{Shot fic SingtoKrist} คลังเก็บความฟินเรือพีรญา

ตอนที่ 4 : เด็กน้อยวุ่นวายกับคุณชายเย็นชา 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 242 ครั้ง
    3 ก.พ. 61

{พาร์ทคุณชาย}


"คุณแม่ว่าไงนะครับ" ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน ได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามจากคนในบ้านและพ่อแม่ตัวเอง กินอาหารไทยแท้ๆที่ไม่ได้กินมาเป็นปีจนอิ่ม แม่ก็ตบหัวกันด้วยประโยคง่ายๆอย่าง


"ลูกต้องแต่งงานค่ะ" ง่ายมาก เหมือนกับบอกให้ผมไปซื้อไข่ที่ตลาด


ไม่สิ ซื้อไข่มันยากไป ผมไม่เคยไปเดินตลาดด้วยซ้ำ


"ผมได้ยินแล้ว แต่ผมไม่เข้าใจ ทำไมแม่ต้องให้ผมแต่งงาน แถมยังแต่งกับ..กับ"


"น้องคริสไงคะ"


"นั่นแหละ น้องคริสของแม่ มันเด็กผู้ชายไม่ใช่รึไง!!" ให้ตาย ถ้ารู้ว่ากลับมาแล้วแม่จะเป็นแบบนี้ หาเรื่องกลับไปเรียนต่ออีกสี่ห้าปี หาเมียอยู่ที่โน่นทำให้ท้องแล้วอุ้มลูกกลับมาดีมั้ย


ผมยังจำเด็กคนนั้นได้เลือนราง เด็กที่พ่อกับแม่ผมรับอุปการะตั้งแต่ตัวยังแดงเป็นทารก ตอนเด็กๆอ้วนจ้ำม้ำ ขี้มูกโป่ง แล้วก็อ่อนแอด้วย ตอนนั้นมันน่าแกล้งมาก ทำอะไรไปก็ไม่สู้กลับ จะฟ้องแม่กับพ่อผมยังไม่กล้าเลย เอาแต่ร้องไห้งอแง สุดท้ายผมรำคาญเสียงร้องก็เลยเลิกแกล้งไป


แต่นั่นมันสมัยผมเด็กๆ ตอนนี้ผมโตแล้ว เด็กนั่นก็คงโตแล้วเหมือนกัน


"ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ ลูกเองก็ไปโตที่ต่างประเทศ โลกนี้เปิดกว้าง ให้อิสระทางความคิดและเสรีภาพในการเลือกคู่ครองแล้ว จะหญิงจะชายไม่เกี่ยว ขอแค่มีใจรักใคร่กัน"


"แต่ผมไม่ได้รักเด็กคนนั้น"


"อยู่ๆไปก็รักกันค่ะลูก คนโบราณเค้าว่าไว้" ตกลงแม่จะหัวสมัยใหม่หรือสมัยเก่าเลือกเอาซักทางเถอะ


"แม่คิดอะไรของแม่อยู่ถึงได้อยากให้ผมแต่งงานกับเด็กคนนั้น ผมรู้ว่าแม่รักเด็กนั่นเหมือนลูกแท้ๆ ถ้าจะแบ่งสมบัติกันคนละครึ่งผมยังไม่เคืองเท่านี้เลย"


"เรื่องมันมีอยู่ว่า..." แล้วแม่ก็เล่าที่มาที่ไป เรื่องอยากให้ผมมีคู่ชีวิต เอาดวงไปให้หมอดูทำนาย แล้วก็ตู้มมม เด็กคนนั้นดวงแข็งสามารถอยู่กับผมแล้วส่งเสริมบารมีกัน บลาๆๆๆ


"สรุปว่าแม่เชื่อหมอดูงั้นเหรอ" ถึงผมจะหัวเสียมากแค่ไหนก็ไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราดใส่คนที่ให้กำเนิด คำพูดจะฟังดูเหมือนโวยวาย แต่จริงๆแล้วผมนิ่ง นิ่งมากๆเป็นโทนที่ปกติ


"ค่ะ แม่เชื่อ แม่เอาดวงลูกไปดูอีกสิบคนก็พูดแบบนี้ทุกคนเลย เพราะฉนั้นแต่งนะคะลูกขา"


"แล้วเด็กคนนั้นก็ยอมเหรอ"


"ไม่รู้ค่ะ แม่ยังไม่ได้คุย ตั้งใจว่าจะให้ลูกเป็นคนไปคุยเอง"


"ทำไมผมต้องเป็นคนไปคุยล่ะ แม่อยากให้แต่งแม่ก็จัดการเองสิ"


"อ้อ พูดแบบนี้แปลว่าลูกจะแต่งสินะคะ" แม่ยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา เห็นแล้วผมก็ต้องเลื่อนสายตาไปทางอื่น


"ผมยังไม่ได้พูดแบบนั้น เด็กนั่นก็ไม่ได้เจอมาตั้งกี่ปีแล้ว"


