END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 26 : สัมผัสครั้งที่ 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,484 ครั้ง
    12 ก.ย. 62



“มึงมันเพื่อนเหี้ย! ไอ้กรรณชี้หน้าด่ากราดลั่นร้านกาแฟ คนมองจนอับอายต้องเอาเมนูปิดหน้าตัวเองไว้ พอมันเห็นก็เริ่มรู้สึกตัว รีบนั่งลงตามเดิม หยิบเอาเมนูอีกอันมาปิดหน้าตัวเองบ้าง

“เรื่องแค่นี้ต้องโวยวายทำไมวะ อายคน” ผมกระซิบด่า

“แค่นี้อะไรของมึง จะใช้งานแต่งกูขอพี่หมอเป็นแฟนเนี่ยนะ บ้าไปแล้วเหรอวะ นี่มันขโมยซีนกันชัดๆ”

เรื่องของเรื่องคือผมนัดกรรณมาที่ร้านกาแฟเจ้าประจำติดกับคอนโดฯ วันนี้พี่ทัชไปโรงพยาบาลเพราะมีนัดคนไข้ที่เลื่อนนัดไม่ได้ แต่แค่แป๊บเดียวก็จะกลับมา ผมเลยต้องแอบลักลอบมาเจอไอ้กรรณด่วนๆเหมือนคนแอบทำเรื่องไม่ดีอยู่อย่างนี้ไง ส่วนเรื่องที่คุยก็อย่างที่มันด่านั่นแหละ

“นิดเดียวเอง กูอยากได้ซีนโรแมนติกริมทะเลนี่หว่า เอาหลังงานแต่งมึงเสร็จก็ได้นี่”

“กูก็มีเซอร์ไพรส์อิงหลังงานแต่งเหมือนกันนะ ถ้าให้มึงดึงซีน อิงก็ไม่ประทับใจดิวะ” มันเสียงอ่อนลงแต่ก็คงไม่ยอมอยู่ดี ซึ่งผมก็เข้าใจมันนะ งานแต่งครั้งเดียวในชีวิตก็อยากให้เจ้าสาวจดจำ

“งั้นก็...ไม่เป็นไร”

“เอ้า หงอยเลยมึง เฮ้อออ เนี่ยเหรอวะจะเป็นผัวพี่หมอ กูว่าเป็นลูกยังน่าเชื่อกว่า ไม่ได้ดังใจอะไรก็ซึมก็นอยด์ พี่หมอแม่งสปอยมึงจนนิสัยเสียแล้วไอ้แตม”

“ด่ากูไมอ่า กูก็ไม่ใช้งานแต่งมึงขอพี่ทัชเป็นแฟนแล้วไง” ผมยังหงอยเหมือนเดิมแต่ไม่โกรธมันหรอกนะ แค่กำลังคิดหาทางอื่นเซอร์ไพรส์พี่ทัชแทน ไอ้กรรณที่นั่งดูดกาแฟถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

“เอางี้มั้ย วันอาทิตย์ที่จะไปทะเลน่ะมันต้องค้างใช่มั้ยล่ะ กูจองร้านอาหารเอาไว้ตอนเย็น บรรยากาศก็ดีเหมือนกัน มึงเอาร้านนี้แหละขอพี่หมอแต่งงานเลย”

“ไอ้บ้ากูแค่จะขอเป็นแฟน”

“เออ กูลืม เห็นทำท่าจริงจังเลยอินตาม เอาไหม จะได้ช่วยเตรียมตัวให้”

“ไม่เร็วไปเหรอวะ อาทิตย์หน้าแล้วอะ”

“ไม่เร็วหรอกน่า มึงอยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนแล้ว ถ้าเป็นผู้หญิงป่านนี้มึงก็ท้องไปแล้วล่ะ ถือว่าพี่ทัชนี่โคตรของโคตรสุภาพบุรุษเลยนะที่ไม่ทำอะไรเกินเลยกับมึงน่ะ”

“ไอ้กรรณ กูสิต้อทำพี่ทัชท้อง มึงเอาอะไรมาคิดเนี่ย แล้วกูกับพี่เขาก็ไม่เกินเลยหรอก ของอย่างนี้มันต้องรอให้ถึงเวลาก่อนเว้ย กูต้องให้เกียรติพี่เขาด้วย”

“เฮ้ออออ กูล่ะสงสารพี่หมอจริงๆ”

“อะไรนะ?”

