[golden child] compass heart ,jaey

ตอนที่ 13 : ๑๑ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 มี.ค. 63




๑๑



     ช่วงเวลาเลยเข้าสู่ยามเย็นอีกครั้ง วันนี้จางจุนคงรู้แล้วล่ะว่าการที่ลอกการบ้านคนอื่นและไม่รู้จักมองสิ่งรอบข้างมันเป็นยังไง จางจุนถูกสั่งให้คาบไม้บรรทัดยืนขาเดียวอยู่หนาห้อง ส่วนวายผู้เป็นฝ่ายที่ให้จางจุนลอกการบ้านก็โดนเจอดีด้วยอีกคน ด้วยการทำความสะอาดห้องเพียงลำพัง คนอื่นห้ามช่วย! เมื่อทำเสร็จแล้วพรุ่งนี้ให้เรียกครูผู้สอนมาดู

     “ว่าไงเพื่อนรัก” จางจุนเดินลากเท้าเข้ามา พร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้างลามไปถึงกกหู แต่วายเมินหน้าหนี เพราะเพื่อนคนนี้แท้ๆ ที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นภารโรงแทนเพื่อนๆในห้อง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของเขาสักนิด

     “โอ๋ๆๆๆ โกรธเราหรอ” จางจุนทำหน้าตาเอ็นดู ส่งสายตาประกาย แต่นั่นไม่สามารถลบล้างความผิดมหันต์นี้ไปได้หรอก

     “จะไม่โกรธได้ไง ใครล่ะที่ทำให้เราต้องมาทำความสะอาดแบบนี้ ทั้งๆที่นี่มันไม่ใช่หน้าที่เรานะ” วายกวาดพื้นด้วยอารมณ์หงุดหงิด

     “เอาน่าๆ เดี๋ยวเราช่วย” พุ่งตัวไปยังด้านหลังห้อง หยิบไม้กวาดมาช่วยเพื่อนกวาดห้องอย่างขมักเขม้น แต่ทว่า ยังไม่ถึงนาทีโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน จางจุนถอนหายใจเฮือก ครั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดรับสายอย่างไม่ลังเล

     “ว่าไง ตอนนี้อยู่ไหนฮะ อะไรนะ อยู่หน้าโรงเรียน ได้ๆ เดี๋ยวจะไปหารอแป๊บนึงนะ” วายที่แอบฟังหยุดชะงักไปชั่วขณะ เส้นผมที่หล่นลงมาปรดหน้าพร้อมท้งสายลมที่พัดเข้ามา จางจุนยืนนิ่งเหมือนเห็นผี จางจุนกระแอมเบาๆเพื่อส่งสัญญาณว่าตัวเองจะต้องไปแล้วตอนนี้

     “ไปสิ ที่เหลือเราจัดการเอง ขอให้สนุกนะ” วายยิ้มเยาะ ลงมือกวาดต่อด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างหงุดหงิด บรรยากาศภายในห้องเรียนที่ ณ ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้น บรรดานักเรียนเริ่มทยอยกลับบ้านไปหมด เป็นเวลาเกือบๆหโมงเย็น แสงอาทิตย์มที่เริ่มลาลับขอบฟ้าเป็นสัญญาณให้รู้ว่าอีกไม่นานคุณอาก็จะมารับ


ก็อกๆๆๆ

     มีบางคนมาเคาะประตูหน้าห้อง วายเงยหน้าขึ้น เพ่งมองไปยังชายหนุ่มที่ไม่ใช่คนอื่นไกลแจซอกนั่นเอง แจซอกเดินเข้ามายิ้มร่าเหมือนดั่งเคยก่อนจะกระโดดตัวลอยไปนั่งบนโต๊ะเรียน ใช้สายตามองวายด้วยความอ่อนโยน


     “ให้ช่วยมั้ย?”

