ตอนที่ 145 : Special ฟงพอร์ช : โบยบิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    9 ม.ค. 60


พอร์ชพาร์ท


          ผมตื่นขึ้นมานาฬิกาบนหัวเตียงชี้เลขหก แสงแดดจากนอกหน้าต่างก็ไม่มีแล้ว นี่มันหกโมงเช้าหรือหกโมงเย็นเนี่ย แต่จะกี่โมงไม่รู้หรอก รู้แค่ว่าตอนนี้ผมขยับตัวไม่ได้ มันปวดไปหมด ร้าวไปทั้งช่วงล่าง แถมตามตัวก็แสบเพราะรอยกัดรอยข่วนที่ไอ้เด็กบ้านั่นใส่ลงมาไม่ยั้ง


          ใจอ่อนจนได้สิ ทั้งๆที่ตั้งใจแล้วว่าจะไม่นอนกับฟงอีก แต่พอเห็นสายตาเจ็บปวด กับมือปลาหมึกสุดเจ้าเล่ห์ตอนที่ผมเผลอ ผมก็ลืมตัวจนได้ ทำไมผมสูญเสียการควบคุมตัวเองได้ขนาดนี้ เพราะไอ้เด็กนั่นมันเก่งสินะ ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่สภาพผมเมื่อคืนที่ร้องโมโหใส่หน้าฟงเพราะต้องการมัน ก็ทำให้ปฎิเสธไม่ออกเลย


          "ตื่นแล้วเหรอครับที่รัก" พอผมลืมตา คนข้างๆก็ขยับหน้าเข้ามาใกล้ กระชับอ้อมแขนที่เอวให้มากขึ้น ส่งรอยยิ้มทั้งตาทั้งปากมาให้ เกลี่ยผมของผมเล่นไปด้วยเบาๆ


          ทำไมมองผมด้วยสายตาแบบนี้ ไหนบอกว่า นอนด้วยกันจะไม่เป็นการให้ความหวังไง แล้วสายตาที่รุนแรงกว่าเดิมนี่มันคืออะไรวะ เด็กบ้านี่รู้ตัวรึเปล่า ว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาแล้วล่ะ ผมว่าปลอบวิธีนี้มีแต่จะยิ่งแย่รึเปล่า ทางที่ดีเราไม่ควรเจอหน้ากันอีก นั่นสิถึงจะเป็นทางออก ยิ่งเห็นหน้าฟง ผมก็ยิ่งรู้สึกผิด แล้วตัวฟงเองก็จะตัดใจไม่ได้


          "นี่เช้าหรือเย็นเนี่ย ผมต้องไปทำงา.. โอ๊ะ" แค่หายใจผมยังร้าวไปทั้งตัวเลย พอขยับปุ๊บ ความเจ็บปวดก็ยิ่งแล่นเข้ามาจนผมต้องกลับไปนอนนิ่งๆเหมือนเดิม มือหนักตีนหนักสมเป็นมาเฟียจริงๆ นี่เมื่อคืนเรามีอะไรกันหรือมันกระทืบผมกันแน่วะ


          "จะค่ำแล้วล่ะ ผมว่าพอร์ชคงไปทำงานไม่ได้อย่างต่ำก็สามวันโน่นแหละ^^"


          "บ้าจริง พรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญนะ แล้วจะทำยังไง" ไม่น่าใจอ่อนง่ายๆเลย


          "ให้ใครประชุมแทนไปสิ ไม่งั้นก็เลื่อนไปก่อน ผมไม่ให้พอร์ชไปหรอกนะ นี่ตัวเริ่มร้อนแล้วด้วย พอร์ชต้องกินข้าวกินยาแล้วก็นอนพักเท่านั้น"


          "อย่ามาทำเป็นสั่งนะ ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผม ชีวิตผม ประชุมพรุ่งนี้สำคัญมาก ให้คนอื่นประชุมแทนไม่ได้ คุณก็ทำงานนี่นาไม่เข้าใจรึไง" นอนกับไอ้บ้านี่เมื่อไหร่ ผมเสียงานทุกที


