Super Rookie ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย SS2 [SingtoKrist]

ตอนที่ 7 : ซันพี : ความเจ็บปวด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    13 ม.ค. 60


พี


          ตอนเด็กๆผมไม่มีเพื่อนเลยซักคน เพื่อนร่วมชั้นก็เอาแต่เรียก ไอ้เนิร์ดบ้าง ไอ้แว่นบ้าง แล้วก็พากันแกล้งผม มีแค่พี่คริสคนเดียวเท่านั้น ที่ยอมเล่นด้วย ถึงผมจะเห็นว่าพี่คริสแอบทำสีหน้ารำคาญบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยขัดใจอะไรผมเลย ยอมตามใจผมมาตลอด พี่คริสเป็นคนดี เป็นรักแรกของผม


          พอถูกที่บ้านส่งไปเรียนประจำที่อังกฤษ สามปีนั้นผมก็ตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองคู่ควรกับพี่คริส เพื่อที่จะกลับมาขอเค้าเป็นแฟน แล้วก็ต้องมาเจอความจริงที่ว่า พี่คริสมีแฟนแล้ว


          วันที่บังเอิญไปเจอกันที่ชานชลาเพราะพวกเพื่อนๆผมเลี้ยงต้อนรับที่ผมกลับมาเมืองไทย ผมคิดว่ามันคือพรหมลิขิต เราสองคนจะต้องเป็นคู่กันแน่ๆ วันแรกที่ผมเหยียบประเทศไทยก็เจอกับรักแรกของตัวเองทันทีแบบนี้ พี่คริสตอนเมาน่ารักมาก จริงๆผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำอะไรแบบนั้นกับพี่เค้าหรอก แค่จะพาไปพักให้สร่างเมา เพราะกลัวว่าพาเข้าบ้านไปตอนนั้น คุณป้าจะดุเอา แต่พี่คริสเมาแล้วเลื้อยมาก ทั้งโอบทั้งกอด ทำผมใจเต้นแรง แล้วก็เผลอทำอะไรบ้าๆลงไปจนได้


          พอเจอกันครั้งแรกประทับใจด้วยความติดลบแบบนั้น ผมก็เลยรับสมอ้างว่าผมตั้งใจจะพาพี่คริสเข้าโรงแรม แล้วก็หาเรื่องขู่เพื่อให้ตัวเองได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพี่คริสบ้าง ทำตัวเจ้าเล่ห์ทั้งที่จริงๆนั่นไม่ใช่ตัวผมเลย ผมเดินเกมส์ผิดไป นอกจากจะไม่ได้หัวใจ ผมยังถูกเกลียด


          "ขอไวน์อีกขวดครับ" ผมยกเลิกเมนูอาหารทั้งหมด แล้วนั่งดื่มไวน์คนเดียวเงียบๆ


          "พอแล้วล่ะมั้ง เราน่ะเมาแล้วนะ น่าจะยังอายุไม่ถึงรึเปล่า" คนที่ผมลืมไปแล้วว่ายังนั่งอยู่ตรงนี้ ยกมือห้ามพนักงานเสิร์ฟครั้งเดียว พวกนั้นก็ถอยหลังออกไปไม่ยอมรับออเดอร์ไวน์ผมเพิ่มเลย


          "พี่จะมายุ่งทำไม ผมมีปัญญาจ่ายก็แล้วกัน" ผมมองอย่างหงุดหงิด นี่ร้านมันใช่มั้ยวะ คิดว่าหน้าเด็กๆอย่างผมคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินสินะ


          "ถึงจะมีเงินจ่าย ก็ไม่ได้ครับ เป็นเด็กอย่าเพิ่งรีบดื่มเลยนะ เอาไว้ให้โตกว่านี้ พี่จะเลี้ยงเหล้าชุดใหญ่เลย ตกลงมั้ย"


          "ไม่ตกลงเว้ย ทำไมทุกคนชอบทำท่าเหมือนผมเป็นเด็กด้วยวะ ทำไมกัน เด็กไม่มีหัวใจรึไง ผมทำผิดอะไรพี่คริสถึงไม่ยอมรอผม" ผมฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ทำไมเดทแรกต้องล่มด้วยวะ ต่อไปนี้ผมจะหาทางไหนเข้าใกล้พี่คริสได้อีก ดูเค้าโกรธผมมากเลย


          "คงจะผิดตั้งแต่ที่คิดจะข่มขู่เค้าแล้วล่ะมั้ง วิธีแบบนั้นน่ะ มีแต่เด็กๆที่ทำกัน มันไม่มีทางได้หัวใจเค้ามาหรอกนะ" ไอ้บ้านี่หน้านิ่งชะมัด แถมยังมาทำตัวเป็นผู้ใหญ่สั่งสอนเด็กอีก รู้จักกันแค่เมื่อกี้นี่เอง ยุ่งอะไรด้วยวะ