     “ก็ดีนะ แล้วนี่นายยังไม่กลับบ้านหรอ คุณแม่ไม่ว่าหรือไง” วายหยุดกวาด หันมาพูดกับแจซอกแทน แจซอกยิ้มอีกครั้ง

     “ไม่หรอก วันนี้กลับเองน่ะ”

     “ดีเนอะ กลับเองได้ด้วย ไม่เหมือนเราที่คุณอาต้องมารับกลับเหมือนเด็กๆ” เม้มปากแน่น และกลับไปกวาดพื้นต่อ

     “อ้าว นายนี่ก็แปลก คุณอามารับสิดี ไม่จำเป็นต้องเสียเงินนั่งแท็กซี่หรือรถประจำทางให้ยุ่งยาก แปลกคน ว่าแต่เอาฮีโร่มารับด้วยเปล่า ฉันคิดถึง” แจซอกหัวเราะเสียงอ่อน

     กึก!! (อาการคล้ายน้ำลายจะฟูมปาก) “ไม่ใช่หรอก ฮีโร่แก่แล้ว ต้องพักผ่อนน่ะ คุณอาเอารถส่วนตัวมา ว่าแต่ถ้าเย็นนี้นายไม่เกรงใจจะกลับบ้านกับเราไหม เดี๋ยวจะให้คุณอาไปส่งที่บ้าน” วายถามด้วยความจริงใจ การที่เขาเห็นแจซอกเป็นแบบนี้แล้วรู้สึกใจคอมไม่ดี ถ้าเกิดคนที่แอบรักโดนโจรฉุดปล้นไปจะทำยังไง

     ความคิดตื้นๆ

     “อ๋อ ไม่ล่ะ ขอบคุณ ไม่อยากเป็นภาระให้ใครน่ะ อีกอย่างฉันก็กลับอย่างนี้แทบจะทุกวัน เว้นแต่ว่าวันไหนที่คุณแม่เลิกงานเร็วก็ได้กลับบ้านกับคุณพ่อคุณแม่”

     “อะนะ นี่ก็ปาเข้าไปตั้งห้าโมงกว่าๆละ นายลองดูแสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าสิ แดงปนส้มปนเหลืองส่องมาทางเรา สวยดีนะว่ามั้ย”

     “อื้ม ก็ดีนะ สวยมากๆ นายนี่ชอบธรรมชาติแน่ๆเลยจริงมั้ย เห็นทุกเย็นเลย ชอบจ้องดูแสงอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า เหมือนรอคอยใครบางคน” แจซอกขมวดคิ้มด้วยความสงสัย ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาที่วายอีกครั้ง

     “ก็มันสวยนี่ การได้มองดูแล้วมันช่างสดชื่นและได้พักผ่อนสายตาด้วย” วายถอนหายใจช้าๆ ลมหายใจค่อยๆไหลออกมาและลอยละลิ่วไปตามสายลม แจซอกรับรู้ถึงลมหายใจของวาย มันดูอบอุ่นละมุนคล้ายกับว่ามีใครกำลังมาหายใจรดต้นคอเขาอยู่ มันคงจะดีถ้าลมหายใจนั้นๆคือลมหายใจแฟนเก่าของเขาเอง ซึ่ง ณ ตอนนี้ต่างคนต่างไปคนละทิศละทางด้วยเหตุผลบางประการที่ไม่เข้าใจกัน





40% 








MSN…


Jangjun : สวัสดีเพื่อนรัก

Y sungyoon : ว่าไงจางจุน ทำไรอยู่ แล้วนี่กินข้าวหรือยัง

Jangjun : ก็เรื่อยๆน่ะ เรื่องกินหรอ กินแล้ว แต่วันนี้รู้สึกไม่หิว เลยกินไปนิดเดียว ฮ่าๆ แล้วนี่เรื่องแจซอกเป็นไงบ้าง

Y sungyoon : วันนี้ก็อยู่กันสองต่อสองแหละ ดีใจนะ ดูโรแมนติก จะดีมั้ยถ้าเราบอกรักเขาเลยน่ะ เพราะอีกไม่นานก็ขึ้นปีใหม่แล้วนะ

