END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 8 : สัมผัสครั้งที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,502 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

เจอคำพูดกึ่งแซวกึ่งล้อแถมยังสายตาวิบวับวูบวาบนั่นอีก เลยไม่รู้จะหาคำไหนมาโต้ตอบ คนจริงอย่างสแตมป์เลยนั่งเงียบเหมือนเป็นใบ้ สายตากวาดไปทั่วหาจุดที่ตัวเองสบายใจ ตรงไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บนใบหน้าของพี่หมอ พลางทำเป็นม้วนกระดาษวาดรูปยัดลงกระบอกใส่แบบเตรียมไว้ให้กับอิงในวันพรุ่งนี้เช้า

จากนั้นก็มองดินสอ ปากกา เทียนไข

เอ๊ะ

เทียนไข

เชี่ยแล้วไง!

เทียนอยู่ได้ไม่นานดังนั้นพี่เขาต้องคอยเปลี่ยนเล่มใหม่ให้ ผมใช้เวลาวาดภาพอยู่เกือบสองชั่วโมง เป็นสองชั่วโมงที่คนถือคงทรมานน่าดู

เชิงเทียนที่ใช้เพียงกระดาษแข็งตัดเป็นวงกลมมีเจาะรู้ไว้ใช้ครอบกึ่งกลางแท่งร้อนเพื่อกันไม่ให้น้ำตาเทียนหยดใส่มือ นึกภาพไม่ออกก็จะคล้ายๆกับที่ป้องกันเวลาเราไปเวียนเทียนวันออกพรรษานั่นแหละ ถ้ายังไม่เคยไปเวียนเทียนแล้วคิดไม่ออกก็เสิร์จกูเกิ้ลเอานะ เพราตอนนี้ผมไม่มีเวลาจะมาวาดภาพประกอบให้พวกคุณดู

ในเมื่อปลายนิ้วชี้ของพี่ทัชนั้นมีน้ำตาเทียนเกาะอยู่ตั้งหลายหยด ทั้งแห้งแล้วและยังเป็นน้ำอยู่

“พี่ทัช มือพี่!” ด้วยความที่เคยถูกน้ำตาเทียนหยดใส่ รู้ว่ามันเจ็บมากแค่ไหน

ผมผวาคว้าเอามือพี่ทัชมาจับไว้ทันที

เสียงที่ร้องถามโอดครวญเหมือนเป็นคนเจ็บซะเอง แค่เห็นแค่นี้ยังเจ็บแทนแล้วอะ พี่เขาต้องอดทนแค่ไหน แล้วทนทำไม จับตั้งๆเอาไว้แล้วนั่งเฝ้าก็ได้นี่

“พี่ไม่เป็นไร”

“ไม่เป็นไรได้ยังไง ดูเถอะยังมาทำเสียงสบายอีก โดนไปตั้งกี่หยด มันจะเจ็บนะผมก็เคยโดน พี่น่าจะรีบบอก” บ่นไปก็แกะก้อนสีเหลืองเล็กๆออกจากปลายนิ้วให้อย่างแผ่วเบา  ผิวขาวๆแดงเล็กน้อย ผมหันไปหยิบยาจากชั้นวางของที่อยู่ติดกับโต๊ะค่อยๆถูครีมแก้น้ำร้อนลวกวนเป็นวงกลมให้ซึมเข้าสู่เสื้อ “ดีนะที่ผมมียาทาเพราะเคยถูกน้ำร้อนลวกเอาน่ะ ไม่งั้นพรุ่งนี้มือพี่อาจจะมีตุ่มน้ำพุพองก็ได้ พี่เป็นหมอนะ ระวังตัวเองสิ”

“เป็นห่วงพี่เหรอครับ”

“ก็ต้องห่วงสิ!” เผลอตวัดทั้งสายตาและน้ำเสียงใส่คนเจ็บอีกครั้ง ถึงได้รู้ว่าตัวเองพลาดอย่างมาก พี่ทัชในตอนนี้กำลังยิ้มในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ้มจนตาหยี เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

ดีใจที่ตัวเองเจ็บตัวหรือไง บ้าปะ

หรือว่าดีใจที่ผมเป็นห่วง ทายาให้...หืม...ทายา

พลันมือก็สะบัดออกจากมือหนา(และอุ่น)ทันทีอย่างกับตอนนี้ถูกน้ำร้อนลวกเข้า เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตัวเองอยู่ใกล้กับพี่ทัชแค่ไหน ที่สำคัญคือ ผมจับมือเขาอยู่

คนอื่นอาจจะคิดว่าธรรมดา แค่จับมือจะหวงตัวอะไรขนาดนั้น เปล่าเลยครับ ไม่ได้หวงตัว พวกคุณอย่าลืมว่าผมน่ะถูกตัวใครไม่ได้ ผมเป็นโรคกลัวการถูกสัมผัสไง!

