END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 2 : สัมผัสครั้งที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,013 ครั้ง
    23 ก.ค. 62


จบลงแล้ว...เรื่องระหว่างผมกับเชอรีน หนึ่งปีเจ็ดเดือนสิบสามวันกับอีกเก้าชั่วโมง แม้จะไม่ใช่แฟนคนแรกแต่ก็เป็นคนที่เข้าใจและอยู่กับผมได้นานที่สุด มากกว่าความเจ็บปวดที่ถูกบอกเลิกครั้งแล้วครั้งเล่า ยังมีความรู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจ

“ถ้ามึงจะนอนเน่าอยู่อย่างนี้นะ” ต้นแขนถูกบางอย่างกระแทกเบาๆพอให้รู้สึกตัว จากที่นอนเหม่อลอยบนโซฟาผมก็ยันตัวเองลุกขึ้นมองเจ้าถุงพลาสติกที่เหวี่ยงมาโดนเมื่อกี้ ไล่ไปจนถึงไอ้คนที่เป็นคนทำ

“ไอ้กรรณ มาได้ไง”

“โทรหาไม่รู้กี่สายมึงไม่รับ กูก็คิดว่าตายไปแล้วซะอีกเลยแวะมาดู” กรรณที่ว่าคือเพื่อนสมัยเรียนของผมเอง เพราะเป็นโรคประหลาดอย่างการสัมผัสกับคนอื่นไม่ได้ทำให้ผมค่อนข้างเก็บตัว มีเพื่อนน้อย และไอ้คนตรงหน้าคือเพื่อนที่สนิทที่สุดเพียงคนเดียว

มีแค่กรรณที่เข้าใจและไม่นึกว่าสิ่งที่ผมเป็นนั้นแปลกประหลาด เราถึงคบเป็นเพื่อนกันมาได้หลายปี

“กรรณ” ผมเรียกเพื่อนแล้วเหม่อมองหน้ามัน

“ว่า?”

“กูเลิกกับเชอแล้ว...ไม่ดิ โดนบอกเลิกอีกแล้วว่ะ”

ไอ้กรรณเลิกคิ้วขึ้นเหมือนแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจ มันถอนหายใจ วางถุงกับข้าวไว้บนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอีกตัว

“ถึงกูจะคาดหวังว่าเชอรีนจะเข้าใจมึงเพราะเห็นว่าไปกันได้ดี แต่กูก็เข้าใจน้องเขาว่ะ”

“อือ กูก็เข้าใจ แถมเชอยังเป็นฝ่ายต้องมาขอโทษกูอีก” ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด หรือผมไม่เหมาะจะมีแฟนนะ ทุกครั้งที่ถูกแตะตัวด้วยบุคคลอื่นยกเว้นพ่อกับแม่ ก็จะเกิดอาการต่อต้านทุกครั้ง

แต่ถึงอย่างนั้น...ก็ยังอยากมีความรัก

“เอาน่าอย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่คนนี้เดี๋ยวก็ต้องมีสักคนแหละน่า มึงก็ยังไม่ได้จะอายุมากอะไรขนาดนั้น สักวันต้องมีสิวะคนที่สัมผัสมึงแล้วมึงไม่สะบัดเขาออกน่ะ”

“จะมีด้วยเหรอ เกือบยี่สิบปีเลยนะที่กูไม่ได้โดนตัวคนอื่นนอกจากพ่อกับแม่น่ะ”

“นั่นดิ” กรรณเองก็พึมพำอย่างสิ้นหวังตามอีกคน “แต่กูว่านะ”

มันพูดแล้วก็หยุด ผมเลยเงยหน้าขึ้นไปมองมัน “ว่า ว่าอะไร?”

“ว่ามึงต้องกินข้าวว่ะ ขืนไม่แดกไรเลยจะเอาแรงที่ไหนไปหาแฟนใหม่วะ ดีนะที่เอะใจเลยซื้อข้าวเข้ามาให้ด้วยเนี่ย” เพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวที่มีกุญแจห้องซึ่งบังคับเอาจากผมไปพูดด้วยเสียงร่าเริงเพื่อกระตุ้นให้ผมรีบขยับตัว พอมันพูดเรื่องของกินท้องก็ร้องทันที

“ขอบใจ กำลังหิวเลย กูปั่นงานทั้งคืนหมดแรงเลยเนี่ย”