Jangjun : นายจะบ้าหรอ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลานะ อีกอย่างนายก็บอกเองนี่ว่าแจซอกพึ่งเลิกกับแฟนเก่ามาไม่ใช่หรอ? ต้องปล่อยให้เขาใช้เวลาในการปรับหัวใจบ้าง ถ้าขืนนายบุ่มบ่ามเข้าไปแบบนี้ มีหวังเขาปฏิเสธนายแน่ๆอะ อีกอย่างนายก็เป็นผู้ชายด้วย

Y sungyoon : แต่…ไม่รู้สิ บอกไม่ถูกนะ เขาน่ะเคยมีแฟนเยอะจะตาย เราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะจริงจังกับคนล่าสุดมากแค่ไหนน่ะสิ

Jangjun : เอาน่า รอไปสักพักก่อน แต่ถ้าจะให้ดี นายบอกเขาตอนขึ้นปีใหม่สิ โทรไปบอกเลย

Y sungyoon : เราว่าจะไม่โทรไปนะ แต่จะไปบอกด้วยตัวเองเลย!

Jangjun : แน่ใจหรอ? ว่าจะทำแบบนั้นจริงๆ

Y sungyoon : แน่ใจสิ ทำใจไว้นานแล้วแหละ แค่รอคอยวันเวลาเท่านั้นเอง

Jangjun : อืม โอเค จะทำอะไรก็แล้วแต่นายเลย สู้ๆนะ วันนี้เราไปละ บาย

         จางจุนออกไปจากเอ็มเอสเอ็น  ช่วงเวลาประหนึ่งราวกับเข็มนาฬิกาที่เสียแล้วเวลาหมุนเกินเหตุ ดูช่างเร็วอะไรปานนี้ ค่ำคืนนี้ยังคงมีสายลมโบกพัดเย็นฉ่ำ สายลมอ่อนๆแต่ทรงพลังทางด้านความรู้สึกทางผิวหนัง เย็นแบบอ่อนๆแต่นุ่มนวล เสียงกระดิ่งหน้าบ้านกำลังส่งเสียงเบาพลิ้วราวกับบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นโดยธรรมชาติ

        กี่ครั้งแล้วที่อยากจะบอกรักเขา ณ ที่ตรงนั้นที่ได้อยู่ด้วยกันเลย เหมือนช่วงเย็นที่ผ่านมา กี่ครั้งแล้วนะ ที่สมองอันชาญฉลาดในเรื่องสามัญ แต่กลับอ่อนด้อยในเรื่องสังคมและความรัก มันกลับไม่ช่วยอะไรได้เลย

        วายนั่งหลังชนเก้าอี้ตัวโปรดที่ใช้สำหรับเล่นคอม ใจพลางเหม่อลอยจ้องมองดูผืนนครา ซึ่งเต็มไปด้วยไข่มุกแห่งสวรรค์ที่เรียกว่า ‘ดวงดาว’

        “วายลูก!” เสียงของย่าเรียกมาแต่ไกล ที่ไกลนั่นหมายถึงด้านล่างของบ้านต่างหาก ตรงห้องนั่งเล่น วายถอนหายใจเฮือก

        “ครับ ไปแล้วครับ!!”

        วายตะโดนกลับไป เขาวิ่งไถลตัวลงมาตามราวบันไดบ้าน เสมือนลูกลิงตัวจ้อยที่ร้องเรียกหาการละเล่น สายตาของย่าที่มองดูถึงกับเบิกโพงเมื่อหลานชายของตนเองกำลังทำสิ่งที่อาจจะเกิดอันตรายได้


         “นี่วาย ลูกอย่าทำแบบนี้อีกนะ มันอันตราย!”


