END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 6 : สัมผัสครั้งที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,516 ครั้ง
    1 ส.ค. 62

เมื่อภาพที่ผ่านม่านตาโฟกัสอย่างชัดเจน ห้องที่นอนอยู่คล้ายจะเป็นห้องของผม แต่ก็เหมือนกับว่าไม่ใช่ซะทีเดียว ทุกอย่างดูกลับหัวกลับท้าย ตามปกติแล้วหัวผมต้องหันไปอีกทาง ประตูอยู่อีกทาง ห้องน้ำทางซ้ายมือ

หรือเมามากจนหลุดมาอยู่ในโลกกระจก?

ไม่สิ ผ้าปูที่นอนนี่ไม่ใช่ลายที่ผมเลือกนี่ ไหนจะเฟอร์นิเจอร์ต่างๆอีก จุดที่ไว้วางคอมพิวเตอร์ถูกแทนที่ด้วยชั้นหนังสือ ตู้เสื้อผ้าสีขาวก็กลายเป็นสีดำ ทั้งห้องคุมโทนเข้ม ผิดกับห้องนอนผมที่คุมโทนสว่าง สดใส ออกแนวแอบสเตร็คเข้าใจยากนิดๆสำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่ห้องที่เต็มไปด้วยตำราวิชาการ...

ร่างกายผุดลุกพรวดขึ้นจากเตียงเมื่อพอจะเดาได้ว่าห้องนี้เป็นห้องของใคร คนเดียวที่รู้จักพอจะมีห้องลักษณะเหมือนเด็กเนิร์ดอย่างนี้ คงไม่พ้นเพื่อนข้างห้อง

นี่ตื่นมาในห้องของพี่ทัชเหรอเนี่ย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ พอเค้นเอาความทรงจำสุดท้ายออกมาก็พบว่าผมน่าจะเผลอหลับไปตอนอยู่บนรถระหว่างทางกลับคอนโดฯ ที่มาอยู่ในห้องนี้ได้มีอยู่สองอย่างคือละเมอเดินขึ้นมาเอง หรือไม่ก็...พี่เขาพาขึ้นมา

“เป็นไปไม่ได้” สะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไปก่อน อันดับแรกต้องตามหาเจ้าของห้องนี้ ในเมื่อห้องนอนว่างเปล่า เตียงด้านข้างก็เรียบกริบไร้ร่องรอยการใช่งานเมื่อคืน

แล้วพี่ทัชไปไหน

ผมค่อยๆลุกจากเตียง มึนหัวนิดๆเลยยืนอยู่กับที่จนร่างกายเริ่มปรับตัวได้ ก้มมองเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ก็เห็นว่าเป็นชุดเดิม น่าอายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ใส่ชุดที่สกปรกมาทั้งวันไปนอนบนเตียงเขาเนี่ย

เปิดประตูห้องนอนออกไปก็พบว่าคนที่ตามหานอนอยู่บนโซฟากลางห้องนั่งเล่น ท่าทางไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นักยิ่งทำให้รู้สึกผิด เพราะเป็นคนตัวสูงขาจึงเลยจากพนักพิงไปเกือบสิบเซ็น ซ้ำยังต้องกอดตัวเองด้วยความหนาวจากไอเครื่องปรับอากาศ หมอนที่ใช้หนุนหัวก็เป็นหมอนอิงที่ดูไม่สบายเท่าไหร่

ผมไม่คิดจะปลุกคนที่กำลังหลับอยู่จึงเดินกลับไปหยิบผ้าห่มในห้องออกมาห่มให้พี่เขาอย่างแผ่วเบา ระวังไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่น เป้าหมายถัดไปคือห้องครัวที่เคยใช้มาครั้งหนึ่งแล้ว พอจะมีของสดและข้าวสารเหลืออยู่บ้าง ดีที่พี่ทัชเองก็ทำอาหารง่ายๆได้และจากที่เคยคุยก็เป็นคนรักสุขภาพ ไม่กินอาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป ตามประสาคุณหมอที่เรียนมา

พอน้ำเดือดผมก็ปั้นหมูสับที่ผสมกระเทียมและพริกไทยหย่อนลงไปทีละก้อน ซอสเห็ดหอมอีกนิดหน่อย ตักข้าวหุงสุกใส่ตามลงไป ผมจะทำข้าวต้มหมูง่ายๆนี่แหละ เสร็จเรียบร้อยก็ปิดเตา โรยขึ้นฉ่ายปิดท้าย เสียดายที่ไม่มีปลาหมึกแห้งแบบเส้นๆ จะอร่อยกว่านี้