          "แล้วพอร์ชจะลากสภาพแบบนี้ไปเข้าประชุมรึไง เห็นรึเปล่าว่าตัวเองเป็นแบบไหนน่ะ" ฟงเปิดผ้าห่มผมออก เผยผิวของผมเองที่แดงและลายไปทั้งตัวแม้แต่คอด้านบนจนถึงใบหูก็ไม่เว้น ผมรีบตระครุบผ้าห่มกลับมาที่เดิม แล้วก็ต้องร้องเบาๆด้วยความเจ็บจากการขยับร่างกายอีกครั้ง


          "คุณนี่เบามือไม่เป็นเลยรึไง ผมมีงานต้องทำนะ แล้วแบบนี้ผมจะทำยังไงเนี่ย" ไอ้บ้าเอ๊ย เล่นฟัดซะผมตัวลายขนาดนี้เลยเหรอวะ


          "ใครให้พอร์ชบอกว่าจะไปหาคนอื่นกันล่ะ ผมจะทนได้ยังไง นี่เมียผมทั้งคนนะ" ก็พูดขู่ไปแค่นั้นมั้ยล่ะ อารมณ์ตอนนั้นมันทนไม่ไหวแล้วนี่หว่า มันเองก็อยากจะกินผมแทบตายแต่ก็ห้ามอยู่ได้ ตัวผมมั้ยวะ จะมากลัวเจ็บแทนทำไม


          "หยุดเรียกเมียซักทีได้มั้ย เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมว่าต่อไปนี้เราอย่าเจอกันอีกจะดีกว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน คุณกับผมก็ไม่ต้องเฉียดใกล้กันเลย"


          "พอร์ช" รอยยิ้มของฟงหายไปทันที เรียกผมด้วยสายตาเจ็บปวดอีกครั้ง


          "ผมหวังดีนะฟง ยิ่งทำแบบนี้ คุณก็ยิ่งหยุดไม่ได้ ผมยังพยายามอยู่ให้ห่างจากลินซี่ ไม่รับสาย ไม่ใกล้ชิดมาก เพื่อที่จะให้ตัวเองลืม แล้วคุณพาตัวเองมาใกล้ผมแบบนี้ คุณจะไม่เจ็บเหรอ" ผมเป็นคนที่เจ็บปวดเหมือนกันถึงเข้าใจดี และผมก็เห็นใจฟงมากด้วย


          "ผมทนได้ ที่จะเจ็บกว่า คือการไม่ได้อยู่ใกล้พอร์ชต่างหากล่ะ"


          "เห้ออออ ทำไมพูดยากแบบนี้นะ" เหนื่อยใจจริงๆ เมื่อคืนผมน่าจะใจแข็งให้มากกว่านี้ พอถูกฟงสัมผัสเมื่อไหร่ ร่างกายก็รู้สึกเหมือนถูกไฟเผาจนลืมความรู้สึกผิดไปทุกที


          "เอาน่า เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ เพราะไล่ยังไงผมก็ไม่ไปหรอก ให้ผมดูแลพอร์ชดีกว่านะ หิวรึยัง ผมจะให้คนไปซื้ออะไรมาให้นะ"


          "อือ" ผมพยักหน้ายอมแพ้ หลับตาหนีสายตาที่มองผมด้วยความรัก ผมควรทำยังไงดี ถ้าผมไม่รีบถอยออกมาตอนนี้ ผมคง....

 



          สามอาทิตย์แล้วนะ ที่ผมบอกตัวเองให้ถอยออกมา แต่ฟงก็ยังคอยตามป่วนผมตลอด ถึงตัวไม่มาก็โทรมาหยอดวันละเป็นชั่วโมง ยิ่งถ้าวันไหนว่างก็ต้องโผล่หน้ามาที่ทำงาน มาชวนกินข้าว ชวนไปซ้อมยิงปืน ซ้อมเทควันโด เดทแต่ละที่ของเด็กบ้านั่น สมกับเป็นมาเฟียจริงๆ แต่ก็ดี ผมไม่อยากไปในที่ๆมีคนเยอะๆเท่าไหร่ เวลาฟงชวนกินข้าวทีไร ผมก็เลี่ยงกลับไปทำกินเองที่ห้อง หรือไม่ก็สั่งเข้ามากินเอาตลอด ไม่อยากให้คนรู้จักเห็นตอนผมอยู่กับฟง


