ตอนที่ 137 : Special ฟงพอร์ช : สารภาพรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    6 ม.ค. 60


    พอร์ชพาร์ท


          "ในส่วนตรงนี้ผมคิดว่าเราต้องปรับปรุงแผนการตลาดใหม่ทั้งหมดนะครับ ถ้าเรายังใช้แผนเก่าๆ ก็จะดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่ที่เป็นวัยรุ่นไม่ได้ โลโกแล้วก็ป้ายโฆษณาก็ดูไม่น่าสนใจ..."


          ก๊อกๆๆๆ


          ผมเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารในมือ มองผ่านผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผู้ช่วยไปด้านหลังที่เป็นประตูห้องประชุม เพราะเสียงเคาะประตูที่ขัดจังหวะการพูดของผมอยู่


          จริงๆเลยแต่ละคน ครั้งก่อนก็ขัดระหว่างประชุมกับฝ่ายพัฒนาโปรแกรม เพราะไอ้เด็กบ้ามาเฟียนั่นมาป่วย จนต้องเลื่อนการประชุมกับฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดมาเป็นวันนี้


          "ครับ" ผมขานรับออกไปเพื่อบอกอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามาได้ ร่างที่เปิดประตูเข้ามาคือเลขาชาวจีนวัยสี่สิบห้าปีของผม เธอทำหน้าลำบากใจเหมือนกับครั้งที่แล้วไม่มีผิด


          "เอ่อ คุณพัชระคะ คือว่า" การพูดจาติดขัดก็ไม่ต่างจากครั้งก่อนอีกด้วย


          "มีอะไรครับ ผมต้องประชุมนะ เคยสั่งแล้วใช่มั้ย ว่าไม่ให้รบกวนอีกน่ะ" ผมตำหนิกลายๆ จากครั้งที่แล้วที่เธอยอมทำตามคำสั่งคนอื่นง่ายๆด้วยการเลื่อนประชุมผมโดยไม่ถามผมก่อน และถูกผมต่อไปว่าไปแล้ว ครั้งนี้ก็ยังกล้าขัดคำสั่งผมอีกสินะ


          "ขอโทษจริงๆนะคะ แต่ว่ามีคนมาขอพบคุณพัชระ ดิฉันพยายามบอกแล้วว่าคุณติดประชุม แต่ว่าเค้าบอกว่ายังไงก็ต้องพบคุณตอนนี้ให้ได้" เธอพูดเสียงอึกอักอย่างเกรงใจ


          "ใคร? อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้เด็ก.. เป็นคุณฟงน่ะ ไปบอกว่าผมไม่ว่าง ให้กลับไปได้เลย ถ้าไม่ฟังก็แจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกไปเลย" ผมบอกอย่างหงุดหงิดเกือบหลุดเรียกไอ้เด็กบ้าต่อหน้าคนอื่นแล้ว


          "เปล่าค่ะ ไม่ใช่คุณฟง เธอบอกว่าชื่อลินดา ถ้าคุณพัชระรู้แล้วก็จะรีบมาเอง"


          ลินดา...งั้นเหรอ


          "ทำไมไม่รีบบอกล่ะ ถ้าอย่างนั้นเอาไว้มาประชุมเรื่องนี้กันวันหลังนะครับ" ผมลุกขึ้นยืนอย่างดีใจ หันไปบอกผู้ร่วมประชุมทั้งหลายที่นั่งทำหน้างงกันไปหมด แต่ผมไม่ได้สนใจ เดินพุ่งออกจากประตูไปอย่างรวดเร็ว


          สองเท้าผมก้าวไปที่ห้องทำงานตัวเองตามที่เลขาบอกเอาไว้ ว่าลินดาจะรอผมอยู่ที่นั่น ครั้งนี้ผมเปิดประตูเข้าห้องไปอย่างอารมณ์ดี แตกต่างกับครั้งก่อนที่ไอ้มาเฟียบ้านั่นบุกมาลิบลับ แน่ล่ะ คนๆนี้สำคัญกับผมนี่นา จะไม่ให้ลั้นลาได้ยังไง


          "ลินซี่" ผมเปิดประตูออกกว้าง เรียกชื่ออีกฝ่ายในจังหวะเดียวกันกับที่ประตูเปิดออก แค่แว๊บเดียวก็เห็นผู้หญิงที่สวยโดดเด่นสะดุดตา ยืนอยู่กลางห้องทำงานตัวเอง


          ลินดา เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่อเมริกา เป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองสูง ติดเอาแต่ใจนิดหน่อยตามประสาลูกคุณหนูที่พ่อแม่ตามใจ แต่ก็น่ารักสดใสเวลาอยู่กับผม  ถึงเราจะเรียนจบกันมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ตลอดแม้จะไม่ค่อยมีเวลาว่างได้เจอกัน เพราะลินดาไม่ยอมกลับเมืองไทยหลังเรียนจบ แต่ไปเปิดร้านเสื้อผ้าทำแบรนด์แฟชั่นของตัวเองอยู่ที่อิตาลีแทน


          "ไฮ้ พอร์ช สบายดีมั้ย" สาวสวยในชุดกระโปรงสีดำ เดินตรงดิ่งเข้ามาโผกอดผมทักทายทันที ใบหน้าเฉี่ยวกับริมฝีปากที่เชิดนิดๆ บ่งบอกนิสัยดื้อรั้นของตัวเองเป็นอย่างดี


          เธอคือผู้หญิงที่ผมแอบชอบมาหลายปีแล้วยังไงล่ะ เป็นคนที่ผมไม่กล้าบอกความในใจ เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกัน และเพราะนิสัยเราแตกต่างกันสุดขั้วเลย


