ตอนที่ 143 : Special ฟงพอร์ช : รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    8 ม.ค. 60


พอร์ชพาร์ท


          ชีวิตผมกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังจากฟงไม่มาตามป่วนถึงสองอาทิตย์แล้ว ทุกครั้งที่เสียงเคาะประตูดัง ในใจลึกๆผมแอบหวังว่าจะเป็นคนที่มีรอยยิ้มกวนประสาทโผล่หน้าเข้าประตูมา แต่ก็มีแค่เลขาของผมทุกครั้ง


          วันนั้นผมไม่ได้รั้งฟงเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม คนๆนั้นคงรู้สึกเสียศักดิ์ศรี เสียหน้ามากเลยสินะ ที่ถูกผมใช้เป็นแค่เครื่องมือ สีหน้าเจ็บปวดของฟงตอนที่ลุกเดินออกจากห้องไปยังติดตาผมอยู่ จนอดรู้สึกผิดไม่ได้


          พอไม่มีคนคอยป่วนให้ผมคิดเรื่องอื่น ผมก็กลับมาเครียดเรื่องลินดาอีกครั้ง ผมโหมงานหนักกว่าเดิมจนแทบไม่ได้กลับบ้าน ต้องเพิ่มเลขาอีกคนเพื่อคอยเปลี่ยนกันมาทำงานให้กับผม ถึงสภาพผมจะเหนื่อยล้าแค่ไหน แต่ก็ยังดีกว่ากลับห้องไปแล้วต้องไปนั่งเงียบๆฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว


          Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr


          -Linzy-


          "ครับ" ผมยิ้มบางๆเมื่อเห็นสายเรียกเข้าเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง ยังไงรอบนี้คงต้องรับสินะ


          [ครับอะไรพอร์ช ลินซี่โทรไปเป็นสิบๆสายก็ไม่ยอมโทรกลับ งานจะยุ่งอะไรนักหนาจนไม่มีเวลาให้เพื่อนเลยเนี่ย]


          "ขอโทษจริงๆนะลินซี่ ผมมีประชุมยาวมาทั้งอาทิตย์แล้วล่ะ ต้องรีบเคลียงานไปงานแต่งใครบางคนไง ฟังแค่นี้ก็คงไม่โกรธแล้วใช่มั้ยล่ะ"


          [เจ้าเล่ห์นักนะ ไปติดนิสัยแบบนี้มาจากใคร เมื่อก่อนพอร์ชไม่เป็นแบบนี้นี่นา]


          "............."


          [พอร์ชเงียบอีกแล้วนะ]


          "ครับ ว่าไงล่ะลินซี่"


          [ก็ไม่มีอะไรมากหรอก คิดถึงก็เลยโทรหา เห็นพอร์ชเงียบไป ตอนที่เราเจอกันครั้งสุดท้าย พอร์ชดูไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่เลยนี่นา มีปัญหาอะไรก็บอกลินซี่ได้นะ เราเป็นเพื่อนกัน]


          "คร้าบบ ถ้าผมมีปัญหาอะไร ผมจะบอกลินซี่คนแรกเลยนะ แต่ตอนนี้ผมขอทำงานก่อนได้มั้ย แล้วยังไงผมโทรหา" เป็นครั้งแรกที่ผมตัดบทเพื่อนสนิท ทุกครั้งต่อให้ไม่ว่างแค่ไหน ผมก็หาทางคุยกับลินดาได้ตลอดเวลา แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่า ผมยังไม่พร้อมที่จะคุย


          [เออ ลินซี่ไม่กวนก็ได้ เจอกันเดือนหน้านะพอร์ช]


          "ครับ" ผมกดตัดสาย เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นพอดี


          "คุณพัชระคะ ได้เวลาไปประชุมแล้วค่ะ" เลขาโผล่หน้าเข้ามา บอกสิ่งที่ผมลำบากใจพอๆกับการรับสายเพื่อนสนิท


          "ครับ" ผมรับคำ หยิบแฟ้มเอกสารต่างๆบนโต๊ะ เดินนำเลขาตรงไปห้องประชุม หวังว่าตัวแทนจากเดอะสเตชั่นที่ส่งมา คงไม่ใช่เด็กบ้านั่นหรอกนะ


