END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 5 : สัมผัสครั้งที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,506 ครั้ง
    29 ก.ค. 62


ไม่บ่อยนักที่ประเทศของเราจะมีวันที่อากาศเย็นสบาย แม้แต่ในช่วงหน้าหนาวความเย็นยังอยู่กับเราได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ เป็นหน้าหนาวที่แสนจะรันทดจริงๆ สำหรับผมที่ไม่ค่อยชอบความเย็นแบบสังเคราะห์อย่างเครื่องปรับอากาศ และห้องสี่เหลี่ยมคับแคบ ก็มักจะหอบเอาโน้ตบุ๊คคู่ไปเปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยๆ

ด้วยคติที่ถือว่า ทุกที่คือออฟฟิศ

นอกจากร้านกาแฟติดคอนโดฯที่ไปบ่อย สวนสาธารณะด้านล่างเองก็เป็นที่ประจำของผมเช่นกัน

สามปีก่อนที่ได้รับงานชิ้นใหญ่เป็นครั้งแรก ทั้งความเครียดและกดดันผมก็ต้องหาความปลอดโปร่งให้กับสมองตัวเองบ้าง แรกๆก็แค่ออกไปที่ระเบียง มองวิวสวนสาธารณะด้านล่าง อยู่ๆก็รู้สึกว่าธรรมชาตินี่มันดีจัง หลังจากนั้นก็หอบเอางานลงไปทำที่สวนนั้นบ่อยๆ

ต้นไม้ ใบไม้สีเขียว ดอกไม้สีสันสดใส สระน้ำขนาดย่อมกลางสวน ถนนเส้นเล็กรอบสระสำหรับให้คนมาทำกิจกรรม อย่างการวิ่งหรือปั่นจักรยาน สายลมที่พัดอ่อนๆผ่านร่างกายช่วยให้รู้สึกสดชื่น ซ้ำห้องทำงานแบบไร้กำแพงมองออกไปได้ไกลชวนให้คิดถึงจินตนาการที่ไร้กรอบ งานออกมาดีหรือไม่การันตีได้จากลูกค้าที่ไม่เคยหนีไปไหน และยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากคำแนะนำปากต่อปากของคนที่เคยร่วมงานกัน

“พี่แตมครับ” นิ้วมือที่พรมลงบนแป้นพิมพ์ป้อนคำสั่งลงบนเวปไซต์แห่งหนึ่งหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มร่างผอมสูงที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ไม่แปลกใจที่จะเรียกชื่อถูกเพราะไปนั่งร้านกาแฟที่น้องเขาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์แทบจะวันเว้นวัน บางอาทิตย์ก็ทุกวัน

“ไง มาเดินเล่นเหรอแมน”

“เปล่าครับ เอากาแฟมาส่ง” น้องชื่อแมนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มาทำงานร้านกาแฟติดคอนโดฯผมเพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน

“กาแฟ?”

“ใช่ครับ กาแฟของพี่แตม” แมนยื่นแก้วกาแฟกระดาษสีน้ำตาลอ่อนสกรีนโลโก้ร้านมีฝาปิดอย่างเรียบร้อยมาให้ผมที่ยังงงและไม่ได้รับเอามา

“ให้พี่ ที่ร้านมีบริการเดลิเวอรี่ด้วยเหรอ?”

“ฮ่ะๆ ที่จริงก็ไม่มีหรอกครับ แต่พี่แตมเป็นลูกค้าประจำนี่ครับ สวนนี่ก็อยู่หลังร้านเอง เดินนิดเดียวก็ถึง”

“แต่พี่ไม่ได้สั่งกาแฟนะวันนี้”

“ครับ พี่แตมไม่ได้เป็นคนสั่ง แต่เป็นกาแฟของพี่แตมครับ” พนักงานร้านกาแฟยกรอยยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์และล้อเลียนนิดๆ พูดขนาดนี้ไม่รู้ก็คงจะเกินไปแล้ว

“มีคนสั่งให้พี่?” น้องพนักหน้า “ใครล่ะ”

“เขาไม่ได้บอกชื่อเอาไว้ครับ แค่จ่ายเงินค่ากาแฟแล้วบอกว่า รบกวนเอากาแฟมาให้น้องแตมที่สวนด้วย เท่านั้น” แก้วกระดาษขยับมาตรงหน้ามากขึ้นคล้ายกับว่าคนส่งต้องการให้ผมรับไปสักที ผมจึงรับมาเพราะกลัวคนที่ถือค้างไว้นานแล้วจะเมื่อยแขน อีกอย่างก็อยากดื่มกาแฟพอดีเลยแต่เมื่อกี้สมองกำลังไหลลื่นจึงไม่อยากเสียเวลาเดินไปเดินมา

“คงไม่ใช่คนแปลกๆใช่ไหม” ถึงจะรู้ว่าตัวเองคงไม่มีแฟนคลับโรคจิตอย่างดาราหรือคนดังก็เถอะ