          "ลูกแมวน้อย เสร็จงานรึยัง? ^^" คนที่ชอบโผล่มาโดยไม่นัดเปิดประตูเข้าห้องทำงานผมเหมือนเป็นห้องของตัวเอง ทุกวันนี้เลขาผมนี่ชินจนเลิกโทรเข้ามาถามผมแล้วล่ะ ว่าจะให้เข้าพบมั้ย


          ถึงไม่ให้ มันก็เข้ามาอยู่ดี แล้วใครจะกล้าคานอำนาจมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ของเกาะฮ่องกงได้ล่ะ


          "มีอะไร?"


          "พรุ่งนี้วันหยุดยาวนี่นา พอร์ชว่างใช่มั้ย ไปขับเรือยอร์ชออกไปตกปลากันดีรึเปล่า นอนค้างบนเรือซักสองสามคืนแล้วค่อยกลับมา อากาศช่วงนี้กำลังดีด้วย ผมเคลียงานไว้ห้าวันรอพาพอร์ชไปเที่ยวเลยนะ^^"


          "ไม่ได้หรอก คุณไม่บอกล่วงหน้าเอาไว้นี่นา คืนนี้ผมต้องบินไปอิตาลี จะไม่อยู่ซักพักนึง" ผมเก็บของกับแฟ้มบนโต๊ะเข้าที่ หยิบโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน เพื่อไปอาบน้ำและเดินทางไปสนามบิน


          "อิตาลี!!! พอร์ชจะไปทำไม แล้วไม่คิดจะบอกผมเลยเหรอ" รอยยิ้มฟงหายไปนิดหน่อยตอนที่ผมพูดชื่อประเทศ ผมเข้าใจว่าฟงกลัวอะไร


          "ทำไมต้องบอกล่ะ ผมจะไปงานแต่งงานของลินซี่วันเสาร์นี้ แล้วก็อาจจะอยู่เที่ยวที่โน่นอีกพักนึง" ผมทนเพื่อนสนิทตัวเองรบเร้าไม่ไหว ตั้งใจว่าเสร็จงานแต่งก็จะกลับมาเลย แต่ลินดาเล่นโทรมาข่มขู่แทบจะทุกวัน ว่าถ้าผมรีบกลับจะตัดเพื่อนและไม่พูดกับผมอีก ทำไมทุกคนรอบตัวผมมีแต่คนเอาแต่ใจกันจัง ไหนจะเพื่อนสนิท ไหนจะคนตรงหน้าที่เริ่มสนิทกันมากเกินไป


          "พอร์ช จะไปจริงๆเหรอ แล้วพอร์ชจะไม่เจ็บปวดรึไง ที่เห็นเค้าแต่งงานกับคนอื่นน่ะ"


          "...." ไม่รู้สิ ก็คงจะเจ็บล่ะมั้ง แต่ผมเริ่มฝึกความด้านความทนมาจากคนที่ถาม อยู่ใกล้ฟงมากๆ เห็นเด็กนี่พยายามใกล้ชิดผมไม่ยอมห่างทั้งๆที่ผมปฏิเสธไปทุกครั้ง เห็นในความพยายามแล้วก็คงจะได้มาบ้างแหละ ความด้านชาน่ะ


          "นี่พอร์ช ผมไปด้วยสิ^^" พอผมเงียบ ฟงก็เงียบไปพักใหญ่ แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบเดิมก็กลับมา


          "ไปทำไม ลินซี่ไม่ได้เชิญคุณนี่นา คุณว่างมากเลยใช่มั้ยเนี่ย ไปหาอย่างอื่นทำสิ"


