END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 12 : สัมผัสครั้งที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,461 ครั้ง
    14 ส.ค. 62



เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ผมก็รีบวิ่งไปเปิดทันที ร่างคุ้นตาสูงใหญ่ของเพื่อนสนิทและผู้หญิงแสนน่ารักสดใสที่ยืนเยื้องไปด้านหลังของแฟนเพื่อนขยับเดินเข้าห้องโดยไม่ต้องรอให้เชื้อเชิญ ยังไงสองคนนี้ก็มาบ่อยอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้เพื่อนรักที่มีกระทั่งกุญแจห้องและการ์ดขึ้นคอนโดฯ

“ไปเที่ยวสนุกปะอิง” ผมเลือกทักแฟนเพื่อนด้วยรอยยิ้มก่อน

“ร้อนไปนิดแต่ก็สนุกดีนะ แตมน่าจะไปด้วยกัน เสียดายมากเลย” คนสวยนิสัยดีที่ผมยังยืนยันว่าไม่น่ามาคบกับไอ้กรรณให้เสียของเอ่ยอยากจริงใจ ตอนแรกที่รู้ว่าผมไม่ไปอิงก็โทรมาชวนด้วยตัวเอง บอกว่าไม่ต้องเกรงใจไปกันเยอะๆก็สนุก

เนี่ยเลย ผมอยากได้แฟนเป็นผู้ใหญ่ ใจดี ไม่งอแง นิสัยอย่างอิงนี่เลย

ไหนๆก็หายแล้ว แย่งไอ้กรรณได้ปะ...ฮ่าๆๆ ล้อเล่นนะ

“หน้าตามึงชั่วมาก” คนจะถูกแย่งแฟน(ในใจ)ทำท่าอยากจะตบหัวผมแต่ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวโดนตัวแล้วผมจะอาการกำเริบ ได้แต่กัดฟันกรอดๆ

ที่จริงวันนี้ผมชวนเพื่อนมาเพราะอยากจะเซอร์ไพรส์แหละ เลยไม่ได้บอกมันก่อนว่าผมถูกตัวคนอื่นได้แล้ว และอีกสาเหตุก็เพราะจะเอามันมาเป็นหนูทดลอง

ไม่รอช้า ผมโผเข้ากอดมันทันที

ไอ้กรรณดูเหมือนจะช็อกไม่ต่างจากอิง เพื่อนที่ตัวสูงกว่าแข็งค้างเป็นหุ่นขี้ผึ้งในมาดามทุสโซ่มิวเซียม ส่วนผมก็คือเด็กน้อยที่อยากจะถ่ายรูปกับตุ๊กตาถือลูกโป่งตามสวนสนุก

ผมกอดมันได้แล้ว! ถูกตัวมันได้แล้ว! สัมผัสคนอื่นๆได้แล้วจริงๆ!

“มะ มึง ไอ้แตม” ไอ้กรรณยังทำอะไรไม่ถูก หลายปีที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งจนถึงปัจจุบัน เคยสัมผัสตัวกันแค่แรกๆเท่านั้น พอผมสะบัดตัวออกมันก็พยายามที่จะไม่ลืมตัวแล้วมาโดนผมตลอด อย่างมากก็ใช้สิ่งของมาแตะตัวแทน

“กรรณ”

“ไอ้แตม”

“ไอ้กรรณ”

“แฮ่ม!เสียงปริศนาดังจากเบื้องหลัง แค่กระแอมยังเจือปนด้วยความไม่พอใจอย่างเข้มข้น “เหมือนเราจะคุยกันแล้วนะครับ พี่ว่าตอนนี้แตมกอดเพื่อนนานไปแล้วล่ะ”

“พี่ทัช~” ผมย้ายไปอ้อนคุณหมอจอมดุด้วยการวิ่งไปกอดแขนประจบเอาใจ พี่ทัชไม่ได้ว่าอะไรจริงจัง พอเห็นผมเข้ามาหาก็ลูบหัวเอ็นดูอย่างกับเห็นหมาน้อยสักตัว

“เป็นยังไงครับ”

“อย่างที่คิด ไม่รู้สึกอะไรเลย” ไม่รู้สึกในที่นี้คือไม่ได้มีอาการอยากจะสะบัดตัว หรือต่อต้านการถูกสัมผัสแล้ว มีแค่ความดีใจที่ได้กอดเพื่อนครั้งแรก

ไอ้กรรณที่เพิ่งได้สติกลับมาเต็มรีบเดินเข้ามาหา ทำท่าจะคว้าแขนแต่ก็ชะงัก สุดท้ายก็ตัดสินใจกระชากแขนผมให้หันกลับไปมองมัน

“เดี๋ยวนะไอ้แตม นี่หมายความว่าไงวะ”

“กูหายแล้ว ไอ้กรรณ กูหายแล้ว กูโดนตัวคนอื่นได้แล้วเนี่ย” ผมยืนยันกับเพื่อนด้วยการกระโดดกอดมันอีกครั้ง แขนคล้องคอขารัดเอวร่างสูงใหญ่โดยที่ไอ้กรรณก็รีบรับร่างผมกันตกลงพื้นแบบมึนๆ

“มึงโดนตัวกูได้แล้วจริงๆด้วย”

“เออดิ กูโคตรดีใจเลย ก็เลยโทรตามมึงมาเนี่ยแหละ กะจะเซอร์ไพรส์มึง ดีใจปะ”

“เออ ดีใจดี ดีใจโคตรๆเลย ไอ้แตม” คราวนี้มันตั้งตัวได้แล้ว เลยกอดผมกลับแน่น เรามองหน้าแล้วหัวเราะกันอย่างมีความสุข ก่อนที่เสียงจอมมารจะขัดจังหวะเป็นครั้งที่สอง

“พี่ว่า พี่เริ่มไม่ดีใจแล้วล่ะครับ”

