ตอนที่ 152 : Special ฟงพอร์ช : เลิกกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    10 ม.ค. 60


พอร์ชพาร์ท


          ตั้งแต่บอกรักฟงไป เราก็ตัดสินใจคบกันอย่างเป็นทางการ แต่ผมก็ยังไม่พร้อมจะบอกใครอยู่ดี มีแค่เพื่อนสนิทคือลินดาคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ผมกับฟงก็ใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปกับงานที่หนักมากและวุ่นวายจนบางครั้งก็เกือบจะหาเวลามาเจอกันไม่ได้ แต่ฟงก็พยายามหนักมาก บางครั้งเคลียงานสามสี่วันติดกันนอนน้อยสุดๆ เพื่อที่จะได้มีวันว่างให้ตรงกับผม


          วันหยุดของเราสองคนก็ไม่มีอะไรพิเศษ แพลนเรื่องอิตาลีที่คุยกันหลายครั้ง ก็ล่มมาตลอด เพราะว่าวันหยุดน้อยเกินไปบ้าง ผมหรือฟงมีงานแทรกเข้ามาจนทำให้ไปไม่ได้บ้าง เราเลยเลิกพูดเรื่องนี้กันมาพักใหญ่แล้ว ใช้เวลาว่างอยู่กันแค่ในคอนโดฯ บางครั้งก็ห้องผม บางครั้งก็ห้องของฟง สลับกันไป แต่แค่นั้นผมก็มีความสุขมากแล้ว เพราะว่าเราไม่ค่อยจะได้เจอกันบ่อย เดือนนึงก็สามสี่ครั้งเท่านั้นแหละ


          แต่หลังจากผ่านมาสามเดือน เดทง่ายๆเรียบๆในคอนโดฯของพวกเราก็จะจบลงแล้วล่ะ ผมรีบเคลียงานอย่างหนักมากเพื่อที่จะเซอร์ไพรส์ฟงด้วยการบอกว่า ช่วงหลังวันเกิดของผม เราจะไปอิตาลีกัน ฟงเคยบอกเอาไว้นานแล้วบอกว่าช่วงนั้นจะทำตัวให้ว่างยาวแล้วมาอยู่กับผม ตอนนั้นผมไม่ได้รับปากว่าจะว่างรึเปล่า แต่คนช่างตื๊อ คนดื้อก็บอกว่า อย่างน้อยก็ไปนั่งเฝ้าผมที่ห้องทำงานก็ยอม


          อาทิตย์หน้าก็จะถึงวันเกิดผมแล้ว แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต วันนี้เรานัดกันตามปกติหลังจากไม่เจอกันเกือบสองอาทิตย์ แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันตรงที่ งานดันมีปัญหา ผมต้องวิ่งวุ่นทั้งวัน จากที่คิดว่าจะชิวไปเรื่อยๆจนบ่ายสามก็ออกไปรับฟงที่ทำงาน แล้วไปคอนโดฯฟงกัน กว่าจะเสร็จงานจริงๆก็เลยเวลาที่คิดเอาไว้ไปจนหกโมงเย็นแล้ว



          Rrrrrrrrrrrrrrrrr


          -Fong-


          "พอร์ชกำลังจะออกไปแล้วล่ะ ขอโทษนะงานเข้าน่ะสิ นี่ยังเคลียไม่เสร็จดีเลยแต่ว่าไปได้แล้ว เจอกันที่คอนโดฯฟงเลยมั้ยจะได้ไม่เสียเวลา" ผมรับสายแล้วไม่ทักทายอะไร รีบแก้ตัวก่อนทันที เลยมาสามชั่วโมงแบบนี้ คนที่ใจดีแล้วก็ตามใจผมตลอดอาจจะไม่บ่น แต่คงมีนอยด์แน่ๆ


          [ยังไม่ได้ออกมาใช่มั้ยพอร์ช โชคดีจริง ผมโทรมาทัน ขอโทษจริงๆนะพอร์ช วันนี้ผมติดธุระด่วนกับที่บ้านแล้วล่ะ โดนพ่อบังคับแบบเลี่ยงไม่ได้เลย]


          แย่จังวันพรุ่งนี้ผมต้องกลับไทยไปทำธุระด้วยสิ กว่าจะมาอีกทีก็คงวันเกิดผมเลย แบบนี้เราคงได้เจอกันตอนวันเกิดผมเลยสินะเนี่ย


          "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เอาไว้เจอกันวันหลังก็ได้ พอร์ชจะได้นั่งทำงานต่อ" แม้ใจจะแอบนอยด์นิดนึงที่ไม่ได้เจอกัน แต่ผมก็ไม่โกรธ เข้าใจดี ผมยังเคยมีงานแทรกให้เลื่อนนัดฟงบ่อยๆเลย


          [ขอโทษจริงๆนะพอร์ช แต่ไม่ทางการเท่าไหร่ มีคนไม่เยอะด้วย พอร์ชสนใจไปด้วยกันรึเปล่าล่ะ] ที่ถามนี่ก็น่าจะรู้คำตอบดีนะ ต่อให้มีแค่คนเดียวที่ฟงจะไปพบ ผมก็ไม่มีวันไปหรอก ผมยังไม่พร้อม ถ้าเรื่องหลุดไปถึงแม่กับพ่อเมื่อไหร่ ท่านต้องเสียใจแน่ๆ


          ผมจะตัดสินใจคบกับฟงก็จริง แต่เราคุยกันแล้วว่าจะไม่บอกใคร ฟงยอมรับข้อนี้ได้ ขอแค่ตอนอยู่ด้วยกันสองคนผมทำตัวดีๆก็พอ ซึ่งข้อตกลงก็วินวินกันไป ถึงผมจะรักฟง แต่ผมก็คิดถึงความรู้สึกของแม่ผมมากกว่า ท่านเป็นคนที่รู้จักในสังคมมาก เป็นคนที่ชอบรักษาหน้าตายิ่งกว่าอะไร ถ้ารู้ว่าผมคบกับผู้ชาย ไม่เข้าวัดก็ไอซียูแหละ นี่ไม่ได้พูดเกินจริงนะ แม่ผมนี่เว่อร์ของแท้เลยล่ะ


