END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 10 : สัมผัสครั้งที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,425 ครั้ง
    9 ส.ค. 62



พี่ทัชเป็นคนเจ้าเล่ห์ นอกจากใช้เวลาไม่กี่นาทีพูดให้ผมหายโกรธเขาสนิทกลับมาเชื่อใจตามเดิม ยังสามารถทำให้หลงคิดเข้าข้างตัวเองได้อีกด้วย คำพูดเหมือนจะเหย่จะหยอกนั่นก็เกลียด

“พี่ไม่ใช่หมอ พี่เป็นพระเอกลิเกชัดๆ”

“ทำไมว่าพี่” คนถูกปรักปรำเป็นพระเอกลิเกทำหน้าเหยคัดค้านหัวชนฝา อาชีพลิเกไม่ดีตรงไหนกัน รวยนะจะบอกให้

“พระเอกลิเกที่พูดเก่งๆให้แม่ยกเปย์จนหมดตัวไง พี่เลย”

“โอเคๆ” สองมือยกขึ้นอย่างยอมแพ้ “พี่เป็นอะไรก็ได้ แค่แตมไม่เกลียดพี่ก็พอ”

“เลิกพูดจาชวนให้คิดมากก่อนสิ แล้วแตมจะไม่ว่าน่ะ” ผมบอกออกไปอย่างนั้นด้วยความลืมตัว แต่เพิ่งมารู้ว่ามันคือความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ก็ตอนที่พี่ทัชส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์(ที่พักหลังทำบ่อยกว่าอ่อนโยน)มาอีกครั้ง

“ก็คิดไปสิครับ พี่ไม่ได้ห้ามนี่ ยิ่งคิดเยอะๆยิ่งดี”

“....”

“ในหัวแตมจะได้มีแต่เรื่องของพี่คนเดียวไง”

“พี่ไม่มีนัดคนไข้เหรอ นี่จะบ่ายแล้วนะ แตมต้องกลับไปทำงานต่อ ใครอยากจะนั่งร้อนตรงนี้ก็เชิญ” สู้ไม่ได้ให้วิ่งหนี เหมือนผมตอนนี้ที่รีบบอกลา(?)แล้วคว้าถุงข้างตัวหมุนหน้า ตั้งใจจะวิ่งไปที่ลิฟต์อย่างไม่คิดชีวิต

แต่เป็นเพราะล่กมากไปหน่อยเท้าจึงสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ ตัวพุ่งไปด้านหน้า ผมรีบหลับตายกแขนขึ้นกันใบหน้าตัวเองเตรียมรับความเจ็บปวดจากการล้ม หากผ่านไปหลายวินาทีก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด ยกเว้นไออุ่นที่รัดอยู่รอบเอว

“ไม่เป็นไรนะ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ชิดริมหู พร้อมกับหัวใจผมที่เต้นโครมครามรุนแรงแทบจะหลุดออกมานอกอก หันหน้าเหวอๆของตัวเองไปทางเจ้าของวงแขนที่ยังรั้งให้ผมทรงตัวได้

“มะ ไม่เป็นไร ตะ แตมแค่...ตกใจ”

“อย่ารีบสิครับ เกิดเจ็บตัวขึ้นมาพี่ก็ห่วงแย่สิ”

“อะ อืม” ผมรับคำเสียงเบาแล้วก้มหน้าลง มองแขนแกร่งที่โอบเอวตัวเองค่อนต่ำไปตรงสะโพก อกกว้างของพี่ทัชอยู่ในระยะสายตาจนเผลอจินตนาการไปไกล

“ยืนไหวไหม”

“แตม...เจ็บเท้า” เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะปล่อยแขนลงผมก็ทรุดตัวนิดๆ พี่ทัชรีบประคองเอวไว้ตามเดิม สีหน้าห่วงใยจนแอบรู้สึกผิด(แค่นิดเดียว)เพราะผมไม่ได้เจ็บเท้าอะไรเลย

ไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงได้พูดแบบนั้นออกไป

“เดินได้หรือเปล่า ให้พี่อุ้มไหม”

“พี่ทัช” ผมช้อนสายตาขึ้นมองเจ้าของชื่อ จ้องและจ้องอยู่อย่างนั้น สมองมันตื้อตันว่างเปล่า เรียกชื่อเขาโดยไม่มีเหตุผล มือวางลงที่ต้นแขนกำยำนึกอยากจะบีบลงไปให้เต็มแรง

“น้องแตม”

“หืม?”

“อย่ามองพี่ด้วยสายตาอย่างนั้น”

“....”