“ไม่น่าใช่นะครับ ท่าทางดูดี สุภาพ แล้วก็หล่อด้วย สูงๆขาวๆใส่แว่น อ๊ะ ผมออกมานานแล้วเดี๋ยวโดนว่า ขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับพี่แตม” น้องแมนวิ่งเหยาะๆกลับไปทางร้านแล้ว ผมเลยไม่คิดจะรั้งไว้สอบถามอะไรให้มากความอีก

มือหมุนแก้วกาแฟอย่างใช้ความคิด ต่อให้เป็นกาแฟจากร้านประจำแต่พอมาจากใครก็ไม่รู้ เลยกังวลว่าควรดื่มดีหรือไม่ ขณะนั้นสายตาก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดแปลกไป

บางครั้งที่ไม่สะดวกจะดื่มกาแฟในร้าน ก็จะซื้อแบบTake awayติดมือมาแทน แน่นอนว่าผมคุ้นกับลายของแก้วดี นอกจากสกรีนชื่อร้านอย่างเรียบง่ายก็ไม่มีอย่างอื่น เช่น ตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมืออย่างนี้ ยิ่งไม่มีแน่นอน

สู้ๆนะครับ :)

ลายมือหวัดอ่านยากไปนิด บวกกับคำให้การของพยานที่บอกว่า คนสั่งตัวสูงขาว ท่าทางสุภาพ ใส่แว่น ลักษณะของคุณหมออย่างนี้ทำให้ผมอมยิ้ม ยกกาแฟขึ้นมาจิบหนึ่งอึกถึงได้รู้ว่าเป็นรสชาติโปรดที่ตัวเองสั่งประจำ

เคยสั่งตอนไปนั่งดื่มกับคนๆนั้นด้วย

“ขอบคุณนะครับ พี่ทัช” หวังว่าเสียงของผมคงจะลอยตามสายลมขึ้นไปถึงคอนโดฯชั้นสิบสองนะ

 

[แน่ใจนะว่าไม่ต้องไปรับน่ะ]

“เออน่า กูไม่ใช่เด็กแล้วเปล่า” ต้องทำเสียงรำคาญใส่ปลายสายเมื่อมันถามย้ำมาเป็นครั้งที่สาม อยากจะกดวางสายเพราะมือหนึ่งถือกล่องของขวัญ อีกมือกำพวงกุญแจห้อง มือที่สามอย่างไหล่เลยต้องทำหน้าที่หนีบโทรศัพท์มือถือเอาไว้ให้ติดกับหู แต่รู้ว่าที่พูดก็ด้วยความเป็นห่วงถึงได้ตัดสายมันไม่ลง

[ไม่ใช่เด็ก แต่มึงก็นั่งรถเมล์หรือรถไฟฟ้าอย่างชาวบ้านเขาไม่ได้ใช่ปะล่ะ]

“เผื่อมึงลืมว่ากูมีรถขับ” ผมกรอกตามองบน วางกล่องของขวัญลงกับพื้นแล้วยืดตัวขึ้นล็อกประตูห้อง คล้ายกับเดจาวูที่เพื่อนบ้านเปิดประตูห้องออกมาพอดี เราสบตากันแล้วยิ้มทักทายเล็กน้อย

[มึงจะขับรถมาเหรอ ถ้าเมาจะขับกลับยังไงวะ]

“พูดเหมือนมึงจะไม่ดื่ม ถ้ามึงเมาก็ขับรถไม่ได้อยู่ดี”

[กูจะให้อิงขับกลับ รายนั้นไม่ดื่มอยู่แล้วไง แต่มึงนานๆเที่ยวทีกินเหล้าเป็นเพื่อนกูดิ]

“มึงก็รู้ว่ากูคอไม่แข็งอะกรรณ ไม่กินไม่ได้เหรอวะ แค่ไปงานเฉยๆ อีกอย่างก็ไม่สนิทกับใครด้วย ถ้ากูเมามันจะน่าเกลียดเอานะ”

[คิดไรมาก แพตตี้บอกแล้วว่ามึงมาได้ เค้าไม่ซี เคยได้ยินอิงพูดถึงมึงบ่อยๆ ไม่รู้จักก็เหมือนรู้จักแหละน่า] สังคมเดี๋ยวนี้เขาคิดกันอย่างนี้เหรอเนี่ย ผมตามไม่ทันจริงๆ

“ยังไงก็เถอะ กูว่ากูขับรถไปเองดีกว่า เกรงใจอิงด้วยขากลับคงดึกให้มาขับวนไปวนมา กว่าจะส่งกู ไปส่งมึงแล้วอิงจะถึงบ้านกี่โมง”

[คืนนี้อิงคงค้างห้องกูแหละน่า ไม่ต้องห่วง]

อวดเข้าไปสิ คนอิจฉาก็อิจฉาอยู่เนี่ย ใช่สิ เพื่อนรักมีแฟนที่แพลนว่าจะแต่งงานกันนี่ มีคนนอนกอด มีคนจับมือ อย่าให้ผมถูกตัวใครได้นะ จะหาแฟนมาอวดบ้าง แตมงอนแล้ว

“กูจะขับรถไปเอง แค่นี้นะจะออกแล้ว” ผมกดตัดสายมันหลังกระแทกเสียงงอนด้วยความริษยาสุมอก ไม่ฟังเสียงไอ้กรรณที่หัวเราะเยาะให้เจ็บใจเพิ่มหรอก รู้ว่ามันจงใจพูดเพื่อให้ผมอิจฉาจะได้รีบหาแฟน

