END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 23 : สัมผัสครั้งที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,875 ครั้ง
    6 ก.ย. 62



[Touch]


เขาเป็นของฉัน หมอทัชเป็นของฉันนังสารเลว

จดหมายที่ถูกเขียนด้วยเลือดถูกส่งมาทุกอาทิตย์ สองฉบับบ้าง สามฉบับบ้าง และถี่ขึ้นเรื่อยๆในช่วงหลัง ข้อความที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมคือจดหมายฉบับแรกที่ได้รับและผมให้กรรณอ่านในตอนนั้น

สาเหตุที่คนๆนั้นคุกคามน้อง...เพราะผม

จากตอนแรกที่เดาไปต่างๆนาๆว่าใคร หัวสมองผมว่างเปล่ามาก ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายผมไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับใครสักคนในช่วงนี้ แฟนคนล่าสุดก็เลิกรากันไปตั้งแต่ห้าปีก่อน แต่งงานใหม่มีครอบครัวที่มีความสุขไปแล้ว คิดไม่ออกจริงๆว่าเป็นใครกันที่ส่งจดหมายเลือดและตุ๊กตาน่ากลัวมา

ยิ่งนานคนส่งเห็นว่าน้องยังคงไปไหนมาไหนกับผมและอยู่ด้วยกันตลอด ความรุนแรงของเนื้อหาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ความโกรธเกรี้ยวด่าทอถึงขั้นขู่ฆ่านั้น ถ้าคนรับจดหมายตัวจริงได้เห็นคงไม่มีทางอยู่อย่างสบายใจอย่างนี้แน่นอน

ตัวจดหมายถูกเขียนด้วยเลือดผสมกับสีแดงเพิ่มความน่ากลัว ผมเคยส่งไปตรวจดีเอ็นเอดูพบว่าเป็นเพียงเลือดของสัตว์ ให้เพื่อนที่เป็นตำรวจหาลายนิ้วมือก็ไม่เจอ เท่ากับว่าคนร้ายต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมากไม่ให้ถูกจับได้

โชคดีที่ได้รับความร่วมมือจากคุณแก้มคอยสกรีนจดหมายและพัสดุก่อนถึงแตม ชิ้นไหนที่ดูแปลกๆหรือไม่มีชื่อคนส่งก็จะนำมาให้ผมแทน นอกจากกล่องที่ใส่ตุ๊กตาปักมีดน้องถึงไม่ได้รับอะไรแบบนั้นอีกเลย

ข้อมูลที่พอจะมีก็คือยามเคยเห็นผู้หญิงผมตรงยาวมาถามเลขห้องที่แตมอยู่ แต่ยามไม่ได้บอกไป

เท่านั้นอาจจะไม่เพียงพอ ถ้าหากว่าวันที่แอบตามเฝ้าน้องกับกรรณผมไม่บังเอิญไปเห็นใครบางคนเข้าก่อน เธอที่ยืนอยู่ด้านหลังเชอรีน แฟนเก่าของแตมตรงหน้ากระจกร้านขนมของคุณพาย

สายตาจับจ้องเข้าไปในร้านหลากหลายความรู้สึก ที่ชัดเจนที่สุดคือความไม่พอใจ ผมเกือบที่จะไม่คิดอะไรอยู่แล้วเพราะในร้านนั้นมีคนอยู่ตั้งมากมาย บังเอิญว่าข้อมูลที่รวบรวมมาไหลเข้ามาในหัวซะก่อน

ผู้หญิงตัวเล็ก ผมตรงยาว ซ้ำยังเป็นคนไข้ในความดูแล มีความเกี่ยวข้องกับผม ในจดหมายเขียนว่า หมอทัช แสดงว่าต้องเกี่ยวกับโรงพยาบาล

คุณนันท์นลิน

ความมั่นใจนี้ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นนัก ก็แค่ความคาดเดา แต่ผมก็เริ่มสืบจากตรงนี้ ในวันที่มีนัดพบกัน คนไข้เคสนี้ต้องการปรึกษาเรื่องโรคซึมเศร้า ขั้นแรกต้องรักษาตามอาการไปก่อน ด้วยเป็นคนไข้ใหม่ทำให้รู้อะไรเกี่ยวกับเธอไม่มากนัก เจอกันครั้งที่สองเธอเริ่มสดชื่นขึ้น พูดคุยเยอะขึ้น สำหรับผมในฐานะแพทย์คิดว่ามันแปลกอยู่บ้าง เพราะโรคซึมเศร้าใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน ยกเว้นว่าตัวผู้ป่วยจะเจอบางสิ่งที่เป็นแรงจูงใจ

โดยไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งนั้น...คือตัวผม

หลังจากเห็นนันท์นลินที่หน้าร้านเค้กในวันนั้นผมก็ให้ความสนใจกับเธอมากขึ้น ตามปกติแล้วจิตแพทย์สามารถให้เบอร์โทรศัพท์กับคนไข้ได้เผื่อในกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากอาการทางจิตสามารถกำเริบเมื่อไหร่ก็ได้ แต่กลับได้รับสายและพูดคุยกับคนไข้รายนี้ด้วยเรื่องธรรมดาทั่วไป นั่นยิ่งทำให้ผมเริ่มมั่นใจ

ผมมองสายตาของเธอออก มันชัดเจนขึ้นทุกวันว่าเธอชอบผม เธออาจไม่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ผมมีกฎของตัวเองที่จะไม่ทำตัวสนิทสนมกับคนไข้ เรื่องที่เคยบอกน้องไปในขั้นตอนการรักษา ว่าผมจะไม่รักษาคนที่รู้จักสนิทสนมกันนั่นเป็นเรื่องจริง อีกอย่างที่สำคัญคือผมมีคนที่รักอยู่แล้ว

เด็กเอ๋อที่พยายามจะจีบผมโดยไม่รู้ว่าไม่จำเป็นต้องจีบสักนิดคนนั้นไง

“ตกลงว่าไงพี่”

“อะไรนะคับ” ผมละสายตาจากถนนมองคนที่นั่งข้างๆ ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าหน้าตาคมเข้มหล่อเหลาถอนหายใจแผ่วเบา

“ไม่ได้ฟังผมพูดเลยเหรอ”

“ขอโทษที พี่คิดอะไรเพลินไปหน่อย”

“เรื่องไอ้แตม?”

“ครับ”

“ผมก็คุยเรื่องมันนี่แหละ เมื่อกลางวันเข้าไปหามันมาท่าทางมันเครียดมากเลยนะพี่ คิดว่าพี่โกรธมันเรื่องเชอรีน จะไม่บอกมันจริงๆเหรอ” กรรณมีสำหน้าลำบากใจ ตัวเขาเองคงไม่อยากจะโกหกเพื่อนด้วย เจ้าตัวเคยออกตัวว่าโกหกไม่เก่ง แต่ผมว่าที่จริงแล้วกรรณเป็นนักแสดงได้เลยล่ะ ที่ผ่านมาแค่เลือกว่าจะแกล้งทำเป็นโกหกไม่เก่งได้ยังไง ไม่อย่างนั้นป่านนี้แตมคงรู้เรื่องที่เราสลับกันคอยเฝ้าตัวเองไปแล้ว

ผมคิดว่าแม้แต่อิงว่าที่เจ้าสาวของกรรณก็คงจะไม่รู้หรอกว่าแฟนตัวเองน่ะเจ้าเล่ห์ร้ายกาจแค่ไหน ของอย่างนี้คนแบบเดียวกันเท่านั้นที่มองออก หึ

“บอกไปก็จะไม่สบายใจเปล่าๆ ตอนที่เปิดพัสดุเห็นตุ๊กตามีคราบเลือดกับมีดปักอยู่ แตมกลัวมากเลยนะ ถึงตอนพี่อยู่จะไม่แสดงอาการมากมาย แต่เวลาอยู่คนเดียวก็ไม่กล้าทำอะไรเลย” ยิ่งช่วงแรกน้องนอนละเมอออกมาอย่างไม่รู้ตัวด้วย

“ก็จริง แต่พี่ไม่เห็นจำเป็นต้องทำเย็นชากับมันนี่นา แค่ไม่ออกไปไหนมาไหนกับมันให้ไอ้โรคจิตนั่นเห็นก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ”

“พี่แค่...” ไม่ไว้ใจเชอรีน

วันนั้นที่หน้าร้านขนม ไม่รู้ว่าสองคนนั้นเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า แต่ใครเข้าหาน้องในจังหวะนี้ผมก็ต้องระแวงเอาไว้ก่อน ถ้าเชอรีนมีส่วนกับเรื่องนี้ด้วย การที่ผมตีตัวออกห่างน้องมาเลยจะดียิ่งกว่า

“ผมรู้นะว่าพี่คิดอะไร เชออาจจะอยากกลับมาคืนดีกับไอ้แตม แต่ผมว่ายัยนั่นไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก ถึงจะเอาแต่ใจไปบ้างแต่ก็ทำอะไรตรงไปตรงมา”

“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” เชอรีนเลิกกับน้องไปแล้วก็จริง แต่ถ้าเรื่องนี้เธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยน้องจะต้องรู้สึกไม่ดีแน่ๆ

“แล้วนี่เราจะไปไหนกัน พี่จะกลับห้องเหรอ?”

