ้าไม่เช็ดก่อนกินไม่ลงว่ะ ผมเคยเจอส้อมที่มีเม็ดข้าวติดอยู่ระหว่างกลางส้อมด้วยอ่ะ ล้างไม่สะอาดใช่มั้ย กูแทบจะใช้มือจกเลยวันนั้น แหวะ


          'ได้ดิ กูชอบของเผ็ดๆ มึงกินน้อยจัง ไม่หิวเหรอวะ มิน่าตัวถึงผอมๆบางๆแบบนี้' ทักอีกละเดี๋ยวกูต่อยแม่ง


          'หิว แต่ไม่อยากสั่งเยอะ พี่จะเลี้ยงไม่ใช่รึไง เดี๋ยวหมดตัวไม่มีตังค์เอาไปเปย์สาวหรอก ยิ่งหน้าม่ออยู่ ฮ่าๆๆๆ'


          'กวนตีนนะมึง เล่นด้วยแล้วลามปาม กูไม่เคยเปย์สาวให้เสียตังค์หรอกเว้ย มีแต่สาวๆเข้ามาตาม มึงคงไม่เข้าใจ เพราะมีแต่หนุ่มๆมาจีบล่ะสิ' ไอ้พี่เฟียสยิ้มเลวอย่างโชว์เหนือ ข่มกันเข้าไปเถอะมึงน่ะ


          'เดี๋ยวกูถีบเลยพี่ อย่าพูดได้มั้ยวะ อารมณ์เสีย ไม่รู้จะมาชอบอะไร ผู้หญิงตั้งเยอะแยะมากมายไม่ไปจีบ กูล่ะเกลียดจริงๆ' เรื่องที่ผมมีแต่ผู้ชายมาจีบ เพราะความหน้าหวาน ตัวบาง ดูอ่อนแอ ผิดกับนิสัยตัวเอง เค้ารู้กันทั้งคณะนั่นแหละ พวกเราคือใครล่ะ กลุ่มแก็งค์ซุปเปอร์มโนของไอ้คริสไง ใครๆก็รู้จัก


          'หึ บางทีอาจจะเป็นเพราะมึงไม่รู้ตัวเองล่ะมั้ง' พี่เฟียสดึงช้อนในมือผมกลับไป หลังจากที่เช็ดถูเพลินนานไปหน่อย จนเลขจะขึ้น


          'ไม่รู้ตัวอะไร?'


          'ไม่รู้ตัวว่าเวลามึงยิ้ม มึงหัวเราะ มึงอ้อน แล้วมันน่ามองไง ผู้ชายที่ไหนเห็นก็............คงหวั่นไหวล่ะมั้ง'


          'เวร ต่อไปนี้กูไม่หัวเราะแล้ว อะไรวะ กูผิดซะงั้น เอ้า ส้มตำมาแล้วกินกันเร็วๆ พี่เอาไก่ส่วนไหนล่ะ ผมให้ได้หมด ถ้าไม่แย่งอกไก่ผมนะ ฮ่าๆๆๆๆ'


          '............'


          'เป็นไร เงียบไป อยากได้อกไก่เหรอวะ เออ แบ่งให้ครึ่งนึงก็ได้ นี่เพราะพี่เลี้ยงหรอกนะ เลยยกให้ ปกติถ้ามากินกับพวกไอ้คริสนี่ แม้แต่ไอ้สะไบยังไม่มีสิทธิ์ได้แตะอกไก่ผมเลยนะ ฮะฮะ เอ้า เชิญคร้าบบบบ' ผมส่งยิ้มแล้วตัดอกไก่แบ่งให้ไอ้พี่เฟียสผู้งกและแย่งอกไก่ผมกิน


          เออ ส้มตำร้านนี้อร่อยว่ะ วันหลังชวนไอ้แก็งค์ห้าหน่อไม้มากินกันดีกว่า


          '...........' พี่เฟียสมองหน้าผมนิ่งๆอยู่พักใหญ่กว่าจะลงมือกินไก่ของตัวเอง


          ถ้ารู้ว่าส่งยิ้มแล้วหัวเราะให้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายแบบนี้ วันนั้น ผมจะยังส่งยิ้มให้มันอยู่เหมือนเดิมมั้ย

 




          "....เบล ดัมเบล"


          "หืม ว่าไง ตื่นแล้วเหรอ?" นี่กูคิดถึงตอนนั้นนานแค่ไหนวะ พี่เฟียสหลับไปจนตื่นเลยเหรอเนี่ย หรือมันนอนน้อยวะ


          "พี่ขอน้ำหน่อย คอแห้งจังเลย"


          "ได้ๆ แป๊บนะ" ผมรีบลุกขึ้นไปหยิบน้ำที่หัวเตียง ตอนนี้พี่เฟียสถูกย้ายมาห้องพิเศษแล้ว ตอนที่ยังหลับอยู่เพราะฤทธิ์ยา