          รายนั้นผมก็ยังไม่อยากเจอหน้าเหมือนกัน


          บ่ายนี้ผมมีนัดประชุมกับตัวแทนจากเดอะสเตชั่นที่พ่อเพิ่งโยนงานมาให้แบบกระทันหันเมื่อสามวันก่อน ผมเปิดประตูเดินเข้าห้องประชุมไป มองกวาดไปทั่วห้อง แล้วสะดุดกับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวริมสุดของห้องประชุม คนที่เดินทำหน้าเจ็บปวดออกจากห้องผมไปเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว


          "สวัสดีครับ" ผมทักทายตัวแทนจากเดอะสเตชั่นสามคน แต่คนสุดท้ายกลับทำหน้าบึ้งหันหนีไปทางอื่น


          "ครับ สวัสดีครับ คุณพัชระสินะครับ ผมชื่อกิตเป็นตัวแทนจากเดอะสเตชั่น" ผมส่งภาษาจีนไป แต่อีกฝ่ายกลับพูดภาษาไทยกลับมา รู้จักผมอีกด้วย


          "ครับ? คุณกิตเป็นคนไทย..เหรอครับ" ผมแปลกใจนิดหน่อยที่นอกจากฟงแล้ว ยังมีคนไทยทำงานที่เดอะสเตชั่นอีก 


          "ใช่ครับ ผมเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์เลย^^" พอคุณกิตยกยิ้ม ผมก็รู้ทันทีว่านี่จะต้องเป็นพ่อของไอ้เด็กมาเฟียนั่นแน่ๆ ยิ้มเหมือนกันเป๊ะ ยิ่งพอมองดีๆ หน้าก็คล้ายกันมากด้วย ฟงเหมือนพ่อสินะ


          "ครับ คุณกิต ขอบคุณนะครับที่วางใจทางธนาคารของเรา" ผมเปลี่ยนเป็นยกมือขึ้นไหว้ตามมารยาทไทยแทน อยู่ที่นี่นอกจากพนักงานธนาคารที่เป็นบางคนแล้ว ก็มีแค่ฟงเท่านั้นที่ผมรู้จักในฐานะคนไทย 


          คุณกิตรับไหว้ หันไปแนะนำอีกสองคนที่เหลือด้านหลัง ผู้จัดการคนนึงจากเดอะสเตชั่น คุณมานพ กับผู้ชายตัวป่วนที่หายหน้าไปสองอาทิตย์


          "นี่ลูกชายคนโตของผมครับ ฟง ฟงพูดไทยได้นะครับ ฟงนี่คุณพัชระ ลูกชายคนโตของเจ้าของธนาคารดิโอบี เป็นผู้จัดการประจำสาขาที่ฮ่องกงนี่" คนสุดท้ายที่ถูกแนะนำเป็นคนที่ผมรู้จักดีถึงจะเจอกันไม่นาน เป็นคนที่ผมยังรู้สึกผิดที่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้นลงไป


          "สวัสดีครับ คุณพัชระ" สีหน้าเรียบเฉยที่ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง ทำให้ผมที่กำลังจะบอกคุณกิตว่าเราพอรู้จักกันบ้างแล้ว เปลี่ยนใจพูดตามน้ำไปแทน


          ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากรู้จักผม ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ ถ้าฟงต้องการแบบนี้แล้วจะเป็นวิธีที่ทำให้เค้าสบายใจ ก็เอาตามนี้ก็แล้วกัน


          "ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณฟง ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มคุยกันดีกว่านะครับ ว่าทางคุณต้องการใช้บริการอะไรทางธนาคารของเราบ้าง^^" ทักทายจบ ผมก็หันไปพูดกับคนเป็นพ่อแทน พยายามตั้งสมาธิกับเรื่องงานโดยไม่มองสีหน้าหงุดหงิดของลูกชายคนโตที่นั่งมองจ้องแต่หน้าผม

 



          "ขอบคุณนะครับที่มาวันนี้ ถ้าเอกสารเสร็จเรียบร้อยผมจะให้เลขานัดไปอีกทีนะครับ^^" ผมเดินออกมาส่งตัวแทนจากคาสิโนดังที่หน้าธนาคาร ยกมือไหว้ลาคุณกิตกับผู้จัดการอีกครั้งแล้วหันหลังกลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง


          ผมผลักประตูห้องทำงานเข้าไป เดินตรงไปที่เก้าอี้ แต่เอวกลับถูกคว้าเอาไว้ แรงดึงที่มากมายมหาศาลออกแรงครั้งเดียว หลังผมปลิวไปติดกับแผงอกใหญ่ของอีกฝ่ายทันที


          "ใจร้ายจังนะ เย็นชาดีจังเมียผมเนี่ย" เสียงตัดพ้อปนน้อยใจดังอยู่ข้างหู ผมหุบปากที่กำลังจะร้องด้วยความตกใจเพราะจำเสียงของคนพูดได้ดี


          เสียงที่เคยกระซิบอยู่ข้างหูผมมาหลายครั้ง


          "เห็นคุณเหมือนโกรธนี่ คิดว่าคงไม่อยากมองหน้าผม" เมียอีกแล้ว พูดจังเลยนะ ผมไปเป็นเมียอะไรแบบนั้นเมื่อไหร่ ก็แค่นอนด้วยกันไม่ใช่รึไง นับแบบนี้ก็ได้เหรอ


          "ก็เลยปล่อยไป ไม่คิดจะไปง้อหน่อยเลยเหรอ ถ้าผมเงียบไป พอร์ชก็ควรจะไปง้อที่คาสิโนสิ สองอาทิตย์แล้วนะ ที่ปล่อยให้ผมนอนเหงาน่ะ เตียงผมเย็นเฉียบเลยล่ะ ไม่มีคนนอนข้างๆ"


          "หาเอาสิ เลือกเอาซักคน คุณถนัดเรื่องเปลี่ยนผู้หญิงทิ้งเป็นว่าเล่นไม่ใช่รึไง เพลบอยคนดังของฮ่องกง ขาดผู้หญิงได้ถึงสองอาทิตย์เลยเหรอ" ผมพยายามแกะมือที่แข็งยิ่งกว่าคีมเหล็กออก แต่ก็ไม่เป็นผล ผมจะหลุดได้ก็ต่อเมื่อฟงอยากจะปล่อยเท่านั้นแหละ เลยเลิกดิ้นรนทำอะไรที่เปล่าประโยชน์


          "ใครก็แทนลูกแมวน้อยของผมไม่ได้เลย ผมคิดถึงเสียงครางหวานๆ คิดถึงรอยเล็บที่ข่วนหลัง คิดถึงพอร์ช..แต่คนใจร้ายก็ไม่ยอมมาง้อผมซักที ถ้าผมไม่ขอพ่อตามมาประชุมด้วย พอร์ชจะสนใจผมบ้างมั้ย" อ้อ ที่ไม่ทักกันแล้วทำหน้าบึ้งกลางห้องประชุมนั่นคือ งอนเหรอ


          ผมถอนหายใจเบาๆ หมุนตัวกลับไป ฟงเลยคลายวงแขนที่รัดเอวเอาไว้นิดหน่อย ..แค่นิดหน่อยนะ


          "ผมขอโทษ ผมไม่คิดว่าคุณจะเสียหน้าหรือโกรธนี่ คิดว่าคุณคงไม่ได้จริงจังอะไร เพราะคุณเป็นพวกเบื่อคนง่ายอยู่แล้วนี่นา"


          "พอร์ช คุณรักผมบ้างมั้ย?"


          ผมอึ้ง รักงั้นเหรอ พูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย


          "ทำไมพูดแบบนี้ นี่เราสองคนเป็นผู้ชายนะ เผื่อว่าคุณจะลืมไป" ผมขมวดคิ้วมองคนที่ดูเหมือนจะบ้าไปแล้ว ผู้ชายกับผู้ชายจะรักกันได้ยังไง เป็นไปไม่ได้หรอก


          ถึงจะเคยมีอะไรกัน แต่นั่นมันก็คนละอย่างกันรึเปล่าล่ะ ตอนนั้นผมกำลังเครียด กำลังเสียใจอย่างหนักก็เลยเผลอไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมาคบหรือรักกันได้นี่นา