“ไม่นี่ครับ เรากำลังตามคุณนันท์อยู่ต่างหากล่ะ” ผมมักจะใช้ทุกช่วงเวลาที่ว่างคอยตามนันท์นลินหลังจากแน่ใจแล้วแปดสิบเปอร์เซ็นว่าเธอคือตัวการ ตามจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายกลับบ้าน ถึงได้เข้าคอนโดฯตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถวางใจได้ว่าแตมจะปลอดภัย

ระหว่างนั้นกรรณก็โทรมาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ดึกแค่ไหนก็ต้องคุย เห็นเป็นทางผ่านพอดีเลยแวะรับขึ้นรถ เรื่องที่จะคุยก็คือเรื่องเพื่อนสนิทตัวเองซึมแค่ไหนที่ผมเย็นชาใส่ ไม่รู้ตัวเลยว่านี่เป็นทางกลับคอนโดฯตัวเอง นี่ไม่ใช่ทางที่ผมใช้กลับประจำ อีกอย่างก็เพิ่งย้ายมาไม่กี่เดือนทำให้ผมยังไม่รู้พวกทางลัดอะไรมากนัก “ทางนี้กลับคอนโดฯได้เหรอ”

“ได้ดิ ถ้าเลี้ยวขวาแยกหน้าก็ทะลุด้านหลังคอนโดฯพี่พอดี ตัดผ่านตลาดนัดที่ไอ้แตมมันอวดว่าไปเดินมาอาทิตย์ก่อนไง ซอยจะแคบหน่อยแต่ก็ไปได้”

คำถามคือ แล้วนันท์นลินจะไปทำอะไรที่คอนโดฯของผม

ราวกับคิดสิ่งเดียวกัน ผมกับกรรณมองหน้ากันด้วยความกังวลทันที เท้าเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วของรถ จากตอนแรกทิ้งระยะห่างเอาไว้สองคัน ด้วยความที่เป็นซอยแคบทำให้แซงไม่ได้ พลันสายตาของผมก็เห็นว่ารถเป้าหมายนั้นเลี้ยวไปทางขวาจริงๆ

“ชิบหายแล้วพี่ รีบๆเลย” กรรณร้องลั่นหลังจากเห็นสิ่งเดียวกันกับผม

ผมกดคันเร่งมากกว่าเดิมแต่ไม่ได้เป็นอย่างที่ใจคิด ซอยที่รถเกือบจะวิ่งสวนกันไม่ได้ทำให้ต้องใช้ความเร็วต่ำด้วยความระมัดระวัง สิ่งที่ไม่คาดคิดสร้างความร้อนใจกว่าเดิมก็เกิดขึ้น

โครม!

รถคันหนึ่งเลี้ยวออกมาจากที่จอดรถแถวตลาดนัดด้วยความเร็ว และชนเข้ากับรถคันด้านหน้าของผมอย่างแรง

“โธ่เว้ย” ผมตบพวงมาลัยรถตัวเองอย่างหัวเสีย มองภาพเจ้าของรถทั้งสองคันเริ่มออกมาตรวจสอบสภาพรถตัวเองอย่างเร่งด่วน

“เอาไงดีวะพี่ รถชนกันแบบนี้จะยาวมั้ยเนี่ย ยัยคุณนันท์อะไรนั่นไปแล้วด้วย ผมว่าต้องไปคอนโดฯพวกพี่แน่” สิ่งที่กรรณพูดคือสิ่งที่ผมกังวลใจ ถ้าเกิดตกลงกันไม่ได้ล่ะเรื่องใหญ่รถคงติดอีกยาว

“กรรณลองโทรหาแตมดูหน่อยว่าอยู่ห้องหรือเปล่า บอกว่าอย่าให้ออกจากห้อง ใครเคาะหรือกดกริ่งก็ไม่ต้องเปิด แต่อย่าให้แตมสงสัยนะ พี่จะโทรหาพี่แก้มให้สั่งยามคอยจับตามองด้านล่างคอนโดฯเอาไว้”

กรรณรีบทำตามทันที หยิบโทรศัพท์ขึ้นกดหาเบอร์ที่คุ้นเคย ส่วนผมก็โทรออกหาคุณแก้ม ผ่านไปเกือบนาทีเราสองคนก็หันกลับมามองหน้ากันด้วยความหนักใจ

“ไอ้แตมไม่รับอะพี่ หรือว่าจะหลับไปแล้วแต่ปกติมันนอนดึกนี่”

“คุณแก้มก็ไม่รับสาย อาจจะกลับบ้านไปแล้ว”

“ทำไงดีวะพี่ โว้ย ไอ้พวกด้านนอกตีกันแล้วสงสัยอีกยาว” คนใจร้อนกดลดกระจกลงและตะโกนออกไป “เฮ้ย จะต่อยกันก็ไปย้ายรถก่อนสิโว้ย คนอื่นเขามีเรื่องด่วนนะเว้ย”

ผมปลดสายเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูรถลงไป

“เฮ้ยๆพี่ อย่าลงไปตีกับพวกมันนะ เสียเวลา” อีกคนบนรถรีบดึงแขนผมไว้ได้ทัน ผมหันกลับไปปลดมือนั้นออก สั่งสั้นๆอย่ารวดเร็ว

“พี่จะวิ่งไปที่คอนโดฯก่อน เผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้น กรรณค่อยหาทางขับรถตามมาก็แล้วกันนะ พี่รู้สึกเป็นห่วงแตมยังไงก็ไม่รู้” พูดจบก็ออกวิ่งทันทีโดยไม่ฟังเสียงร้องที่ดังตามหลังมา

“พี่ ไอ้พี่หมอ เอามือถือไปด้วยสิ โอ๊ยย แล้วจะติดต่อกันยังไงล่ะเนี่ย”

ไม่มีเวลากลับไปเอาแล้ว

ใจในที่ร้อนยิ่งกว่าไฟอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เคยตามนันท์นลินมาจนถึงหน้าคอนโดฯก็หลายครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแตกต่าง เธอไม่เคยมาตอนดึกขนาดนี้

ยิ่งเข้าใกล้คอนโดฯตัวเอง หัวใจผมก็ยิ่งบีบรัดยิ่งขึ้นเมื่อด้านหน้าไม่มีรถที่เห็นจนชินตาจอดเอาไว้อย่างที่คาด

เธอควรจอดรถตรงนี้ แอบมองดูแตมจากตรงนี้...อย่างที่เคยทำ

“อ้าว หมอทัช ทำไมวิ่งมาอย่างนี้ล่ะครับ รถไปไหน หรือว่าถูกคุณแตมทิ้งเอาไว้กลางทาง ฮ่าๆๆ นี่คุณแตมก็เพิ่งขับเข้าไปเมื่อกี้นี้เอง” ยามประจำคอนโดฯเอ่ยปากทักทายอารมณ์ดีผิดกับความรู้สึกของผมตอนนี้ลิบลับ

ผมพุ่งตัวเข้าไปเขย่าไหล่ของคนในชุดเครื่องแบบพนักงานรักษาความปลอดภัย

“ว่าอะไร...นะครับ แตม...น้องอยู่ที่ไหนนะ” เสียงหอบเป็นช่วงจากการวิ่งมาจนหายใจแทบไม่ทัน

“น่าจะอยู่ที่ชั้นจอดรถนะครับ เพิ่งเลี้ยวเข้าไปเมื่อกี้นี้เอง ผมก็กำลังจะขึ้นไป...อ้าว คุณทัช รีบไปไหนครับ เกิดอะไรขึ้น”

ไม่เสียเวลาอธิบายอะไรทั้งนั้นผมออกตัววิ่งอีกครั้งไปที่ชั้นจอดรถ สองเท้าไปไวไม่เท่ากับหัวใจของตัวเอง ภาวนาเพียงอย่างเดียวขอให้น้องปลอดภัย ไม่อย่างนั้นคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง

อ้ากกกกกก

“แตม!!

*************


ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น นันท์นลินนั่งคร่อมอยู่บนตัวของคนที่มีขนาดเกือบเท่ากัน เสียงที่ผมชอบฟังและได้ยินอยู่ทุกวันกำลังร้องด้วยความเจ็บปวด มีดที่เสียบอยู่ตรงไหล่ของน้องดึงสติผมให้รีบพุ่งเข้าไปทันที

ใบหน้าของแตมซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตผุดซึมยังไม่เท่ากับเลือดที่เปรอะเปื้อนจนย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวเป็นสีแดง

ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความสุขปิดลงช้าๆ และมีดที่ถูกดึงออกมาถูกเงื้อขึ้นสูงเตรียมจะจ้วงแทนคนที่สติสัมปชัญญะแทบจะดับลงไปแล้ว

ผลั่ก!

“กรี๊ดดดดด”

ในตอนนี้ผมไม่สนว่าวิธีการจะรุนแรงแค่ไหน อีกฝ่ายจะเป็นเพศอะไร เสี้ยววินาทีที่คมมีดจะพรากชีวิตคนที่เปรียบเสมือนหัวใจไป เท้าก็กระแทกเข้าที่ข้างลำตัวจนฆาตกรใจโหดนั้นเสียหลักทันที

ใช่ ผมถีบเธอนี่แหละ

ร่างด้านบนกระเด็นหลุดจากตัวคนที่มีแผลทั่วตัว แม้ว่าใจอยากจะเข้าไปพยุงโอบกอดเอาไว้แต่นันท์นลินยังมีอาวุธอยู่กับตัวและไม่ได้สลบไป พอเห็นว่าคนเจ็บยังมีลมหายใจอยู่ผมก็ตวัดสายตาน่ากลัวไปยังต้นเหตุทันที

