[golden child] compass heart ,jaey

ตอนที่ 10 : ๐๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    23 ต.ค. 61






๐๘





          ทั้งหมดเดินลงมาจากขบวนรถไฟซึ่งสวนทางกับคนอื่นๆ ที่กำลังพรวดพราดขึ้นมาอย่างไร้มารยาท แต่ก็ไม่มีใครออกปากเลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อมาถึงยังบริเวณหน้าสถานีรถไฟ กลับพบว่ามีรถรับจ้างจำนวนไม่มากรอรับผู้โดยสารอยู่ เราจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาพร้อมทั้งโบกมือเรียกโชเฟอร์ด้วยรอยยิ้ม

         “จะไปไหนกันครับ” โชเฟอร์ฉีกยิ้มกว้าง เช่นเดียวกับเขา ตอนนี้ทั้งคู่กำลังเจรจากันเรื่องไปยังแหล่งโบราณสถานที่อยู่ไม่ไกลจากที่แห่งนี้นักค่ารถคงพอรับไหวอยู่

         “ตกลงตามนี้เลยนะครับ”

         ชายหนุ่มพยักหน้า จากนั้นจึงหันกลับมาโบกเรียกบรรดาเพื่อนๆที่กำลังยืนเท้าสะเอวอย่างสบายใจ

        “สรุปคือนั่งรถรับจ้างไปใช่ไหม”

       “ใช่ เราจะไปโบราณสถานกัน เพื่อทำรายงานขั้นเทพ”

         “ตรงไหนห้ะ” โบมินหรี่ตาเล็กลงเพื่อมองสภาพเพื่อนตัวเองที่นับวันยิ่งบ้ากันเข้าไปใหญ่ ส่ายหน้าเบาๆแล้วจึงเดินลัดหมู่เพื่อนเพื่อเข้าไปในรถก่อนเป็นคนแรก

          “นี่เคยเห็นควายวิ่งไปกินหญ้าปะ คิคิ” จางจุนกระซิบข้างหูของวายที่ซึ่งกำลังยืนอมยิ้มส่งตาหวานให้กับหมู่เพื่อนๆ

          “นี่วาย นายจะยืนยิ้มอยู่อีกนานมั้ย เดี๋ยวเหงือกก็แห้งกันพอดีหรอก” จีบอมหัวเราะร่าก่อนจะกระโดดเข้าไปในรถ คิดว่าจะรอดพ้นจากฝ่ามือนางพญาของเขาไปได้หรอ มันคงเป็นไปได้ยาก!!

         “ดูมันว่าเราสิ”

          “เอาเถอะน่า ไปขึ้นรถกัน เดี๋ยวพอทำงานเสร็จก็ไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน” จางจุนลากเพื่อนขึ้นไปบนรถทันที




          รถรับจ้างตีตัวออกจากบริเวณสถานีรถไฟตัดเข้าไปในถนนใหญ่เพื่อที่จะมุ่งหน้าสู่โบราณสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เป็นโบราณสถานที่ติดท็อปในหลายๆแห่งที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก
รถรับจ้างแล่นผ่านตัวเมืองอยุธยาเป็นเวลาเกือบๆสามสิบนาทีก่อนจะเลี้ยวรถผ่านถนนใหญ่สายตรงสู่แหล่งโบราณสถานที่เริ่มเห็นไกลๆ

          “นั่นไง!”

           จูชานชี้ผ่านกระจกหน้าออกไป ก่อนจะถูกสายตาทั้งสี่คู่มองโดยอัตโนมัติ แหล่งโบราณสถานแห่งนี้ช่างดูสวยสดงดงามมาแต่ไกล ขนาดไม่ถึงยังสวยขนาดนี้ ถ้าถึงแล้วไม่สวยขนาดต้องกราบไหว้กันเลยหรอ

           เมื่อรถแล่นมาจอดที่ลานกว้าง ซึ่งคับคั่งไปด้วยรถทัวร์และรถรับจ้างรวมถึงรถต่างๆนานามากมาย แต่ก็ไม่เป็นที่ยากสำหรับพวกวัยรุ่นใจถึงอย่างพวกเรา