"เอาน่า ยังไงก็ลองคุยกับน้องดูก่อน ลูกจะต้องชอบน้องแน่ๆ เพราะคุณแม่รู้ใจลูกชายดี ว่าน้องคริสนี่แหละ สเป็คลูกเลย"


เห๊อะ ไอ้เด็กขี้มูกย้อยคนนั้นน่ะนะ


ผมเกือบจะเก็บอาการเค่นเสียงในลำคอกับค้อนแบบผู้หญิงเอาไว้ไม่อยู่ กลบเกลื่อนความไม่พอใจเอาไว้ภายใต้สีหน้านิ่งสนิท


ช่างเถอะ ตอนนี้แม่กำลังงมงายกับความเชื่อเก่าๆ เอาเรือไปขวางน้ำเชี่ยวก็มีแต่เรือจะพังเปล่าๆ ยังไงก็คงไม่ได้ให้แต่งวันนี้พรุ่งนี้หรอก ได้ข่าวว่าเด็กนั่นยังเรียนไม่จบม.ปลายด้วยซ้ำ เผื่อว่าผ่านไปสักพักแม่อาจจะเปลี่ยนใจไปเอง


"เห้อออออ ถ้าแม่มีเรื่องจะพูดแค่นี้ งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ"


"ได้ค่ะลูก แต่เย็นนี้อยู่ทานข้าวกับน้องคริสด้วยนะ แม่กับพ่อมีงานเลี้ยง สวีทกันเต็มที่เลยนะคะ ทางสะดวก คิคิ" แม่ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะส่งสายตาล้อเลียน คือแทนที่ผมจะเขิน แต่ตอนนี้...โคตรหงุดหงิด

 





ผมไม่ได้กินข้าวกับคนโปรดของแม่ตามที่ได้รับคำสั่งหรอก แต่ออกไปเจอเพื่อนข้างนอก มีดื่มแล้วก็พูดคุยกันนิดหน่อย เป็นเพื่อนที่เรียนอยู่ต่างประเทศด้วยกันนั่นแหละ บางคนก็กลับมาก่อนหลังจบปริญญาตรี มีผมคนเดียวที่เรียนต่อจนจบโท จนถึงดึกแต่ละคนก็แยกย้าย ผมเริ่มอาการเจทเลทด้วยเพราะเพิ่งกลับมาถึงวันแรก พอเอ่ยชวนเพื่อนๆมางานเลี้ยงวันพรุ่งนี้แล้วก็ขับรถกลับบ้าน


ห้าทุ่มกว่าแล้ว ในบ้านปิดไฟมืดสนิท พ่อกับแม่น่าจะยังไม่กลับจากงานเลี้ยง ส่วนเด็กนั่นก็คงจะเข้านอนไปแล้วล่ะมั้ง ถ้าเดาไม่ผิดการได้อยู่เป็นลูกรักคนเดียวในบ้าน แม่ก็ทั้งโอ๋ทั้งเอาใจอย่างนั้น ตอนนี้คงกลายเป็นเด็กนิสัยเสียที่หน้าเชิดๆเริ่ดๆ แล้วก็ดีใจจนเนื้อเต้นล่ะมั้งที่จะได้แต่งงานกับผม ไม่อย่างนั้นอย่างน้อยก็ต้องมีคัดค้านบ้างล่ะ ไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่รู้เรื่องที่จะถูกจับแต่งงานกับผมจริงๆ


ผมยังไม่ได้เดินขึ้นห้องนอน เพราะตอนนี้ท้องเริ่มร้องด้วยความหิว เมื่อกี้ก็ดื่มกันอย่างเดียวไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าในครัวจะยังมีอะไรเหลือให้ทานรึเปล่า


แล้วก็โชคดี เหมือนจะยังมีเด็กรับใช้ทำกับข้าวอยู่ แบบนี้ผมคงรอดละ


ฟึ่บ


กำลังจะเดินเข้าไปสั่งให้ทำอาหารให้ตัวเอง แต่คนที่ยืนหน้าเตากลับตัวสั่น หันหลังกลับด้วยความเร็ว ฟาดบางอย่างลงมาแบบหลับหูหลับตาไปมั่วๆ ดีนะที่ผมรับเอาไว้ทัน ความหิวบวกเหนื่อยทำให้รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ส่งเสียงดุๆกลับไป


"จะทำอะไรน่ะ"


คนที่จะทำร้ายผมเป็นเด็ก เด็กคนนึงที่ขาวโพลนไปทั้งตัว สูงไม่ถึงไหล่ผมด้วยซ้ำ ดวงตากลมๆใสซื่อเบิกกว้าง ก่อนจะร้องขึ้นมาดังลั่น


"คะ คุณ คุณ คุณสิงโต!!!"