“กะ กูว่ามึงลงไปก่อนเถอะ คนอื่นเข้าใจผิดหมดแล้วเนี่ยว่ามึงเป็นเมียกู”

“นั่นสิ คือแบบ ฉากเมื่อกี้อย่างกับแฟนที่พลัดพรากมาเจอกันเลยอะ เราต้องหลีกทางให้เพราะมาทีหลังด้วยปะเนี่ย” แม้แต่อิงก็ยังแซวหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ

“โธ่ อิงก็” ผมไต่ลงจากตัวไอ้กรรณแต่ไม่กล้ากลับไปอ้อนพี่ทัช เพราะมีความรู้สึกว่าถ้ารอบนี้เข้าใกล้จะไม่ปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้

“ล้อเล่นเองน้า~ แตมหายแล้ว เราดีใจด้วย” เธอเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาตรงหน้า “ลองจับมือดูได้เปล่า”

“ได้อยู่แล้ว” ผมยื่นมือกลับไปจับมือกับอิง เมื่อเห็นว่าผมไม่ได้สะบัดออกอิงก็ยิ้มกว้าง เขย่ามือเบาๆ รู้สึกถึงสายใยมิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้น

การสัมผัส ไม่ใช่แค่การที่เราถูกตัวใคร แต่เป็นการแสดงความรู้สึกผ่านกันโดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูด

“โหห จับแตมได้จริงๆด้วย งั้นเราต้องฉลองกันหน่อยแล้วละ พอดีเลยเราซื้อของฝากจากปากช่องมาให้เต็มไปหมด งั้นวันนี้เราทำอาหารให้เองนะ”

“เอาดิ ไม่ได้กินอาหารฝีมืออิงตั้งนาน งั้นเราช่วยเองนะ” ผมหันไปทางอีกคนที่ยืนยิ้มเงียบๆ “พี่ทัชอยู่ทานข้าวด้วยกันนะครับ จะได้รู้ว่าฝีมืออิงดีกว่าแตมเยอะเลย”

“ครับ”

เราย้ายโลเคชั่นไปที่ครัวผมซึ่งอยู่ไม่ไกล พี่ทัชอาสาเป็นลูกมือช่วยหยิบจับอย่างที่เคยทำเวลาผมไปทำกับข้าวห้องพี่เขา ส่วนไอ้กรรณก็ติดตามมาด้วยเพราะยังคาใจว่าผมหายได้ยังไง

“เออ แปลกดีว่ะ บทจะหายก็หายง่ายๆซะงั้น” หลังจากมันฟังจบก็สรุปมาแบบนี้ พี่ทัชที่ยืนล้างผักก็อธิบายตามประสาคุณหมอแผนกจิตเวท

“ที่จริงแล้วถ้าเรารู้ว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร ก็ไม่ใช่เรื่องที่แก้ยากหรอกครับ อย่างเช่นโรคทางกาย ถ้าให้ยาถูกอาการก็สามารถฟื้นตัวได้ไว”

“อย่างนี้นี่เอง แบบนี้ถ้าเกิดว่าไอ้แตมมันเจอกับพี่ข้างบ้านนั่นไวกว่านี้ ก็คงจะหายไปนานแล้วสินะครับ”

“ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ แต่ความเป็นไปได้ที่จะหายก็สูงมาก”

“อาจจะไม่เร็วขนาดนี้ก็นะถ้าพี่ทัชไม่ได้อยู่ด้วย” ผมบอกเพื่อนตามที่ตัวเองคิด “คือก่อนหน้านี้จริงๆกูก็ฝึกถูกตัวกับพี่เขาบ่อยๆอยู่แล้ว มันเลยค่อนข้างจะไม่ต้องปรับตัวมากพอลองกอดพี่ทัชเป็นคนแรกน่ะ แถมพี่เขาก็เป็นจิตแพทย์รับฟังกู ช่วยให้กูสบายใจอีก ทุกอย่างเลยดูง่าย”

“มึงว่าไงนะ” ไอ้กรรณดูจะช็อกอีกรอบ ผมเลยต้องพูดย้ำกับมันช้าๆ

“กูบอกว่า พี่ทัชเป็นจิตแพทย์”

“ไม่ดิ มึงบอกว่ามึงฝึกโดนตัวกับพี่เขาบ่อยๆ แล้วมึงก็กอดเขาเป็นคนแรก ไอ้เหี้ย กูจิ้นไปไกลเลย”

ผมเขวี้ยงแตงกวาใส่หน้าผากไอ้เพื่อนบ้า โมโหจนหน้าร้อนไปหมด

“มึงรู้แล้วก็ออกไปจากครัวไป อยู่ก็เกะกะช่วยอะไรไม่ได้”

“ไรวะ นี่กูตั้งใจจะช่วยนะ วันนี้กูจะทำอาหารเลี้ยงฉลองที่มึงหายเอง ไอ้แตม” มันว่าอย่างมั่นใจ พี่ทัชที่ไม่รู้เรื่องราวก็ยิ้มรับอย่างสุภาพ ผิดกับผมที่เป็นเพื่อนมันมาหลายปีและอิงที่เป็นแฟนสุดที่รักของมัน

“คนอย่างมึงทำอาหารดีๆให้เป็นซากฟอสซิลได้ ควรไสหัวออกไป ที่กระทรวงวัฒนธรรมต้องมาทำงานหนักสำรวจซากวัตถุโบราณเพิ่มก็เพราะมึง”

“ช่างดิ เพราะกูอยู่กระทรวงเวทย์มนต์แห่งฮอกวอตส์” ยักไหล่ไม่แยแส ซ้ำยังเดินไปวอแวจะแย่งอิงทำอาหารอีก ผมเลิกสนใจคนบ้าบอ หันไปคุยกับพี่ทัชแทน

“อย่ากินอาหารฝีมือมันนะพี่ ทอดไข้ยังดำเป็นถ่านเลย เดี๋ยวพี่ปวดท้อง ถ้ามันให้กินพี่ก็บอกไปเลยว่า เอาเก็บไว้ปาหัวมึงเหอะ”

