END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 4 : สัมผัสครั้งที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,570 ครั้ง
    27 ก.ค. 62


ร้านเบเกอรี่ที่ตกแต่งสไตล์วินเทจเหมาะสำหรับลูกค้าที่มาแบบครอบครัว หรือคู่รักที่เพิ่งจะเริ่มเดทก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน ผนังถูกจัดเรียงด้วยภาพวาดสีหวานตัดกับกรอบรูปสีขาวมุกแบบเรียบ วอล์เปเปอร์ลวดลายดอกไม้ โต๊ะเก้าอี้เหล็กดัดที่เสริมบรรยากาศแห่งความอบอุ่น

ใช้สายตาสำรวจร้านจนพอใจแล้วก็หันกลับมายังพี่จีและผู้หญิงอีกหนึ่งคนซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างนัก ร้านนี้กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่น นอกจากการแต่งร้านที่สวยทุกมุมแล้ว การแต่งขนมหวานแสนอร่อยให้ดูน่ารักสวยงามจนทำใจที่จะทำลายมันแล้วกลืนลงท้องก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เหล่าคนที่ชอบถ่ายรูปลงโซเชียลต่างๆจึงได้ถูกใจนัก ก่อนหน้านี้ผมแอบเสิร์จคอมเม้นท์ของร้านมาคร่าวๆ รสชาติของขนมและเครื่องดื่มเองก็รสชาติดีไม่แพ้หน้าตา

เสียดายอย่างเดียวคือไกลคอนโดฯผมไปหน่อย ไม่อย่างนั้นคงได้มาเป็นลูกค้าประจำให้พี่เจ้าของร้านกาแฟของผมน้อยใจเล่น

“เป็นยังไงบ้างคะ”

“ร้านสวยมากๆเลยครับ ขนมก็หน้าตาน่าทานด้วย” ผมตอบพี่ชีสเพื่อนของพี่จีที่บอกว่าอยากจะให้ผมช่วยทำเวปไซต์โปรโมทร้านให้ วันนี้เลยเชิญผมมาดูร้านด้วยตาตัวเอง เผื่อจะมีไอเดียเพิ่ม ด้วยความที่ทนการรบเร้าของพี่จีไม่ไหวจึงได้ตกปากรับคำทำงานนี้ไป อย่างน้อยพี่เขาก็เป็นคนที่ผมนับถือและมีบุญคุณ

จะมีใครใจกล้าจ้างคนที่เพิ่งเรียนจบไม่นานแถมประสบการณ์ก็น้อยอย่างผมมาดูแลเวปไซต์เสื้อผ้าออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างพี่จี เขาเชื่อใจถึงขนาดทำสัญญาเป็นปีเพียงแค่ดูผลงานของผมที่มีน้อยนิดมากๆ ซ้ำยังแนะนำคนรู้จักและเพื่อนๆเซเลปคนดังในแวดวงของตัวเองมาใช้บริการผมอีกด้วย

ผ่านมาสองปีแล้วก็ยังพอใจกับผลงานของผมจนทำท่าว่าจะต่อสัญญาไปเรื่อยๆอีกด้วย เสื้อผ้าที่ส่งมาให้ประจำก็เป็นแบรนด์ของพี่จีนี่แหละ

“ที่จริงก่อนหน้านี้เป็นร้านของพ่อกับแม่พี่น่ะ พอพี่รับช่วงต่อเลยรีโนเวทใหม่ให้ตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน ส่วนน้องสาวพี่ก็เป็นคนทำขนมทั้งหมดที่เห็นนั่นแหละค่ะ”

“เก่งจังเลยนะครับ”

“ขอบคุณนะคะ” เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่พี่ชีส แต่เป็นผู้หญิงอีกคนที่โผล่มาทางด้านหลัง ใบหน้าอ่อนหวานท่าทางเรียบร้อย ชุดที่ใส่เป็นชุดสีขาวที่ผมเคยเห็นเชฟใส่กันในรายการแข่งทำอาหารรายการหนึ่ง และก่อนจะได้สงสัยพี่ชีสก็เป็นคนแนะนำให้รู้จักซะก่อน

“มาพอดีเลย นี่พาย น้องสาวของพี่ที่เป็นปาทิซิเย่ของร้าน ส่วนพายนี่คือคุณศตายุ ที่จะมาออกแบบเวปไซต์ร้านให้กับเรา”

“สวัสดีครับ” ผมยิ้มและยกสองมือขึ้นช้าๆประกบกัน อีกฝ่ายเองก็รีบทำแบบเดียวกัน ที่ต้องชิงไหว้ก่อนเพราะกลัวว่าจะถูกทำทายแบบสากลคือการจับมือ ทุกครั้งผมก็เลยเริ่มต้นการทักทายด้วยการไหว้ทั้งหมด