"คราวหน้าดูก่อนนะแล้วค่อยตี" ผมปล่อยมือออกจากข้อมือนุ่ม ผิวเนียนชะมัด ยืนใกล้ๆแบบนี้ได้กลิ่นหอมอ่อนๆที่ไม่ใช่น้ำหอมด้วย ยังเด็กอยู่มากแต่ถ้าร้องเรียกชื่อกันถูกแบบนี้คงจะเป็นลูกคนงานซักคนในบ้านล่ะมั้ง


ที่บ้านผมมีคนงานเยอะมาก ทั้งคนใช้คนสวน แม่ดูแลยันครอบครัว ให้ย้ายมาอยู่ที่เรือนด้านหลังด้วยกัน เมื่อก่อนผมก็เห็นมีลูกๆคนงานเล็กๆเยอะอยู่นะ ป่านนี้ก็คงโตกันหมดแล้ว


"ขะ ขอโทษครับ คือ ผม ผมคิดว่าเป็นโจร"


"ถ้าฉันเป็นโจร เธอคงตายไปนานแล้วล่ะ ยืนอยู่ตั้งนานเพิ่งจะรู้สึกตัวแบบนี้"


"ผม ตอนแรก ผมคิดว่าเป็นผีนี่ เลยไม่กล้าหันกลับไป ใครจะคิดว่าคุณชายจะเดินมาในครัวเล่า" เด็กนี่เถียงเสียงอ่อนแบบกล้าๆกลัวๆ หน้าใสง้ำงอเล็กน้อยพร้อมกับค้อนจางๆที่ผมรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับผู้ชาย แต่ทำไมถึงได้เหมาะกับคนตรงหน้านัก


"ฉันน่ะเหรอผี หึ เด็ก" มีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่กลัวผีน่ะ


"คุณ!!!"


"กล้าขึ้นเสียงใส่ฉันเหรอ" ผมขมวดคิ้วตีหน้านิ่งใส่ เด็กนี่ก็จ๋อยไปเลย


"ขอโทษครับ"


"ดี ทำอะไรให้กินหน่อยสิ ฉันหิว"


"หืม? คุณไม่ได้กินมาจากข้างนอกแล้วเหรอ"


"ถ้าฉันกินมาแล้ว ฉันจะให้เธอทำให้กินอีกมั้ย คิดสิ"


"คนอะไรปากจัดชะมัด" เสียงงึมงำแผ่วเบาจากคนที่หันหลังกลับไปที่เตาแล้ว


"พูดว่าอะไรนะ"


"เปล่าครับ บอกว่าคุณไปอยู่เมืองนอกตั้งนาน จะทานอาหารรสจัดได้รึเปล่า"


"หึ" ผมก้าวขาขยับไปยืนชิดแผ่นหลังเล็ก คนตรงหน้าตัวแข็งค้างจนแทบจะลืมหายใจ มองผ่านไหล่ไปยังใบหน้าจิ้มลิ้มเห็นว่าดวงตากลมโตนั่นปิดแน่น แก้มป่องๆดูนิ่มนวลน่าสัมผัสชะมัด


เหมือนเด็กทารก


ผมโน้มหน้าลงไปใกล้ๆใบหูที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เป่ารดลมหายใจร้อนๆให้อีกคนได้สะดุ้งเล่น มือขาวกำตะหลิวแน่นจนสั่น แต่ก็ยังไม่กล้าขยับหนีไปไหน หรือไม่ก็กลัวจนขยับตัวไม่ได้


น่าแกล้ง


ความคิดที่ทำให้กระซิบเสียงทุ้มด้วยการแนบริมฝีปากไปชิดริมหู


"ถ้าฉันปากจัด เธอก็แถเก่ง"


และ


ฟอดดดดดดด


"อ๊ะ" คนตกใจร้องเบาๆ ยกมือข้างที่ว่างขึ้นจับแก้มตัวเอง ตาโตเบิกกว้างหันกลับมามองหน้าผม


"รีบๆทำเข้าล่ะ ฉันหิว จะนั่งรอที่ห้องอาหาร" ผมเดินผิวปากออกไปจากห้องครัว ไม่สนใจเสียงตะหลิวที่หล่นลงกระทบพื้น อันที่จริงก็แอบสนใจนิดหน่อย ว่าเด็กนั่นจะหยิบขึ้นมาผัดข้าวต่อหรือว่าล้างก่อน

 




เพราะว่ายังปรับเวลาไม่ทัน เมื่อคืนเลยเกิดอาการนอนไม่หลับจนถึงเช้าวันนี้ ผมลุกออกไปวิ่งที่สนามหน้าบ้านจนถึงเกือบหกโมงเช้า เดินเข้าบ้านก็เจอกับแม่ที่ลงบันไดชั้นสองมาพอดี


"ตื่นเช้าจังเลยค่ะลูก แต่ดีแล้ว มาทานอาหารเช้าด้วยกันนะ"