         “โธ่ ย่าค้าบ ไม่อันตรายหรอกครับ ผมทำออกจะบ่อย ระบบก้นสัมผัสจะทำให้ลงบันไดเร็วขึ้นอีกห้าวินาที ศึกษาโดยดอกเตอร์ซองยุน สาขาวิชา หมาจบดอกเตอร์”


         “ไม่ขำเลยนะ”

         “แป่ว ว่าแต่ย่าเรียกผมมีอะไรรึเปล่าครับ? ว่าแต่คุณย่าไม่ไปเปิดร้านหรอครับวันนี้”

          “วันนี้ย่าพักจ้ะ แหม ย่าก็แก่มากแล้ว อีกอย่างวันนี้ย่าอนุญาตให้เด็กๆที่ร้านพักได้จ้ะ”

          “อ๋อ ว่าแต่คุณย่าเรียกผมมามีอะไรรึเปล่าครับ”

          “คือย่าจะคุยกับลูกเรื่องในช่วงปิดปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ คุณอากับย่ากะว่าจะให้ลูกไปอยู่กับญาติที่สิงคโปร์สักอาทิตย์นึง เห็นว่าคุณอาทางนู้นเค้าบ่นคิดถึงแล้วไม่มีเวลากลับไทยด้วย”

         “เอ๊ะ จริงหรอ แล้วผมต้องไปคนเดียวด้วย”

         “ใช่จ้ะ ย่าลูกก็โตเป็นหนุ่มแล้วนะ ทำอะไรก็ควรจะทำเองได้แล้ว เรื่องค่าตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายอื่นๆเดี๋ยวย่าออกให้เอง แต่ย่าก็เป็นห่วงมากๆเลยรู้มั้ยไปคนเดียวเนี่ย”

         วายยิ้มเยาะๆ ในใจเขาไม่อยากจะไปนักหรอก เขาคงมีเวลาบอกรักแจซอกเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น นั่นก็คือวันที่หนึ่งของปีใหม่

        “ครับ ขอบคุณนะครับ”

        “ว่าแต่ทำอะไรอยู่บนห้องน่ะ เล่นคอมอีกแล้วสิท่า แล้วนี่การบ้านทำเสร็จหมดหรือเปล่า” ย่าถามด้วยรอยยิ้ม

        “เสร็จแล้วครับ ก็เช็กเมลล์ตามเคย”

        “อะจ้ะ งั้นก็กลับขึ้นไปได้ละ เรื่องก็มีแค่นี้แหละลูก” ย่าเอามือลูบหัวเบาๆ ก่อนจะปล่อยตัวหลานชายให้กลับไปยังรังของตัวเอง





เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน…

          วันหยุดสุดสัปดาห์! ใช่!! เป็นเรื่องที่เขาออกจะชอบ เพราะมันดูผ่อนคลายสมองและไม่ต้องคิดอะไรมาก อันที่จริงเขาควรไปเรียนพิเศษได้แล้วนะเพราะขึ้นมอปลาย ทุกคนจะต้องเร่งหาความรู้ใส่ตัวมากๆ เพราะอีกไม่กี่ปีก็ต้องสอบ GAT,PAT และอะไรต่างๆนานา มากมาย เป็นเรื่องยากที่จะทำใจ (ตรงไหน)


        “วาย!!”


        จีบอมโพล่งมาแต่สุดซอย ปลายเท้าที่เร็วปานจิ้งจอกทะเลทรายวิ่งเข้ามาจนถึงหน้าบ้าน ก้มตัวลงพร้อมกระหืดกระหอบ

        “บ้าเปล่า วิ่งมาทำหอกอะไรฮะ”

        “แหม เดี๋ยวก็ไม่ทันพอดี เออนี่ วันนี้ไปสวนสัตว์กัน อยากดูสัตว์และปั่นจักยานน้ำน่ะ”

        “ก็ดีนะ ทีแรกกะจะไปแถวสยามไม่ใช่หรอ” วายส่ายหน้า พลางถอนหายใจเม้มปากแน่น ชายหนุ่มที่เงยหน้าขึ้นมามองเริ่มออกอาการบ่นในทันที