“สวัสดีค่ะ คุณศตายุ”

“เรียกแสตมป์ หรือแตมก็ได้ครับ คุณพาย”

“ค่ะ งั้นพายเรียกคุณแตมนะคะ ชอบทานขนมไหมคะ วันนี้พายอบเค้กสูตรใหม่ เดี๋ยวจะเอาออกมาให้ลองชิม” คุณพายคุยกับผมขณะที่เราสี่คนเดินกลับไปนั่งโต๊ะที่พี่ชีสจัดไว้รับรองผม แก้วกาแฟร้อนที่ดื่มไปก่อนหน้าถูกเก็บไปแล้วเพราะใช้เวลาเดินดูแต่ละมุมของร้านพอสมควร

“ชอบครับ ผมชอบทานขนมหวาน”

“รายนี้ชอบคิดสูตรใหม่ๆ แล้วก็หาคนมาทดลองชิมอย่างนี้ตลอดเลยล่ะน้องแตม อย่าไปหลงกลเชียวนะเดี๋ยวจะอ้วนไม่รู้ตัว พี่คนหนึ่งล่ะไม่เอาด้วย” พี่ชีสแซวน้องสาวตัวเองก็ได้รับสายตาค้อนเล็กๆกลับคืน เป็นกิริยาที่มองแล้วสบายตา

ผมว่าน่ารักดี

“พายไม่ให้พี่ชีสชิมอยู่แล้วล่ะ ชิมไปก็ชอบบ่นว่าน้ำหนักขึ้น”

“ฮ่ะๆ แต่ผมไม่กลัวอ้วนนะครับ ถ้าหุ่นจะพังแล้วแลกมาด้วยของอร่อย ผมก็ว่าคุ้มนะ” ตอบไปตามจริง ผมนี่สายของหวานเลยล่ะ อ้วนแล้วยังไงกลัวอะไรล่ะ คนเราเกิดมาชีวิตเดียว กินๆเข้าไปเถอะ

“พี่น่ะกินของหวานเข้าไปคำเดียวน้ำหนักก็พุ่งแล้ว แต่น้องแตมนี่ดูแล้วกินยังไงก็ไม่น่าจะอ้วนนะ ตัวผอมกว่าพี่อีกมั้ง”

“จริงๆแล้วผมเป็นคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนครับ”

“โอ๊ยยย อิจฉา” สามสาวประสานเสียงกัน มองด้วยสายตาว่าอิจฉาจริงๆ คงจะเป็นความยากลำบากของผู้หญิง หรือไม่ร่างกายผมก็เผาผลาญดีล่ะมั้ง เพราะขนาดไม่ได้ออกกำลังหุ่นก็ยังเท่าเดิม น้ำหนักไม่เคยขึ้นเลยตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

“ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นชิมขนมที่พายทำแล้วช่วยวิจารณ์หน่อยนะคะ” คุณพายลุกหายเข้าไปหลังร้านสักพักก็กลับมาพร้อมกับจานใส่เค้ก เป็นเค้กทรงกลมก้อนเล็กขนาดฝ่ามือ ปาดด้วยครีมสีขาวอย่างไม่จงใจให้ประณีตนัก โรยด้านบนด้วยป๊อปคอร์นจากนั้นก็ราดคาราเมลสีน้ำตาลทองทับลงไป

“คาราเมลเค้กค่ะ พายลองปรับสูตรให้ไม่หวานมาก เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบของหวานแต่ไม่อยากอ้วน”

จริงๆไม่ว่าจะหวานมากหรือน้อย ขึ้นชื่อว่าเค้กก็คงจะอ้วนอยู่ดี แต่ผมไม่ขัดให้เสียมารยาท เพียงแค่ยิ้มรับและตักเข้าปากหนึ่งคำก็ต้องตาโตมองเจ้าเค้กชิ้นนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนจะหันไปมองใบหน้าสวยหวานที่จ้องผมอย่างรอคอย

“เป็นยังไงบ้างคะ”

“คุณพายจ้องอย่างนี้ผมเขินเหมือนกันนะครับ ฮ่าๆๆ” หัวเราะโง่ๆออกไปกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง เชื่อเถอะว่าผู้ชายคนไหนก็ทำใจแข็งไม่ลงหรอกถ้ามีคนน่ารักขนาดนี้มานั่งจ้องหน้าน่ะ

“โธ่ ล้อพายเหรอคะคุณแตม”

“เปล่านะครับ อ่ะๆ จริงจังแล้วนะ ผมว่าอร่อยมากเลยครับ กลิ่นคาราเมลคลุ้งอยู่ในปาก ตัวแป้งเค้กก็นิ่มเหมือนละลายได้ ครีมสดไม่หวานแล้วก็ไม่เลี่ยนด้วย เสียอย่างเดียว...”