แต่แฟนนะ ไม่ใช่พิซซ่าจะได้ออกไปหน้าปากซอยแล้วก็เจอน่ะ

“เพิ่งเคยได้ยินแตมทำเสียงแบบนี้” คนข้างห้องออกปากแซวเมื่อได้จังหวะที่ผมวางสายไปแล้ว “ทะเลาะกับเพื่อนเหรอ”

“เปล่าครับ มันกวนประสาทแตมอ่ะ รู้ว่าอิจฉาที่มีแฟนก็ยังจะอวดอยู่ได้ คอยดูนะแตมจะเอาคืนตอนออกแบบการ์ดแต่งงานให้มัน” พูดไปอย่างนั้นแหละ ขืนทำจริงก็สงสารอิงสิ

“แกล้งเพื่อน”

“คนอย่างไอ้กรรณมันไม่สะทกสะท้านหรอก ทำไมต้องได้แฟนดีเป็นนางฟ้าอย่างอิงด้วย แตมไม่เข้าใจ ตาบอดชัดๆ”

“ฮ่าๆๆ อิจฉาก็หาแฟนสิครับ”

“พี่ทัชก็อีกคน พูดเหมือนแฟนหาได้ง่ายๆอย่างร้านเซเว่นงั้นแหละ”

“บางทีอาจจะหาง่ายกว่าร้านเซเว่นนะครับ เพราะเซเว่นมันไกลไป”

“ใต้คอนโดฯยังว่าไกลอีกเหรอครับ งั้นสงสัยแฟนแตมจะอยู่ในคอนโดฯเดียวกัน”

“อาจจะอยู่ชั้นเดียวกัน ห้องใกล้กันเลยก็ได้นะ แตมแค่มองไม่เห็น”

“สาธุ ขอให้จริงเถอะ ฮ่าๆๆๆ” ผมยกมือไหว้ท่วมหัว ถ้าแฟนหาง่ายและใกล้ขนาดนั้นจริงก็คงดีหรอก แต่รู้ว่าพี่เขาคงพูดเล่นไงเลยรับมุกไป “จริงสิ ขอบคุณสำหรับกาแฟเมื่อวานด้วยนะครับ”

“กาแฟ?”

“อ้าว ไม่ใช่ของพี่เหรอ แตมคิดว่าเป็นของพี่ซะอีก”

“แล้วแตมรู้ได้ไงครับ ว่าเป็นกาแฟของพี่ พี่ไม่ได้ลงชื่อไว้นี่” พี่ทัชทำหน้ายิ้มแบบทิ้งปริศนาเอาไว้ แต่พอดีน้องแตมเป็นคนฉลาด พูดว่าไม่ได้ลงชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นของพี่เขา ไม่ลงชื่อ...เขียนแค่ข้อความ

เอาเถอะ ถ้าอยากปิดทองหลังพระ จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็ได้

“ว้า งั้นของคนใจดีที่ไหนกันน้า~

“หึหึ แล้วนี่จะไปไหนครับ” คนใจดีทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง

“จะไปงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนของเพื่อนน่ะครับ แล้วพี่ทัชล่ะ ไปกินข้าวหรือไปทำงานครับ” ดูจากเวลาแล้วเป็นช่วงมื้อเย็น แต่ก็ไม่แน่ว่าคุณหมออาจจะมีอยู่เวรโรงพยาบาลก็ได้

“อย่างแรกครับ พี่ทำงานแค่แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ต่อให้ติดเคสเยอะอย่างมากก็ทุ่มหนึ่งเท่านั้น”

“หืม คุณหมอเนี่ย เขาไม่ได้ต้องมีเวรจนดึกดื่นเหรอครับ แตมเคยได้ยินมานะว่าทำงานหนักไม่เป็นเวลาด้วย”

“งานพี่ก็หนักครับ แต่เป็นเวลา พี่ไม่ได้เป็นหมอห้องฉุกเฉินหรือศัลยแพทย์น่ะ พี่เป็นหมอเฉพาะทาง...แล้วแตมไปงานวันเกิดเพื่อนของเพื่อนยังไงครับ” เหมือนพี่ทัชจะไม่ค่อยอยากคุยเรื่องงานเท่าไหร่ ผมก็ลืมคิดไปว่านี่เป็นเวลาพักผ่อนของเขา คงไม่อยากพูดเรื่องเครียดๆแล้วเลยไม่ซักเพิ่ม

“ขับรถไปครับ”

“ขอโทษนะครับ แต่เมื่อกี้พี่ได้ยินว่าจะดื่มกัน ขับรถไปมันอันตรายนะครับ” พูดเหมือนไอ้กรรณอีกคนแล้ว ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะดื่ม แม้ในใจจะรู้ว่าไอ้กรรณต้องบังคับให้ดื่มก็เถอะ

“แต่แตมคงโหนรถเมล์หรือขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้หรอก”

“งั้น...ให้พี่ไปส่งนะ”


