END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 9 : สัมผัสครั้งที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,631 ครั้ง
    15 ส.ค. 62



ออดี้สีดำพาเลี้ยวกลับมายังคอนโดฯอีกครั้งหลังไปซื้อของสดมาครบเรียบร้อย ร้านที่พี่ทัชพาไปคนไม่เยอะมาก เห็นบอกว่าตั้งใจเลือกร้านนี้แม้ราคาจะสูงหน่อยแต่ของคุณภาพดี ส่วนตัวผมคิดว่าที่เขาเลือกไม่ได้เพราะติดหรูแต่ไม่อยากให้ผมอึดอัดกับสถานที่ที่มีคนเยอะมากกว่า

คนพามาปล่อยให้ผมเลือกวัตถุดิบตามใจชอบ ตัวเองก็สลัดคราบคุณหมอมาเข็นรถเดินตาม คอยใช้ตัวเองบังผู้คนที่เดินสวนไปมาเอาไว้ตลอดจนผมไม่ได้สัมผัสถูกตัวใครเลยตั้งแต่เข้าร้านจนจ่ายเงินเดินออกมา

พี่ทัชทำตามสัญญาที่พูดเอาไว้จริงๆ เรื่องที่จะปกป้อง

“เหม่ออะไรครับ เดี๋ยวมีดบาดเอาหรอก” เจ้าของห้องเดินมาหยุดด้านหลัง ต่อให้ระยะห่างไม่ได้มากแต่เป็นระยะที่ผมเคยอึดอัด

ย้ำว่าเคย เหมือนว่าผมจะเข้าใกล้พี่ทัชได้มากกว่าเดิม ส่วนคนอื่นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเหมือนกับพี่ทัชไหมเพราะยังไม่เคยลอง นับว่าตอนนี้พี่เขายังเป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้ๆโดยไม่อึดอัด

“คิดเมนูที่จะทำเพิ่ม พี่อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม”

“ไม่ใช่มั้ง ตอนซื้อของแตมถามพี่แล้วนี่” คนรู้ทันพูดดัก “กังวลเรื่องที่วันนี้ออกไปซื้อของเหรอ หรือไปโดนตัวใครตอนพี่ไม่เห็น บอกพี่ได้นะ”

“คนเป็นหมอเนี่ย อ่านใจคนได้ด้วยเหรอ ไม่ยักรู้ เขาสอนในวิชาไหนอะพี่” ผมหันไปยิ้มทะเล้น เลี่ยงไม่บอกว่าจริงๆแล้วไม่ได้คิดเรื่องของคนอื่น แต่เป็นคนที่อยู่ตรงหน้านี่เลย ใครจะกล้าบอกเล่า

“ไม่ใช่วิชาดรออิ้งก็แล้วกัน ว่ายังไงหืม?”

“ก็เปล่า” ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้ คนรู้ทันก็คือคนรู้ทันไง “พี่ดูแลแตมดีมาก แตมไม่ถูกตัวใครเลยครับ เป็นครั้งแรกเลยที่แตมไปซื้อของในซูเปอร์ใหญ่ๆด้วยตัวเอง ส่วนมากถ้าไม่สั่งเอาก็ร้านสะดวกซื้อด้านล่าง”

“กลัวไหม”

“ไม่เท่าไหร่ เพราะมีพี่ทัชไปด้วย แตมเลยรู้สึกว่าตัวเองจะปลอดภัย ขอบคุณนะครับ”

คนฟังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา นอกจากสายตาที่ยากจะคาดเดาความคิด เป็นสายตาในแบบที่ผมไม่สามารถทนสบตาได้อีกเพราะมันทำให้หน้าร้อนแปลกๆ

ทานข้าวเรียบร้อยเจ้าของห้องก็อาสาล้างจานให้ผมเลยเดินไปนั่งเล่นโทรศัพท์ที่โซฟารอ เปิดเช็กไลน์ก่อนอันดับแรกเพื่อตอบข้อความลูกค้า จากนั้นก็คุยกับคุณพายอีกนิดหน่อยจนอีกฝ่ายขอตัวไปเตรียมของสำหรับทำเค้กวันพรุ่งนี้ ผมแซวเรื่องความอร่อยจนคนแน่นร้านกับปาติซิเย่คนสวยไปอีกนิดก็เปลี่ยนไปเล่นไอจีแทน