“เปล่า ช่างเหอะ มึงจะมโนอะไรระวังตอนปฏิบัติจริงจะผิดหวังล่ะ หึหึหึ...แล้วจะเซอร์ไพรส์ยังไง ช่อดอกไม้ ไวโอลิน แล้วก็คุกเข่าขอเป็นแฟนดีมะ ให้แขกในร้านช่วยปรบมือเป็นสักขีพยาน กูว่าพี่หมอแม่งต้องประทับใจไม่มีวันลืม ฮ่าๆๆๆ” ถ้าแผนดีจริง แล้วมันขำอะไรวะ

“ไม่เอา”

“ทำไม แผนเบสิกเลยนะ ตามในหนังเปะๆ”

“ถ้ากลับกัน มึงทำอย่างนี้กับอิงบ้างเอาไหมล่ะ”

“ไม่มีทาง อิงได้เอาไวโอลินทุบหัวกูพอดีสิ อายคนทั้งร้านตายห่า”

“นั่นแหละคำตอบกู” ผมมองเพื่อนด้วยสายตาโหดๆอย่างที่ไอ้กรรณเห็นต้องรีบก้มหน้าดูดกาแฟไม่กล้าสบตา(?) มันคงกลัวผมมาก ดูสิไหล่สั่นเลย โถถถ ไอ้เพื่อนกรรณ พอคิดว่าผมคงเกรี้ยวกราดกับมันมากไปหน่อยก็เลยทำเสียงอ่อนลง “กูว่าอย่างพี่ทัชคงชอบเงียบๆสงบๆมากกว่า เป็นจุดสนใจของคนไม่โอเท่าไหร่ เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูคิดแผนเอง ได้ยังไงค่อยบอกมึงอีกทีจะได้ไปเตี้ยมกับอิงไม่ให้เผลอหลุดอะไรออกมา”

“แล้วแต่มึงเลยเพื่อนแตม”

“ต้องอย่างนี้สิวะ เพื่อนกรรณ”

 

ทะเล~

พอมีแผนการลับจิตใจของผมก็จดจ่อกับการไปทะเลครั้งนี้มาก ต้องขอโทษเพื่อนกรรณจริงๆที่ต้องปล่อยให้เรื่องเตรียมงานแต่งมันตกลงไปอยู่อันดับสอง เอาไว้ค่อยไปชดเชยในวันแต่งก็แล้วกัน ถ้าขอพี่ทัชเป็นแฟนสำเร็จผมจะทุ่มเทช่วยงานมันอย่างเต็มที่

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้ากว่าจะถึงวันเดินทางได้ ที่พักของเราก็เป็นที่จะใช้จัดงานในอีกไม่นานนี้ ทางโรงแรมจัดเตรียมห้องพรีฮันนีมูนเอาไว้สำหรับว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นที่เรียบร้อย ส่วนออแกไนซ์ที่นัดไว้ก็แยกกันพัก ค่อยมาเจอกันตอนคุยงานเท่านั้น

“จะดีเหรอวะ” ผมมองหน้ากรรณสลับกับอิงอย่างไม่แน่ใจ

“ทำไมจะไม่ดี มึงกับพี่หมอนอนห้องนี้แหละดีแล้ว” เพื่อนสนิทตบบ่าพร้อมกับดันให้เดินเข้าห้อง เป็นห้องพรีฮันนีมูนที่ควรเป็นของอิงกับกรรณ ส่วนผมกับพี่ทัชจองห้องธรรมดาไว้ แต่คนจะจัดงานแต่งกลับมาขอแลกห้อง

“ใช่แล้วแตม เราคุยกับกรรณแล้วล่ะว่าเอาไว้พักในวันจริงเลยดีกว่า ถ้ารีบใช้ห้องคืนนี้วันจริงก็ไม่ตื่นเต้นพอดี เพราะงั้นแตมกับพี่ทัชก็เป็นตัวแทนพวกเราหน่อยนะ แล้วพรุ่งนี้มารีวิวให้ฟังด้วยว่าเป็นยังไงบ้าง” อิงพูดเสริมยืนยันความตั้งใจของตัวเอง

เหตุผลที่ให้มาผมก็เห็นด้วยอยู่นะ ถ้านอนก่อนวันแต่งจริงก็หมดความตื่นเต้นแล้ว ยิ่งสองคนนี้มีแพลนอยากจะมีลูกทันทีหลังแต่งงานด้วย เก็บเอาไว้ถึงตอนนั้นเลยดีกว่า บรรยากาศจะได้ดูสดใหม่

ผมมองหน้าพี่ทัชเพื่อขอความเห็น พี่เขาก็ยิ้มอย่างที่ยิ้มทุกครั้ง “พี่ตามใจหนูครับ ตัดสินใจเลย”

“งั้นก็ได้ แต่แน่ใจแล้วนะว่าจะไม่มาเสียดายทีหลังน่ะ” ผมหันไปยืนยันกับเพื่อนอีกรอบ

“เออ เดี๋ยววันแต่งก็ได้นอนน่า” ไอ้กรรณพยักหน้าหงึกหงัก แล้วก้มลงมากระซิบระหว่างที่อิงพาพี่ทัชเข้าไปสำรวจห้องอาบน้ำ “นี่กูช่วยสนับสนุนมึงเต็มที่เลยนะเพื่อนแตม จะได้ซุปเปอร์โรแมนติกคูณสองสมใจมึงเลยไง หาโอกาสขอพี่ทัชเป็นแฟนซะ”

“ไอ้กรรณ” ซาบซึ้งใจชะมัด มีเพื่อนดีๆมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