“มันหยาบคายนะครับแตม” จ้า พ่อคุณหมอคนสุภาพ พ่อคนแสนดี พ่อนายงามจักรวาล

“อยากป่วยก็ตามใจ”

“ถ้าพี่ป่วยแล้วมีแตมดูแล พี่ก็ยินดีจะป่วยนะครับ” หมอขี้เต๊าะขยับเอาศอกมาสะกิดยิกๆ ผมแกล้งทำเป็นถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะปล่อยหมัดฮุกกลับไปบ้าง

“ถึงไม่ป่วยแตมก็ยินดีจะดูแล เพราะงั้นอย่าให้แตมทำมากกว่าดูแลด้วยการเป็นห่วงพี่เพิ่มเลยนะครับ”

อึ้ง!

อึ้งดิ พี่ทัชอ้าปากค้างเลย ผมหัวเราะสะใจแล้วลงมือทำอาหารต่ออย่างอารมณ์ดี

 

“น้องแตมคะ” พี่แก้มเดินตรงเข้ามาหาผมที่กำลังจะออกจากหน้าคอนโดฯ ผมเลยหยุดคุยกับพี่ทัชแล้วหันไปทักทายพนักงานนิติฯที่คุ้นเคยกันดี

“ครับพี่ มีของส่งถึงแตมเหรอครับ” เหมือนจำได้ว่าวันก่อนลูกค้าไลน์มาบอกว่าจะส่งเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่มาให้เพราะผลงานออกแบบเวปไซต์ใหม่ทำให้ยอดสั่งออนไลน์เพิ่มขึ้น

“ไม่ใช่ค่ะ คือพี่แค่อยากจะถามว่า ช่วงนี้น้องแตมมีนัดแฟนมาที่ห้องบ้างหรือเปล่าคะ”

คำถามนี้ผมถึงกับแอบเหลือบไปมองคนข้างๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรีบร้อนตัวหันไปมองแล้วส่ายหน้าช้าๆ สายตาที่ลอดกรอบแว่นเองก็ดูเข้มขึ้นจนต้องรีบตอบกลับพี่แก้มไป

“แตมไม่มีแฟนนะครับ” แล้วก็ชำเลืองมองสีหน้าอีกคนไปด้วย

“งั้นก็แปลกนะคะ คืองี้ค่ะ” พี่แก้มทำท่าขยับเข้ามากระซิบ ซึ่งถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงถอยออกห่างแต่ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว อีกอย่างก็ไม่ได้ใกล้จนชิดอย่างพี่ทัชที่ยืนซ้อนไหล่อยู่ “พอดียามเขามาบอกพี่ว่าสองวันก่อนกับเมื่อเช้านี้มีผู้หญิงไม่คุ้นหน้ามาด้อมๆมองๆที่คอนโดฯ แล้วก็ถามยามว่าน้องที่ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ หน้าตาน่ารักอยู่ห้องไหน จากนั้นก็เอารูปน้องแตมให้ดู”

“มีรูปผมด้วยเหรอครับ?”

“ค่ะ ยามบอกว่าเป็นรูปน้องแตมที่สวนฯเหมือนรูปแอบถ่าย ก็เลยไม่ได้บอกข้อมูลไป พอยามเริ่มสงสัยทางนั้นก็แกล้งบอกว่าอาจจะจำผิดแล้วรีบเดินหนีไปเลยค่ะ พี่เลยมาถามดูเผื่อว่าจะเป็นคนรู้จัก”

“อืมม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ผู้หญิงคนนั้นลักษณะยังไงล่ะครับ”

“เห็นว่าตัวเล็กๆ ผมดำยาว หน้าตาน่ารักอยู่นะคะ พี่ถึงได้คิดว่าเป็นแฟนน้องแตมรึเปล่า แต่เขาไม่ได้เข้ามาในคอนโดฯกล้องเลยจับภาพไว้ไม่ได้”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่าเป็นคนรู้จักหรือเปล่า ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ถ้าเกิดว่าเธอมาอีกพี่แก้มก็ให้ยามโทรฯขึ้นไปตามผมลงมาดูก็ได้”

“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวนะคะ” พี่แก้มกลับไปนั่งประจำที่ตัวเองในห้องทำงานที่เป็นกระจกแล้ว ผมกับพี่ทัชก็เลยออกเดินต่อ จุดหมายของเราคือร้านสะดวกซื้อ เพื่อซื้อเครื่องปรุงบนห้องที่หมด กับน้ำอัดลมของไอ้กรรณที่ร้องงอแงจะกินเหมือนเด็ก

“ผู้หญิงที่ไหนครับ แตมพอนึกออกไหม” คนข้างๆจ้องผมเหมือนจะเค้นเอาคำตอบ รู้สึกเย็นหลังยังไงแปลกๆ

“ไม่รู้เหมือนกัน แตมรู้จักผู้หญิงไม่เยอะเท่าไหร่ นอกจากอิงแล้วก็ไม่มีเพื่อนผู้หญิงที่ไหนเลยนะครับ ลักษณะที่ยามบอกก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆไป ไม่ได้มีอะไรเด่น”

“ไม่ใช่แฟนแน่นะ”

“จะไปมีได้ยังไงกัน ถ้าไม่ได้ทำงานก็อยู่กับพี่เกือบตลอด หรือพี่เห็นว่าแตมออกไปข้างนอกด้วยหรือไง” ผมกลัวการถูกสัมผัสจะตาย เก็บเนื้อเก็บตัวยิ่งกว่าผู้หญิงรอเข้าพิธีแต่งงานอีก

“อาจจะแอบไปตอนพี่ไปทำงานไง” นี่ก็จับผิดอย่างกับเมียหลวงไปได้ ได้ข่าวว่าเพื่อนข้างห้องเองนะพี่

“ถ้าจะไปก็มีแต่เอากับข้าวไปให้พี่วันนั้นเท่านั้นแหละ เอ๊ะ...”