           “เท่าไหร่ครับพี่” จางจุนเลิกคิ้วถาม โชเฟอร์ไม่มีท่าทีตอบ ได้แต่ยกนิ้วบอกราคาอย่างเดียว

           “โอเคครับ” ควักเงินจ่าย จากนั้นจึงหันมาทางตัววายที่ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว มือขวาพุ่งมาสกิดที่ข้างลำตัว ก่อนจะสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

            “หลับได้หลับดีนะนาย”

           “ก็มันง่วงนอนนี่น่า” วายงัวเงีย บิดขี้เกียจจนแขนไปโดนใส่หัวของโบมินที่กำลังชะเง้อมองดูวัดต่างๆภายในโบราณสถานอย่างสนอกสนใจ จนทำให้เจ้าตัวหน้าแดงเผือดด้วยความโมโห

            “อุ๊ย ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ”

            “เอาเถอะ เรื่องเล็กน้อย”

            สายตาปราดเปรื่องไปด้วยปัญญาและคารมของโบมินเล็กลงเสมือนพญาตุ่น เขาได้เพียงแค่ทำให้มันเล็กลงและเล็กลงกว่าเดิม

            ไม่นานนักหลังจากเดินออกมาจากลานจอดรถ วายพร้อมด้วยพวกเพื่อนๆต่างกำลังชื่นชมกับวัดวาอารามในยุคกรุงเก่าที่ซึ่งยังคงความเป็นไทยและความสวยงามเอาไว้อย่างลงตัว เพียงแต่ว่าเสียหายมากไปหน่อยเพราะสงครามเมื่อหลายร้อยปีก่อนเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่ายุคปัจจุบันทางกรมศิลปากรจัดงบประมาณมาบูรณะเอาไว้บ้างก็เถอะ
 
            “รายงานพร้อมภาพประกอบ ตากล้องพร้อมไหม”

            “พร้อม!” วายเอ่ยเสียงสูง ก่อนจะปลีกตัวห่างจากเพื่อนๆ เพื่อไปทำภารกิจตัวเองด้วยความเร่งรีบ เพราะเขาอยากทำงานพวกนี้ให้เสร็จจะตายอยู่แล้ว!!!

           “นี่วาย นายเป็นบ้าอะไรขึ้นมานะ!” แจฮยอนส่ายหน้าก่อนจะเบี่ยงเบนความสนใจมาทางหมู่เพื่อนที่ยืนรออย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง




         อีกด้านหนึ่ง ที่ซึ่งอุดมไปด้วยนักท่องเที่ยว (คนนะไม่ใช่พืช) และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย มันเป็นเสียงที่ค่อนข้างจะดังพอสมควร เพราะยุคนี้อะไรก็เป็นเงินๆทองๆเสียหมด ต้องแหกปากร้องถึงจะได้

          วายเดินก้าวเท้ายาวๆ ผ่านร่างใหญ่ผมทองทั้งหลายที่มัวแต่ยืนขวางทางดูโบราณสถานอย่างสนอกสนใจ เมื่อผ่านมาได้ วายยกกล้องขึ้นมาถ่ายมุมระยะไกล ถึงแม้มันจะไม่ใช่กล้องถ่ายรูปแบบสวยเลิศ แต่ก็พอถ่ายให้มีรูปทำรายงานส่งก็ดีเกินพอแล้ว

         หลังจากที่หมกมุ่นอยู่กับการถ่ายรูปบริเวณโดยรอบไปได้ไม่นาน ความเหนื่อยล้าเริ่มมาก่อน การหาอะไรแก้กระหายมันช่างเป็นความคิดที่ดีในช่วงเวลาแบบนี้ ร้านค้ามากมายกำลังรอเขาไปหา วายก้าวฉับไวเดินเข้าไปยังบรรดาร้านค้าที่ส่วนใหญ่มีน้ำดื่มขาย ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าร้านๆหนึ่งแล้วยิ้มให้กับแม่ค้า

        “เอาน้ำเปล่าขวดนึงครับ”

         “อะ นี่จ้ะ สิบบาท”

         วายควักเงินจ่ายออกมาอย่างไม่ลังเล ยื่นเหรียญห้าจำนวนสองเหรีญญให้บแม่ค้าด้วยรอยยิ้มแสนหวานของเขา แต่ทว่าสายตาดันไปเห็นเด็กชายตัวน้อยๆที่นอนโทรมอยู่เก้าอี้พับ ท่าทางเหมือนมีไข้ขึ้นสูง เขาอดไม่ได้จึงถามออกไปว่า...