          "สบายดี ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ผมไม่เห็นได้ข้อความว่าลินซี่จะมาที่ฮ่องกงเลยนะ" ผมผละออกจากการกอดทักทาย ส่งรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจไปให้คนตรงหน้า


          "เซอร์ไพรส์ไง พอร์ชแปลกใจใช่มั้ยล่ะ ลินซี่ตั้งใจมาที่นี่ เพื่อมาหาพอร์ชโดยเฉพาะเลยนะ" รอยยิ้มสดใสที่ผมไม่ได้เห็นมานานหลายเดือนทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้


          "จริงเหรอ ไม่ใช่ว่าตั้งใจมาช๊อปปิ้งเพราะช่วงนี้กำลังเซลล์แต่เอาผมมาเป็นข้ออ้างนะ" ผมส่งสายตาไปดักคออย่างรู้ทัน แม่สาวแฟชั่นแบบนี้มีเหรอจะพลาด


          "ใช่ที่ไหนกัน ลินซี่ไม่ซื้อของเซลล์พอร์ชก็รู้ ดูไม่มีระดับ ตกรุ่น เห๊อะ" ลินดาเบะปากใส่ผมทันที


          "ฮ่าๆๆๆ อย่างนั้นเหรอ" ผมหัวเราะแก้เก้อ ผมไม่รู้หรอก เรื่องแฟชั่นของสาวๆน่ะ เคยมีแฟนกับเค้าที่ไหน เพื่อนสนิทที่แอบชอบก็นำแฟชั่นเกินไปจนผมตามไม่ทัน ส่วนน้องสาวคนเดียวก็ไม่คุยกันเรื่องแฟชั่นอยู่แล้ว ผมเป็นผู้ชายนี่หว่า


          "ลินซี่ตั้งใจมาหาพอร์ชจริงๆนะ นี่เลิกงานรึยังล่ะ ไปทานข้าวกัน" เธอแค่ถามโดยไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะหลังจากที่ถามจบ เธอก็เกี่ยวแขนลากผมออกจากห้องทำงานทันที นิสัยเอาแต่ใจเหมือนใครบางคน..ไม่ดิไอ้พอร์ช จะไปคิดถึงไอ้บ้ามาเฟียทำไม มันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับลินดาหรอก

 



          ผมพาลินดามาทานอาหารที่ร้านดังในโรงแรมห้าดาวของฮ่องกง เพราะรู้ดีกว่าลินดาคงไม่ทานร้านอาหารธรรมดาแน่ๆ สำหรับเธอต้องสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเธอจะงอนผมไปจนวันตาย


          เรานั่งจิบไวน์คู่กับอาหารไป คุยเรื่องเก่าๆสมัยเรียนไปด้วย รู้ตัวอีกทีไวน์ขวดที่สามก็หมดลงแล้ว ไม่ใช่เพราะผมหรอกนะ ลินดาเป็นสายปาร์ตี้ ชอบที่สุดคือการไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนๆ สมัยก่อนชอบบังคับผมไปด้วยประจำ เพื่อให้ผมลากกลับห้องเวลาเมาเละ ถึงผมจะไม่ชอบไปปาร์ตี้เท่าไหร่ แต่ผมก็อดห่วงลินดาไม่ได้ จนต้องคอยไปตามดูแล


          "คิดถึงดีน่านะ พอร์ชจำดีน่าได้มั้ย ที่เมื่อก่อนเคยไปตีเทนนิสด้วยกันบ่อยๆ แล้วก็ขับรถไปเล่นเซิร์ฟที่แคลิฟอเนียร์ช่วงซัมเมอร์ด้วยกันครั้งนึงน่ะ" ผมนั่งมองลินดาที่นั่งคุยเรื่องเมื่อก่อนด้วยรอยยิ้ม ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายเดือน แต่เธอก็ไม่เคยเปลี่ยน เธอเฟรนด์ลี่อยู่เสมอ มีเพื่อนเยอะตลอด


          "จำได้สิ คนที่เป็นเพื่อนสนิทลินซี่ใช่มั้ย ทำไมล่ะ"


          "ตอนนี้ดีน่าท้องลูกคนที่สองแล้วนะ ส่งรูปมาอวดใหญ่เลย เธอย้ายไปอยู่ฮาวายกับสามีที่เป็นดอกเตอร์สอนอยู่มหาลัยน่ะ" ลินดาขยับตัวโน้มข้ามโต๊ะมาหาผม เพื่อโชว์รูปของดีน่าที่กำลังท้องให้ผมดูจากโทรศัพท์มือถือของเธอ


          กลิ่นไวน์และกลิ่นหอมๆจากตัวลินดา ทำให้ผมเผลอมองหน้าสวยๆที่ยื่นเข้ามาใกล้ กี่ปีแล้วที่ผมแอบชอบเพื่อนสนิทตัวเอง แต่กลับไม่กล้าบอกออกไป ผมควรบอกไปวันนี้เลยมั้ย เราก็โตเป็นผู้ใหญ่กันขนาดนี้แล้ว ถ้าผมไม่เริ่มซักที แล้วเมื่อไหร่จะได้ขยับจากเพื่อนเป็นแฟนกัน


          "พอร์ช เป็นอะไร" ลินดาเรียกผมที่กำลังเหม่ออยู่ให้ดึงสติกลับมาที่เดิม เพราะผมเผลอเหม่อไปแล้วมองหน้าเธอไปด้วย


          "เปล่า ผมคงมึนน่ะ ไม่ได้ดื่มเยอะขนาดนี้ตั้งนานแล้ว ขอไปห้องน้ำหน่อยนะ" ผมส่งยิ้มให้ลินดา แล้วลุกขึ้นเดินออกมาจากโต๊ะ มาหยุดที่หน้าห้องน้ำ