เดี๋ยวสิ มันเป็นเพื่อนพี่คริสใช่มั้ย


          "นี่พี่ บอกจุดอ่อนพี่คริสให้หน่อยสิ อะไรที่จะทำให้เค้ายอมทำตามผมทุกอย่าง อะไรที่จะทำให้พี่คริสรักผม^^" ผมเปลี่ยนแผน เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้ บางทีอาจจะสืบเรื่องของพี่คริส จากผู้ชายคนนี้ได้ ก็ได้นะ


          สามปีมานี้ผมไม่ค่อยได้ข่าวของพี่คริสเลย พี่เค้าไม่อัพรูปลงโซเชียล ไม่มีเฟสบุ๊ค อินสตราแกรม มีแค่ไลน์ที่ผมไม่รู้ว่าไอดีอะไร ผมเคยถามเรื่องพี่คริสจากแม่ แม่ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะท่านไม่ว่างสนใจอะไรนอกจากงาน แม้แต่ลูกแท้ๆยังไม่ว่างเลี้ยง ต้องส่งไปเรียนประจำที่อื่นเลย


          "บอกแล้วไง ว่าทำแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำไมไม่ตัดใจซะล่ะ ไอ้คริสน่ะ มันคงรักพี่สิงโตมาก ปกติพี่เห็นมันทำตัวเฮฮาไร้สาระ ขี้โวยวาย ไม่เคยเห็นมันทำหน้าจริงจังขนาดนี้มาก่อน การตัดใจแล้วมองคนที่เรารักมีความสุข ก็เป็นความสุขอย่างนึงเหมือนกันนะ"


          "ไม่!! ผมไม่มีวันยอมจบแน่ๆ ผมจะทำทุกอย่างให้พี่คริสรักผม ไอ้พี่สิงโตอะไรนั่นน่ะ ไม่มีทางรักพี่คริส แล้วก็ดูแลพี่คริสได้ดีเท่าผมหรอก พี่คริสเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม เป็นรักแรก เป็นคนเดียวที่ดีกับผมมาตลอด ผมผิดตรงไหนที่จะต่อสู้เพื่อความรักของตัวเอง!! ผมไม่ใช่คนขี้ขลาดที่เอาแต่ทนนิ่งเฉยมองดูพวกเค้ารักกัน แล้วตัวเองต้องมานั่งเจ็บปวดคนเดียวหรอกนะ ถ้ายังไม่พยายามแล้วตัดใจยอมแพ้อะไรง่ายๆ นั่นต่างหากล่ะ คนขี้ขลาด คนขี้แพ้"


          ผมตะคอกใส่หน้าเพื่อนพี่คริส ลุกจากโต๊ะแล้วเดินเซออกมา ไอ้พี่ซันอะไรนั่นกำลังอึ้งไปกับคำพูดของผม ไม่รู้หรอกนะว่าไปจี้ใจดำมันรึเปล่า ถึงได้นิ่งเป็นหุ่นขนาดนั้น ขาผมก้าวออกจากร้าน เดินข้ามถนนไปร้านฝั่งตรงข้ามที่เป็นร้านอาหารเหมือนกัน ถึงร้านนี้จะไม่ขายเหล้าให้ผม ก็ยังมีร้านอื่นที่ขายอยู่ดี


          ผมเลือกโต๊ะตัวที่อยู่ติดกับกระจกหน้าร้าน ไม่สั่งอาหารกับแกล้มอะไรทั้งนั้น นอกจากเตกีล่าขวดนึงดื่มเพียวๆ หัวพิงกระจกร้าน เหม่อมองออกไปที่ถนนด้านนอก หมดแรงที่จะคิดอะไรต่อไปอีก รู้สึกแสบร้อนที่ขอบตา แล้วก็หมดสติไปเมื่อไหร่ไม่รู้

 




          "โว้ยย ปวดหัวชิบ" ผมลืมตามา ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน แต่มองรอบๆตัวแสงแดดสว่างสาดเข้ามาจนเกือบถึงโซฟาที่ผมนอนอยู่


          ผมไม่รู้ว่าตัวเองตื่นมาที่ไหน ห้องนี้มันไม่คุ้นเลย ตรงนี้เป็นห้องรับแขกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาว มีโซฟาสีขาวตัวใหญ่(ที่ผมนอนอยู่)วางอยู่กลางห้อง หันหน้าไปทางประตูกระจกที่ออกไปตรงระเบียงได้ ตรงมุมห้องด้านขวามีกระจกบานกว้างที่แสงแดดสาดเข้ามาถึง มีรูปภาพสีน้ำแขวนเอาไว้ที่ผนัง มีผ้าใบสำหรับวาดภาพตั้งอยู่บนขาตั้ง อุปกรณ์วาดภาพสีน้ำก็วางอยู่บนพื้น เหมือนเป็นสตูดิโอเล็กๆ  อีกฝั่งตรงข้ามทางด้านซ้ายเป็นห้องครัวแบบเปิดที่กินพื้นที่รวมกันไปกับห้องรับแขก ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนด้วยเค้าเตอร์ที่สร้างสูงขึ้นจากพื้นไปถึงระดับเอว