“ใคร” พี่ทัชจับข้อศอกผมให้หยุดเดินทันที ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนกันเมื่อเห็นว่าผมทำท่าคล้ายจะนึกออก น้ำเสียงดุจนหัวแทบหด

“ใครอะไร ไม่มี”

“แน่ใจนะ”

“ครับ ไม่มีจริงๆ แต่พี่ถอยห่างหน่อยได้เปล่า คนมองแล้วนะ” จะมายืนเอาหน้าชนกันอะไรในที่สาธารณะเล่า อยากทำไปทำที่ห้อง แค่กๆ ผมหมายถึงไม่ชอบเป็นจุดสนใจไง

พี่ทัชหัวเราะหึหึที่เห็นผมหน้าร้อน จากนั้นก็เดินอารมณ์ดีนำเข้าร้านสะดวกซื้อไปก่อน

คนบ้าอะไร ทำท่าทางอย่างกับผมซุกกิ๊ก บ้าไปแล้ว

แต่คนที่มาหา...จะใช่คุณพายหรือเปล่านะ


------------------------------


เมื่อกลับเข้ามาในคอนโดฯอีกครั้ง ผมก็ถูกผู้หญิงพุ่งเข้าใส่อีกแล้ว ช่วงนี้ไอ้แตมดวงผู้หญิงเข้าหาแน่ๆ มีแต่คนอยากใกล้ชิด ก็คนมันหล่ออะนะ ช่วยไม่ได้จริงๆ พี่หมอก็พี่หมอเถอะ หลบไปเลยแตมจะเดิน

อ่ะ ไม่ใช่

“สบายดีไหมพี่แตม” สาวสวยยืนส่งยิ้มสบายๆเป็นมิตรมาให้ ซึ่งแม้ว่าผมจะงงนิดหน่อยไม่เข้าใจมากๆว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แต่ก็ไม่ได้มีอาการว่าไม่อยากจะพบหน้า

ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึกผิดด้วยซ้ำไป

“สบายดี เชอล่ะ” ผมยิ้มให้เชอรีนเช่นกัน เมื่ออีกฝ่ายตอบว่าสบายดีก็เริ่มแนะนำตัวให้คนข้างๆที่ยืนนิ่งรู้จัก จากลำดับอาวุโสก็ต้องแนะนำพี่เขาก่อนเนอะ

“นี่พี่ทัช เป็นพี่ที่อยู่ข้างห้องพี่เอง ส่วนนี่เชอรีนครับ เป็น...”

“แฟนเก่าค่ะ” เจ้าตัวแนะนำสถานะที่ผมไม่รู้จะบอกว่ายังไงตอนแรก รอยยิ้มกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ของเชอรีนทำให้พี่ทัชยิ้มกลับเช่นกัน...แต่ออกจะยิ้มน้อยไปนิด

“สวัสดีครับ” เขาทักสั้นๆแค่นั้นก็ไม่พูดอะไรอีก

“พอดีเชอผ่านมาแถวนี้เลยจะแวะมาเอาของที่เคยลืมไว้ห้องพี่แตมอะ ขอโทษที่มากะทันหันนะ เชอโทรมาแล้วพี่ไม่รับสาย”

“สงสัยพี่ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้อง ไม่เป็นไรหรอกขึ้นไปด้วยกันสิ” ผมก้าวนำไปที่ลิฟต์ เชอรีนก็เดินมาตีคู่ พี่ทัชเดินตามด้านหลังฟังบทสนทนาของผมกับแฟนเก่าเงียบๆ

“พอดีคอมพัง งานเชอหายหมดเลย มีงานเก่าๆที่ต้องใช้เป็นเรฟฯส่งลูกค้าด้วย จำได้ว่าเคยทิ้งการ์ดกล้องไว้ที่ห้องพี่แตมหรือเปล่าไม่แน่ใจ พี่คงไม่ได้ทิ้งของเชอใช่เปล่า” อดีตแฟนที่มีอาชีพเป็นช่างภาพอธิบายสาเหตุที่ต้องมาห้อง ผมหัวเราะก่อนจะตอบ

“จะเหลือเหรอ ของแฟนเก่าจะเก็บไว้ให้ช้ำใจทำไม”

“พี่แตม พูดเล่นใช่ปะเนี่ย นั่นชีวิตเชอเลยนะเว้ย ไม่อยากเห็นของก็ส่งไปรษณีย์กลับก็ยังดี ทิ้งทำไมวะ”

“ล้อเล่นน่า” ผมรีบเฉลยก่อนช่างภาพจะหัวร้อนเพราะคิดว่าผมทิ้งของรักของหวงเขาไปจริงๆ “แล้วปกติไม่แบ็กอัพรูปหรือไง” แล้วก็พาเปลี่ยนเรื่อง ผมเองทำงานก็ยังต้องแบ็กอัพข้อมูลเลย คอมฯพังงานหายนี่มันหายนะชัดๆ

“ก็แบ็กฯ แต่พอดีย้ายห้องแล้วยังจัดของไม่หมด ฮาร์ดดิสอยู่กล่องไหนก็ไม่รู้แวะมาเอาที่พี่น่าจะง่ายกว่า รบกวนเหรอ”

“ไม่ๆ พี่แค่ถาม จะมาก็มาดิไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

เชอรีนหันกลับมาสบตาผมอย่างจริงจัง “เชอคิดว่าพี่โกรธจนไม่อยากจะมองหน้ากันซะอีก ตอนนั้นขอโทษนะ”

“เฮ้ย พี่ไม่คิดมาก พี่ดิต้องขอโทษที่ทำให้เราเสียเวลาน่ะ”

“ไม่เลย พี่เป็นแฟนที่ดีที่สุดรู้ตัวปะ เชอแม่งโง่เองแหละ ที่จริงเราสองคน...”