          แล้วผมเอง ก็ไม่เคยคิดเลยว่า ตัวเองจะมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่จะทำยังไงล่ะ ผมห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้นี่นา


          "ไม่ล่ะ ฟงก็รู้ว่าพอร์ชไม่ไปหรอก เอาไว้เจอกันวันหลังนะ"


          [ครับ ถ้าอย่างนั้นฟงไม่ดึกมาก จะรีบโทรหาพอร์ชนะ เผื่อว่าจะเจอกันทัน มีเรื่องจะพูดด้วยเหมือนกัน]


          "เอาตามนั้นก็ได้^^" ผมยิ้มให้กับความน่ารักของคนในสาย โดยที่ลืมคิดไปว่าอีกฝ่ายไม่มีทางได้เห็น


          หลังจากวางสาย ผมก็นั่งเคลียงานต่อให้เสร็จ ซึ่งเหลืออีกแค่นิดหน่อย หลังจากหนึ่งชั่วโมง ผมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกลับบ้านแล้ว


          "คุณพัชระคะ แย่แล้วล่ะค่ะ เช็คที่มีปัญหาวันนี้น่ะค่ะ ทางลูกค้ายังไม่พอใจ แล้วก็โวยวายไม่เลิกเลย บอกว่าอยากจะคุยกับใครก็ได้ที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ตอนนี้เลย แต่คุณเกษมออกไปข้างนอกยังไม่กลับมาเลย" พอเดินออกมาหน้าห้องจะกลับบ้าน เลขาก็รีบรายงานหน้าตาตื่น คุณเกษมที่พูดถึง คือที่ปรึกษาอาวุโสของธนาคารเราที่สาขาฮ่องกง เป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจรองๆลงมาจากผม


          "เหรอ งั้นคุณโทรไปบอกลูกค้าว่าผมเชิญทานอาหารที่โรงแรมนะ จะได้คุยกันและขอโทษอย่างเป็นทางการด้วย คุณพยายามติดต่อคุณเกษมให้ได้ให้รีบตามไปที่โรงแรม ผมจะล่วงหน้าไปก่อนส่วนคุณเสร็จแล้วก็รีบตามมานะ วันนี้คงต้องให้ทำงานล่วงเวลาอีกแล้ว ขอโทษด้วย" ผมส่งยิ้มบางๆไปให้เลขากับเหตุสุดวิสัยที่ทำให้วันนี้เรายุ่งกันทั้งวัน


          "ค่ะ คุณพัชระ"

 



          เห้อ งานธนาคารนี่ปัญหาจุกจิกไม่จบสิ้นเลยนะ หลังจากฟังลูกค้ารายสำคัญบ่นเป็นชั่วโมงๆจนพอใจ พวกเราก็ต้องเดินลงมาส่งถึงหน้าประตูโรงแรมพร้อมกับขอโทษซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปพักผ่อนซักที นี่มันดึกมากแล้วด้วย


          ผมหมุนตัวออกจากลอบบี้โรงแรมเป็นคนสุดท้าย เลขาผมรีบมากเพราะว่าลูกชายอยู่บ้านคนเดียวอีกแล้ว ส่วนคุณเกษมก็เพิ่งแยกตัวออกไป ขาที่กำลังจะก้าวออกหน้าประตูเลื่อนอัตโนมัติของโรงแรมต้องหยุดนิ่ง เพราะผมเห็นรถของคนที่บอกว่าติดธุระและเลื่อนนัดผมขับเข้ามาจอดตรงทางเข้าหน้าประตูนี่พอดี


          ผมยกยิ้มพอใจที่เราบังเอิญมาเจอกันแบบนี้ จะให้ดีต้องหามุมหลบนิดหน่อย เผื่อว่าฟงจะไม่ได้มาคนเดียว แต่มีคนอื่นมาด้วย ถ้าเด็กบ้านั่นเห็นผมแล้วลืมตัวทักด้วยคำพูดสนิทสนม อย่างที่รักกับลูกแมวอะไรนั่น หรือเข้ามาทำตัวสวีทต่อหน้าคนอื่นเข้า ต้องแย่แน่ ทางที่ดีดูให้แน่ใจก่อนว่าทางสะดวกรึเปล่า อย่างร้ายที่สุดถ้ามากับคุณกิตด้วยนี่ ผมคงวิ่งแล้วล่ะ ไว้ไปทักกันอาทิตย์หน้าเลยนะ เหอะๆ


          ฟงลงจากประตูหลังรถของตัวเองฝั่งทางขึ้นโรงแรมโดยมีคนเปิดประตูให้ ด้วยมาดของมาเฟีย แล้วเดินอ้อมหลังรถไปที่ประตูหลังอีกฝั่ง


          เค้าไม่ได้มาคนเดียวจริงๆอย่างที่ผมคาดการณ์เอาไว้นั่นแหละ แต่นี่มันเหนือกว่าที่ผมคาดเอาไว้


          คนที่ฟงลงไปรับอีกด้าน....เป็นผู้หญิง!!


          ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นผู้หญิงสวยมากที่กำลังมึนจนเกือบเมา ภาพในวันแรกที่ผมเจอฟงที่ลอบบี้โรงแรมกับผู้หญิงสวยคนนึงที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนพื้น เรื่องราวต่างๆของคาสโนว่าคนดังของเกาะฮ่องกง ไหลเข้ามาในหัวไม่หยุด


          ถึงผมจะรู้ดีกว่าฟงเคยเจ้าชู้แค่ไหน ผมก็ไม่เคยถือ เพราะตั้งแต่ฟงบอกรักและพยายามจีบผม จนกระทั่งเราคบกัน ฟงไม่เคยยุ่งหรือมีข่าวกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย มาเฟียคนดังแบบนั้น แค่ควงกันครึ่งชั่วโมงก็เป็นข่าวก๊อสซิปแล้วล่ะ ผมถึงได้ไว้ใจไง ว่าฟงไม่มีใครอีกแล้ว นอกจากผม


          แต่ผมคงคิดผิดไป เพลย์บอยก็ยังเป็นเพลย์บอยวันยังค่ำ ภาพที่แฟนของผมประคองผู้หญิงคนนั้นลงจากรถ พากันเดินผ่านหน้าผมไป กระซิบกัน หัวเราะให้กันเบาๆ ถึงสายตาของฟงจะไม่ได้มองผู้หญิงคนนั้นแบบรัก แต่ก็คงมีความใคร่สินะ ถึงได้พากันมาเข้าโรงแรมแบบนี้