         “น้องเขาไม่สบายหรือเปล่าครับ ทำไมดูโทรมและซีดเซียวแบบนั้นล่ะ”

         “อ๋อ ใช่จ้ะ ลูกป้าเอง ไม่สบายมาสองวันแล้ว ไปหาหมอก็ไม่หาย ยิ่งช่วงนี้ขายของไม่ได้ เลยไม่ค่อยมีเงินไปรักษา จะให้นอนอยู่บ้านเพียงลำพังก็กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นมามันจะช่วยอะไรตัวเองไม่ได้ เลยต้องพามาด้วย”

        “โห ไหงเป็นงี้ล่ะ มีสิทธิ์ช็อกนะครับ!” วายขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกเป็นห่วงเด็กชายคนนี้ขึ้นมาทันที ความคิดเกี่ยวกับการถ่ายรูปในสถานที่ต่อไปหมดลงในชั่ววูบ หันมาสนใจกับเด็กชายคนนี้แทน

        “ผมขอดูหน่อยนะครับ”

        ป้าคนนี้ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ทำสีหน้าสลดนิดหน่อย วายก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงยองๆ แบบไม่เต็มฝ่าเท้า แล้วจึงเคลื่อนหลังมือไปสัมผัสที่ตัวของเด็กชายอย่างละมุนละไม

         “ตัวร้อนมากเลยนะครับ ถ้าไม่ส่งโรงพยาบาลผมกลัวว่าเด็กอาจจะช็อกได้ แต่อันนี้แค่คาดเดาเอาครับ เพราะผมไม่ได้เรียนเกี่ยวกับแพทย์มาโดยตรง”

          “แต่ป้าไม่มีเงินพาลูกไปนอนโรงพยาบาลหรอกนะ คืนละตั้งหลายบาท”

          “งั้นเอาอย่างนี้ครับ พอดีผมมีญาติห่างๆ และทำงานเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลที่ไม่ไกลจากที่นี่นักหรอกครับ ผมคิดว่าป้าคงจะรู้จัก”

          ป้าพยักหน้าเพียงแต่ไร้รอยยิ้มกลับมา

          “ป้าครับ มีน้ำอัดลมขายมั้ยครับ” เสียงของนักท่องเที่ยวชาวไทยรายหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง ป้าจำต้องหันตัวกลับไปเพื่อขายของ

          “น้ำอะไรดีคะ”

           “เป๊บซี่สี่ขวดครับ”

           “อ้อ นี่จ้ะ ทั้งหมดแปดสิบบาทจ้ะ ขอบคุณนะคะ”

           วายจ้องมองดูสีหน้าขณะที่ป้าคนนี้กำลังขายของ ถึงแม้จะมีรอยยิ้มที่เด่นออกมา เพียงแต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่มาจากความสุขกับการขาย สายตายังคงความหดหู่ทางจิตใจไม่น้อย

          “ป้าครับ จะว่าอะไรมั้ยถ้าผมขออาสาออกเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับลูกของป้า เพราะผมทนไม่ได้หรอกนะที่จะเห็นเด็กอยู่ในสภาพแบบนี้”

          “แต่ว่า...”

          “ป้าครับ ขอร้อง!!” วายตีหน้าจริงจังใส่ ไม่นานป้าก็ตอบตกลงด้วยการพยักหน้า วายเองก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่า เหตุผลอันใดที่เขาจะต้องมาช่วยเด็กคนนี้ด้วย จะด้วยความสงสารหรือว่าอะไร เพราะทุกครั้งก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เสียหน่อย

         “งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ ขอไปเรียกเพื่อนๆมาช่วยกันก่อน”

          วายออกตัววิ่งโดยเร็ว พยายามกวาดสายตามองพวกเพื่อนๆที่มัวแต่ลั้ลลาสบายอารมณ์กับงานภาษาไทยระดับบิ๊กๆ

        แต่ทว่า!