แล้วนี่จับมือพี่ทัชไปตั้งนาน คนถูกจับมองตามมือผมดวงตามีแววของความเสียดายพาดผ่าน หากเพียงวูบเดียวก็กลับมายิ้มใจดีตามเดิม

“แตมจับมือพี่นะ” เออ รู้แล้วไง

“มะ มันลืมตัว ผมเห็นพี่เจ็บ” แก้ตัว ที่ไม่รู้ว่าจะแก้ไปทำไม จับคนอื่นได้ก็ดีแล้วนี่ ผมกลับทำตัวไม่ถูก เป็นบ้าเป็นบออะไรก็ไม่รู้

“ตั้งเกือบสองนาทีแน่ะ”

“ถึงกับจับเวลาเลยเหรอพี่”

“หึหึ ดีเนอะ พี่คิดว่าพี่คงเป็นคนแรกที่แตมยื่นมือมาสัมผัสก่อนและอยู่ได้นานกว่าคนอื่นใช่ไหม”

“ก็...ใช่” ผมกลัว เลยไม่เคยคิดจะแตะต้องคนอื่นก่อน ครั้งนี้มันสุดวิสัยนี่นา แตมไม่ผิดนะ คุณตำตรวจห้ามจับแตมล่ะ พี่ทัชเลย เอามือมีน้ำตาเทียนมาล่อลวงแตม จับพี่ทัชไปแทน

“ดีใจจัง แตมไม่ดีใจเหรอที่แตมจับพี่ได้ เรามาลองกันอีกครั้งไหม”

“ตอนนี้เลยน่ะเหรอ” ใจจริงอยากไล่พี่มันกลับห้องไปได้แล้ว (สังเกตว่าผมเริ่มหยาบคายด้วยคำว่า พี่มัน แทน พี่เขาแล้วนะ คือสนิทเกินไปเปล่าเนี่ย)

“ตีเหล็กยังต้องตีตอนร้อน แตมจับพี่ไปเมื่อกี้ก็ต้องรับผิดชอบสิครับ”

“รับผิดชอบ ยังไง?”

“แต่งงานกับพี่ไง”

“เดี๋ยวนะ เกินไปหรือเปล่า นี่ต้องให้ผู้ใหญ่ไปเจรจาหรือว่าเอาพานธูปเทียนไปกราบไหว้พ่อแม่พี่เลยปะ”

“ได้ก็ดี”

“ตลกเหอะ”

“ฮ่าๆๆ พี่ล้อเล่น ไหนมาลองจับพี่ดูสิครับ ช้าๆ ค่อยๆทำ ไม่ต้องกลัวนะ พี่ไม่เจ็บหรอก” เอ่อ ไปหลอกเด็กอนุบาลไหมประโยคพวกนี้น่ะ

เสียงหัวเราะค่อยๆหายไป พี่ทัชทอดมองมาด้วยสายตาที่อ่อนโยน พานทำให้ใจนั้นสงบลงได้ น้ำเสียงที่พูดเชื่องช้าฟังสบายไม่มีการบีบบังคับหรือเร่งรีบ

ใช่แล้ว พี่เขารู้ว่าผมกำลังเริ่มกลัว

“อย่ากลัวเลยนะแตม ต่อให้แตมสะบัดตัวออกจากพี่อีกกี่ครั้ง พี่ก็ไม่เกลียดแตมหรือรู้สึกแย่แน่นอน”

“......”

“พี่เข้าใจในสิ่งที่แตมเป็น เชื่อพี่นะ”

เชื่อหรือไม่ ผมก็ค่อยๆยกมือที่สั่นของตัวเองขึ้นมาช้าๆ ในหัวปลอบใจตัวเองว่าพี่ทัชไม่ใช่บรรดาแฟนเก่าของผม เราไม่ได้คบกันอยู่ ดังนั้นผมไม่มีความจำเป็นจะต้องกังวลว่าจะถูกบอกเลิก ไม่ต้องเห็นสายตาผิดหวังอย่างเช่นที่เชอรีนเคยทำ

“อย่างนั้นแหละครับ ช้าๆ มันก็แค่สัมผัสนะแตม คิดถึงตอนที่แตมอยากจะสัมผัสใครสักคนสิ หลับตาลง”

ผมหลับตาลง

“จินตนาการถึงใครสักคนที่แตมอยากจะถูกตัวเขา จะเพื่อนสนิท หรือคนรักเก่าก็ได้”

“แตม...คิดไม่ออก” ทั้งที่ก็เคยมีความคิดว่าอยากจะตบหัวไอ้กรรณ อยากจับมือเชอรีน แต่ความรู้สึกนั้นไม่รุนแรงพอหรือยังไงกันนะ สมองมันถึงได้ตื้อตัน มือที่เกือบจะใกล้ก็หยุดชะงักอยู่กลางอากาศ

“หรือตอนที่แตมอยากจะช่วยเหลือใคร ถ้าไม่ยื่นมือออกไปเขาคนนั้นอาจจะตาย ลองคิดดู ถ้าแตมไปเจอคนกำลังจะจมน้ำแล้วตรงนั้นมีแค่แตมคนเดียว แตมคนเดียวที่ช่วยเขาได้...ดึงความกล้าออกมาครับ”