          "แล้วยังไง ผู้ชายต้องรักกับผู้หญิงเท่านั้นเหรอถึงจะได้ ผมรักพอร์ช ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ผมเริ่มตกหลุมรัก แต่ผมมั่นใจกับความรู้สึกตัวเอง พ่อบอกว่าเวลาเรารักใคร ใจเราจะเต้นแรง เราจะคิดถึงคนๆนั้นที่หัวใจไม่ใช่สมอง เราจะโกรธเวลาเค้ามองคนอื่น เค้าอยู่กับคนอื่น แล้วในหัวเราก็จะมีแต่เค้าทุกวินาที ผมเป็นแบบนี้กับพอร์ชแค่คนเดียว ที่ผมมีอะไรกับพอร์ช เพราะผมรักพอร์ชนะ"


          ผมอึ้งหนักกว่าเดิม นี่ฟงรักผมเหรอ บ้าไปแล้วรึไง รักผมที่เป็นผู้ชายเนี่ยนะ


          "ขอโทษนะ แต่ผมไม่ได้รักคุณ ผมยังลืมลินซี่ไม่ได้" ผมรู้สึกผิด รู้สึกผิดมากจนเริ่มเจ็บปวดอีกครั้ง 


          ครั้งนี้ไม่ได้เจ็บปวดเพราะลินดา แต่เจ็บปวดเพราะคนตรงหน้า ถ้าผมรู้ว่าฟงรักผม วันนั้นผมคงไม่ยอมมีอะไรด้วยแน่ๆ ผมไม่อยากทำร้ายใคร แต่สิ่งที่ผ่านไปแล้วผมคงแก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากพูดไปตรงๆให้ฟงตัดใจ ถึงยังไงเราก็ยังเจอกันไม่นาน ถึงจะบอกว่ารัก แต่ก็คงไม่มากมายอะไรหรอกมั้ง


          "ไม่เป็นไร ผมรู้คำตอบอยู่แล้วล่ะ^^" ฟงส่งยิ้มที่ปนความเจ็บปวดมาที่ผม ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นไปอีก แต่แค่แว๊บเดียวรอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์แบบเดิม แขนที่เริ่มคลายก็กระชับกลับมาแน่นขึ้นอีก


          "ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะ ผมจะทำให้พอร์ชลืมลินซี่ให้ได้ แล้วจะเอาหัวใจของพอร์ชมา^^"


          "ไอ้เด็กบ้า ไม่มีทาง ผมว่าคุณตัดใจดีกว่า ผมไม่มีทางรักคุณหรอก ปล่อยได้แล้ว" ไอ้บ้านี่เล่นเอาความรู้สึกผิดของผมกระเจิงหายไปเลย ด้านอะไรเบอร์นี้วะ


          "เอาน่า ลองซักนิดแล้วจะติดใจ เหมือนที่พอร์ชติดใจเรื่องบนเตียงของผมไง หรือไม่ก็ให้ผมช่วยทำให้พอร์ชลืมลินซี่ก็ได้ ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากันอีกที^^"


          ผมกัดปากอยากจะด่า ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าผมติดใจเรื่องแบบนั้นของมันน่ะ...ถึงจะจริงก็เถอะ แต่นี่ก็คนละเรื่องกันมั้ยล่ะ อะไรคือความเกี่ยววะ


          "ไม่ ผมไม่ใช้ใครเป็นเครื่องมืออีกแล้ว แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดกับคุณจะตาย ถ้าผมรู้ว่าคุณรู้สึกแบบนี้ ผมไม่มีวันนอนกับคุณแน่ๆ"


          "งั้นก็ดีแล้วล่ะ ที่ผมยังไม่ได้บอกออกไปก่อนจะได้พอร์ชน่ะ ไม่อย่างนั้นก็อดกินลูกแมวตัวหวานกันพอดี^^"


          "ในหัวมีแค่นี้สินะ - - "


          "ทำไมล่ะ หรือพอร์ชไม่คิดเหมือนผม เป็นไปไม่ได้หรอก ผมมั่นใจเรื่องนี้มากเลยนะว่าผมเก่ง แล้วก็รู้ด้วยว่าพอร์ชน่ะชอบแค่ไหน ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมมีอะไรกับผมตั้งหลายรอบหรอก ^ ^"