        โป๊ก!!!

         “ขอโทษครับ”

          ด้วยการที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำให้ร่างของเขาปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนเข้า วายเงยหน้าขึ้นมา หมายว่าจะยิ้มขอโทษขอโพยเป็นครั้งที่สอง แต่วายกลับต้องเบิกตากว้างเมื่อคนที่อยู่เบื้องหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงอย่าง แจซอก

          “จะ จะ แจซอก”

          “อ้าว สวัสดี ว่ายังไงล่ะ เป็นไงมาไง เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” คำพูดทักทายพร้อมท่าทางที่ดูทะเล้นของชายหนุ่ม ทำให้วายแอบเขินจนหน้าแดง

          “มา เอ่อ มาทำรายงานวิชาภาษาไทย แล้วนายล่ะ มาทำอะไรที่นี่เหรอ” ตีสีหน้าเหมือนคนคบกันมานานใส่แจซอก ทำเอาแจซอกพลอยอ้าปากเหวอไปด้วย

          “เหมือนกันนั่นแหละ”

          “งะ...งั้นหรอ ถ้ายังไง ขะ ขอตัวก่อนนะ มีเรื่องด่วนน่ะ” กำลังจะออกตัววิ่งแต่ทว่าฝ่ามือขนาดใหญ่และนิ้วมืออันเรียวยาวและเนียนนุ่มพุ่งเข้าไปจับข้อแขนของวายทันที พยามยามกักไม่ให้วายวิ่งหนีไปไหนได้

           ถึงจุดนี้ ใบหน้าที่เคยแดงระเรื่อ กลับแดงขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว สามารถฟังเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นตุ่มๆต่อมๆได้อย่างสบายๆ วายเงียบงันไปชั่วครู่ จากนั้นกล่าวขึ้นมาว่า

           “จับเราไว้ทำไมหรอ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ คนเขากำลังรีบ!”

           “ขอโทษนะ อันที่จริงแค่อยากจะถามว่ารีบร้อนไปไหนหรอ” แจซอกเพ่งมองใบหน้าของวายด้วยสายตาเบื่อหน่าย ยื่นกระเป๋าเงินสีฟ้าลายกระต่ายขึ้นมา

           “นายทำหล่นเอาไว้ตอนที่ชนกันเมื่อกี๊”

            วายอยากจะฆ่าตัวเองให้ตายตอนนี้ เพราะดันมาสะเพร่าในเรื่องไม่เป็นเรื่อง วายหวนตัวกลับมาก่อนจะปรายตาลงมองที่ข้อมือ

            “อ้อ” แจซอกปล่อยให้วายเป็นอิสระอีกครั้ง และจึงคืนกระเป๋าเงินให้ด้วยความยินดี พร้อมรอยยิ้มที่ฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง

           “ไหนๆก็ไหนๆแล้ว นายช่วยอะไรเราอย่างได้มั้ย”

            “เจอกันแค่ไม่ถึงนาที จะให้ช่วยเลยหรอ แบบนี้ไม่ดีมั้ง”

             “ใจร้ายจัง ครั้งก่อนไม่ช่วยซะก็ดีอ่ะ” น้ำเสียงพึมพำที่จงใจทำของวายทะลุเข้าสู่รูหูทั้งสองข้างของแจซอก ด้วยความที่ไม่อยากเสียฟอร์มความเป็นชายชาตรี แจซอกจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

             “เรื่องอะไรว่ามา”

             “ตามเรามา” วายเอ่ยคำพูดสั้นๆออกมาด้วยสีหน้าที่ดูร้อนรนพอสมควร วายหายใจถี่ราวกับว่าเพิ่งเจอสงครามมาหมาดๆ