          "ก็ว่างไง เมื่อกี้ผมเพิ่งบอกว่าว่างห้าวันจะพาพอร์ชไปเที่ยว อีกอย่างผมก็เคยเจอลินซี่ไปแสดงความยินดีหน่อยก็ไม่เสียหาย การ์ดเชิญของพอร์ชก็ไม่ได้ระบุว่าห้ามคนตามไปด้วย งั้นผมไปด้วยนะ เสร็จงานแต่งลินซี่เราก็หนีเที่ยวอิตาลีกันสองคน มีผมไปด้วย เวลาพอร์ชหน่วงๆ เศร้าๆจะได้มีคนคอยปลอบไง" 


          ทำไมชอบเอาเรื่องที่พูดแล้วจะทำให้ตัวเองเจ็บมาตอกย้ำจังนะ ทำเหมือนตัวเองไม่มีหัวใจไปได้ ถ้าผมเศร้าแล้วมีฟงคอยปลอบ แล้วฟงที่มองผมที่กำลังเศร้าล่ะ ใครจะปลอบ?


          "ไม่ต้องหรอก คุณน่าจะอยู่ให้ห่างๆผมไว้ดีกว่านะ" ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ผมรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้ฟง เพราะกลัวว่าฟงจะเจ็บปวด


          "พูดแบบนี้อีกแล้ว บอกแล้วไงว่าผมก็ต้องการพอร์ชปลอบใจ ให้ผมไปด้วยสิ รอแป๊บนึงนะ" ฟงดื้อดึงจะไปให้ได้ เดินหายไปหลังประตูห้องทำงาน แต่เปิดประตูค้างไว้ ผมได้ยินว่าเจ้าตัวสั่งเลขาผมให้จองตั๋วเครื่องบินเพิ่มอีกเป็นสิบที่ นี่มันที่ทำงานใครกันแน่วะ สั่งเหมือนเป็นเลขาตัวเองเลย


          "คุณจะขนคนไปด้วยรึไง กระทันหันแบบนี้เค้าจะเตรียมอะไรกันทัน" แน่นอนว่าถ้าเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ไป จะไม่มีลูกน้องคอยคุ้มกันมันเป็นไปไม่ได้ ปกติอยู่ฮ่องกงนี่ มีคนคอยตามฟงไกลๆอย่างน้อยก็ห้าคน ตามแบบใกล้ๆสองสามคน แล้วก็ตามแบบสนิทๆสุดๆคือเหลียงหนึ่งคน แต่ถ้าฟงมาชวนผมไปนั่นนี่ เหลียงก็จะถอยออกไปห่างๆ


          "ไม่ทันก็ไม่ต้องไป ช่างเรื่องนั้นเถอะ พอร์ชเก็บของเอาไว้แล้วใช่มั้ย งั้นไปเอากระเป๋าที่ห้องพอร์ช แล้วค่อยไปเก็บของที่ห้องผมนะ^^"


          ผมเบื่อจะเถียงด้วย ก็เลยยอมพยักหน้าตกลง เพราะห้ามเท่าไหร่ ก็ไม่ยอมฟังอยู่ดี ผมลองห้ามมาล้านรอบแล้วล่ะ ตั้งแต่รู้จักคนมาจะสามสิบปี คนนี้นี่ตื้อและดื้อที่สุดในโลกแล้ว

 


          "พอร์ช เหม่ออะไร" ผมหันไปมองที่นั่งด้านข้างตัวเอง ฟงลุกขึ้นจากเก้าอี้ผู้โดยสารที่ถูกปรับให้เอนนอนลงไปขึ้นมานั่งมองผมที่ยังนั่งเหม่อมองหน้าจอทีวีขนาดเล็กด้านหน้า


          "เปล่า ผมดูหนังเพลินน่ะ"


          "แต่พอร์ชยังไม่ได้กดเลือกหนังเลยนะ นี่มันหน้าจอเปล่าๆ"


          "อ้าว สงสัยคิดเรื่องงานที่ทำค้างไว้เพลินไปหน่อยน่ะ ผมจะนอนแล้ว" ผมกดปุ่มเรียกแอร์ฯมาจัดที่นอนให้ แล้วลุกหนีไปเข้าห้องน้ำ