---------------

“ไม่เป็นไรครับ” ผมรีบโบกมือปฏิเสธ ไม่ต้องอธิบายอีกฝ่ายก็ต้องรู้แหละว่าเกรงใจแค่ไหน ถึงจะเริ่มพูดคุยกันมากขึ้นสนิทกันขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่พี่เขาต้องมาทำให้ แค่ทำงานก็เหนื่อยพอแล้ว

“มาเถอะ พี่จะออกไปหาอะไรทานด้วย แค่แวะส่งแตมเท่านั้นเอง พี่ไม่เข้าไปรบกวนในงานหรอก”

“แตมก็ไม่ได้หมายความแบบนั้นนี่ แล้วที่จะไปก็ไม่ได้ใกล้ๆแถวนี้นะครับ มันไม่เรียกแวะหรอกพี่” หาข้าวกินอย่างมากก็ปากซอย ไม่อย่างนั้นก็รอบๆเขตนี้ ขับรถไปเป็นชั่วโมงนั่นไม่เรียกแวะ

“ก็ออกไปหาอะไรกินไกลหน่อยไง พี่อยากลองร้านใหม่ๆบ้าง”

“พี่ทัช แตมเกรงใจ” ผมบอกเขาตรงๆ จากสีหน้ายิ้มแย้มใจดีเริ่มตึงขึ้นมาเล็กน้อย สายตาคมมองปราดทะลุแว่นให้ความรู้สึกแปลกๆ...เหมือนถูกผู้ใหญ่ดุเวลาทำความผิด

“แต่พี่เป็นห่วง” น้ำเสียงเข้มขึ้น ก่อนที่เขาจะลดมันลงเมื่อผมดูจะอึ้งไป “แค่เห็นว่าจะออกไปตอนดึกก็อันตรายมากแล้ว ยังจะไปดื่มอีก ถ้าแตมไม่อยากรบกวนให้เพื่อนมาส่ง ก็รบกวนพี่เถอะนะ”

“พี่...”

“ถือว่าทำเพื่อความสบายใจของพี่ได้ไหม” คราวนี้เปลี่ยนเป็นเว้าวอนบ้าง ผมเริ่มทำตัวไม่ถูก ไม่ได้อึดอัดแต่ข้างในมันตึกตักยังไงบอกไม่ถูก ใช่ว่าที่ผ่านมาพ่อแม่หรือเพื่อนสนิทอย่างกรรณจะไม่แสดงอาการห่วงใย

แต่นี่มันต่างกันออกไปเล็กน้อย

พี่เขาดูจริงจังกับการเป็นห่วงผมทั้งที่เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน

“พี่ทัช” ผมช้อนตามองอ้อนกลับบ้าง ไม่อยากให้เขาลำบากจริงๆนะ แต่พี่ทัชกลับส่ายหน้า ใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็กลับมาใช้ไม้แข็งอีกรอบ

“น้องแตม ไม่ดื้อกับพี่นะครับ”

“งืออ แตมไม่ได้ดื้อสักหน่อย แค่ไม่อยากให้พี่ลำบากต้องขับรถไกล ทำงานมาก็เหนื่อยแล้วนะ”

“นั่นมันเป็นปัญหาของพี่ พี่ตัดสินใจไปส่งแตมแล้ว ตามมาครับ” คนดื้อแย่งเอากล่องของขวัญในมือผมไปเป็นตัวประกัน เดินนำหน้าไปที่ลิฟต์ ปากก็ยังบ่นอย่างต่อเนื่อง “ครั้งหน้าจะไปไหนดึกดื่นหรือไปดื่มกับเพื่อนต้องบอกพี่นะครับ พี่จะขับรถไปส่งให้ บอกพี่ล่วงหน้าก็ได้ หรือมาเคาะห้องกะทันหันพี่ก็ไม่ว่า ขออย่าทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายก็พอ”

บางทีก็รู้สึกว่า...เว่อร์ไปไหน

แค่ไปเที่ยว คนทั้งโลกใครเขาก็เที่ยว ปาร์ตี้กัน ผมไม่ใช่คนดังหรือลูกมาเฟียที่จะมีศัตรูรอบทิศทางนะ อีกอย่างก็เป็นผู้ชายด้วย ไปไหนดึกดื่นก็ไม่อันตรายหรอก แต่ถามว่ากล้าเถียงออกไปอย่างนี้ไหม ก็ไม่อะ

บทจะดุ พี่แกก็ดุอย่างที่เคยบอกเอาไว้จริงๆ

“เป็นอะไรครับ ทำไมเงียบไป...หรือโกรธพี่” กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าผมไม่มีปากเสียงก็ตอนที่นั่งรถขับออกมาแล้ว เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถของพี่ทัช รถเขาเป็นออดี้สีดำสนิท เบาหนังวาววับ ด้านในหรูหรา ดูจากกลิ่นแล้วน่าจะเพิ่งซื้อได้ไม่นานด้วย

“เปล่า”

“พี่ขอโทษ” เสียงพี่ทัชเบาลงจนผมที่กำลังแอบตกใจความดุของเขาต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง “พี่คงก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของแตมมากไป ถ้าแตมจะไม่พอใจพี่ ครั้งหน้าพี่จะไม่ทำอีกครับ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าพี่เป็นห่วง”