          ทางที่พวกเค้าเดินไปคือลิฟที่ตรงไปยังห้องพัก ไม่ใช่ห้องอาหาร จะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง


          คงเบื่อผมแล้วใช่มั้ย ผมไม่ใช่ผู้หญิงสวยๆนี่นา ที่ผ่านมาอาจจะแค่อยากเอาชนะที่ผมไปกล้าด่ากล้าท้าทายเอาไว้ พอได้สมใจแล้ว ผมก็หมดความหมายทันที


          ผมเจ็บปวด หัวใจผมเจ็บมากจนจำไม่ได้ว่าพาตัวเองกลับมาถึงห้อง แพ็คกระเป๋ากลับมาถึงบ้านที่กรุงเทพฯได้ยังไง เวลาผ่านไปแค่ไหนก็ไม่รู้


          ผมทิ้งงานทิ้งธุระทุกอย่างที่ต้องทำ เพราะบอกที่บ้านว่าไม่สบาย พ่อเลยโอนงานให้คนอื่นไปจัดการหมด


          พอยิ่งอยู่กับตัวเอง อยู่คนเดียวในห้อง ผมก็มีแต่ความเศร้า เจ็บปวดจนแทบจะเป็นบ้า กับการถูกคนที่รักคนแรกหักหลัง


          ผมเพิ่งรู้ตัวเอง ว่าผมไม่ได้รักลินซี่แบบนั้น ความรู้สึกมันแตกต่างกับที่รักฟง ต่างกันมาก ที่เป็นความรักของจริง คือฟงต่างหาก คนที่เพิ่งหักหลังผมไปไง ผมปิดโทรศัพท์ไม่รับสายจากใครทั้งนั้น เก็บตัวขังตัวเองอยู่ในห้อง ร้องไห้อย่างทรมาน


          ทำไมต้องทำกับผมแบบนี้ สายตาที่สื่อว่าผมมีค่ากับเค้าแค่ไหน คำพูดที่เคยบอกว่ารักผมมากมาย รักผมเท่ากับชีวิตตัวเอง เป็นแค่คำโกหกของผู้ชายเจ้าชู้สินะ หรือไม่ก็แค่หยุดตัวเองที่ผมไม่ได้ ที่บอกไว้ก่อนวางสายว่ามีเรื่องจะคุยด้วย อาจจะเป็นเรื่องที่จะบอกเลิกกันก็ได้ ที่ชวนไปด้วยกัน คือจะพาไปหาผู้หญิงคนใหม่งั้นสินะ


          น่าสมเพชตัวเองชะมัด กับผู้หญิงที่แอบชอบมาหลายปีก็ไม่สมหวัง พอรักผู้ชายก็โดนหักหลังอีก ผมมันเป็นตัวบ้าอะไรกันวะเนี่ย


          ก๊อกๆๆๆ


          เสียงเคาะประตูหน้าห้องนอนดังขึ้น ผมรีบเช็ดน้ำตาตัวเอง แล้วแกล้งหลับ บางทีอาจจะเป็นแม่ที่คอยเข้ามาดูบ่อยๆทั้งๆที่ผมพูดไปเป็นล้านครั้งแล้วว่าผมอยากอยู่คนเดียว ตอนนี้ผมยังไม่อยากพูดกับใคร


          "พี่พอร์ชนอนอยู่เหรอครับ" เสียงที่ดังไม่ใช่เสียงของแม่ แต่เป็นเสียงของน้องชาย คริสส่งเสียงเรียกเบาๆด้วยความเกรงใจ พอเห็นผมนิ่งก็ขยับตัวเหมือนจะออกจากห้องไป


          "คริส" ผมเรียกเอาไว้ เพราะตั้งแต่กลับเมืองไทย ผมยังไม่ได้เจอหน้าคริสเลย


          "ผมทำให้ตื่นรึเปล่าครับ พี่พอร์ช" คริสเดินเข้ามาใกล้แบบกล้าๆกลัวๆ ส่งสายตาเกรงใจมาพร้อมกับคำถามสุภาพ


          "ไม่หรอก พี่แค่หลับตา คริสมีอะไร?"


          "เห็นแม่บอกว่าพี่พอร์ชไม่ค่อยสบาย ผมเลยขึ้นมาดูครับ พี่พอร์ชเป็นยังไงบ้าง ปวดหัวเหรอ" น้องชายที่ใสซื่อของผมเดินมานั่งลงบนเตียง ยกมือขึ้นแตะหน้าผากอย่างห่วงใย


          "คริส" ผมดึงตัวน้องชายมากอดเอาไว้ ไม่มีใครห่วงผม แล้วก็แสนดีเท่าคริสอีกแล้ว


          "เฮ้ย เอ่อ.. พี่พอร์ช เป็นอะไร ร้องไห้เหรอ ตาแดงเลย ปวดหัวมากรึเปล่า ให้ผมพาไปหาหมอมั้ย" คริสดูเป็นห่วงผมมาก จนลนเผลอร้องตกใจเสียงดัง


          "เปล่า ขอพี่อยู่แบบนี้ซักพักนะ"


          ".......ครับ พี่บอกได้รึเปล่า ว่าเกิดอะไรขึ้น"


          "......."


          "ถ้าพี่ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะ แต่พี่ยังมีผม พี่บอกผมได้นะ ถ้าใครทำพี่เสียใจ ผมจะไปจัดการให้" อยู่ๆน้องชายผมก็ทำท่าห้าวหาญจนผมอดแปลกใจไม่ได้ คริสที่อ่อนโยน เป็นเด็กดีเรียบร้อย มีมุมแบบนี้ด้วย


          "เหรอ คริสจะทำยังไง?"