เมื่อมาถึงยัที่ที่เด็กชายนอนอยู่ สิ่งแรกที่แจซอกเห็นคือ ร่างกายที่ดูซีดเซียวเหมือนไม่มีเรี่ยวมีแรงของเด็กน้อยผู้นี้ เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้ ศักยภาพทางด้านความคิดเกี่ยวกับทางแพทย์ที่เขาเรียนมาทางอินเทอร์เน็ตอาจจะช่วยเด็กน้อยคนนี้ให้หายได้ในระยะหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งมือหมอแต่ทว่าอาการทรุดฮวบแบบนี้ เห็นทีคงต้องให้ฝ่ายหมอเป็นผู้จัดการเพียงฝ่ายเดียว

           “ไม่สบาย เป็นหวัดใหญ่ มีคอแดง และมีภาวะปอดอักเสบหรือเรียกอีกอย่างว่านิวโมเนีย (Pneumonia)*”

(*ปอดอักเสบ หรือนิวโมเนีย (Pneumonia) มักพบในคนที่ไม่แข็งแรง(มีภูมิต้านทานโรคต่ำ) เช่น เด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กแฝด เด็กขาดสารอาหารหรือเด็กที่กินนมข้นกระป๋อง คนชรา คนเมาเหล้า คนที่เป็นโรคทางปอดเรื้อรังเช่น หืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง)

           “ทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้ล่ะ แต่เท่าที่เราใช้มือสัมผัสตรงเส้นเลือด อาการเต้นของหัวใจก็ดูลดลงด้วย แต่ตอนที่เด็กหายใจ เราลองฟังดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาทางด้านนี้นะ”

           วายเถียงด้วยคำพูดที่ดูเป็นผู้ใหญมากขึ้น ป้าที่กำลังยืนดูพวกเขาคุยกัน เริ่มเกิดอาการงงไปตามๆกันเพราะสิ่งที่พวกเขาพูดมา เธอแทบไม่เข้าใจด้วยว่าพูดถึงเรื่องอะไรอยู่

           “อ่า วาย นายลองก้มแล้วฟังใหม่สิ ง่ายๆเอามือกดดูก็ได้ เสียงฟังดูเหมือนว่าน้องเขาจะมีอาการหอบหืดแทรกอยู่”

          “ป้าครับ น้องเค้าเคยเป็นโรคหอบหืดมาก่อนมั้ยครับ” วายชี้ประเด็นไปทางป้าที่ยืนเหมือนให้การหน้าศาลด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าๆ

           “อันนี้ป้าเองก็ไม่แน่ใจ รู้อย่างเดียวคือ น้องเขาเป็นไข้บ่อยมากๆ และครั้งนี้ก็เป็นมาสองวันแล้ว ให้ทานยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย เหมือนที่ป้าบอกกับหนูไปแล้วเมื่อกี้นี้”

           “โห ปล่อยได้ยังไงครับป้า ไม่กลัวน้องเขาช็อกหรอ” คำพูดเดียวกับที่วายพูดออกไป เด็กอาจเกิดอาการช็อกได้ถ้าไม่รีบ

           “อันนี้ป้าแกรู้แล้วแหละ เพียงแต่ไม่มีเงินส่งน่ะ เห็นว่าค่ารักษามันแพง ต้องนอนโรงพยาบาลแน่ๆ”

           “แต่ถ้ามีบัตรประกันสุขภาพก็รักษาได้ไม่ใช่หรอ” แจซอกขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะบ่ายเบี่ยงไปทางที่ป้าเริ่มถลึงตาขึ้นเพื่อตอบคำถาม

           “ป้าไม่ได้ทำหรอกจ้ะ เพราะป้าก็ไม่รู้ว่าเขาทำกันยังไง วันๆเอาแต่ทำงานหาเงินเลี้ยงลูกและส่งเสียมันไปโรงเรียนแค่นั้น”

           “โอเคครับป้า เรื่องนี้เดี๋ยวผมเป็นคนจัดการเอง ถ้ายังไงผมขอพาตัวเด็กชายคนนี้ไปโรงพยาบาลก่อนนะครับ ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวผมโทรกลับ”

            “แต่ป้าไม่มีโทรศัพท์นะ”