“แตมไม่ได้โกรธ แค่กำลังคิดว่า พี่ดุอย่างที่เคยเล่าให้ฟัง เวลาคุยกับคนไข้ดุอย่างนี้ไหมครับ”

“คนไข้ดื้อก็ดุครับ แต่ส่วนมากไม่มีใครดื้อเท่าแตมหรอก”

“พี่ทัช แตมไม่ได้ดื้อ” ผมเถียงตายเลย ถ้าจะนับความเกรงใจเป็นความดื้ออย่างนี้ คนอาสาขับรถมาส่งไม่ได้เถียงอะไรด้วย กลับไปตั้งสมาธิกับการขับรถ มีเสียงผมบอกทางเป็นบางครั้ง นอกนั้นในรถก็เงียบสนิท

น่าแปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

“เลี้ยวตรงนี้ใช่ไหมครับ” เจ้าของออดี้สีดำหมุนพวงมาลัยเมื่อผมพยักหน้ารับหลังจากเช็กแผนที่ในโทรศัพท์เรียบร้อย ชะลอความเร็วลงจนจอดสนิทที่หน้ารั้วบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังหนึ่ง เสียงเพลงจากด้านในดังกระหึ่มออกมาพร้อมกับเสียงคนพูดคุยกัน

ผมย่นหน้าเล็กน้อยแอบกังวล ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้

จะไหวไหมเนี่ย

“คนเยอะนะครับ” พี่ทัชเองก็คิดแบบเดียวกันกับผม “แตมโอเคไหม บางทีคนเยอะก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเบียดหรือชนกันนะ”

“ตอนแรกไม่รู้ว่าคนจะเยอะ ไอ้กรรณไม่ได้บอกรายละเอียดมาก แค่ปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนแฟนมัน แตมคิดว่าจะจัดเล็กๆซะอีก” ต่อให้ได้ยินมาว่าคุณแพตตี้เจ้าของงานจะเป็นพวกเพื่อนเยอะ ก็ไม่คิดว่าจะเยอะจนถึงขั้นเสียงคนเกือบจะกลบเสียงเพลง

“ถ้าไม่ไหวก็โทรหาพี่นะครับ พี่จะรีบมารับ”

“มารับเหรอครับ” ผมเหวอจนลืมเรื่องไม่สบายใจไปเลย คิดว่าพี่ทัชจะแค่มาส่งเท่านั้นซะอีก

“ครับ พี่เห็นมีร้านคาเฟ่อยู่ไม่ไกลตอนที่ขับรถเข้ามา น่านั่งพอใช้ได้ พี่จะไปหาอะไรทานที่ร้านนั้น ถ้าแตมไม่ไหวจะได้มารับได้เลย ไม่เกินสิบนาทีแน่นอน”

“พี่ทัช พี่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ แตมเกรงใจ พี่กลับก่อนเถอะ ในงานมีเพื่อนสนิทแตมอยู่ ถ้าไม่ไหวมันคงหาทางช่วยเอง”

“พี่รู้..แต่คงจะสบายใจมากกว่าถ้าพี่ได้เป็นคนมาช่วยแตมด้วยตัวเอง”

ผมอึ้งแล้ว พูดอะไรไม่ออก ทำไมพี่เขาเป็นคนดีขนาดนี้ สมแล้วล่ะที่เป็นคุณหมอ เสียสละเพื่อส่วนร่วมและทำเพื่อคนอื่น โชคดีจังที่มีเพื่อนบ้านใจดี

“พี่นี่นะ”

“ตกลงยอมให้พี่มารับนะครับ ห้ามดื้อกับพี่ด้วย”

“จะพูดอะไรได้อีกล่ะ พี่ตัดสินใจแล้วนี่ ถ้าดึกจนง่วนหรือทนไม่ไหวอย่าโทษแตมก็แล้วกัน”

“พี่นอนดึกได้ พรุ่งนี้ก็วันหยุดด้วย”

“งั้นแตมอยู่ถึงตีสองตีสามเลยละกัน” ผมพูดเล่น แต่คนฟังกลับพยักหน้าจริงจัง

“ได้สิครับ อยู่กับเพื่อนให้สนุกเถอะ นานๆครั้งพี่อนุญาต แต่ไม่ทำบ่อยนะครับ พี่ห่วง”

“ล้อเล่นน่า ป่านนั้นร้านที่พี่นั่งก็คงปิดไปแล้ว แตมไม่ได้คิดจะอยู่นานหรอก” มัวแต่ตกใจกับท่าทางจนลืมไปเลยว่าประโยคที่ตอบกลับมานั้นมันแปลกๆ ยังไม่ทันจะได้เอะใจอะไร โทรศัพท์ในมือก็สั่นพร้อมกับร่างของเจ้าของสายเรียกเข้าที่โผล่ออกมาจากประตูรั้ว

ผมกดกระจกลงโบกมือเรียกเพื่อนสนิทตัวเอง “ไอ้กรรณ”