          ผมต้องรวบรวมความกล้า วันนี้บรรยากาศในร้านก็ดี ควรให้นักดนตรีมาสีไวโอลินตอนผมขอเธอเป็นแฟนดีมั้ย เธอชอบอะไรที่มันดูหรูหราและมีระดับนี่นา จะขอธรรมดาคงไม่ได้แน่ๆ


          อยู่ๆภาพของใครบางคนก็แทรกเข้ามาในสมองแว่บนึง ผมรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเองออกไป ทำไมหน้าไอ้เด็กมาเฟียนั่นถึงโผล่มาตอนนี้ล่ะ


          "คิดถึงผมอยู่เหรอ คุณพัชระ^^" ดูสิ แม้แต่รอยยิ้มกวนๆยังตามมาหลอกหลอนเลย ผมว่าผมคงเมาแล้วจริงๆ ไวน์ตั้งสามขวดบวกกับการไม่ได้ดื่มเยอะมาตั้งหลายปี เมื่อกี้ลินดาก็สั่งของหวานมาอีกด้วย คงทำให้ผมเริ่มเมาจนเห็นภาพหลอนแล้วล่ะ


          "ลูกแมวน้อย แอบย่องหนีผมมากินข้าวกับผู้หญิงรึไง บอกมาซิว่าเป็นใคร ใช่คนที่คุณแอบชอบรึเปล่า^^" ภาพหลอนของผมก้าวเท้าเข้ามา รอยยิ้มดูหงุดหงิดเล็กน้อยค่อนไปทางมาก มือขยับดึงเอวผมเข้าไปหาตัว


          "เฮ้ย คุณ คุณมาที่นี่ได้ไง" ความร้อนจากฝ่ามือที่แตะตรงเอว หน้าอกที่สัมผัสกัน และลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่าย ทำให้ผมได้สติว่า นี่ไม่ใช่ภาพหลอน


          "ผมจะมาได้ไง ไม่เท่ากับว่าคุณมาได้ไง จะขอสาวแต่งงานรึไงถึงได้มาร้านแพงขนาดนี้" น้ำเสียงกับสายตากึ่งขำกึ่งดูถูกนี่มันอะไรวะ ทำไมผมจะกินข้าวที่นี่ไม่ได้ ถึงจะไม่ได้ชอบร้านหรูๆเท่าไหร่ เพราะต้องมาปั้นหน้าทำตัวระวังมารยาททุกฝีเก้า แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไร ผมมีปัญญาจ่ายจะไปกินที่ดาวอังคารยังได้เลย


          "ก็ไม่เชิง ตั้งใจว่าจะสารภาพรักน่ะ คุณว่ามีคนเล่นเพลงจากไวโอลินซักเครื่อง หรือจะเพิ่มเปียนโนดี ให้เค้าเซอร์ไพรส์ด้วยการปิดไฟแล้วจุดเทียนทั้งร้านดีมั้ย" ตอนนี้ผมกำลังตื่นเต้นจนแทบคุมสติตัวเองไม่ได้ ต้องการคนปรึกษาพอดี ถึงจะเป็นไอ้บ้ามาเฟียที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นเพลบอย คงให้คำแนะนำดีๆกับผมได้บ้าง


          "พอร์ช!! นี่จงใจกวนประสาทผมใช่มั้ย" แรงกอดที่เอวกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม จนเรียกว่ารัดก็ยังได้ ส่วนคนทำก็ทิ้งรอยยิ้มตัวเองไปก็ทำหน้าบึ้งตึงใส่ผม


          "กวนประสาทอะไรล่ะ ผมกำลังอยากได้ที่ปรึกษา ถึงเราจะไม่สนิทกันเท่าไหร่ ไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่อย่างน้อยคุณก็มีประสบการณ์ใช่มั้ยล่ะ ผมควรทำไง??"


          "..........." แล้วเงียบใส่ทำไมวะ


          "เออ ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ผมไปหาทางเองก็ได้ ขอตัวนะ" ไร้ประโยชน์จริงๆไอ้เด็กบ้านี่ ดีแต่หาเรื่องป่วนกวนประสาทผมไปวันๆสินะ ทุกครั้งที่มันโผล่หน้ามาก็มีแต่ตั้งใจจะมาเอาคืนเรื่องที่ผมไปด่ามัน ผมก็ลืมไป จะไปหวังพึ่งคนแบบนี้ได้ไงวะ


          "เดี๋ยวสิ ผมช่วยก็ได้" แขนผมถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่จะได้เดินออกไปจากตรงนี้


          "จริงเหรอ ช่วยจริงนะ ทำยังไงดีล่ะ ผมตื่นเต้นมากเลย ไม่เคยขอใครเป็นแฟนมาก่อน หรือคุณว่าร้านนี้มันยังดีไม่พอ ผมควรจัดสถานที่ขอแบบทุ่มทุนหน่อย ลินซี่ชอบอะไรที่ดีที่สุด หรูที่สุดซะด้วยสิ ปิดดิสนีย์แลนด์ขอเป็นแฟนนี่จะเด็กไปรึเปล่า" ผมหันไปส่งยิ้มดีใจ แล้วเสนอไอเดียในหัวตัวเองไปเป็นชุด


          "รักมากเลยรึไง ทำไมถึงลงทุนขนาดนี้" ฟงถามกลับมานิ่งๆ เดาสีหน้าไม่ได้


          "อืมมม ก็ชอบนะ เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้วล่ะ วันนี้เธอแวะมาเซอร์ไพรส์ผมน่ะ เธอไม่ได้อยู่ฮ่องกงหรอก แต่จะอยู่แค่สามสี่วัน"


          "งั้นวันนี้อย่าเพิ่งขอเลย ผมยังไม่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไง เดานิสัยไม่ออก ถ้าเกิดว่าจัดเซอร์ไพรส์ไปแล้วไม่ถูกใจ คุณมีสิทธิ์ถูกปฏิเสธได้เลยนะ^^"


          คำว่าปฏิเสธของฟง ทำให้ผมหน้าเฉาลงไปทันที นั่นสินะ ผมก็ลืมคิดไป ว่าลินดาจะชอบผู้ชายแบบผมรึเปล่า


          "ถ้าอย่างนั้นควรทำยังไงล่ะ ให้ผมเล่านิสัยลินซี่ให้ฟัง ดีมั้ย??"