          "ตื่นแล้วเหรอ เอายามั้ย" ผมหันไปมองคนที่เดินมาหยุดตรงหลังโซฟา ยื่นยาแก้ปวดหัวกับแก้วน้ำมาตรงหน้าผม


          "ขอบคุณครับ" นี่บ้านเพื่อนพี่คริสเหรอวะ คนที่ดูเหมือนเจ้าของห้อง ใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงนอนขายาวสีครีม ยืนตีหน้านิ่งมองผมที่กรอกยากับน้ำเข้าปากตัวเองอยู่ จากนั้นก็รับแก้วเดินกลับไปเก็บที่ครัว


          "บ้านพี่เหรอ ทำไมถึงพาผมมาได้ล่ะ เมื่อคืนผมออกจากร้านพี่มาแล้วนี่นา" ผมลุกเดินตามไป แล้วก็เซไปหน่อยนึง เลยทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทรงยาวที่เป็นสีดำสิ่งเดียวในห้องสีขาวนี่ตรงเคาร์เตอร์ครัว


          "ก็เห็นเมาหลับคาร้าน ร้านตรงข้ามเค้าปิดร้านไม่ได้ พี่จะกลับพอดีเห็นเข้าก็เลยอุ้มกลับมาด้วย โทษทีนะทีให้นอนโซฟาน่ะ ที่ห้องนอนเตียงมันนอนได้คนเดียว" อุ้มเลยเหรอวะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ พี่เค้าตัวใหญ่กว่าผมตั้งเยอะ


          ผมมองคนที่เรียนวิศวะแต่แต่งห้องเหมือนเด็กสถาปัต ดูอินดี้และโลกส่วนตัวสูงจังเลยนะ ผมยังไม่เห็นเค้ายิ้มเลยซักครั้ง ถึงจะดูใจดีก็เถอะ ว่าแต่หน้าไปโดนอะไรมาวะ คนนิ่งๆแบบนี้ก็มีเรื่องชกต่อยเป็นกับเค้าด้วยเหรอ


          "แล้วพี่ช่วยผมทำไมล่ะ เราไม่ได้รู้จักกันซักหน่อย ปล่อยผมทิ้งเอาไว้ตรงนั้นก็ได้" ผมเท้าคางมองคนที่กำลังต้มน้ำแล้วหยิบเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมา


          "ไม่รู้สิ เหมือนเห็นตัวเองเมื่อก่อนล่ะมั้ง กินมื้อเที่ยงก่อนมั้ย เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้านให้" พี่ซันยกเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมาโชว์ให้ผมดู พอผมพยักหน้า ก็ดึงเส้นแข็งๆออกมาส่วนนึง ใส่ลงไปในน้ำเดือด


          "ผมจอดรถไว้ที่ร้านพี่ล่ะมั้ง ถ้าพี่พาผมกลับมาด้วยรถพี่นะ" พี่ซันใส่เกลือลงไปในน้ำที่ต้มเต้นสปาเกตตี้นิดหน่อย น่าสนใจดีนี่ ผมเคยแต่กิน ไม่เคยเห็นคนทำอาหารใกล้ๆเลย หรือไม่ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้สนใจ เอาแต่เรียนอย่างเดียว แต่ตอนนี้ว่างไม่มีอะไรทำ ก็เลยนั่งดูพี่ซันทำอาหารไปเรื่อยๆ


          "งั้นเดี๋ยวพี่โทรไปถามคนที่ร้านให้ จะกินก็มาช่วยกันสิ นั่งเฉยๆก็ไม่ได้กินหรอกนะ ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่พยายามไม่ใช่รึไง^^" พี่ซันพูดคำล้อเลียนที่ผมพูดใส่หน้าเมื่อคืน แล้วกระตุกยิ้มนิดนึง เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นรอยยิ้มจากหน้านิ่งๆนี่


          น่ามองจัง


          "แต่ผมไม่เคยทำอาหารเองเลยซักครั้งนะ ทำไม่เป็นหรอก" ผมส่ายหน้าไปมา


          "เป็นลูกคุณหนูงั้นเหรอเนี่ย มาลองสิ แค่เมนูง่ายๆเอง เดี๋ยวพี่สอนให้"


          ผมลังเลนิดหน่อย แต่มาอยู่บ้านเค้า ให้คนไม่รู้จักแบกตัวเองสภาพเมาไม่ได้สติกลับมาด้วยขนาดนี้ จะทำเรื่องมากก็ไม่ได้ ผมก็หิวแล้วด้วย ไม่ช่วยคงอดกินแน่


          "เอางั้นก็ได้ แต่ถ้าทำครัวพัง ห้ามด่าล่ะ" ผมเดินอ้อมเค้าเตอร์ไปยืนข้างๆพี่ซัน พอยืนเทียบกันอย่างนี้ ผมดูผอมแห้งไปเลยว่ะ นี่ขนาดพยายามออกกำลังเล่นฟิตเนสให้มีกล้ามเพื่อให้ดูแมนขึ้นแล้วนะ อย่าว่าแต่กับพี่ซันเลย กับพี่คริสก็ไม่ต่าง ถึงจะตัวสูงกว่าพี่คริส แต่ผมก็ผอมกว่าอยู่ดี ทำยังไงถึงจะคู่ควรกับพี่คริสได้นะ