“อ้าว มึง” กรรณเดินเข้ามาใกล้รถ ก้มลงชะโงกหน้าเขามา สายตามันมีคำถามเพราะเจอคนแปลกหน้า ผมเองก็ไม่แปลกใจเพราะรู้ว่ามันคงงงที่มีคนมาส่งผม ปกติแล้วผมคบใครที่ไหนนอกจากมันคนเดียว

“นี่พี่ทัช เพื่อนข้างห้องน่ะ เขาอาสามาส่งเพราะมันดึกแล้ว พี่ทัชนี่กรรณ เพื่อนสนิทผมที่เล่าให้ฟังครับ”

“สวัสดีครับ”

“หวัดดีครับพี่” ไอ้กรรณยกมือไหว้ทักพี่ทัชอย่างงงๆ “ขอบคุณนะครับที่มาส่งมัน ผมจะแวะไปรับก็ไม่ยอม ขี้เกรงใจอะไรนักหนาก็ไม่รู้”

“นั่นสิ เพื่อนกรรณเนี่ย เป็นเด็กขี้เกรงใจเกินไปนะ”

“ใช่เลยพี่ กับพ่อแม่มันก็ยังเกรงใจเลย ป่วยทีไม่ยอมบอกใครหรอก ผมถึงต้องคอยไปดูมันที่ห้องบ่อยๆกลัวจะตายคาห้องไม่มีคนเหลียวแล”

“ทำไมดื้อจังครับ” ได้คนสนับสนุน พี่ทัชก็ดุผมอีกรอบแล้วยื่นหน้ามาใกล้ผมมากขึ้นเพื่อจะคุยกับไอ้เพื่อนทรยศที่ยืนอยู่ข้างกระจกฝั่งผมนั่นเอง “ต่อไปไม่ต้องห่วงนะ พี่จะคอยช่วยดูให้อีกแรง ห้องข้างกันน่าจะทำอะไรได้สะดวกกว่า”

หอมจัง

ก่อนหน้านี้ผมเคยได้กลิ่นน้ำหอมของพี่เขานะ แต่ก็แค่จางๆเท่านั้น พอใกล้แบบนี้ครั้งนี้เลยได้กลิ่นชัดเจน ไม่รู้ว่าเป็นน้ำหอมยี่ห้ออะไร ได้กลิ่นแล้วรู้สึกผ่อนคลายดี

“ไอ้แตม”

“ฮะ! อะไร มึงตะโกนทำไมเนี่ย”

“ก็กูเรียกลงรถแล้วทำไมไม่ลง เหม่อไรวะ ลงมาดิจะได้เข้าไปในงาน อุตส่าห์เดินออกมารับเนี่ย”

“เห็นคุยกันเรื่องกูซะเพลิน คิดว่ายังคุยไม่จบไง” ผมแอบแซะสองหนุ่มที่รู้สึกจะถูกคอกันจัง โดยเฉพาะเวลาหาเรื่องดุผมเนี่ย ไอ้กรรณถอนหายใจ ถอยหลังออกจากรถเมื่อผมเปิดประตูลงไป ผมหันกลับไปหาพี่ทัชอีกครั้งพูดคุยผ่านทางกระจกหน้าต่าง

“ขอบคุณนะครับพี่”

“เดี๋ยวแตม”

“ครับ?” ทำหน้างงเมื่อเจ้าของออดี้ยื่นโทรศัพท์รุ่นล่าสุดมาให้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่มีเบอร์ของกันเลย ทุกครั้งที่เจอก็คือความบังเอิญที่อยู่ข้างห้องกัน ผมรับโทรศัพท์มากดเบอร์ตัวเองลงไป ถือโอกาสกดโทรออกเข้าเครื่องตัวเองด้วย ก่อนจะส่งคืนเจ้าของ

“โทรมานะครับ แต่ไม่ต้องรีบล่ะ พี่รอได้ สนุกกับเพื่อนเถอะ” พี่เขาบอกส่งท้ายอีกครั้งแล้วขับรถออกจากซอยไป

“คนเยอะหน่อยนะมึง กูเองก็ไม่รู้ว่าแพตตี้จะเชิญคนมาทั้งโลกขนาดนี้ อิงเป็นห่วงเลยให้กูออกไปรับมึงหน้าบ้านเนี่ย” ไอ้กรรณพาผมมามุมหนึ่งของบ้านที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก มันคอยกันไม่ให้คนที่สวนไปมาเบียดมาถึงผมได้โดยใช้ร่างสูงใหญ่ของตัวเองบังเอาไว้

กว่าจะได้ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาชุด ร่างกายผมเกร็งแล้วเกร็งอีก

“ขอบใจนะ”

“เอาน่า คิดมาก กูเป็นคนบังคับมึงมา แต่ไหนๆมาแล้ว ดื่มกันหน่อยดิวะ ไม่ได้กินเหล้ากับมึงนานแล้วเนี่ย” ครั้งสุดท้ายที่จำได้คงเป็นตอนฉลองเรียนจบหลังรับปริญญา ก็สี่ปีมาแล้วนะ

“ไม่อยากกินเลยว่ะ กูคออ่อนมึงก็รู้”