          "ผมไปกระทืบให้ดีมั้ย....เอ่อ ไม่ใช่สิ ผมจะไปต่อว่าให้ครับ" พอเห็นผมอ้าปากค้าง คริสก็ชะงักแล้วกลับมาเป็นน้องชายที่น่ารักเหมือนเดิม สงสัยจะโกรธแทนผมมากจริงๆ ไม่เคยเห็นคริสเป็นแบบนี้มาก่อน


          ผมนั่งกอดคริสไว้แล้วปล่อยให้น้องชายลูบหลังอยู่พักใหญ่ แม่ก็เดินตามเข้ามา คริสคงเห็นว่าผมไม่พร้อมจะคุยกับใคร เลยหาเรื่องดึงความสนใจพาแม่ออกไปด้านนอก


          ตอนนี้ผมเหนื่อยไปหมด ผมไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไง แต่คงจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้ไวที่สุด ไม่อย่างนั้นผมก็คงทำงานไม่ได้ และแม่ก็ต้องสงสัยเหมือนกับที่คริสสงสัยแน่นอน ถ้าความแตก ว่าคบกับผู้ชาย แถมยังถูกนอกใจ จะเกิดอะไรขึ้น

 



          ผมกลับมาฮ่องกงตามกำหนดเดิม คือก่อนวันเกิดผมหนึ่งวัน จะว่าก่อนก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นแหละ ตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้ว กว่าจะหาแทกซี่ กว่าจะเดินทางกลับถึงคอนโดฯ ก็เที่ยงคืนครึ่งแล้ว เข้าเวลาวันเกิดของผมพอดีที่เปิดประตูห้องเข้าไป


          "แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู.........." เสียงเพลงจากการร้องสดของคนดังขึ้น พร้อมกับแสงเทียน โดยที่ผมยังไม่ทันได้เปิดไฟห้อง ตอนแรกผมสะดุ้งตกใจนิดหน่อย แต่พอได้ยินเสียงชัดๆ ความตกใจก็เปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด


          เสียงของคนที่ผมจำได้ดีว่าเคยกระซิบข้างหูบอกรักผมมาไม่รู้กี่หน เสียงของคนทรยศหักหลัง


          "...."


          "เซอร์ไพรส์มั้ยพอร์ช สุขสันตว์วันเกิดนะ ผมมารอตั้งแต่ค่ำแล้วล่ะ รู้ว่าพอร์ชจะต้องกลับมาถึงหลังเที่ยงคืนแน่ๆ อธิฐานแล้วเป่าเทียนสิ จะได้มาฉลองกัน" ฟงยื่นเค้กวันเกิดมาตรงหน้า แสงจากเทียนแม้จะน้อยแต่ผมก็เห็นสายตาที่แสดงความรักกับผมไม่เคยเปลี่ยน สายตาหลอกลวงที่แกล้งทำได้เหมือนมากจนผมตายใจ


          "ลูกแมวน้อย เป่าเทียนสิครับ จะหมดแท่งแล้วนะ^^"


          ผมหลับตา อธิฐานขอให้เรื่องที่ผมเจอมาเป็นแค่ความฝัน หรือเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรก็ได้ พอลืมตาแล้วเป่าเทียน ฟงก็เดินหายไปเปิดไฟ เพื่อเจอกับความจริงทีว่า มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่สิ่งที่ผมเห็นจะเป็นเรื่องโกหก เค้าประคองกันพาขึ้นลิฟโรงแรมไป ผมเห็นกับตา มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง


          "มีความสุขมากๆนะครับที่รักของผม อยู่กับผมแบบนี้นานๆนะ^^"


          ยิ่งมองคนพูดด้วยสีหน้าใสซื่อที่เหมือนว่าตัวเองไม่เคยทำผิดอะไร ผมก็ยิ่งเสียใจ ความเจ็บปวดที่คิดว่าทำใจได้หลังจากผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้ว พุ่งเข้ามาทิ่มแทงหัวใจผมอีกครั้ง


          ทำไมถึงต้องทำกับผมแบบนี้ ทั้งๆที่ผมรักมาก ผมไว้ใจฟงมาก เชื่อหมดใจว่าเค้ารักผมจริงๆ


          "ยังอึ้งอยู่เหรอลูกแมวน้อย น้ำตาคลอเลย ปลื้มใจล่ะสิที่ผมโผล่มาเซอร์ไพรส์วันเกิดน่ะ ไม่มีรางวัลหน่อยเหรอ^^" ฟงยื่นแก้มเข้ามาให้ แต่ผมแกล้งทำเป็นไม่เห็น


          "ขอโทษนะ พอดีตกใจไปหน่อย ขอตัวไปพักได้มั้ย เหนื่อยน่ะ" ผมฝืนบังคับเสียงตัวเองให้เป็นปกติ ไม่ทำตัวน่าสมเพชให้อีกฝ่ายได้เห็น ถ้าเกิดว่านี่เป็นเรื่องแก้แค้นที่ผมไปว่าเค้าเอาไว้ ฟงคงรอโอกาสนี้สะใจผมซ้ำสินะ แต่ถ้าไม่ ผมก็ไม่อยากทุเรศตัวเองที่หึงเพราะถูกนอกใจแล้วร้องไห้ฟูมฟายต่อหน้าคนที่หักหลังผม


          "อ้าว ทำไมอย่างนั้นล่ะ พอร์ชไม่กินเค้กเหรอ ผมสั่งตรงจากฝรั่งเศสเลยนะ เพิ่งลงเครื่องก่อนพอร์ชไม่นานเอง ไหนจะอาหารที่เตรียมไว้อีกล่ะ คิดว่าวันนี้จะโต้รุ่งยันเช้ากับผมซะอีก ผมอุตส่าห์เคลียงานทั้งหมด เพื่อว่างอยู่กับพอร์ชทั้งอาทิตย์เลยนะ^^" คนหักหลังยังไม่รู้ตัวเอง เอื้อมมือมาไล้ที่แขนผม ส่งสายตามีความหมายมาให้


          ทำไมไม่ไปนอนกับผู้หญิงพวกนั้นล่ะ จะมายุ่งกับผมอีกทำไม


          ผมดึงแขนตัวเองถอยหลังออกมา พยายามรักษาสีหน้าตัวเองเอาไว้


          "ผมไม่ว่าง พรุ่งนี้มีงานด่วนแต่เช้า คงต้องเข้านอนเลย ขอโทษด้วยนะที่ทำให้มาแล้วเสียเวลาน่ะ" ผมลากกระเป๋าเดินผ่านเข้าห้องไป หยุดที่โซฟาตรงกลางห้อง