“รีบขอ รีบเป็นแฟน จะได้ไม่ต้องมางอแงกับกูอีก รำคาญ” อ้าว เพื่อนเลวววว

เพื่อนปากเสียถูกไล่ออกจากห้องพร้อมกับแฟนของมัน ผมไปสำรวจห้องพรีฮันนีมูนที่จะได้พักคืนนี้ บังกะโลขนาดเล็กติดชายหาด หนึ่งห้องนอน เตียงนุ่มสีขาวตั้งกลางห้องมีมุ้งแขวนจากผนังประดับให้เตียงดูน่านอนขึ้น ปลายเตียงเป็นบันไดเล่นระดับลงไปสองขั้น ฝั่งซ้ายมือคือโซฟายาว ขวามือเป็นอ่างจากุซชี่เปิดน้ำเอาไว้เกือบเต็มมีกลีบกุหลาบหลากสีลอยไว้สวยงาม หันหน้าออกไปทางทะเลผ่านทางกระจกบานใหญ่

เพราะเป็นห้องที่ดีที่สุดของโรงแรม บังกะโลนี้เลยจัดเอาไว้ในส่วนปลายหาดที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน เพิ่มความเป็นส่วนตัวขึ้นอีก ด้านหลังเตียงใกล้กับประตูทางเข้ามีห้องน้ำแบบมิดชิดที่หรูหราพร้อมอ่างอาบน้ำเช่นกัน

ระบบไฟ โทรทัศน์ ผ้าม่าน ทุกอย่างควบคุมด้วยรีโมทเพียงอันเดียว แอบเห็นราคาห้องแล้วถ้าไม่ได้พักฟรีผมไม่มีทางมานอนแน่ หนึ่งห้องเท่ากับราคางานที่ผมปั่นดึกดื่นหนึ่งงานเลย

แตมไม่ได้งกนะ แตมแค่ใช้เงินเป็น

เก็บของเรียบร้อยผมกับพี่ทัชก็ออกมาหาอิงกับกรรณที่ล็อบบี้ เรามีนัดคุยกับออแกไนซ์ที่จะจัดงานแต่งงาน เดินดูสถานที่จริงเทียบกับที่เคยออกแบบงานเอาไว้ อะไรควรอยู่ตรงไหนบ้าง ผมช่วยเสนอไอเดียหลายอย่างที่คิดว่าเข้าท่า อิงดูชอบใจมากซื้อไปหลายอย่างจนออแกไนซ์มองตาขวางเชียว แหะๆ

เมื่อคุยงานเรียบร้อยก็เป็นเวลาอาหารมื้อเย็น ช่วงเวลาที่ผมรู้สึกตื่นเต้นที่สุด ไอ้กรรณออกปากชวนผมกับพี่ทัชไปทานข้าวที่ร้านอาหารตามแผน มื้อนี้มีแค่เราสี่คนเท่านั้น ออแกไนซ์แยกตัวไปกับทีมของตัวเอง พรุ่งนี้ค่อยนัดกันอีกทีเรื่องเมนูอาหารในงานแต่ง

ร้านอาหารสมคำคุยของกรรณ มันบอกว่าอิงเป็นคนเลือก บรรยากาศดีมาก ร้านเป็นตึกเดี่ยวชั้นเดียวสีขาวสว่าง กรุด้วยกระจกรอบร้าน ประดับประดาด้วยไฟสีเหลืองนวลตามต้นไม้ มีชานระเบียงยื่นออกไปที่ชายหาด ตั้งซุ้มวางของทะเลสดๆกลางร้านให้ลูกค้าได้เดินมาเลือกด้วยตัวเองและเผากันตรงนั้นเลย

เสียงดนตรีสดบรรเลงเพลงช้าๆฟังสบายๆ พนักงานพาไปยังโต๊ะไม้มุมสุดบนหาดทรายสีขาว มีกระถางดอกไม้หลากสีประดับอยู่ทุกโต๊ะ

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟทุกคนก็ทานไปพูดคุยกันไปตามปกติ มีเพียงผมคนเดียวที่ลิ้นไม่ค่อยรับรู้รสชาติ สายตาไม่โฟกัสบรรยากาศ หัวใจทำงานอย่างหนักเพื่อรอเวลาให้จบอาหารมื้อนี้ลง

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” พี่ทัชก้มลงมาถามด้วยเสียงห่วงใย แต่ผมแอบสะดุ้งรีบซ่อนสิ่งที่เอาออกมาดูไว้ในกระเป๋าตามเดิม

“มะ ไม่นี่ครับ แตมสบายดี”

“พี่เห็นหนูไม่ทานอะไรเลย หรืออาหารไม่อร่อย พี่ว่ารสชาติก็ดีเลยนะ”

“อร่อยครับ อร่อย” หรือเปล่าวะ ผมแทบไม่ได้กินเลย กรรณกับอิงก็รู้แผนการณ์ดีเลยไม่เซ้าซี้ผมมากนอกจากส่งยิ้มให้กำลังใจมา

“งั้นก็ทานเยอะๆนะครับ เนื้อปูสดมาก” พี่ทัชเอาใจด้วยการตักอาหารใส่จานให้ด้วย ผมยิ้มรับตักปูที่บอกว่าสดเข้าปากไม่รู้รสชาติเหมือนเดิม

จนเมื่อทานอิ่ม อิงก็สั่งของหวาน ทางร้านบอกว่าอาจจะใช้เวลานานนิดหน่อย(ตามแผน) ผมก็หันไปชวนพี่ทัชที่นั่งฟังเพลงสบายอารมณ์อยู่ข้างๆ

“พี่ทัช”

“ครับ?”

