สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 94 : ภาค 1-บท 94 จดหมายปิดผนึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

ที่วิหารนักบุญศักดิ์สิทธิ์ ภายในห้องทำงานของเรติน่า

 

เรติน่ากำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะไม้ตัวโปรดของเธอในวิหาร

 

เอกสารและจดหมายที่กองเป็นภูเขาบนโต๊ะทำให้รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอกำลังยุ่งมากแค่ไหน

 

เธอเข้าไปโผล่หน้าในงานเลี้ยงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น และรีบกลับมาทำงานต่อที่วิหาร

 

มือขวาของเธอกำลังจับปากกาที่สร้างจากขนนก ส่วนมือซ้ายก็วางอยู่กลางอก ซึ่งตรงนั้นคือตำแหน่งของวงเวทเคลื่อนย้ายหนึ่งเดียว

 

“ท่านนักบุญค่ะ ช่วงนี้ท่านเริ่มเหม่อลอยแล้วนะคะ”

 

องครักษ์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นเพื่อดึงสติของเรติน่าให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

 

“ขอบใจมากน่ะ ถ้าเจ้าเห็นข้าเป็นเช่นนั้นอีกก็ฝากเตือนด้วย”

 

เรติน่าเอ่ยตอบองครักษ์ของเธอและตั้งใจทำงานต่อตามคำสั่งของเครก

 

แต่ก่อนที่เรติน่าจะได้เขียนตอบคำถามของจดหมายบนโต๊ะนั่นเอง เสียงเคาะประตูก็ได้ดังขึ้น

 

“ขออนุญาตค่ะ ท่านนักบุญ” เสียงจากองครักษ์คนหนึ่งดังเข้ามาในห้อง

 

เรติน่าวางปากกาขนนกลงและพยักหน้าให้สัญญาณกับองครักษ์อีกคนหนึ่ง

 

เมื่อประตูห้องได้ถูกเปิดออกจึงทำให้รู้ว่าองครักษ์คนนั้นนำกระบอกสำหรับใส่จดหมายสีทองติดตัวมาด้วย

 

“ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์จากอาณาจักรทางเหนือเป็นคนส่งสิ่งนี้มาให้ท่านค่ะ”

 

เรติน่ายื่นมือรับกระบอกสีทองและเริ่มตรวจสอบความสมบูรณ์ของมัน

 

ที่ด้านบนจะมีตราประทับของวิหารนักบุญศักดิ์สิทธิ์และตรงกลางของกระบอกจะมีตราสัญลักษณ์ของนักบุญอยู่

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 จะมีตราประจำตัวที่แตกต่างกันออกไปและของเรติน่าจะเป็นตราประทับรูปเทพเรติอุส

 

แต่ที่กระบอกจดหมายนี้เป็นตราประทับรูปของเทพอัลเมเนีย เทพผู้เป็นที่เคารพนับถือในอาณาจักรทางตอนเหนือ

 

ถึงในตอนแรกพวกเธอจะไปรับคำสั่งที่วิหารแห่งแสงจันทร์ของเรติอุสก็จริง แต่อาณาจักรเหนือ กลางและใต้ก็มีเทพในท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป

 

เทพเรติอุสคือเทพที่ติดต่อได้ง่ายและชัดเจนที่สุด ดังนั้นพวกเธอถึงตัดสินใจไปทำพิธีที่วิหารแสงจันทร์ก่อน หลังจากนั้นค่อยแยกย้ายกันไป

 

กระบอกสำหรับใส่จดหมายนี้มีวิธีเปิดที่พิเศษกว่าปกติ เพราะคนที่จะเปิดมันได้ก็มีเพียงแค่ผู้ที่มีพลังแห่งเทพเท่านั้น

 

“เธอส่งอะไรมาให้กัน”

 

เรติน่าเอ่ยพลางวางมือบนตราประทับและใส่พลังแห่งเทพเข้าไป

 

จริงอยู่ที่พลังแห่งเทพของเรติน่ายังฟื้นฟูกลับมาไม่ครบ แต่แค่เปิดกล่องเธอย่อมทำได้อยู่แล้ว

 

เมื่อกล่องสำหรับใส่จดหมายถูกเปิดออก ปรากฏให้เห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกม้วนอยู่ภายใน

 

เรติน่าค่อย ๆ คว้ามันขึ้นมาและเปิดอ่าน

 

“ฝากไปถึงนักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทางตอนใต้ คำทำนายของเทพอัลเมเนียได้บอกกับข้าว่าบุคคลตามคำทำนายของเทพเรติอุสอยู่ที่โลกอีกฝั่งหนึ่งของประตูมิติ”

 

เรติน่าอ่านเนื้อความในจดหมายด้วยความประหลาดใจ

 

เธอคิดว่าเครกคือบุคคลตามคำทำนายมาตลอดเพราะเทพเรติอุสเป็นผู้ยืนยันด้วยตัวเอง สรุปเเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่

 

“สิ่งที่มนุษย์จากโลกอีกฝั่งเรียกว่า บริษัทRising Mana ได้มาทำการติดต่อกับณาจักรของเรา และได้มอบโอกาสเชิญเราไปสู่โลกอีกฝั่ง”

 

“นี่อาจจะเป็นโอกาสอันดีในการตามหาตัวของบุคคลตามคำทำนาย”