          "พอร์ช? เป็นอะไร โกรธอะไรผมอยู่รึเปล่า ผมยังไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิดเลยนะ รีบไล่ผมจัง" รอยยิ้มของฟงเริ่มหายไป เดินตามมาดักหน้าผม


          "ของขวัญวันเกิดงั้นเหรอ ผมไม่อยากได้เป็นของ......ผมอยากได้คำสัญญา..ไม่สิ ผมอยากได้คำสาบานอะไรซักอย่าง"


          "อะไรล่ะ ผมให้พอร์ชได้ทุกอย่างอยู่แล้ว อยากได้คำสาบานแบบตอนอยู่ในโบสถ์รึไง ไปตอนนี้เลยมั้ย น่าจะยังมีโบสถ์ที่เปิดให้เราเข้าได้นะ" ฟงรีบยิ้มเอาใจ ยื่นมือมาจับมือผม แต่ผมสะบัดออก จนเจ้าตัวหันมามองตกใจ


          "ไม่ สาบานตรงนี้แหละ ว่าจะทำทุกอย่างที่ผมบอก คุณบอกเองนี่ว่าทำได้ทุกอย่างน่ะ" ยิ่งพูดเรื่องในโบสถ์ผมก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก เจ็บจนใกล้จะขาดใจตายอยู่แล้ว


          "พอร์ช" คนทรยศเรียกผมเสียงเบาอย่างไม่เข้าใจ


          "สาบานสิ!!!"


          "ได้ ผมสาบาน ผมจะทำตามที่พอร์ชบอกทุกอย่าง พอร์ชอยากให้ผมทำอะไรล่ะ หาเวลาว่างให้เหรอ ผมทำให้แล้วไง ผมว่าจะให้ของขวัญวันเกิดเป็นตั๋วไปอิตาลีด้วยกันนะ หรือพอร์ชโกรธที่ผมเลื่อนนัด ต้องใช่แน่ๆ ตลอดอาทิตย์พอร์ชไม่ยอมรับสายผมเลย ผมไม่ได้ตั้งใจนะ ที่ไม่ตามไปง้อเพราะ ผมอยากมีเวลาให้พอร์ชช่วงวันเกิด ก็เลยโหมงานหนักไปหน่อย อย่าโกรธผมเลยนะ" ผมไม่งี่เง่าโกรธเรื่องพรรค์นั้นหรอกนะ


          "ต่อไปนี้ เลิกยุ่งกับผม อย่าพยายามเข้าใกล้ผมอีก เราสองคนเลิกกัน"


          ไม่ใช่ง่ายๆนะที่คนอย่างผมจะยอมรับกับตัวเองว่าผมรักฟง แต่มาโดนหักหลังแบบนี้ ผมไม่คบต่อ ไม่ทนทำตัวเป็นไอ้โง่ให้โดนสวมเขาหรอก แต่ผมก็จะไม่อ่อนแอให้เห็นเหมือนกัน ต่อให้ข้างในผมจะเจ็บแทบตายแล้วก็ตาม


          "พอร์ช!!!" ฟงร้องตกใจเสียงดัง จะเข้ามาหาผมใกล้ๆ แต่ผมถอยเท้าออกไป


          "คุณสาบานไปแล้ว ทำให้ได้ด้วยล่ะ"


          "ไม่นะพอร์ช บอกผมสิ ผมทำผิดอะไร ผมไม่เลิกนะ ผมทำไม่ได้"


          "........."


          "พอร์ชบอกผมสิ ผมจะแก้ไขให้ทุกอย่าง ผมขอโทษพอร์ชได้ทุกเรื่องเลยนะ แค่บอกผมมาว่าทำไม" ผมถอยเท้าหนีคนที่มองหน้าผมด้วยสีหน้าเจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่จะทำแบบนี้ไปทำไม หรือแค่เพราะตัวเองเป็นฝ่ายถูกบอกเลิก เลยไม่ยอม


          "ช่วงนี้ผมงานหนักมาก โปรเจคใหญ่ก็กำลังมา ผมไม่มีเวลามาเสียให้กับเรื่องความรักอีกแล้วล่ะ คุณเองก็ทำงานหนักเหมือนกัน เราเลิกกันน่าจะเป็นทางที่ดีกว่า ยังไงก็ไม่ค่อยมีเวลาเจอกันอยู่แล้ว ขอโทษด้วยนะ"


          ผมเดินหนีเข้าห้องนอน ล็อคประตู แล้วทรุดตัวลงนั่งพิงกับประตู ร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเสียง


          "พอร์ช!! เปิดประตูก่อน พอร์ชผมไม่เลิกนะ ผมขาดพอร์ชไม่ได้ อย่าทำแบบนี้สิ ผมไม่ทำงานก็ได้นะ ผมจะให้คนอื่นทำแทน ผมจะให้เวลาทั้งหมดกับพอร์ชเลย พอร์ช!!"  เสียงของคนที่ดังเหมือนจะขาดใจ ทำให้ผมเริ่มสับสน ฟงทุบประตูห้องนอน ส่งเสียงเหมือนคนคลั่ง


          "พอร์ชครับ อย่าทำกับผมแบบนี้ ผมรักพอร์ชมากนะ พอร์ชอยากได้อะไรก็บอกผมสิ พอร์ช!!"


          "ไม่ กลับไปซะ ผมตัดสินใจแล้ว อย่ามายุ่งกับผมอีก ถ้าผมเห็นหน้าคุณอีกครั้ง ผมจะฆ่าตัวตาย" ผมรู้ดีว่าคนที่ตื๊อหนักไม่ยอมแพ้อย่างฟง พูดยังไงก็ไม่ฟังหรอก ต้องขู่ด้วยสิ่งที่แรงที่สุดถึงจะยอมหยุด


          "...........พอร์ช เกลียดผมขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมถึงพูดแบบนั้น"


          "ใช่ ผมเกลียด ออกไปซะ ไม่อย่างนั้นผมจะแจ้งตำรวจให้มาลากคุณออกไป หรือไม่ผมก็จะหนีไปจากที่นี่ ผมจะไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว"


          "ใจเย็นๆนะพอร์ช ผมว่าพอร์ชอาจจะกำลังโกรธผมอยู่ เอาไว้พอร์ชใจเย็นเมื่อไหร่ โทรหาผมนะ เรามาคุยกันดีๆอีกครั้ง อย่าทำอะไรบ้าๆ ผมรัก..."