ข้าวต้มเสร็จแล้วแต่คนกินยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ผมเดินกลับไปที่โซฟาอีกครั้ง พอรู้เวลาที่พี่ทัชจะตื่นอยู่บ้างเพราะเขาชอบลากผมไปออกกำลังกายที่ฟิสเนสอาทิตย์หนึ่งสามสี่วัน นี่ก็ใกล้เวลาแล้วด้วย ผมย่อตัวลงนั่งยองๆ มองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายที่ค่อนข้างจะแปลกตาจากปกติเล็กน้อย

ไรหนวดจางๆทำให้คนที่ดูสุภาพอยู่เสมอแอบเถื่อนสมความเป็นชายขึ้นมาเยอะ ไม่ใช่ว่าตอนใส่แว่นจะดูไม่ดีนะ แต่มันให้ความเป็นคุณชายผู้สูงส่งมากไปหน่อย พอมาเห็นอะไรแบบนี้ก็อดจะคิดไม่ได้ว่า พี่เขาเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน

“แอบมอง...”

“อ๊ะ” ผมหงายลงก้นกระแทกพื้น อยู่ๆคนที่ปิดตาสนิทก็พูดขึ้นมาทำให้ตกใจ ดีแค่ไหนที่นั่งยองๆอยู่เลยไม่เจ็บตัวอะไร แต่คนทำนี่สิตาโตตกใจยิ่งกว่าผมอีก พี่ทัชรีบลุกจะเข้ามาประคองผมแต่ก็คงนึกได้เลยหยุดยืนอยู่ใกล้ๆแทน

“เป็นอะไรมากไหมแตม พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้ตกใจ”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บ” บอกไปตามจริง ยันตัวลุกขึ้นยืนเอง ท่าทางอยากจะช่วยดึงนั่นก็ตลก ดีแล้วล่ะที่พี่เขาหยุดตัวเองเอาไว้ได้ทัน ผมไม่อยากจะสะบัดตัวออกจากใครให้อีกฝ่ายรูปสึกไม่ดีเลย

“พี่แค่จะแกล้งแซว ไม่คิดว่าแตมจะตกใจขนาดนี้ ขอโทษนะครับ”

“แตมโอเคจริงๆพี่ นี่ตื่นนานแล้วเหรอครับ”

“สักพักครับ กลิ่นอาหารหอมลอยมาถึงนี่ ท้องพี่มันเลยประท้วงหลับต่อไม่ลง”

“ถ้าอย่างนั้นไปล้างหน้านะ จะได้มาทานข้าว” ผมยิ้มอย่างยินดีที่ได้รับคำชมกระทั่งกลิ่น แล้วตัวเองก็หิวแล้วด้วยเหมือนกันเลยเร่งเจ้าของห้อง

“อยู่ทานด้วยกันนะ”

“แน่นอนสิครับ แตมเป็นคนทำนี่ ไม่ชวนก็จะกินอยู่แล้วล่ะ หิวมากๆ”

“ฮ่าๆ โอเคครับ งั้นพี่จะรีบไปล้างหน้านะ” พี่ทัชหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองที่สละให้ผมนอนเมื่อคืน ผมเลยเดินกลับเข้าครัวไปตักข้าวต้มใส่ชามมาสองชาม ยกออกมาวางที่โต๊ะหน้าโซฟา

จัดการพับผ้าห่มแล้วเดินถือตามพี่ทัชเข้าไปในห้อง พอเปิดประตูเข้าไป

“เฮ้ย” ผมทำผ้าห่มในมือร่วงลงพื้น ยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้างแต่ก็ยังสามารถมองลอดผ่านระหว่างนิ้วไปถึงอีกคนที่กำลังถอดเสื้อออกได้อยู่ดี

“เป็นอะไรครับแตม” พี่ทัชดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเขาเลย เล่นเดินตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“พี่ ไม่ต้องเข้ามา ใส่เสื้อก่อนสิครับ” ผมโวยวายแล้วรีบถอยห่างไปอีกก้าว ทำให้อีกฝ่ายชะงัก ไอ้ตาบ้านี่ก็ปิดแล้วยังอุตส่าห์มองเห็นว่าพี่เขายกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ดูเจ้าเล่ห์ยังไงชอบกล

“พอดีพี่จะเปลี่ยนเสื้อสักหน่อย” พี่ทัชก้าวเท้าต่อ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“แตมรู้แล้ว ก็ไปเปลี่ยนสิ” ผมก็ถอยหนี ด้วยพื้นที่ที่ไม่ได้กว้างมากนัก แผ่นหลังก็แนบสนิทกับประตูห้องที่เพิ่งเดินเข้ามา หนีไปตรงไหนไม่ได้อีกแล้ว