“ไม่อย่างนั้นพี่จะจูบนะ”

ฮือออ จูบเลย เอ๊ยไม่ใช่ ผมรีบดีดตัวออกทั้งที่แวบหนึ่งแอบคิดว่า ริมฝีปากนุ่ม ที่เจ้าตัวเคยโฆษณาเอาไว้จะสมราคาหรือเปล่า พี่ทัชส่งสายตาวิบวับเหมือนกับรู้ทันว่าผมแกล้งเจ็บ แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมนึกขึ้นมาได้จนลืมบรรยากาศแปลกๆเมื่อกี้ไปก็คือ

“เฮ้ยพี่ แตมไม่สะบัดตัวออกจากพี่อะ”

“ก็สะบัดอยู่นี่ครับ”

“ไม่ใช่ มันไม่เหมือนกัน” จะอธิบายยังไงให้พี่มันฟังดีว่าอาการคนละอย่าง ที่ผมเป็นเมื่อกี้ไม่ใช่เพราะร่างกายต่อต้านการถูกสัมผัส แต่เป็นเพราะคำพูดของพี่ทัชทำให้ตกใจต่างหาก

“หึหึ พี่รู้ พี่แค่แกล้งแหย่เล่น”

“เกินไปแล้วนะ แตมจะงอนแล้วจริงๆด้วย”

“งอนเลย เดี๋ยวพี่ง้อ แต่แตมต้องเตรียมใจไว้นะ เพราะถ้าให้พี่เป็นฝ่ายง้อ กลัวว่าแตมจะรับไม่ไหวเอา”

“ไอ้พี่บ้า!” ทุบลงไปกลางอกกว้างทีหนึ่งแล้วผมก็วิ่งหนีมาที่ลิฟต์ก่อน แต่กดปุ่มยังไงลิฟต์ก็ไม่เปิดกระทั่งพี่ทัชเดินมาหยุดซ้อนด้านหลัง ความใกล้ที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ แขนที่ทำให้ใจสั่นเมื่อกี้ยกผ่านด้านข้างของผมไป

พร้อมกับแตะบัตรลงที่ปุ่มข้างลิฟต์

อ่า ลืมไปเลย ว่านี่ชั้นสำหรับพนักงาน ไอ้โง่แสตมป์!

 

“ยังไม่หายงอนพี่อีกเหรอ” ใบหน้าชุ่มเหงื่อชะโงกเข้ามาใกล้เล็กน้อย ตอนนี้ผมมีสติดีแล้วเลยถอยออกห่างได้ทัน หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดแล้วหนีไปนั่งที่เก้าอี้ยาวริมบึง

เช้าวันนี้อากาศดี พี่ทัชมีวันหยุดจึงมีเวลาออกมาวิ่งรอบบึงที่สวนสาธารณะแทนการเข้าฟิตเนส พอร่างกายเริ่มอยู่ตัวผมก็วิ่งได้ไกลขึ้น ผลจากการออกกำลังกายเห็นชัดเจน หลังๆมานี้ไม่ค่อยปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆแล้ว แถมสมองโล่งคิดงานได้ดีกว่าเดิมจนลูกค้าชมไม่ขาดปาก

แต่ก็ยังวิ่งได้สองรอบเท่านั้น ต่างจากพี่ทัชที่วิ่งไปห้ารอบและยังแซงผมไปสองครั้ง

“เอายังไงดีน้า งอนพี่แบบนี้ต้องง้อใช่ไหม” พอคิดถึงคำพูดที่เคยบอกว่าง้อหนักของพี่เขา ผมก็รีบหายงอนทันที

“ไม่ได้งอนสักหน่อย แตมแค่คิดว่าพี่ทัชตอนนี้กับวันแรกที่เจอเนี่ย โคตรไม่เหมือนกันเลย”

“หล่อขึ้น?”

“ขี้แกล้งขึ้นต่างหาก” มันใช่เวลามาตบมุกกันไหมวะ มีความเอานิ้วมาทำเครื่องหมายถูกใต้คางด้วย คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้ไม่น่าเกลียดงี้...เออ คิดถูกแล้ว

“หึหึ แต่อันนี้ไม่แกล้งแล้วนะ พี่ไปคิดวิธีง้อแตมอยู่หลายวันเลย สรุปได้ว่า วันนี้เราจะไปเดทกัน”

“เนี่ย แกล้งอีกแล้ว”

“เปล่าแกล้งสักหน่อย คราวโน้นที่เรานั่งดูหนังที่ห้องพี่เห็นบ่นว่าอยากดูภาคต่อของเรื่องนั้นใช่ไหม เรื่องนั้นเข้ามาได้หลายวันแล้วนะ พี่เพิ่งมีวันหยุดเลยว่าจะชวนแตมไป” คำพูดที่ทำให้ผมคิดไปถึงหนังที่เพิ่งเคยดูแต่กลับชอบมากๆ ชอบจนอยากจะดูภาคต่อเร็วๆ แต่ตอนนั้นภาคต่อยังไม่มา

“ดูในโรง?”

