[golden child] compass heart ,jaey

ตอนที่ 12 : ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 ก.พ. 62






๑๐





เช้าวันต่อมา…

เสียงของฝ่าเท้ากระทบลงบนแผ่นไม้เชอร์ร่าและทนทานของบันได พร้อมด้วยร่างอันบอบบาง(มั้ง) ของวายที่วิ่งลงมาด้วยความเร็วสูง จะว่าไปวันนี้เขานัดกับจีบอมให้มาที่บ้านเพื่อเรียบเรียงรายงานที่จะส่งวันพรุ่งนี้

จีบอมที่นั่งรอจนหลังขดหลังแข็งพล่ามขึ้นมาในทันที เมื่อใบหน้าของวายโผล่พ้นราวบันไดลงมา นิ้วชี้ที่งองุ้มเหมือนกระเทย ส่งผลให้ใบหน้าของวายดูเหมือนจะมองเพื่อนในทางที่ผิด

“เอ่อ จีบอม มือน่ะ” วายชี้ไปยังมือของจีบอมด้วยท่าทางขยะแขยงแต่ก็ยังหัวเราะเพราะมันตลกในเชิงสร้างสรรค์

“อุ๊ย! ตายละ โทษที พอดีติดไปหน่อย แหะๆ เพราะเมื่อก่อนตอนอยู่ม.ต้น เคยเรียนนาฏศิลป์ ครูจับดัดมือ พอเวลาชี้ทีไร นิ้วชอบงองุ้มแบบนี้ทุกที”

“เอาเถอะๆ นี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ นายชอบร้อนตัวไปเองทุกที”

“เหอะๆ เหรอ!!!”

วายส่ายหน้า เดินลงมาแล้วนั่งข้างๆจีบอม จากนั้นจึงเริ่มไถ่ถามเกี่ยวกับเรื่องงานที่พวกเขาจะทำในวันนี้ เมื่อวานนัดมากันหมด แต่พวกนั้นไม่ว่างกัน มีข้ออ้างต่างๆนานามากมาย ไม่สบายมั่ง พ่อสั่งไม่ให้ไปมั่ง แต่ทีไปเที่ยวงี้ แหม ว่างกันหมด!

“นี่จีบอม” วายหยุดการสนทนา

“ว่าไง มีเรื่องอะไรหรอ”

“เมื่อวาน…เราเอ่อ…”

จีบอมขมวดคิ้วมุ่นทำหน้างง วางเอกสารลงบนโต๊ะ และเริ่มหันมาใจจดใจจ่อกับคำพูดของวายแทน เขาส่ายหน้าและพูดว่า

“มีเรื่องอะไรก็ว่ามาสิ ทำเป็นลีลาอยู่ได้”

“เราเจอกับแจซอก” วายยิ้มเจื่อนๆ มองดูใบหน้าของเพื่อนที่ดูงุนงงกับคำพูด นี่มันอะไรกัน เรื่องแค่นี้ทำไมวายต้องบอก

“อะ…อะไร แค่เนี้ย เจอกันแล้วไง ไม่เห็นแปลก เขาก็อยู่ห้องเดียวกับเรานี่”

“มันถูก แต่ว่า...มีมากกว่านั้นอีก”

“งั้นอะไรล่ะ ว่ามาสิ ฉันรอฟังอยู่ แล้วพร้อมที่จะแก้ปัญหาให้ ถ้ามีนะ!”

“วันนั้นทั้งวันเราแทบจะไม่ได้ถ่ายรูป เพราะมัวแต่ทำธุระกับแจซอกสองต่อสอง” จีบอมเบิกตากว้าง น้ำเสียงอันทรงพลังบังเกิดขึ้นในทันใด

“อะไรนะ!!! นายไปกับแจซอกงั้นหรอ โห สุดยอด!”