          "ไม่ต้องหรอก คุณกลับไปนั่งที่เดิม เดี๋ยวผมจะแกล้งเดินไปทัก แล้วขอนั่งด้วย จะได้ทำความรู้จักผู้หญิงคนนั้นด้วยไง^^" ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีนะ รู้เขารู้เรารบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง


          "ได้สิ ขอบคุณนะฟง^^" ผมส่งยิ้มจริงใจไปให้คนตรงหน้าเป็นครั้งแรก คิดว่าพวกมาเฟียจะนิสัยไม่ดีซะอีก แต่จริงๆก็แอบมีมุมดีๆสินะ ผมคงอคติมากเกินไป


          "หึ ด้วยความยินดี ลูกแมวน้อย^^" ผมส่งยิ้มให้คนพูด เดินหมุนตัวออกจากอ้อมแขนมา ครั้งนี้ฟงยอมปล่อยผมมาง่ายๆ แต่ลูกแมวน้อยคืออะไร? แล้วทำไมยิ้มเหมือนมีแผนการ หรือว่ากำลังวางแผนช่วยผมอยู่


          "ไปนานจังพอร์ช ลินซี่ดื่มคนเดียวจนเบื่อแล้วเนี่ย พอร์ชมาดื่มต่อเป็นเพื่อนลินซี่เลยนะ ตามให้ทันด้วยล่ะ" พอผมเดินกลับไปที่โต๊ะ ลินดาก็ทำหน้างอนนิดหน่อย หยิบขวดไวน์ขึ้นมารินใส่แก้วผม


          "ได้สิ ขอบคุณนะ แต่ว่าถ้าเราเมาทั้งคู่ ใครจะลากใครกลับบ้านล่ะเนี่ย" เมื่อก่อนผมไม่เคยปล่อยตัวเองให้เมาเลย เพราะว่าลินดาจะเมาหลังจบปาร์ตี้ทุกครั้ง


          "ก็เปิดห้องที่นี่แหละ จะยากอะไร กลับไปทำไมให้วุ่นวาย เดี๋ยวลินซี่เปิดห้องให้พอร์ชอีกห้องก็ได้" ผมขำกับวิธีแก้ปัญหาแบบลูกคุณหนูของคนตรงหน้า


          "แล้วนี่ลินซี่พักที่ไหนล่ะ เผื่อเมามากผมจะได้พาไปถูก" ผมไม่เถียงด้วย เพราะสู้ไปก็ไม่เคยชนะ เปลี่ยนเรื่องไปถามที่อยู่เธอแทน


          "ก็โรงแรมนี้แหละ นี่เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดไม่ใช่รึไง พอร์ชคิดว่าลินซี่จะไปนอนที่ไหนได้ล่ะ" เธอมองผมขุ่นเคืองเหมือนกับว่า ผมนี่ช่างไม่รู้ใจเธอเลย


          "คร้าบบบบ รู้แล้วครับ ว่าสำหรับลินซี่ ต้องสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น"


          "นี่พอร์ช ที่ลินซี่มาครั้งนี้เพราะตั้งใจว่าจะชวนพอร์ชไป..."


          "อ้าว สวัสดีครับ คุณพัชระ" ลินดายังพูดไม่ทันจบ คนที่ผมนัดแนะเอาไว้ก็โผล่มาขัดจังหวะซะก่อน เธอเลยหันไปทำตาขุ่นใส่ แต่ไม่ได้วีนอะไร


          "สวัสดีครับคุณฟง" ผมทักแค่สั้นๆเพราะไม่อยากโกหกอะไรออกไป


          "มาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอครับ ดีจังเลยมีเพื่อนทานข้าวด้วย ผมนี่สิ มาคนเดียว เหงาจัง" โอเวอร์แอคติ้งมากไอ้เด็กนี่ เล่นเกินค่าตัวไปสิบเลเวล


          "ถ้าอย่างนั้นนั่งด้วยกันมั้ยครับ ลินซี่ นี่เพื่อนผมน่ะ ให้เค้านั่งกับเราได้รึเปล่า" ผมหันไปถามเพื่อนสนิทตัวเอง ที่มองฟงอยู่


          "อือ ได้สิ" ลินดาพยักหน้าส่งยิ้มบางๆมาให้


          "ขอบคุณนะครับ ผมฟงครับ^^" เด็กมาเฟียทิ้งตัวลงนั่งฝั่งเดียวกับผม ส่งยิ้มทักทายลินดา ยื่นมือไปตรงหน้าเพื่อทำความรู้จักโดยที่ผมไม่ต้องแนะนำเลย


          "ลินดาค่ะ แต่เรียกลินซี่ดีกว่านะคะ^^" ลินดาส่งยิ้มกลับมา ยกมือขึ้นจับทำความรู้จักเหมือนกัน


          "แต่ไม่ใช่คนไทยใช่มั้ยคะ ทำไมพูดภาษาไทยเก่งจัง" หลังจากทักทายกันเสร็จ เพื่อนสนิทสุดเฟรนด์ลี่ของผมก็หาเรื่องชวนคนมาใหม่คุย พร้อมกับจิบไวน์ในมือไปด้วย