            “งั้น อ่ะนี่ครับของผม ถ้ามีคนโทรเข้ามาป้ากดรับตรงปุ่มสีเขียวนี่นะครับ เพราะเดี๋ยวผมจะใช้โทรศัพท์ของวายโทรมา” ชายหนุ่มเหล่สายตาเจ้าเล่ห์ไปยังวายที่ยืนเท้าสะเอวด้วยความเซ็งจนตาลุกเป็นไฟ

            “งั้นขอตัวก่อนนะครับ”

แจซอกอุ้มร่างของเด็กชายที่นอนหลับไม่รู้เรื่องไว้บนแขนทั้งสองข้าง จากนั้นจึงเดินเร็วเสมือนแข่งมาราธอนกับวายเพื่อหารถเหมาะๆสักคันที่สามารถพาไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

          เมื่อมาถึงคันที่เหมาะกับการเลือกผ่านสายตา โชเฟอร์เห็นแล้วว่าเด็กไม่สบายจึงรีบเปิดประตูให้โดยไว

          “ขอบคุณครับลุง”

          “ไปโรงพยาบาลxxxครับ ด่วนจี๋!!” วายกระโดดขึ้นรถตามมาติดๆจะว่าไปสองคนนี้ดูเหมือนจะทำอะไรเกินเลยจากสภาพความเป็นจริง ทั้งๆที่เด็กยังไม่มีอาการร้ายแรงให้เห็น แต่กลับชิงตัดหน้าเหมือนกับว่าเด็กกำลังจะสิ้นลมหายใจอยู่รอมร่อ

           “นี่นายว่าเราทำไปหรือเปล่า” วายเริ่มจะสงสัยในสิ่งที่ตนเองและแจซอกกำลังทำอยู่

            “ยังไง?”

            “ก็การที่ลุกลี้ลุกลนเหมือนกับว่าเด็กจะตายยังไงยังงั้นแหละ” แจซอกเอียงคอก่อนจะปล่อยลมหายใจอันแสนเบื่อหน่ายออกมา

             “ไม่หรอกน่า อันนี้มันเรื่องจริงนี่นา เด็กอาจช็อกก็ได้นะ เชื่อว่านายน่ะ ทำดีที่สุดแล้ว ดีนะที่มาเจอฉันก่อน ประมาณว่าเจ้าชายขี่ม้าขาวผ่านมาพอดี” แจซอกเลิกคิ้วขึ้นสูง

              “แหวะ ม้าขาวแคระสิไม่ว่า หึหึ” คำพูดแกมหยอกของวายทำให้แจซอกที่นั่งฟังอยู่ฉีกยิ้มกว้างออกมา

              “ยิ้มอะไรเหรอ”

              “อ๋อ เปล่าหรอก เรื่อยเปื่อยน่ะ” แจซอกก้มลงมองร่างของเด็กน้อยที่เริ่มมีอาการไอขึ้นมา

              “เริ่มไอแล้วเห็นมั้ย เดี๋ยวก็จะเริ่มหายใจแบบฝืดฝาด แล้วก็…!!!” สายตาที่บ่งบอกถึงลางทำเอาแจซอกขมวดคิ้วมุ่น

            “บ้าหรือเปล่านาย ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสล้างโลกพิสดารอะไรนะ น้องเขาเป็นแค่ปอดอักเสบ”

           “แหม ก็ล้อเล่นไปงั้นเองอ่ะ” คำพูดล้อเล่นเมื่อครู่นี้ มันบ่งบอกถึงคำว่า สนิทสนมภายในไม่กี่นาทีหลังพบเจอเขา ทุกครั้งอาการตื่นกลัวจะเกิดขึ้นแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่า พวกเขาเหมือนเป็นเพื่อนที่สนิทกันมานานแสนนาน ทั้งๆที่เจอกันไม่กี่ครั้ง

เสียงไอยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง แจซอกก้มลงมองใบหน้าที่ดูซีดเซียวของเด็กชาย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ต้องเอาน้ำมาลูบบริเวณลำตัว

           “นี่วาย นายพอมีน้ำเปล่าบ้างไหม”