ผมพยักหน้ารับ เดินตามแม่เข้าไปในห้องอาหาร มีพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่ที่หัวโต๊ะแล้ว คนรับใช้บางส่วนก็กำลังเตรียมจัดโต๊ะกันไป เผลอกวาดตามองหาเผื่อว่าจะเจอกับเด็กคนเมื่อคืน


เมื่อคืนพอเอาอาหารมาวางให้เสร็จ เด็กคนนั้นก็หายไปเลย ผมไม่ได้สนใจว่าหายไปไหนด้วยสิ กินเสร็จก็ขึ้นห้องนอน ลืมกระทั่งจะถามว่าชื่ออะไร คิดว่ายังไงอยู่บ้านเดียวกันเดี๋ยวก็คงเจอกันอยู่ดี


แต่ไม่ยักจะเห็นแฮะ


"จิ๋ว คุณคริสลงมารึยัง" แม่เรียกคนรับใช้คนนึงที่เพิ่งเดินมาจากทางครัว ชื่อที่อยู่ในบทสนทนาทำให้อดจะเซ็งไม่ได้


"ลงมาแล้วค่ะคุณผู้หญิง อยู่ในครัวกำลังจะทานข้าว"


ทานข้าวในครัว???


"ไปบอกว่าวันนี้ให้มาทานที่ห้องอาหารนะ บอกว่าชั้นสั่ง รีบไปเร็วเดี๋ยวทานเสร็จก่อนพอดี"


คนรับใช้รับคำแล้วรีบกลับไปทางเดิม จากนั้นแม่ก็หันมาทางผม คงจะเห็นสีหน้าสงสัยของผมล่ะมั้งถึงได้อธิบายพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะหน่อยๆ


"เด็กคนนั้นน่ะไม่ไหว ชอบแอบไปกินข้าวในครัวไม่ยอมร่วมโต๊ะด้วยกัน แล้วก็เอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นคนรับใช้ พูดยังไงก็ไม่ยอมฟังพาเอาคนอื่นๆหัวปั่นไปหมด"


"เหรอครับ" สร้างภาพรึเปล่า ไม่น่าจะไม่รู้นะว่าแม่ผมเอ็นดูแค่ไหน


"วันนี้ไหนๆลูกก็ตื่นเช้าแล้ว ขับรถไปส่งน้องที่โรงเรียนหน่อยสิ"


"ว่าไงนะครับ"


"จะได้ทำความรู้จักสนิทสนมกันไว้ไง ตอนเย็นก็ไปรับด้วย แล้วก็พาไปงานเลี้ยงต้อนรับลูกพร้อมกัน พ่อกับแม่จะล่วงหน้าไปก่อน ลูกต้องรอน้องนะ ไม่อย่างนั้นน้องคงไม่ยอมไป"


"มะ..." ผมกำลังจะตอบปฏิเสธ ทั้งเรื่องไปรับไปส่งที่โรงเรียน หรือเรื่องงานเลี้ยง แต่สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นเด็กเมื่อคืนที่อยู่ในชุดนักเรียน เดินเรียบร้อยเข้ามาซะก่อน แล้วแม่ก็เลิกสนใจผมหันกลับไปหาเด็กคนนั้นด้วยรอยยิ้ม พูดจาด้วยเสียงอ่อนหวาน


"มาแล้วเหรอคริส เมื่อวานป้าไม่ได้บอกเหรอว่าวันนี้ให้มาทานข้าวเช้าที่โต๊ะอาหาร พี่เค้าเพิ่งกลับมาควรจะเจอหน้ากันบ่อยๆนะ"


"ขอโทษครับคุณป้า พอดีวันนี้คริสต้องรีบไปโรงเรียนเลยตั้งใจว่าจะรีบกินแล้วรีบไปน่ะครับ"


คริส........เด็กในครัวเมื่อคืนแทนตัวเองว่าคริส แม่ก็เรียกว่าคริส


อย่าบอกนะว่าเด็กนี่...คือว่าที่เจ้าสาวของผม


"นั่งก่อนสิ นั่งข้างๆพี่เค้าโน่น" แม่พยักเพยิดหน้าให้เด็กตัวขาวนั่นมานั่งฝั่งเดียวกับผมทั้งที่เจ้าตัวกำลังจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆแม่ คนฟังก็ว่าง่ายยอมย้ายมาแต่โดยดี


"หึ เล่นละครเนียนเชียวนะ" ผมหันไปกระซิบกับคนที่กำลังนั่งลงข้างๆเบาๆ


"อะไรครับ?"