“ปิดตาทำไมครับ”

“กะ ก็ ก็พี่โป๊อ่ะ”

“พี่ไม่ได้โป๊ แค่ถอดเสื้อเอง กางเกงยังอยู่ครบนะ” ไม่ใส่เสื้อนั่นแหละคือโป๊ะ ไอ้พี่ทัชไม่เข้าใจความหมายของคำว่าโป๊หรือยังไง เป็นหมอซะเปล่า โชว์ท่อนบนเปลือยเปล่าเห็นแผงอกล่ำอย่างคนที่ชอบออกกำลังกาย ซ้ำผิวยังขาวเนียนตามสไตล์คนทำงานในร่มไม่เคยออกแดด

บ้าเอ๊ย น่าจะเคาะห้องก่อนเข้ามา

“ยังไงพี่ก็ไปใส่เสื้อเถอะ แตมแค่จะเอาผ้าห่มเข้ามาเก็บ เดี๋ยวไปรอข้างนอก” คิดอยากจะหมุนตัวกลับแต่เพราะว่าพี่ทัชอยู่ใกล้มาก ชนิดที่ว่าถ้าขยับตัวเราก็คงสัมผัสถูกกัน

แบบนี้ต่อให้ไม่เป็นโรคถูกตัวใครไม่ได้ ผมก็ไม่ไหวอยู่ดี

ฮือออ ขาวหนอ ซิกแพ็กส์หนอ กล้ามหนอ ไม่ไหวแล้ววว

“ไปไหนล่ะ พี่เปลี่ยนเสื้อก็เสร็จแล้ว รอออกไปพร้อมกันสิ” พี่ทัชยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น ผมรับรู้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของพี่เขารดมาบนหลังมือ

ขนลุกซู่เลยทีเดียว “พี่ อะ ออกห่างแตมหน่อย ตะ แตม ฮืออ แตม”

“เป็นอะไรครับ เขินพี่เหรอ ไม่เอาน่า ผู้ชายเหมือนกัน ไม่เห็นต้องอายเลย”

“ไม่อายได้ไงเล่า! นอกจากตัวเองแตมเคยเห็นคนอื่นแก้ผ้าที่ไหนกัน”

“ไม่เคยเลยเหรอ กับเพื่อนสนิทล่ะ กรรณอย่างนี้”

“ไม่เคย”

“งั้น...” คนตัวสูงกว่าถอยออกไปครึ่งก้าว ผมคิดว่าเขาจะยอมกลับไปแต่งตัวแล้วเลยเผลอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วก็ต้องติดขัดขึ้นมาอีกรอบกับใบหน้าลอยเด่นที่ไม่ยอมไปไหนสักที “แตมก็ถอดบ้างดีไหม จะได้เสมอกัน”

“พี่ทัช!” ตกคอกใส่พี่หมอลามกแล้วก็วิ่งออกจากห้องนอนนั่นทันที เสียงหัวเราะทุ้มๆยังตามมาหลอกหลอนถึงในครัว

ยังดีที่อีกคนให้เวลาผมได้ตั้งสติด้วยการไม่ตามเข้ามา ผมสงบอารมณ์บ้าบอของตัวเองได้เดินออกมาก็พบว่าพี่เขานั่งรออยู่ที่โซฟาเรียบร้อยแล้ว มือดันชามข้าวต้มมาด้านหน้า สีหน้ากลับมายิ้มอ่อนโยนปกติ ไม่มีการพูดแซวเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น

“ทานข้าวครับ เดี๋ยวไม่ร้อน” ถ้าจะไม่เห็นแววตาขบขันของพี่เขาน่ะนะ

เราคงรู้จักกันน้อยเกินไปจริงๆ ที่แท้แล้วพี่ทัชน่ะ ร้ายยยยย

“.......” ผมนั่งตักข้าวเข้าปากไปเงียบๆ ปล่อยเสียงรายงานข่าวภาษาต่างประเทศที่เจ้าของห้องเปิดเอาไว้ทำหน้าที่ของมันต่อไป ทานไปได้ครึ่งชาม คนขี้แกล้งก็ยกน้ำขึ้นจิบ หันกลับมามองด้วยการเอี้ยวตัวก้มหน้ายิ้มอ่อนให้

“งอนพี่เหรอ โอ๋ๆ พี่ขอโทษนะ”

แตมไม่หลงเชื่อหน้าตาเทพบุตรของพี่อีกแล้ว!