“ครับ ดูในโรง ถือเป็นการฝึกไปด้วยไง คราวก่อนไปซูเปอร์มาเก็ต คราวนี้ไปโรงหนัง คนเยอะกว่าเดิม”

“แต่โรงหนัง มันต้องนั่งใกล้กันนะพี่ทัช” ถึงตอนนี้ผมจะสัมผัสตัวพี่เขาได้บางครั้ง แต่คงไม่ใช่ว่าจะทำได้กับทุกคน เมื่อวานเผลอชนกับคนแปลกหน้าผมก็ยังอาการหนักเหมือนเดิม

“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่ได้ตั๋วที่นั่งแบบวีไอพีมา รับรองว่าไม่เบียดใครแน่นอน แตมเคยไปดูหนังในโรงหรือเปล่า”

ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ แต่เรื่องตั๋ววีไอพีก็เคยรู้มาเหมือนกันว่าเป็นที่นั่งพิเศษที่จัดห่างๆกัน ถ้าอย่างนั้นก็สบายใจได้หน่อยว่าจะไม่ไปไหล่ชนไหล่กับคนไม่รู้จักในโรงหนัง

“ตั๋วอย่างนั้นมันแพงไม่ใช่เหรอพี่”

“จะง้อน้องแตมทั้งที พี่ก็ต้องลงทุนหน่อยสิครับ ไม่ต้องคิดมากนะ แค่แตมสนุกก็พอแล้ว”

“สนุกหรือเปล่าไม่รู้ แตมไม่เคยเข้าโรงหนังมาก่อน พ่อเคยจะพาไปตอนโตอยู่ครั้งแต่มันไม่ไหวจริงๆ ทะเลาะกันแทบตายแน่ะ สุดท้ายก็กลับบ้าน”

“ไปกับคุณพ่ออย่างนั้นเหรอครับ”

“ใช่ครับ ก่อนจะเจอไอ้กรรณ แตมไม่มีเพื่อนหรอก ไปไหนก็ไปกับพ่อตลอด”

“แสดงว่าต้องสนิทกับคุณพ่อมากๆแน่” คำถามธรรมดาของพี่ทัชทำให้รอยยิ้มผมลดลง เหลือเพียงเจือจางและเศร้าเล็กน้อย

“จะว่าสนิท...ก็คงไม่ได้หรอกครับ พ่อแตมเป็นคนที่เข้มงวดมาก ทั้งที่แต่ก่อนใจดีแท้ๆ บางทีแตมก็คิดว่าพ่อรำคาญแตมหรือเปล่าที่แตมเป็นแบบนี้ พอหนักเข้าก็ไล่แตมให้ออกมาอยู่เองข้างนอก”

“ออกมาอยู่ข้างนอก? แตมเคยบอกพี่ว่าอยากพิสูจน์ให้พ่อแม่เห็นว่าดูแลตัวเองได้ไม่ใช่เหรอครับ” พี่ทัชเป็นคนที่มีความจำเก่ง ผมเคยเล่าแค่ครั้งเดียวเมื่อนานแล้ว กลับจำได้แม่น

“เพราะว่าพ่อบอกแบบนั้น พ่อบอกว่าโตแล้วให้ดูแลตัวเองได้แล้ว อีกหน่อยแตมก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง จริงๆแล้วพ่ออาจจะแค่ไม่อยากเห็นหน้าแตม”

“.......”

“ตอนเด็กก็เป็นพ่อที่คอยพาแตมไปหาหมอ พาไปพบจิตแพทย์ แต่หลังๆไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ได้ผลพ่อก็เริ่มบังคับ แม่บอกให้แตมเรียนโฮมสคูลที่บ้านเพื่อจะได้ไม่ได้ต้องถูกเพื่อนล้อหรือแกล้ง แต่พ่อกลับส่งแตมไปโรงเรียน ให้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น เรียนจบก็บอกให้แตมย้ายออก แม่เองหลังๆก็ตามใจพ่อ”

พี่ทัชนิ่งไปพักใหญ่ รอจนความคิดของผมตกตะกอนจึงได้พูดช้าๆด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“เป็นคุณพ่อที่ดีนะครับ”

“หมายความว่ายังไงครับ” ผมหันไปมองคนข้างๆ ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ผมเล่ากับความเข้าใจของคนฟังถึงได้ไปคนละทิศทางกัน

“พี่พูดไม่ผิดหรอก จากที่แตมเล่า คุณพ่อเขารักแตมมากเลยนะ ความคิดและการกระทำของท่านได้การผ่านการศึกษาในอาการที่แตมเป็นมาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างดีแล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะพูดสื่อสารไม่เข้าใจกันเท่านั้น หรือไม่อย่างนั้น...คุณพ่อก็พยายามจะใจแข็งกับแตมอยู่”

“แตมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“ถ้าท่านโอ๋แตม ยอมให้แตมเก็บตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ยอมให้แตมไปเผชิญหน้ากับความกลัวด้วยตัวเอง แตมเคยคิดไหมว่าวันนี้แตมจะเป็นยังไง”

ลองคิดตามที่พี่ทัชบอก ผมมองเห็นตัวเองนั่งกอดเข่าอยู่ในห้องนอนมืดๆที่บ้านของตัวเอง ร้องไห้ และพึ่งพาแต่พ่อแม่เท่านั้น ไม่มีไอ้กรรณ ไม่มีอิง และไม่มีพี่ทัชอย่างวันนี้

“แตมไม่เคย...มองในมุมนี้เลย”

“ที่คุณพ่อไม่บอกตรงๆ คงเพราะกลัวว่าจะใจอ่อนกับแตม บางทีที่พักหลังคุณแม่ไม่ห้ามคงเพราะคุยกับคุณพ่อเข้าใจแล้วก็ได้นะครับ พี่ว่าพวกท่านน่ะ รักแตมมากเลยนะ”

ภาพตรงหน้าเริ่มเบลอไม่ชัดเจนนักเพราะม่านน้ำตาบางๆกั้นอยู่ หัวใจที่เหมือนมีแผลตกสะเก็ดเกาะอยู่ค่อยๆเบาบางลง นี่คงเป็นปมเพียงเรื่องเดียวที่ผมคิดมากมาตลอด

ผมที่มองเพียงมุมมองเดียว คิดน้อยใจว่าพ่อแม่ไม่รักหรือรำคาญที่มีลูกไม่เหมือนกับคนอื่นถึงได้ผลักไส ไม่เคยรู้เลยว่าที่ผ่านมาพวกท่านทำเพื่อผมแค่ไหน

“อย่าได้โทษตัวเองนะแตม คนเราต่อให้เป็นครอบครัวใกล้ชิดก็ไม่สามารถรู้ความคิดของกันและกันได้ทั้งหมด สิ่งที่จะลบล้างรอยแผลในใจได้ คือการหันหน้าเข้าคุยกัน เข้าใจพี่นะครับ”

“ครับ” ผมยิ้มให้กับพี่ทัชพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้น ถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าไม่มีใครสามารถรู้ความคิดของคนอื่นได้ แต่เขากลับเป็นคนที่ล่วงรู้ความในใจของผมแทบทั้งหมด “ขอบคุณนะครับ”

“ยินดีครับ มีเรื่องอะไรแตมสามารถบอกพี่ได้ทุกเรื่อง ปรึกษาพี่ได้หมดเลยนะ”

“ไหนบอกว่าไม่รับแตมเป็นคนไข้ในการรักษาไงครับ”

“ไม่ใช่ในฐานะหมอนี่ครับ แต่ในฐานะ...พี่ทัชของแตม”

ฟังดู ดีจังเลย


-----------------------------------


เมื่อคิดได้ผมก็โทรหาแม่หลังจากแยกกับพี่ทัชกลับเข้าห้อง นัดแนะเรื่องที่จะกลับไปเยี่ยมบ้าน แม่ดีใจมากเพราะตั้งแต่ที่ผมย้ายออกมาอยู่คนเดียวก็หลายปีแล้ว ผมไม่เคยกลับบ้านอีกเลย เอาแต่มุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นว่าผมดูแลตัวเองได้ เพื่อหวังว่าสักวันพ่อจะยอมให้ผมกลับเข้าไปอยู่บ้านเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง

ทั้งๆที่จริงๆแล้วไม่ว่าอยู่ที่ไหน เราก็ยังเป็นครอบครัว

อาบน้ำแต่งตัวได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผมวิ่งไปเปิดประตูทันที ส่งรอยยิ้มกว้างให้กับคนที่ยืนด้านนอกประตูห้อง

“ทำไมไม่ดูก่อนครับว่าใครเคาะ เกิดไม่ใช่พี่แล้วเป็นโจรจะทำยังไง” ทั้งที่มาห้องคนอื่น พี่ทัชยังจะดุใส่อีก แต่ผมอารมณ์ดีอยู่เลยไม่ถือ

“ขอโทษครับ แตมรู้ว่าพี่จะมาเลยรีบมาเปิด มีเรื่องดีใจมากๆอยากเล่าให้พี่ฟังเป็นคนแรก”

“หืม เรื่องอะไรครับ” พี่เขาถามพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้อง

“แตมโทรหาแม่แล้วนะ คุยกันนิดหน่อยแม่ดีใจมากเลยที่แตมจะกลับบ้านล่ะ บอกว่าพ่อเองก็ถามหาแตมบ่อยๆแต่ไม่กล้าโทรมากลัวใจอ่อนให้แตมย้ายกลับไปอยู่บ้าน ได้ยินแล้วแตมดีใจมากเลยพี่ทัช พ่อก็คิดถึงแตมเหมือนกันใช่ไหม”