“นี่เบาๆหน่อยสิ เดี๋ยวใครเขาก็ได้ยินหมดหรอก”

จีบอมลดตัวลงมาพร้อมทำท่ามือปิดปาก สายตาของเขายังคงจ้องมองใบหน้าของวายอย่างไม่ลดละ ลมหายใจที่ถูกถอนออกมาทำให้ชายหนุ่มรู้เลยว่าวายกำลังเบื่อหน่าย

“แล้วมันไม่ดีหรือไง”

“ใครว่าไม่ดีล่ะ ดีสิ ดีมากด้วย นายก็รู้ไม่ใช่หรอว่า เรารู้สึกยังไงกับเขา” จีบอมยักไหล่

“แล้วไง ทำไมต้องถอนหายใจด้วย” วายอมยิ้ม และการอมยิ้มแบบนั้นมันไม่ได้ออกมาจากใจ ดูเหมือนจะฝืนยิ้มมากกว่า

“รู้สึกว่า อยากทำความรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้ นิสัยเป็นกันเอง ไม่หยิ่ง แถมขี้เล่นอีกต่างหาก”

“เขาอยู่ห้องเดียวกับเรา ทำไมต้องอาย ก็ในเมื่ออีกหน่อยก็จะเป็นเพื่อนกันแล้ว จริงมั้ย?” จีบอมพูดถึงเหตุผลที่ค่อนข้างจะถูก

“งั้นเราหยุดคุยเรื่องนี้กันเถอะ พักไว้ก่อนนะ มาทำงานกันต่อดีกว่า” วายฉีกยิ้มกว้าง พยายามหาเหตุผลอ้างไปทางอื่น ซึ่งจีบอมก็เข้าใจในสิ่งที่เขาคิด




กลิ่นของอาหารยามเย็นที่คุณอากำลังทำอยู่ โชยมาแต่ไกล…

วายที่กำลังนั่งจ้องมองดูดวงดาวอันแสนสดใสในยามค่ำ หวนนึกถึงใบหน้าของแจซอกอยู่รอมรอ ช่างเป็นอะไรที่ดูมีชีวิตชีวาเสียจริงๆ สายลมอ่อนๆ โชยพัดผ่านร่างอันแสนจะบอบบาง คืนนี้วายไม่ได้ใส่ชุดนอนเหมือนทั่วๆไป สวมเพียงแต่เสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้น แต่ไม่ถึงกับสั้นมาก 

คุณย่าของวายเดินพ้นธรณีประตูบ้านออกมายืนรับลมโกรกนอกบ้านเสียงเก้าอี้ไม้ดังขึ้น เพราะถูกร่างของคุณย่านั่งและแผ่กายลงไปด้วยความเหนื่อยล้า เพราะพึ่งกลับมาจากร้านได้ไม่ถึงยี่สิบนาที

“คิดอะไรอยู่หรอลูก” คำถามเบาๆด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนและทุ้มต่ำของคุณย่าทำเอาวายสะดุ้งเฮือก และค่อยๆหันกายกลับมา 

“อ้อ เรื่อยเปื่อยครับคุณย่า คืนนี้ดาวสวยดีนะครับ อีกอย่างมันก็ไม่ได้เย็นเหมือนสองสามวันก่อนด้วย” 

“หึหึ แน่ละสิ นี่ก็ใกล้จะพ้นฤดูของมันแล้วนี่น่า”

“ไม่จริงมั้ง เพิ่งเข้าเดือนธันวาคมอยู่ไม่ใช่หรอครับคุณย่า”

“จริงสินะ ย่าคงเลอะเลือนไปมาก มากเสียจนจำไม่ได้ว่าเดือนนี้เดือนอะไร และเป็นฤดูกาลไหน ไม่แน่นะที่ย่าทำงานอยู่อาจส่งผล ทำให้ย่าสมองกลับก็ได้”

“แค่เครื่องอบขนมอะนะ”

“เอาเถอะ ถึงย่าจะเลอะเลือนยังไง แต่หนูก็ยังเป็นหลานรักของย่าเสมอ แล้วนี่ย่าถามจริงๆเถอะ โตเป็นหนุ่มอายุปูนนี้แล้ว มีแฟนกับเค้ามั่งรึเปล่า”