“เปล่างอน แล้วนี่แตมมาอยู่ห้องพี่ได้ยังไงครับ” ขี้เกียจให้พี่เขาแซวแล้ว เลยทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง อีกฝ่ายเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี กระแอมเล็กน้อยปั้นสีหน้าอ่อนโยนอย่างที่เคยเจอกันตั้งแต่วันแรก

“พี่พาขึ้นมาสิ แตมหลับลึกมากเลย คงเพราะดื่มเข้าไปด้วย ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น จะให้ทิ้งไว้ในรถก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

“พามา ยังไง?”

“อุ้ม”

“แค่กๆ อะไรนะครับ” ผมสำลักข้าวต้ม หันไปมองคนข้างๆอย่างไม่เชื่อสายตา ทั้งที่เขาก็น่าจะรู้ว่าอุ้มผมไม่ได้ ก็ยังอุ้ม

“ไม่ต้องห่วง พี่อุ้มมาไม่ทำแตมตกเลยสักครั้งนะ แตมเองก็นอนหลับสนิทไม่ได้ดิ้น”

“แต่แตม...” ถูกตัวใครไม่ได้

ผมกลืนประโยคนั้นลงคอ ทั้งสงสัย ทั้งสับสน ต่อให้หลับก็ไม่ใช่ว่าอาการจะไม่แตกต่างกันหรอกเหรอ ผมเองก็ไม่เคยนอนกับเพื่อนหรือถูกใครแตะตัวตอนนอนด้วยสิ พี่ทัชยิ้มอย่างเข้าใจว่าผมคิดอะไรอยู่ สีหน้าสบายๆของเขาทำให้ความวุ่นวายในหัวค่อยๆสงบลง

“คิดว่าตอนหลับที่แตมไม่รู้สึกตัว อาการไม่น่าจะกำเริบนะครับ พี่จับไปตั้งเยอะ ไม่เห็นจะสะบัดพี่ออกเลย”

จะ จับเหรอ เดี๋ยวนะ จับอะไรไปบ้างเนี่ย!


----------


“ทำหน้าอะไรอย่างนั้น พี่ก็หมายถึงตอนอุ้มจากรถขึ้นห้องมา พอวางแตมไว้ที่ห้องก็ห่มผ้าให้ เท่านั้นเอง” เชื่อก็บ้าแล้ว ไอ้คำพูดที่เน้นย้ำแบบจงใจให้ผมเข้าใจผิดนั่น รู้เลยว่านิสัยจริงๆพี่ทัชจะต้องเป็นคนขี้แกล้งมากแน่

หรืออาชีพหมอทำให้เครียด เลยมาระบายเอากับคนข้างห้องอย่างผมวะ

“พี่เป็นคนอย่างนี้เองเหรอเนี่ย”

“คนอย่างไหนครับ”

“ก็อย่างนี้แหละ เจ้าเล่ห์แถมขี้แกล้งอะ” ผมว่าไปตรงๆ พี่ทัชหัวเราะเสียงดัง ยกมือขึ้นเท้าค้างหันหน้ามาทางนี้ สายตาและน้ำเสียงมีแววซุกซนซ่อนอยู่

“เสียใจจังเลยครับที่แตมมองพี่แบบนั้น พี่ออกจะใสๆแท้ๆ”

“ไสยๆล่ะมากกว่า ใสเป็นว้อดก้าเลยเนอะ”

“ฮ่าๆๆๆ ใจร้าย เจ็บปวดจังเลย” กวนประสาทด้วยการเอามือกุมหัวใจอีกต่างหาก

“ไม่เล่นแล้ว แตมจริงจังบ้างดีกว่า อย่างนี้ถ้าแตมหลับก็จะไม่เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ”

“ครับ” พอเห็นผมนิ่งพี่ทัชก็เข้าโหมดจริงจังบ้าง สีหน้าท่าทางกลับมาเป็นคนสุภาพตามเดิม เปลี่ยนโหมดไวยิ่งกว่าไบโพล่าร์ “ที่แตมเป็นไม่ใช่อาการทางร่างกาย แต่เป็นอาการทางจิตใจและสมอง เมื่อสมองชัดดาวน์ไปแล้ว ไม่รับรู้ จึงไม่สามารถสั่งงานร่างกายให้ปฏิเสธการถูกสัมผัส พูดง่ายๆก็คือ แตมไม่รู้ตัวว่าถูกสัมผัส ก็เลยไม่มีปฏิกิริยาอะไร”

“........”