“อะไรคะ” คุณพายมองด้วยสายตาที่ลุ้นมากเมื่อผมลากเสียงไม่ยอมบอกข้อเสียของเค้กนี่สักที ผมยิ้มอีกครั้งก่อนจะตอบ

“ชิ้นเล็กไปนิด ผมกินไม่อิ่มหรอกอร่อยขนาดนี้”

“คุณแตม!!” เสียงหวานร้องคล้ายจะเคืองอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหัวเราะขึ้นพร้อมๆกับผม

“แหม สองคนนี้คุยกันถูกคอจังเลยนะ” พี่จีที่นั่งฝั่งตรงข้ามส่งเสียงแซวขัด ผมอมยิ้ม ส่วนคุณพายก็ก้มหน้ามองถ้วยชาในมือตัวเอง แก้มมีสีแดงระเรื่อนิดๆ

“ก็นานๆเจอคนชอบของหวานนี่คะพี่จี แถมยังวิจารณ์เก่งด้วยนะ”

“จริง น้องแตมบรรยายจนพี่อยากจะกินแล้วเนี่ย สักคำคงไม่เป็นไรมั้ง” สักคำของพี่ชีสคือเค้กที่เหลือในจานทั้งหมดเลย ผมมองตาปริบๆ ไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิงเท่าไหร่ ปากบอกกลัวอ้วน แต่ก็กินอยู่ดี

“แย่งคุณแตมหมดเลยพี่ชีส ไม่เป็นไรนะคะ ในครัวยังมีอีกหลายชิ้น เดี๋ยวพายใส่กล่องให้คุณแตมเอาไปทานที่บ้าน เผื่อคนในครอบครัวด้วยนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

เมื่อคุยเรื่องรายละเอียดของเวปไซต์ รวมถึงจดภาพรวมในสิ่งที่พี่ชีสและคุณพายต้องการเรียบร้อยผมก็ขอตัวกลับ หิ้วเค้กหลายชิ้นมาอย่างเกรงใจ แต่ก็ถูกคะยั้นคะยอให้เอามาด้วยอยู่ดี คุณพายบอกว่าเป็นของที่ยังไม่ได้เอามาวางขายที่ร้าน และคนอื่นๆก็คงไม่มีใครทานเยอะขนาดนั้น

สภาพรถติดของเมืองหลวงทำให้ผมแทบหมดแรงเมื่อมาถึงห้อง แต่อาจไม่เท่ากับใครบางคนที่กำลังไขกุญแจจะเข้าห้อง พี่ทัชหันมาเมื่อได้ยินเสียงลิฟต์เปิด รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าตอนที่เห็นว่าผมเดินเข้ามาใกล้

“เพิ่งเลิกงานเหรอครับพี่ ดูเหนื่อยๆนะ”

“ครับ วันนี้คนไข้ค่อนข้างเยอะน่ะ แล้วแตมล่ะครับไปไหนมา” เราทักทายกันอย่างเพื่อนบ้านปกติ คำถามพี่เขาไม่ได้ดูล้ำเส้นอะไร เหมือนเป็นคำถามทั่วๆไปเท่านั้น

“ไปพบลูกค้ามาครับ จริงสิ พี่ทัชเหนื่อยๆอย่างนี้ลองกินของหวานดีไหม พอดีไปมาวันนี้เป็นร้านขนมเขาเลยให้เค้กมาหลายชิ้นเลย แตมกินคนเดียวไม่หมดแน่ๆ อันนี้ไม่หวานมาก แตมจำได้ว่าพี่ไม่ชอบกินหวาน” ผมชูถุงใส่กล่องเค้กให้เพื่อนข้างหองดู เห็นสภาพเขาแล้วนึกเห็นใจเลย คนเป็นหมอนี่เหนื่อยจริงๆนะ

“ขอบคุณครับ แล้ว...แตมทานข้าวเย็นมาหรือยัง”

“ยังเลยครับ วันนี้รถติดมาก แตมเลยไม่อยากแวะน่ะ กลัวถึงคอนโดฯดึก ยังมีงานต้องส่งลูกค้าพรุ่งนี้ด้วยเลยว่าจะหาอะไรง่ายๆทาน” อย่างเช่นมาม่า แต่ไม่บอกหรอกนะคิดในใจ บอกไปไม่พ้นถูกคุณหมอบ่นเข้าพอดี แค่ไม่ออกกำลังกายยังบ่นผมเลย

“ทานกับพี่ไหม” คนชวนเห็นสีหน้างุนงงพร้อมสายตาสำรวจไปตามมือที่มีเพียงกระเป๋าใบเล็กใบเดียวก็อธิบายต่อ “พี่ว่าจะทำอะไรง่ายๆสักสองสามอย่างทานน่ะ สนใจหรือเปล่า”

“พี่ทำกับข้าวได้ด้วย?” ผมตาโตเป็นรอบที่สองของวัน ไม่ได้ว่าจะดูถูกอะไรนะ แต่ดูเหมือนเขาไม่น่าจะว่างมาหัดทำกับข้าวน่ะ

“นิดหน่อยครับ ไม่เก่งหรอก แค่เจียวไข่ หรืออะไรที่ไม่ต้องปรุงมาก”

“.......”