“ใช่ครับ” พี่ทัชตอบกลับหน้าเครียดๆ

“พี่เป็นอะไร? ไม่ดีใจกับแตมเหรอ”

“ก็...ดีใจ แต่ว่า...แตมจะไม่ย้ายกลับไปอยู่บ้านใช่ไหม” ที่แท้ก็กลัวผมกลับบ้าน

“ถ้าผมกลับล่ะ” ได้โอกาสแล้วผมเลยแกล้งกลับซะเลย ชอบแกล้งผมดีนัก ทำหน้าจริงจังไปพี่เขาก็ยิ่งหงอยกว่าเดิม

“ไม่กลับ ได้ป่ะ พี่คงเหงาถ้าต้องกินข้าวเย็นคนเดียวทุกวัน”

“แค่นั้น?”

“ไม่มีคนไปออกกำลังกายด้วย ไม่มีคนนั่งดูหนังด้วย ไม่มีคนให้สั่งกาแฟไปเปย์ที่สวนด้วย”

“ไหนบอกว่าไม่ได้สั่งให้ไง โกหกนี่”

“แตมก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วนี่ครับ ว่าไง จะทิ้งพี่จริงๆเหรอ” คำถามไม่เท่าไหร่ ที่ตลกคือสีหน้าเหมือนคนจะถูกแฟนบอกเลิกของพี่ทัชมากกว่า ถามว่ารู้ได้ไงว่าสีหน้าแฟนจะบอกเลิกคือแบบนี้ คุณครับ ผมถูกบอกเลิกมากี่คนแล้ว

แงงง เศร้า เราข้ามไปแล้วกัน

“ไม่ได้ทิ้งสักหน่อย แตมแค่กลับบ้าน...เดี๋ยวก็กลับมา”

“คือ ไม่ได้จะย้ายใช่ไหม” พี่ทัชย้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ พอผมพยักหน้าก็ร้องอย่างลืมตัวด้วยความดีใจ “เยส!

“ที่แตมบอกกลับบ้านน่ะ คือกลับไปเยี่ยมบ้านต่างหาก ฮ่าๆๆๆๆ ชอบแกล้งแตมนัก โดนซะบ้างเลย”

“แสบนะน้องแตม ถ้าพี่แกล้งหอมแก้มบ้าง อย่ามางอนก็แล้วกัน อ้อ หรือจะงอนก็ได้ เดี๋ยวง้อด้วยไปดูหนังแถมเลี้ยงข้าวเย็นอีกมื้อแทน ดีไหม”

“เอาประโยชน์เข้าตัวเองทั้งนั้น ไปได้แล้วครับ เดี๋ยวไม่ทันดูหนังกันพอดี”

ผมโบกมือไล่พี่เขาให้ออกจากห้องจะได้ปิดประตูล็อกกลอนแล้วเดินทาง พักหลังเจ้าออดี้สีดำลูกรักของพี่ทัชเนี่ย ผมได้นั่งบ่อยเหลือเกิน

เพราะรอบหนังที่เราจะดูยังเร็วเกินไป พี่ทัชเลยชวนผมเดินเล่นก่อน มีร้านใหม่ๆเต็มห้างฯไปหมดที่ผมไม่เคยรู้ ได้อัปเดตแฟชั่นเพื่อเอาไปต่อยอดงานของตัวเองไปในตัว เดินจนรอบห้างฯ(โดยไม่ได้สัมผัสกับผู้คนเลย)แต่เราก็ไม่ได้ของอะไรติดไม้ติดมือ

“ไม่อยากได้อะไรเหรอครับ”

“ไม่เอาหรอก เสื้อผ้าแตมก็ซื้อออนไลน์ร้านที่ดูแลเพจให้เขากับที่ลูกค้าส่งมาให้ใช้ประจำอยู่แล้ว ประหยัดเงินจะตายไป” ถ้าไอ้กรรณอยู่มันต้องด่าผมว่างกแน่ๆ แต่นี่เป็นพี่ทัชไง

“งก” ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ หึหึ

“เขาเรียกใช้เงินเป็นต่างหากเล่า”

“ถ้าอย่างนั้นขึ้นไปจองตั๋วกันดีกว่า ใกล้จะได้เวลาหนังฉายแล้ว เดี๋ยวไม่ทันซื้อป๊อปคอร์นนะ” คนจำแม่นย้ำเวลาอีกครั้ง ตอนนั่งมาในรถผมบอกไปว่าอยากลองทานป๊อปคอร์นในโรงหนังสักครั้งก็ยังอุตส่าห์ใส่ใจ