        “อะไรกัน หยุดเสาร์อาทิตย์จะไปแต่สยามพารากอน นานา อโศก ชิดลม นี่นายกะจะไปสร้างบ้านอยู่แถวนั้นรึไง เปลี่ยนบรรยากาศมั่งสิ”

        “อะๆๆ โอเค ไปก็ได้สวนสัตว์ แต่ว่าไปดูนายหรอ ฮ่าๆๆ”


        จีบอมยิ้มแฉ่ง ทั้งคู่พากันเดินไปยังบริเวณหน้าปากซอย นั่งรอรถแท็กซี่อย่างใจจดใจจ่อวันนี้พวกเขาไปกันแค่สองคนฉันท์เพื่อน แต่ถ้าเป็นคนอื่น(สาววาย)เห็นคงคิดว่าเป็นแฟน


        “แจซอก นายไม่ชวนเขามาหรอ?” จู่ๆ จีบอมก็ถามขึ้นมา วายสะดุ้งเฮือก นัยส์ตาวาว ทำไมจีบอมถึงได้ถามคำถามนี้ออกมานะ


        “อะ…เอ่อ เขาไม่ว่างมั้ง อีกอย่างเราก็ไม่ใช่เพื่อนสนิทกันสักหน่อย”

        “ไม่รักเขาแล้วหรอ” สีหน้าเฉยของจีบอมสื่อให้รู้ถึงการที่วายโกหกอยู่ วายรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจุกที่ลำคอ

        “ปะ…เปล่า รักสิ ใครว่าเราไม่รักเขา เรารักมาตลอด นายก็รู้นี่”

         “ใช่ฉันรู้ แต่ถ้าคนรักกันเขาก็ต้องชวนมาเที่ยวสิ ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองมากับคนอื่นแบบนี้” จีบอมยกยิ้มที่มุมปาก แสดงถึงอากัปกิริยาที่ดูขุ่นมัวทางด้านความคิด


         “ถ้าเป็นเรา ณ ตอนนี้ จะรีบโทรไปบอกให้เขาไปหาที่สวนสัตว์แล้วทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิม มันไม่มีความหมายอะไรเลยนะวายที่จะต้องทำตัวหลบๆซ่อนๆหัวใจแบบนี้ไปตลอด ถ้าวายไม่กล้าบอก แล้วเขาจะรู้มั้ย” วายตาค้าง ปากไม่สามารถขยับอะไรได้ ไหงวันนี้จีบอมถึงดูแปลกไป เขาพูดอะไรที่ทำให้จิตใจวายดูเปลี่ยนไป ก็จริงอย่างที่จีบอมบอก ถ้าเขาไม่กล้าแล้วเมื่อไหร่เขาจะรู้ว่าเรารักเขา แต่วายกลับไม่มีเบอร์โทรเขาซะนี่ ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ถือโทรศัพท์ของเขาไว้แท้ๆ


         “ปราศจากซึ่งเบอร์โทรศัพท์” วายเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

         “อะนี่ เรามี โทรบอกเขาซะ”

         วายรับโทรศัพท์มาอย่างช้าๆ เหมือนนาฬิกาในตัวจะเริ่มหยุดหมุน มารู้ตัวอีกทีเสียงของฝ่ายตรงข้ามก็ดังเข้าไปปะทะตรงโสตประสาทของรูหู

         “ฮัลโหล จีบอมมีอะไรหรอ”

         “เราไม่ใช่จีบอม เราวาย” วายกล่าวคำพูดออกไป หัวใจพลันเต้นตึกตัก นี่เขากำลังจะชวนแจซอกไปเที่ยวด้วยกัน?

         “อ้าว สวัสดีวาย มีอะไรล่ะ”

         “เราจะชวนไปเที่ยวสวนสัตว์ ไปมั้ย”

         “เอ๊ะ สวนสัตว์งั้นหรอ…ได้สิ แล้วนี่นายอยู่ไหนล่ะ ว่าแต่ไปกันกี่คนหรอ?”