“อย่าบอกนะว่าที่มึงไม่รับโทรศัพท์กูเป็นเพราะทำงานจนหมดแรง ถุย กูก็คิดว่าอกหักจนไม่อยากจะทำอะไร”

“ปากท้องก็สำคัญปะวะ จะดราม่าฟูมฟายยังไงก็ต้องทำงานเปล่า น้ำตากูมันเอาไปจ่ายค่าคอนโดฯ ค่ารถ ค่ากินอยู่ไม่ได้นะเว้ย”

“เอ้า งั้นก็กินข้าวก่อน เราอุ่นให้แล้ว จะได้มีแรงร้องไห้ต่อเนอะ” หญิงสาวคนหนึ่งยกจานข้าวมีควันลอยกรุ่นมาวางไว้ตรงหน้า ผมถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีอีกคนอยู่ในห้อง

“อ้าวอิง มาด้วยเหรอ”

“มาสิ ก็เข้ามาพร้อมกรรณ แต่ไปเอาข้าวใส่จานให้แตมอยู่ในครัว กินเยอะๆล่ะ กรรณยกเลิกนัดเราเพื่อเอาข้าวมาให้แตมเลยนะ” โห แฟนเพื่อนพูดมาขนาดนี้ ไม่รู้สึกผิดก็ใจบาปหยาบช้าเกินไปแล้ว

“เฮ้ย จริงดิ เราขอโทษนะอิง ที่จริงไม่ต้องแวะมาก็ได้ เดี๋ยวหิวก็โทรสั่งเอา เกรงใจ”

“ล้อเล่นน่า เดทเมื่อไหร่ก็ได้ เราง่ายๆอยู่แล้ว” ไอ้กรรณยิ้มหวานมองแฟนด้วยสายตาอ่อนโยนรักใคร่ มันโชคดีมากที่มีแฟนเข้าใจมันอย่างอิง แถมมีเพื่อนเป็นภาระอย่างผมติดมาด้วยก็ยังไม่บ่นสักคำ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงมีงอนมีทะเลาะกันไปแล้ว

เห็นแล้วก็อยากมีแฟน ฮือออ

“เอ้า มอง มองอยู่นั่น มองหน้าแฟนกูแล้วจะทำให้อิ่มไหม แดกข้าวไปดิวะ ไอ้แสตมป์!” กรรณมาเห็นผมจ้องอิงพอดีก็ยกเท้าถีบโซฟาเร่ง (เพราะมันถีบผมโดยตรงไม่ได้ เดี๋ยวผมอาการกำเริบ)

“อย่าให้กูมีแฟนบ้างนะ จะสวีทโชว์มึงเลยคอยดู”

“เอาให้มึงโดนตัวคนอื่นได้ได้ก่อนไหมล่ะ” เออ ก็จริงของมัน ไม่เจียมเลยจริงๆ ไอ้แตม

 

“ระ รอ ....” คำพูดถูกกลืนหายพร้อมกับร่างกายที่หยุดเคลื่อนไปด้านหน้า เมื่อเห็นว่าลิฟต์ที่ผมต้องการจะโดยสารกลับขึ้นไปยังห้องตัวเองนั้นอัดแน่นไปด้วยผู้คน

“คุณครับ” จากที่คิดจะตัดใจ อยู่ๆประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดก็เปิดออกอีกครั้ง ผู้ชายที่ยืนด้านหน้าสุดคงเป็นคนกดเปิดมันออก และมองหน้าผมพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “ไปไหมครับ”

ผมกลืนน้ำลายลงคอ อยากปฏิเสธเพราะเสี่ยงมากที่จะถูกตัวผู้คน แต่ก็ไม่อยากทำลายน้ำใจใคร เมื่อถูกคนทั้งลิฟต์มองเร่ง เลยจำใจพยักหน้าและก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆอย่างหวั่นเกรง

ร่างกายที่ยืนชิดตัวแทบแนบกับผนังนั้นเริ่มเกร็งจัด กลัวว่าจะไปสัมผัสใครเข้าจึงทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ในใจก็ด่าตัวเองไปด้วยที่กล้าหาญลงมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อด้านล่างในเวลาที่คนเลิกงานและกลับบ้านอย่างนี้ ปกติผมจะใช้ลิฟต์ช่วงกลางวันหรือกลางดึกที่คนไม่เยอะมากกว่า แต่จะให้ปีนบันไดก็นะ ห้องดันอยู่สูงเกินไปตั้งชั้นสิบสอง ไม่ใช่คนชอบออกกำลังกายเท่าไหร่ ฝันไปเถอะ