          "เหม่ออะไร อยู่ในครัวห้ามเหม่อนะ ที่นี่ก็เหมือนสนามรบ พลาดนิดเดียวก็บาดเจ็บได้ เพราะมีทั้งมีดและไฟ อ่ะ เอามะเขือเทศไปหั่น" คนหน้านิ่งพูดนิ่งๆ แล้วก็ยื่นมะเขือเทศกับมีดมาให้ผม


          ผมรับมา แล้วก็ต้องทำยังไงต่อวะ หั่นแบบไหนล่ะ


          "พี่หั่นยังไง" คือผมไม่ได้หั่นไม่เป็นนะ แต่ไม่รู้ว่าพี่ซันจะเอามะเขือเทศแบบไหน แบบเป็นแว่นๆ หรือสับละเอียด หรือเป็นเสี้ยว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่เค้าจะทำเมนูอะไร


          "หั่นมะเขือเทศไม่เป็นเหรอ นี่ไงทำให้มันเป็นชิ้นเล็กๆก่อน แล้วก็สับลงไป" พี่ซันมองผมแล้วส่ายหน้านิดหน่อย ดึงมีดออกจากมือไปทำให้ดู แล้วก็ส่งมีดคืนมา


          "ผมไม่ได้บอกว่าหั่นไม่เป็นนะ แค่จะถามว่า อยากได้มะเขือเทศแบบไหนต่างหากล่ะ" ผมเกลียดการถูกเรียกว่าคุณหนู หรือการมองว่าผมเป็นเด็กจริงๆเลย


          "อ้อ จับมีดผิดวิธีนะ แน่ใจเหรอว่าหั่นเป็นน่ะ" พี่ซันไม่ตอบคำถาม แต่ดึงมีดออกจากมือ จับมือผมขึ้นมา วางมีดลงไปใหม่ แล้วใช้อุ้งมือใหญ่ๆของตัวเองจับมือผมให้กำด้ามมีดลงไป


          "นี่ ผมไม่ใช่เด็กนะพี่ ไม่ต้องสอนกระทั่งวิธีจับมีดก็ได้ เมื่อกี้ก็แค่ยังไม่ได้เริ่มหั่น เลยไม่ได้ขยับมือจับมีดใหม่เท่านั้นเอง" ไอ้บ้าเอ๊ย ดูถูกเหรอวะ


          "งั้นก็หั่นสิ ตอนนี้จับมีดถูกแล้วนี่" พี่ซันวางหมูสับไว้บนเขียงเหมือนเดิม หันหน้ามาทางผม กอดอกยืนมอง ยกคิ้วขึ้นข้างนึง เหมือนจะบอกว่า เก่งนักก็ลองทำให้ดูหน่อย


          "..........." สตั๊นดิ รออะไร


          "หึ เอามานี่ ไปเอาเส้นสปาเกตตี้ออกมาล้างไป แค่เทใส่กระชอนตรงนั้น แล้วก็ล้างด้วยน้ำเย็น ทำได้ใช่มั้ย" พี่ซันทำเสียงในคอทีนึง แล้วดึงมีดไปจากมือผม ส่งสายตาไปทางหม้อน้ำเดือดที่มีเส้นสปาเกตตี้แทน


          "เออ" ผมกระแทกเสียง เดินผ่านคนตัวใหญ่ไปทางหม้อน้ำ แต่แขนถูกคว้าเอาไว้ก่อน


          "เดี๋ยววว อายุเท่าไหร่" ผมเลิกคิ้วมองคนถาม อารมณ์ไหนวะ


          "สิบหก แต่อีกสองเดือนก็สิบเจ็ดแล้ว" ผมเกลียดจังเวลาบอกอายุเนี่ย ทำให้ผมดูเหมือนเด็ก เมื่อไหร่ผมจะยี่สิบซักที


          "พี่ยี่สิบแล้วนะ พูดจาให้มีสัมมาคารวะบ้าง มาก่อนเป็นพี่ มาทีหลังเป็นน้อง มาพร้อมเป็นเพื่อน ไม่รู้เหรอ?" ไม่รู้ว่ะ มันคืออะไร คำขวัญประเทศไทยเหรอ???


          "ผมเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุสิบสอง ขอโทษนะ ที่โน่นไม่มีระบบทาสแบบนี้หรอก^^"


          "แต่ที่นี่เมืองไทย เราเป็นคนไทยไม่ใช่รึไง มีคนเคยสอนพี่ไว้ ว่าการเคารพรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นสิ่งที่สำคัญ มันจะสอนให้เรา รู้จักพี่น้องและเป็นหนึ่งเดียวกันง่ายขึ้น" ผมมองคนที่พูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงและสายตาที่อ่อนโยน ดวงตาที่มองมาที่ผม แต่ในแววตากำลังคิดถึงใครบางคนที่พูดประโยคนี้อยู่