           “อ้อ มีสิ” วายล้วงมือลงไปในกระเป๋าสะพายก่อนจะดึงเอาขวดน้ำเปล่าที่ยังไม่ได้แกะออกมา น้ำยังคงความเย็นเป็นอย่างดี หลังจากที่ซื้อมาจากป้าคนเมื่อกี้

           “ดี ถ้างั้นมีอะไรที่พอจะชุบน้ำได้บ้าง”

           “บ้าหรอ ไม่มีหรอก” วายเบ้หน้าหนี

           “บ้าหรือเปล่านาย นี่เดี๋ยวถ้าไปถึงโรงพยาบาล ฉันกับนายเราแยกกันนะเดี๋ยวจะติดต่อหมอประสาทให้ หึหึ”น้ำเสียงที่ดูทะเล้นของแจซอกช่างดูผิดจากนิสัยที่เขาเห็นตอนนั้นจริงๆ ถ้าไม่เสแสร้งก็คงเป็นนิสัยจริงๆของเขานั่นแหละ

รถรับจ้างแล่นเข้ามาจอดตรงทางเข้าประตูโรงพยาบาลในเวลาต่อมา แจซอกอุ้มเด็กน้อยลงจากรถ ยังไม่ทันไรก็มีเจ้าหน้าที่วิ่งมาพร้อมกับเตียงคนไข้ แจซอกวางตัวเด็กลง จากนั้นจึงเดินตามเจ้าหน้าที่ไปติดๆ ปล่อยให้วายที่เดินช้าเยี่ยงเต่าเดินตามหลังมาอย่างไม่สนใจใยดี

          “คนอะไรไม่รอกันเลย ชิ!”

           ไม่รอช้าวายก็เร่งสปีดตัวเดินตามไป จะว่าไปมันก็แทบจะกลายเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่งฉบับมาราธอนมากกว่า น่องขาที่ดูเรียวยาวคงจะโป่งพองขึ้นในระยะอันใกล้นี้ เขาอาจจะกลายเป็นวัยรุ่นชายที่มีขาใหญ่เท่าฮิปโปก็เป็นได้ ถ้าขืนยังเดินๆวิ่งๆอยู่แบบนี้







TBC.


เจอกันแบบยาวๆ เจอกันแล้ว ไม่ใช่สิ เค้าคุยกันแล้ว(เอ๊ะ?)
ขอโทษที่มาช้านะคะ(ช้ามากๆเลยเธอ)

ผิดไปแล้ว ให้ตีทีนึง สองทีก็ได้

มีแท็กแล้วนะ55555 บางครั้งเม้นในนี้เราก็ไม่ได้มาดู แต่พอมาอ่านแล้วชื่นใจมาก กำลังใจเล็กๆน้อยๆ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ;-;
ทวงเราก็ได้ ไปเล่นแท็กก็ได้ เราเหงา;_; มีแค่งานเป็นเพื่อน

Contac

@jhmgyo

#FicamPNY <<<<<<< แท็กนี้ไว้หวีดฟิคเราทั้งสองเรื่องเด้อ




ไม่มีอะไรนอกจาก





และก็ฝันดีค้าบ♡555555555555




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #17 Golcha_Y_rabbit (@Golcha_Y_rabbit) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 23:12
    ได้คุยกันเยอะแล้ว แจซอกกวนไม่เบาเลย ชอบตอนเถียงกัน แต่เหมือนวายจะเถียงไม่สู้😂😂 ไรท์หายไปนานจนเราถอดแอพออกแล้ว กลับมาโหลดใหม่เพื่อเรื่องนี้เลย ไรท์อย่าหายไปอีกน้าาา คิดถุงงงง
    #17
    1
    • #17-1 •PN♡ (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 10)
      27 ตุลาคม 2561 / 00:14
      แงงงง้ ขอบคุณค้าบ จะพยายามอัพให้บ่อยๆน้า
      #17-1
  2. #16 อาหมวยน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 23:04

    นึกว่าจะไม่อัฟซะแล้ว อดใจรอตอนหน้าไม่ไหวแล้ว

    #16
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #16-2 (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 10)
      25 ตุลาคม 2561 / 17:17
      ขอบคุณที่ติดตามค้าบ**//.ไหว้ย่อ
      #16-2