“นิดเดียวน่า ใครจะปล่อยให้มึงเมา มีกูอยู่ทั้งคน อ้อพี่ข้างห้องมึงด้วยไง ไหนเล่าซิว่าไปสนิทกันตอนไหน ทำไมกูไม่รู้” ไอ้กรรณยื่นแก้วเครื่องดื่มที่รับจากถาดของพนักงานเสิร์ฟที่เดินไปทั่วบ้านให้ ได้จังหวะก็ซักเรื่องที่มันเก็บความสงสัยเอาไว้

“ต้องเล่าตอนนี้เลยเหรอวะ ไม่ไปทักเจ้าของงานก่อนจะดีเหรอ”

“ไม่ต้องหรอก คนขนาดนี้ยัยแพตตี้คงจำไม่ได้หรอกว่ามีใครบ้าง ส่วนมากก็เพื่อนกัน แต่พวกเพื่อนของเพื่อนที่ลากมาปาร์ตี้ด้วยอีกทีก็เยอะ ดึกๆอิงคงพาเข้ามาทักเอง มึงไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง เล่าเรื่องพี่ทัชอะไรนั่นมา เขาเป็นใคร ทำมาหากินอะไร”

“มึงพูดอย่างกับพวกพ่อหวงลูกสาวในละครงั้นแหละ”

“ก็ไม่แน่”

ผมส่ายหน้าระอาใส่มัน แต่ก็เล่าทุกอย่างโดยไม่ปิดบังอะไร ตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จักพี่ทัชในลิฟต์ ได้รับความช่วยเหลือจากเขา ไอ้กรรณฟังเงียบๆสีหน้ากังวลก็คลายลง มันจิบเครื่องดื่มหนึ่งอึกแล้วถึงได้สรุปปิดท้าย

“ก็คือเป็นหมอใช่ปะ เออ จากที่ฟังก็ดูเป็นคนดี ไว้ใจได้ มีคนข้างห้องอย่างนี้ก็ดีกูจะได้ไม่ห่วงเรื่องมึง”

“โตแล้ว ดูแลตัวเองได้”

“ให้ไม่นอนซมเกือบตายเพราะไข้ขึ้น รอกูไปกรอกยากก่อนเหอะ ค่อยมาบอก” นี่ก็เรื่องตั้งหลายปีแล้ว ขยันขุดมาด่าจังเลย

บรรยากาศในงานไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนเยอะเกินไปจนทำความรู้จักกับใครไม่ได้ ไอ้กรรณที่ตอนแรกบอกว่าจะไม่ให้ผมดื่มเยอะแต่ก็คะยั้นคะยอจนหมดไปแล้วหลายแก้ว หรือว่าเป็นห่วงใครบางคนที่รออยู่กันแน่

“กูกลับแล้วนะ” ไม่ถึงสองชั่วโมงผมก็ลุกขึ้นยืน

“ไรวะ เพิ่งมาเอง”

“พี่ทัชเขามาส่งแล้วก็จะรอรับกลับน่ะ เกรงใจไม่อยากให้เขารอนาน”

“เออ ก็จริง” เพื่อนสนิทพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นมึงโทรบอกเขามารับเหอะ กูออกไปส่งหน้าบ้านจะได้สบายใจ”

ผมไม่ได้ขัดมันเรื่องออกไปส่ง เพราะมันต้องคอยกันคนไม่ให้ถูกตัวผม ยิ่งดึกคนก็ยิ่งเมาเดินสะเปะสปะกว่าเดิม คิดผิดเหมือนกันที่มาแล้วต้องมาเป็นภาระเพื่อน คนที่รู้ทันความคิดผลักหัวผมเบาๆหนึ่งที

“คิดมากทำไมวะ กูอยากให้มึงมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แค่นี้ไม่ได้ลำบากอะไรกูเลยนะ”

“ขอบใจว่ะ” มันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับผมจริงๆ ผมถึงไม่เคยคิดน้อยใจโชคชะตาตัวเองที่ต้องมาเป็นโรคประหลาดอย่างการถูกตัวใครไม่ได้

“อย่ามาทำซึ้งใส่ กูขนลุก โน่นพี่หมอของมึงมาแล้ว กลับดีๆ”

“อือ มึงก็เข้าไปอยู่กับอิงเหอะ คนเยอะไม่รู้ใครเป็นใครบ้าง ต่อให้อยู่ในบ้านเพื่อนก็น่าเป็นห่วง” ผมบอกพร้อมกับเปิดประตูรถด้านข้างคนขับเตรียมจะขึ้นไปนั่ง

“เออ กลับดีๆ ฝากมันด้วยนะพี่หมอ”

“ครับ กรรณก็อย่าเมามากนะครับ มีแฟนนั่งกลับด้วยใช่ไหม” คนดียังเผื่อแผ่ความเป็นห่วงไปถึงคนเพิ่งเจอด้วย

“เดี๋ยวให้อิงขับครับ อิงไม่ดื่ม ส่วนผมเริ่มมึนแล้ว ดื่มกับไอ้แตมไปหลายแก้ว”