         “ไปกันสามคน มีนาย จีบอม แล้วก็เรา ยังไงก็ไปเจอกันตรงปากทางเข้าสวนสัตว์ โอเคนะ” วายเม้มปากแน่น

         “โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกัน”


          อะไรกัน! เพียงชวนไม่กี่คำก็ยอมตกลงไปด้วยกันแล้วหรอ มันไม่เร็วไปหน่อยหรอ ทำไมกัน ปรกติที่เขาเห็น แจซอกไม่น่าจะเป็นคนแบบนี้นี่นา

          วายยื่นโทรศัพท์ให้จีบอม ชายหนุ่มยิ้มกว้าง เริ่มปล่อยอารมณ์เดิมกลับมา ใช่! คนเมื่อกี๊ไม่ใช่จีบอม เพียงแต่คือคนอื่น

          “ว่าไง ตกลงเขาไปมั้ย”

          “ไป! เดี๋ยวเขาจะไปรอเราที่สวนสัตว์ หรือไม่แน่ เราอาจจะไปรอเขา”

          “เอาน่า ใครรอใครก็ไม่ต่างกัน ไปกันเถอะ แท็กซี่มาโน่นแน่ะ!”





สวนสัตว์…

          “ว่าแล้วเชียว เราต้องเป็นฝ่ายที่รอแจซอกแทน ว่ามั้ยจีบอม” วายพูดขึ้นระหว่างลงมาจากแท็กซี่ เพราะก่อนที่รถจะจอด เขาเล็งเห็นแล้วว่าไม่มีใบหน้าของแจซอกโผล่ขึ้นมาแถวๆนั้นเลยแม้แต่นิด

          “ทายผิดแล้วล่ะ” จีบอมหัวเราะร่วน พลันชี้นิ้วไปทางชายหนุ่มที่นั่งหลบอยู่หลังประตูทางเข้า ในมือถือบัตรผ่านสามใบ

          “อย่าบอกนะว่าตานั่นมาถึงนานแล้ว และซื้อบัตรไว้เผื่อเราด้วย”

           “ประมาณนั้น ฮ่าๆ นายนี่เดาคนผิดจริงจริ๊ง” จีบอมถอนหายใจ เดินสะเปะสะปะเข้าไปหาแจซอกที่ชูมือทักทายด้วยรอยยิ้ม

          “อ้าว แจซอกมาถึงนานแล้วหรอ”

          “ก็พอสมควร ไม่มีอะไรทำ เลยขออาสาซื้อบัตรผ่านให้ก่อนน่ะ”

          “อ่า ขอบใจนะ แล้วเท่าไหร่หรอ ต่อคน” จีบอมควักกระเป๋าเงินออกมาพร้อมที่จะจ่าย แต่แจซอกกลับยกมือห้าม

          “ไม่ต้องหรอก เรื่องตั๋วเราจ่าย แต่เดี๋ยวเรื่องการกินพวกเราก้แชร์กันจ่ายนะ โอเคมั้ย” แจซอกกระพริบตาซ้ายให้กับวายเป็นนัยให้รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ วายหน้าแดงเผือก ดวงใจเต้นร้อนรุ่ม เหมือนมรสุมลมร้อนที่กำลังพัดผ่านเข้ามาในหัวใจอันเปราะบาง ทั้งสามเดินเข้าไปก่อนจะยื่นบัตรให้กับพนักงานที่ยืนรอรับอยุ่ข้างใน อันที่จริงระบบแบบเก่าเป็นเดินเข้าไปแล้วซื้อตามช่อง แต่มาถึงยุคนี้เริ่มเป็นไปอีกแบบ ( มั่วขนานแท้ : ผู้เขียน )


          “จะดูอะไรก่อนล่ะ วันนี้มีโชว์ด้วยไม่ใช่หรอ”