“เราคงต้องหาสาเหตุที่ทำให้แตมเป็นอย่างนี้ให้เจอ ถึงจะรักษาได้ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะครับ ทำใจให้สบายไม่เครียดกับมันเป็นสิ่งที่สำคัญ แตมเข้มแข็งอยู่แล้วพี่เชื่อว่าจะต้องหาย”

“ขอบคุณนะครับพี่ทัช” ผมยิ้มออกมาเมื่อหัวใจเต็มไปด้วยความหวังว่าตัวเองจะกลับมาเป็นปกติอย่างคนอื่นเขา

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ทานข้าวเยอะๆ แล้วไปออกกำลังกายกันดีกว่า”

“หา? ดะ เดี๋ยวนะครับ”

“วันนี้พี่ว่าง มีเวลาเทรนให้แตมนานกว่าทุกวันด้วย” อะ ไอ้พี่โหด เอาคำชื่นชม(ใจใจ)ของผมคืนมาเลยยย

 

ผมมองสติ๊กเกอร์ไลน์รูปการ์ตูนผู้หญิงน่ารักกำลังเคาะหน้าจอแล้วอดจะยิ้มไม่ได้ ยิ่งคิดว่าคนส่งจะมีสีหน้าแบบไหนนิ้วมือก็รีบพิมพ์ข้อความส่งกลับไปทันที

ว่าไงครับคุณพาย

คุณแตมว่างมั้ยเอ่ย พายคิดเมนูเค้กใหม่แต่ยังไม่มีคนลองชิมเลยค่ะ

*สติ๊กเกอร์ทำหน้าอ้อน*

ของอร่อยฝีมือคุณพาย ไม่ว่างยังไงก็ต้องว่างครับ เมื่อไร่ดี

วันศุกร์นี้ดีมั้ยคะ

ตอนบ่ายก็ได้

โอเคครับผม

เจอกันครับ

 

เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเรียบร้อยก็ก้าวเดินต่อเข้าไปในโรงพยาบาล อันที่จริงถ้าไม่มีเหตุจำเป็นผมจะไม่ค่อยออกจากบ้านเท่าไหร่ ยิ่งในที่คนพลุกพล่านอย่างนี้ก็ยิ่งอึดอัด แต่ละก้าวต้องเดินอย่างระมัดระวัง มองหาจุดที่คนน้อยๆแม้จะอ้อมสักหน่อยก็ยังดีกว่าไปชนกับใครเข้า บางครั้งเราก็เลี่ยงไม่ได้ ต่อให้เราไม่ชนเขา เขาก็มาชนเราได้อยู่ดี

ปรัชญาเหมือนการขับรถ ทั้งที่จริงๆแล้วสำหรับคนอื่นไม่ได้ร้ายแรงหรือบาดเจ็บเท่า ไหล่กระทบไหล่ต่างฝ่ายต่างขอโทษก็แยกย้ายกันไป ซึ่งแบบนั้นใช้กับนายศตายุคนนี้ได้ที่ไหนล่ะ

“แตม ทางนี้ๆ” หญิงสาวที่โบกมืออยู่ไม่ไกลทำให้ผมยิ้มอีกครั้งเมื่อเธอรีบวิ่งมาหยุดตรงหน้า

“ไม่ต้องลงมารีบก็ได้อิง เดี๋ยวเราขึ้นไปเองก็ได้ ลำบากเปล่าๆ”

“ไม่เป็นไรเลย เราลงมาซื้อของให้กรรณด้วย เนี่ยกำลังจะขึ้นไปพอดี ป่ะๆ” อิงเดินนำหน้าไปที่ลิฟต์ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าอิงพูดไปอย่างนั้นเพื่อให้ผมสบายใจ เจตนาก็คือลงมารอรับนั่นแหละ คงจะกลัวว่าในลิฟต์โดยสารแคบๆคนจะเยอะมาเบียดผมเข้าน่ะสิ

อิจฉาไอ้กรรณจริงๆนะ อิงนี่โคตรคนดีเลย กับเพื่อนแฟนก็ยังมีน้ำใจและเข้าใจด้วยว่าอาการที่ผมเป็นไม่ใช่การแกล้งทำอย่างที่หลายๆคนชอบมองไปแบบนี้ คงเพราะว่าผมไม่ได้เจ็บป่วยออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมแบบโรคทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น คนที่แพ้อาหารบางชนิด พอเราบอกว่าแพ้และทานไม่ได้ ก็จะคิดไปว่า เออ เรื่องมาก เลือกกิน กระแดะ อะไรประมาณนั้น โดยที่ไม่คิดว่าถ้าเรากินเข้าไปก็อาจถึงตาย

บางครั้งคนเราก็มองเพียงแค่มุมของตัวเอง และไม่พยายามคนเข้าใจผู้อื่น

ประตูลิฟต์เปิดพร้อมกับสีหน้าโล่งใจของเราสองคน ผู้โดยสารโล่งตลอดตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นที่ไอ้กรรณนอนรักษาตัวอยู่ อิงเดินนำออกมาก่อน ตามด้วยผม ทางเดินตรงยาวมีประตูห้องผู้ป่วยนอกเป็นระยะ พยาบาลและคุณหมอคู่หนึ่งเดินสวนมาทางนี้พอดี

“น้องแตม?”