รูปแรกที่ขึ้นมาคือไอ้กรรณที่โพสไปเที่ยวเขาใหญ่กับอิง บรรยากาศดีเชียว ตอนแรกสองคนนั้นชวนผมแล้วล่ะแต่ใครจะไปอยากเป็นก้างคู่รักเขาพรีฮันนีมูนกัน ผมคอมเม้นต์ข้อความแสดงความรู้สึกหมั่นไส้ลงในไอจีเพื่อนรักเสร็จพี่ทัชก็ตามมานั่งข้างๆพอดี

“ดูอะไรครับ”

“อ่า แตมลืมไป ต้องกลับห้องแล้วใช่ไหม” ผมขยับตัวเตรียมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เผลอนั่งอยู่ห้องพี่เขาหลังทานอาหารเสร็จจนดึกทุกที ถึงเจ้าของห้องไม่กล้าไล่ก็อาจจะไม่สะดวกใจก็ได้

“พี่ถามว่าดูอะไร พี่ไม่ได้ถามว่าทำไมไม่กลับห้องนะ น้องแตมต้องแคะหูบ้าง”

“ปากร้ายย”

“ไม่ร้ายอย่างเดียว นุ่มด้วย ลองไหม”

อึก!

ผมเผลอมองตาม ที่ริมฝีปากสีชมพูอย่างคนสุขภาพดีของพี่ทัช ดูนุ่มอย่างที่เจ้าของโฆษณาเอาไว้ ซ้ำเมื่อครู่คงจะเพิ่งดื่มน้ำก่อนออกจากครัวมาทำให้กลีบปากนั้นฉ่ำชุ่มน้ำไม่แห้งผากอย่างปากผมซึ่งตอนนี้แห้งแล้งไปถึงลำคอ

นุ่มจริงไหมนะ

“โฆษณาเกินจริง แตมจะฟ้องสคบ.นะพี่ทัช” พอได้สติก็ปล่อยมุกกลบเกลื่อน คนโฆษณาตัวเองหัวเราะหึหึโรคจิตอีกแล้ว

“แตมฟ้องไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ทดลองสินค้า แบบนี้สบค.ไม่รับฟ้องหรอกนะครับ”

“แล้วทำยังไงถึงจะรับฟ้อง”

“ก็ต้องทดลองใช่ก่อน ถ้าไม่นุ่มจริง พี่ยินดีจ่ายค่าปรับให้แตมโดยไม่ต้องเสียเวลาขึ้นศาลเลย...เอาไหม”

“เอา...ก็บ้าแล้ว! อย่ามานั่งขวางนะพี่ทัช แตมจะกลับห้อง”

“หึหึหึ จะไปไหนล่ะ เมื่อกี้ยังไม่ตอบพี่เลยนะว่าดูอะไร” พี่ทัชเอาแขนใหญ่ๆของตัวเองขวางผมไว้ แต่ไม่ได้ถูกตัวกัน แค่กั้นด้านหน้าผมก็ลุกจากโซฟาไม่ได้แล้ว

สักวันจะงับให้แขนขาดเลย

“ดูรูปไอ้กรรณในไอจี มันไปเที่ยวกับอิงน่ะเลยเม้นแกล้งมันไปหน่อย”

“อิจฉาเพื่อน นิสัยไม่ดีเลยเรา”

“ก็ดูมันดิ รู้แล้วว่ามีแฟนจะอวดไรนักหนา ก็รู้ว่าแตมก็อยากมี ไหนจะไปเที่ยวอีก แตมก็อยากเที่ยวแต่จะให้ไปกับพวกมันก็ไม่อยากไปขัดความสุขคู่รัก เฮ้ออ ไม่น่าคบมันเป็นเพื่อนคนเดียวเลย”

“ใครบอกล่ะ ตอนนี้แตมก็คบกับพี่อยู่ไงครับ”

ผมตาโตเพิ่งนึกขึ้นมาได้ จริงอย่างพี่ทัชว่า ผมไม่ได้มีไอ้กรรณเป็นเพื่อนคนเดียวแล้วนี่ ผมมีพี่ทัชอีกคนที่สบายใจเวลาอยู่ด้วย