ลิฟต์ไต่ระดับความสูงขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับหลายคน แต่สำหรับผม หนึ่งวินาทีช่างยาวนานเหลือเกิน อยากจะแหกปากตะโกนลดอาการตึงเครียดลงบ้างก็กลัวคนจะหาว่าบ้าอีก สิ่งเดียวที่ทำได้คืนยืนตัวสั่นเงียบๆ

ก่อนที่จะได้บ้าไปจริงๆ อยู่ๆผู้ชายคนเดิมที่ใจดีกดเปิดประตูลิฟต์รอในตอนแรก ก็ขยับย้ายที่ ผมแอบสะดุ้งเฮือกคิดว่าเขาจะเบียดมาถูกตัวเอง

ซึ่งไม่ใช่

เขายืนในระยะที่ห่างไปครึ่งก้าว อยู่ในช่วงที่พอรับได้และกลายเป็นว่าการมูฟตัวของเขาในครั้งนี้ มันไปบังคนอื่นๆจนไม่มีใครมาใกล้จุดที่ผมยืนเข้าพอดี โชคดีจัง

เมื่อถึงชั้นสิบ ผู้โดยสายชุดเกือบสุดท้ายก็ออกจากลิฟต์ไป เหลือเพียงผมกับผู้ชายใจดีคนนั้น เขารีบก้าวไปยืนอีกฝั่ง และผมก็เผลอถอนหายใจออกมา ก่อนจะตกใจว่าตัวเองทำเรื่องบ้าบอและเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่าย

เขาตัวสูงใหญ่ แต่งกายเรียบร้อยด้วยกางเกงสแลกและเสื้อเชิ้ตสีขาว ใบหน้าดูหล่อเหลาผิวที่ขาวค่อนไปทางคนจีนมีแว่นสายตาสวมอยู่ เส้นผมเรียบด้วยเจลไม่กระดิกเลยสักเส้นแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเย็นแล้ว ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นนักศึกษา ต่อให้หน้าไม่แก่ก็ไม่ได้เด็กมากขนาดนั้น ท่าทางจะอายุมากกว่าผมด้วย

ลิฟต์เปิดอีกครั้งที่ชั้นสิบสองซึ่งเป็นชั้นที่ผมอาศัยอยู่ ทันทีที่จะก้าวออกต่างฝ่ายก็ต่างชะงัก เขาถอยเท้ากลับไปเมื่อเห็นว่าผมเองก็จะออกเหมือนกัน

“คุณออกก่อนเลยครับ” พร้อมรอยยิ้มใจดีแต่งเต้มบนใบหน้า

“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มตอบกลับคืน ไม่ใช่ว่าถูกตัวคนอื่นไม่ได้แล้วจะกลายเป็นคนที่ไร้มนุษสัมพันธ์นะครับ เห็นอย่างนี้พอคุยเก่งอยู่บ้าง เพื่อไว้ใช้คุยกับลูกค้าที่มาจ้างงาน แม้จะไม่ได้ทำงานประจำในออฟฟิศใหญ่โตอย่างไอ้กรรณ แต่ผมก็เป็นฟรีแลนซ์ที่รับออกแบบเวปไซด์ หรือบางคนก็เรียกว่าเวปดีไซน์เนอร์ งานเข้าเยอะก็ได้คุยกับคนเยอะ...ในที่นี้คือคุยทางโทรศัพท์หรืออีเมลมากกว่าที่จะเจอตัวจริง

แต่คุยก็คือคุยแหละ

“พักอยู่ชั้นนี้เหรอครับ” คนที่เดินตามมาเริ่มชวนคุย ท่าทางเขาดูใจดีจึงทำให้ผมไม่ระแวงว่าจะเป็นโจรหรือโรคจิตอะไร อาจจะเป็นคนที่พักอยู่ชั้นเดียวกันก็ได้

“ใช่ครับ” ตอบเสร็จก็หยุดที่หน้าห้องตัวเอง หยิบกุญแจขึ้นมาเตรียมไข กำลังจะถามว่าเขาอยู่ห้องไหนก็พบว่าเจ้าตัวยืนอยู่หน้าห้องข้างๆ พร้อมรอยยิ้ม(อีกแล้ว)

“บังเอิญจัง” เขาว่า มองประตูห้องผมแล้วก็มองห้องตัวเอง “ผมเพิ่งย้ายเข้ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ฝากตัวด้วยนะครับ”