มือที่สั่นเทาค่อยๆวางลงบนแขนของพี่ทัชช้าๆ

ผมลืมตาขึ้นเมื่อทำมันได้สำเร็จ เห็นสีหน้ายิ้มอย่างยินดีรวมถึงสายตาที่...ดึงดูด

ดวงตาสีดำของพี่ทัชยังคงวูบไหวด้วยแสงจากเปลวเทียน เป็นความลึกลับ ความน่าสนใจที่ไม่อาจจะละออกไปได้ คล้ายกับมีบางอย่างอยู่ในแววตาคู่นั้น

จะมีสักกี่คนที่ดีใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ สีหน้าพี่ทัชทำให้ผมคิดถึงพวกพ่อแม่ที่เห็นลูกลุกขึ้นยืนเองเป็นครั้งแรก ตอนขึ้นโชว์การแสดงบนเวทีของโรงเรียนแม้ว่าจะเล่นเป็นแค่ต้นไม้ ก้อนหินก็ตาม

สายตาที่เอื้อเอ็นดูและแสนจะภาคภูมิใจ

ความตื้นตันเกิดขึ้นเล็กๆภายในอก ครั้งแรกอาจเป็นเพราะตกใจเลยไปถูกตัวพี่ทัชเข้า หากครั้งนี้เป็นความตั้งใจของผมเองล้วนๆ

จากนั้นร่างกายก็เกิดอาการอย่างที่ผ่านมา

ผมสะบัดมือออกจากแขนทั้งที่สั่งการให้มือนั้นหยุดอยู่บนแขนพี่ทัชอย่างเต็มความสามารถแล้ว

“แตมทำไม่ได้” รู้สึกนอยด์กับตัวเองจริงๆ กับเรื่องเล็กๆที่แม้แต่เด็กทารกก็ทำได้ ผมกลับทำไม่ได้

“ใครบอกว่าแตมทำไม่ได้ครับ แตมทำได้นะ ทำได้ดีด้วย”

“ไม่จริง แตมสะบัดมือออกจากพี่ทัชอีกแล้ว ทำไมอะพี่ แตมบอกตัวเองให้อดทน ห้ามเอามือออก ห้ามเอามือออก แต่มันก็ไม่ยอมฟังแตม”

ท้อจริงๆเลย อยากจะร้องไห้แล้ว

“มันเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น อย่างน้อยแตมก็มีความกล้าที่จะวางมือลงมาที่พี่ไม่ใช่เหรอครับ”

นั่นสินะ เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมกล้าทำแบบนี้

“แต่ก็สะบัดมือออกอยู่ดี พี่ผิดหวังไหม รู้สึกไม่ดีกับแตมหรือเปล่าที่แตมทำท่าเหมือนรังเกียจพี่ แฟนเก่าแตมเคยบอกว่ามันแย่มากที่แฟนเราทำเหมือนเราเป็นตัวเชื้อโรคไม่อยากจะแตะต้อง”

“โหห แรงนะนั่น”

“แรงสิ ฝังใจไม่ลืมเลย เห็นเป็นเชื้อโรคจะคบทำไม แต่เชอรีน แฟนคนล่าสุดน่ะ บอกว่า เพราะแตมยังไม่เจอคนที่รักจริง ไม่เจอคนที่อยากจะสัมผัสเขาด้วยหัวใจ แตมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ก็นั่นแหละเชอรีนนี่เข้าใจแตมที่สุดแล้ว...แต่ก็ไม่รอดอยู่ดี”

“ถามได้ไหมครับว่าทำไม”

“เชออยากมีลูก เขาบอกว่าอายุเท่านี้ก็ต้องเริ่มคิดถึงการแต่งงานมีครอบครัว มีลูกตัวเล็กๆวิ่งเล่นแล้ว ถ้าผมถูกตัวเขาไม่ได้ จะมีลูกได้ยังไง ก็เลยเลิกกัน”

“อืม พี่ก็พอเข้าใจนะ” ยิ่งพี่ทัชสนับสนุนความคิดเชอรีน ผมก็เป็นท้อขึ้นอีกเท่าตัว “อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นสิ พี่บอกว่าเข้าใจ ไม่ได้บอกว่าเห็นด้วย แล้วพี่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่หรือผิดหวังในตัวแตมด้วยนะ พี่ออกจะดีใจ”

“ดีใจยังไง ที่แตมสะบัดมือออกน่ะเหรอ”

“ดีใจ ที่แตมจับตัวพี่ด้วยความตั้งใจของแตม ตั้งเกือบสามสิบวิเลยนะครับครั้งนี้”

“....” จริงดิ

“ไม่ใช่เพราะตกใจ ไม่ใช่เพราะเผลอ เป็นสิ่งที่แตมตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะวางมือลงมา”

“แตม...เชื่อในตัวพี่” เพราะแบบนั้นผมถึงได้วางมือลงไป การอยู่กับพี่ทัชทำให้ผมสบายใจ ผมวางใจในตัวเขาอย่างที่ตัวเองยังแปลกใจ เราเพิ่งรู้จักกัน ผมกลับชอบทั้งสายตาอ่อนโยนใจดี นิสัยที่ชอบรับฟังคนอื่นอย่างไม่ตัดสินลงไป รวมถึงน้ำเสียงโทนอบอุ่นนั่นด้วย

“สงสัยว่าคำพูดของพี่จะได้ผลนะ ที่บอกว่าให้แตมคิดถึงสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเช่นมีคนจมน้ำไง ครั้งหน้าต้องลองใหม่ เอาให้ได้นานๆกว่านี้เลยเนอะ”

“....”