          "ผมเป็นลูกครึ่งไทยครับ พ่อเป็นคนไทย พูดไทยไม่เก่งเท่าไหร่หรอก ได้แค่พื้นฐาน แต่ก็ขอบคุณที่ชมนะ^^" สมกับเป็นคาสโนว่า ไม่เคยหลุดมาดร้ายๆต่อหน้าสาวๆจริงๆ


          เราสามคนนั่งคุยกันไปจิบไวน์ไปเรื่อยๆ ลินดาพูดคุยกับฟงอย่างถูกคอ ไม่นานก็เหมือนจะเป็นเพื่อนกันได้อย่างกับสนิทกันมาซักสิบปี


          "นี่มีธุรกิจอะไรอยู่ที่นี่เหรอคะ ถึงมาคบกับพอร์ชได้น่ะ ไม่เสียมารยาทใช่มั้ย ถ้าจะถาม" สาวสวยที่เริ่มเมาหลังจากไวน์หมดไปแล้วเกือบสิบขวด เพราะเราสามคน ผมเองก็มึนนิดๆแล้วเหมือนกัน เลยพยายามจิบให้ช้าลงเพราะต้องไปส่งลินดาที่ห้องด้วย


          "ผมมีร้านเล็กๆอยู่ที่ฮ่องกงน่ะครับ ถ้าวันไหนว่างก็เชิญมาได้นะ^^" ฟงยิ้มตอบ


          หึ ร้านเล็กตรงไหนกัน เดอะสเตชั่นกำลังโด่งดังไปทั่วฮ่องกง ใครบ้างไม่รู้จัก ยิ่งไอ้คนที่นั่งข้างผมนี่คนโคตรดังของที่นี่เลยนะ มาเฟียคนดังไง


          "ร้านเล็กๆ? พอร์ชคบเพื่อนแบบนี้ด้วยเหรอเดี๋ยวนี้" สีหน้าลินดาเปลี่ยนไปนิดหน่อย หลังจากได้ยินฟงพูดถ่อมตัว คงจะคิดว่าเป็นร้านเล็กจริงๆสินะ


          "ลินซี่ ฟงเค้าพูดเล่นน่ะ เดอะสเตชั่นน่ะ มีทั้งโซนผับ โซนคาสิโนเลยนะ ใหญ่ที่สุดในเกาะฮ่องกงแล้ว" ผมช่วยแก้ต่างให้


          "แหม แล้วก็ไม่บอกนะคะ คิดว่าจะเล็กจริงซะอีก ก็นึกอยู่แล้วเชียว ว่าแบบพอร์ชจะลดตัวไปคบกับคนธรรมดาได้ยังไง" รอยยิ้มลินดากลับมาเป็นมิตรกับฟงเหมือนเดิม


          ทำไมผมรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ที่เพื่อนผมกลายเป็นคนแบบนี้


          "ลินซี่ ผมไม่ได้คบคนที่ฐานะนะ ลินซี่ก็น่าจะรู้"


          "ล้อเล่นหรอกน่าพอร์ช ทำจริงจังไปได้" ลินดารีบหัวเราะเอาใจ เพราะรู้ว่าผมไม่ค่อยชอบนิสัยดูถูกคนของเธอ นี่เป็นข้อเสียข้อเดียวที่รู้สึกว่าจะหนักขึ้นทุกวัน


          "ผมว่าลินซี่เมามากแล้วล่ะ ผมไปส่งที่ห้องดีกว่ามั้ย ไว้พรุ่งนี้เช้าผมมารับไปเที่ยวนะ" ผมลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะไปหาเพื่อนสนิทตัวเอง แตะแขนเบาๆให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมา


          "อือ เอางั้นก็ได้ ดึกแล้วเหมือนกัน ลินซี่ไม่อยากให้หน้าโทรม พรุ่งนี้พอร์ชมารับตอนเที่ยงได้มั้ย ขอลินซี่นอนนานหน่อย เจทเล็ทแล้วเนี่ย วันนี้ลงเครื่องก็ตรงไปหาพอร์ชทันที คิดถึงน่ะ" ลินซี่ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าแล้วทิ้งตัวลงมาทางผม ผมเลยต้องช่วยประคองเอาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มกว้างกลับไปให้อย่างดีใจ กับคำว่า คิดถึง


          "คร้าบบบ เจ้าหญิง รับคำบัญชา^^"


          เพล้ง!!!


          ผมหันกลับไปมองต้นเสียงที่เหมือนอะไรซักอย่างแตก เจอฟงที่มีแก้วไวน์ที่แตกละเอียดคามืออยู่ มองตรงมาที่เราด้วยสีหน้าเจ็บปวด แน่ล่ะแก้วบาดเต็มมือเลยนี่นา


          "เฮ้ คุณ มือคุณน่ะ เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บมากมั้ย" ผมประคองลินดานั่งลงที่เดิม แล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหาคนที่โดนแก้วบาดที่มือ


          "ไม่เป็นไร เราไปส่งเพื่อนคุณที่ห้องกันเถอะ^^" ฟงสะบัดมือสองสามทีเพื่อให้เศษแก้วหลุดออกจากมือตัวเอง แล้วปล่อยมันไว้อย่างนั้น ไม่ได้ใส่ใจ


          "ไม่เป็นอะไรได้ยังไง ถืออะไรของคุณเนี่ย เมาเหรอ?"