“ครับ ผมชื่อแสตมป์นะครับ” เอาวะ ไหนๆก็เพื่อนข้างห้อง รู้จักไว้ไม่เสียหาย เผื่อพริก น้ำปลา น้ำตาลทรายหมดจะได้มีไว้พึ่งพา...แหะๆ ล้อเล่น

“น้องแสตมป์เหรอ ชื่อน่ารักจัง” ออกจะแปลกไปสักหน่อยที่ถูกผู้ชายด้วยกันชมว่าชื่อน่ารัก แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มกลับไป ก่อนที่อีกฝ่ายจะแนะนำตัวเองต่อ “พี่ชื่อทัชกร เรียกว่าพี่ทัชก็ได้นะครับ คิดว่าคงจะอายุมากกว่าน้องแสตมป์”

“อ่า ครับ”

“ขอโทษที่ชวนคุยเพลินคงจะหิวแล้ว” พี่ทัชเหลือบมองถุงกับข้าวในมือผมแล้วยิ้มหวาน “เข้าไปทานข้าวเถอะครับ ไว้เจอกันใหม่นะน้องแสตมป์”

“ครับ”

“อ้อ” พอไขกุญแจห้องตัวเองเสร็จ ไม่ทันได้เข้าไป เพื่อนข้างห้องก็ร้องเรียกเอาไว้อีกครั้ง “ถ้าครั้งหน้าไม่สะดวกขึ้นลิฟต์ที่คนเยอะๆ ปฏิเสธไปเลยนะครับ อย่าฝืนตัวเอง”

“....”

“บายครับ”

เขารู้...ที่ขยับมาบังไว้ให้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างนั้นสินะ ใจดีจังเลย พี่ทัชเนี่ย


50%

-------------


[ช่วงนี้ว่างไหมคะน้องแตม] หลังจากที่โทรมาทักทายได้สองสามประโยคคนในสายก็เริ่มเกริ่นเข้าเรื่องด้วยเสียงเกรงใจ ที่ถามคงไม่ใช่เพื่อจะชวนไปทานข้าวหรือออกไปข้างนอกหรอก เพราะไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

พี่จีเป็นลูกค้าที่ติดต่องานกันเดือนละหนึ่งถึงสองหน ผมดูแลเวปไซต์ร้านเสื้อผ้าออนไลน์ให้กับพี่จีมาได้ประมาณสองปี นอกจากงานออกแบบเวปฯ งานหลักของผมก็คือดูแลเวปไซต์ออนไลน์อยู่ประมาณสามสี่แบรนด์ ในแต่ละเดือนจะมีการอัปเดตสินค้าใหม่ๆเข้าสู่หน้าเวปฯโดยลูกค้าเป็นคนส่งเมลรูปภาพพร้อมลายละเอียดมาให้ทางอีเมล ผมก็เอามาจัดแต่งและนำขึ้นเวปไซต์

รายได้ถือว่าดีแถมมีเงินเก็บอีกต่างหาก ผมจึงไม่เดือดร้อนที่จะไปทำงานออฟฟิศหรือเป็นเจ้าหน้าที่ไอทีอยู่ข้างนอกอย่างไอ้กรรณให้อึดอัดใจ

“คิวเดือนนี้แน่นเลยครับจะว่างอีกทีคงประมาณ อืมมม อีกสองเดือน” เปิดดูคิวงานตัวเองแล้วก็บอกพี่จีกลับไป ผมชอบรับงานเอาไว้หลวมๆไม่เบียดกันเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและมีเวลาพักผ่อน งานด้านดีไซน์ถ้าเครียดแล้วคิดอะไรไม่ออก งานก็ออกมาไม่ดี ซึ่งผมไม่ใช่คนที่ปล่อยผ่านงานด้อยคุณภาพไปถึงมือลูกค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว

[อีกสองเดือนเลยเหรอ] พี่จีทวนเสียงแผ่ว [คืออย่างนี้นะ เพื่อนพี่มันทำร้านขนมอยู่แล้วอยากจะเปิดออนไลน์ทำเวปของร้านน่ะ มันถูกใจงานของน้องแตมที่ออกแบบเวปให้พี่มากก็เลยอยากจะรบกวนให้ช่วยมันหน่อย]

“ร้านขนมเหรอครับ” ผมนึกภาพงานคร่าวๆในหัวแม้จะยังไม่ได้รับปากออกไป มือก็ปิดประตูห้องล็อกกุญแจ ขณะที่หันกลับก็พบว่าประตูห้องข้างๆกำลังเปิดออกมาเหมือนกัน