“คุณย่าก็ ถามอะไรแบบนี้ล่ะครับ ผมก็เขินเป็นนะ” หน้าของวายแดงก่ำ

“ย่าก็แค่พูดเล่นๆไปแบบนั้นเองแหละ นี่ลูกไม่รู้สึกหิวข้าวบ้างเลยเหรอ อาเค้าก็ทำอาหารช้าเหมือนเต่าเลยเนอะ” ยังไม่ทันขาดคำ เสียงกระแอมก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง คุณย่าทำหน้าแหย และค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

“เต่าอะไรคุณย่า” รอยยิ้มถูกเผยบนใบหน้าของย่า วายเห็นแล้วแทบจะถอยห่างออกไปทันที

“ไม่มีอะไรจ้ะ วายลูกมาทานข้าวกัน ย่าก็ด้วยนะ” คุณย่าจับมือหลานและพากันเดินเข้าไปที่นั่งโต๊ะอาหาร วายนั่งลงพร้อมตักอาหารเข้าปากโดยไม่รีรอ

“เออ ลูก…พักนี้เห็นลูกชอบละเมอบ่อยๆนะ เป็นอะไรมากรึเปล่า” คำถามเดียวกับที่คุณย่าพึ่งถามมาเมื่อกี้นี้ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพูดโดยคุณอาอีกครั้ง วายถอนหายใจพลางส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ทานข้าวต่อเถอะ” รอยยิ้มเจื่อนๆที่ใครๆก็ดูออกเผยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนทีเดียว เพียงแต่ไม่มีใครเอ่ยคำถามออกมาอีกก็เท่านั้น ในคุณย่าและคุณอามักคิดไปทางเดียวกันว่า คงจะเรียนหนักไปหน่อยก็เท่านั้นเอง แต่ถ้ามองลึกลงไปภายในจิตใจแล้ว ความรักมักเป็นเหตุมากกว่าการเรียน





โรงเรียน…

“วาย…ขอลอกการบ้านเลขหน่อยดิ ยังเหลืออีกตั้งห้าข้อแหนะ” จางจุนพุ่งเข้ามาขอลอกการบ้าน โดยที่วายยังไม่ทันนั่งลงเก้าอี้ด้วยซ้ำ เช้านี้บรรยากาศสดใสเข้ากับหน้าหนาวได้ดี วายส่ายหน้าด้วยอาการเซ็ง ก่อนจะล้วงลงไปในกระเป๋าสะพายและหยิบเอาสมุดการบ้านเลขขึ้นมาแล้วเอายื่นให้กับจางจุนที่รอลิ้นห้อยหน้าตั้ง

“เมื่อคืนทำอะไรหละ ทำไมถึงทำไม่เสร็จ”

“ก็…แหะๆ นอนก่อนหัวค่ำอ่ะ”

“จริงหรอ ไม่ใช่ไปทำพิธีรีตรองกับวิสกี้หรอกหรอ” วายเลิกคิ้วพร้อมทำสีหน้าทะเล้นกลับไป จางจุนกัดฟันกรอด เสียงฟันเสียดสีกันราวท่อนเหล็กที่กำลังถูกเครื่องบด

“เฮ้อ รู้จนได้ ไม่สนละ ทำงานต่อดีกว่า” ลงมือทำการบ้านเลข ด้วยความเร็วสูง เฉลี่ยค่าความเร็วของตัวอักษร ประมาณสี่ร้อยยี่สิบสี่คำต่อนาที (เว่อร์)


ปัง!

กองหนังสือการ์ตูนและนวนิยายขนาดเท่าภูเขาเอเวอร์เรสต์ถูกยกลงมากองบนโต๊ะที่วายนั่งอยู่ ทำเอาเขาตกใจแทบหงายคว่ำ

จีบอมฉีกยิ้มกว้าง และค่อยๆจมตัวลงหายวับไปอยู่อีกด้านหนึ่งของกองหนังสือ นิ้วเรียวยาวทั้งห้าเลื่อนขึ้นมาหมายจะหยิบหนังสือเล่มบนสุดมาอ่าน แต่ก็ถูกสกัดกั้นด้วยฝ่ามืออรหันต์ของวาย

“นี่หนังสือนะ ทำไมต้องวางกระแทกให้เสียงดังแบบนี้”

“โห แค่นี้เอง ทำเป็นเคือง เสียงดังนิดหน่อยก็ไม่ได้”