โรงหนังอยู่ชั้นบนสุดของห้างฯ ผมยืนต่อแถวโดยทิ้งระยะห่างจากคนด้านหน้าไปสองก้าว ไม่ต้องห่วงเรื่องคนจะแซงคิวเพราะมีเชือกกั้นเอาไว้ ส่วนด้านหลังเป็นพี่ทัชที่ยืนกันคนอื่นไว้ให้ เมื่อถึงคิวของตัวเองก็เข้าไปเลือกกับพนักงาน มีหน้าจอแสดงแผนผังอยู่ พี่ทัชแนะนำให้เลือกที่นั่งตรงกลางค่อนไปทางด้านบน จะได้เห็นจอชัดๆ ผมก็เชื่อตามคนที่มีประสบการณ์มาก่อน

ทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมด ผมตื่นเต้นตั้งแต่บันไดทางขึ้นจนถึงที่นั่งแบบโซฟาตัวยาวขนาดนั่งได้สองคน แม้โรงจะมีขนาดเล็กแต่ก็ดีตรงมีความเป็นส่วนตัวสูง คนน้อยเพราะราคาบัตรแพง(แอบเห็นราคาแล้ว ผมไม่มีวันจ่ายแน่นอน)

พอไฟในโรงดับหนังตัวอย่างเริ่มฉาย ผมก็ตั้งสมาธิไปกับหน้าจอขนาดยักษ์ ลืมกระทั่งป๊อปคอร์นที่ตั้งใจจะกิน ดีว่าชิมไปก่อนหน้าแล้วหลายคำ กระทั่งหนังจบมันก็ยังเหลือเท่าเดิมเลยถือออกมาด้วยตามประสาคนงก

“สนุกมากเลยพี่ทัช ถ้ามีภาคสามเรามาดูด้วยกันอีกนะ” เรารอจนคนออกจากโรงหมดถึงค่อยเดินตามออกมา พี่ทัชบอกว่าจะได้เลี่ยงการถูกคนอื่นชนด้วย

“ได้ครับ แต่กว่าจะสร้างคงอีกสองปี ก่อนหน้านั้นพี่พามาดูเรื่องอื่นก็ได้นะถ้าแตมอยากดู”

“เอาแค่เรื่องที่แตมอยากดูมากๆดีกว่า ตั๋วหนังมันโคตรแพงเลย”

“เวปดีไซน์เนี่ยเงินเดือนมากกว่าหมออย่างพี่อีกไม่ใช่เหรอครับ” คุณหมอแซวอย่างไม่จริงจังนัก

“แต่ไม่มั่นคงนี่ เกิดวันไหนไม่มีคนจ้างแตมก็จะได้มีเงินเอาไว้ดูแลตัวเองไปจนแก่ไง อย่างพี่ทัชเป็นหมอยังไงก็ไม่ตกงานอยู่แล้ว”

“ถือว่าความคิดดี น้องแตมของพี่ก็โตขึ้นเยอะเลยเนอะ”

“แซวเหรอ แตมคิดแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนเจอพี่ทัชแล้วเหอะ ไอ้กรรณยังบ่นเลยว่าแตมงก ก็แค่ใช้เงินเป็นเท่านั้นเอง”

“เก่งครับ คนเก่งของพี่”

โอ้ยยย ขอซื้อคำว่าของพี่จะได้ไหมนะ

ทีแรกเราตั้งใจจะทานข้าวกันในห้างฯแต่เพราะกว่าหนังจะจบก็เป็นเวลาที่ห้างฯใกล้ปิดแล้ว พี่ทัชเลยจะพาไปร้านอาหารที่เขาคุยว่าอร่อยมากๆแทน

“ถ้าไม่อร่อย แตมจะทำไข่เจียวน้ำมันเยิ้มๆให้พี่กินทั้งอาทิตย์เลย” ผมข่มขู่พี่เขาระหว่างทางเดินไปลานจอดรถ คนเริ่มน้อยจนโล่งใจไม่อึดอัดเหมือนตอนเข้ามา คงเพราะว่ากลับบ้านกันหมดแล้ว อีกไม่กี่นาทีห้างฯคงประกาศให้คนออก ยกเว้นชั้นโรงหนัง

“ถ้าพี่ลงพุงแตมจะรับผิดชอบพี่ไหมล่ะ ถ้ารับผิดชอบก็โอเค”

“แล้วทำไมแตมต้องรับผิดชอบพี่ด้วย?”