“อะไรกันเนี่ย” ยามที่วิ่งตามผมมาเองก็ตะลึงไม่ต่างกัน

“ฝากดูแตมด้วยครับ โทรเรียกรถพยาบาลแล้วเอาผ้ากดห้ามเลือดตรงไหล่ไว้ที” สั่งโดยไม่ได้มองไปด้านหลัง เพราะยังคงสะกดอีกคนไว้ด้วยสายตา

นันท์นลินตัวสั่นกระเถิบถอยไปด้านหลัง สายตามีแต่ความหวาดกลัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นานยังจะฆ่าคนทั้งคนได้เลย

“หมะ หมอ หมอทัชคะ ฮืออออออ....คุณ...ช่วยนันท์ด้วย มัน ฮึก มันแย่งหมอไป ฮ่าๆๆๆๆ นันท์ทำดีไหมคะหมอ มันตื๊อหมอ...มันอ่อยหมอจนหลงมันหน้ามืดตามัว นันท์จะกำจัดมันให้คุณแล้ว”

“ส่งมีดมาให้ผม” ผมพูดเสียงเรียบเกือบจะเย็นชาทว่าดุดัน ในตอนนี้แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกถึงความโกรธที่ปั่นป่วนไปทั่วตัว หากไม่พยายามระงับมันเอาไว้ ผมคงจะพุ่งเข้าไปบีบคอคนตรงหน้าให้มันตายไปเลย

น้องแตมของผม...น้องที่ผมถนอมมาอย่างดีโดยตลอด

“ทำไม? ฮึกก หมอคะ นันท์กำจัดมันให้แล้ว หมอไม่ดีใจเหรอคะ”

“คุณส่งมีดมา ก่อนที่ผมจะไม่อดทนอีกต่อไป”

“ทำไมล่ะคะหมอ มันแย่งหมอไปจากนันท์นะคะ หมอต้องดีใจสิ ต่อไปนี้มันจะไม่มาขัดขวางความรักของเราอีกแล้ว”

“คุณทำร้ายคนรักของผม ส่งมีดมา!!!” ผมตะโกนอย่างเหลือออด เสียงตวาดลั่นทำให้อีกฝ่ายสติแตก มีดที่อยู่ในมือถูกใช้เป็นอาวุธอีกครั้ง สายตาหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง

“แก แกมันก็ไอ้คนเลว ไอ้ผัวระยำ...มึงก็เหมือนกัน เห็นเมียน้อยดีกว่ากู เห็นอีพวกผู้ชายร่านๆพวกนี้ดีกว่ากู ฮือออ มึงมันเลว ทิ้งกู ตายซะ!” มีดพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว แต่มันก็ช้ากว่าคนที่กำลังโกรธจัดอยู่ดี

ผมแตะมีดในมือเล็กนั้นทิ้งไปได้อย่างง่ายดาย ไม่สนใจว่าแรงจากรองเท้าจะทำให้มืออีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า แค่นี้ไม่เท่ากับที่น้องได้รับหรอก

นันท์นลินอึ้งสนิททำตัวไม่ถูก

และกรรณก็ขับรถขึ้นมาถึงชั้นจอดรถนี้พอดี คนตัวสูงวิ่งลงจากรถ แสงไฟหน้ารถสาดจนผู้หญิงคนเดียวในที่นี้ตาพร่ามัว คนที่เพิ่งมาเห็นที่เกิดเหตุก็พอจะเดาได้

“ยัยบ้าเอ๊ย นี่มึงทำอะไรเพื่อนกูวะ”

“กรรณจับเธอเอาไว้ก่อน หาอะไรมัดไว้ก็ได้ แล้วแจ้งตำรวจที” ผมไม่สนความโกรธของกรรณหรอก ตอนนี้ผมห่วงน้องมากกว่า เมื่อกรรณทำตามที่บอกก็เดินกลับไปหาคนเจ็บทันที “โทรตามรถพยาบาลหรือยังครับ”

“โทรแล้วครับหมอ เดี๋ยวก็คงมา”

“ให้ผมดูน้องเองเถอะครับ” ยามหลบไปช่วยกรรณจับคนร้ายแทน ส่วนผมรีบตรวจดูบาดแผลและอาการน้องอย่างละเอียด

คนเจ็บนั้นสลบไปแล้ว แผลตรงไหล่ลึกมาก แทบเกือบทะลุไปด้านหลัง นอกจากนั้นยังมีรอยบาดเล็กน้อยเต็มร่างกายไปหมด แม้แต่ที่แก้มนุ่มของน้องก็ยังเลือดไหลไม่หยุด

ยิ่งเห็นก็ยิ่งโกรธ

ทั้งโกรธคนทำ...และโกรธตัวเอง

“ขอโทษ...พี่ขอโทษครับ”

ขอโทษที่ปกป้องแตมไม่ได้

 