“อ้าว” พี่ทัชร้องทัก ก่อนจะเงียบลงเมื่อเห็นว่าผมกำลังคุยโทรศัพท์ เปลี่ยนเป็นส่งรอยยิ้มและเดินตามมาเงียบๆไปทางลิฟต์ ผมเองก็ก้มหัวทักทายเขาแล้วคุยงานของตัวเองต่อ

“ดีเทลเยอะไหมครับ ถ้าแตมขอดูบรีฟก่อนได้หรือเปล่า”

[แปลว่าน้องแตมจะรับเหรอคะ] น้ำเสียงพี่จีดังขึ้นอย่างมีความหวัง [คือเพื่อนพี่มันอยากได้เดือนหน้า ถ้าเกิดน้องแตมรับ พอจะออกมาคุยกันก่อนได้หรือเปล่าเอ่ย]

“เดือนหน้าเลยเหรอครับ ถ้าเป็นช่วงกลางเดือนหรือปลายเดือนแตมพอแทรกให้ได้นะครับ แต่ต้นเดือนคิวแน่นมากจริงๆ”

[อย่างนั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นพี่จะลองคุยกับเพื่อนดูอีกทีนะคะ แต่คิดว่าคงรอได้เพราะเขาชอบงานน้องแตมมากๆเลย บอกว่าไอเดียแปลก ดูมีเอกลักษณ์แล้วก็ไม่ซ้ำใครด้วย]

“แหะๆ ฝากขอบคุณเพื่อนพี่ด้วยนะครับ”

[งั้นน้องแตมอย่าลืมล็อกคิวไว้ให้เพื่อนพี่ก่อนนะคะ แล้วพี่จะคอนเฟิร์มมาอีกที]

“ได้ครับพี่จี”

[พี่ไม่กวนแล้วค่ะ เอาไว้คุยกันนะคะ]

“ครับ สวัสดีครับพี่” ผมกล่าวลาแล้วกดวางสาย เงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อนข้างห้องที่มองอยู่ก่อนแล้ว วันนี้ก็ยังคงมีรอยยิ้มที่ใจดีเหมือนเดิม “สวัสดีครับพี่ทัช”

“สวัสดีครับน้องแสตมป์ ดีใจจังที่ยังจำพี่ได้” พี่ทัชพูดอย่างกับว่าที่ไม่เจอกันสามวันเหมือนสามปีอย่างนั้นแหละผมถึงจะลืมไปง่ายๆ วันๆหนึ่งเจอคนเยอะที่ไหน บ่อยสุดก็ป้าร้านขายข้าวตามสั่งใกล้ๆคอนโดฯ กับน้องพนักงานร้านเซเว่นเท่านั้น แต่ก็ได้แค่คิด ขืนกวนประสาทกลับไปก็เสียมารยาทพอดี

“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ” เมื่อไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นแต่อีกฝ่ายเหมือนจะยังอยากคุยด้วยผมเลยเลือกหัวข้อธรรมดาทั่วไปแทน กลางวันของวันธรรมดาควรเป็นเวลาที่มนุษย์เงินเดือนต้องไปทำงานนะ อย่าเอาอย่างผมที่อยู่แต่ห้องสิพี่

“ทำงาน...อ่า พี่ไม่ได้ทำงานครับ”

“คือ ขะ ขอโทษครับ ผมไม่คิดว่าพี่...” บ้าเอ๊ย ไม่คิดว่าหัวข้อทั่วไปจะกลายเป็นเรื่องเซนซิทีฟกับพี่เขาซะได้ ใครจะไปคิดล่ะว่าคนที่อยู่คอนโดฯราคาแพงอย่างนี้จะไม่มีงานทำอะ

แต่พี่ทัชกลับหัวเราะเมื่อผมหน้าเสีย ท่าทางของคนตัวสูงที่ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีเปล่งเสียงทุ้มออกจากริมฝีปากสีสดดูสุขภาพดีนั้น รู้สึกสว่าง เจิดจ้าอย่างบอกไม่ถูก ถ้าหากว่าย้อนวัยกลับไปประมาณห้าหกขวบผมจะส่งพี่ทัชเข้าประกวดหนูน้อยยิ้มสวยอย่างแน่นอน