“ไม่ได้ มันทำให้เสียฟิลเข้าใจมั้ย ฟิลน่ะ”

“แหะๆ ไม่…ไม่รู้เรื่อง ก๊ากๆ” จีบอมสะบัดมือออกและหยิบหนังสือลงมาอ่านอย่างใจเย็น ยังไม่ทันที่วายจะหันหน้ากลับมาทางเดิม เจ้าของเสียงอันเป็นที่รู้จักในความเป็นส่วนตัวก็ดังขึ้นมาก่อน แจซอกยืนตัวสูงโด่อยู่เบื้องหน้า นั่งลงและส่งรอยยิ้มอันสุดแสนจะหวานปานน้ำตาลทรายบดจนละเอียด

“อรุณสวัสด์วาย” วายเงียบไม่ยอมปริปากพูดแม้แต่คำเดียว เสียงของหัวใจกำลังสั่นคลอนไปทั่วร่างกาย เลือดกำลังสูบฉีดอย่างหนัก

“วาย อรุณสวัสดิ์” แจซอกกล่าวทักทายยามเช้าอีกครั้ง ใช้มือขวาโบกผ่านหน้าไปมา เพื่อให้รู้ว่ายังมีคนกำลังทักเขาอยู่

“อะ…เอ่อ อรุณสวัสดิ์ แจซอก นายชื่ออะไรนะ เราจำไม่ได้แล้ว หมายถึงชื่อเล่นน่ะ” วายยิ้มแฉ่ง และยังคงแฝงไปด้วยความตื่นตัว

“ก็แจซอกน่ะสิ ส่วนนาย วาย ฉันจำได้” แจซอกยิ้มร่า ก็ไม่รู้ว่าทั้งเขาและวายจะถามชื่อกันไปอีกกี่ล้านรอบ ในเมื่อคนทั้งคู่ก็รู้อยู่แก่ใจและจำได้ไม่มีวันลืม

“อ่าใช่ จำได้ดีนี่ แล้วนายไม่มีงานทำหรือยังไง อีกไม่นานครูก็จะเข้ามาแล้วนะ” วายเบิกตากว้าง จ้องตาแป๋วของแจซอก ความน่ารักของแจซอกบังเกิดขึ้นมาในสายตาของเขาทันที

“แล้วนี่ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับเด็กคนนั้นบ้างมั้ย”

“อ้อ เด็กนั่นน่ะหรอ ไม่ล่ะ ไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลย แต่เราเชื่อว่าน้องเขาคงหายดีเป็นปลิดทิ้งแล้วแหละเพราะที่โรงพยาบลหมอเขาก็บอกแล้วนี่พักไม่กี่วันก็ออกมาได้” วายยิ้มใบหน้าแจ่มใส แต่ยังไม่หายยิ้มภูมิใจเสียงนรกแตกก็พลันเกิดขึ้น ประตูถูกผลักเบาๆ ตามด้วยเสียงของรองเท้าส้นสูง เสื้อผ้าและทรงผมดูแล้วช่างเป็นอะไรที่ดูแล้วน่าเบื่อหน่ายลูกตาเอามากๆ

“ครูมาแล้ว ไปนั่งที่ซะสิ” วายบอกสั่งแต่คำพูดดูเหมือนไล่ แจซอกอมยิ้มและยกร่างของตัวเองไปนั่งที่แต่โดยดี ครูผู้สอนเดินเข้ามาวางของที่โต๊ะอย่างเบาหวิว

“เอาล่ะจ้ะนักเรียนทุกคน”

น้ำเสียงที่เหมือนแมลงหวี่บินเข้ากองไฟดังขึ้นมาดั่งเปลวไฟภายใต้กองเพลิงและลาวาบนภูเขาไฟ นักเรียนทุกคนนิ่งเฉยไม่มีท่าทีว่ากระดุกกระดิก ยกเว้นจางจุนคนเดียว ที่มัวแต่ลอกการบ้านของวายจนลืมไปว่าบัดนี้ เพรฌฆาตแห่งคณิตศาสตร์ได้มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว!