หลังจากรถพยาบาลมาพร้อมกับตำรวจผมก็ให้ยามเป็นคนรถประสานงานเรื่องคนร้าย ส่วนตัวเองก็มานั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สายตาเพ่งตรงไปเพียงไฟที่อยู่เหนือประตูห้องเพื่อรอมันดับลง ในหัวมีแต่ความคิดสับสนวุ่นวายที่จัดการไม่ได้เต็มไปหมด

แรงจากมือที่วางลงมาบนไหล่ไม่ได้ทำให้สายตาละไปไหน เพียงแต่รับรู้ว่ามีคนมายืนอยู่ข้างๆ

“มันต้องปลอดภัยพี่ ไอ้แตมมันไม่เป็นอะไรหรอก”

ผมรู้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้ฟังคำยืนยันจากปากหมออีกสักหน่อย น้องเสียเลือดไปมาก โชคดีแค่ไหนที่โรงพยาบาลมีเลือดสำรองกรุ๊ปเดียวกับน้องอยู่

“พี่ทำให้แตมต้องเป็นอย่างนี้”

“อย่าโทษตัวเองดิพี่ มันเป็นเหตุสุดวิสัยนะ พี่จะบอกว่าเพราะตัวเองหล่อเกินไปจนทำให้คนไข้ประสาทหลอนมาหลงรักแล้วหึงหวงไล่แทงไอ้แตมเป็นความผิดของพี่ก็เกินไปมั้ง”

“เหมือนกรรณไม่ได้ปลอบใจพี่ทัชเลยนะ”

“อิง มาไงเนี่ย บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมามันดึกแล้ว” กรรณหันไปหาว่าที่เจ้าสาวตัวเองที่เพิ่งเดินเข้ามา ผมได้ยินแต่เสียงไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำถึงแม้มันจะเสียมารยาทก็เถอะ

“อิงเป็นห่วงแตมนี่นา อยู่บ้านก็นอนไม่หลับอยู่ดี นี่หมอว่ายังไงบ้าง”

“เสียเลือดเยอะน่ะ แผลที่ถูกแทงตรงไหล่ก็ลึกด้วย กำลังผ่าตัดอยู่แต่ก็เข้าไปนานแล้วนะ” ปล่อยหน้าที่อธิบายเป็นของกรรณไป สักพักก็วกกลับมาปลอบผมอีกครั้ง “ทำหน้าเครียดทำไมเนี่ยพี่ ไอ้แตมมันเลือดเยอะน่า เมื่อก่อนถูกมีดบาดนิ้วมันยังเอาแค่พาสเตอร์ยาแปะก็นั่งเรียนต่อได้แล้ว ถ้ามันฟื้นแล้วรู้ว่าพี่โทษตัวเองอย่างนี้มันจะเสียใจเอานะ ในฐานะที่ผมเป็นเพื่อนกับมันมานาน เชื่อเถอะว่ามันไม่โทษพี่หรอก”

“...ถึงอย่างนั้น พี่ก็ปกป้องแตมไม่ได้”

“คนอยู่ในที่มืดกับอยู่ในที่สว่างจะให้ระวังตัวยังไงก็ต้องมีวันพลาดอยู่ดีนั่นแหละน่า ดูดิขนาดเราตามยัยคุณนันท์นั่นแทบจะทุกวันก็ยังหาหลักฐานชัดๆมาจับตัวไม่ได้เลย นี่ตกลงบ้าจริงหรือเปล่าวะเนี่ย”

“.......” ผมไม่ได้ตอบอะไร ไฟห้องฉุกเฉินดับลง พร้อมกับหมอที่เปิดประตูออกมา เราสามคนเดินเข้าไปหาเห็นสีหน้ายิ้มเบาบางหลังจากถอดหน้ากากผ้าออกก็ทำให้พอเดาได้ว่าเป็นข่าวดี

“เสียเลือดไปมาก แผลลึกแต่ไม่ถูกจุดสำคัญ พ้นขีดอันตรายแล้วไม่ต้องห่วงนะหมอทัช”

ตัวผมเบาขึ้นพอๆกับหัวใจที่หนักอึ้งถูกปล่อยวาง สองมือยกขึ้นพนมไหว้ผู้อาวุโสกว่าที่รู้จักกันดี

“ขอบคุณมากนะครับอาหมอ”

“อีกสองชั่วโมงก็ย้ายออกจากห้องฉุกเฉินได้แล้ว ไปทำเอกสารห้องพักซะนะ อาขอตัวก่อน” อาหมอเดินออกไปกับนางพยาบาลชุดหนึ่ง

“โชคดีนะเนี่ยที่โรงพยาบาลของพี่หมออยู่ใกล้อะ เลยโทรมาบอกให้ทางนี้เตรียมห้องผ่าตัดเอาไว้ได้ถูกตั้งแต่อยู่ในรถพยาบาล ถ้าอย่างนั้นผมไปกรอกเอกสารห้องพิเศษให้ไอ้แตมก่อนนะพี่” กรรณว่าแล้วจูงมืออิงออกไป