          "ไปส่งเพื่อนซะ เดี๋ยวจะได้คุยกันว่าจะเอาไงต่อ" ฟงหุบยิ้มตัวเอง มองผมอย่างหงุดหงิด ผมเลยพยักหน้าตกลง เรียกพนักงานมาเก็บเงิน แล้วเดินกลับไปพยุงลินดาขึ้นมา พาไปที่ลิฟ


          "ขอบคุณนะพอร์ช แล้วพอร์ชล่ะ ค้างที่นี่มั้ย" ผมส่งลินดาถึงหน้าห้อง เพราะเจ้าตัวยังไม่เมาขนาดคุมสติตัวเองไม่ได้ เพื่อนสนิทเลยถามอย่างใจดี


          "ไม่เป็นไร ผมกลับได้ เดี๋ยวต้องกลับไปเคลียงานต่อน่ะ ลินซี่นอนพักนะ พรุ่งนี้เจอกัน ล็อคห้องด้วยล่ะ" ผมส่งยิ้มไปให้ ปิดประตูส่งรอฟังจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายล็อคห้องแล้ว ถึงเดินกลับออกมาพร้อมกับฟง


          "ผมว่าคุณควรไปทำแผลนะ มือคุณเลือดไหลแล้ว" ผมมองแผลคนที่เดินมาข้างๆอย่างกังวล


          "ไม่ ผมเกลียดโรงพยาบาล ถ้าคุณอยากให้ผมทำ คุณก็ทำแผลให้ผมสิ^^"


          "งั้นก็เชิญปล่อยให้มันเน่าจนต้องติดทิ้งไปละกัน ตัวใหญ่ยังกะควายกลัวโรงพยาบาลเนี่ยนะ"


          "คุณไม่อยากได้แผนการจีบลินดาแล้วใช่มั้ย ถึงได้พูดแบบนี้^^"


          ผมลืมไปแล้วนะเนี่ย ว่าให้ฟงช่วยคิดวิธีขอลินดาเป็นแฟน


          "งั้นจะไปทำแผลที่ไหนล่ะ ห้องพยาบาลของโรงแรมดีมั้ย เดี๋ยวผมพาไป"


          "ไปคอนโดฯผมละกัน ใกล้ๆแค่นี้เอง ผมมีอุปกรณ์ครบ^^" ก็ควรครบหรอก คงถูกยิงปากบ่อยสินะ หรือไม่ก็ตา กวนประสาทเบอร์นี้


          "เห้ออ เอาอย่างนั้นก็ได้" ผมพยักหน้าตกลง แล้วก็ยอมขึ้นรถฟงไป ไม่ใช่ว่ายอมง่ายๆหรอกนะ แต่ผมดื่มมาไง เลยขับรถไม่ได้ จะให้นั่งแทกซี่ไปก็เสียเวลาเปล่า ยังไงก็ต้องไปที่เดียวกันอยู่แล้ว

 



          "เข้ามาสิ^ ^" เจ้าของห้องเปิดประตูกว้างให้ผมเดินนำเข้าไปก่อน แล้วตัวเองก็เข้ามาปิดประตู เดินแซงผมไปทางโซฟาห้องรับแขก


          "กล่องยาล่ะ" ทำไมถึงไม่ให้ลูกน้องที่เดินตามมาเป็นสิบคนเมื่อกี้ทำให้วะ ผมเมานะเว้ย ต้องมาทำแผลบ้าบอนี่อีกทำไม


          "อยู่บนโต๊ะในห้องนอนน่ะ" ผมพยักหน้าเดินเข้าไปในห้องนอน ตามที่เจ้าของห้องบอก แต่บนโต๊ะกลับไม่มีกล่องยา ผมหันกลับมาจะเดินออกไปถามฟงว่าจำที่เก็บผิดรึเปล่า แต่เจ้าของห้องกลับยืนยิ้มอยู่ด้านหลังผมในระยะที่ชิดมาก


          ^ ^


          "ไม่มีกล่องยา งั้นผมกลับแล้วนะ คุณทำแผลเองละกัน ไม่งั้นก็ไปหาหมอ" ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยปลอดภัย ผมลืมไปได้ยังไง ว่าผมเคยถูกไอ้เด็กบ้านี่จับกดกับเตียงถึงสองครั้ง


          "เดี๋ยวสิ ลูกแมวน้อย ย่องเข้าห้องคนอื่นแบบนี้ จะกลับไปง่ายๆได้ยังไง^^" เอวผมถูกคว้าไปล็อคเอาไว้ในแขนของจอมมารร้าย ดิ้นเท่าไหร่ก็คงไม่หลุด เพราะผมเคยพยายามมาหลายครั้งแล้ว


          "เมารึไง ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ" ผมทำเสียงดุกลับไปให้รู้ว่าผมจะโกรธจริงๆถ้ามันยังไม่ปล่อย เวรเอ๊ย ไม่น่าตามมาเลยจริงๆ


          "เวลาดุแล้วน่ารักจัง ^ ^" ฟงยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆรดอยู่ที่จมูกของผม


          "นี่ มือคุณเป็นเลือดนะ ไม่ทำแผลรึไง ปล่อยเอาไว้ เดี๋ยวได้ตัดมือหรอก" ผมหาข้ออ้างให้อีกฝ่ายปล่อย


          "ห่วงผมเหรอ? ^ ^"


          "ปล่อย!!!"


          "โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว มาคุยกันดีๆนะ ผมคิดวิธีจีบลินดาให้แล้วไง" ผมหยุดดิ้นออกจากแขนที่แข็งเหมือนเหล็กหันไปตั้งใจฟังทันที


          "อะไร?"