          ฟงเองก็คงจะพอรู้ว่าผมกำลังเครียดเรื่องที่จะต้องไปเจอหน้าลินดาอีกครั้ง และครั้งนี้ต้องไปทนมองภาพเธอกำลังจะมีความสุขกับผู้ชายคนอื่น แค่คิดผมก็หน่วงขึ้นมาอีกแล้ว ผมรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเอง ล้างหน้าเพื่อเพิ่มความสดชื่น แล้วเดินกลับมาตรงที่นั่ง ที่ตอนนี้กลายเป็นเตียงคู่ไปแล้ว ฟงนอนเหยียดยาวอยู่ที่เตียงฝั่งด้านใน


          "มาสิ ลูกแมวของผม^^" ผมมองรอยยิ้ม แล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ คลานขึ้นไปนอนบนเตียง ร่างกายถูกร่างใหญ่ที่นอนรออยู่ข้างๆดึงเข้าไปกอดเอาไว้แน่น สอดแขนเข้ามาให้ผมหนุนหัวแทนหมอน พับข้อศอกใช้มือข้างเดิม ลูบหัวผมเบาๆ อีกข้างกอดเอวผมเอาไว้


          "ปล่อยเถอะ นี่บนเครื่องบินนะ มีผู้โดยสารคนอื่นอยู่ด้วย" ถึงที่นั่งเฟิร์สคาสจะแยกออกห่างจากกันไม่แออัด และมองไม่ค่อยเห็นกัน แต่ถ้ามีคนเดินผ่านมาเห็นเข้า จะทำยังไง


          "เดี๋ยวผมจัดการปิดปากให้เองนะ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครรู้เห็นหรอก^^"


          "ไอ้มาเฟีย นี่คงไม่ได้หมายถึงจะฆ่าทิ้งหรอกใช่มั้ย" ไว้ใจได้ที่ไหน คนๆนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายไม่แพ้มาเฟียคนอื่นๆในฮ่องกงหรอก แถมยังติดอันดับหนึ่งซะด้วย


          "ใครจะทำแบบนั้นกัน คนเค้าก็พูดกันเกินไป พอร์ชเคยเห็นผมใจร้ายด้วยรึไง ผมออกจะเป็นคนดี^^"


          "เชื่อก็บ้าแล้ว คุณเคยเอาปืนจ่อหัวผมด้วยนะ"


          "ฮ่าๆๆ นั่นน่ะ ไม่คิดจะยิงจริงๆหรอก แค่อยากลองดูว่าที่รักผมใจกล้าแค่ไหน^^"


          ผมส่ายหน้าระอาใจ ถ้าคนแบบนี้ไม่ใจร้าย มาเฟียทุกคนคงเป็นคนดีแล้วล่ะ ผมยังจำวันแรกที่เจอหน้าฟงได้ดี สายตาข่มขู่กับการทิ้งผู้หญิงคนนึงอย่างเลือดเย็นนั่นน่ะ ของจริงเลยล่ะ


          "นอนพักผ่อนซะนะพอร์ช ตื่นมาจะได้พร้อมที่จะต่อสู้กับความเจ็บปวดที่ต้องเจอ อย่าคิดอะไรมากล่ะ ผมอยู่ข้างๆพอร์ชเสมอนะ^^"


          "......งั้นคุณ ก็ควรนอนให้มากกว่าผมนะ" ผมย้อน


          "ฮะฮะ นั่นสินะ แต่ผมไม่เป็นไร แค่มีพอร์ชอยู่ใกล้ๆ ผมก็ไม่เจ็บปวดแล้ว^^" รอยยิ้มและสายตาที่เหมือนจะใช้ผมเป็นที่ยึดเหนี่ยวทำให้ผมเลิกพูดต่อ หลับตาซุกหน้าลงไปบนอกกว้าง


          ผมควรที่จะถอยห่างจากฟงจริงๆ แค่เห็นสายตาที่มองผม ผมก็เจ็บปวดไปหมดแล้ว

 



          เราเดินทางมาถึงอิตาลีตอนเช้า อากาศที่นี่หนาวกว่าที่ฮ่องกงเยอะมาก คนที่รีบเก็บเสื้อผ้ายัดมามั่วๆก็เลยมีแค่เสื้อโค้ทตัวบางตัวเดียว ยืนสั่นจนน่าสงสาร