          "หน้าด้านจริงๆ แล้วเมื่อไหร่จะกลับไป คุณไม่มีงานทำอีกแล้วรึไง" พูดเรื่องแบบนี้โดยไม่เขินอายได้ยังไงวะเนี่ย แถมมั่นใจซะจนน่าหมั่นไส้ ผมเริ่มอยากทำลายรอยยิ้มนี่อีกแล้ว

 

          "ก็มีนะ งานล้นโต๊ะไปหมดแล้วล่ะ แต่เห็นหน้าพอร์ชแล้วก็อยากกอดขึ้นมา คืนนี้ไปค้างด้วยกันมั้ย^^"


          "ฝันไปรึไง คิดว่าผมจะยอมมีอะไรกับคุณอีกหลังจากรู้ว่าคุณคิดยังไงงั้นเหรอ เลิกคิดเถอะฟง มันเป็นไปไม่ได้หรอก"


          "พูดตรงจัง งั้นไม่ค้างก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกผิดกับผมจริงๆ วันนี้ตามใจผมซักวันได้มั้ย ไปปลอบใจผมหน่อยสิ ผมอกหัก ผมเจ็บจัง นะครับ นะ^^" ไอ้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นี่มันคือคนอกหักตรงไหน คนหน้าด้านล่ะไม่ว่า แต่พอมองลงไปลึกๆในแววตาคนพูด ผมก็เปลี่ยนใจที่คิดจะปฏิเสธฟง


          ฟงกำลังเจ็บอยู่จริงๆ


          "แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ" ผมยังตีหน้าบึ้งเหมือนเดิม ทั้งๆที่ใจอ่อนลงไปมาก จะตามใจให้รู้ไม่ได้หรอก เดี๋ยวไอ้เด็กบ้านี่ได้ใจแล้วจะเอาใหญ่น่ะสิ


          "ไปกับผม มาสิ^^" ฟงยิ้มกว้างที่เห็นผมยอมตอบตกลง ปล่อยแขนออกเลื่อนมือมาจับประสานมือ จะจูงออกไปนอกห้อง ผมสะบัดมือทิ้งทันที


          "ไม่จับมือนะ นี่ที่ทำงานผม"  


          "โอเคครับ งั้นตามมาสิ^^"

 



          "ฟง นี่คือวิธีปลอบใจของมาเฟียสินะ _ _ " ผมยืนอยู่สถานที่ปลอบใจแบบใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ถูกคนที่เด็กกว่าสี่ปีลากมาที่ที่ผมไม่เคยคิดจะมาเหยียบเลยซักครั้ง


          ปกติเวลาคนอกหัก เค้าต้องไปที่ไหนกันบ้างล่ะ กินเหล้า ไม่งั้นก็อาจจะไปหาสาวๆมาปลอบใจ แต่ฟงกลับไม่ไปที่แบบนั้น ผมคิดว่าฟงจะพาผมไปที่เดอะสเตชั่นซะอีก


          "ใช่ ผมจะทำให้พอร์ชหายเครียด ทำให้ลืมลินซี่ไปให้ได้" ถ้าอยากช่วยจริง ช่วยเลิกพูดชื่อนี้บ่อยๆก่อนดีมั้ย


          "ตกลงจะให้ผมปลอบใจคุณ หรือคุณจะมาปลอบใจผมกันแน่เนี่ย"


          "เราสองคนก็ปลอบใจกันไง ปลอบกันไปปลอบกันมา เดี๋ยวก็รักกันเชื่อผมสิ^^" ไม่มีวันหรอก


          "งั้นผมนั่งรอตรงนี้นะ เชิญไปปลอบใจตัวเองก็แล้วกัน" ผมเดินหนีไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หยิบนิตยสารที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา


          "ไม่ได้สิ พอร์ชต้องไปลองดู เวลาผมเครียด มาที่นี่ ผมหายทุกครั้งเลยนะ รับรองพอร์ชจะลืมทุกเรื่องไปเลยล่ะ^^"