คนอะไรยิ้มกับหัวเราะแล้วดูดีจนเผลอลืมโกรธเลยเนี่ย

“พี่แกล้งผมเหรอ” หัวเราะขนาดนี้ก็รู้แล้วล่ะว่าโดนแกล้ง พี่ทัชรีบกลั้นขำอย่างสุดความสามารถแต่ในขณะที่แก้ตัวก็ยังมีหลุดหัวเราะออกมาน้อยๆอยู่ดี เอาโทรศัพท์ตีเพื่อนข้างห้องที่เพิ่งเจอกันแค่สองครั้งนี่ผิดไหม เดี๋ยวนี้ทำร้ายร่างกายปรับเป็นหมื่นแล้วด้วย ไม่คุ้มๆ

“ขอโทษๆ พี่แค่แกล้งเล่น อย่าโกรธนะครับ โอ๋ๆ”

“ก็ไม่ใช่เด็กสามขวบเปล่า” ใจอยากจะปัดมือที่เอามาแกว่งตรงหน้าเหมือนปลอบเด็กออก แต่ทำได้แค่หันหน้าหนีไปอีกทาง พี่ทัชยังหัวเราะน้อยๆน่ามองส่งมาให้

“โธ่ ไม่งอนนะครับ เอาอย่างนี้ให้พี่เลี้ยงกาแฟขอโทษดีหรือเปล่า พี่กำลังว่าจะลงไปหากาแฟดื่มพอดีเลย ถ้าแตมว่างไปด้วยกันนะ” จากครั้งแรกเรียกน้องแสตมป์ ตอนนี้กลายเป็นแตมเฉยๆ จะไม่สนิทกันเร็วไปหน่อยเหรอ แต่ก็ว่าเขาไม่ได้ผมเองก็ทำตัวสนิทกับเขาเหมือนกัน ทั้งที่ปกติจะสนิทกับคนยากมาก

“ถ้างั้นแตม...ผมไม่เกรงใจแล้วนะ”

“แทนตัวเองว่าแตมก็ได้ครับ” พี่ทัชยิ้มอ่อน เมื่อกี้ผมดันเผลอแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นไปเพราะพี่เขาเป็นผู้ใหญ่กว่า

“จะดีเหรอครับ”

“ดีสิ...น่ารักดี”

อยู่ๆหน้าผมก็ร้อนวูบ สู้สายตาที่มองตรงมาไม่ได้ บางอย่างที่วิบวับในดวงตาของพี่ทัชทำให้เลือกที่จะหันหน้าหนีอีกครั้ง ที่จริงแล้วตาของเขาเป็นอย่างนี้ตลอดอยู่แล้วนะผมว่า ดูอย่างตอนนี้ที่เดินออกจากลิฟต์มาด้วยกันแล้วพี่แก้ม พนักงานนิติฯด้านล่างเรียกเอาไว้สิ เขาก็หันกลับไปยิ้มรับด้วยสีหน้าไม่ต่างกันเลย

เขาเรียกว่าอะไรนะ...ตาเจ้าชู้

“คุณทัชคะ นี่เป็นกุญแจตู้จดหมายของห้องคุณทัชนะคะ ตอนที่ย้ายเข้าน้องเขาลืมเอาให้ไป ส่วนตู้ก็อยู่ทางด้านโน้น หมายเลขเดียวกับหมายเลขห้องเลยค่ะ” พี่แก้มยื่นกุญแจให้ จากนั้นก็หันมายิ้มให้กับผมบ้าง “น้องแตมคะมีพัสดุมาส่งพี่กำลังจะโทรขึ้นไปบอกเลยค่ะ รบกวนมาเซ็นรับด้วยนะคะ”

“ได้ครับ” ผมพยักหน้า เดินตามพี่แก้มไปที่เคาน์เตอร์ไม่ไกลนัก เซ็นรับเอาพัสดุที่เป็นถุงกระดาษมาถือไว้ เห็นว่าไม่ได้ใหญ่มากเลยรับมาเลย กลัวว่าถ้าผลัดไปตอนขากลับแล้วจะลืมอีก ดูจากชื่อคนส่งข้างในคงเป็นเสื้อผ้าที่ลูกค้าบอกว่าจะส่งมาให้เป็นของสมนาคุณที่ออกแบบงานได้ถูกใจ ดีนะผมไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าเองให้เปลืองเงิน