"ยังมาทำหน้างงอีก เมื่อวานไง ที่หลอกให้ฉันเข้าใจว่าเธอเป็นเด็กรับใช้ในบ้าน ไม่บอกกันซักคำว่าเธอคือเจ้าสะ...เอ่อ ว่าเธอชื่ออะไร"


"คุณชายไม่ได้ถามนี่ครับ อีกอย่างผมก็เป็นคนใช้จริงๆ"


ผมน่าจะเอะใจ เมื่อวานเด็กนี่ก็หลุดเรียกผมว่าคุณชายมาทีนึง ที่จริงผมไม่ได้มียศเป็นคุณชายอะไร และคนเดียวที่เรียกก็คือคริส เมื่อก่อนตอนเด็กๆผมคิดว่ามันเท่ดีก็เลยบังคับให้เค้าเรียกแบบนั้น


"แหม คุยกันท่าทางสนิทสนมเชียวนะ นี่เมื่อวานคงเจอหน้ากันแล้วก็กินข้าวด้วยกันแล้วสิ ป้าบอกให้ตาสิงอยู่ทานข้าวเย็นกับคริส พี่เค้าอยู่ใช่มั้ยลูก"


ซวยล่ะ ผมออกไปเจอเพื่อนด้วยสิ ถ้าแม่รู้ว่าไม่ได้อยู่กินข้าวคงโดนบ่นยาวแน่


"เอ่อ...คุณ คุณป้าทานผักนี่ดีกว่านะครับ คริสทำน้ำสลัดเองเลย ตามที่คุณป้าสอนมา"


"............" ไม่บอก?


"ขอบใจจ๊ะ คริสก็รีบทานเถอะ รีบไปเรียนไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวให้พี่เค้าขับรถไปส่งนะวันนี้"


"แค่กๆๆ ว่าไงนะครับ" คนฟังถึงกับสำลักน้ำที่ยกขึ้นจิบ จากนั้นก็พูดค้านเสียงอ่อน "คือคริสไปเหมือนเดิมก็ได้นะครับคุณป้า"


"ทำไม" เป็นผมเองที่ถามคำถามนี้แทนแม่ ไอ้ท่าทางเหมือนไม่อยากจะอยู่ใกล้นี่คืออะไรกัน


ทั้งๆที่ผมหล่อ รวย ใครๆก็ต่างอยากได้ แต่เด็กนี่กลับทำเหมือนผมเป็นตัวเชื้อโรคที่ไม่ควรเข้าใกล้ เห็นแล้วก็หงุดหงิด พอส่งเสียงดุก็มาทำสะดุ้งให้แม่ดุผมต่ออีกทอด


"พูดดีๆสิตาสิง น้องไม่ชอบคนเสียงดังหรือดุ น้องเป็นเด็กหัวอ่อน" เชอะ เล่นละครรึเปล่าวะ ผมว่าผมไม่ได้เสียงดังอะไรเลยนะ แค่ถามเสียงเข้มกว่าเดิมนิดนึง นิดเดียวเท่านั้นเอง ทำมาเป็นขวัญอ่อน เมื่อคืนก็ทีนึงแล้ว นิดๆหน่อยๆก็ทำตกใจ


"มะ ไม่เป็นไรครับคุณป้า" นางเอกมาก พอทำเหมือนผมแกล้งเสร็จก็ออกโรงปกป้อง


"ตาสิง ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้เลย"


"ขอโทษ" ผมบอกห้วนๆก่อนจะก้มหน้ากินข้าวของตัวเองไป


แม่ก็หันไปผูกขาดบทสนทนากับเด็กนั่นแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องสมัยเด็กของผมกับเด็กนั่นแหละ พี่สิงอย่างนั้นน้องคริสอย่างนี้ มโนไปเองล้วนๆ ความทรงจำอย่างเดียวที่จำได้ คือผมชอบแกล้งเด็กอ่อนแอที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งแต่ก็รำคาญเสียงงอแงจนต้องเอาขนมยัดปากไปให้หยุดร้อง แต่แม่กลับพลิกคดีจนกลายเป็นว่าเราเล่นกันอย่างสนุกสนานพอน้องร้องไห้ผมก็โอ๋ปลอบใจ....แม่ควรไปแต่งนิยายขายมากกว่าทำธุรกิจนะ


 



"ขึ้นรถ" ผมยืนพิงรถยนต์ของตัวเองที่จอดอยู่หน้าบันไดบ้าน มองนิ่งๆไปยังเด็กน้อยในชุดนักเรียนม.ปลายที่กระโดดลงบันไดมาอย่างสบายอารมณ์ ริมฝีปากสีชมพูฮัมเพลงเด็กอนุบาลไปด้วย มันอายุเท่าไหร่แล้วเหอะ อีกไม่กี่เดือนก็เข้ามหาลัยแล้ว ถ้าไม่ใช่ส่วนสูงร้อยหกสิบเจ็ดสิบนี่ผมคงต้องเลี้ยวไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลหน้าปากซอยแทนโรงเรียนมัธยม


"เอ่อ ผม ผมไปเองก็ได้ครับ"


"บอกให้ขึ้นรถ" พูดจบผมก็หมุนตัวขึ้นไปนั่งหน้าพวงมาลัย เด็กนั่นทำท่าลังเลเจอสายตาดุๆเข้าไปก็รีบเดินตัวลีบมาขึ้นรถ ปิดประตูเสียงเบาและเงียบกริบ