          "จากที่ผมเห็น ลินดากับคุณดูแตกต่างกันมากนะ ไม่น่าจะเข้ากันได้ ทำไมถึงเป็นเพื่อนกันได้นานขนาดนี้ เธอดูแรงๆ ส่วนคุณดูอ่อนต่อโลก"


          "ผม จะ กลับ" ใครจะอยู่ให้มันดูถูกซ้ำซากวะ เออ ถึงผมจะไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีอะไรกับใคร แต่ทำไมชอบย้ำจังวะ


          "อย่าเพิ่งโกรธสิ ที่ผมพูดไม่ได้จะดูถูกพอร์ชนะ แค่อยากบอกว่า ถ้าคุณจะจีบลินดา คุณต้องพัฒนาเรื่องแบบนั้นให้เก่งๆหน่อย อย่างน้อยก็ต้องจูบให้ประทับใจ"


          ผมหรี่ตามองคนพูดอย่างจับผิดทันที นี่มันจะหาประโยชน์เข้าตัวเองอีกรึเปล่าวะ มันต้องวางแผนอะไรแน่ๆ แต่สายตาก็ยังดูนิ่งๆเหมือนเดิม ไม่ได้เจ้าเล่ห์อะไร ผมเลยนิ่งทำท่าบอกให้ฟงพูดต่อ


          "คุณบอกว่าลินดาชอบสิ่งที่ดีที่สุดใช่มั้ย?" ผมพยักหน้า "แล้วเธอก็ดูจะชอบผู้ชายที่เชี่ยวชาญนะ ผมมองแว๊บเดียวก็รู้แล้ว"


          ผมเริ่มเห็นด้วย ฟงเป็นเสือผู้หญิงนี่นา มันต้องมองคนออกอยู่แล้ว ที่ผ่านมาลินดาก็คบแต่ผู้ชายที่เป็นคนดังของมหาลัย พวกผู้ชายเจ้าชู้ดูแบดๆมาตลอด ผมนี่ไม่เข้าข่ายสเป็คเธอเลย ถึงได้ไม่กล้าสารภาพรักไปไง


          "แล้วผมต้องทำยังไงล่ะ หรือต้องไปหาผู้หญิงซักคนมาฝึกให้"


          "ไม่เห็นต้องลำบากเลย ผมนี่ไง ผมจะช่วยเอง^^" ฟงอาสาทำท่าเหมือนคนใจดี


          "ปล่อยเลย อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทันนะ คิดจะทำบ้าๆกับผมอีกรึไง"


          "ใช่ที่ไหน ทำไมมองผมในแง่ร้ายจัง ผมหวังดีอยากจะช่วยจริงๆ ยังไงเราก็จูบกันไปตั้งหลายครั้ง คุณก็น่าจะรู้ดีว่าผมจูบเก่งแค่ไหน ถ้าได้ผมสอน รับรองผู้หญิงที่ไหนก็ติดใจ ไปไม่รอดทั้งนั้นแหละ"


          ก็จริงอยู่ ที่มันจูบโคตรเก่ง เรื่องนั้นผมรู้ดีเลยล่ะ แม้แต่ผมยังเคลิ้มไปทุกครั้ง


          ผมกัดปากอย่างใช้ความคิด ชั่งใจว่าจะทำแบบนี้ดีรึเปล่า แต่ถ้าอดทนเป็นเพื่อนกันต่อไป บางทีลินดาอาจจะไปคบกับใครสักคน เจอคนที่ถูกใจ แล้วผมก็ต้องเสียเธอไป


          "ตกลง เอาอย่างนั้นก็ได้"


          ^ ^


          ทำไมพอผมตกลง ผมถึงเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาจากคนข้างหน้าแว๊บนึงล่ะ หรือผมตาฝาดเพราะอคติวะ


          "งั้นบทเรียนแรกก่อนเลยนะ.....จูบผม^ ^"


          "ไม่ แค่บอกวิธีมาก็พอแล้ว ทำไมต้องจูบกันจริงๆด้วย" ไม่มีวันที่ผมจะเริ่มจูบไอ้บ้านี่ก่อนแน่ๆ


          "ถ้างั้นข้อตกลงก็ยกเลิก เชิญเป็นเพื่อนกันต่อไปอีกสิบยี่สิบปีแล้วรอเลี้ยงลูกของลินดากับคนอื่นก็แล้วกัน^^"


          "โธ่เว้ย เออ ก็ได้"


          ผมเมาใช่มั้ย ถึงได้ยอมตกลงทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ ไม่มีวันที่คนอย่างผมจะไปจูบผู้ชายแน่ๆ แต่ครั้งนี้ถือว่าทำเพื่อคนที่แอบชอบมาหลายปีก็แล้วกัน ผมขยับหน้าเข้าไปใกล้ไอ้มารร้าย หลับตากดปากลงไป แล้วนิ่งค้างไว้แบบนั้น


          "พอร์ช นี่เรียกจูบเหรอ คุณจูบแบบนี้ผู้หญิงได้ผลักคุณล้มแล้ววิ่งหนีพอดี ต้องจูบให้ร้อนแรงกว่านี้สิ เหมือนที่ผมเคยทำไง" ฟงดันไหล่ผมออกห่าง มองด้วยสีหน้าระอาใจ


          "เออ รู้แล้วน่า" ดูถูกกันเข้าไป เดี๋ยวทำให้ดูว่าผมเองก็แน่เหมือนกัน


          ผมประกบปากลงไปอีกครั้ง กดจูบลงไปแรงๆแล้วผละออกนิดแล้วกดลงไปซ้ำอีกครั้ง ทำวนอยู่แบบนั้นพักนึงก็เลื่อนปากตัวเองไปที่ปากล่างของฟง งับลงไปเบาๆดูดเม้มกลืนเข้าไปในปากตัวเอง


          "อา" ฟงขยับตัวลงไปนั่งที่เตียง ดึงตัวผมให้ขยับเข้าไปยืนระหว่างขาตัวเอง รัดเอวผมไว้แน่น