“ถึงแล้ว” เสียงเรียบของคนที่ไม่มีบทดังก่อนที่จะตามด้วยเสียงประตูลิฟต์แจ้งเตือนในชั้นที่เรากดเอาไว้ ซึ่งก็คือชั้นที่ผมกับพี่ทัชอาศัยอยู่นั่นเอง

ติ๊ง!

ที่จริงพี่ทัชไม่บอก อีกไม่กี่วินาทีลิฟต์ก็แจ้งอยู่ดี พอเป็นอย่างนั้นก็เลยก้าวออกจากลิฟต์ไปที่ห้องตัวเอง ลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้คุยอะไรกับเชอรีนยังไม่จบ

ในห้องผมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ผมเป็นพวกของอะไรวางตรงไหนก็ไว้ตรงนั้น รกแต่ไม่สกปรกนะ เขาเรียกของเยอะ ไขกุญแจเข้ามาในห้อง ไอ้กรรณก็เดินเข้ามาจะทวงน้ำอัดลมที่มันรอ ที่รู้เพราะมันถือแก้วน้ำแข็งติดมือออกมาด้วยกะพร้อมเทแล้วดื่มทันที พอเห็นว่ามีใครตามเข้ามาก็หยุดชะงัก

“อ้าว มาไง”

“แวะมาเอาของน่ะ พี่กรรณสบายดีนะ พี่อิงล่ะ”

“อยู่ในครัว ทำกับข้าว” ไอ้กรรณตอบสั้นๆแล้วแย่งถุงน้ำอัดลมของมันไป เชอรีนเดินเข้าไปในครัวได้ยินเสียงทักทายอย่างสนิทสนมกับอิงแว่วมา ไม่แปลกหรอกเมื่อก่อนอิงกับเชอรีนคุยกันเยอะตามประสาคนที่มีแฟนเป็นเพื่อนสนิทกัน เราไปเที่ยวกันสี่คนบ่อยๆนะ พอผมเลิกกับเชอรีนก็เลยปล่อยคู่รักไปพรีฮันนีมูนกันเอง

“ไอ้กรรณมึงเอานี่ไปให้อิงด้วย” ผมเรียกไอ้คนที่ได้อัดลมแล้วจะชิ่ง มันมองหน้าผมงงๆ แต่พอเห็นพี่ทัชก็พยักหน้าเออออหายเข้าครัวไปอีกคน “พี่เป็นอะไรรึเปล่า”

“เปล่านี่ครับ” พี่ทัชหันมายิ้ม รอยยิ้มเขาดูปกติ แต่ไม่รู้สิ ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้ว่าเขาไม่ปกติ

“อย่ากลับห้องนะ พี่รับปากแล้วว่าจะทานข้าวด้วยกัน”

“ครับ ทานสิ พี่หิวจะแย่ ถ้าอย่างนั้นไปทำกับข้าวกันต่อดีกว่าเนาะ” เขาดันหลังผมให้เดินนำเข้าครัว สีหน้าเป็นอย่างที่เคยเป็นแล้วเลยทำให้ผมสบายใจ ลงมือหั่นผักต่อจากก่อนที่จะลงไปซื้อเครื่องปรุงให้อิง

“โอ๊ะ”

“แตมเป็นไร” คนที่อยู่ไกลกว่าใครแต่เข้ามาถึงตัวก่อนร้องถามด้วยเสียงกังวล พอเห็นผมจับตาซ้าย มืออีกข้างมีหัวหอมก็ลดสีหน้าลงหากสายตายังเป็นห่วงอยู่ดี

พี่ทัชหยิบหัวหอมออกจากมือ ดึงผมไปยืนหน้าอ่างล้างจานส่วนตัวเขายืนซ้อนด้านหลัง ใช้มือเอื้อมผ่านตัวเปิดน้ำ รองใส่มือเอามาล้างตาให้ ทำอย่างนี้อยู่หลายรอบก็ค่อยดีขึ้น แต่ผมคิดว่าตาผมต้องแดงเลยหันกลับไปหาคนที่ยืนคร่อมอยู่ เงยหน้าเอานิ้วถ่างตาให้เขาดู

“แดงมากปะพี่”

“แดงนิดหน่อยครับ อย่าใช้นิ้วจับสิ หนูยังไม่ได้ล้างมือเลยนะ”

หนูลืมตาแทบไม่ขึ้นแน่ะ” คำแทนตัวว่าหนูเนี่ย ผมใช้แซวเขากลับเท่านั้นเองนะ ไม่ได้ใช้เป็นประจำ มันแอบคันๆหัวใจยุบยับแต่ก็ตลกดี พี่ทัชยังหัวเราะเลย

“หลับตาทิ้งไว้อีกสักพักก็ดีเองครับ เอากระดาษนี่ซับเปลือกตาหน่อย”

“ไม่เป่าเหรอ เคยเห็นในทีวีพอแสบตาก็จะต้องเป่าเพี้ยงๆงี้ไง”

“น้องแตม หนูอย่าเสพสื่อมากเกินไป ถ้าพี่เป่าตาก็อักเสบเพราะน้ำลายหรือเชื้อโรคกระเด็นพอดีสิครับ นี่ไม่ใช่ซีรีย์เกาหลีที่ชอบมาบังคับให้พี่ดูเป็นเพื่อนนะ” เอ้า ซีรีย์เกาหลีผิดอะไร พี่ทัชพาลนี่หว่า

“ไม่เป่าก็ไม่เป่าสิ แล้วนี่ต้องหลับตานานแค่ไหน” ผมถามในตอนที่ถูกจับให้หันหน้ากลับไปอ่างล้างจาน พี่ทัชจับผมผมถูกันอยู่ใต้ก๊อกน้ำ เพื่อให้แน่ใจว่ามือผมสะอาดพอจะได้ไม่เผลอเอาละอองหัวหอมที่ติดตามนิ้วไปขยี้ตาตัวเอง