“เรา...ออกไปเดินเล่นที่ชายหาดกันไหมครับ”

“เอาสิ กรรณกับอิงไปด้วยกัน...”

“สองคน...นะครับ” ส่งสายตาอ้อนไป คุณหมอใจดีก็ยอมลุกเดินตามผมออกไปทางชายหาดเงียบๆ

ผมหวัง...ว่ามันจะสำเร็จ สถานที่สวยงาม มีเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งเป็นจังหวะ หาดทรายมีเสาไม้ปักเป็นระยะประดับด้วยสายไฟสีเหลือง

ความงดงาม เงียบสงบ และไร้ผู้คนพลุกพล่าน

ที่ๆผมจะขอพี่ทัช...เป็นแฟน



************


[Touch]

น้องดูตื่นเต้น ผมไม่รู้ว่าน้องเป็นอะไร ตั้งแต่มาถึงทะเลน้องก็ดูเหม่อลอยเหมือนกับมีเรื่องในใจ ยิ่งเข้ามาในร้านอาหารก็ยิ่งดูมีพิรุธมากขึ้น

ลองถามตัวน้องตรงๆก็ไม่ยอมบอก แอบถามกรรณก็ไม่ยอมบอกอีกแต่สีหน้ากรรณดูเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ต้องมีอะไรแน่นอน อย่างน้อยที่มั่นใจคือต้องไม่ใช่เรื่องไม่ดี

คิดเล่นๆว่าท่าทางอย่างนี้เหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะขอหญิงสาวที่ตัวเองรักแต่งงานเลย

น้องน่ารัก คิดอะไรแสดงออกทางสีหน้าไปซะหมด ทำให้ผมชอบแกล้งน้อง ได้เห็นสีหน้าหลากหลาย ทั้งเขินอาย โกรธ งอน หรือแม้แต่กำลังใช้ความคิด(ที่เรียกว่ามโน) น่าหมั่นเขี้ยวไปซะหมด

ก่อนหน้านี้อิงเคยแอบกระซิบถามว่าทำไมผมไม่ขอน้องเป็นแฟนสักที ผมแค่อมยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไรอิงกลับไป แม้ความรู้สึกในใจจะชัดเจนมากก็ตาม นิสัยเสียของผมคือชอบแกล้งคนที่ตัวเองชอบ

สำหรับน้องผมใช้คำว่า รัก

ยิ่งรักก็ยิ่งชอบแกล้ง ดูก็รู้ว่าน้องมีใจให้และที่สำคัญคงกำลังคิดอะไรแปลกๆอยู่แน่ แต่ผมไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้นหรอก ปล่อยน้องมโนไปเถอะ ถึงเวลาก็รู้เอง การได้เห็นน้องเป็นอย่างนี้น่ารักจะตายไป

หรือคุณไม่คิดอย่างนั้น

พอจะรู้ว่าน้องที่ไม่เคยคบผู้ชายมาก่อน ย่อมคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายต้องเป็นฝ่ายกระทำ นั่นทำให้น้องมีความกล้าจะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา ถ้าเกิดผมไปเฉลยขึ้นมา ก็อดเห็นเด็กน้อยของผมทำตัวโชว์แมนจีบผมน่ะสิ ขนาดว่าทุกวันนี้เข้าใจผิด ยังเขินตัวม้วน ฉีกกระชากหมอนผ้าห่มที่ห้องไปหลายผืนหลายใบ(ตรงส่วนนี้น้องคงไม่ได้เล่าให้พวกคุณฟังเพราะน้องไม่รู้สึกตัว)

“พี่ทัช” คนตัวเล็กที่เดินนำหน้า หยุดและหมุนตัวกลับมา ลมทะเลค่อนข้างแรงแต่น้องก็ยังมีเหงื่อซึมที่หน้าผาก สีหน้าตื่นเต้นสุดๆ

“ทะเลตอนกลางคืนก็สวยไปอีกแบบนะครับ เห็นดาวชัดเลย” ผมมองไปบนท้องฟ้า ก็น้องชวนออกมาเดินเล่นนี่นา ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเมินที่ถูกเรียกเมื่อกี้นะ

ทำไมน้องต้องทำหน้าเหวอ หึหึ

“อือ ดาวสวย วิวก็สวย” วิวที่ว่าคือทะเลที่ดำสนิทกับลมกรรโชกจนผมเสียทรงนี่ล่ะ

“เราเดินมาตั้งไกล หนูเหนื่อยหรือยัง อยากกลับไปที่ร้านไหม ป่านนี้ของหวานน่าจะได้แล้ว” ตรงจุดนี้ไม่มีคนเดินมาหรอก มันเป็นสุดของชายหาดแต่ก็ยังมีแสงไฟของร้านอาหารประดับมาจนถึงจุดนี้ คงคิดว่าปล่อยทิ้งไว้มืดๆจะดูน่ากลัวไป

“เดี๋ยวก่อนครับ” น้องเรียกอย่างร้อนรน มือจับชายเสื้อผมไว้ ใบหน้าน่ารักก้มต่ำมองพื้นทราย หูที่สะท้อนกับแสงไฟสีเหลืองอ่อนแดงระเรื่อนิดๆ

อย่าบอกนะว่า...