“จริงด้วย เราสองคนก็คบกันอยู่นี่เนอะ งั้นพี่ทัชอยากไปเที่ยวกับแตมไหม ไม่ต้องตอนนี้ไว้ให้ว่างๆก็ได้ แตมอยากเที่ยวแต่ไม่ชอบไปคนเดียว...แตมกลัว” ตอบแล้วก็หงอย แค่ออกห่างจากคอนโดฯผมก็ไม่ค่อยจะกล้าแล้ว ให้ไปถึงต่างจังหวัดถ้าไม่มีพ่อแม่ หรือไอ้กรรณไป เลิกหวังได้เลย

“อยากไปที่ไหนล่ะครับ” คำถามที่จุดประกายความหวัง ผมรีบเปิดโทรศัพท์อวดรูปภาพที่เคยเซฟเอาไว้โชว์คนข้างๆทันที ปากก็อธิบายสถานที่ไปด้วย

“แตมอยากไปล่องแพไม้ไผ่ ที่นครศรีธรรมราช มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ด้วยนะ เล็งมาเป็นปีแล้วแต่ไม่ได้ไปเลย” รูปภาพนับสิบถูกสไลด์ผ่านไปเรื่อยๆ ทั้งสถานที่พักและกิจกรรมล่องแพโดยมีไม้ไผ่ยาวๆต่อกัน และไม้ชนิดเดียวกันอีกอันใช้ถ่อล่องไปตามแม่น้ำ

“อืม น่าสนใจนะ ไปสิ”

“ไปได้จริงเหรอ!” ผมตาวาวขึ้นมาทันที กระโดดเข้าไปเกาะแขนพี่ทัชไว้แน่นเหมือนกลัวว่าถ้าไม่จับไว้พี่เขาจะเปลี่ยนไป

สายตาใต้กรอบแว่นวูบไหวไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาอ่อนโยนตามเดิม

“จริงสิครับ ต้นเดือนหน้าพี่มีวันหยุดอยู่สามวัน เราไปกันดีไหม”

“ไป แตมอยากไป ต้นเดือนหน้าก็อีกแค่สองอาทิตย์กว่าๆเอง โหห ตื่นเต้น แตมจะไปอวดไอ้กรรณให้มันอิจฉาบ้าง แต่ไม่ให้มันไปด้วยนะ ไปกันแค่สองคนกับพี่ทัชก็พอ”

“ครับ ไปแค่เราสองคนที่คบกันก็พอเนอะ”

 

ยามพระอาทิตย์ขึ้นตรงหัวอากาศจะร้อนเป็นพิเศษ ผมรีบเดินฝ่าแดดจากลานจอดรถเข้าไปในโรงพยาบาล พร้อมกับถุงกระดาษขนาดใหญ่อีกหนึ่งใบในมือ สายตากวาดหาสิ่งที่ต้องการกระทั่งพบว่าอยู่ไม่ไกลนักก็เข้าไปทันที

“ขอโทษนะครับ”

“ค่ะ ติดต่ออะไรคะ” หญิงสาววัยประมาณยี่สิบปลายๆในชุดพยาบาลสีขาวส่งรอยยิ้มมาให้ สมกับเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

“ผมมาขอพบ คุณหมอทัชกรครับ”

“ไม่ทราบว่าคุณหมออยู่แผนกไหนคะ จะได้ติดต่อได้ถูก” ถามกลับมาอย่างนี้ผมก็ตอบกลับไปไม่ได้ ไม่เคยถามเลยว่าพี่ทัชเป็นหมอแผนกไหนกันแน่ เหมือนจะคุยกันเรื่องนี้อยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไร

“ว่ายังไงคะ” คุณพยาบาลถามย้ำอีกครั้ง จะโกรธเธอก็ไม่ได้อีกที่เร่งเพราะคนต่อคิวด้านหลังเพื่อสอบถามก็มี ผมผิดเองที่ลืมถามพี่ทัชไว้

“ผมไม่รู้ว่าแผนกอะไรครับ”

“อ้าว? แล้วนัดไว้ไหมคะ”

“ไม่ได้นัดครับ พอดีตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์พี่เขาน่ะครับ”

“อ้อ ไม่ใช่คนไข้นี่เอง” คุณพยาบาลหันไปยิ้มกับเพื่อนข้างๆ ก่อนจะหันมาซักถามข้อมูลเพิ่ม “ถ้าอย่างนั้นมีชื่อนามสกุลคุณหมอไหมคะ พี่จะช่วยดูให้เท่าที่ทำได้”