“แต่ถ้าแตมอึดอัด....”

“ไม่ๆพี่” ผมรีบโบกมือ พี่เขาแปลความเงียบผมเป็นความอึดอัดไปได้ยังไง “แตมแค่คิดว่าที่ห้องพอมีวัตถุดิบอะไรมาทำกับข้าวได้หรือเปล่า คืองี้นะ บอกไปแล้วห้ามบ่นล่ะ ตอนแรกแตมตั้งใจจะกลับมาต้มมาม่าเพราะขี้เกียจทำเลยไม่ได้แวะซื้อของด้านล่างเข้ามา”

“แตมครับ” นี่ไง ขนาดดักว่าห้ามบ่นแล้วนะ ยังส่งเสียงดุเชียว

“เอาน่า แตมก็จะทานข้าวกับพี่แล้วนี่ไง แถมทำกับข้าวให้ด้วยนะ เห็นแบบนี้แตมทำเป็นหลายอย่าง อร่อยด้วย เคยช่วยแม่เข้าครัวบ่อยๆ พี่ทัชเชื่อมือได้เลย”

“ถ้าอย่างนั้นเข้ามาในห้องพี่ก่อนแล้วกันนะ มาดูว่ามีอะไรพอทำได้บ้าง...พี่ฝากความหวังไว้ที่แตมนะครับ”

“เชื่อมือได้เลย แตมจะทำของอร่อยบำรุงคุณหมอคนเก่งเอง”

“หึหึ เชิญครับ” พี่ทัชขำในคอก่อนจะเปิดประตูห้องตัวเองออกกว้าง ผายมือให้แขกอย่างผมเดินนำเข้าไปก่อน ผมก้าวเท้าผ่านเข้าไปด้านใน หลังบานประตูที่เป็นโลกของ...คุณหมอทัชกร


------------------------------------


ด้วยแปลนห้องแบบเดียวกันทำให้ดูไม่แปลกตาเท่าไหร่นัก สิ่งที่แตกต่างกับห้องของผมที่อยู่ติดกันก็คือการตกแต่งเครื่องเรือน โซฟาของผมจะอยู่กลางห้อง โทรทัศน์ติดกับผนัง และมุมหนึ่งมีโต๊ะสำหรับออกแบบหรือวาดภาพซึ่งเป็นงานอดิเรกอีกอย่างที่ถนัด แต่ในห้องนี้วางโซฟากับโทรทัศน์สีเข้มไว้ชิดกำแพง ฝั่งผนังที่ติดกับน้องนอนมีชั้นหนังสือที่อัดแน่นด้วยตำรายากๆภาษาต่างประเทศ

เดาจากปกว่าเป็นหนังสือวิชาการ ไม่ก็ตำราแพทย์

“ห้องนอนของเราติดกันเหรอเนี่ย” พอได้สำรวจแล้วประตูห้องนอนของพี่ทัชอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนห้องถัดไปที่เป็นห้องผมมีห้องนอนทางขวามือ

ห่างกันแค่ผนังกั้นเท่านั้น

“อย่างนั้นเหรอครับ พี่เพิ่งย้ายมาไม่นาน ไม่มีเพื่อนอยู่คอนโดฯนี้เลยไม่รู้ว่าห้องอื่นเป็นยังไง”

“ห้องนอนแตมอยู่ทางขวาจุดเดียวกับห้องของพี่อะ แบบนี้เวลาเสียงดังพี่ต้องรำคาญแน่ๆ ถึงจะไม่ค่อยทำเสียงดังก็เหอะ แต่ถ้าพี่นอนไม่ได้ก็ทุบผนังเลยนะครับ แตมจะเงียบให้”

“ไปเคาะห้องเลยไม่ได้เหรอ”

“ครับ?”