“ลองกระพริบดู ถ้าไม่เจ็บแล้วก็ลืมได้ ค่อยๆนะคะหนู”

“จ้า~” แซวเข้าไปดิ สักวันผมจะเรียกพี่ทัชว่า มหา  เพราะท่าทางเขาสุภาพ อยู่ในกรอบในระเบียบตลอด เหมาะดี

“คือ...” ผมสะดุ้งเพราะมีคนยืนอึกอักอยู่ข้างๆเรา แบบว่าพูดตามตรงคือลืมไปแล้วว่ายังมีอีกสามชีวิตอยู่ในห้อง ก็ช่วยไม่ได้ หัวหอมมันทำพิษเล่นงานผมนี่นา แล้วคนที่เข้ามาก็คือเชอรีนที่ถือผ้าขนหนูผืนเล่นยื่นมาให้ “เชอเข้าไปเอาผ้าขนหนูในห้องพี่แตมมาให้ เห็นหน้าพี่เปียก”

“อ้อ ขอบใจนะ” กำลังจะเอื้อมมือไปรับ คนที่ยังยืนซ้อนอยู่ด้านหลังก็ไวกว่า คว้าหมับแล้วเอามาซับหน้าให้ผมทันที มีความหันไปส่งยิ้มให้กับเชอรีนและบอกว่า

“ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวผมดูน้องแตมเอง”

“ค่ะ” วูบหนึ่งผมเหมือนเห็นสายตาไม่พอใจของเชอรีน แต่คิดว่าคงเพราะแสบตาอยู่เลยมองผิดไป ก็ตอนนี้เชอรียนหันไปคุยเล่นกับไอ้กรรณและอิงแล้วก็ยังยิ้มแย้มเหมือนเดิม

พอทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ตบท้ายด้วยข้าวโพดหวานของขึ้นชื่อแห่งปากช่องที่อิงซื้อมาฝากตั้งเยอะ คู่รักก็ขอตัวกลับก่อนเพราะพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ก่อนไปไอ้กรรณยังแอบกระซิบว่าในเมื่อผมถูกตัวคนอื่นได้แล้วไว้จะพาไปเปิดโลกกว้าง ส่วนจะเป็นอะไรนั้นค่อยว่ากัน

ผมหันไปทางแขกอีกคนที่ยังอยู่ “เชอหาของเจอรึเปล่า พี่จะได้ช่วยหา เดี๋ยวมันดึกแล้วจะกลับลำบาก”

“เจอแล้วค่ะ วางอยู่บนโต๊ะเขียนแบบพี่แตมนั่นแหละ ไม่สังเกตเลยเหรอว่ามีของที่ไม่ใช่ของตัวเองอยู่ด้วยน่ะ” พอผมส่ายหน้าเชอรีนก็บ่นต่อ “นี่แหละ ทำแต่งานไง ห้องอยู่ยังไงก็อย่างนั้น เชอไม่เข้ามาหลายเดือนพี่แตมทำความสะอาดบ้างปะเนี่ย เมื่อก่อนต้องรอให้เชอมาทำประจำ เหมือนจะรกขึ้นนิดหน่อยด้วยนะ”

“ฮ่ะๆ” ผมหัวเราะแห้งๆแก้ตัวกลับ “ก็พอดีช่วงนี้งานยุ่งน่ะ ของที่ลูกค้าส่งมาให้ยังไม่มีเวลาแกะแล้วเก็บเข้าที่เลย ไหนจะพวกหนังสือดีไซน์ที่เพิ่งซื้ออีก เอาไว้จบโปรเจ็กต์รอบนี้ค่อยจัดทีเดียว”

ผมไม่ได้บอกด้วยว่าช่วงนี้เร่งปิดจ็อบเพื่อจะได้ไปเที่ยวทางใต้กับพี่ทัชตามที่เคยนัดกันเอาไว้ ที่พักอะไรก็จองไปหมดแล้วด้วย เลยตื่นเต้นจนไม่เป็นอันทำอะไรกับห้องรกๆนี่

“พี่แตม เชอถามหน่อยสิ”เชอรีนลดเสียงลง สายตาเหลือบมองคนข้างห้องที่หลังส่งไอ้กรรณกับอิงที่หน้าประตูก็ย้ายไปนั่งดูข่าวที่โซฟา “พี่ทัชเขาถูกตัวพี่แตมเมื่อกี้น่ะรู้สึกตัวไหม”

“อ๋อ ฮ่าๆๆๆ ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องเป็นความลับเลย” ผมหัวเราะเสียงดังจนพี่เขาหันมามอง คนตัวสูงลุกจากโซฟาเข้ามาหาคงเพราะเห็นเราคุยกันแต่สายตาดูเขาอยู่ล่ะมั้ง

“มีอะไรครับหนู?” วงแขนวาดผ่านวางฝ่ามือลงมาที่สะโพกอย่างเป็นธรรมชาติ ผมเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้ม

“เปล่าครับ พอดีเชอยังไม่รู้น่ะว่าผมถูกตัวคนอื่นได้แล้ว”

“จริงเหรอพี่แตม” เชอรีนตาโต “พี่ถูกตัวคนอื่นได้แล้วเหรอ จริงๆน่ะ เชอไม่เห็นรู้เรื่องเลย ตั้งแต่ตอนไหน เมื่อไหร่กัน”

“ก็ไม่นานหรอก นี่ไง” ผมเอื้อมมือไปแตะแขนเชอรีน วางไว้อย่างนั้นพักหนึ่งก็ไม่ได้เกิดปฏิกิริยาอะไร ก่อนพี่ทัชจะดึงมือผมไปจับ ยกขึ้นในระดับสายตา