“เป็นแฟนกับแตมนะ!

ผมอึ้งอย่างคาดไม่ถึง แม้จะคิดเล่นๆว่าท่าทางน้องเหมือนคนกำลังจะขอแฟนแต่งงานก็เถอะ ไม่คิดว่าจะมีความกล้าขอผมเป็นแฟนตรงๆอย่างนี้ ทุกทีเอาแต่เขินหลบตาตลอดนี่

“แตมชอบพี่ทัช คบกับแตมนะครับ สัญญาว่าจะดูแลพี่อย่างดีจากวันนี้แล้วก็ตลอดไปเลย จะไม่ทำให้เสียใจ ไม่มีเรื่องนอกใจ จะมองแค่พี่คนเดียว...” ดวงตากลมช้อนขึ้นมองอย่างเว้าวอน “ได้ไหมครับ”

นะ..น่ารักชิบหายเลย

“หนู” ผมยังคงพูดอะไรไม่ออก พอตั้งสติได้ก็แอบอมยิ้มกับความน่ารักของน้อง

ไม่ได้ถือว่าใครต้องเป็นฝ่ายขอใครเป็นแฟนก่อนหรอก สำหรับผมอยากเป็นคนรักของน้องแน่นอนอยู่แล้ว ที่ยังไม่ขอเพราะชอบช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ยังก้ำกึ่งระหว่างพี่น้องคนสนิทกับแฟนเลยอยากจะเก็บเกี่ยวเอาไว้อีกนิด เพราะเมื่อสถานะของเราเปลี่ยน การกระทำของผมก็คงจะเป็นไปอีกรูปแบบหนึ่ง

ส่วนน้องก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน มีศักดิ์ศรีพอ มีสิทธิ์ที่จะขอผมก่อนพอกัน ผมให้เกียรติในส่วนนี้ ไม่คิดตลก เยาะเย้ย หรือโกรธใดๆ

“พี่ทัช นี่เป็นแหวนที่แตมไปขอแม่มา” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป คนตื่นเต้นจัดก็ชิงตัดหน้าอีกครั้ง ล้วงกล่องเล็กๆที่ผมเห็นว่าเจ้าตัวแอบเอาออกมาดูบ่อยๆระหว่างทานข้าว

กล่องแหวน

“น้อง”

“เป็นแหวนหมั้นที่พ่อให้แม่ ถ้าพี่ไม่รังเกียจ..”

“พี่ไม่รังเกียจครับ ไม่เลยสักนิด” แค่คิดไม่ถึงว่านอกจากวางแผนขอเป็นแฟน น้องยังเอาแหวนของแม่มาให้ผมแทนใจอีก ความพยายามมากมายขนาดนี้ ใครไม่ประทับใจบ้าง

ยอมเป็นเมียน้องแทนดีไหมนะ

อ่า ไม่ได้สิเนอะ

“ถะ..ถ้าอย่างนั้น พี่ยอมเป็นแฟนแตมแล้วใช่ไหมครับ” น้องเงยหน้ามองลุ้นจัด น้ำตาคลอจนผมทนแกล้งต่อไปไม่ไหว รั้งร่างเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง รัดไว้แน่นที่สุดเท่ากับความรู้สึกของผมในตอนนี้

“ครับ พี่จะเป็นคนรักของหนู เป็นแฟนของแตม...คบกับพี่นะ”

“อื้อ คบครับ”

เรายืนกอดกันอยู่อย่างนั้นใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวมากมาย เสียงคลื่น กลิ่นทะเล ชายหาดสีเหลืองอ่อน

ทุกสิ่งทุกอย่าง จะอยู่ในใจผมไม่มีวันลืม

ปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพักมือเล็กก็ค่อยๆยันตัวออกห่าง ผมไม่อยากจะปล่อยหรอก อยากกอดเอาไว้อย่างนี้ แต่ก็กลัวน้องอึดอัดเลยยอมคลายวงแขนออกบ้าง เปลี่ยนมาโอบสะโพกไว้หลวมๆแทน

“ฮู่วว ตื่นเต้นชะมัด เมื่อคืนแตมนอนไม่หลับทั้งคืนเลย” ดูสีหน้าก็รู้ว่ากังวลแค่ไหน คงมโนไปไกลว่าผมจะไม่รับรักล่ะสิ เด็กน้อยเอ๊ย