ผมยังนั่งรออยู่ที่เดิมจนมีคนเข้ามาใหม่อีกสองคน เป็นเพื่อนสนิทของผมเอง คนหนึ่งเป็นสารวัตรที่รับผิดชอบคดีนี้ให้และคอยตามสืบเรื่องจดหมายที่ส่งข่มขู่แตม ส่วนอีกคนก็ถูกไอ้สารวัตรต้าโทรตามตัวมาด้วย

“น้องเป็นไงบ้างวะไอ้ทัช” ไอ้จิเดินไวๆเข้ามาตบบ่าปลอบใจ คงจะเพิ่งรู้เรื่องจากไอ้ต้า

“ปลอดภัยแล้ว รอย้ายไปห้องพิเศษ มึงมาทำไม?”

“เอ้า กูก็ห่วงน้องแตมเหมือนกันไง ไอ้ต้ามาโทรไปบอกเลยรีบออกจากร้านมาเนี่ย แล้วเรื่องมันยังไงวะ ได้ยินแค่น้องถูกแทงเท่านั้นเอง กูตกใจหมดเลย”

พอได้ยินว่าแตมปลอดภัยผมก็กลับมาอยู่ในอารมณ์ปกติ ยอมพูดคุยกับคนอื่นเหมือนเดิม เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ไอ้จิฟัง รวมถึงไอ้ต้าที่รับผิดชอบคดีนี้ด้วยเพราะเมื่อกี้ยังไม่ได้ให้ปากคำอะไรเอาแต่นั่งเฝ้าอยู่หน้าห้อง ไอ้ต้าเลยขอตัวไปดูแลคดีให้ที่สถานีตำรวจเพิ่งจะกลับมา

“เย้ด อย่างกับในหนังเลยว่ะ แล้วยัยคนที่แทงน้องอะ เป็นไงบ้าง” ไอ้จิอุทาน

“ตอนนี้ก็ควบคุมตัวเอาไว้ก่อน สติแตกสุดๆ ต้องเรียกจิตแพทย์มายืนยันด้วยว่ามีอาการทางจิตจริงหรือเปล่า ซึ่งเจ้าของไข้ก็คือ...มึง” ไอ้ต้าสรุป “แต่เพราะมึงเกี่ยวข้องกับรูปคดีก็เลยต้องตัดไป”

ผมพยักหน้า “ได้ยินว่าเคยมีประวัติรักษาจากที่อื่นมาก่อน เดี๋ยวกูให้พยาบาลดูแล้วติดต่อทางโน้นให้มึงก็แล้วกัน...ไอ้ต้า”

“ว่า?”

“กูไม่ยอมความเด็ดขาด เป็นตายยังไงกูก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” ผมมองสบตากับเพื่อนสนิทอย่างเด็ดเดี่ยว

ใครจะว่าใจร้ายหรือรังแกคนมีปัญหาทางจิตทั้งที่ตัวเองก็เป็นจิตแพทย์ก็ช่างเถอะ คนพวกนั้นไม่ได้มาเกือบสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปเหมือนอย่างผมนี่

บทเรียนครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่ผมจำไปจนวันตายเลย

[End Touch’s part]


----------

ทวงคืนความหลัวให้พี่ทัช แหะๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.875K ครั้ง

2,541 ความคิดเห็น

  1. #2515 cupcake_love (@arfsutasinee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 23:06
    มีภาพในหัวช็อตหมอวิ่งมาแล้วถีบนันเลยอ่ะ กราวใจ+สะใจพิลึก
    #2515
    0
  2. #2478 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:54
    เกือบช่วยน้องไม่ทันแล้วพี่ทัช
    #2478
    0
  3. #2472 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 11:35
    หลังจากนี้ก็เคลียกัน และกลับมาหวานกันเหมือาเดิมน้า
    #2472
    0
  4. #2420 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 08:54
    โอ้โห พี่หม๊ออออออ
    #2420
    0
  5. #2337 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 19:26
    หมอโหดด
    #2337
    0
  6. #2129 Ton_Wizard (@Ton_Kentawai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 00:53
    เราว่าทำอินี่น้อยไปนะ มันน่าจะโดนหมอเตะหน้าไปด้วยซ้ำด้วยกระทืบให้กระโหลกร้าวแล้วต่อด้วยเอามีดที่มันแทงน้องงงงงมาแทงลากจากไหล่ลงมาจนสุดมือ จากนั้นก็กระทืบจนมันตายคาตีนต่อ 555555