          "พี่มีคนที่ชอบอยู่เหมือนกันสินะ ใครล่ะ คนที่พูดคำนี้กับพี่เหรอ??" พอผมถาม แววตาพี่ซันก็ดูเจ็บปวดขึ้นมานิดหน่อย หน้าที่อ่อนโยนก็เปลี่ยนเป็นนิ่งเหมือนเดิม


          "ใช่ แต่มันจบไปแล้วล่ะ" พี่ซันปล่อยแขนผม แล้วหันไปหั่นมะเขือเทศแทน ผมเลยเดินไปที่หม้อต้มน้ำที่มีเส้นสปาเกตตี้อยู่ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้


          "ทำไมล่ะ เค้าไม่ชอบพี่เหรอ หรือเลิกกันไปแล้ว?" พี่เค้าก็ดูหล่อนี่นา ไม่น่าจะมีคนเมินได้นะ


          "ไม่รู้สิ พี่ไม่เคยบอกเค้า ไม่เคยมีใครรู้ พี่ก็เป็นคนขี้ขลาดเหมือนที่เราเคยว่าไง ไม่พยายามเพื่อสิ่งที่ตัวเองอยากได้มา" งั้นเหรอ พี่ซันอกหักงั้นสินะ นี่สินะที่บอกว่าเห็นผมแล้วเหมือนเห็นตัวเอง


          เรามีความเจ็บปวดที่เหมือนกัน


          เคร้ง!!


          "เชี่ย โอ้ยย" ผมคงเผลอมองหน้าที่เจ็บปวดของพี่ซันนานไปหน่อย หม้อที่อยู่ในมือเลยร่วงลงพื้น แล้วน้ำร้อนๆก็สาดลงมาบนเท้าผมเต็มๆ


          "แย่ล่ะ เป็นอะไรรึเปล่า" พี่ซันมองอย่างตกใจ ผมกระโดดแล้วสะบัดเท้าด้วยความเจ็บปวด เท้าสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง


          แป๊บเดียวก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเอง ลอยขึ้นจากพื้น พี่ซันช้อนตัวผมอุ้มเดินตรงไปทางห้องน้ำอย่างเร็ว วางผมลงนั่งบนขอบอ่างอาบน้ำ แล้วเปิดน้ำเย็นๆราดลงมาบนเท้า


          "เจ็บหน่อยนะ แต่ถ้าไม่รีบ เท้าต้องเป็นแผลแน่ๆ"


          "อือ" ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด พี่ซันยัดฝักบัวที่ใช้ราดเท้าใส่มือผม แล้วเดินหายออกจากห้องน้ำไป พักนึงก็กลับเข้ามาพร้อมกับถุงน้ำแข็งถุงนึง


          พี่ซันปิดรูที่อ่างอาบน้ำ เพื่อขังน้ำเอาไว้ แล้วเทน้ำแข็งถุงใหญ่ลงไปในนั้น น้ำที่เริ่มสูงจนท่วมหลังเท้าผม เย็นเฉียบจนปวดเหมือนเข็มเล็กๆเป็นร้อยทิ่มเข้าไป


          "ปวด" ผมกัดฟันทน ไม่ได้ยกเท้าออก เพราะรู้ดีว่านี่จะทำให้เท้าผมดีขึ้น


          "ทนหน่อยนะ แช่ไว้ซักพัก พี่มียาแก้น้ำร้อนลวกด้วย เดี๋ยวจะทาให้"


          ผมมองหน้าคนพูด ทำไมถึงได้ใจดีกับผมล่ะ เราก็แค่คนรู้จักของคนรู้จัก เจอหน้ากันไม่ถึงวัน เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร ไม่มีผลประโยชน์อะไรให้กับเค้า ทำไมต้องทำดีกับผมด้วย ที่ผ่านมา ถ้าผมจะมีเพื่อน คนที่ยอมคบกับผมก็เพราะรู้ว่าที่บ้านรวย มีหุ้นส่วนอยู่ในธนาคารใหญ่ พอผมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ดูดีขึ้น ก็มีคนคุยด้วยเยอะขึ้น ยอมเป็นเพื่อนกับผมมากขึ้น บางคนก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยประถม ที่เคยล้อผมว่าไอ้เนิร์ด แต่พอผมดูดีขึ้น ก็เข้ามาทักทายในเฟสบุ๊คเหมือนกับเราเป็นเพื่อนกันมานาน ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ยอมคุยกับผมด้วยซ้ำ


          "ทำไมพี่ต้องทำดีล่ะ หรือเพราะผมรวย" ผมถามตรงๆ ตั้งแต่ที่ไปเรียนอังกฤษ นิสัยผมก็เปลี่ยนไปเยอะ จากคนไม่กล้า ขี้ขลาด ก็กล้าแสดงความคิดเห็นตัวเองอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น เพราะคนที่โน่น เป็นคนที่พูดอะไรตรงๆด้วยเหตุผลแล้วจะไม่โกรธกัน