          "เป็นไงบ้าง?" ผมผละออก ก้มลงไปถามคนที่นั่งหลับตาพริ้ม จะพริ้มทำไมวะ ไหนบอกว่าแค่สอนไง


          "พอร์ช เวลาจูบอย่าหยุดพูดสิครับ ต่อเลย" คนตอบยังไม่ยอมลืมตา ดึงเอวผมเข้าไปเบียดตัวเองมากขึ้นอีก ผมถอนหายใจเบื่อหน่าย แล้วก้มหน้าลงไปอีกครั้ง


          ผมจับสองแก้มบังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับจูบของผมอย่างถนัด แต่กลายเป็นผมที่ถูกฟัดเข้าที่ปากแทน ฟงเปลี่ยนจูบเด็กน้อยของผมให้กลายเป็นจูบร้อนแรง สอดลิ้นร้อนชื้นเข้ามาจนผมแทบทรุด ดีที่อีกฝ่ายรัดเอวเอาไว้แล้ว ดึงตัวผมไปนั่งที่ตัก กัดปากผมอย่างแรง ทั้งดูดเม้มกลืนปากผมไม่หยุดพักให้หายใจเลยซักนิด


          "พอร์ช อา" หลังจากจูบยาวนาน มือฟงก็เริ่มขยับ ปากไล่ลงมาที่ซอกคอ


          "พอแล้ว ผมว่าผมคงเริ่มเมาแล้วล่ะ ขอตัวกลับก่อนนะ อย่าลืมทำแผลด้วยล่ะ" ผมจับไหล่สองข้างของฟงดันตัวออก รู้สึกว่ามันเริ่มมากเกินไป


          "พอร์ช รักเค้ามากเลยเหรอ เป็นผมไม่ได้รึไง" ผมเดินออกมาไกลเกินกว่าจะได้ยินว่าฟงพูดอะไร แต่น้ำเสียงตัดพ้อและน้อยใจแบบนี้คงจะพูดอะไรกับตัวเองมากกว่าล่ะมั้ง ไม่เกี่ยวอะไรกับผมหรอก ผมควรรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดมากกว่า


พี่ฟง


#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: ขอโทษทีช่วงนี้มีแต่สเปเชียล สารภาพตามตรงว่าป่วยเลยไม่ได้แต่งต่อ เพราะสมองเบลอ คิดอะไรไม่ออก เลยลงสเปให้ ขอเวลาซักนิดนะ สำหรับทีมพีรญาอย่าเพิ่งเสียใจ ไว้หายเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแต่งให้เลยนะ ตอนนี้ก็อ่านสเป ฟงพอร์ชที่แต่งเอาไว้ไปก่อนได้มั้ยตัวเธอวววววว  **ปล.ถึงจะป่วยก็ยังมีอารมณ์หารูปพี่ฟงมาลงได้ตลอด**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3449 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:28
    กว่าจพรักกันได้
    #3449
    0
  2. #3318 s.lattecoffee (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 20:53
    สงสารพี่ฟง ฮืออออออออ
    #3318
    0
  3. #2944 pla.lookpla (@lookplapla) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 15:18
    รออยู่นะคะ โคตรน่ารักเลย
    #2944
    0
  4. #2888 Chompoo Za (@0913851443) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 16:30
    พักบ้างนะคะไรท์ ยังไงก็รออ่านนะคะ
    #2888
    0
  5. #2887 Meanmae (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 14:08
    มาเลยค่ะ สเปก้ชอบ ขอฟงพอร์ชรัวๆ
    #2887
    0
  6. #2886 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 14:00
    ฟงเอ๊ยยยย แผนสูงจริง 5555 แต่พอร์ชก็น่ารักนะไม่ดูถูกคนฐานะต่ำกว่าและให้เกียรติผญ แสนดีอะะ แต่ตัดคะแนนตรงซื้อบื้อกับอ่อนโลกเนี่ยแหละ 555555
    #2886
    0
  7. #2883 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 13:27
    อิมเมจฟงคือหล่อดีงาม เรื่องก็น่าติดตาม ชอบฟงแบบนี้ พอร์ชที่มึนๆหน่อย น่าร้ากกก
    #2883
    0
  8. #2881 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 11:46
    ชอบทุกคู่และอ่านได้หมด หุหุ
    พี่ฟงอะแผนสูงจังเลยนะ^^
    #2881
    0
  9. #2880 a_liew (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 10:36
    อิพี่ฟงนอนได้อ้อยยอะไรเบอร์นั้นนนนนนน =///.,///='

    เจ้าแผนการจอมวางแผน ถึงพี่พอร์ชจะดูใสใส แต่ก็ไม่โง่นะคะคุณณณณ

    จะรุกจะคืบอัลลไลลลลล ก็ระวังแกะตื่นนนน!!!!

    อิพี่ฟงตอนแรกคงอยากแกล้ง แต่ไป ๆ มา ๆ ดูจะตกหลุมร่วงลงไปทั้งตัว!

    ส่วนพี่พอร์ช เหมือนยังอยู่แค่ปากหลุม me/เอาไม้เขี่ยะให้พี่พอร์ชร่วงงงงงงงง #โดนถีบบบบ



    **คนแต่งได้นอนบ้างหรือยังงงง -__-????????????
    #2880
    0
  10. #2876 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 09:29
    คู่ไหนก็ได้ เราอ่านหมดดดดด
    #2876
    0
  11. #2871 oranongseadan (@oranongseadan) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 07:51
    จะคู่ไหนก็รอหมดแหละ
    #2871
    0
  12. #2870 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 07:47
    รอคร้าาาา
    #2870
    0
  13. #2867 NarisVittayagon (@NarisVittayagon) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 07:02
    ได่ค่ะรออยุ่เลยค่ะพร้อมเสพอิอิ
    #2867
    0