ไม่ใช่

ตอนที่หลับตา ผมไม่ได้คิดถึงคนที่กำลังจะจมน้ำ ไม่ได้คิดถึงสถานการณ์ฉุกเฉินเฉียดตายของใครอย่างที่พี่ทัชว่า...แต่เป็นช่วงเวลาที่เห็นปลายนิ้วเปื้อนน้ำตาเทียนจากมือของใครบางคนต่างหาก


------------------------


ขอบคุณนะคะสำหรับวันนี้

หน้าจอเด้งการแจ้งเตือนไลน์เข้ามา จึงต้องละสายตาจากงานในมือหันไปมองโทรศัพท์ที่วางไว้ตรงเก้าอี้ข้างตัว เดาได้เลยว่าคนส่งจะเป็นใคร วันนี้ที่ไปเจอมามีแค่คุณพายคนเดียวเท่านั้น ผมวางโน้ตบุ๊คลงแล้วหยิบมือถือขึ้นมาแทน ปลดล็อกหน้าจอ พิมพ์ข้อความส่งตอบกลับไป

คุณพายขอบคุณแตมแล้ว

อยากขอบคุณอีก เพราะคุณแตมมาช่วยพายชิมขนม

แถมยังมีคำคอมเม้นดีๆให้พายไปปรับปรุงด้วย

แตมต้องขอบคุณคุณพายต่างหาก

ที่ชวนไปกินของอร่อย

ถ้างั้นครั้งหน้ามาอีกนะคะ คุยกับคุณแตมแล้วสนุกดี

ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา

หุ้นส่วนและปาทิซิเย่ร้านขนมหวานชื่อดังแชตคุยอีกพักก็ขอตัวไปทำงานต่อ ที่จริงเมื่อตอนกลางวันผมไปช่วยคุณพายชิมชนมตามคำชวนเมื่ออาทิตย์ก่อนมา ถึงเจอกันแค่สองครั้งแต่คุณพายเป็นคนสดใสร่าเริงและคุยเก่ง นิสัยก็ดีมากๆด้วย

เรียกว่าเป็นสเป็กของผมเลยล่ะ

พี่จีเองก็แซวมาว่าคุณพายเคยไปถามเรื่องของผมด้วย ปฏิกิริยาค่อนไปทางมีใจ บางทีก็แอบลังเลว่า หรือผมควรจีบเธอดีไหม จะได้เริ่มต้นใหม่ มีคนใหม่ๆเข้ามาในชีวิตได้สักที แต่พอคิดว่าตัวเองก็เป็นอย่างนี้ ถ้าหากว่าคุณพายรับไม่ได้ หรือต้องเลิกกันอีกครั้ง

เฮ้ออ ผมอยากให้ครั้งนี้เป็นความรักครั้งสุดท้ายแล้ว ตัวผมเองไม่ชอบที่จะคบแล้วเลิก อยากได้ความมั่นคง เลยคิดว่าตอนนี้ก็คุยเป็นเพื่อนกันไปก่อนดีกว่า เอาไว้ให้หายเมื่อไหร่ค่อยกลับมาคิดเรื่องจีบคุณพายอีกที...ถ้าเธอรอไหวน่ะนะ

“พี่แตม”

“หืม” ผมขานรับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทุกครั้งที่มานั่งในสวนจะต้องมีพนักงานเอากาแฟมาเสิร์ฟจนกลายเป็นความเคยชินแล้ว

“กาแฟของวันนี้ครับ” แก้วกาแฟสีเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกับรสชาติที่คุ้นลิ้นอยู่ทุกวัน และแน่นอนว่าผมไม่ได้เป็นคนสั่ง แต่ก็พอรู้ว่าใครส่งมา

“ขอบใจนะ วันนี้มาสั่งเองหรือไง?”

“มาสั่งเองพี่ ผมบอกได้แค่นี้นะเป็นความลับของลูกค้า ไปล่ะครับ” แล้วน้องก็วิ่งเหยาะๆกลับร้านเช่นเดิม

ทำเป็นมีความลับอะไรหนักหนา อย่างกับว่าผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนสั่งมาให้งั้นแหละ ที่ถามเนี่ยก็เพื่อเช็กให้แน่ใจเท่านั้น ก่อนอื่นเลยต้องหมุนแก้ว ซึ่งไม่ใช่พิธีกรรมก่อนดื่มนะครับอย่างเพิ่งกลัวไป ผมก็แค่หาข้อความที่เขียนเอาไว้บนแก้วเท่านั้น ไอ้เจ้าข้อความเนี่ยไม่ได้มีตลอดหรอก บางครั้งมีบางครั้งไม่มี