“พี่ทัช?”

ผมกับพี่เขาแทบจะร้องขึ้นพร้อมกันเมื่อเห็นชัดๆว่าต่างฝ่ายเป็นใคร คนตัวสูงสวมแว่นตาในชุดกาวน์ของคุณหมอ มีชื่อนามสกุลของเขาและชื่อโรงพยาบาลนี้ปักอยู่ที่อกเสื้อ คงไม่ต้องถามเลยว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“พี่ทำงานที่โรงพยาบาลนี้เหรอ”

“ครับ แล้วนี่มาทำอะไรที่นี่ ป่วยเหรอ?” ดวงตาคมใต้กรอบแว่นสำรวจไปทั่วร่างกายทันที อยู่ๆก็ถูกมองอย่างกับเครื่องสแกนอย่างนี้ ผมเลยรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาอย่างประหลาด

จะมองอะไรขนาดนั้นเล่า

“ร้อนเหรอแตม ทำไมหน้าแดงจัง เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย” ผมว่าผมเริ่มไม่อิจฉาไอ้กรรณแล้วที่มีแฟนอย่างอิง มันใช่เวลาถามไหมล่ะ

“ปะ เปล่า สงสัยตรงนี้อากาศไม่ถ่ายเทมั้ง”

“หึหึ” ตัวต้นเหตุหัวเราะในลำคอชวนให้หมั่นไส้จนต้องส่งสายตาเคืองไปให้ แล้วถามว่าสำนึกไหม คิดว่าไม่หรอก “ว่ายังไงครับ มาทำอะไรที่นี่”

“ไอ้กรรณท้องเสียเข้าโรงพยาบาล แตมเลยมาเยี่ยม”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้น...”

“คุณหมอทัชกรคะ อาจารย์หมอดิเรกกับคนไข้รออยู่นะคะ” พี่ทัชพูดยังไม่ทันจบ คุณพยาบาลข้างหลังก็เข้ามาเร่งด้วยท่าทางเกรงใจ แต่คงจะรีบจริงๆ ถึงได้พยักหน้าแล้วหันมาพูดกับผมแบบรวบรัด

“เดี๋ยวพี่โทรหานะครับ”

คุณหมอเดินไปกับคุณพยาบาลแล้ว อิงที่มองตามหลังทำท่าอยากจะเขย่าแขนผมที่เลี้ยวเข้าห้องของไอ้กรรณ แต่ติดที่ว่าโดนตัวไม่ได้เลยใช้น้ำเสียงตื่นเต้นแทน

“ใครอะแตม หล่อมากเลย”

“อะไรหล่อ ชมเราเหรอ” ไอ้คนป่วยหูผึ่งเข้าร่วมวงทันที

“ใครจะชมกรรณ เราถามถึงคนที่คุยกับแตมเมื่อกี้ต่างหาก เป็นคุณหมอด้วยนะ สูงหล่อขาว ท่าทางสุภาพดูดี๊ดีเลยล่ะ”

“ถ้าจะชมขนาดนี้ก็ไม่ต้องเกรงใจแฟนแล้วมั้ง” กรรณมันแกล้งทำเสียงน้อยใจใส่แฟน เดือดร้อนอิงต้องเข้าไปง้อยกใหญ่เพราะเมื่อกี้ลืมตัวมากไปหน่อย ผมนั่งรอจนสองคนนั้นง้อกันเสร็จ หลายนาทีเพราะง้อแป๊บเดียว(มันงอนกันเล่นๆ)แต่สวีตกันต่อยาวเลย

“แฮ่ม สนใจอากาศอย่างกระผมด้วยครับ” พอกระแอมใส่ อิงก็หันมายิ้มเขินๆ

“ตกลงเมื่อกี้ใครอะ”

“พี่ข้างห้องเราเอง ชื่อพี่ทัช”

“อ้าว พี่เขาเป็นหมออยู่โรงบาลนี้เหรอวะ”

“กรรณรู้จักด้วยเหรอ” อิงหันไปถามแฟน

“เคยเจอวันที่ไปส่งไอ้แตมที่บ้านแพตตี้ไง ดูนิสัยดีท่าทางเป็นคุณชาย ไม่เหมาะมาคบไอ้เด็กกะโปโลอย่างไอ้แตมเลย”

“อะไรวะ กูอยู่เฉยๆก็โดน แล้วนี่ไปทำยังไงให้ท้องเสียวะ” ผมพาเปลี่ยนเรื่อง ขี้เกียจนั่งให้มันแซะเล่น