          "ก็บอกแล้วไงว่าเหมือนเห็นตัวเอง แต่เป็นตัวเองที่อยากเป็นนะ ถ้าเมื่อก่อนพี่กล้าแสดงความรู้สึกตัวเองออกไปแบบเรา ก็คงจะดี อีกอย่าง เราก็เป็นน้องชายของคริสไม่ใช่รึไง เมื่อวันก่อนไอ้คริสมันเคยช่วยพี่เอาไว้ ตอนถูกพวกอันธพาลรุมน่ะ" อ้อ ไอ้รอยบนหน้าสินะ


          "ผมชอบนิสัยพี่จัง ถ้าเป็นคนอื่น เจอคำถามแบบนี้ คงโกรธผมไปแล้วล่ะ แต่พี่กลับไม่เป็น ทำไมล่ะ"


          "หึหึ เราน่ะ เป็นเจ้าหนูจำไมรึไง เอาแต่ตั้งคำถามอยู่ได้น่ะ บางเรื่องก็ไม่มีเหตุผลหรอกนะ อีกอย่างเรื่องมันก็ไม่ได้น่าโกรธอะไรนี่นา"


          มาอีกแล้ว รอยยิ้ม ครั้งนี้ยิ้มนานด้วย


          "อะไรคือเจ้าหนูจำไมอ่ะ" ไม่เคยได้ยินว่ะ มันคือมาสคอตประเทศไทยเหรอ??


          "ก็เด็กตัวเล็กๆที่ชอบถามว่า ทำไม ทำไม แล้วก็ทำไมอยู่ตลอดเวลาไง แต่เด็กเพิ่งเริ่มเรียนรู้ เริ่มพูดน่ะ ยังพูดไม่ชัด จากทำไม ก็กลายเป็นจำไม"


          "ผมไม่ใช่เด็กนะ ผมไม่ชอบเวลาใครมองว่าผมเป็นเด็ก" ผมเริ่มทำหน้าไม่พอใจ นี่ด่าว่าผมเด็กนี่หว่า ไม่น่าคบแล้วล่ะ เพื่อนพี่คริสคนนี้


          "สิบหกเนี่ยนะ ไม่ใช่เด็ก"


          "สิบเจ็ดต่างหากล่ะ อีกแค่สองเดือน ที่โน่นเค้านับว่าคนอายุสิบเจ็ดเป็นคนที่โตแล้ว ผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทั้งร่างกายและสมอง เคยนอนกับสาวๆมาตั้งเยอะ" ผมยืดตัวมองข่ม


          "เอาเรื่องแบบนี้มาอวดก็ไม่ได้ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหรอกนะ ที่นี่เด็กก็คือเด็ก รอให้พ้นสิบแปดไปก่อนละกัน พี่ถึงจะยอมรับว่าเราเป็นผู้ใหญ่น่ะ"


          "พี่นี่กวนประสาท ผมไม่ชอบนิสัยพี่แล้ว" -w-


          "ครับ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ตอนนี้ไปทายาก่อนเถอะ เดี๋ยวเท้าเปื่อยกันพอดี" พี่ซันอุ้มผมตัวลอยเดินออกไปที่ห้องรับแขกอีกครั้ง ผมจะอ้าปากเถียง แต่กลับถูกดักคออย่างรู้ทันซะก่อน


          "คนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วน่ะ เค้าต้องไม่โวยวาย ตอนนี้เราเดินไม่ได้ เพราะถูกน้ำร้อนลวกเท้าทั้งสองข้างเลย รับความช่วยเหลือไปเงียบๆ แบบที่ผู้ใหญ่เค้าทำกันเถอะนะ^^"


          ยิ้มอีกแล้ว นึกว่าจะยิ้มยากกว่านี้ซะอีก

 


          "ผมทาเองได้ พี่แค่ส่งยามา" ผมยื่นมือไปตรงหน้า หลังจากที่ถูกวางไว้บนโซฟา เหยียดขาตรง พี่ซันก็เดินไปค้นกล่องปฐมพยาบาล หยิบยาหลอดนึงออกมา กลับมานั่งที่โซฟา ยกเท้าผมขึ้นไปวางพาดบนต้นขาตัวเอง


          "พี่ทำสะดวกกว่า เรามาบาดเจ็บเพราะพี่บังคับให้ทำอาหารนี่นา พี่ก็ต้องรับผิดชอบสิ"


          "แต่ว่า.."


          "ไหนบอกเป็นผู้ใหญ่ไง ผู้ใหญ่น่ะ.."