          "ไม่เอา กินลำบาก" พอหยิบน้ำส่งให้ จ่อแก้วไปที่ปาก พี่เฟียสก็ทำหน้างอแงแบบเด็กๆ ส่ายหน้าไปมา ไม่ยอมกิน มึงเรื่องมากจังวะ


          "แล้วจะทำยังไงล่ะ เอาหลอดดีมั้ย จะได้กินง่ายๆขึ้น" มึงเจ็บท้องหรือกระดูกหักไปทั้งท่อนว่ะ ถึงกินน้ำจากแก้วไม่ได้ ได้ข่าวว่าแผลแค่ถากๆเองนะ


          "ไม่ ดัมเบลป้อนสิ นะ ป้อนพี่นะคร้าบบ" มึงนี่ตื่นมาไม่เต๊าะก็อ้อนเนาะ


          "ก็ป้อนอยู่นี่ไง พี่เห็นรึเปล่าว่าผมเอาแก้วจ่อปากให้อยู่เนี่ย"


          "ไม่ป้อนแบบนี้ เอาแบบนี้ ดัมเบลดื่มสิ ดื่มก่อน" พี่เฟียสดันแก้มในมือผมมาจ่อที่ปาก แล้วบังคับให้ผมดื่ม เออ ดื่มก็ดื่ม จะให้พิสูจน์พิษรึไงวะ ไอ้ฮ่องเต้


          "แล้วทีนี้ก็เอาน้ำในนั้น มาป้อนพี่" พอผมดื่มน้ำเข้าไป พี่เฟียสก็ชี้มาที่ปากผม แล้วก็ลากนิ้วมือกลับไปที่ปากตัวเอง


          นี่หมายความว่าจะให้กูป้อนน้ำมันด้วยปากสินะ


          พรวดด


          "แค่กๆๆๆ ไอ้บ้า พี่พูดเล่นอะไรน่ะ" ผมสำลักน้ำพ่นกระจาย พุ่งตรงสู่ เอ่อ สู่หน้าพี่เฟียสเต็มๆ "ฮ่าๆๆๆๆๆ เปียกหมดเลย ขอโทษๆๆ เดี๋ยวเช็ดให้"


          ".................." พี่เฟียสยิ้มตอนที่ผมเช็ดหน้าให้ มองสบตาแต่ไม่ยอมพูดอะไร


          "เป็นไรอีกล่ะ นี่แผลติดเชื้อไปแล้วใช่มั้ย อยู่ๆก็เปลี่ยนอารมณ์"


          "เปล่า แค่ดัมเบลไม่ได้หัวเราะกับพี่แบบนี้นานแล้ว คิดถึงจัง ตอนที่พี่เริ่มจีบ ดัมเบลก็ไม่หัวเราะอีกเลย"


          " .///////. "


          "น่ารักจัง มานี่สิ" แขนผมถูกดึงเข้าไปนั่งบนเตียงคนไข้ จากนั้นพี่เฟียสก็เลื่อนมือตัวเองมาดึงท้ายทอยเข้าหาตัว


          ผมหลับตา ขยับหน้าเข้าไปกดริมฝีปากตัวเองลงบนปากพี่เฟียส เริ่มจูบก่อน ย้ายมือขึ้นไปวางบนไหล่ เอียงหน้าแล้วขยับริมฝีปากตัวเอง กดซับลงไป แล้วอีกฝ่ายก็เริ่มจูบตอบกลับมา ผมรู้สึกดีจนอยากจะหยุดเวลาแบบนี้เอาไว้ เลื่อนมือสองข้างไปด้านหลังแล้วกอดพี่เฟียสเอาไว้แน่นขึ้น จูบให้ลึกยิ่งขึ้น แทนความรู้สึกของตัวเอง


          "ขอบคุณนะ ที่เข้ามารับมีดแทนน่ะ" ถึงจะเป็นการกระทำที่ดูโง่ แต่ผมก็ประทับใจมากเลยนะ ขอบคุณ


          "อืมม ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้จูบหวานๆอีกซักรอบก็คงจะดี พี่คงจะหายภายในวันพรุ่งนี้เลยล่ะ" เว่อร์จริง


          ผมส่งยิ้มให้ แล้วกดริมฝีปากลงไปอีกหน


          "ไอ้เฟียสสส เป็นไงมั่งวะ หิวรึยะ...โอ้ววว" พี่หมอกเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ส่งเสียงดังแล้วเงียบ จากนั้นก็ร้องแซวทันที


          "แหมมมม แผลคงจะเริ่มหายดีแล้วสินะพี่เฟียส เล่นรักษากันด้วยวิธีแบบนี้ ถ้ามาช้ากันอีกซักครึ่งชั่วโมงพี่คงวิ่งลงทะเลว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งได้เองเลยสินะ" พี่หมอกแซวไม่เท่าไหร่ อะไรก็ไม่เท่าไอ้สไปรส์ที่เดินตามเข้ามาด้วยเห็นเข้าพอดี ตัวแม่จะเริ่มแล้วใช่มั้ย