“อาหารเป็นพิษน่ะ พอดีพี่ที่ทำงานดิ พาไปเลี้ยงร้านอาหารอิสาน สงสัยจะไม่สะอาดว่ะ น้องอีกคนที่ไปก็เข้าโรงบาลเหมือนกัน ที่เหลือก็ไม่รอด แต่มีกูกับน้องมันอาการหนักสุดต้องนอนให้น้ำเกลือเนี่ย”

พูดเรื่องอาหารก็หิวเลย นั่งคุยกับไอ้กรรณต่ออีกสักนิดพี่ทัชก็โทรเข้ามา บอกเลขห้องไปไม่ถึงหนึ่งนาทีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เจ้าของฉายาคุณชาย(ที่พวกเราสามคนแอบตั้ง)เดินยิ้มใจดีเข้ามาในห้อง ทักทายคนป่วยเป็นคนแรก

“อาการเป็นยังไงบ้างครับ” ไอ้กรรณก็เล่าเหมือนที่บอกกับผม “ช่วงนี้อากาศร้อน ทานอะไรก็ต้องระวังหน่อยนะครับ รับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกใหม่แล้วก็ล้างมือก่อนกินข้าวเสมอจะช่วยได้”

“ขอบคุณครับ แล้วพี่ทัชเข้าเวรดูแลคนป่วยในตึกนี้เหรอครับ”

“เปล่าครับ พี่เป็นแพทย์เฉพาะทางน่ะ พอดีอาจารย์หมอเขาต้องการให้ไปคุยกับคนไข้เคสของเขาที่อยู่ชั้นนี้ พี่ก็เลยบังเอิญเจอแตม” ตอบกรรณแล้วก็หันมายิ้มให้ผมกว้างขึ้น “ถ้าอย่างนั้นพี่ไม่รบกวนแล้ว หายไวๆนะครับ”

พี่ทัชบอกลาทุกคนก็เดินกลับออกไป ไอ้กรรณมองหน้าอิงแล้วสองคนนั้นก็หันมามองผม

“อะไรวะ?”

“กูว่าสายๆพี่หมอเขามองมึงมันแปลกๆปะวะ”

“แปลกยังไง เขาก็มองอย่างนี้ตลอดอะ”

“แต่เราก็ว่าแปลกนะแตม เขามองเรากับกรรณ ไม่เห็นเหมือนตอนหันไปมองแตมเมื่อกี้เลย”

“คิดมากน่า ก็อิงกับไอ้กรรณเพิ่งเคยเจอพี่ทัช เราน่ะเจอบ่อยๆสนิทกัน เออ งั้นเดี๋ยวเราขอตัวก่อนนะ จะไปคุยกับพี่ทัชหน่อยเดี๋ยวกลับมา”

พูดจบผมก็คว้ากระเป๋าวิ่งออกจากห้องโดยที่ไม่มีใครห้ามทัน โชคดีที่คนที่ตามหาเดินไปยังไม่ไกลนัก คนตัวสูงโดดเด่นกำลังยืนรอลิฟต์อยู่

“พี่ทัช พี่ทัชรอแตมด้วย”

“ครับ? มีอะไรเหรอ” พี่เขาหันมาเจอผมพอดีกับประตูลิฟต์เปิดออก เลยปล่อยให้มันปิดลงอีกครั้งโดยไม่มีใครก้าวเข้าไป ขยับตัวพาย้ายไม่ให้เกะกะคนอื่นไปที่บานหน้าต่างใกล้ๆแทน “ใจเย็นๆนะครับ วิ่งทำไม” แฟ้มในมือพี่เขาถูกนำมาโบกให้คลายร้อน

“แตมกลัวตามพี่ไม่ทัน”

“โทรหาก็ได้นี่ครับ ถ้าวิ่งไม่ดูทางเกิดไปชนใครเข้า แตมจะลำบากนะครับ พี่เป็นห่วง”

ตึกตัก ตึกตัก

อ่า สงสัยเพราะวิ่งมา ใจผมถึงได้เต้นแรงอย่างนี้ ช่างเถอะ ผมปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป ยืดตัวตรงเมื่อรู้สึกว่าหายเหนื่อยแล้ว ยิ้มกว้างไปทางพี่ทัช

“พอมีเวลาไหมครบพี่ทัช”

“ครับ ก็มีนะ แตมมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ”

“ไม่มีครับ แค่จะชวนไปทานข้าวด้วยกัน ไปทานข้าวกับแตมนะ” แถวนี้จะมีร้านอาหารอิสานไหมนะ ได้ยินไอ้กรรณพูดแล้วก็อยากกินเลย