          ผมถูกมาเฟียจอมเอาแต่ใจลากให้ลุกแล้วเดินตามไปตรงพื้นที่กว้าง มีโต๊ะวางอยู่เรียงกันเป็นสิบและฉากกั้นทำเป็นช่อง มองตรงไปด้านหน้าประมาณ15เมตร มีกระดาษที่ทำเป็นรูปเหมือนคนกับเส้นและจุดอะไรมากมายบนกระดาษ


          ที่นี่คือ............สนามซ้อมยิงปืน


          คนบ้าอะไรแก้วิธีอกหักด้วยการมายิงปืน จะจับผมแขวนแทนเป้ารึยังไงวะ ผมลืมไปว่าไอ้เด็กนี่เป็นมาเฟีย มันอาจจะแค้นแล้วกำลังหาทางฆ่าผมอย่างเลือดเย็นก็ได้ วิธีถนัดขึ้นชื่อของมันเลยนี่นา ใครๆก็รู้ว่าฟงเลือดเย็นแค่ไหน


          แต่ผมไม่เคยเจอเวอร์ชั่นนั้นนะ เจอแต่ไอ้บ้ากวนประสาท ไอ้หน้าด้าน แล้วก็ไอ้หื่น


          "ผมยิงปืนไม่เป็น ไม่เอาหรอก เสียงดังหนวกหูด้วย" ไม่ใช่ว่ากลัวเสียงดังๆนะ ผมแค่รำคาญ ที่แบบนี้จะทำให้หายเครียดได้ยังไง มีแต่จะทำให้เครียดหนักสิไม่ว่า


          "ผมสอนไง ง่ายจะตาย เริ่มจากปืนออโต้ก็ได้ พอร์ชจะได้เรียนรู้ไว้ เอาไว้ใช้วันข้างหน้า^^"


          "ผมทำงานธนาคารนะ จะเอาวิธียิงปืนไปทำอะไร ไว้ขู่ให้พวกคุณเซ็นต์สัญญางั้นเหรอ" หรือเอาไว้ยิงไอ้คนพูดดี


          "ก็เผื่อโจรปล้นแบ็งค์ไง ไว้วันหลังผมสอนศิลปะป้องกันตัวง่ายๆให้ด้วยดีมั้ย จะได้ไว้ใช้สู้กับโจร^^" ปากหมานนน ไอ้เด็กเวรนี่กวนประสาทจริงๆ นี่แช่งให้โจรปล้นธนาคารผมอยู่รึไง หยิบปืนตรงหน้าขึ้นมายิงมันคนแรกเลยดีมั้ย ระยะขนาดนี้ไม่ต้องเรียนก็คงยิงได้ไม่พลาดหรอก


          "เออ ก็ได้ เผื่อไว้ใช้ยิงคนแถวนี้" ผมเบื่อจะเถียงด้วย เลยยอมให้มันจบๆไป ผมติดนิสัยชอบยอมน้องสาวเอาแต่ใจมา คิดซะว่ามันคือคริสน้องชายที่เงียบและเรียบร้อยของผมเวอร์ชั่นใหม่ก็แล้วกัน


          "ถ้ายิงผมแล้วพอร์ชไม่เสียใจแย่เหรอ ใครจะคอยมาปลอบใจเวลาพอร์ชเครียดละทีนี้^^" ไอ้กวนประสาทก็ยังเป็นไอ้กวนประสาทอยู่ดี


          "บางทีก็ควรรู้จักคำว่าประชดบ้างนะ ไม่เคยเรียนรึไง ภาษาไทยคำนี้น่ะ"


          "ผมไม่ได้มีคำศัพท์ใหม่ๆเยอะนักหรอก มาพูดไทยเยอะก็ตอนเจอพอร์ชนี่แหละ ทุกทีคุยไทยแค่กับพ่อ แต่พ่อก็ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ ถ้าอยากให้ผมพูดไทยคล่องๆ พอร์ชก็สอนผมเยอะๆสิ^^"


          "ไม่ล่ะ เกรงใจ ไหนบอกว่าจะยิงปืนไง เริ่มได้รึยัง" ผมเบื่อเถียงด้วยแล้วว่ะ ต่อปากต่อคำไม่จบสิ้นซักที แบบนี้เรียกไม่เก่งภาษาไทย???