ในรถไม่มีเสียงพูดคุย มีแต่บรรยากาศที่น่าอึดอัด ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะมาส่งหรอกนะ แต่มีเรื่องที่จะต้องคุยกันให้เข้าใจ คุยที่บ้านก็ไม่ได้เดี๋ยวแม่ได้ยินเข้าก็เป็นเรื่องอีก


"ขอบคุณครับ" รถจอดหน้าโรงเรียน เด็กม.ปลายก็ยกมือไหว้แล้วทำท่าว่าจะลง ผมคว้าข้อมือทันดึงให้หันกลับมา เจ้าของมือก็สะดุ้งเฮือกพยายามจะสะบัดออก เห็นแบบนั้นผมเลยกำแน่นขึ้น


"อย่าเพิ่งไป"


"คุณ คุณสิงโตมีอะไรครับ"


"ทำไมเมื่อกี้ไม่บอกแม่ว่าฉันไม่ได้อยู่กินข้าวด้วยเมื่อวานเย็น"


"แล้วทำไมต้องบอกครับ?" คนตอบทำหน้าซื่อตาใสเอียงคออย่างไม่เข้าใจ


"ก็ทำให้ฉันถูกดุเหมือนเรื่องที่ขึ้นเสียงใส่เธอไง"


"ผมไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก ก็แค่คิดว่าผมเองก็ไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นเหมือนกัน เพราะงั้นก็ถือว่าแล้วกันไป อีกอย่างผมก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณป้าสั่งคุณมาแบบนั้น"


"หึ เล่นบทนางเอกอยู่ไง ต่อให้เธอทำตัวแสนดีแค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับเธอหรอก จำเอาไว้"


"แต่งงาน????" เด็กนี่ทำตาใสซื่ออีกครั้ง ผมเกือบจะหลงเชื่อแล้วว่าไม่รู้จริงๆ แต่ยังไงผมก็ไม่เชื่อหรอก ดีไม่ดีเป็นเจ้าตัวเองนั่นแหละที่เสนอตัวอยากจะเป็นเจ้าสาวของผมน่ะ


"เธอรู้ใช่ไหมว่าแม่เตรียมเจ้าสาวเอาไว้ให้ฉันแล้ว และอยากให้ฉันแต่งงานให้เร็วที่สุด"


"คะ ครับ ก็พอรู้ครับ" เห็นมั้ยล่ะ


"และคนๆนั้น...ก็คือเธอ"


"ผมเหรอ!!!" ท่าทางตกใจระดับออสก้าต้องรีบเอาถ้วยรางวัลมายัดมือ คริสอ้าปากช็อคตาโต


"ใช่ เธอคือคนที่แม่เลือก แม่บอกว่ายังไม่ได้คุยกับเธอให้ฉันมาคุยเอง แต่ฉันคิดว่าจริงๆเธออาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้" ผมมองและพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกใส่คนที่สติหลุดไปแล้ว


"ผม ผม ไม่รู้"


"ตอนนี้ก็ถือว่ารู้แล้วนี่ เธอจะทำยังไง"


ผมหยั่งเชิง ถ้าเล่นบทนางเอกก็คงจะตะโกนใส่หน้าว่าไม่แต่ง ไม่มีทางแต่งงานกับผม เพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะยังไงแม่ก็ยืนยันหนักแน่นแล้วว่าจะให้ผมแต่งงานกับคริสเท่านั้น ส่วนพ่อก็ตามใจแม่ คิดแล้วมันน่าไปจัดการไอ้หมอดูอะไรนั่นจริงๆ


"ก็....ผม แล้วแต่คุณป้าครับ" คริสตอบหลังจากก้มหน้าเงียบไปพักนึง


คำตอบที่ทำให้ผมอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง


"หึ เธอนี่มันมาเหนือจริงๆ คงคิดว่าถ้าโวยวายคัดค้าน คุณแม่อาจจะยอมเปลี่ยนใจสินะ ถึงได้ยอมง่ายๆแบบนี้ ทำไม อยากเป็นเมียฉันจนตัวสั่นเลยรึไง"


"ผมเปล่า!!"


"แต่เธอก็ยอมแต่ง!! อย่ามาโกหกหน่อยเลยว่าไม่อยากแต่งงานกับฉัน เธอคงหวังสมบัติ เงินทอง หรือความสุขสบายจากการเป็นเจ้าสาวของฉันล่ะสิ ถึงได้ยอมง่ายๆทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นผู้ชาย ยังกล้าจะยอมรับเรื่องบ้าๆนี่อีก"


"คุณเข้าใจผิดแล้ว ที่ผมยอมเพราะผมอยากจะทดแทนบุญคุณคุณลุงคุณป้าที่เลี้ยงดูผมมาต่างหาก ต่อให้ท่านสั่งยังไงผมก็ต้องทำ"