“หนูบอกพี่ก็ได้นี่ครับ ไม่อยากให้นอนไม่หลับเลย มันเสียสุขภาพนะ”

“แบบนั้นก็ไม่เรียกเซอร์ไพรส์น่ะสิ รู้ไหมว่าแตมกับไอ้กรรณเตรียมตัววางแผนกันตั้งหลายวัน ตอนแรกมันเสนอให้ขอพี่กลางร้าน มีช่อดอกไม้กับคนเล่นไวโอลิน ให้คนในร้านเป็นสักขีพยาน แต่แตมว่าพี่คงชอบแบบเงียบๆมากกว่า” น้องอวดอย่างภูมิใจ ผมคิดว่าดีแล้วที่คิดได้ ถ้าหากไปขอผมกลางร้านคงทำหน้าไม่ถูก

ถึงจะบอกว่าน้องก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ใครขอก็ไม่ต่างกัน แต่คิดถึงสภาพผมตัวโตๆถูกเด็กน้อยคุกเข่าขอเป็นแฟนกลางร้าน ชาวบ้านได้หัวเราะเยาะผมตายพอดี

“ครับ พี่ชอบแบบนี้มากกว่า เรื่องของเราสองคน ก็ต้องคุยกันสองคนสิเนอะ” อันนี้บอกไว้เผื่อกรณีน้องอยากทำเซอร์ไพรส์อะไรในอนาคตอีก อย่าไปเชื่อกรรณมาก รายนั้นก็ชอบแกล้งเพื่อนไม่ต่างจากผมหรอก

“อื้อ ละ แล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่ชอบแหวนไหม”

“ชอบครับ หนูให้อะไรพี่ก็ชอบทั้งนั้น ขอโทษนะครับที่ไม่รู้ว่าหนูจะขอพี่เป็นแฟนที่นี่ก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรเอาไว้ให้ รอให้กลับกรุงเทพฯก่อนนะครับ ไม่น้อยใจนะ”

“ไม่เลยๆ แตมเป็นผู้ชายต้องเป็นฝ่ายดูแลปกป้องพี่ ให้แหวนพี่น่ะถูกแล้วล่ะ พี่ไม่ต้องห่วงนะ อยู่กับแตมพี่ไม่ลำบากแน่นอน”

หมั่นเขี้ยวชะมัดเลย ดูทำท่าเข้าสิ ตบอกแล้วบอกด้วยสายตามั่นอกมั่นใจขนาดนี้ใครกล้าขัดความคิดนั่นก็ใจร้ายเต็มที ตอนนี้คงต้องปล่อยไปก่อน แต่อย่างน้อยก็ต้องท้วงนิดหน่อยไม่ให้เชื่อความคิดของตัวเองมากเกินไป

เดี๋ยวเวลาลงมือปฏิบัติจริงจะเดือดร้อนผมเอา

“แต่พี่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนะครับ เอาเป็นว่า เราสองคนคอยดูแลกันและกัน ปกป้องกันและกันดีกว่าเนาะ”

“อืมมม...ก็ได้” น้องนิ่งคิดไปเกือบนาทีก็ยิ้มกว้างพยักหน้ารับคำ จากนั้นก็หยิบแหวนในกล่องขึ้นมา “แตมใส่แหวนให้พี่ทัชนะ”

“ครับ” ผมยื่นมือไปให้ น้องเลือกประคองนิ้วนางข้างซ้ายของผมไว้ในมือ

แอบเขินอยู่เหมือนกันนะแบบนี้

แหวนเกลี้ยงเกลามีเพชรเม็ดเล็กประดับตรงหัวเล็กน้อย เป็นดีไซน์ที่สวมได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย

ผมยิ้ม น้องยิ้ม

ท่ามกลางบรรยากาศหวานๆ แหวนวงนั้นก็เลื่อนขึ้นมาจนถึงข้อนิ้วล่างสุด...และติด

“อ่า...” น้องทำหน้าอึ้ง ส่วนผมเห็นแบบนั้นก็อดจะขำไม่ได้ ก็นี่มันแหวนของแม่น้อง แล้วนิ้วมือผู้หญิงกับนิ้วมือผู้ชายขนาดมันต้องต่างกันแน่นอน บางทีก็คงจะลืมคิดถึงข้อนี้ไป

“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรนะครับ ไม่ร้องนะ” ปลายนิ้วเกลี่ยเข้าที่แก้มแดงของคนที่ทำหน้าอยากจะร้องไห้

“แตม...ลืมคิดไปเลย ฮือออ ทำไงดีอะพี่ทัชชช”

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” ผมคว้าตัวน้องมากอด โยกไปมาปลอบใจ น้องเอาแต่บอกว่าแหวนมันใส่ไม่ได้ ไม่ซุปเปอร์โรแมนติกอะไรสักอย่าง ซึ่งสำหรับผมแล้ว ความโรแมนติกหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับความตั้งใจของน้องหรอก