          "งั้นมาตรงนี้นะ ผมจะสอนให้ เพราะผมเต็มใจ ไม่เหมือนคนใจแข็งบางคน" นี่ไง ไอ้เด็กบ้ามันรู้จักคำว่าประชดแล้ว


          ฟงดึงมือผมไปยืนด้านหน้าตัวเอง หยิบปืนที่วางบนโต๊ะขึ้นมาโชว์ตรงหน้าผม อธิบายช้าๆ


          "นี่เป็นปืนออโต้ ตรงนี้คือที่ใส่กระสุน นี่เรียกแมกกาซีน เวลาใส่ดันเข้าไปตรงนี้ วิธียิงก็ง่ายๆ แค่ดึงสไลด์ตรงด้านบนนี้ให้ไปสุด ดึงแรงๆนะเพื่อให้กระสุนเข้าลำกล้อง หันไปมองทางโน้นนะ" ฟงวางปืนกลับไปบนโต๊ะ จับไหล่สองข้างผมหันไปเผชิญหน้ากับผู้ชายที่อยู่ห่างไปสิบห้าเมตร


          "......"


          "ใช้มือซ้ายประคอง มือขวาเอานิ้วชี้เหนี่ยวไก มองตรงไปด้านหน้า ดูที่ปลายกระบอกปืนเป็นหลัก จับปืนให้แน่นๆปลายกระบอกปืนจะได้ไม่สะบัดเวลายิง ไม่อย่างนั้นกระสุนจะวิ่งผิดทาง ยกมือขึ้นครับ"


          ฟงยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะใกล้มาก โน้มหน้าลงมาพูดข้างหู ใช้มือสองข้างของตัวเองประคองมือผมที่ถูกยัดปืนใส่มือมาเมื่อกี้ ปล่อยมือข้างนึงดันข้อศอกผมให้เหยียดตรงไปด้านหน้า ผมเผลอมองตาม มือใหญ่เลยย้ายขึ้นมาเชยคางผมให้กลับไปมองเป้ายิงปืนอีกครั้ง สายตาเจ้าชู้มองผมอย่างเอ็นดู จนผมต้องรีบเลี่ยงหันไปมองด้านหน้า


          "ขาต้องแยกอีกนิดนะ เหยียดให้ตรง" ขาข้างนึงแทรกเข้ามาตรงหว่างขาของผม เพื่อจัดให้มันแยกออกจากกันโดยใช้เข่าตัวเองดันขาซ้ายผมที แล้วย้ายไปที่ขาขวาอีกที


          .////////. ผมเม้มปากแน่น


          "มองตรงไปแล้วก้มหน้าครับ" มือขวาย้ายจากการกุมมือผมเอาไว้จับให้ก้มหน้าลงไปอีกนิดให้ได้องศา ใช้หน้าอกกว้างของตัวเองดันหลังผมให้ตั้งตรง


          "ทีนี้ก็ลองยิงดูแบบนี้นะ" มือใหญ่กลับมาจับกุมมือผมไว้เหมือนเดิม สอดนิ้วชี้เข้ามาทับนิ้วชี้ของผม ออกแรงกดลงไปพร้อมกัน


          ปัง!


          ผมสะดุ้งตกใจทันที ฟงยกมือมาลูบหัวผมแล้วหัวเราะเบาๆ


          "หึหึ กลัวเหรอลูกแมวน้อย" ไม่ได้กลัวเว้ย แค่กำลังคิดอะไรเพลินๆเลยตกใจ


          ./////////. ผมส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธ


          "ไหนลองยิงเองซิ" ตัวอุ่นๆผละออกไปจากตัวผม ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ผมหายใจเอาอากาศเข้าไปลึกๆ สะบัดหน้าสองสามที ตั้งสมาธิอีกครั้ง


          "อือ" มือผมยกปืนขึ้นมาลองยิงตามที่ฟงสอนไปเมื่อกี้


          ปัง!