          "ไปที่พักก่อนดีมั้ย ผมก็อยากให้ยืมเสื้อกันหนาวนะ แต่คิดว่าคุณคงใส่ไม่ได้หรอก" ตัวใหญ่กว่าผมยังไม่เท่ากับการที่ฟงมีกล้ามเนื้อเยอะมาก ผิดกับผมที่ผอมแห้ง คงใส่เสื้อกันหนาวผมไม่ได้แน่ๆ ตอนนั้นผมน่าจะเตือนให้ฟงหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนาๆมา


          "ไม่เป็นไร ผมกอดพอร์ชก็อุ่นได้เหมือนกัน^^" เด็กมาเฟียไม่พูดอย่างเดียว แต่กลับดึงผมเข้าหาตัว โอบไหล่ผมเอาไว้แน่น มือนึงโบกเรียกแท็กซี่


          "แล้วคนของคุณล่ะ" ผมเหลือบตามองไปด้านหลัง ลูกน้องกับเจ้านายมีสภาพไม่ต่างกันเลย ผมเตือนแล้วนะว่ามันกระทันหัน เค้าเตรียมตัวกันไม่ทันหรอก


          "เดี๋ยวเหลียงก็จัดการเองแหละ ไม่ต้องสนใจหรอก พอร์ชมองแค่ผมก็พอ^^"


          "คร้าบ งั้นขึ้นรถได้แล้ว ก่อนที่คุณจะแข็งตายจริงๆ" ผมเปิดประตูดันตัวผู้ชายตัวสูงใหญ่ให้นำขึ้นรถไปก่อน แล้วมุดตัวตามขึ้นไป


          ผ่านไปไม่นาน รถก็จอดหน้าโรงแรมที่ผมจองเอาไว้ ฟงเดินตามผมเข้าไปเช็คอิน จากนั้นเราก็เดินตามพนักงานขึ้นไปที่ห้องพัก


          "โชคดีนะที่ผมให้เลขาจองห้องใหญ่เอาไว้น่ะ" ผมวางกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองไว้หน้าตู้เก็บเสื้อผ้า ตอนแรกว่าจะไล่ให้ไปหาห้องพักเอาเอง แต่ก็อดสงสารไม่ได้ ร้องตามผมเหมือนเด็ก ทั้งที่ทุกทีชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่กวนประสาทแท้ๆ


          "รู้ล่ะสิว่าผมจะต้องมาด้วยน่ะ แอบอยากชวนก็บอกกันดีๆสิ ถ้าเป็นพอร์ชยังไงผมก็ไปด้วยทุกที่อยู่แล้ว^^" โอ้ยยย ผมหมั่นไส้ น่าจิ้มให้ตาบอดแล้วเอาไปทิ้งไว้ข้างถนนจริง


          "เห้อออ อยากคิดอะไรก็คิดไปเถอะ ไปหาอาหารเช้าทานกันมั้ย เดี๋ยวสายๆไปดูเสื้อกันหนาวให้คุณในเมืองกัน"


          "ได้สิ ผมตามใจพอร์ชทุกอย่างอยู่แล้ว^^" มาเฟียที่เคยมีสายตาเย็นชามองทุกคน มองผมด้วยแววตาดีใจแบบเด็กๆที่ผมยอมเอ่ยปากชวนก่อน


          เห้อออ แค่ที่นี่เท่านั้น.....ดีมั้ยนะ


          เอาไว้กลับไป ค่อยคุยกันแบบจริงจังอีกที


          "ถ้างั้นก็ไปกันเลย^^" ผมส่งยิ้มคืนไปให้ เดินไปควงแขนคนตัวสูงพาออกจากห้องไปที่ห้องอาหารของโรงแรม ถ้าเป็นที่นี่ ก็คงไม่มีใครรู้จักเรา 