“ก็แตมเป็นคนทำให้พี่อ้วนลงพุงนี่ ไม่อยากรับผิดชอบพี่เหรอ แต่พี่ยินดีรับผิดชอบแตมไปตลอดชีวิตเลยนะ” เนี่ย เปลี่ยนจากหมอมาขายขนมครกน่าจะรุ่งนะ

ผมไม่เถียงกับพี่ทัชแล้ว เถียงไปไม่เคยชนะ เลยทำเป็นมองหารถที่จอดเอาไว้แทน ลานจอดรถเองก็เหลือรถไม่กี่คันเช่นเดียวกัน ทั้งโล่งทั้งเปลี่ยว วังเวลแปลกๆจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่มีคนข้างๆเดินด้วย ผมจะไม่มาที่แบบนี้เด็ดขาด

“พี่ ทำไมมันเงียบงี้อ่ะ”

“คนกลับกันหมดแล้วมั้งครับ ท่าทางคืนนี้ฝนจะตกด้วย”

“พี่ทัช แตมรู้สึก...” เหมือนจะมีคนมอง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ช่วยด้วยยยยย”

ผมสะดุ้งสุดตัวลืมคำพูดของตัวเองไปสนิทเพราะมีเสียงกรี๊ดของผู้หญิงดังขึ้น เมื่อเพ่งไปไกลๆก็พบว่าเธอยืนส่งเสียงร้องและมีเงาดำๆวิ่งพุ่งมาทางเรา

“โจรค่ะ หยุดมันไว้ที” เสียงเดิมร้องขึ้นอีกครั้ง ไอ้เงาดำที่เรียกว่าโจรยังคงวิ่งไม่ลดละ

ขณะที่ผมทำตัวไม่ถูกและกำลังคิดว่าจะจับมันเอาไว้ยังไง พี่ทัชก็ดันผมให้หลีกทาง ก้าวไปข้างหน้าขวางโจรเอาไว้ มันยกมีดในมือขึ้นมาจ้วงจะแทงคนไร้อาวุธอย่างโหดเหี้ยม ต้องชั่วช้าแค่ไหนถึงทำร้ายกันได้ทั้งที่ไม่รู้จักกัน

“พี่ทัชระวัง” ผมร้องแล้วก็อ้าปากค้าง เพราะภาพตรงหน้านั้นไวมาก

มีดที่พุ่งตรงโดยมีเป้าหมายคือร่างกายของคุณหมอ ถูกปัดทิ้งอย่างง่ายดายด้วยการสับสันมือลงไปที่ข้อมือ ไอ้โจรคงไม่คิดด้วยว่าตัวเองจะถูกโต้กลับหรือไม่ก็วิ่งอยู่จึงได้จับมีดไม่แน่น จากนั้นตัวมันเองก็ถูกพี่ทัชทุ่มหงายไปกดไว้กับพื้นตามมีดของมันติดๆ

ผมเข้าไปเตะมีดออกห่างจากที่เกิดเหตุเพราะกลัวว่าจะถูกคนร้ายนำไปใช้อีก ในเวลาไล่เลี่ยกันผู้หญิงเจ้าของกระเป๋าก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับยามรักษาความปลอดภัย

“นี่เลยค่ะ คนร้ายที่จี้เอากระเป๋าฉันไป” ยามเข้ามาล็อกตัวโจรต่อจากพี่ทัช กลายเป็นความวุ่นวายพักใหญ่ กว่าตำรวจจะมา กว่าที่เราจะตามไปให้การที่โรงพักพร้อมกับผู้เสียหายก็กินเวลาไปอีกเป็นชั่วโมง

ทั้งเหนื่อยทั้งหิว ตอนนี้ก๋วยเตี๋ยวข้างทางก็พอแล้ว ไม่ต้องอร่อยมากก็ได้ น้องแตมไม่ไหวแล้ว

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเอาไว้ ข้างในมีเงินค่าเทอมของลูกชายด้วยถ้าเกิดว่าพวกคุณไม่ช่วยก็คงจะแย่เลย” พี่ผู้หญิงเจ้าทุกข์ก้มหัวขอบคุณซ้ำยังจะขอตอบแทนอีกแต่พี่ทัชปฏิเสธไม่รับทั้งหมด

“ที่ทำไปก็เพราะว่าเห็นคนกำลังเดือดร้อนต่อหน้าครับ ไม่ได้หวังอะไรหรอก ปลอดภัยก็ดีแล้วครับ”

“พวกคุณเป็นคนดีมากเลยนะคะ อ้อ พี่ชื่อจ๋าค่ะ” ตอนแรกเราไม่ได้แนะนำตัวกันมาก่อน ถึงโรงพักก็ให้ปากคำอย่างเดียว

“ผมชื่อทัชครับ ส่วนนี่น้องแตม ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ”

“เอ๊ะ น้องแตม คือใช่น้องแสตมป์ที่เคยอยู่หมู่บ้านมานีวิลเลจเมื่อก่อนหรือเปล่าคะ?”