“อะแฮ่ม! จางจุน”

“ครับ” จางจุนยังคงลอกการบ้านต่อไปเรื่อยๆ ครูผู้สอนถอนลมหายใจออกมาช้าๆ

“นี่ อย่ามากวนได้มั้ยครับ คนจะทำงาน”

“อี จางจุน!!!” ครูผู้สอนขมวดคิ้วมุ่น หรี่ตาใส่ จางจุนที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นขมวดคิ้วด้วยความโมโห ก่อนจะระเบิดคำพูดออกมาเป็นชุดๆว่า…

“อะไรหนักหนา! ฮะ!! รบกวนคนอื่นเขาแล้วก็มาทำเสียงดังใส่อีก แบบนี้นี่มัน…เอิ๊กๆ” คำพูดขาดตอนไปทันที จางจุนเงยหน้าขึ้นมาเบิกตากว้างปานไข่ไก่ ก่อนจะส่งยิ้มแหยๆ กลับไปพร้อมกล่าวคำขอโทษ


แต่นั่นมันคงจะสายเกินไปแล้วล่ะ!!!




TBC.


-Talk-
สงสารจางจุนเขานะคะ555555  
แง้ หายไปนานมากๆเลย (รึเปล่า) มาต่อแล้ว คิดไม่ออก ตัน5555


: มาๆ ขอทล็อคยาวๆที :

-เราอาจจะไม่ค่อยได้มาอัพในนี้บ่อยๆนะ ด้วยเหตุผลเรื่องงานเยอะ ยิ่งเตรียมตัวสอบด้วยหลังปีใหม่นี้เป็นต้นไป แต่ไม่เทแน่นอนจ้า 

-เราจะเอาเรื่องนี้ให้จบก่อนแล้วค่อยไปต่อเรื่องอื่นๆนะคะ รู้สึกว่าพล็อตอันนี้แล่นมากจริงๆ (แต่ไม่ค่อยมีเวลาแต่งไง หัวเราะแห้ง แหะๆ) อย่าพึ่งทิ้งเราน้า //อ้อนก่อน

-ยังไงก็แฮปปี้นิวเยียร์น้า ลงให้ตอนนึงเป็นของขวัญแด่ทุกคนที่ติดตามนิยายของเรามาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ (เหมือนจะจบแล้วอ่ะ โอ้ย555)

-มีความสุขกันมากๆนะคะ โชคดีมีชัยสุขภาพแข็งแรง เฮ็งๆรวยๆ 


♡♡♡♡♡♡ - HAPPY NEWYEAR - ♡♡♡♡♡♡♡





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #22 Golcha_Y_rabbit (@Golcha_Y_rabbit) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 23:09
    วายถึงกับเบลอเมื่อมีคนหล่อมาทัก ยังจะไปถามชื่อเค้าอีก55555

    Happy new year นะคะ
    #22
    1
    • #22-1 pnpanin (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 12)
      4 มกราคม 2562 / 23:17
      ขอบคุณค่า ตอบช้าไปนี๊ดดดด // น้องเป็นคนเบลอๆ ตกใจไม่คิดว่าคนหล่อจะมาทัก555
      #22-1
  2. #21 อาหมวยน้อย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 21:24

    ลูกวายฉันขี้เขินจริงๆ ซอกก็เหมือนจะเริ่มรุกแล้ว

    #21
    1
    • #21-1 pnpanin (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 12)
      2 มกราคม 2562 / 14:47
      น้องเขินแล้วน่าย้ากกก5555
      #21-1
  3. #20 neoynie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 20:26

    พึ่งมาติดตามนิยายของไรท์สนุกมากเลยค่ะ ทุกเรื่องเราตามอ่านหมด55555 คือพล็อตดี แต่บางครั้งเหมือนไรท์งานเยอะเลยไม่ค่อยได้มาต่อ555 สู้ๆนะคะ♡ Happy new year เช่นกันน้า♡

    #20
    1
    • #20-1 pnpanin (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 12)
      30 ธันวาคม 2561 / 20:39
      ฮืออ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ติดตามเรา แม้เราจะเป็นไรท์แสนขี้เกียจ;_; แต่เราจะตั้งใจแต่งสุดๆน้า ขอบคุณคับ♡
      #20-1