          "เค้าต้องไม่โวยวาย รับความช่วยเหลือไปเงียบๆ บลา บลา บลา...ใช่มั้ยล่ะ?" ผมย่นหน้า พูดต่อประโยคที่พี่ซันใช้ดักคอเวลาผมจะโวย


          "ฮ่าๆๆๆๆ ใช่ แบบนั้นแหละ" ผมมองตาค้าง ครั้งนี้ไม่ได้แค่ยิ้มนะ แต่พี่ซันหัวเราะเลยล่ะ แปลว่าตอนแรกที่ทำหน้านิ่งๆ คือยังไม่รู้จักกัน..สินะ


          คิดว่าเป็นประเภทเจ้าชายเย็นชาซะอีก

 


     

          "อร่อยจัง พี่นี่สมกับเป็นลูกเจ้าของร้านอาหารนะ ไม่สนใจเรียนเป็นเชฟบ้างเหรอ ทำไมเรียนวิศวะล่ะ" แค่คำแรกที่เข้าปากผมก็ทึ่งแล้วล่ะ รสชาติดีกว่าอาหารที่โรงอาหารในโรงเรียนอีก


          พอพี่ซันทายา ไม่สิต้องเรียกว่าโบกยาแบบหนายิ่งกว่าปูนที่ฉาบตึกลงทั่วเท้าผมแล้ว ก็ปล่อยให้ผมนั่งพักอยู่ที่โซฟา ส่วนตัวเองก็กลับไปทำสปาเกตตี้ต่อ ตอนนี้ก็จะบ่ายสองแล้ว ผมเพิ่งได้ทานอาหารมือแรก บนโซฟาตัวสีขาว โต๊ะกลางโซฟาก็ต่ำเกินไป แถมกินไม่ถนัดเพราะผมต้องเหยียดขาไว้บนโซฟาตลอด เลยต้องถือจานทานทั้งแบบนี้กันสองคน ผมยึดโซฟาตัวยาว พี่ซันนั่งโซฟาเดี่ยว เป็นการทานอาหารที่ไม่มีพิธีการครั้งแรกของผมเลยล่ะมั้ง ปกติต้องทานบนโต๊ะทานข้าวตลอด


          "พูดเกินไป เพราะเราหิวล่ะสิ เมื่อวานก็กินมื้อเย็นไปนิดเดียว วันนี้กว่าจะได้กินมื้อแรกก็บ่ายสองแล้ว"


          "ไม่หรอก ผมเคยตื่นช้ากว่านี้ กินข้าวมื้อแรกตอนเย็นเลย แต่ก็ไม่ได้อร่อยเหมือนที่พี่ทำนะ" ผมม้วนเส้นสปาเกตตี้เข้าปากอีกคำ


          "ถ้าชอบ พี่จดสูตรให้ดีมั้ย เผื่อว่าจะเอาไปให้คนที่บ้านทำให้ หรือหัดทำเอง"


          ( -- -- )( _ _ )( -- -- )( _ _ )( -- -- )( _ _ ) ผมไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าให้แทน เพราะสปาเกตตี้ยังเต็มปากอยู่


          "กินช้าๆก็ได้ เดี๋ยวติดคอหรอก ดูสิกระเด็นติดโซฟาพี่แล้วเนี่ย" พี่ซันบ่นเบาๆด้วยหน้านิ่งๆ ยื่นมือออกไปเช็ดคราบซอสสปาเกตตี้ออก


          แต่ไม่ได้เช็ดที่โซฟาที่บ่นนะ เช็ดที่มุมปากผมต่างหากล่ะ


          "อือ ก็หิวนี่นา อร่อยด้วย ขออีกจานได้รึเปล่า^^" ผมยื่นจานไปตรงหน้า พี่ซันพยักหน้า วางจานตัวเองลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปตักสปาเกตตี้เพิ่มให้ผม


          "แล้วนี่จะทำยังไงล่ะ พี่ขับไปส่งที่บ้านดีกว่ามั้ย แบบนี้คงกลับไปเอารถที่ร้าน แล้วขับไปเองไม่ได้แน่ๆ" พอกลับมา พี่เค้าก็มองตรงเท้าที่ถูกฉาบด้วยยา


          "ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ ไว้ผมให้คนไปเอารถที่ร้านพี่หลังจากกลับบ้านก็แล้วกัน" สงสัยคงต้องพักยาว ก็ดีนะ จะได้มีเวลาตั้งหลัก แล้วก็คิดหาวิธีเอาชนะใจพี่คริสด้วย 



ซัน


#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: จริงๆแล้วน้องพีนางคือเด็กเอาแต่ใจ แต่แอ๊บทำผู้ใหญ่ต่อหน้าพี่คริสนี่เองงงง  // ซันพีนะจ๊ะ หุหุ  *ทอล์คไม่เยอะกลัวหลุดสปอย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

780 ความคิดเห็น

  1. #651 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:20
    แหนะ ยังจะนึกถึงคริสอีกหรอ
    #651
    0
  2. #600 fy_mhiw12 (@fy_mhiw12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:39
    ยังมีการจะพักตั้งหลักด้วยนะ!? ซันข่มขืนพีเดี๋ยวนี้!!(?)
    #600
    0
  3. #302 PrapapimSirito (@PrapapimSirito) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 21:59
    ซันพีๆๆๆๆๆ....ซันต้องแอบชอบพี่สิงโตแน่เลยยยยยยยยย
    #302
    0
  4. #270 คนอ่าน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 13:05
    พี่ซัน-/////- จัดการนิสัยเด็กๆของพีด้วยค่ะ
    #270
    0
  5. #194 Killer (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 16:53
    พี่ซันงานดีย์~ อ่านแล้วเขินบุคลิกพี่ซันอะ >////<