“ขอบคุณครับ ผมทราบแค่ว่าพี่เขาเป็นหมอโรงพยาบาลนี้ ชื่อนายแพทย์ ทัชกร อินทุบดินทร์ ครับ”

พี่พยาบาลคนที่คุยกับผมทำหน้าคิด ผิดกับอีกคนข้างๆซึ่งเดินมาหลังผมแจ้งชื่อตอนแรกที่ร้องอย่างนึกขึ้นมาได้ทันที

“ก็คุณหมอทัชกร ที่หล่อๆไงเธอ วันก่อนเธอยังชี้ให้ดูอยู่เลยลืมแล้วเหรอ”

“อ๋อออ คุณหมอแผนกจิตเวชคนนั้นน่ะเหรอ”

จิต...อะไรนะ?


---------------------

ผมขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นสามแบบงงๆ เลี้ยวไปทางขวาก็พบป้ายชื่อแผนกจิตเวชของโรงพยาบาลอย่างที่คุณพยาบาลด้านล่างอธิบายเอาไว้ สมองยังเบลออยู่เล็กน้อย ก็แจ้งกับเจ้าหน้าที่ด้านหน้าเหมือนที่บอกไปข้างล่างว่ามาพบใคร

“คุณหมอทัชกร อยู่ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

“ขอบคุณครับ” รับคำแล้วผมก็เดินไปนั่งรอที่โซฟาด้านหน้า

ไม่คิดมาก่อนว่าพี่ทัชจะเป็นจิตแพทย์ คิดว่าเป็นหมอเด็กมากกว่าเห็นใจดีไปทั่วขนาดนั้น จะว่าไปก็คงเหมาะกับพี่เขาล่ะมั้ง พอย้อนคิดถึงที่ผ่านมายิ่งเข้าเค้าขึ้นไปใหญ่ ไหนจะความสบายใจที่ได้พูดคุย ความรู้สึกไม่อึดอัดวางใจที่จะเล่าปัญหาให้ฟัง และการเดาความคิดผมได้อย่างทะลุปรุโปร่งของพี่ทัช

จิตแพทย์

อย่างนี้เท่ากับว่าที่เขามาทำตัวสนิทสนมด้วย เป็นเพราะสนใจเคสของผมหรือเปล่า

โรคประหลาดที่ใครก็แนะนำให้ไปพบจิตแพทย์ แต่นี่จิตแพทย์กลับเป็นฝ่ายเข้าหาเอง

ที่เข้าหาเพราะอยากจะรักษา อยากเก็บเป็นกรณีศึกษา หรืออะไรกันแน่

“น้องแตม” คนที่อยู่ในห้วงความคิดเดินเข้ามาด้วยสีหน้าวิตกกังวล ยิ่งสนับสนุนได้ว่าความคิดของผมอาจจะถูกก็ได้ “มาหาพี่ถึงนี่เลย มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ”

ตอนแรกตั้งใจจะหนีไปเลย ความรู้สึกโกรธพัดเข้ามาวูบหนึ่ง หากผมก็ใจเย็นพอที่จะไม่ตัดสินอะไรเพียงแค่ความคิดของตัวเอง นั่นเพราะที่ผ่านมาผมเจอคนที่ตัดสินผมจากความคิดตัวเองมาเยอะแล้ว

แต่ก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีขึ้น

“เห็นว่าเมื่อเช้าดูเหนื่อยๆ แตมเลยทำอาหารเที่ยงมาให้ พี่เคยเล่าว่าบางครั้งก็ติดเคสจนไม่มีเวลาทานข้าวกลางวัน” ผมชูถุงกระดาษในมือให้อีกฝ่ายดู สีหน้าราบเรียบจนร่องรอยความกังวลของพี่ทัชเพิ่มขึ้น

“ขอบคุณครับ แตมพี่รู้ว่าแตมกังวลเรื่องอะไร แต่เราต้องคุยกันนะ”

“อืม พี่มีเวลาว่างหรือเปล่า”

“ครับ รอพี่ก่อนนะ ขอไปบอกพยาบาลเอาไว้ก่อน” พี่ทัชเดินไปหาพยาบาลคนหนึ่งที่เค้าเตอร์แผนก พูดคุยสักพักก็เดินกลับมา เขาพยักหน้าให้ผมเดินตามไปที่ลิฟต์ แตะบัตรพนักงานลงไปแล้วกดชั้นเกือบบนสุด

ไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดอีกครั้ง พาเอาบรรยากาศแสนอึดอัดในห้องสี่เหลี่ยมแคบที่ไม่มีใครพูดคุยกันตามออกมาด้วย ผมมองสำรวจสวนหย่อมขนาดไม่ใหญ่มากบนชั้นดาดฟ้า หากก็มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นและโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งอยู่สี่ห้าชุด เวลากลางวันแดดร้อนอย่างนี้จึงมีพยาบาลนั่งอยู่แค่สองคนที่โต๊ะเล็กเพียงชุดเดียว

พี่ทัชพามานั่งคนละมุมกับสองคนนั้น พุ่มไม้ยังช่วยบดบังสายตาราวกับแยกคนละโซน

“แตม...”

“ทานข้าว...ก่อนไหมครับ” ผมวางถุงลงบนโต๊ะ หยิบเอาปิ่นโตออกมาจัดเตรียม ปิ่นโตแบบสามชั้นที่อิงซื้อมาฝากตอนไปญี่ปุ่นเก็บความร้อนได้อย่างดี กลิ่นอาหารสดใหม่ลอยหอมฟุ้ง ส่วนอีกกล่องเป็นผลไม้ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นอย่างเรียบร้อยให้ทานง่าย

“น่าทานจัง”

“แตมคั้นน้ำแอปเปิ้ลมาให้ด้วย” สุดท้ายคือกระบอกใส่น้ำแช่เย็นจัด น้ำผลไม้สดๆจากเครื่องคั้นน้ำผลไม้ที่แม่ผมเป็นคนซื้อมาให้เพราะไม่อยากให้ดื่มพวกน้ำผลไม้สังเคราะห์

“แม่บ้านจังเลยนะครับ หึหึ”

“.......”

“อ่า โกรธพี่เหรอ” เหมือนพี่ทัชจะทำตัวไม่ถูก สายตากรุ้มกริ่มตอนแซวกลับมาจริงจังอีกครั้ง

“ทานเถอะครับ เดี๋ยวไม่ร้อนแล้วจะไม่อร่อย” ผมเลื่อนเถาปิ่นโตชั้นล่างสุดซึ่งเป็นข้าวผัดน้ำพริกลงเรือไปให้ก่อน ดึงช้อนส้อมออกจากซองใส่ลงไป ตามด้วยอีกเถาซึ่งเป็นผักสดๆและเครื่องเคียงแกล้ม พี่ทัชเป็นคนที่ทานอาหารอย่างใส่ใจสุขภาพ ไม่ถึงกับต้องคลีนแต่ต้องมีผักทุกมื้อ ยิ่งผักสดที่ไม่เสียวิตามินจากการปรุงยิ่งชอบ ข้าวที่ใช้ก็เป็นข้าวกล้อง จากตอนแรกที่ผมไม่ชอบทานข้าวกล้องเพราะมันแข็งไป พอทานข้าวกับพี่เขาบ่อยๆก็เริ่มชิน

“แตมพี่อยากคุย”

“เอาไว้ทานเสร็จค่อยคุยนะครับ แตมนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้หนีไปไหน”

“....ก็ได้ครับ” พี่ทัชถอนหายใจเบาๆ เริ่มตักอาหารเข้าปากช้าๆ ชมฝีมือทำกับข้าวของผมแล้วก็ตักทานต่อ ส่วนผมเคยตักผักสดและเครื่องเคียงวางลงบนข้าวให้บ้าง มองต้นไม้ดอกไม้รอบๆตัวบ้าง

“ที่นี่มีแค่เจ้าหน้าที่เท่านั้นที่เข้ามาได้ ส่วนมาก็มานั่งพักหรือทานข้าวกัน พี่คิดว่าแตมคงชอบสวนอย่างนี้มากกว่าห้องทานข้าวที่โรงอาหาร”

“ถ้าไม่ติดว่าแดดร้อนไปนิด ก็เหมาะกับพักผ่อนคลายเครียดดีนะครับ”

“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังนะครับ” พี่เขาเริ่มเกริ่นเรื่องที่อยากจะคุยอีกครั้ง ผมจึงถามกลับด้วยเสียงที่ราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์

“ทานอิ่มแล้วเหรอครับ”