    ปล.1 เชอรีน แม่ขอโทษ ด่าหนูในใจไปเยอะเลยยง่า
    ปล.2 เเตมๆลูกกกกกก เป็นไรมากมั้ยอ่าาาา หนู๊!!!! อย่าเป็นไรมาดนะลูก แม่เป็นห่วงหนูมากอ่า ร้องไห้แน้วนะ
    #2129
    0
  7. #1805 mintewanlaya (@mintewanlaya) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 08:17
    180แล้ว90....
    .
    .
    .
    หักมุม
    เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก...
    เชอรีนนน แม่ขอโทษนะลูกกกกกก
    #1805
    1
    • #1805-1 mintewanlaya (@mintewanlaya) (จากตอนที่ 23)
      8 กันยายน 2562 / 08:18
      จิตแล้วไง จิตก้เคยเป็นคนปกติเหมือนกันแหละโว้ยยย
      #1805-1
  8. #1731 ผักน้อย (@Jutamas_AO) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 23:56

    เมินอิพี่ทัชไปเลยน้องแตม

    #1731
    0
  9. #1730 KnitMaker (@jeeka) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:20
    ทั้งถีบทั้งเตะ อยากให้ต่อยด้วยโทษฐานมาทำน้อง
    #1730
    0
  10. #1728 Praewapr (@Praewapr) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 16:24

    ให้อภัยพี่ทัชเพราะถีบนังลินค่ะ

    #1728
    0
  11. #1725 หม่ามี้เลม่อน (@raindemon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 13:47
    กลับมาเคลียร์กันดีๆเน้อน้องแตม
    #1725
    0
  12. #1724 หม่ามี้เลม่อน (@raindemon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 13:46
    ใส่ความโกรธไปกับลูกถีบพี่ทัชหมดละ5555
    #1724
    0
  13. #1723 onlyyounger (@onlyyounger) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 11:56
    ชอบความกระโดดถีบกับเตะข้อมือ มันทำร้ายคนที่เรารักอ่ะเนอะ จะผู้หญิงผู้ชายถ้าฆ่าได้ก็คงฆ่าแล้วแหละ
    #1723
    0
  14. #1722 nochuuu (@Dui1608) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 11:22
    สู้ๆนะพี่หมอเดี๋ยวน้องก็ฟื้นแล้วพี่ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
    #1722
    0
  15. #1720 เป็ดซัง (@apinknews) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 10:07
    น้องแตมโกรธนานๆๆๆๆ งอนพี่ท้าชๆๆๆ ถึงจะมีเหตุผลก็เถอะน้า
    #1720
    0
  16. #1718 Abigail1543 (@Abigail1543) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 08:50
    พี่โหดจริงๆอ่ะ แต่ขอให้น้องเข้าใจพี่นะแล้วก็เป็นแฟนกันได้แล้ววววววว
    #1718
    0
  17. #1717 AmadAisphak (@AmadAisphak) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 08:16
    น้องแตมต้องโกรธเลยน่ะ งอลเลย
    #1717
    0
  18. #1716 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 07:27
    หลังนี้ไม่ม่าแล้วนะ สงสารน้อง
    #1716
    0
  19. #1715 amlakwan (@amlakwan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 07:18

    บอกตรงๆนะคะหมอ เรามี 2 คนที่คอยตามคนร้าย ทำไมไม่แยกกันดู ยิ่งน้องเป็นเป้านิ่งควรจะโฟกัสที่น้องรึเปล่าคะ น้องเจ็บคราวนี้เพราะคุณประมาทค่ะ ไหนว่าเพื่อนเป็นสารวัตรคะ หน้าที่สิบให้ลูกน้องเค้าทำให้น่าจะมืออาชีพกว่านะคะ

    #1715
    0
  20. #1713 Rujie Taew (@rujietaew) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 07:05
    น้องแตมโกรธอิพี่เลยค่ะ โกรธเลยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1713
    0
  21. #1712 yokky_s (@yokkys) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 07:01
    ความหลัวของพี่ทัชกลับมาแล้วอ่ะ ต้องง้อน้องเยอะๆนะ
    #1712
    0
  22. #1711 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 06:52
    พี่โหดมาก ถีบเป็นถีบ 5555
    #1711
    0
  23. #1710 MoMo86_BI96 (@MoMo86_BI96) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 06:51

    ถ้าน้องกลับมามีอาการกลัวการสัมผัสอีกพี่ทัชลำบากแน่ ฮ่าๆ ขนาดเจอคนอื่นแนวSMกันน้องยังกลัว นี่เจอกับตัวเองเลยนะ
    #1710
    0
  24. #1709 real__ppg (@lll2379lll) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 06:45
    So ผัว มากจริงๆพี่ทัชชช
    #1709
    0
  25. #1708 MoMo86_BI96 (@MoMo86_BI96) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 06:39
    ทำไงแตมจะเมินพี่ทัชน๊าาาา เด็กเอ๋อคงโกรธใครไม่เป็นแน่ๆ เฮ้อออ
    #1708
    0