ผมพยักหน้าด้วยความสงสัยว่าพี่เขารู้ได้ยังไง แต่พอคิดถึงชื่อที่พี่เขาแนะนำตัวและมองหน้าชัดๆอีกครั้ง ความทรงจำบางอย่างในวัยเด็กก็ผุดขึ้นมา

“พี่จ๋า! พี่จ๋าเหรอเนี่ย แตมจำได้แล้ว” เธอคือพี่สาวใจดีที่เคยอยู่ข้างบ้านผมนี่เอง


-----------------------------

พี่จ๋ามาแว้วววว 

ปล.พี่ทัชไม่มีความเกี่ยวข้องกับน้องตอนเด็กน้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.425K ครั้ง

2,563 ความคิดเห็น

  1. #2539 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:34
    เดี๋ยวนะ คืองงมากกกก ตอนนี้คือเขาจีบกันแบบเปิดเผยแล้วหรอ แถมยัยน้องเริ่มมีความอ่อยกลับแล้วนะ ยังไงซิคู่นี้ // เกือบมาม่าไปกับน้องแล้ว.แต่ถ้าเป็นอย่างที่ทัชพูด พ่อแม่น้องก็รักน้องมากจริงๆ // ขอบคุณเฉลยของไรท์ที่บอกว่าทัชไม่เกี่ยวข้องกับน้องในวัยเด็ก เราจะได้เลิกเดาสักที 55555 // แต่จ๋านี่สิ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่ทำให้น้องเป็นแบบนี้หรือป่าว
    #2539
    0
  2. #2457 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:24
    มาแล้วว
    #2457
    0
  3. #2437 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:15
    อยากรู้จังว่าเกิดไรขึ้นกะน้อง
    #2437
    0
  4. #2380 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 16:07
    เอาแล้ววว เข้าใกล้ปมของน้องแล้ว
    #2380
    0
  5. #2240 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 15:52
    เจอพี่จ๋าแล้ววว
    #2240
    0
  6. #2050 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 02:20
    จีบเก่งงง
    #2050
    0
  7. #1714 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 07:09
    คนช่วยไขปมน้องมาแล้ววววว
    #1714
    0
  8. #1350 Tualektuanoy_ (@rattanaporn28) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 10:05
    พี่หมอน่าจะไปเปิดร้านขนมครกนะคะ หยอดเก่งงงง
    #1350
    0
  9. #1116 TmwMixer (@mixerjam11-z) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 01:10
    จะได้รู้แล้วววว
    #1116
    0
  10. #446 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:32
    คนที่เกี่ยวน่าจะเป็นแฟนสามีจ๋า
    #446
    0
  11. #389 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 13:16
    พี่จ๋าจะมาช่วยคลายปมของน้องแตมใช่ไหม
    #389
    0
  12. #388 JJ_II_BB (@JJ_II_BB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 09:10
    ปม จะถูกคลายโดยพี่จ๋า???
    #388
    0
  13. #387 แมวว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 07:15

    เอามั่งๆ พี่จ๋าาา มาแว้ววววว

    #387
    0
  14. #386 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 01:31
    พี่จ๋าต้องมาคลี่ปมความกลัวของแตมได้แน่ๆ
    #386
    0
  15. #385 180126 (@180126) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 01:09

    ใช่พี่จ๋าพี่ข้างบ้านมั้ยยยยยยย

    #385
    0
  16. #384 ลูกชุบสีดำ (@leehyone) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:40
    จ๋าไหนอ่ะ ตัวละครใหม่มาแล้ววว
    #384
    0
  17. #383 yamakawaii (@yamakawaii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:34
    จะได้รู้ปมน้องแตมแล้วว
    #383
    0
  18. #382 Bcat(=•¥•=) (@Ohho_ok) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:31

    พี่จ๋าช่วนน้องด้วยน้าา

    #382
    0
  19. #381 ลอร์ดโวลเดอมอร์ (@edwerd) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:14
    เจอพี่จ๋าแล้ว พี่จ๋าจะพอรู้เรื่องน้องแตมมั้ยน้า
    #381
    0
  20. #380 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 23:13
    อยากรู้ปมตอนเด็กเลยจ้า
    #380
    0
  21. #379 PPsry (@PPsry) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:30
    ปมจะคลายรึยังน๊าาาา ทำไมแตมกลัวสัมผัส
    #379
    0
  22. #378 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:25
    ปมปัญหาของร้องจะเริ่มคลายแล้ว
    #378
    0
  23. #377 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:21
    พี่ทัชเก่งมากอ่า กราบบบบ
    //พี่จ๋าจะช่วยให้น้องคลายปมได้มั้ยน้า
    #377
    0
  24. #376 ampphns (@ampphns) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:14
    เก่งรอบด้านจริงๆ หมอทัชชข~
    #376
    0
  25. #375 littleant2208 (@littleant2208) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:04
    คุณหมอเก่งจริงๆ จับโจรเป็นด้วย อย่างนี้น้องแตมไม่ต้องกลัวคนจะมาทำร้ายแล้ว
    #375
    0