    อะไรจะอบอุ่น ใจเย็นปานนั้น ฟิลกู๊ดไปอีกกกกกก~

    แต่คนบุคลิกแบบนี้เวลาโกรธทีนี่น่ากลัวนะ



    ส่วนน้องพี มีพี่ซันในใจเมื่อไหร่ ค่อยมาคุยกัน 55555555
    #194
    0
  6. #162 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 09:50
    พี่ซัน ดูเด็กนี่ดีๆล่ะ อย่าพามาป่วนนะ
    #162
    0
  7. #136 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 00:29
    ซันชอบใครอะพี่นักรบรึพี่สิงโตที่พูดคำนี้บ่อยๆ.....
    จะว่าไปน้องพีทำให้ซันยิ้มบ่อยเนาะ^^ ฮั่นนอววววว
    #136
    0
  8. #91 :Tanisha (@KikBanthiTa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 17:53
    ทำไมเมจพี่ซันดูเกินอายุ20 //ฉันรักเขาฉันรักพี่ซันนนน
    #91
    1
    • #91-1 sweetyn2 (@SweetyN) (จากตอนที่ 7)
      13 มกราคม 2560 / 18:00
      พี่ซันหน้าแก่ 5555
      #91-1
  9. วันที่ 13 มกราคม 2560 / 17:21
    หรือจิเปนสะไบที่นางชอบ ดุน่าจะสนิทกะพี่ซันสุดแล้ว เดา555
    #88
    0
  10. #87 RaydyKandaCh (@RaydyKandaCh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 17:03
    ทีแรกเรางอนไรท์มากเลยว่าหายไปไหนหลายวันโถ่ ที่ไหนได้แอบมาเปิดซีซั่นสอง เปิดมาตอนแรกกลิ่นดราม่านี่มาเลย แอบสงสารสมคิดอะ คงเครียดน่าดูเลย สมถุยอย่างอนสมคิดนายเลยนะ ดูถ้าพีซันนี่จะเก๋กู๊ดแหะ5555 ไงก็รอติดตาม เราชอบเรื่องนี้มากกกกกกกก กอไก่ล้านตัว
    #87
    0
  11. #86 a_liew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 16:59
    >//////////////////< อุกิ๊สสสสสส อิพี่ซันงานดีอ่ะ อิน้องพีก็งานดี

    ถ้าเลิกคิดจะกินพี่สมคิด แล้วค่อยมาคุยกันนะคะลูกกกกก

    เจ้ว่านู๋ไปซบอกพี่ซันดีกว่า ทำอาหารเก่ง ดูแลดี เอาใจใส่

    ที่สำคัญ หล่ออออออลากกกกกกกกกกน่าฟัดมากกกกก!@!!!##@@$$$$
    #86
    0
  12. #84 nonticha183 (@nonticha183) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 16:08
    ขอเดาว่าคนที่ซันชอบคือสิงโตใช่มั้ย
    เพราะไอประโยคที่ว่าให้น้องมีสัมมาคาราวะกับรุ่นพี่นี้ก็เหมือนจะมีแค่พี่สิงโตสิน่ะหรือพี่นักรบเคยพูดคำนี้ด้วย
    แต่ไม่น่าใช่พี่นักรบมั้ยเพราะพี่นักรบไม่ใช่ตัวหลัก
    แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้กับฟิคเรื่องนี้นี่เนอะ
    ขนานพี่สิงโตเป็นหลานชายนนยกยังเกิดขึ้นมาแล้วเลย5555
    #84
    0
  13. #83 numdum (@tanzaa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:52
    ฮึฮึ ไปไล่อ่านมาและ ทำไมโลกกลมเช่นนี้ (แต่จะใช่อย่างที่คิดหรือป่าวนี่สิ)
    #83
    0
  14. #82 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:45
    ประเด็นคนที่ซันชอบนี่ใครหว่า
    #82
    0
  15. #81 numdum (@tanzaa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:44
    รู้สึกเหมือนต้องย้อนไปอ่าน ss1 ทิ้งประเด็นมาอี๊กก
    #81
    0
  16. #80 yamsaingpada2508 (@yamsaingpada2508) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:21
    ไรท์มีทิ้งประเด็นไว้ด้วยอ่ะ แต่ว่าใครกันนะที่ซันแอบชอบ อยากรู้แล้ว
    #80
    0
  17. #79 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:00
    คนที่พูดประโยคนั้น... ซันเคยชอบใคร? นักรบ หรือ สิงโต???
    #79
    1
    • #79-1 sweetyn2 (@SweetyN) (จากตอนที่ 7)
      13 มกราคม 2560 / 15:03
      ประเด็นนี้ไม่ได้เปิดทิ้งไว้เล่นๆนะครัช หึหึ
      #79-1
  18. #78 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 14:49
    ยังไม่เลิกกวนคริสอีก -3-
    #78
    0
  19. #77 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 14:49
    ยัง ยังไม่เลิกอีก..
    #77
    0
  20. #76 Yuixo (@Yuixo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 14:35
    อุ้ยยยยย ซันพี!!!! คงแซ่บน่าดู
    #76
    0