สั่งเองเท่ากับว่าว่าง บางครั้งที่เป็นเวลาทำงานของพี่ทัช ผมเดาว่าพี่เขาคงสั่งพนักงานไว้แล้วค่อยมาจ่ายเงินทีหลัง พี่เจ้าของร้านต้องให้ผมดื่มกาแฟฟรีบ้างแล้วนะ ในฐานะที่แนะนำลูกค้าประจำให้ร้านเนี่ย

และวันนี้มีข้อความ แปลว่าพี่ทัชคงเดินเข้าร้านไปสั่ง จ่ายเงิน และเขียนข้อความด้วยลายมือตัวเอง ถ้าวันไหนไม่มีคือพี่ทัชสั่งพนักงานเอาไว้ไม่ได้เข้าร้านเอง

อย่าหักโหมนะครับ เป็นห่วง :)

แน่นอนว่าต้องมีรอยยิ้มอยู่ท้ายประโยค ทำให้ผมอารมณ์ดีและยิ้มตามได้ทุกครั้ง

ผมออกจากไลน์ที่คุยกับคุณพาย ไปที่ลิสลายชื่อของอีกคน พิมพ์ข้อความส่งไปทั้งที่มุมปากยังยกสูง ปวดเมื่อยแก้มจังน้า แต่มันไม่ยอมหุบเองจะให้ทำยังไงล่ะ

ชอบคุณครับ

*ขอบ แตมพิมพ์ผิดดดด

ไม่นานหน้าจอก็ขึ้นเป็นจุดสามจุด แสดงว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์อยู่

ชอบคุณเช่นกันครับ

พี่ทัช แซวแตมเหรอ

บอกว่าพิมพ์ผิดไง

หึหึ

ไอ้คำว่าหึหึเนี่ย ตามหลอกหลอนยันแชตไลน์เลยเหรอ

ล้อเล่นเอง ว่าแต่ขอบคุณพี่ทำไมครับ

ผมกดเข้าแอพถ่ายภาพ ยกแก้วกาแฟขึ้นมาถือ หามุมที่ถูกใจ ได้เป็นภาพแก้วกาแฟร้อนกับมือตัวเอง และวิวด้านหลังเบลอนิดๆ ตกแต่งฟิลเตอร์อีกเล็กน้อยเป็นอันใช้ได้

แตมครับ

พี่ทัชคงเห็นว่าผมเงียบไปจึงทักมาอีกครั้ง แค่ตัวอักษสั้นๆ ผมกลับได้ยินเสียงนุ่มทุ้มของเขาเรียกคำนั้นอยู่ในหัว อากาศในสวนก็ร้อนขึ้นมาเล็กน้อย

ขอบคุณสำหรับนี่ไงครับ



มีคนส่งกาแฟให้อีกแล้วเหรอ จีบแตมแน่ๆเลยเนอะ

ตลกมั้ย แตมรู้นะว่าพี่เป็นคนส่งมาให้

จำลายมือได้เหอะ

แน่ใจเร้อออ

ผมทนความกวนของพี่ทัชไม่ไหว จึงเปลี่ยนโหมดจากคุยเฉยๆเป็นโทรกลับแถมยังเปิดกล้องอีกต่างหาก ด้วยความมั่นใจว่าวันนี้พี่ทัชไม่ได้ไปโรงพยาบาล รอเพียงแป๊บเดียวก็มีสัญญาณภาพจากอีกฝั่งส่งมา พร้อมรอยยิ้มกวนๆ

[ถึงกับโทรมาเลยเหรอ ทนคิดถึงพี่ไม่ไหวหรือไง]

“พี่ทัชอยู่ไหน”

[คำถามแบบนี้ เค้าเอาไว้ให้แฟนถามกันนะครับน้องแตม]

“เล่นตลอดอะพี่น่ะ” กลอกตามองฟ้าแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ สายตาอีกฝั่งที่มองจากในจอสี่เหลี่ยมเป็นประกายถูกใจกับภาพที่พี่เขาเห็น “แตมดื่มหมดทุกครั้งนะ ขอบคุณครับ”

[ดื่มเยอะไม่ดีนะครับ ต้องพักด้วยนะ]

“พี่เป็นคนสั่งให้แตมเอง”

[ถึงได้สั่งแค่แก้วเล็กๆไงครับ] นั่นไงเฉลยออกมาแล้ว ที่จริงพี่ทัชก็ไม่ได้คิดปกปิดหรอก เขาจงใจพูดให้จับได้ตั้งหลายครั้งด้วยการไม่ปฏิเสธอย่างจริงจังบ้าง ทำเป็นหลุดพูดบ้าง ก็แค่อยากจะหยอกผมเท่านั้นเอง

“แตมดื่มแค่วันละแก้วแหละ ถ้าไม่ใช่ช่วงปั่นงานส่งลูกค้าน่ะนะ”

[แล้วงานวันนี้เสร็จแล้วเหรอครับ ถึงได้โทรหาพี่ได้]