          "ออกไปปปปปปป!!!!!!!!!!!!"


          "ครับ ผมไปก็ได้ แต่โทรมานะพอร์ช"

 


          ผมไม่เคยโทรไปหาฟงอีกเลย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่เคยได้เข้าใกล้ผมอีก ผมใช้เวลาทำใจอยู่เป็นเดือน แต่ก็เหมือนคนไม่มีสติ จนตัวเองต้องบาดเจ็บเพราะตกบันได ตอนที่เหม่อลอยเอาแต่คิดถึงฟง


          สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คือร้องไห้ แต่ไม่เคยตัดใจให้เลิกรักผู้ชายคนนั้นได้เลย มันเจ็บ เจ็บกว่าตอนที่ลินดาบอกว่าจะแต่งงาน เจ็บจนเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่เศษเสี้ยว ผมยังรักฟงจนถึงทุกวันนี้

 



          หกเดือนต่อมา


          [....จริงๆนะน้องพอร์ช ไอ้เด็กบ้านั่นบอกว่า คบกับน้องคริสมาตั้งนานแล้ว เป็นไปได้ยังไง น้องคริสต้องโดนมันหลอกอยู่แน่ๆ มันจะจริงจังได้ยังไง มันเป็นผู้ชายนะ น้องคริสก็เป็นผู้ชาย แม่ไม่ยอมรับหรอก]


          คำพูดของแม่กระแทกเข้ากลางใจผมจนความเจ็บปวดที่เริ่มจางลงไปพุ่งเข้าใส่ผมอีกครั้ง


          "แม่ใจเย็นๆนะ วันนี้ผมมีประชุมสำคัญ แต่ว่าผมจะรีบกลับไปคุยกับน้องเอง บางทีคริสอาจจะแค่หลงผิด คิดว่ามันเป็นความรัก ให้ผมไปจัดการเองนะ" น้องชายของผมใสซื่อมาก ไม่แปลกหรอกถ้าจะโดนหลอก


          ความรักระหว่างผู้ชายมันจะเป็นไปได้ยังไง ผมที่ผ่านอะไรมาตั้งมากมาย ยังถูกหลอกได้ น้องชายผมคงไม่รอดหรอก ไอ้บ้านั่นจะต้องหลอกเพราะหวังเงินทองจากคริสแบบที่แม่บอกแน่ๆ คริสคงหลงผิดไว้ใจมัน เล่าเรื่องครอบครัวเราให้มันฟังเพราะความเชื่อใจสินะ ผมจะต้องรีบไป


          "คุณพัชระคะ" เสียงเลขาทำให้ผมรีบขอตัววางสายจากแม่ แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่โผล่มาหน้าห้อง


          "ครับ คุณมาก็ดี จองตั๋วเครื่องบินไฟล์ทพรุ่งนี้เช้ากลับไทยให้ผมด้วยนะ หลังประชุมกับคุณกิตเสร็จ ผมจะกลับไทยทันที" ผมลุกขึ้นยืน เก็บเอกสารที่จะใช้ในการประชุมกับเดอะสเตชั่นมาถือไว้ในมือ


          ที่ผ่านมาผมพยายามเลี่ยงที่จะไม่ไปที่นั่น แต่นัดคุณกิตมาพบที่ธนาคารมาตลอด วันนี้ก็เหมือนกัน อีกพักใหญ่ คุณกิต พ่อของผู้ชายคนนั้นก็คงมา ท่านเป็นคนพูดอะไรเข้าใจง่ายกว่าคนเป็นลูก การพูดคุยเรื่องสัญญาที่เราชะลอกันไปก็เลยก้าวหน้ากว่าเดิมเยอะ


          ผมเกือบปฏิเสธงานนี้ไปแล้วล่ะ ถ้าไม่ติดว่าพ่อบังคับมา เพราะว่าไอ้เด็กบ้าตัวแสบนั่น เล่นให้พ่อตัวเองโทรไปเจรจากับพ่อผมโดยตรงเลย ถ้าไม่ทำก็เหมือนมีพิรุธ แล้วสองเดือนมานี่ ฟงก็ไม่พยายามเข้าใกล้ผมแล้วด้วย คงจะเบื่อที่จะตามตื๊อแล้วล่ะ ยังดีที่อย่างน้อยก็ไม่มีข่าวควงผู้หญิงคนอื่นมาให้ผมได้ยินแล้วกระอักเลือดตายล่ะนะ


          "คือ ทางเดอะสเตชั่นเค้าขอเลื่อนนัดมาค่ะ บอกว่าติดธุระด่วนมาก"


          "ว่าไงนะ เลื่อนนัดทั้งๆที่จะประชุมกันอีกไม่ถึงชั่วโมงเนี่ยนะ บ้ารึไง ผมก็มีอะไรต้องจัดการเหมือนกันนะ คุณโทรไปแจ้งเค้าด้วย ว่าให้มาประชุม ทางเราไม่รับการปฏิเสธ"


          "ดิฉันพยายามพูดแล้วค่ะ แต่เลขาของคุณกิตบอกว่า ไม่ได้จริงๆ"


          ทำไงดีล่ะ ผมร้อนใจเรื่องคริสมากเลย ถ้าไม่รีบไปจัดการ คริสอาจจะรักไอ้บ้านั่นมากกว่านี้ แล้วจะถอนตัวยากเวลาที่รู้ตัวว่าถูกหลอกก็ได้นะ ผมจะต้องรีบกลับไป กลับไปขวางไม่ให้น้องชายตัวเองต้องเจ็บปวดแบบผม


          "ถ้าอย่างนั้น ผมจะไปเอง ไปคุยกับพวกเค้าให้รู้เรื่อง คุณจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้ให้ผมเหมือนเดิมนะ"