"โกหก เธอมันโกหก" ผมตะคอกออกไปจนคนฟังสะดุ้ง แต่พอมองหน้าใสๆที่เริ่มมีหยดน้ำตาไหลลงมา อยู่ๆใจก็สงบลงไปมาก


ไม่ได้ ผมจะยอมให้เกิดเรื่องบ้าๆนี่ไม่ได้ เลยยกยิ้มที่มุมปากเค่นหัวเราะทีนึงให้คนก้มหน้าต้องเงยขึ้นมามองกับอารมณ์ที่พลิกกลับไปมาแทบจะทุกวินาที


"หึ รู้แล้ว หรือว่าจริงๆแล้วเธอน่ะ.....แอบชอบฉันอยู่"


"หา?????" คริสแกล้งทำตกใจได้แนบเนียนมาก อยากจะรู้จริงๆว่าจะทำตาใสซื่อไปได้อีกนานแค่ไหน


"นั่นสินะ ฉันก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไป เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่ก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ เธออาจจะแอบชอบฉัน หลงรักฉันอยู่ ถึงได้ยอมแต่งงานง่ายๆแบบนี้"


"มะ ไม่ ไม่จริง ผมไม่ได้ชอบคุณนะคุณชาย"


"อย่าปฏิเสธเลยน่า นี่คงอยากจะได้ฉันเป็นสามีจนตัวสั่นเลยสินะ เอาเถอะ จะสงเคราะห์ให้ก็ได้"


ว่าแล้วผมก็กระชากข้อมือเล็กเข้าหาตัว คนไม่ทันตั้งตัวถลาปลิวเข้ามาซบกับแผ่นอก เด็กนี้ดิ้นไปมาพยายามจะถอยออก ผมใช้มือข้างที่จับข้อมือปล่อยออกแล้วเปลี่ยนไปรั้งเอวเล็กเข้าหาตัวแนบชิดกว่าเดิม กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนแป้งเด็กลอยมาแตะจมูก ดวงหน้าใสมีน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลาจนน่าจะขยี้ให้แหลก


ผมเชยปลายคางเรียวขึ้นแล้วบดเบียดริมฝีปากลงไปบนกลีบปากสีชมพูสด


นุ่ม...หอม...หวาน


"อื้ออออออออออ" คนตัวเล็กร้องประท้วงหลังจากที่เงียบไปพักใหญ่ ปล่อยให้ผมตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจจนเพลิน ผมรั้งต้นคอคนที่เพิ่งได้สติแล้วจูบย้ำๆลงไปแบบนั้น ขบเม้มริมฝีปากนุ่มซ้ำไปซ้ำมา จมอยู่กับความใสบริสุทธ์ของเจ้าของริมฝีปากจนลืมที่จะออกแรงบีบบังคับ


ผลั่ก!


เพี้ยะ!


เจ้าตัวเล็กได้โอกาสนั้นผลักผมออกห่าง ตามด้วยฝ่ามือเล็กๆที่ฟาดลงมาบนใบหน้า ดวงตาแดงก่ำพอๆกับริมฝีปากที่เจ่อบวม


"คุณ ฮึก คุณมัน"


"หึ ทำไม ติดใจล่ะสิ ชอบใช่มั้ย ฉันจูบเก่งนะ" ผมเช็ดเลือดที่มุมปากตัวเองออก แสยะยิ้มกวนๆส่งไปให้


"คุณมันบ้า!!" พูดจบคริสก็วิ่งลงจากรถไป


รอยยิ้มสะใจของผมหายไปพร้อมกับที่คนตัวเล็กหันหลัง ความรู้สึกผิดเข้ามาแทนที่เล็กน้อย แต่ก็สามารถปัดมันออกไปจากความคิดได้แทบจะทันที ยังไงก็ไม่มีทางเชื่อหรอกว่าคนๆนึงจะยอมแต่งงานได้ง่ายๆเพียงเพื่อทดแทนบุญคุณ


ผมจะไม่มีวันยอมให้เรื่องบ้าๆนี่เกิดขึ้นแน่ ผมจะต้องทำอะไรซักอย่าง...เพื่อให้การแต่งงานนี่ล้มเลิกไป



...................................................

เมเดย์ๆ พบคนไม่รู้ใจตัวเองหนึ่งอัตรา 555555

บอกแล้วว่าพล็อตตลาดมากกก แต่ฮาดีเอาไว้แก้เครียดเวลาแต่ง หัวใจสองภพ

เพราะอันนั้นยากม๊ากกกกกกกกก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 242 ครั้ง