“เกือบเสร็จแล้ว พี่อยู่ร้านสะดวกซื้อข้างร้านกาแฟเหรอ” ผมทักออกไปเพราะเห็นจากด้านหลังพี่เขาเป็นชั้นวางของที่คุ้นตามาก เพื่อนยามยากเวลาไม่มีอะไรกิน หรือของใช้หมดนั่นเอง จะเป็นที่อื่นไปไม่ได้ในเมื่อน้องพนักงานคนขายที่อยู่แคชเชียร์นั่น ผมก็รู้จัก

[เอาอะไรไหมครับ พี่จะซื้อเข้าไปให้]

“ไม่ล่ะ แตมหิวมากกว่า นี่ก็จะห้าโมงแล้ว กินข้าวเย็นเลยละกัน พี่ทัชหิวหรือยัง วันนี้อยากกินผัดเห็ดสามอย่างใส่น้ำมันหอย แล้วก็กุ้งอบวุ้นเส้น ทำกันนะ”

[ทำกับแตม?]

“พี่ทัช!” ก็ไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้นะว่าเขาจงใจแหย่เรื่องอะไร เจ้าของชื่อหัวเราะแบบกลั้นเอาไว้เพราะอยู่ในร้านที่มีคนเยอะ

[ล้อเล่นๆ โอ๋ๆ ไม่งอนพี่นะ]

“ไม่รู้ล่ะ วันนี้แตมงอน พี่ต้องไปซื้อของสดที่ซูเปอร์มาให้แตมทำกับข้าว เพราะของในตู้เย็นทั้งของแตมของพี่หมดเกลี้ยงทั้งคู่”

[อืม ไปด้วยกันไหมครับ] คำชวนที่ทำให้ลำบากใจดังขึ้น ผมลังเลแบบโคตรลังเลเลย

ปกติแล้วเวลาจะซื้อของสดผมสั่งแบบออนไลน์มากกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่คนเยอะๆ แต่การสั่งแบบออนไลน์ก็มีข้อเสียคือไม่ได้ของในทันที ต้องรอวันถัดไปเป็นอย่างช้า ซึ่งเราจะทานกันเย็นนี้แล้วไง

[พี่รู้ว่าแตมกังวลเรื่องอะไร ถือเป็นการฝึกออกไปเจอสังคมข้างนอกไงครับ จะได้ชินเอาไว้]

“จะดีเหรอพี่”

[มีพี่ไปด้วย แตมจะไม่เป็นอะไรแน่นอน เชื่อใจพี่นะ]

คำๆนั้นสามารถสะกดผมได้ทุกครั้ง หัวใจรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ผมเชื่อ...เชื่อว่ามันจะไม่เป็นอะไรอย่างที่พี่ทัชบอกมาจริงๆ ด้วยเหตุนี้ก็เลยเผลอพยักหน้าสายตาเหม่อลอยออกไปไกล ได้ยินเสียงปลายสายบอกให้รอที่สวนจะมาหาด้วยความยินดี

พอพี่ทัชวางสายไปก็จัดการงานที่เหลือในโน้ตบุ๊คต่อไม่ถึงห้านาทีก็เสร็จ บันทึกข้อมูลเรียบร้อยกดปิดหน้าจอและวางมันลงด้านข้าง หยิบกาแฟที่ยังเหลือขึ้นมาจิบต่อ

วันนี้อากาศก็ดีอีกแล้ว มีลมพัดเย็นสบาย ทั้งเด็กผู้ใหญ่ออกกำลังกายกันอยู่ห่างออกไปประมาณห้าร้อยเมตร จุดที่ผมนั่งคือใต้ร่มไม้ที่มีเก้าอี้ยาวสีเขียวเข้มบนสนามหญ้า และยังเป็นที่ประจำเวลาลงมาทำงานที่นี่ด้วย

พลันอยู่ๆก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง...คล้ายกับมีสายตาของใครจับจ้อง สายตาที่มองไม่เห็นแต่กลับรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ผมอึดอัดอยู่ในอก พยายามมองไปรอบๆตัวหากก็ไม่พบว่าจะมีใครที่ผิดสังเกตหรือจ้องมาทางผมเลยสักคน ทุกคนล้วนสนุกสนานกับกิจกรรมในสวนสาธารณะของตัวเอง

คิดไปเอง?

“น้องแตม” ครั้งนี้คนที่เดินเข้ามาส่งเสียงแต่ไกล พี่ทัชมีถุงร้านมินิมาร์ทอยู่ในมือ รอยยิ้มของพี่เขาทำให้หัวใจกลับมาสงบอีกครั้ง ความหวาดกลัวเมื่อครู่เหมือนกับว่าไม่เคยเกิดขึ้น

“ที่แท้ก็พี่นี่เอง”

“อะไรครับ?” คนที่หยุดตรงหน้าส่งยิ้มงงๆให้

“ก็เมื่อกี้พี่แกล้งแตมใช่ไหม แอบมองแตมอยู่ตรงไหน บอกมาเลยนะ” ตอนแรกก็คิดว่าจะมีโจรคิดวางแผนขโมยโน้ตบุ๊คผมซะอีก กลายเป็นคุณหมอกงยูนี่เอง