          “นายมีแผนที่ป่ะ” จีบอมถามแจซอก

          “อ้อ มีสิ นี่ไง” แจซอกยื่นให้อย่างรวดเร็ว เสมือนเขาไม่อยากถือมันไว้นานๆ






          บรรยากาศยามเช้าเริ่มหดหายไปทีละนิด แสงแดดแรงขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว ทำให้เม็ดเหงื่อของแต่ละคนเริ่มแตกพลั่ก

          “ไหงร้อนงี้เนี่ย ทีเมื่อกี๊อากาศยังเย็นๆอยู่เลยไม่ใช่หรอ นี่ก็ใกล้จะถึงกรงของยีราฟแล้วนะ วาย สัตว์ประเภทนี้นายชอบไม่ใช่หรอ?”

          “บ้า นายนั่นแหละ” วายตอบกลับจีบอมอย่างเร็ว ทำให้แจซอกและจีบอมหัวเราะร่า พึงคิดเสมอว่าเรื่องทุกเรื่องในวันนี้คือเรื่องตลก




          ไม่นานหลังจากเดินตะลอนๆ ก็มาถึงยังจดยีราฟถูกตราตรึงไว้มิให้ไปไหน เสมือนจองจำอยู่ในคุก เพียงแต่เป็นคุกที่ปลอดโปร่งและอุดมไปด้วยธรรมชาติ ที่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่สวนสัตว์พยายามจะทำออกมาให้เหมือนที่สุด


          “ยีราฟนะคะเด็กๆ เป็นสัตวทเลี้ยงลูกด้วยนมที่ตัวของมันค่อนข้างจะใหญ่มีลำคอยาวหลายเมตรเลยทีเดียว มันจะมีเขาอยู่หนึ่งคู่ ตัวจะเป็นลายแบบที่เด็กๆเห็นอยู่ในขณะนี้ มีสีของลำตัวเป็นลายเหลืองน้ำตาลปนๆกันไปนะคะ”


          เสียงของเจ้าหน้าที่ที่กำลังสาธยายรำพึงและพรรณนาบทความที่ท่องจำมาไว้อย่างดีให้กับเด็กที่มาทัศนศึกษากับทางโรงเรียน ซึ่งแต่ละคนก็ฟังและจดอย่างใจจดใจจ่อ มีอยู่บางส่วนที่ถ่ายรูปเก็บไว้


          “คุณครูเขาก็ใจดีเนอะ พานักเรียนนักศึกษามาทัศนศึกษากันถึงสวนสัตว์ จะได้เปิดโลกใหม่ๆ ให้กับเด็กๆบ้าง” แจซอกกล่าวขึ้นหลังเงียบไปนาน









ครบ 100% แล้วนะค้าบบบบ ขอโทษที่หายไปนานน้า
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะทุกคน (นักอ่านที่น่ารักของเราทุกคนเลย)










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #25 With_Yoon1991_ (@With_Yoon1991_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 23:59

    วายรักแจซอกแต่ทำไมไม่ยอมบอกสักที ลุ้นมาก น้องกล้าหน่อยลูก แจซอกกำลังต้องการคนดามใจ ทุกคนรู้หมดแล้วว่าวายรักแจซอก ยกเว้นแจซอก วายรีบๆบอกก่อนปีใหม่ยิ่งดี

    #25
    0
  2. #24 Golcha_Y_rabbit (@Golcha_Y_rabbit) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:06

    ที่เห็นแจซอก เศร้าๆ เหงาๆ คือ คิดถึงแฟนเก่า

    วายช่วยเยียวยาใจแจซอกที

    #24
    1
    • #24-1 pnpanin (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 13)
      25 มีนาคม 2563 / 14:48
      ต่อแล้วนะค้าบ
      #24-1
  3. #23 อาหมวยน้อย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 22:19

    ไรท์มาต่อแล้วดีใจจัง

    #23
    1
    • #23-1 pnpanin (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 13)
      26 พฤษภาคม 2562 / 23:11
      มีรีดเดอร์รออ่านอยู่ไรท์ก็ดีใจค่ะTwT
      #23-1