“หมดแล้วครับ อร่อยมาก”

“ถ้าอย่างนั้นทานผลไม้นะครับ จะได้สดชื่นคลายเหนื่อยด้วย” เถาปิ่นโตที่ไม่เหลือข้าวแม้แต่เมล็ดเดียวถูกเก็บกลับที่เดิม แทนที่ด้วยกล่องใส่ผลไม้แช่เย็น และน้ำแอปเปิ้ลที่รินใส่แก้ว

“ทานด้วยกันสิ”

“ครับ” ไม่ถึงห้านาทีทุกอย่างก็หมดเกลี้ยง ผมแพ็กคืนถุงวางเอาไว้ข้างตัว พี่ทัชที่รอจังหวะอยู่แล้วเอ่ยเรียกชื่ออีกครั้ง

“น้องแตม”

“ผมอยากรู้แค่ว่า ที่พี่มาสนิทสนมด้วยเป็นเพราะสนใจอาการที่ผมเป็นใช่ไหม”

“......” การเงียบ บางครั้งก็เป็นคำตอบ

“ผมเข้าใจแล้ว” แม้ลึกๆในใจจะเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ผมเสียดายมากกว่าที่มิตรภาพระหว่างเราแอบแฝงด้วยสิ่งอื่น จะให้สนิทใจอย่างที่ผ่านมาก็คงไม่...

“เพราะแตมน่ารัก”

“ฮะ! ว่าอะไรนะครับ” ผมหลุดมาดนิ่งตัวเอง ทำหน้าเหวออย่างกับคนหูฝาดฟังสิ่งที่พี่เขาพูดไม่ชัดเจนนัก พี่ก็ทัชหัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทางสบายขณะพูด เอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวลดลง สำหรับผมมันดีกว่าการเห็นเขารีบแก้ตัวเป็นพัลวัน

นั่นหมายความว่าเขากำลังโกหก

แต่นี่เขาไม่ได้มีอาการร้อนรนหรือหลุกหลิกพิรุธใดๆเลย

“พี่บอกว่า ที่เข้าหาแตมเพราะแตมน่ารัก น่าจะจำได้นะว่าครั้งแรกหรือครั้งที่สองที่เจอกันพี่ก็ไม่ได้รู้ว่าแตมมีปฏิกิริยากับการถูกคนอื่นสัมผัส เราก็ยังคุยกันเหมือนเพื่อนพี่น้องไม่ใช่เหรอ”

ก็จริง

“แต่หลังจากนั้นพี่ก็รู้”

“รู้แล้วยังไงครับ ก็แค่ได้คุยกันมากขึ้น พี่ไม่เคยขายตรงให้มารักษากับพี่ที่โรงพยาบาลสักหน่อย สิ่งที่เราทำเป็นประจำคือการอยู่ด้วยกัน ทำกับข้าวมื้อเย็น นั่งทานข้าว พูดคุย ดูหนังอยู่หน้าโซฟา และพี่เป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกายให้กับแตม มีตรงไหนที่จิตแพทย์ทำกับคนไข้บ้างครับ”

ไม่มีเลย

คงไม่มีหมอคนไหน ทุ่มเทกับคนไข้แบบที่เรียกว่าดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่างที่พี่ทัชทำหรอก หรือไม่อย่างนั้นพี่ทัชจะต้องเป็นคุณหมอที่เหนื่อยจนตายไปเลยล่ะ เพราะคนไข้ของเขาคงไม่ได้มีคนเดียว จะให้เทคแคร์อย่างนี้ทุกคน เวลาคงไม่พอ

“แล้วทำไมไม่บอกแตมว่าพี่เป็นจิตแพทย์”

“เคยคิดจะบอก แต่ก็กลัวว่าถ้าแตมรู้จะมองพี่เป็นอย่างอื่น มองว่าสิ่งที่เราคุยกันคือการรักษา พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่ได้รักษาแตมเพราะไม่ได้อยากจะให้แตมหายสักหน่อย”

“อ้าว” อะไรของพี่เขา ทุกวันนี้ก็ชอบมาฝึกให้ผมแตะตัวตัวเองประจำ แต่กลับบอกว่าไม่อยากให้หาย

“จะได้ไม่ต้องไปถูกตัวคนอื่นไง”

“แต่พี่ก็ให้แตมแตะตัวพี่นะ”