“แอบอะไรครับ พี่เพิ่งเดินมาถึงนี่เองนะ”

“ไม่จริงอะ พี่มองแตมอยู่เมื่อกี้แน่ๆเลยใช่ไหม แตมรู้สึกได้ว่ามีใครแอบมองอยู่ พี่แอบตรงไหน? หลังต้นไม้นั่นหรือเปล่า แล้วพอเห็นแตมเริ่มกลัวก็เดินมา” ผมชี้นิ้วไปที่ต้นไม้ถัดไปสามต้น แต่พี่ทัชส่ายหน้า รอยยิ้มที่มีเสมอค่อยๆจางลง เปลี่ยนเป็นความจริงจัง

“พี่ไม่ได้แอบมองแตมจริงๆครับ พี่เดินมาจากทางสนามขอออกจากหลังร้านกาแฟมา ทางโน้นไง” พี่ทัชกลับชี้ไปคนละทาง

“ไม่เล่นนะพี่ แตมกลัวแล้วนะ”

“พี่ก็ไม่เล่น ใครแอบมองแตม จากตรงไหนครับ”

“ตรงโน้น” ผมมองไปที่ต้นไม้ต้นเดิม “ไม่เห็นตัวคนหรอกแค่รู้สึกว่ามีใครจ้องมาจากทางนั้น”

“รอพี่อยู่นี่นะ” พี่ทัชวางถุงที่ถือมาไว้บนม้านั่ง เดินลิ่วไปยังจุดที่ผมบอก วนอยู่สองสามรอบก็กลับมา ส่ายหน้าเบาๆ “ไม่มีใครเลยครับ บางทีอาจจะหนีไปแล้วก็ได้”

“แตมไม่ได้โกหกนะพี่”

“พี่เชื่อแตมครับ” พี่เขาบอกด้วยรอยยิ้มบางๆ สายตาแสดงออกว่าเชื่อผมจริงๆ “บางทีอาจเป็นขโมย เวลาแตมนั่งทำงานก็ไม่ค่อยสนใจรอบตัวอยู่แล้ว อาจจะหาจังหวะนั้นขโมยของ”

“อืม ผมก็คิดเหมือนพี่เลย” ตอบรับไปอย่างนั้น แต่ส่วนเล็กๆในหัวใจกลับบอกว่า ไม่ใช่ ผมเลือกจะปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป

“พี่ว่าต่อไปนี้อย่ามานั่งที่นี่เลยนะครับ หรือไม่ก็ขยับไปนั่งใกล้ๆส่วนที่คนมาออกกำลังกายหน่อยดีกว่า เกิดอะไรขึ้นมาไม่คุ้มเลย”

“แต่ที่นี่แตมก็นั่งประจำนะ มันสงบคิดงานลื่นดี ไปใกล้คนมากๆแตมไม่มีสมาธินี่”

“ถ้าอย่างนั้น จะมาเมื่อไหร่ก็บอกพี่ก่อน พี่จะมาอยู่เป็นเพื่อน อย่างน้อยแค่ช่วงนี้ก่อนก็ยังดี ให้คนเห็นว่าแตมมีเพื่อนมานั่งด้วย”

“เสียเวลาพี่ทัชเปล่าๆนะ” ผมบอกอย่างเกรงใจ บางทีนั่งสามสี่ชั่วโมง จะให้พี่เขามานั่งเบื่อก็ใช่เรื่อง

“ดีกว่าให้แตมเป็นอันตรายนะครับ พี่เป็นห่วง”

“งือออ”

“หึหึ หน้าแดงแล้ว”

“อย่าล้อนะ” การมีใครสักคนบอกว่าเป็นห่วงเรา ใครบ้างจะไม่รู้สึกดีเล่า จะล้อเป็นเด็กๆไปทำไม พี่ทัชนี่ล่ะก็

“โอเค ไม่ล้อแล้วครับ ปะ เราไปซื้อของมาทำมื้อเย็นกันดีกว่า ก่อนที่จะมีเด็กแถวนี้เขินจนมุดลงสนามหญ้าเนอะ” คนบอกรอจนผมเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับคอนโดฯไปเอารถพร้อมกัน

ว่าแต่เด็กแถวนี้นี่ใครกัน ไม่ใช่แสตมป์แน่นอน!!