“หิวหรือยัง” รู้จักกันมาได้สักพักทำให้รู้ว่าพี่ทัชเป็นคนเปลี่ยนเรื่องเก่ง ไม่รู้ว่าเขาไม่อยากตอบหรือแค่พูดกับตัวเองก็เลยทิ้งประเด็นนั้นไป ผมพยักหน้าท้องเริ่มเรียกร้องหาอะไรมาเติมเต็มแล้ว

“หิวครับ งั้นแตมขออนุญาตสำรวจตู้เย็นหน่อยนะ” ผมเดินไปทางห้องครัวอย่างคุ้นชินเพราะไม่ได้ต่างกับห้องตัวเองเท่าไหร่ ยกเว้นโทนสีของห้อง คอนโดฯนี้เป็นแบบซื้อขาดเจ้าของห้องจะตกแต่งแบบไหนก็ได้ สำหรับผมชอบอะไรที่เอิร์ธโทนบวกพาสเทลนิดๆ ห้องเลยมีสีสันสดใส ช่วยประตุ้นเวลาคิดงานได้ดีด้วย ส่วนห้องของพี่ทัชเน้นขาว น้ำตาล และดำ ดูแพง ดูเป็นผู้ใหญ่เหมาะกับเขาดี

ในตู้เย็นหลังใหญ่มีของสดไม่มากนัก ผมยืนนิ่งคิดว่าพอจะทำเมนูอะไรได้บ้าง

“เป็นยังไงบ้างครับ พอไหวไหม”

“ได้อยู่ครับ แตมว่าจะทำบล็อกโครี่ผัดกุ้ง แกงจืดตำลึงใส่เต้าหู แล้วก็หมูทอดกระเทียม พี่ทัชทานได้ไหม”

“ทานได้ทุกอย่างเลยครับ แล้วจะให้พี่ช่วยอะไรก่อนดี”

“ก่อนอื่นแตมต้องกลับไปเอาตำลึงกับบล็อกโครี่ที่ห้องก่อน” ผมวิ่งกลับห้องตัวเองด้วยความไว คว้าเอาผักในตู้เย็นแล้วกลับมา เจ้าของห้องเปิดประตูรอไว้อยู่แล้ว “พี่ทัชไปอาบน้ำก่อนดีไหมครับ กลับมาเหนื่อยๆจะได้สบายตัว”

“เอาอย่างนั้นเหรอ” พี่เขาทำท่าลังเล ดูก็รู้ว่าเกรงใจ แต่ผมไม่อยากให้บรรยากาศระหว่างเราอึดอัดเลยแกล้งพูดเล่นไป

“แตมไม่ยกของห้องพี่ไปขายหรอก รับรองได้”

“อยากได้อะไร เดี๋ยวพี่ช่วยยก” แน่ะ มีรับมุก ผมหัวเราะขำเสียงดังขณะที่อีกฝ่ายแค่หัวเราะน้อยๆตามนิสัยสุภาพของเขา

“ไปอาบน้ำเถอะ วันนี้พี่ดูเหนื่อยมาก แตมทำเองไหว แป๊บเดียวเท่านั้น พี่อาบน้ำเสร็จกับข้าวก็พร้อมพอดี”

พี่ทัชยอมเข้าห้องไปอาบน้ำ ท่าทางเขาจะเหนื่อยจริง ผมซาวข้าวหุงเอาไว้ก่อนเป็นอย่างแรกเพราะข้าวสุกช้า จากนั้นก็หันไปล้างผัก หั่นบล็อกโครี่เตรียมเอาไว้ น้ำในหม้อเดือดพอดีกับที่สับหมูปรุงรสเรียบร้อย หย่อนหมูสับปั้นเป็นก้อนลงไปทีละลูก ตามด้วยซอสปรุงรส ไม่นานก็ส่งกลิ่นหอม หย่อนใบตำลึงที่เด็ดลงหม้อปิดเตาแล้วถึงใส่เตาหู้เป็นอย่างสุดท้าย บล็อกโครี่ผัดกุ้งเป็นอาหารจานที่สอง แม่เคยบอกว่าต้องผัดให้เร็ว กุ้งสุกใส่ผักกับน้ำมันหอยและซีอิ๊วขาวก็ตักขึ้นจาน

ผมหมักหมูกระเทียมเอาไว้ก่อนหน้า แต่ทำเป็นอย่างสุดท้าย อาหารในกระทะส่งกลิ่นหอมปะปนกลับกลิ่นสบู่จางๆที่มาจากเจ้าของห้องซึ่งเดินมาหยุดที่ด้านหลัง

“น่าทานจังเลยครับ” คนพูดชะโงกผ่านไหล่มาดูอาหารสองอย่างบนเตากับผัดผักในจานข้างๆตี ดูเหมือนพี่ทัชจะสระผมด้วย เส้นผมเขายังเปียกหมาดๆเกือบแห้ง ผมสีดำดูสลวยและหอมแชมพูอ่อนๆ

ไม่รู้ว่าสบู่กับแชมพูอะไรจะหอมกว่ากัน

ที่แน่ๆ...พี่ทัชตัวหอม

“ใกล้เสร็จแล้วล่ะครับ หมูสุกก็ทานได้เลย พี่อาบน้ำเร็วจัง”

“พี่กลัวแตมรอนาน ให้พี่ช่วยอะไรดีครับ” เป็นการร้องขอครั้งที่สองแล้ว สีหน้าคุณหมอดูดีกว่าตอนแรกเลยไม่คิดจะห้ามอีก ผมเองก็หิวแล้วเหมือนกัน ช่วยกันจะได้ไวๆ