          ผมเดินออกจากธนาคารพร้อมเอกสารในมือ ใจหวังว่าจะไม่เจอคนที่ไม่อยากเจอ ผมเดินไปหยุดหน้าประตูห้องทำงานคุณกิต เข้ามาถึงตรงนี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะลูกน้องหลายคนของไอ้มาเฟียนั่นจำผมได้ และไม่กล้าที่จะห้าม


          "ผมมาพบคุณกิต"


          "มิสเตอร์กิตไม่รับแขกวันนี้ค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ที่เลื่อนนัดกระทันหัน มิสเตอร์พัชระ"


          "ไม่ได้ ทางคุณเป็นฝ่ายผิด ถ้าไม่ให้ผมพบวันนี้ ก็ไม่ต้องเจรจากัน" เอาแต่ใจกันทั้งพ่อ ทั้งเลขา แล้วก็ไอ้ลูกชายบ้าๆนั่นด้วยสินะ นึกอยากจะทำอะไรก็ได้รึไง


          ผมไม่สนใจฟังคำอธิบายอะไรของเลขาอีก ผลักประตูเข้าห้องทำงานคนพ่อด้วยตัวเอง เลขาห้ามไว้ไม่ทัน


          "โอ๊ะ" ผมเองก็ไม่ทันตั้งตัว เมื่อหลังประตูที่ผลักเข้าไป ผมชนกับคุณกิตเข้าเต็มๆ อีกฝ่ายเซถอยไปด้านหลัง ส่วนผมก็ถลาเกือบจะกระแทกกับประตู


          ผู้ชายที่ผมไม่ได้เห็นหน้านานถึงหกเดือน มีสีหน้าตกใจที่เห็นผมยืนอยู่ตรงนี้ ขยับมือมาดึงผมเอาไว้ให้ทรงตัว แล้วรีบปล่อยอย่างรวดเร็วก่อนขยับไปจับประคองพ่อตัวเอง เร็วจนใครก็สังเกตุไม่ทัน ทิ้งไว้แค่ความอบอุ่นจากฝ่ามือร้อนที่ข้อมือของผม มือที่เคยลูบไปทั่วทั้งตัวผม


          ทำไมเราต้องมาเจอกันอีกครั้งด้วย ทำไมหัวใจผมที่เริ่มจะลืมความเจ็บปวด ต้องกลับมาเจ็บอีกครั้ง






          สเปเชียลส่งท้ายหลังคืนดี (หลังตอนที่108)


          หลังจากปล่อยให้เด็กบ้าขี้งอนทำโทษผม กินผมจนหนำใจ ฟงก็กอดผมเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย กอดเหมือนว่ากลัวผมจะหายไปจากเค้าอีก ผมนอนให้ฟงกอดอยู่แบบนั้นทั้งวันโดยไม่พูดอะไร นอกจากสำนึกในความงี่เง่าของตัวเอง ที่ทิ้งเวลาดีๆตั้งหกเดือนไป ถ้าล้วงมือไปใต้หมอนของคนที่ชอบซ่อนปืนเอาไว้ตรงนั้นแล้วยิงตัวเองเพื่อไถ่โทษได้จะดีมั้ยนะ


          "คิดอะไรเหรอครับ ลูกแมวน้อย^^" ผมมองรอยยิ้มของคนตรงหน้าด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ซบตัวลงกอดฟงเอาไว้แน่นมากไม่ต่างกัน


          "ก็คิดว่าทำไมตอนนั้นฟงถึงประคองแซนดี้ แบบ เหมือนจะพาขึ้นไปต่อกันบนห้องน่ะ" ผมถามเสียงอ่อน คิดถึงภาพความเข้าใจผิดของตัวเอง


          "อ้อ ตอนนั้นแซนดี้เมาเพราะว่าถูกญาติคนอื่นให้ดื่มฉลองวันเกิดน่ะ"


          "อ้าว วันนั้นวันเกิดแซนดี้เหรอ" มิน่าล่ะฟงถึงบอกว่าเลี่ยงไม่ได้


          "ใช่ ผมตั้งใจจะชิ่งไม่ไปแล้วนะ ใจอยากมาหาพอร์ช มาหาที่รักของผมมากกว่า แต่ว่าพ่อบังคับมาเฝ้าถึงหน้าห้องเลยน่ะสิ พอแซนดี้เมา ผมก็เลยอ้างว่าจะพาไปส่งที่ห้อง แล้วจะได้แอบไปหาพอร์ชต่อ แต่ทำยังไงก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย"


          "ขอโทษนะฟง พอร์ชผิดจริงๆ ไม่มีข้อแก้ตัว ฟงยิงพอร์ชซักสองแผลดีมั้ย ให้เท่ากับที่ฟงเอาตัวมาปกป้องพอร์ชไว้" ผมส่งสายตาสำนึกผิดเสียใจไปให้ ยิ่งเห็นรอยแผลก็ยิ่งเจ็บไปถึงหัวใจ ผมทำร้ายคนที่ผมรักมากมาย และรักผมยิ่งกว่าชีวิตแบบที่เคยสาบานกันเอาไว้ได้ยังไง


          "ช่างเถอะ ขอแค่พอร์ชไม่โกรธผม ยกโทษให้ผม เท่านั้นผมก็มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว^  ^" ฟงกระชับกอดแน่นมากขึ้น มองผมด้วยสายตาที่กำลังมีความสุขมากจริงๆ


          ตั้งแต่ที่เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง ไปผจญภัยด้วยกันที่เมืองไทย ถึงสายตาของฟงจะยิ้ม แต่ผมก็เห็นว่าลึกๆแล้วมันไม่ได้มีความสุขมากเหมือนตอนที่เรารักกัน


          "พอร์ชสัญญาว่าต่อไปนี้จะถามฟงก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอโทษจริงๆนะ" ผมพูดคำขอโทษเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้ง แต่ก็ยังไม่สมกับสิ่งที่ผมทำลงไปเลย


          "งั้น ให้ผมลงโทษอีกทีสิ ผมคิดถึงลูกแมวขี้อ้อนของผมจังเลย พอร์ช ที่รัก ผมรักพอร์ชนะ^^"


          "พอร์ชก็รักฟง^^"