---------------------------

ความสัมพันธ์ค่อยๆใกล้กันขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้เนิบนาบจนถึงครึ่งเรื่อง

แล้วจะบุกแบบไวๆเหมือนคนแต่งเป็นไบโพล่าร์ อย่าได้ตกใจไป หึหึ (หัวเราะแบบพี่ทัช)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.502K ครั้ง

2,559 ความคิดเห็น

  1. #2537 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 16:26
    คนๆนั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แตมเป็นแบบนี้ก็ได้นะ แต่อีกใจก็คิดว่าอาจไม่ใช่ จะมาด้วยเหตุผลอะไรล่ะ เรื่องก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว // ทัชนี่ก็ขยันหยอกน้องจริงๆ แต่ดูแตมก็มีความสุขดี ก็คงไม่เป็นไร
    #2537
    0
  2. #2454 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:11
    กับพายนี่ยังไงง
    #2454
    0
  3. #2434 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:01
    เป็นพี่ชายข้างบ้านรึป่าวที่แอบมอง
    #2434
    0
  4. #2403 meawsu1508 (@meawsu1508) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 19:30
    เดาว่าคนที่ทำให้น้องกลัวสัมผัสแน่เลย
    #2403
    0
  5. #2369 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:52
    อยากรู้สาเหตุแล้ววว
    #2369
    0
  6. #2356 Strawberrybunny (@strawberrybunny) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 00:56
    คือน้องเปนธรรมชาติ ไม่ได้คิดไรเลยว่าเนี่ย เขาจีบนะลูก5555555555 หนูลืมคืดข้อนี้
    #2356
    0
  7. #2047 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 01:58
    เธอคือใครรร
    #2047
    0
  8. #1966 Lee Liew Kim (@leeliew13) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 00:52
    ปมนั้นคนที่ทำคือพี่ข้างบ้านแน่เลย
    แล้วคนที่จ้องก็คือคนที่ทำให้แตมเป็นโรคถูกตัวใครไม่ได้ใช่มะ ซึ่งอาจจะเป็นพี่ข้างบ้านนี่แหละ เราเดาอ่านะ555555555555
    #1966
    0
  9. #1916 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:03
    ใครรรรนนนน
    #1916
    0
  10. #1671 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 16:23

    หมั่นเขี้ยวน้องแตมมมมม

    #1671
    0
  11. วันที่ 2 กันยายน 2562 / 02:50
    ตอนเด็กแตมเจออะไร พี่ข้างบ้านทำอะไรให้แตมช้อค ต้องเป็นการกระทำที่แตะต้องตัวแตมถึงเป็นโรคนี้ ทำไมทัชเหมือนรู้จักแตมมาก่อน เป็นพี่ข้างบ้านรึเปล่าาา ช็อคซ้ำซ้อนนะ555
    #1406
    0
  12. #1110 TmwMixer (@mixerjam11-z) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 23:20
    น่ารักมากเลย ฮึ่ยย
    #1110
    0
  13. #760 Friday (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 08:57

    นี่คุณๆเขาจะรู้ตัวกันไหมคะ ว่าพฤติกรรมที่เป็นอยู่ทุกวันนี้นี่มันแฟนกันชัดๆ เอ๊ะไม่ใช่สิ มีคนหนึ่งรู้แล้ว แต่อีกคนจะรู้เมื่อไหร่น้าา

    #760
    0
  14. #706 Lili405 (@cdme) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 09:54
    พี่หมอต้องรีบรุกหนักกว่านี้แล้วล่ะะะ
    #706
    0
  15. #601 Paradai​🌙 (@2jaeyugeun1777) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 20:15
    อบอุ่นกว่าเตาไมโครเวฟก็หมอทัชนี่แหละ
    #601
    0
  16. #439 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 13:22
    อาจจะเป็นพายก็ได้ แบบบ้านอยุ่แถวนี้ไรงี้
    #439
    0
  17. #348 Boboman~ Yehet! (@boboman) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 03:48
    คนที่แอบมองต้องเป็นคนที่เป็นต้นเหตุให้แตมกลัวการสัมผัสแน่ๆ สงสัยว่าจะเป็นการพยายามข่มขืนแตมตอนเด็กหรือเปล่า แตมถึงได้กลัวแบบนี้อ่ะ เดาๆ 😂

    แต่ชัดเลยว่าพี่ทัชเป็นจิตแพทย์อ่ะ รีบบอกน้องนะพี่
    #348
    0
  18. #345 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 03:09
    หมอทัชคือดี
    #345
    0
  19. #255 precious0ic (@precious0ic) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 23:36

    เพิ่งว่างอ่านรวดเดียวถึงตอนนี้เลย คุณหมอดูไสยๆ มีเลสนัยตลอด น้องหนีไปปปป
    #255
    0
  20. #253 littleant2208 (@littleant2208) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:05
    พระเอกของไรต์ที่เป็นหมออบอุ่น ใจดี ทั้ง 2 เรื่องเลย ทั้งอาโบ ทั้งพี่ทัช อิอิ
    #253
    0
  21. #252 feliona_p (@pinkykitty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 21:07
    ถ้าน้องไปจีบคุณพาย พี่หมอจะเสียใจแค่ไหนกันนะ
    #252
    0
  22. #250 Ammybam (@Ammybam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 15:20
    น่ารักอ่าคูมหมออออ
    #250
    0
  23. #249 smile_psk (@p_sing) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:00
    เป็นห่วงกันเก่งงงง :) ใครแอบมองน้องแตม ลุ้นๆ
    #249
    0
  24. วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 08:10
    ใครมาแอบมองน้องแตม ระวังตัวด้วยนะแตม
    #244
    0
  25. #243 ปั้นปึ่ง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:49

    ออยากมีหมอทัชกับอาโบเป็นของตัวเอง

    #243
    0