“ยกผัดผักไปวางบนโต๊ะ แล้วก็ตักข้าวใส่จานก็ได้ครับ ข้าวเพิ่งสุกเอง” อีกคนทำตามที่บอกทันที ยกจานผัดผักไปก่อน ตักขาวสองจาน แกงจืดถ้วยใหญ่ตักใส่ชามเขาก็มายกเอาไป ผมถือจานหมูทอดตามไปที่โต๊ะเป็นอย่างสุดท้าย

“พี่รอดตายเพราะแตมเลยนะเนี่ย” เกินจริงไปหน่อย นี่เราไม่ได้อยู่ในป่านะ ถึงไม่ทำกับข้าวให้ก็มีอีกหลายวิธีให้ได้กินของอร่อย อย่างการสั่งมา แต่พอเห็นคนพูดมารอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าก็อดจะภูมิใจไม่ได้

“ทำงานมาหนักต้องทานผักเยอะๆนะครับ ตำลึงมีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา บล็อกโครี่ก็บำรุงเลือดกับร่างกายได้ดี มื้อนี้สารอาหารครบห้าหมู่แน่นอน”

“แตม”

“ทานเถอะครับ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” น้ำเสียงทอดอ่อนชวนให้รู้สึกแปลกๆ ผมเลยเสทำเป็นตักแกงจืดวางลงบนข้าวพี่เขา ระหว่างทานไม่ได้มีบทสนทนามากนัก ต่างฝ่ายก็ต่างหิวโหย กระทั่งข้าวหมดจานบทสนทนาถึงได้เริ่มอีกครั้ง

พี่ทัชเงยหน้าส่งยิ้มให้หลังจากดื่มน้ำจนหมดแล้ว “ขอบคุณนะครับ อาหารอร่อยมากๆเลย ไม่ใช่เพราะหิวด้วย”

“ฮ่าๆๆ ดักกันอย่างนี้เลยเหรอพี่”

“แตมเป็นเด็กดีมากเลยรู้ไหม ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่พี่รู้ว่าแตมเป็นเด็กดี ใส่ใจคนรอบข้าง อาหารที่ทำให้พี่ก็คิดถึงโภชนาการ ทำของที่กินแล้วดีกับร่างกาย ขอบคุณจริงๆนะครับ”

แบบว่า ข้าวมื้อเดียวไม่น่าเล่นใหญ่ขนาดนี้ ผมก็เขินป่ะเนี่ย

“ชมเยอะผมจะลอยติดเพดานแล้วนะ ถ้าอยากทานอีกก็บอกได้ ไว้ว่างแตมจะมาทำให้กินอีก”

“ถ้าอยากทานทุกวันก็บอกได้ใช่ไหมครับ”

“ผูกปิ่นโตเลยไหมล่ะ” แกล้งแหย่เล่น แต่สีหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามดูจะจริงจังขึ้นมา อะไรของเขาอีก ไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่หาเรื่องพูดอะไรแกล้งผมน่ะ

“พี่พูดจริงนะ เคยคิดอยากมีแม่บ้านคอยทำอาหารให้ทานทุกวัน กลับมาเหนื่อยๆก็มีคนดูแลอย่างนี้”

“จะจ้างแตมเป็นแม่บ้านงี้เหรอ ค่าตัวแพงนะบอกไว้เลย” ผมแหย่เล่นแล้วหัวเราะไปด้วย แค่งานตัวเองก็แทบไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว มาทำงานบ้านให้กับเพื่อนข้างห้องอีกนี่คงตายพอดี หวังว่าพี่ทัชจะรู้นะว่าผมล้อเล่น

“แม่บ้านที่ไม่ใช่แม่บ้าน ต้องใช้อะไรจ้างดีน้า~

แล้วมันคืออะไรล่ะ แม่บ้านที่ไม่ใช่แม่บ้านเนี่ย

 

“แตมครับ เราต้องคุยกัน” เจ้าของห้องอาสาเป็นฝ่ายล้างจาน ไล่ให้ผมนั่งดูโทรทัศน์รอ ผ่านไปพักใหญ่ก็เดินเช็ดมือออกมายืนหน้าโซฟาที่ผมอยู่

“ครับ?”