เท่านี้ก็น่ารักมากที่สุดในโลกแล้ว น่ารักจนไม่อยากจะอดทน ติดอยู่อย่างเดียวคือน้องยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของคนรักกันมากเท่าไหร่ ที่ผ่านมาถึงจะมีแฟนแต่ก็คบกันแบบเพื่อนมากกว่า น้องไม่เคยมีความรู้สึกอยากแตะเนื้อต้องตัว อยากสัมผัสแฟนเก่าตัวเอง นั่นเพราะน้องยังไม่รู้จักความรักมากพอ

ผมอยากจะรอเวลาอีกสักหน่อย ค่อยๆเรียนรู้กันไป ผมค่อยๆสอนน้องให้ชินกับการที่เรานอนกอดกันทุกคืน มีจับมือกัน จูบกันบ้างบางครั้ง จนตอนนี้น้องก็ติดสัมผัสของผมไปแล้ว หลายครั้งก็เป็นฝ่ายเข้ามาอ้อน เข้ามาคลอเคลียเอง

ผมไม่นับตัวเองเป็นสุภาพบุรุษอะไร แค่คิดอยากให้ครั้งแรกของเรามีความสุขด้วยกันทั้งคู่

“กลับไปแตมจะเอาแหวนไปแก้ไซซ์ให้นะ พี่ทัชรอแตมหน่อยนะ”

“ครับ พี่รอ รอหนูแตมของพี่ได้ทั้งชีวิตเลยครับ”

“ฮือออ รักพี่ทัชที่สุดเลย” หัวกลมซุกเข้ากลางอก ถูไถออดอ้อนเหมือนลูกแมว บั่นเส้นความอดทนผมให้ค่อยๆขาดลงทีละนิด เฮ้อออ ทำใจลำบากเหลือเกิน ที่ว่าจะอดทนจะทำให้นานแค่ไหนวะ

“พี่ก็รักหนู งั้นเรากลับไปที่โต๊ะดีไหม อิงกับกรรณคงรออยู่แล้ว”

น้องกลับส่ายหน้าอยู่กับอก ช้อนสายตาขึ้นมอง ดวงตากลมโตเหมือนลูกแมวจ้องมาราวกับต้องการบางอย่าง ไม่ต้องรอให้ถามอีกฝ่ายก็เผยสิ่งที่คิดออกมาเอง

“พี่ทัช...แตม...ขออนุญาต...จูบนะครับ”

ไอ้เหี้ย!

หัวใจจะวายแล้วครับ ไม่รอให้ผมอนุญาตน้องก็เขย่งตัวขึ้น อาศัยเกาะบ่าสองข้างของผมให้มั่นคงแล้วประทับริมฝีปากนุ่มลงมา

ภาพในหัวเหมือนเห็นเส้นด้ายเส้นหนึ่งกำลังขาดผึ่งดีดตัวออกจากกัน ผมตอบรับจูบที่หอมหวานของน้องด้วยรสจูบที่เร่าร้อนกว่า ทำเอาคนอ่อนประสบการณ์แข้งขาอ่อน ตัวเหลวเป็นน้ำ น้ำตาคลอขนาดนี้ อยากจะจับกดลงกับทราย

ไม่ไหวแล้ว...ไม่ไหวแล้วโว้ยยย

อยากจะฟัดให้ช้ำไปทั้งตัว

ผมหายใจหืดหาด ปล้ำจูบจนอีกฝ่ายถอยไปชนรั้วด้านหลังหมดทางหนี หน้ามืดตามัวลืมสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ไปหมดแล้ว อืม..หลังโขดหินนั่นก็ไม่เลว...หรือพงหญ้าด้านหลังก็มืดดี

กระทั่งเสียงร้องประท้วงขออากาศดังขึ้นนั่นแหละถึงได้สติกลับคืนมา

“แฮ่กๆ พะ พี่ แฮ่กๆ”

“ขอโทษครับ เจ็บไหม” น้องส่ายหน้าตอบ ผมยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำลายที่มุมปากออกให้ ส่งสายตาล้ำลึกสื่อความหมาย โน้มลงไปกระซิบเสียงพร่าที่ข้างใบหูแดงก่ำ “ไว้ค่อยไปต่อกันคืนนี้ที่ห้องเนอะ”

เป็นแฟนแล้ว ลากกลับไปฟัดที่ห้องได้ไม่ผิดหรอก ก็คือไม่ได้จะทำขนาดนั้นไง ต้องให้เวลาน้องปรับตัวกับโพสิชันของตัวเองก่อน...แต่ถ้าแทะๆเล็มๆเล็กน้อย คงไม่เป็นไรเนอะ

[End Touch’s part]


--------

ถึงไม่ได้ชื่อทัช ก็อยากฟัดน้องแตมบ้าง ฮืออ

ปล.เรื่องใครขอใครเป็นแฟน อยากให้มองว่าถึงน้องจะน้องงงง แต่ก็เป็นผู้ชายเนอะ

ไม่อยากให้มองว่าใครรักใครมากกว่าคนนั้นขอ พี่เขายังไม่ขอไม่ได้แปลว่ารักน้อยกว่าน้า