ไอ้กรรณบอกผมงก แต่เปล่าเลย เขาเรียกใช้เงินเป็นต่างหาก โธ่

ผมไม่ได้ทำงานประจำเหมือนมันนี่จะได้มั่นคง ตรงไหนเก็บได้ก็ต้องเก็บเอาไว้ก่อน จะได้ไม่เดือดร้อนพ่อกับแม่ด้วย แค่ที่ออกค่าดาวน์รถ ดาวน์คอนโดฯให้นี่ก็เยอะแล้วนะ อย่างน้อยก็ต้องทำให้พวกท่านสบายใจว่าผมสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้

“ถ้าน้องแตมจะออกไปข้างนอก ฝากของไว้ก่อนไหมคะ” พี่แก้มอาสาด้วยความหวังดี

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวแตมลืมอีก ถือไปก็ได้ครับ ไม่ได้หนักอะไร แตมไปแค่แถวนี้เอง” ผมยิ้มให้พี่แก้ม หิ้วเอาถุงตัวเองเดินออกมาจากตรงนั้น

แล้วคนที่เกือบลืมไปแล้วก็โผล่มาข้างๆ แบบกะทันหัน

“พี่ช่วยถือไหม” มือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า คว้าเอาถุงไปเพื่อจะถือไว้เอง แต่พี่เขาดันไม่ได้คว้าแค่ถุงอย่างเดียว เมื่อมือของพี่ทัชสัมผัสกับหลังมือผม

ความรู้สึกบางอย่างก็พุ่งขึ้นอีกครั้ง อากาศตื้อตันรวมกันอยู่ที่คอหอยทำให้หายใจลำบาก ร่างกายเกร็งและหมดแรงจนเผลอปล่อยถุงในมือร่วงลงพื้น

ปึก!

มันคืออาการต่อต้านจากการถูกคนอื่นสัมผัสของผม

“ขอโทษครับแตม พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ตกใจนะ” พี่ทัชรีบก้มลงไปหยิบถุงด้วยความตกใจ ท่าทางเขาตลกดี เหมือนกับสุภาพบุรุษที่เผลอไปผิดผีกับลูกสาวผู้ใหญ่บ้านเข้า ผมคงจะขำถ้าไม่ใช่ว่าตอนนี้ยังคงทำตัวไม่ถูก ก่อนอื่นคงต้องตั้งสติ

“คือ เอ่อ ไม่ใช่ความผิดพี่หรอกครับ แตมแค่...” ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ผมจึงเลือกยิ้มแล้วปล่อยให้เขาเข้าใจว่าผมตกใจไปอย่างนั้นดีกว่า ไอ้การจะไปบอกคนเพิ่งรู้จักว่าผมเป็นโรคประหลาดที่ถูกตัวคนอื่นไม่ได้ มันค่อนข้างจะแปลกเกินไปหน่อย

ดีไม่ดีถ้าเขาไม่เชื่อแล้วหาว่าผมบ้าจะทำไง อยู่ห้องติดกันด้วย

“ของจะแตกไหมเนี่ย” พี่ทัชยังดูกังวลไม่เลิก ถึงอย่างนั้นเขาก็มารยาทดีสุดๆ ไม่ถือวิสาสะเปิดถุงออกดู แค่ส่องๆเข้าไปด้านใน

“ไม่ต้องห่วงครับ ข้างในเป็นเสื้อผ้าที่ลูกค้าส่งมาให้ใช้ คงไม่เสียหายอะไรหรอกตกนิดเดียวเอง”

“เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย คิดว่าจะทำของแตมพังแล้วนะ อย่างนี้ต้องเลี้ยงเค้กเพิ่มเป็นการขอโทษดีไหม ชอบของหวานหรือเปล่าครับ”

“ก็ชอบครับ” ยิ่งเวลาคิดงานไม่ออก ได้ของหวานเติมพลังเนี่ย เหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย “แต่พี่ไม่ต้องเลี้ยงหรอก แตมเกรงใจ เมื่อกี้ก็พูดเล่นด้วย”

“ได้ยังไงล่ะ รับปากพี่แล้ว จะเทพี่เหรอ...หรือยังโกรธพี่อยู่” พี่ทัชทำหน้าหงอยๆปนอ้อนที่รู้ว่าแกล้งทำ ซึ่งดูไม่ได้เหมาะกับคนตัวโตอย่างเขาสักนิด มันเลยดูตลกเอามากๆ