“เรื่องอาการที่แตมเป็นน่ะ อยากลองสัมผัสดูไหมครับ”

“สัมผัส แบบให้ถูกตัวน่ะเหรอ”

“ครับ พี่ลองคิดดูนะ ถ้าคนอื่นเป็นฝ่ายถูกตัวแล้วแตมกลัว ลองให้แตมเป็นฝ่ายถูกตัวคนอื่นดู อาจจะดีกว่าก็ได้ หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะคุ้นชิน”

“ที่จริงแตมเคยลองเมื่อนานมาแล้ว กับเพื่อนสนิทน่ะครับ”

“แล้วเป็นยังไงครับ” พี่ทัชนั่งลงข้างๆ ทิ้งระยะห่างเพียงเล็กน้อย ใบหน้าแสดงออกถึงความสนใจราวกับฟังผลทางวิชาการอะไรสักอย่าง

“ทำไม่ได้ครับ มันฝืนๆยังไงก็ไม่รู้ สุดท้ายเพื่อนเลยบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องถูกตัวกันก็ได้”

“อย่างนั้นเหรอครับ แล้วแตมยังอยากสัมผัสคนอื่นไหมล่ะ”

“อยากสิครับ” ผมตอบกลับทันที พี่ทัชยกยิ้มแปลกๆทำให้รู้ตัวว่าถูกเข้าใจผิดแล้ว “ไม่ใช่ว่าแตมหื่นหรืออยากโดนตัวคนไปทั่วนะ ก็แค่เวลาใครมาโดนตัวกะทันหัน หรือเบียดกับคนไม่ได้ก็ใช้ชีวิตยากเท่านั้นเอง”

“พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

“แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าพี่ทัชคิดอะไรอะ”

“เหมือนจะเคยได้ยินใครน้า พูดว่าอยากกอดแฟน อยากจับมือแฟน เอ หรือพี่ฟังผิด”

“พี่ทัชแกล้งแตมอะ แตมแค่บอกว่าเคย ไม่ใช่จะไปไล่ปล้ำเขาสักหน่อย” ยิ่งผมเริ่มโวยวาย พี่ทัชก็เหมือนสนุก ใบหน้าหล่อที่ตอนนี้ไม่กรอบแว่นตา ผมไม่ได้เซตเป็นทรงอย่างทุกครั้งทำให้ดูเด็กกว่าเคยยื่นเข้ามาใกล้ เห็นรอยยิ้มที่มองแล้วน่าหงุดหงิดอย่างชัดเจน

“แล้วก็แฟนอยากมีลูกด้วย ใครน้า ใช่น้องแสตมป์รึเปล่า”

“โอ๊ยยย พี่นี่มัน” ด้วยความลืมตัวที่ถูกแหย่ เลยยื่นมือออกไป อีกฝ่ายยกแขนขึ้นป้องกันได้ทัน ฝ่ามือผมเลยตีลงบนแขนของพี่ทัชเบาๆ

“............”

“...........”

“อืมมม รีเอฟเฟคค่อนข้างดีนะเนี่ย ไม่มีอาการต่อต้าน”

“กะ ก็ เมื่อกี้ แตม”

“ไม่ว่าจะทำเพราะลืมตัว แต่เมื่อกี้แตมก็ถูกตัวพี่โดยที่ไม่ได้สะบัดออกนะ” จริงอย่างที่พี่เขาพูด ผมเผลอไปหน่อยและเป็นครั้งที่สองแล้วที่สัมผัสตัวพี่ทัชโดยร่างกายไม่ทันได้แสดงอาการต่อต้าน

หรือเพราะกะทันหันเกินไปนะ

“ผม..จะถูกตัวพี่ได้”

“ลองดูอีกทีไหมครับ” เขายิ้มและยื่นแขนมาตรงหน้า ไม่ได้เร่งรัดอะไรกับผมที่เอาแต่ลังเล พี่ทัชรอคอยด้วยรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความกดดัน

ผมค่อยๆยื่นมือออกไป ใกล้จนรู้สึกถึงขนอ่อนบนแขนแข็งแรงนั่น

อีกนิดเดียวเท่านั้น

พรึ่บ!

“แตมทำไม่ได้” ผมชักมือกลับทันที สะบัดใบหน้าไปมาด้วยความกลัว เมื่อกี้รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกอีกแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็โดนตัวพี่เขาได้แท้ๆ

“แตมครับ ใจเย็นๆนะ หายใจเข้าลึกๆ ไม่เป็นไร” สองมือเตรียมจะวางลงบนไหล่ของผมแต่ก็ค้างเอาไว้อย่างนั้น หากน้ำเสียงที่ใช้ปลอบก็ทำให้ผมสงบลงได้จริงๆ ผมเงยหน้ามองสบตาพี่ทัชด้วยความเสียใจ แต่พี่เขาก็ยังคงยิ้ม

“พี่ทัช”

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะ แค่ตอนนี้แตมถูกตัวพี่อย่างไม่ได้ตั้งใจ ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว อย่าเครียดนะครับ เอาไว้ค่อยเริ่มกันใหม่”