“มือเลอะนะเนี่ย เมื่อกี้ล้างไม่สะอาดแน่ๆ” เขาบ่นแล้วก็เช็ดปลายนิ้วให้ ผมเลยไม่ได้สนใจเขาปล่อยให้ทำไป หันไปคุยกับเชอรีนต่อ

“อย่างที่เห็น พี่หายแล้ว เพราะว่าพี่ทัชคอยช่วยให้คำแนะนำหลายๆอย่างน่ะ พี่เขาเป็นจิตแพทย์ด้วยนะ แต่ไม่รับรักษาพี่หรอก ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องบังเอิญ”

“งั้นเหรอ พี่แตม...เชออยากคุยด้วย” หลังจากนิ่งคิดไปสักพัก เชอรีนก็เงยหน้าขึ้นมาสบตา เหลือบมองพี่ทัช “สองคน”

“อ้อ งั้นพี่ไปหาน้ำดื่มดีกว่า หนูดื่มน้ำไหม”

“ก็ได้ครับ” พยักหน้าให้คนมีมารยาทแยกตัวออกไป ผมก็ย้ายไปนั่งกับเชอรีนที่โซฟา รอฟังว่าเธอจะพูดอะไร ท่าทางเหมือนเป็นเรื่องสำคัญมาก “มีอะไรรึเปล่าเชอ”

“เชอ...พี่ เชอพูดตรงๆเลยนะ ตั้งแต่คบกับใครมาพี่แตมคือเป็นแฟนที่ดีที่สุด เรากลับมาคบกันใหม่ได้รึเปล่า”

“หืม!!” ถึงจะรู้ว่าน้องมันเป็นคนตรงๆ แต่ผมก็ค่อนข้างตกใจกับคำขอนี้นะ ไม่คิดมาก่อนว่าเชอจะกลับมาเพราะอยากคืนดี

“เอาจริงๆแล้ว เชอไม่ได้อยากได้การ์ดนี่หรอก แค่อยากกลับมาขอคืนดีกับพี่น่ะ พอยิ่งเห็นว่าพี่หายแล้วเราก็ยิ่งน่าจะกลับมาคบกันนะ แต่งงานมีครอบครัวอย่างที่เราเคยฝันเอาไว้ไง”

ผมนิ่ง มึนงงอยู่ครู่หนึ่ง กว่าสมองจะประมวลผลเสร็จว่าเมื่อกี้ผมกำลังถูกแฟนเก่าขอคืนดี ให้กลับไปคบกันใช่ไหม

กับเชอรีน ตอนที่คบกันเธอเป็นคนที่เข้าใจผมมากที่สุด นิสัยเราก็เข้ากันได้ดี เป็นเหมือนเพื่อนและแฟนในเวลาเดียว ความชอบอะไรหลายๆอย่างก็คล้ายกัน เป็นแฟนที่คบด้วยได้นานที่สุดตั้งแต่ผมมีแฟนมา

ความฝันของเชอรีนคือมีครอบครัว มีลูก ก่อนหน้านั้นผมไม่สามารถตอบโจทย์ให้เธอในเรื่องของลูกได้ แต่ตอนนี้ผมหายแล้ว ผมถูกตัวเธอหรือกระทั่งใครๆก็ได้ ปมในใจถูกปลดล็อก การจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นจึงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

“ว่าไงล่ะพี่แตม”

“พี่...ขอโทษนะเชอ แต่พี่ว่าพี่คงกลับไปคบกับเชอไม่ได้แล้ว” ทั้งที่รู้สึกผิด ผมก็เลือกทางที่ไม่คาราคาซังจนเป็นปัญหาในอนาคต ความรู้สึกของผมต่อเชอรีนมันเบาบางจนเหลือเพียงความรู้สึกดีๆที่เคยมีร่วมกันเท่านั้น

“ทำไม...”

“พี่ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้รู้สึกแย่กับเชอนะ แต่เชอเป็นเหมือนน้องสาวที่น่ารักของพี่เสมอ พี่อยากให้เชอก้าวไปข้างหน้ามากกว่า”

“เหมือนที่พี่จะก้าวไปข้างหน้าเหมือนกันใช่ไหม”

 “อืม ใช่”

“....”

“....”

“ขะ เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นเชอขอตัวก่อนนะ” พูดจบเธอก็คว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องไปเลย ผมรู้สึกเป็นห่วงเธอนิดหน่อยแต่ไม่อยากจะสร้างความหวังเลยเลือกไม่ตามไป นั่งเป็นไอ้โง่อยู่ที่โซฟาจนกระทั่งใครบางคนมาหยุดตรงหน้าพร้อมแก้วน้ำเย็นที่ถูกยื่นมาให้

“ดื่มน้ำครับ” พี่ทัชส่งยิ้มแสนอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ว่าเห็นกี่ครั้งก็รู้สึกสบายใจ ผมรับเอาแก้วน้ำมาจิบและวางไว้ที่โต๊ะ

“หวังว่าเชอรีนจะไม่โกรธ เธอจะหาว่าผมแก้แค้นที่เธอทิ้งไปครั้งก่อนหรือเปล่า” มั่นใจว่าในครัวไม่ได้ไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงผมกับเชอรีนคุยกัน ยังไงพี่ทัชก็ได้ยิน แค่ไม่แสดงตัวให้ฝ่ายหญิงต้องอึดอัดเท่านั้น

“เธอดูเป็นเด็กดีและมีเหตุผลนะ พี่ว่าสักพักก็คงดีขึ้น ถึงตอนนั้นแตมค่อยไปคุยอีกรอบดีไหม”

“จะดีเหรอ ผมกลัวเป็นการให้ความหวังน่ะสิ”

“ไม่หรอก ถ้าทิ้งห่างแล้วค่อยกลับไปคุยอย่างพี่น้อง นั่นไม่ให้ความหวัง”

“....”