          "ฟง ดูสิ ยิงโดนด้วยล่ะ ถึงจะไม่โดนกลางเป้า แต่ก็โดนด้วยล่ะ^^" ผมกว้างยิ้มพอใจกับผลงานตัวเอง รีบหันกลับไปอวดคนที่ยืนยิ้มให้ผมเหมือนกันอยู่ด้านหลัง ฟงหัวเราะชอบใจยกมือใหญ่ขึ้นมาลูบหัวผม


          "ฮ่าๆๆ เก่งมากเด็กน้อย^^" ฟงหัวเราะ รอยยิ้มที่ไม่ใช่กวนประสาท แต่เป็นยิ้มกว้างแบบธรรมดา ผมเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มนั้น มองเลยขึ้นไปบนมือใหญ่ที่ยังวางอยู่บนหัวผม


          ตึกตัก ตึกตัก


ฟง


ทอล์คค่ะ: ยอมใจพี่ฟงจริงๆ ตื๊อเก่ง ทำได้ทุกอย่าง ยอมเจ็บก็ได้ด้วย พี่พอร์ชไม่เอาเราขอนะ ฮือออออ **สปอยตอนหน้า พี่พอร์ชเผ็ชมากกก**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3672 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 02:27
    สรุปตั้งแต่เจอกับคบกันจนเลิกกันแล้วกลับมาคบกันใหม่มีแต่ฟงเป็นฝ่ายทำนู้นทำนี่เพื่อพอร์ชตลอด
    #3672
    0
  2. #3460 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:16
    หลงเบาๆ
    #3460
    0
  3. #3397 คนอ่าน (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 08:42
    ยอมใจพี่ฟง โดนขนาดนั้นแล้วยัง... สุดยอด><
    #3397
    0
  4. #3329 s.lattecoffee (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:34
    พี่ฟงขอให้จีบพี่พอร์ชติดเร็ว ๆ นะ
    #3329
    0
  5. #3225 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 00:15
    เหยย พี่ฟงฮอทมากก ทำเอาพี่พอร์ชใจเต้นเบยยย อร๊ายย
    #3225
    0
  6. #3082 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 11:30
    เย่พี่พอร์ชใจเต้นแรงแล้วว๊อยยยยย //ดีใจเหมือนถูกหวย
    #3082
    0
  7. #3045 Sirinapa Thammapun (@ririn_top) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 23:29
    ตึกตักๆแล้วโว้ยยยยยยยยย
    #3045
    0
  8. #3038 a_liew (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:32
    และแล้วพี่พอร์ช ก็เสร็จอิพี่ฟง.................จนได้

    เอวังงงงงง... -___-..



    เรียบร้อยโรงเรียนอิพี่ฟง #จบข่าว
    #3038
    0
  9. #3029 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:13
    อื้อหือ ฟงโหมดอบอุ่นก็มา แต่มาตอนยิงปืนนี่มันยังไงๆนะ
    #3029
    0
  10. #3028 yamsaingpada2508 (@yamsaingpada2508) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:39
    พี่ฟงสู้ๆๆนะ เอาใจช่วย ชนะใจพี่พอร์ชให้ได้ ไรท์รออ่านตอนต่อไป
    #3028
    0
  11. #3027 NarisVittayagon (@NarisVittayagon) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:11
    อยากกีนเผ็ด55รอน่ะคร้าาา
    #3027
    0
  12. #3025 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:27
    หึหึหหึ
    #3025
    0
  13. #3024 oranongseadan (@oranongseadan) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:14
    รอน่ะ. ชอบของเผ็ช
    #3024
    0
  14. #3023 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:10
    ฮืออออ
    #3023
    0
  15. #3022 ตามหามี้อยู่~ (@fineffywaldorf) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:08
    เฮียได้ชายแล้วว5555
    #3022
    0
  16. #3021 neung_no (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:06
    เพื่อแมวน้อยพี่ฟงยอมมมมทุกอย่างงง
    #3021
    0
  17. #3020 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:03
    ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก วลีนี้เหมาะกับฟงที่สุดละ 5555 หนูพอร์ชใจเต้นเเล้ววุ้ยย ง่อววววว อยากรู้ว่าแมวน้อยจะเผ็ชขนาดไหนนน
    #3020
    0
  18. #3019 pia09 (@pia09) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 18:44
    ถ้างั้น จะตั้งตารอตอนหน้านะคะ ไร้ท์ผู้แสนดี
    #3019
    0