“ฮ่าๆๆ โอเคครับ เลี้ยงก็เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นไปร้านประจำของแตมก็แล้วกันนะครับ รับรองว่ากาแฟอร่อยมาก ที่จริงก็ตั้งใจจะลงมาหากาแฟดื่มพอดีอยู่แล้วด้วย ได้พี่ทัชเลี้ยงก็ดีเหมือนกัน สบายกระเป๋า”

“ดีเลยครับ ทานเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกันระหว่างเพื่อนบ้านด้วยเนาะ ไปเถอะครับ น้องแตมนำทางเลย”

“เรียกแตมเฉยๆก็ได้นะพี่ทัช เรียกน้องแตมมันเหมือนเด็กผู้หญิงเลยอะ”

“แต่พี่ว่าน่ารักดีออกนะ น่ารักทั้งชื่อ...น่ารักทั้งคน


-------------------------

จ้าาาาาา พี่จ้าาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.013K ครั้ง

2,541 ความคิดเห็น

  1. #2531 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 11:23
    เดี๋ยวนะ ก็ถ้าจะหยอดขนาดนี้ก็จะคิดว่าพี่มันเป็นคนเจ้าชู้แล้วนะ 555 // เพื่อนของจีก็คงเป็นทัชสินะ
    #2531
    0
  2. #2519 birsesy (@birsesy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 23:25
    สุดมากจีบจนมือพองแร้วรึผะ
    #2519
    0
  3. #2499 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 15:00
    เกินเบอร์มากค่ะพี่ทัช เพิ่งรู้จักกันไม่เท่าไหร่ 55555
    #2499
    0
  4. #2493 พิก้าบู (@ipqi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 02:37
    พี่มันหยอดไม่ให้ได้พักเลยวุ้ย เจ้าชู้ทั้งตาทั้งกริยาทั้งนิสัยเลยมั้ย หึ้ยยยย
    #2493
    0
  5. #2436 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:13
    อ่อยไรเบอร์น้านน
    #2436
    0
  6. #2392 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 06:02
    อิพี่หยอดน้อง
    #2392
    0
  7. #2330 NaokiChun (@NaokiChun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:51
    ที่บ้านขายขนมครก​หรอคะยอดเก่งงงง
    #2330
    0
  8. #2313 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 08:54
    แหมมมมมมมม
    #2313
    0
  9. #2220 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 10:09
    จ้าา พี่แหม
    #2220
    0
  10. #2036 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:57
    หยอดเก่ง หึหึ
    #2036
    0
  11. #1949 Lee Liew Kim (@leeliew13) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 15:14
    สายตาเจ้าชู้เนี่ยยยย อันตรายต่อใจ
    #1949
    0
  12. #1910 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:15
    อ่อยเก่งมากจ่ะ พี่
    #1910
    0
  13. #1820 Lolo02 (@Lolitar0002) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:31

    พี่ทัชรุกหนักเลย 5555

    #1820
    0
  14. #1727 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 14:32
    ถูกใจน้องล่ะสิพี่ทัช
    #1727
    0
  15. #1573 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 10:54

    ฮื้ออออออ พี่รุกเร็วเหมือนกันน้าาาาา

    #1573
    0
  16. #1114 PATASIQI (@PATASIQI) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 00:50
    อะไรๆก๊น่ารักสินะพี่ทัช
    #1114
    0
  17. #818 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 15:55

    จ้าาาา
    #818
    0
  18. วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 16:16
    พี่ทัชเด็กนาฏศิลป์ปะคะ
    #723
    1
    • #723-1 khemkwun (@khemkwun) (จากตอนที่ 2)
      21 สิงหาคม 2562 / 03:19
      จีบเก่งงงงงงงงง
      #723-1
  19. #666 Lili405 (@cdme) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:16
    จีบได้แบบ อีกนิดเดียวจะรำไทยแล้ว 5555
    #666
    0
  20. #629 ilee2 (@ilee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 09:35
    จ้าาาาา น่ารัก จ้าาาา
    #629
    0
  21. #597 KanchanaChongnok (@KanchanaChongnok) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 17:25
    อ่าจ้าาาาาาาา
    #597
    0
  22. #594 Petitcat (@jimmyza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 13:03
    อ่ะจ้าาา พี่เนียนกว่านี้
    #594
    0
  23. #561 Paradai​🌙 (@2jaeyugeun1777) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 21:10
    หยอดเก่งงงงง
    #561
    0
  24. #541 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 06:46
    จ้าาาาาาาาา
    #541
    0
  25. #486 malibae (@ThesecondM) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 08:44
    พี่ทัชรุกแรงจังเลยยย
    #486
    0