          รอยยิ้มของฟงที่กว้างอยู่แล้ว กว้างขึ้นไปอีก มองผมเหมือนเป็นของขวัญวันคริสมาส


          "พอร์ช^^" ฟงยิ้มกว้างมาก ดึงท้ายทอยผมเข้าหาตัวแล้วกดริมฝีปากมาที่หน้าผากผมเต็มแรง


          "หึ อาหารเช้านะฟง ไม่ได้ให้กินพอร์ช" ผมแหย่แล้วลากแขนให้เดินต่อไปที่ลิฟ ฟงหัวเราะถูกใจเดิมตามมา


          เราทานอาหารเช้าแบบง่ายๆที่โรงแรม นั่งกินไปคุยกันไปเรื่อยๆ พอมองนาฬิกาอีกทีก็เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว ผมเลยลากคนที่ไม่รู้จักเตรียมพร้อมออกไปหาซื้อเสื้อกันหนาวด้วยกัน วันนี้สีหน้าฟงดูมีความสุขดีนะ ยิ้มทั้งปากทั้งตาไม่ยอมหุบเลย


          ออกจากโรงแรมมาถึงถนนที่เป็นแหล่งรวมแฟชั่นชื่อดังของโลก ด้วยเวลาแค่ไม่ถึงห้านาที ก็โรงแรมที่ผมจองอยู่ห่างจากที่นี่ไปแค่บล็อคเดียวนี่นา งานแต่งวันมะรืนนี้ก็จะจัดที่โบถส์ในมิลานนี่แหละ ผมกับฟงเลยเลือกที่จะเดินมาจากโรงแรม ดูแต่ละร้านไล่ไปเรื่อยๆ คนตัวใหญ่เดินโอบไหล่ผมเอาไว้ตลอด


          นี่ถ้าเป็นฮ่องกง ผมสะบัดแขนหนักๆนี่ทิ้งไปแล้วนะ แต่จะยอมให้ก่อนก็ได้ เห็นแก่ความพยายามที่ผ่านมา


          "ลองดูร้านนี้ดีมั้ย?" ผมชี้ไปที่ร้านเสื้อผ้าเบรนด์นึงที่มีเสื้อกันหนาวผู้ชายเยอะมาก จะได้ไม่ต้องไปร้านอื่นอีก


          "ได้สิ ที่ไหนก็ได้ แต่พอร์ชต้องเลือกให้นะ^^"


          "อือ เดี๋ยวช่วยดูให้ ผมเคยไปเดินตามสาวๆชอปปิ้งบ่อยน่ะ พอได้อยู่เหมือนกัน มาเถอะ" ผมส่งยิ้มแล้วจะเดินนำเข้าร้าน แต่ไหล่ผมก็ถูกดึงเอาไว้


          "ตามใคร ทำไมต้องตามไปชอปปิ้งบ่อยๆ" รอยยิ้มกว้างหายไป ฟงเข้าโหมดมาเฟียสุดโหด ส่งเสียงเข้ม จ้องผมตาเขม็งทันที


          "อะไรของคุณเนี่ย ก็ขวัญ น้องสาวผมไง รายนั้นน่ะเจ้าแม่แฟชั่นเลยล่ะ แต่เป็นพวกไม่ชอบถือของที่ซื้อมาเองเท่าไหร่ ถ้าผมอยู่บ้านก็ชอบมาอ้อนให้ไปด้วยประจำ ผมว่าจริงๆแล้วหาคนจ่ายตังค์ให้มากกว่า จะว่าไปก็ไม่ได้โทรหาตั้งหลายวันแล้ว แต่ถ้าโทรไปแล้วผมบอกว่าอยู่มิลาน คงได้ลิสรายการกระเป๋าเสื้อผ้ามาเป็นสิบแน่ๆ ไม่โทรดีกว่า ขี้เกียจไปหาซื้อให้จัง" ถึงจะรักน้อง แต่ผมก็ผู้ชายนะ เบื่อการเดินเข้าออกทีละหลายๆร้านว่ะ


          "อ้อ น้องสาวหรอกเหรอ โทรไปสิ ไม่เห็นเป็นไร ถ้าพอร์ชขี้เกียจไป เดี๋ยวผมให้เหลียงไปจัดการให้ก็ได้ แค่เอาลิสมา^^" คนอารมณ์แปรปรวนเปลี่ยนกลับมาอารมณ์ดีเหมือนเดิมทันที แถมยังใจดีให้ใช้คนของตัวเองอีก


          นี่อย่าบอกว่าเมื่อกี้หึงนะ จะบ้ารึไงวะ ผมจะต้องบอกไปอีกรอบที่เท่าไหร่เนี่ยว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมไม่มีทางรัก.....