“ขอบคุณนะครับ” ความกังวลค่อยๆคลายลง แค่เพราะรอยยิ้มและน้ำเสียงที่อ่อนโยนนั่น

ผมเคยอึดอัดที่ต้องพูดเรื่องนี้กับคนอื่น รู้สึกแย่ทุกครั้งที่ร่างกายต่อต้านการสัมผัสผู้อื่น แต่ไม่รู้ทำไม แค่พี่ทัชพูด ผมกลับรู้สึกสบายใจ รู้สึกว่า ตัวเองจะทำได้อย่างที่เขาพูดจริงๆ


-------------------------------------

น้องงงงงงงงงงง โอ๋ๆๆๆๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.57K ครั้ง

2,563 ความคิดเห็น

  1. #2533 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 14:25
    งืออออ สู้ๆนะแตม จากที่เคยถูกตัวใครไม่ได้เลย ตอนนี้เวลาเผลอกลับสัมผัสตัวทัชได้ เราว่ามันก็เป็นสัญญาณที่ดีนะ // แต่ไม่ค่อยไว้ใจหมอทัชเลย จะว่ารักแรกพบก็ไม่น่าใช่ นี่แอบคิดว่านางอาจเป็นต้นเหตุด้วยซ้ำ 555
    #2533
    0
  2. #2501 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 19:23
    ดีที่มีพี่ทัชคอยให้คำปรึกษา ถึงแม้ดูแล้วจะแอบแฝงแบบเจ้าเล่ห์ยังไง ๆ ชอบกล 555555
    #2501
    0
  3. #2495 พิก้าบู (@ipqi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 03:03
    น้องแตมทพอาหารอร่อย น่ารักน่าเอ็นดู พี่ทัชต้องรีบนะคะ!
    #2495
    0
  4. #2445 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 00:07
    สู้ๆๆๆ
    #2445
    0
  5. #2414 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 05:36
    สู้ๆๆน้องเดี๋ยวมันก้อผ่านไปได้
    #2414
    0
  6. #2376 Nottefa (@Nottefa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 13:34
    พี่ทัชเป็นจิตแพทย์มั้ยคะเนี่ย

    ดูเข้าใจน้อง
    #2376
    0
  7. #2348 Strawberrybunny (@strawberrybunny) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 21:34
    น้องเเตมน่ารักกกกก
    #2348
    0
  8. #2329 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:42
    แม่บ้านอะไรน้าาา
    #2329
    0
  9. #2186 pinkyyyy (@pinkkky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 01:26
    งื้อน้องงงง ชอบเรื่องนี้ พระนายอ่อนโยนมากกก
    #2186
    0
  10. #2039 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 01:16
    พี่น่ารัก
    #2039
    0
  11. #1913 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:32
    น้องลูกกกก อิพี่มันร้ายมาก
    #1913
    0
  12. #1666 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 13:41

    แม่บ้านที่ไม่ใช่แม่บ้าน /ยิ้มกริ่มมมม

    #1666
    0
  13. #894 mintewanlaya (@mintewanlaya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:02
    แม่บ้านที่ไม่แม่บ้าน
    เอาซี้ๆๆๆ อิพี่มาแรงนาาา
    #894
    0
  14. #888 m ma ri (@may-mm111) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 18:40
    เอาจริง หมออะเนียนเก่ง
    #888
    0
  15. #820 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 16:25

    ทำไมเค้าเหมือนแฟนกันจังคะะ
    #820
    0
  16. #776 Mangporr (@0949296979por1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 23:50
    แม่บ้านอะน้องแตม555555
    #776
    0
  17. #754 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 07:43
    พี่! คนเค้าดูออก
    #754
    0
  18. วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:51
    สู้ๆนะแตม
    #725
    0
  19. #452 ZiRbuT (@panyaporn123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 19:11
    เทคนิคคุณหมอแพรวพราว
    #452
    0
  20. #396 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:39
    แฟนพี่ข้างบ้านต้องทำไรไว่กะน้องแน่ๆ
    #396
    0
  21. #339 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 00:52
    สู้ๆนะน้องแตม
    #339
    0
  22. #289 Lonicera (@Lonicera) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:48
    Skillการเต๊าะของพี่ทัชนี่สูงมาก เรื่องรักษาต้องค่อยเป็นค่อยไปเนอะ
    #289
    0
  23. #245 smile_psk (@p_sing) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 10:01
    นั่นแน่ น้องทำอาหารให้ทานมื้อเดียว ติดใจจนอยากได้แม่บ้านเลยนะพี่ทัช :)
    #245
    0
  24. วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:38

    โถถถ น้องแตม ไม่เป็นไรน้า ค่อยๆรักษากันไป แต่พี่ทัชคะ อะไรคืออยากได้แม่บ้านที่ไม่ใช่แม่บ้าน แหมมมม
    #208
    0
  25. #97 Tonkaow3005 (@Tonkaow3005) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 07:37
    โอ๋ๆน้าาา พี่ทัศจะดูแลน้องอย่างดี
    #97
    0