          ฟงพึมพำอยู่ที่ซอกคอ จัดการลงโทษผมด้วยเสียงละเมอบอกรัก กระซิบที่ข้างหู เสียงที่ผมนอนคิดถึงอยู่ทุกคืนตลอดหกเดือน จากนี้ไป ผมจะเชื่อใจฟงให้มากกว่านี้ และรักให้มากกว่านี้ด้วย



ฟง



#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: จบแล้ว เฮือกกกกกกกก //ไม่รู้จะสงสารใครดี แต่สงสารพี่พอร์ชมากกว่า ใครคิดถึงคู่นี้ อย่าลืมไปย้อนอ่านนะ เมื่อคืนเราย้อนมาแล้ว โอ้โห ร้องไห้จ้า สงสารทั้งคู่เลย ตอนเถียงกันในใจจะเจ็บปวดแค่ไหนเนาะ 

**จะมีสเปฯ หรือข่าวเรื่องนิยายอัลไลเพิ่มเติมอีกมั้ย ติดตามพรุ่งนี้นะ ตอนนี้อุบไว้ก่อน  หึหึ^^  (ยิ้มร้ายแบบพี่ฟง)**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3750 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 07:17
    สงสารฟงอย่างแรง โดนเรื่องอะไรก็ไม่รู้ อย่าเป็นอีกนะพอร์ช
    #3750
    0
  2. #3469 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:13
    กว่าจะลงเอยคืนดีกัน มันโคตรทรมานเลย
    #3469
    0
  3. #3403 คนอ่าน (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 10:45
    ถามว่าสงสารใคร นี่ไม่สงสารพี่ชายเลยนะ- -

    คือคนที่มีความรักส่วนมากไม่ใช้สมองกันเลยก็จริง แต่การจะอยู่รวมกันไปจนแก่ได้ต้องมีความเชื่อใจกันและกันให้มากกว่านี้...5555 อย่างน้อยเหอะ บอกเขาซักหน่อยว่าเพราะอะไร ถามซักนิดก็ยังดี นี่ถ้าไม่ใช่นิยายคงกลับมารักกันไม่ได้แล้วมั้งเนี้ย #อิน พี่ฟงของน้องงง ดีมากเลยอ่า ฮือออ หาคนแบบนี้ได้ที่ไหนฮ่ะ
    #3403
    0
  4. #3376 Prangky13 (@Prangky13) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 22:05
    อยากให้ไรท์เอาสเปเชียลคู่อื่นมาด้วยง้าาา เอามาในss2ก็ได้ รออยู่น้าาาาาา
    #3376
    0
  5. #3355 s.lattecoffee (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 12:49
    ดุ เด็ด เผ็ก มันส์มากคู่นี้ มีทุกรสเลย
    #3355
    0
  6. #3320 a_liew (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 21:57
    ถึงจะหมั่นไส้อิพี่ฟงมากขนาดไหน

    แต่อยู่ดี ๆ โดนเท แบบที่ไม่รู้ว่าตรูทำผิดอัลลไลลลลล!!?? ก็น่าสงสารอยู่นะ - -''

    มีเมียขี้หึง ก็แบบนี้ล่ะ

    แต่ตอนพี่พอร์ชเสียใจก็น่าสงสาร ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้!!!

    อิพี่ฟงไปคิดบัญชีได้ที่คนแต่งนะคะนะ : p
    #3320
    0
  7. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 16:20
    เกือบร้องไห้แล้ว ฮืออออออ
    #3307
    0
  8. #3258 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:16
    กว่าคู่พี่ใหญ่จะสมหวังเนาะดราม่ากระจาย ฮือๆๆๆๆๆ
    #3258
    0
  9. #3240 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 07:04
    คู่นี้ จากตอนแรกเหมือนไม่มีอะไร เหมือนแค่คนไม่ถูกชะตากัน
    แต่พอรู้ว่าเคยคบกัน แล้วกว่าจะได้คบกันอีก
    จากไม่มีอะไร กลายเป็นว่า หน่วงมาก ดราม่า เจ็บปวดมากๆที่สุดเลย
    #3240
    0
  10. #3238 NickSriwongta (@NickSriwongta) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 06:47
    รอติดตามเรื่องอื่นๆ อยู่นะคะไรท์
    #3238
    0
  11. #3234 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 02:00
    ฉากที่ต่างฝ่ายต่างอยู่กันคนละฝั่งของประตู พอร์ชก้มหน้าร้องไห้ ฟงตะโกนทุบประตู ซีนนี้จี๊ดมากกกกก รู้สึกได้เลยว่าฟงยอมแลกยอมสละทุกอย่างเพื่อยื้อพอร์ชไว้ เราว่าน่าสงสารทั้งคู่เลย
    ปล. จบบริบูรณ์แล้ววว จะรอเรื่องใหม่เเละเรื่องใหม่ๆต่อไปเรื่อยๆน้าาา
    #3234
    0
  12. #3227 ตามหามี้อยู่~ (@fineffywaldorf) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 00:39
    ขอบคุณมากเรยค่ะไรต์ ติดตามเสมอออออ
    #3227
    0
  13. #3226 anny (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 00:37
    ^^ รอนะคะ ^^

    ไม่ว่าเรื่องไหนก็จะตามอ่านค่ะ
    #3226
    0
  14. #3221 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:45
    ฮ่อลลลลลลล เราสงสารทั้งคู่เลย กับพอร์ชนี่กลายเป็นวันเกิดโคตรแย่ไปเลยอ่ะ
    #3221
    0
  15. #3220 TikThanwa17 (@Thanwa17) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:21
    ร้ายมาก จิตมาก เก่งมากขอบอก...จัดได้หลายคู่รวมเป็นเรื่องเดียวกันได้นี่ถือว่าหลุดแล้ว 5555 หลุดไปดาวอังคารเลยยย วุ้ยยย!!! ขอบคุณมากที่ทำให้ทุกคนมีความสุขได้ขนาดนี้
    #3220
    0
  16. #3219 NarisVittayagon (@NarisVittayagon) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:05
    เสียดายจังน่าจะแต่งอิกสักสามปีขอบคุณน่ะต่ะมีความสุขที่ได่อ่านคร้าา
    #3219
    0
  17. #3218 Ammyy~~ (@amp_1003) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:55
    เรียกน้ำตามากมายค่ะไรท์555555555~TT
    #3218
    0