          ผมรีบปัดความคิดตัวเองไป ไม่เข้าใจเหมือนกัน เมื่อก่อนผมสามารถพูดออกไปได้ง่ายๆว่าผมไม่มีทางรักฟงแน่นอน แต่ตอนนี้ ผมกลับไม่อยากคิดแบบนั้น


          "ได้แน่นะ งั้นไว้ค่ำๆผมโทรหาขวัญดีกว่า แต่ตอนนี้ไปดูเสื้อผ้าให้คุณกัน เข้าด้านในเถอะ คุณตัวเย็นไปหมดแล้ว" สองมือผมยกขึ้นไปถูเบาๆที่แก้มแดงของฟง อากาศหนาวจนหิมะตกลงมา แต่คนตรงหน้ากลับมีแค่เสื้อโค้ทตัวบาง



ฟง


#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: พี่ฟ๊งงงงงงง แซ่บมาก ขอเถอะ **โดนพี่พอร์ชต่อย** // สองคนนี้ไปงานแต่งที่อิตาลีจริงจริ๊งงง ไม่ได้ฮันนีมูนน้า บอกไว้ก่อน หึหึ


          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3462 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:23
    งือออ น่ารัก
    #3462
    0
  2. #3345 s.lattecoffee (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 10:44
    พี่พอร์ชเริ่มมีใจแล้วใช่ไหม *-*
    #3345
    0
  3. #3241 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 08:01
    โอยยย สวีทกานมากกก พี่ฟงหวานมาก ขี้หึงมากก มีขายที่ไหนแบบเน้ เก๊าจาอาวววววว
    #3241
    0
  4. #3174 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 12:26
    ยังกับคู่แต่งงานใหม่ หุหุ
    #3174
    0
  5. #3138 a_liew (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:01
    การที่เริ่มแคร์ สนใจความรู้สึกของอีกคน เค้าเรียกว่า "มีใจ" นะคะพี่พอร์ชชชช

    -___-.. อิพี่ฟงดื้อเหมือนใครรรรรร!!!!

    จะโทษอิพี่ฟงคนเดียวก็ไม่ถูก พี่พอร์ช ก็จัดเต็มมมมมซะ!!!
    #3138
    0
  6. #3058 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 07:42
    คู่นี้จัดว่าเด็ด
    #3058
    0
  7. #3057 Sirinapa Thammapun (@ririn_top) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 07:08
    ปากนี้จะแข็งไปไหนคะพอร์ช
    #3057
    0
  8. #3056 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 06:29
    อร๊ายยยยย ถ้าจะหวานขนาดนี้
    หยุดใจแข็ง ปากแข็งเถอะค่ะ พี่พอร์ชชช
    #3056
    0
  9. #3055 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 06:20
    เห้อออ เมื่อไหร่จะร๊ากกกก 5555
    #3055
    0
  10. #3053 pla.lookpla (@lookplapla) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 05:17
    เอิ่มมมมซึนจังเลยคะลูก
    #3053
    0
  11. #3052 ตามหามี้อยู่~ (@fineffywaldorf) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 01:39
    โอ้ยถ้าอิเฮียมันจะหวงขนาดนี้ แล้วทำไมตอนนั้นถึงยอมเลิกกะลูกแมวน้อยลร้าา
    #3052
    0
  12. #3051 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 01:14
    พอร์ชเอ้ยยย เรียกแทนตัวเองด้วยชื่อ เป็นห่วงว่าเขาจะหนาว แถมยอมให้เขาโอบจูบขนาดนี้ ยังจะซึนไปอี๊กกกกกกก ปล. ของับกล้ามฟงสักมัดสิ /โดนตบ
    #3051
    0