“เพราะพี่ไม่ใช่คนอื่น”

งงหนักกว่าเดิมอีก ตกลงว่าจะให้ผมถูกตัวคนอื่นได้ หรือไม่ให้ถูกตัวคนอื่นได้กันแน่ หรือเขาหมายถึงว่าผมถูกตัวเขาได้แค่คนเดียว อย่างนั้นหรือเปล่า

“โดนตัวใครไม่ได้ก็ดีแล้วไง พี่หวง

“อะไรนะครับ” ผมรู้สึกว่ามาโรงพยาบาลครั้งนี้ต้องแวะไปให้หมอเช็กหูหน่อยแล้วว่าตัวเองหูไม่ดี หรือพี่ทัชจงใจพูดเสียงเบาให้ไม่ได้ยินกันแน่ ไอ้คำสุดท้ายนั่นเบายิ่งกว่าเสียงยุงกระซิบอีก

“ไม่มีอะไรครับ”

“พี่ทัชอย่าแกล้ง แตมยังงอนอยู่นะ”

“ไหนบอกไม่งอนพี่ไง”

“บอกว่าไม่ได้โกรธต่างหาก ไม่ได้บอกว่าไม่งอน แตมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพี่ทัชต้องปิดบัง บอกแตมว่าเป็นจิตแพทย์แตมก็ไม่ได้คิดมากหรอกนะ ดีซะอีกจะได้ปรึกษาไง แต่มารู้เองแบบนี้มัน...เสียความรู้สึกนิดๆ อย่างกับพี่เข้าหาแตมเพราะอยากจะรักษาแบบลับๆงั้นแหละ”

“พี่บอกไปแล้ว ว่าที่เข้าหาเพราะว่าแตมน่ารัก ยืนยันได้เลยว่าไม่ได้อยากได้แตมเป็นคนไข้ล้านเปอร์เซ็น ต่อให้แตมอยากปรึกษาจิตแพทย์สักคน พี่คงต้องแนะนำคนอื่นที่ไว้ใจได้ให้กับแตมแทน”

“ทำไมล่ะ”

“จรรยาบรรณของแพทย์ยังไงล่ะครับ”

“แตมไม่เข้าใจ” ที่เคยได้ยินคำนี้มา ก็คือแพทย์ไม่สามารถพูดเรื่องของคนไข้ได้ คนที่พี่ทัชกับผมรู้จักเหมือนกันก็มีแค่กรรณกับอิงซึ่งสองคนนี้ก็รู้เรื่องราวของผมทุกอย่างอยู่แล้วนี่

“ข้อแรก จิตแพทย์กับผู้รับการรักษาหรือที่เรียกว่าคนไข้น่ะ จะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวไม่ได้ครับ เรื่องของอาการทางจิตนั้นละเอียดอ่อนกว่ารักษาโรคทางกาย อธิบายง่ายๆก็คือแพทย์มีหน้าที่รับฟังและรักษาตามอาการ ถ้าพี่รู้จักกับแตมพี่จะไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลางได้ ใส่เรื่องส่วนตัวเข้าไปจะยิ่งทำให้อาการทางจิตแย่ลง”

“อ้อ”

“สอง คนไข้รู้จักหมอ ความไว้ใจและการเชื่อฟังจะแปรผันไปตามความสนิทและมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง”

“อย่างนี้นี่เอง” ฟังแล้วผมก็สบายใจขึ้น นั่นเท่ากับว่าพี่ทัชไม่ได้จงใจเข้าหาผมเพราะว่าอยากรักษาผมจริงๆ เขาแค่กลัวว่าผมจะคิดอย่างนั้นเลยไม่กล้าบอก “ที่จริงพี่บอกแตมตรงๆได้นะ แตมมีเหตุผลหรอก”

“สุดท้าย” คุณหมอยังพูดต่อ ไม่รอฟังผมเลย นี่ไม่ได้สวมวิญญาณจิตแพทย์จริงๆนั่นแหละ เพราะจิตแพทย์ต้องรับฟังทุกอย่างสิ โธ่

“สุดท้ายอะไรครับ”

“สุดท้าย...หมอกับคนไข้คบกันไม่ได้

“......”