“แต่ถ้าทำตัวใกล้ชิดสนิทสนม คอยเอาใจ ทำกับข้าวให้กิน มีส่งเสบียงเวลาทำงานเหนื่อยๆ โทรหาให้กำลังใจ เจอหน้ากันทุกวัน ไปไหนด้วยกันบ่อยๆ นอนกอดกัน ยอมให้ถูกเนื้อต้องตัวมากเกินจำเป็นโดยไม่รังเกียจ...นั่นต่างหากครับ เรียกว่าให้ความหวัง”

เออจริง ถ้าทำขนาดนั้นก็เรียกว่าให้ความหวังจริงๆนั่นแหละ ดีไม่ดีเรียกมีใจเหมือนกันด้วย

ว่าแต่...ใครกันที่ไปทำตัวให้ความหวังคนอื่นขนาดนั้น???


--------------------

ใครให้ความหวัง ไม่มี๊ๆๆๆ

ปล. วันนี้เพลงต้องมาละ

ใครจะพยายามแทรกกลางระหว่างเรา รู้ไว้นะว่าเขาไม่มีวันเข้ามาได้~

#ที่เหลือคืออากาศ 555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.461K ครั้ง

2,558 ความคิดเห็น

  1. #2541 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 21:28
    อยากตีน้องที่สงสัยว่าใครกันที่ทำตัวแบบนั้น ก็ตัวเองชัดๆเลยไม่ใช่หรือไง // ขนาดนี้ไม่ควรแนะนำว่าพี่ข้างห้องแล้วอ่ะจริง ควรแนะนำว่าคนที่คุยๆกันอยู่มากกว่านะ 55555 // ในตอนนี้เรารู้สึกว่าบางเหตุการณ์มันดูรวบรัดแปลกๆนะ // เชอรีนยังมีโอกาสเจอคนอีกเยอะ คนที่ดี ก็อาจเป็นคนที่ไม่ใช่ก็ได้
    #2541
    0
  2. #2504 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:35
    หนู ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เพลงนี้ก็ต้องมาค่ะ
    #2504
    0
  3. #2460 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:42
    น้องเอ๊ยยยย
    #2460
    0
  4. #2439 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:31
    พี่จะจีบน้องติดรึป่าวเนี้ย
    #2439
    0
  5. #2413 zzzPLAzzz (@zzzwanmaizzz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 23:45
    ยัยน้อง หนูจะไปเออ ออกับอิพี่ทำไม อิพี่มันประชดหนูลูก 55555
    #2413
    0
  6. #2389 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 01:12
    น้องเอ้ยยยย
    #2389
    0
  7. #2360 Strawberrybunny (@strawberrybunny) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 03:56
    น้องงงงงงงง55555555555 สงสารพระเอกนะคะ หมอคงต้องพูดตรงๆเเล้ว ทำไมยิ่งอ่านยิ่งขำหมอ หมอน่าสงสารอ่ะ5555
    #2360
    0
  8. #2248 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 20:28
    แง น้องงไม่รู้เรื่องเลย
    #2248
    0
  9. #2239 pinkyyyy (@pinkkky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 15:02
    555555
    #2239
    0
  10. #2136 Cnpcd (@paparpaah) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 03:32
    น้องงงงงงงงง55555หนูให้ความหวังพี่เขามากๆ ตร่กก
    #2136
    0
  11. #2053 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 02:45
    น้องคนซึน5555
    #2053
    0
  12. #2015 MarkBTuand (@MarkBTuand) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:45

    เจ้าหนู ของพี่ทัช
    งื้อออออ ฉันเขินทุกครั้งที่เข้าแทนตัวกันงี้
    #2015
    0
  13. #1919 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:37
    ยังๆ ยังไม่รู้ตัวอีก !
    #1919
    0
  14. #1444 P'est (@25161523) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 21:15
    อีกนิดค่ะคูมหมอ พูดออกมาเล้ยยัยน้องจะได้รู้555555
    #1444
    0
  15. #1359 Tualektuanoy_ (@rattanaporn28) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 12:33
    ว้อยยยยย ยัยน้อนนน 5555555 อีกนิดนี่คือชื่อหนูแล้วนะลู้กกกก
    #1359
    0
  16. #1267 pp_wert (@pp_wert) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 00:31
    คืออีกนิดนึงพี่หมอเค้าจะพูดชื่อหนูออกมาอยู่แล้วนะ 5555
    #1267
    0
  17. #1130 sweetiebrownie (@sweetiebrownie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 09:54
    ยัยน้องงง หนูไม่รู้ตัวเลยเหรอลูก
    #1130
    0
  18. #1128 PATASIQI (@PATASIQI) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 03:52
    น้องว๊อยยยยยยยยยยยย
    #1128
    0
  19. #1118 TmwMixer (@mixerjam11-z) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 01:31
    น้องรู้ตัวช้ามาก พี่เขาพูดมาครบสูตรขนาดนี้55555
    #1118
    0
  20. #1069 KätzcheN (@maprang00013) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 23:06
    นังหนูเอ้ย ยังไม่รู้ตัวอีก
    #1069
    0
  21. #967 pimorazpp (@pimorazpp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 11:48

    น้องจะเรียกซื่อหรือบื้อดี น้องน่าลักกลับบ้านมากเลย 555

    #967
    0
  22. #933 m ma ri (@may-mm111) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 00:25
    หมอชักจะเอาใหญ่
    #933
    0
  23. #885 Tonkaow3005 (@Tonkaow3005) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 18:16

    น้องงง เขาพูดถึงหนูนั้นแหละลูกยังจะถามอีก
    #885
    0
  24. #844 qu_up (@qu_up) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 05:25
    ดีใจ ตอนอ่านแรกๆกลัวแตมจะกลับไปคบกับแฟนเก่ามากเลย นี่ตัดฉับ น้องแตมคนแมนจริมๆ ยกนิ้วโป้งให้เลย อิอิ
    #844
    0
  25. วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 15:02
    หมออออออร้ายอ่ะ555555555เราชอบ
    #637
    0