          "พวกกูหายไปซื้อข้าวแค่ไม่กี่ชั่วโมง มึงนี่แร่ดจริงๆไอ้ดำ แบบนี้ข้าวคงไม่ต้องกิน คงกินกันเองจนอิ่มไปแล้วม้างงง" มึงก็เอากับเค้าด้วยเหรอคริสเพื่อนรัก ไหนเราสาบานกันด้วยเสียงหัวเราะแล้วไงวะ ว่าจะไม่แซะกันเรื่องนี้


          โอ้ยยยย  เล่นมากันหมดครบทีมแบบนี้ ผมเตรียมขุดโรงพยาบาลหนีได้เลย ก่อนอื่นต้องฮึ๊บหน้านิ่งๆเอาไว้ก่อนสินะ ถ้าทำท่าเขินอาย พวกมันจะถือโอกาสแซวกันยาวไป นิ่งๆเอาไว้เหมือนทุกทีนั่นแหละ ไอ้ดัมเบล ฮึ๊บบ




#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: ย้อนอดีตคู่นี้กันนิดหน่อย ว่ามีความเป็นมายังไง ตอนหน้ากลับไปที่คู่หลักกันแล้วน้า **ง่วงจัง**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3552 creamsarang (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 10:17
    คู่นี้น่ารักอ่ะงือออออ

    ดูเจอกันธรรมดาแต่มีความมุ้งมิ้งงือออ
    #3552
    0
  2. #2634 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 08:44
    5555 คู่นี้ก็น่ารีกอ่ะ
    #2634
    0
  3. #636 s.lattecoffee (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 18:05
    ที่หน้านิ่ง ๆ นี่คือเขินใช่ไหมดำ 5555+
    #636
    0
  4. #622 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 13:15
    แหมคริสแซวเพื่อนระวังโดนอัดนะ 555555
    #622
    0
  5. #613 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 00:43
    หึ อย่าไปแซวนะสมคิด เดะโดนคืนมันตะเท่าตัว
    #613
    0
  6. #612 MimiPornsinee (@MimiPornsinee) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 00:34
    เเหม่คุณสมคริสสสสส อย่าไปเเซวเค้าาาาา
    #612
    0
  7. #610 Nupear (@pinkykitty) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 23:28
    สมคิดดด อย่าไปแซวเค้าาา เดี๋ยวโดนแฉกลับละจะมุดหนีไม่ทันนน 555
    #610
    0
  8. #608 a_liew (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:56
    ป่ะ นอนนนนนมะ #ตบตักกกกกก ._.

    อิพี่เฟียสหลงน้องเพราะความอ้อนกับตอนหัวเราะนี่เองงงง ฮั่นนน่อววววว...

    นิสัยดัมพอ ๆ กับคริส ดูเกรียน ๆ กวน ๆ พอกัน

    แต่เรื่องความขี้อ้อนดูไม่หนีกันเท่าไหร่เลย

    สกิลการเต๊าะพี่เฟียส ยังเหนือพี่สิงอยู่หลายเลเวล

    แต่เรื่องความหื่นดูแล้วน่าจะเลเวลพอ ๆ กัน -___-''



    #608
    0
  9. #606 TAKARA KUN (@TAKARAKUN) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:40
    คริสนางกล้าไปแซะดัมเบลระวังเถอะจะโดนย้อนศร
    #606
    0
  10. #603 Oct.me (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:09
    แอร๊ยยยยย (^////^) ดีต่อใจ
    #603
    0
  11. #602 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:08
    โอ๊ยยยยย น่ารักมากกกกก หวานๆๆๆ คิดว่าที่คู่นี้ดูหวานกว่าเพราะมันไม่ได้พูดคำด่าหลายคำเหมือนคู่สิงคริส 5555 น่ารักกมีการฮึบไว้ด้วย งู้ยยย
    #602
    0
  12. #600 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:05
    คู่นี้ก็น่ารัก อิอิ
    #600
    0
  13. #599 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:01
    อยากให้คู่นั้น ฟินแบบคู่นี้ 5555
    #599
    0
  14. #597 Amika (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 21:39
    หึๆ ใช่เล่นนะคู่เนี้ย ขอสิงห์คริสฟินๆบ้างจิ รออ่านนะคร้าบ
    #597
    0
  15. #596 cartoon chaninmart (@chaninmart) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 21:01
    ทำไมน่ารัก แต่สุดท้ายแล้ว น่ารักยังไงก็ขำอยู่ดี การหัวเราะคือการสาบานของสมคิดและน้องดำสินะ555555
    #596
    0