576 ความคิดเห็น

  1. #423 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:07
    สิงนิสัยเสียแกล้งน้อง
    #423
    0
  2. #328 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:15
    เฮ้อ! เบื่อจริงๆ เลยพวกปากกับใจไม่ตรงกันเนี้ย ปากก็บอกไม่รักไม่ชอบเขา แต่พอเขาไม่สนใจก็ตามวอแวพอโดนว่าก็ขโมยจูบเขาอีก จูบเฉยลงโทษไม่ว่านี้เล่นจูบแบบจะกลืนกินได้ก็จะทำไปแล้ว 
    #328
    0
  3. #313 nunyjan (@nunymind) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:15
    ใจร้าย ระวังตกหลุมขึ้นบมาไม่ได้นะคุณสิงโต
    #313
    0
  4. #299 aumasp (@aumasp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:20
    พี่สิงโตใจร้ายยยย พูดแบบนั้นกับน้องคริสได้ยังงายยนย เราอินน
    #299
    0
  5. #244 creamsarang (@creamsarang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:07
    โหดร้าย หลงตัวเองมากอ่ะพูดเลย
    #244
    0
  6. #229 nuying88 (@nuying88) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:03
    แง๊ คนใจร้ายยยยยย
    #229
    0
  7. #105 สุวรรณา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:17
    จากทอล์ค / รัก SweetyN มากกกก เอาใจรีดเก่ง

    หัวใจสองภพก้อ สนุก สรุป สนุกทุกเรื่องที่ไรท์แต่งแหละ ชอบ มว่าากกกกก
    #105
    0
  8. #82 ryokiller13 (@ryokiller13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:57
    ข่นใจร้ายยยยยยย ทำไมต้องรุนแรงกับน้องคริส อย่าให้ได้รู้ใจตัวเองนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นหลงไม่ลืมหูลืมตา ชิ!
    #82
    0
  9. #80 Parnko0422 (@0611619924) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:23
    น่าจะหลงมากแล้วด้วยนะคุณชายสิงต้วน
    #80
    0
  10. #79 180126 (@180126) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:38
    โอยยยยยรอต่อไปเนาะฮรึก😂
    #79
    0
  11. #78 Atchyfone (@Atchyfone) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:05
    คุณชายใจร้าย เดี๋ยวตอนหลังได้ตามติดคุณคริสแจ
    #78
    0
  12. #76 nongpe41 (@nongpe41) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:15
    งื้ออออออ ทำไมคุณชายเย็นชาต้องแอบหอมแก้มน้องคริสด้วยอะ
    "แค่กๆๆ ว่าไงนะครับ" คนฟังดึงกับสำลักน้ำที่ยกขึ้นจิบ แก้ดึง เป็นถึง น่าจะดีนะ ^_^ แซวเล่นนะคะ อย่าโกรธเค้าน๊าาาาาา
    #76
    0
  13. #74 nicharee277 (@nicharee277) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:41
    น่ารักอะ
    #74
    0
  14. #73 kristkatt (@kristkatt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:38
    เเงงงง อยากอ่านอีก
    #73
    0
  15. #72 taey0505 (@taey0505) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:39
    โอ้โหวววคุณชายยย ระวังนะ ระวังจะหลงรักนะ5555555 ชอบบ รอเบยยย
    #72
    0
  16. #71 natthapoxn (@natthapoxn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:34
    หมั่นไส้จริ๊ง
    #71
    0
  17. #70 bestapinya (@bestapinya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:26
    หมั่นไส้คุณชายเหลือเกิน
    #70
    0
  18. #69 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:59
    คุณชายมั่นหน้ามากกกกกกกกกกกกกกกก มากเว่อร์
    #69
    0
  19. วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:39
    โอ้ย!!!! หมั่นไส้ละเกินจะคอยดูวันที่รักน้องหึ่ยยยยหมั่นไส้จริงๆ
    #68
    0
  20. #67 onc_nami (@oummy-nc) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:31
    อิพี่สิ๊งงงงงงงงง จริงๆก็คงจะชอบน้องได้ไม่ยากแหละถ้าแม่ไม่บอกเรื่องแต่งงานก่อน อคติบังตาล้วนๆ เดี๋ยวฉันจะรอดูวันที่เธอหลงรักน้องจนโงหัวไม่ขึ้น หมันไส้!!!
    #67
    0
  21. #66 boa8059 (@boa8059) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:27
    พี่สิงโตเอาความมั่นใจมาจากไหน..
    #66
    0
  22. #65 PlaYgRoUnD_014 (@koryah14) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:11
    ความมั่นหน้าของพี่สิงนี้ เดี๋ยวจิตกหลุมรักน้องโดยมิรู้ตัว หึหึไรท์บอกพล็อตตลาด แต่มันสนุกมากนะคะ น่าทำเป็นเรื่องยาว
    #65
    0
  23. #63 Pai_rr (@Pai_rr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 21:28
    อย่าทำน้องงพี่สิงแกล้งน้องทำมายยยย
    #63
    0
  24. #62 Hdjvd (@Hdjvd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 21:23
    แต่งเป็นเรื่องยาวเลยได้มั๊ยไรท์ สนุกอ่าาา ชอบแนวนี้
    #62
    0
  25. #61 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 21:04
    สนุกมากกกกก แต่งเป็นเรื่องยาวเลยได้มั้ยคะ รอตอนต่อไปค่ะ
    #61
    0