ไม่ว่ายังไง พี่ก็จะไม่รับแตมเป็นคนไข้เด็ดขาด ข้อนี้สำคัญที่สุด กาดอกจันไว้นะครับ

“หมะ หมายถึงคบกันเป็นเพื่อนกันอย่างนั้นใช่ไหม” อย่างที่พูดวันก่อน คบอย่างที่ผมคบกับไอ้กรรณเป็นเพื่อน แต่รอบนี้น้ำเสียงพี่ทัชแตกต่างจากที่พูดครั้งก่อน ไม่รู้ว่าต่างยังไง แต่ผมถึงกับสะดุดคำพูดตัวเอง

“นั่นสิ ใช่ไหมน้า~


---------------------------

ไม่อยากได้เป็นคนไข้นะจ้ะ อยากได้เป็นคนรัก คึคึ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.631K ครั้ง

2,538 ความคิดเห็น

  1. #2520 birsesy (@birsesy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 09:37
    พี่คะ;-;
    #2520
    0
  2. #2456 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:17
    หยอดเก่งงง
    #2456
    0
  3. #2435 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:08
    น้องแจมอย่างอนพี่เค้าเลย
    #2435
    0
  4. #2419 sainam_ww (@Sainamkaido) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 08:34
    นั่นสิใช่มั้ยน้าาา
    #2419
    0
  5. #2404 zzzPLAzzz (@zzzwanmaizzz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 20:32
    รบกวนน้องแตมเอาปิ่นโตข้าวฟาดอิพี่หมอทีนะครัช เผื่อความกวนตีนจะลดลง 5555555
    #2404
    0
  6. #2377 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 13:42
    พี่หม๊อออออออ
    #2377
    0
  7. #2358 Strawberrybunny (@strawberrybunny) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 01:06
    หมอกวนตีน555555555
    #2358
    0
  8. #2230 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 11:43
    แตมซื่ออ่ะเรา
    #2230
    0
  9. #2048 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 02:08
    แต้มโว้ยบยย 5555
    #2048
    0
  10. #1917 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:14
    น้องไม่รู้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้
    #1917
    0
  11. #1825 Lolo02 (@Lolitar0002) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:57

    ชัดเจนมากคูณหมอ


    #1825
    0
  12. #1824 ต้นโมก (@dyozhochi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:52
    อยากดั้ยเปงแฟน
    #1824
    0
  13. #1680 0648681480 (@0648681480) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 22:38
    หึหึหึ
    #1680
    0
  14. #1673 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 17:22

    ไม่ได้อยากเป็นคนไข้ แล้วอยากเป็นอะไรน้าาาาา

    #1673
    0
  15. #1349 Tualektuanoy_ (@rattanaporn28) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:45
    พี่หมอคนร้ายๆ อยากคบไม่ได้อยากเป็นเจ้าของเคสสินะ หึหึ
    #1349
    0
  16. #1260 pp_wert (@pp_wert) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 21:20
    งืออออ พี่หมออออ
    #1260
    0
  17. #1111 TmwMixer (@mixerjam11-z) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 23:31
    ร้ายน้าาา แต่แตมจ๋า เธอแบบแฟนมาก มีทำข้าวมาให้ ชวนเที่ยวสองคน ฮือ
    #1111
    0
  18. #911 m ma ri (@may-mm111) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 08:16
    หมออย่าร้าย
    #911
    0
  19. #824 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 17:45
    โง้นยยยยยนนเขิน
    #824
    0
  20. #710 Lili405 (@cdme) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 10:32
    ชอบตอนนี้จัง พี่หมอคือสมกับเป็นจิตแพทย์อะ รับมือน้องได้เก่งมาก ชอบๆๆ
    #710
    0
  21. #454 ZiRbuT (@panyaporn123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 20:06
    เข้าใจพูด
    #454
    0
  22. #444 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 14:52
    สมกับเป็นจิตแพทย์ พี่หมอคือน่ากัวมากกกก 55555
    #444
    0
  23. #393 IAMARMY02 (@IAMARMY02) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:07
    แอบกลัวพี่หมอออออออออ555555 โคตรเขินเลยยยยย
    #393
    0
  24. #350 Boboman~ Yehet! (@boboman) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 04:02
    น้องรู้แล้วว ดีที่เคลียร์กันได้ เขินตรงที่พี่ทัชจะไม่รับแตมเป็นคนไข้ อิอิ
    #350
    0
  25. #346 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 03:17
    ว้ายๆ หมอร้ายว่ะ
    #346
    0