---------------

คูมหมออออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.516K ครั้ง

2,529 ความคิดเห็น

  1. #2487 fahfonz (@fahfonz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:00
    นี่เดาว่าพี่เป็นจิตแพทย์เพราะดูเหมือนจะเลี่ยงๆ ตอบเลย ไม่เจาะจงเป็นหมอด้านไหนแต่บอกว่าเป็นหมอเฉพาะทางแทน

    แล้วก็ดูเข้าใจน้องด้วย เหมือนกับมีปสกตรงนี้เลย
    #2487
    0
  2. #2449 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 00:20
    ทัชเป็นหมออะไรหว่าา
    #2449
    0
  3. #2430 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:42
    น้องแตมอยากเลี้ยงข้าวแค่นั่นเอง พี่ทัชอย่ามโน
    #2430
    0
  4. #2402 sainam_ww (@Sainamkaido) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 17:36
    ไปทานข้าวกับแตมนะ..น้าาาาาาาาาาาาาาาา
    ฮรือออออออออออออน้องแตม
    #2402
    0
  5. #2366 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 08:22
    ใจเต้นที่ำม่ได้เกิดจากการวิ่ง
    #2366
    0
  6. #2353 Strawberrybunny (@strawberrybunny) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:37
    น้องอยากท้องเสียเข้ารพรึป่าว65555655
    #2353
    0
  7. #2042 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 01:37
    แตมน่ารัก
    #2042
    0
  8. #1668 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 14:54

    เอาแล้วๆๆๆ น้องใจเต้นแล้วววว

    #1668
    0
  9. #1441 vbtsv (@vbtsv) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 18:01
    ต้องเป็นอีสานรึเปล่าคะ ไม่ใช่อิสาน
    #1441
    0
  10. #1058 KätzcheN (@maprang00013) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 20:17
    น้องอยากท้องเสียนอนรพเจอหมอฉีดยาหรอลูก
    #1058
    0
  11. #839 qu_up (@qu_up) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 04:33
    อ่านตอนนี้ที่พูดถึงความเป็นคนใสๆเหมือนวอดก้าแล้วทำไม นึกถึงคู่พี่น้อง 6-7 ปีน้าาา โดยเฉพาะคนพี่ ^^
    #839
    0
  12. #802 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 07:18
    ง่าเขิน
    #802
    0
  13. #398 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:03
    ไมโครเวฟไปอีกกก
    #398
    0
  14. #341 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 01:15
    หมอด้านไหนคะ
    #341
    0
  15. #327 PPsry (@PPsry) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 16:29
    ที่ว่าแพทย์เฉพาะทางนี่ จิตแพทย์ป่าวคะพี่หมอ รู้สึกเหมือนจะใช่เลย เพราะเข้าใจน้องดีจัง
    #327
    0
  16. #290 Lonicera (@Lonicera) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 23:22
    เริ่มอยากรู้ว่าแพทย์เฉพาะทางสาขาไหนแล้วเนี่ยยยย
    #290
    0
  17. #180 Tor_Patnarin (@torlovetran) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 09:11
    แพทย์เฉพาะทาง ? ทางไหนอะคะ ? เห็นย้ำบ่อยๆ ตอนแรกคิดว่าตั้งใจไม่บอก หลังเริ่มมึน จิตแพทย์ ?
    #180
    0
  18. #150 ปั้นปึ่ง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 18:57

    อ๊ะ ... อะไร ยังไง


    น้องแตมเหมือนเริ่มคิดไม่ซื่อแทน

    #150
    0
  19. #149 Tonkaow3005 (@Tonkaow3005) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 16:57
    คูมมมหมออ่อยน้องตลอดตรอดตรอดดดดด
    #149
    0
  20. #148 yokky_s (@yokkys) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 14:52
    พี่หมอว่างเสมอสำหรับน้องแตม
    #148
    0
  21. #147 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:35
    ทานอาหารอิสานจะท้องเสียตามเพื่อนไหมนี่ คุณหมอทัชดูดีจังเลย
    #147
    0
  22. #146 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 00:04
    พี่หมอไม่ใช่คุณชายนะ ออกจะดุ ใช่ไหมนะ
    #146
    0
  23. #144 tanukitidti (@tanukitidti) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:15
    รีบๆนะหมอ เดี้ยวมีคนทำคะแนนนำนาาา
    #144
    0
  24. #143 littleant2208 (@littleant2208) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:03
    น้องแตม คิดดีแล้วเหรอ ชวนพี่หมอกินข้าว 555
    #143
    0
  25. #142 JJ_II_BB (@JJ_II_BB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 17:42
    พี่หมอจัดการให้หายกลัวการสัมผัสเลย
    #142
    0