พี่เค้าอยากเก็บช่วงเวลาที่ยังจีบกันเอาไว้ เพราะถ้าเกิดเปลี่ยนสถานนะ

ก็...หึหึหึ

ปล.2 อีก 2 ตอนจะจบแล้ว ไวมากกกก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.484K ครั้ง

2,563 ความคิดเห็น

  1. #2556 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 19:18
    โอ๊ยยยย ใจเย็นๆนะพี่นะ น้องพึ่งขอเป็นแฟน อย่าเพิ่งจับน้องกิน 5555 // เอ็นดูคนแมนขอจูบเขา พอเขาจูบตอบถึงกับแข้งขาอ่อน 5555
    #2556
    0
  2. #2516 cupcake_love (@arfsutasinee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:18
    เข้าใจพี่ทัชละ ถ้าเปลี่ยนเป็นแฟนเมื่อไหร่ ไม่นานก็อัพเวลเป็น เมี... แค่กๆ
    #2516
    1
  3. #2511 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 19:30
    แตมเอ้ยยยยยยย
    #2511
    0
  4. #2483 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 08:47
    เป็นแฟนกันแล้ว
    #2483
    0
  5. #2475 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 11:53
    เป็นแฟนกันแล้ววววว
    #2475
    0
  6. #2431 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 21:21
    ขำ55555555 แหวนติดข้อนิ้ว
    #2431
    0
  7. #2355 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 00:32
    พี่ทัชอย่สหลงผิดโพไปกับน้องนะ 5555
    #2355
    0
  8. #2138 Cnpcd (@paparpaah) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 04:55
    เอ็นดู ชอบความน้อง ตลก พี่ต้องเอ็นดูน้องมากแน่ๆเลย แหวนติด555
    #2138
    0
  9. #2019 smile_psk (@p_sing) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:11
    ฉากขอเป็นแฟนน่ารักมากกกก เอ็นดูน้องแตมสุดอ่ะ ชอบ :)
    #2019
    0
  10. #2018 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 23:37
    ตายแน่ยัยน้อง อิอิ
    #2018
    0
  11. #2017 ips. (@icezps) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 23:34
    หวงน้องทันไหม!!
    #2017
    0
  12. #2016 ratlaksika (@ratlaksika) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:49
    โอ๊ยย~ขำหนักมาก ยิ้มจนปวดแก้มเลยค่ะ หลงรักนิยายเรื่องนี้ไปแล้วตามเกาะติดหนึบมาก ขอบคุณนักเขียนมากค่ะ อ่านแล้วมีความสุขมากเลย เก็บเข้ากรุไว้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นเรื่องโปรดในใจเลยจ้า~😊😻👏👏
    #2016
    0
  13. #2012 pummooza (@pummooza) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:06
    พี่ทัชใจเย็นนน
    #2012
    0
  14. #2011 Tonkaow3005 (@Tonkaow3005) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 18:17

    อยากเป็นพี่ทัชที่ฟัดน้องแตมแต่ก็อยากเป็นนน้องแตมให้พี่ทัชฟัด
    #2011
    0
  15. #2008 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 14:48
    น้องก็มโนเก่ง พี่ก็ขี้แกล้งเก่ง
    #2008
    0
  16. #2007 yayee1613 (@yayee1613) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 14:05
    อิพี่ใจเย็นนนนนนน
    #2007
    0
  17. #2006 sweetiebrownie (@sweetiebrownie) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 13:36
    เอ็นดูน้องงง น้องอยากเป็นฝ่ายปกป้องพี่เขาล่ะ ????
    #2006
    0
  18. #2003 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 12:43
    พี่ทัชจะทนได้นานแค่ไหนน้ออออ ><
    #2003
    0
  19. #2001 Rujie Taew (@rujietaew) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:56
    น้องลูกกกกก จะเข้าใจโพผิดยันจบเรื่องไม่ได้นะคะ
    #2001
    0
  20. #2000 TmwMixer (@mixerjam11-z) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:40
    55555 เจ้าแตมเอ้ยยย หนูลูก เอ็นดู พี่ทัชเบาๆกับน้องก่อนนน แง้
    #2000
    0
  21. #1999 แมวว (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:35

    แมววววต้องมาาาาาานะจ๊ะไรท์ คิดถึงแมววววว ที่ไม่ใช่แมว แหะๆ

    #1999
    0
  22. #1998 JanZa000 (@JanZa000) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:20
    พี่ทัชเก็บกดมานาน ใช่ไหม 55
    #1998
    0
  23. #1997 Gukka (@lilleguk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:19
    ตบะพี่ทัชจะแตกแล้วววว 5555
    #1997
    0
  24. #1996 ผักน้อย (@Jutamas_AO) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 10:59

    พี่ทัชใจเย็นก๊อนนนนน//ปิ้งปลารอแมวรอตอนหน้า555

    #1996
    0
  25. #1995 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 10:43
    กรี๊ดดดดดดดด หื้อออออออออ พี่ทัชชชชช ใจเย็นนะ ทางนี้เขินมากกกจ้า
    #1995
    0