“กลับบ้านดีๆนะครับ พี่ไปล่ะ” เจ้าของรถพาออดี้คู่ใจออกมาจากตรงนั้น มีคำถามเล็กน้อยว่าสนุกหรือเปล่า ในงานเป็นยังไงบ้าง ผมก็เล่าให้ฟังไปอย่างที่รู้สึก ไม่นานก็ถูกความเย็นในรถเล่นงาน

ดวงตาปรือใกล้จะปิดค่อยๆดับลง คนคออ่อนอย่างผมดื่มเมื่อไหร่ไม่ค่อยแสดงออกไปในทางโวยวายหรือก่อกวนคนอื่น แต่จะง่วงแล้วหลับสนิททันที

อย่าเช่นตอนนี้ที่รู้เพียงว่าเสียงเครื่องยนต์ของรถเงียบไปแล้ว ร่างกายคล้ายจะลอยได้ และบางอย่างที่เกลี่ยอยู่ตรงหน้าผากจนต้องสะบัดหน้าหนี้ด้วยความรำคาญ

“อื้ออ”

“หึหึ ฝันดีครับ น้องแตม”

คร่อก Zzzzz

------------------------

น้องหนีไปปปปปปปปปป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.506K ครั้ง

2,558 ความคิดเห็น

  1. #2534 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 14:51
    ตายละ โดนทั้งอุ้ม ทั้งเกลี่ยหน้าผากน้องก็ยังไม่เป็นไรเลย เพราะเมาสินะ อิพี่หมอห้ามทำไรน้องนะ // ตอนนี้ถ้ามองแบบคนแปลกหน้าคือมันเกินเบอร์มากๆ จะห่วงอะไรขนาดนั้น แล้วมีสิทธิ์อะไรมาบังคับน้อง แต่ด้วยความที่น้องเป็นคนไม่คิดมาก แล้วก็พอสนิทกันบ้าง แถมน้องก็มองว่าพี่หมอเป็นคนดี๊ คนดี มันก็เลยออกมารูปแบบนี้สินะ
    #2534
    0
  2. #2518 Alone (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 18:16

    พี่หมอนี่จิตเเพทย์มั้ยน๊าา??ค

    #2518
    0
  3. #2507 Why- (@phuk-kp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 13:27
    โอ๊ยยยยย โดนพี่ทัชมันอุ้มแล้ว5555555555555
    #2507
    0
  4. #2502 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 19:39
    พี่ทัชก็คือหมาป่าในคราบลูกแกะดี ๆ นี่เอง 55555
    #2502
    0
  5. #2447 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 00:14
    คนพี่อ่อนโยนจัง
    #2447
    0
  6. #2415 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 05:46
    อิพี่แอบทำไรน้อง
    #2415
    0
  7. #2399 zzzPLAzzz (@zzzwanmaizzz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 13:18
    ยัยน้อง!! หนีปาย!!!!!!! -0-!!
    #2399
    0
  8. #2354 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:51
    !!!!!!!! ทำอะไรน้องงง
    #2354
    0
  9. #2352 Strawberrybunny (@strawberrybunny) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:28
    ตอนหลับได้ไม่เปนไร5555555
    #2352
    0
  10. #2222 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 10:49
    น้องซื่อมากก
    #2222
    0
  11. #2041 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 01:27
    อุ้มน้องไหมอ่ะ
    #2041
    0
  12. #1914 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:41
    แอบเนียนกับน้องหรือเปล่าคูมหม
    #1914
    0
  13. #1821 ต้นโมก (@dyozhochi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:02
    หมอเย็นนะหมอ
    #1821
    0
  14. #1667 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 14:40

    หึๆๆๆ /ยกยิ้ม

    #1667
    0
  15. #1104 TmwMixer (@mixerjam11-z) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 13:11
    พี่หมอเบาพี่เบา
    #1104
    0
  16. #891 m ma ri (@may-mm111) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 18:56
    เบาหมอเบา
    #891
    0
  17. #823 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 17:27

    น้องง จะมาเมาตอนนี้ไม่ได้ค่ะลูกกก ตื่นก่อนนน
    #823
    0
  18. วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 18:19
    พี่หมอเนียน หนีไปแตมมมม
    #727
    0
  19. #502 fffan (@fffan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 20:51
    ร้ายยย
    #502
    0
  20. #391 IAMARMY02 (@IAMARMY02) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 19:51
    พี่หมอแนวอาโบหรือป่าว555555
    #391
    0
  21. #364 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 14:00
    กรรณเห็นเป็นคุณพี่หมอ เลยไม่ห่วง...หึหึ เข้าทางเลย
    #364
    0
  22. #340 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 01:08
    น้องเมา
    #340
    0
  23. #326 PPsry (@PPsry) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 16:15
    พี่หมอออออ ดิชั้นรูนะ ว่าคุณคิดอะไร แหมมมมมมมมม อิๆ
    #326
    0
  24. #246 smile_psk (@p_sing) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 10:26
    พี่ทัชคือจีบชัดเจนมาก อ่อยสุด แต่ดูน้องแตมเหมือนจะตามไม่ทันเลยนะนั่น โถถถถ ลูกกก ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยยย~~~
    #246
    0
  25. #230 PairJakranukul (@PairJakranukul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 14:10
    แหมพี่หมอมีอนุยงอนุญาตนะคะ
    #230
    0