 

“หากเจ้ายังอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่นั่นก็หมายความว่าตอนนี้ข้าได้ไปถึงยังโลกอีกฝั่งของประตูมิติแล้ว”

 

เรติน่าเริ่มอ่านใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนต้องวางจดหมายและหลับตาลงเพื่อหวนคิดไปถึงอดีต

 

ส่วนเรื่องราวของปีศาจที่มีชื่อว่าเรล์มนั้นก็ถูกเล่าขานในหมู่ของทหารแต่ก็ไม่มีใครเชื่อมากเท่าไหร่

 

เพราะแทบจะไม่มีใครเชื่อเลยว่าจะมีปีศาจที่มาอยู่ฝั่งเดียวกับมนุษย์

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่สนามประลองของนักเรียนสายกายภาพกึ่งเวท

 

            หลังจากที่ได้เลือกสายเรียนที่ต้องการแล้ว นักเรียนจะสามารถจัดตารางเรียนเองได้ตามใจชอบ และจะเลือกเข้าเรียนหรือไม่ก็ได้

 

            แต่มีข้อแม้ว่าต้องผ่านการสอบไล่ของโรงเรียนในทุกปี ถ้าตกก็เท่ากับโดนไล่ออก

 

ในวันนี้เองที่สนามประลองเต็มไปด้วยนักเรียนมากมายที่เข้ามาชมการประลอง

 

และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็มีเล็กรวมอยู่ด้วย

 

เธอกำลังจ้องมองไปยังสนามประลองด้วยความเคร่งเครียด

 

บนสนามประลองในขณะนี้มีนักเรียนชายอีกคนที่กำลังยืนอยู่ พร้อมกับกรรมการที่ยืนอยู่ไม่ไกล

 

“ขอเตือนอีกครั้ง นักเรียนหมายเลข 37707 ถ้ายังไม่มาที่สนามประลอง เราจะขอตัดสิทธิ์ในการแข่งรอบต่อไป”

 

ที่ห้องพักของกันต์

 

            กันต์ลืมตาตื่นด้วยความงัวเงียเล็กน้อย และคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูตามสัญชาตญาณ

 

ทั้งนาฬิกาข้อมือสีเงินและโทรศัพท์ต่างแจ้งเตือนด้วยข้อความจากโรงเรียนในรูปแบบเดียวกัน

 

“ขอให้นักเรียนหมายเลข37707มุ่งหน้ามายังลานประลองให้เร็วที่สุด”

 

หมายเลขนั้นคือหมายเลขของผมเอง ใช่แล้วถ้าให้พูดตรง ๆ คือผมกำลังตื่นสาย

 

ในตอนแรกผมวางแผนไว้ว่าจะไม่ไปงานประลองเลยและไม่ทำตามที่เล็กขู่ไว้ หลังจากนั้นก็ค่อยเอาข้อมูลที่ได้จากครูเอลมาโชว์ทีหลัง

 

แต่พอผมเห็นสิ่งนั้น รางวัลของผู้ชนะอันดับ 1-10 ในการประลอง มันกำลังแสดงรายการของรางวัลบนหน้าจอโทรศัพท์

 

มันไม่ใช่อาวุธหรือไอเทมพิเศษอะไร แต่มันเป็นโอกาสที่จะได้ลองปฏิบัติงานกับหน่วยจู่โจมของจริง

 

นั่นหมายความว่าถ้าผมได้ที่ 10 ในการประลองผมจะได้ไปทดลองปฏิบัติงานจริงกับหน่วยจู่โจม

 

งานนี้ผมอาจจะต้องเอาที่ 10 มาให้ได้ ยังไงผมไม่คิดจะเอาที่ 1 อยู่แล้ว

 

การทำตัวโดดเด่นขอแค่พอประมาณก็พอแล้ว

 

แต่ก่อนที่กันต์จะออกไปจากห้องเขาก็ยังไม่ลืมว่าต้องพ่นน้ำหอมดับกลิ่นเสียก่อน

 

“น้ำยาดับกลิ่นอายเผ่าพันธุ์”

 

ขวดน้ำยาดับกลิ่นสีม่วงปรากฏขึ้นบนมือขวาของผม

 

“หวังว่ามันจะเป็นอย่างที่จาร์เร็ตพูด เธอคงไม่ใช่พวกหลอกขายสิน่ะ”

 

ว่าแล้วผมก็ฉีดน้ำยาดับกลิ่นไปในทันที แต่พ่นแค่ครั้งเดียวก็เกินพอ

 

[น้ำยาดับกลิ่นอายเผ่าพันธุ์เริ่มทำงาน]

 

[ผู้เล่นได้รับความสามารถในการปกปิดกลิ่นอายและเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายเผ่ามนุษย์ชั่วขณะ เวลาคงเหลือ 24 ชั่วโมง]

 

[ความสามารถในการปกปิดกลิ่นอายไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำหรือทักษะใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะน้ำยาจะซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงเพื่อระงับกลิ่นอายจากต้นกำเนิด]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #207 Fikusa (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 16:24
    ว่าแต่เรล์มไม่มีตำนานเลื่องลือในหมู่คนสมัยก่นบ้างเหรอ หรือเพราะเรล์มเป็นสายลุยแล้วหลบเลยไม่ใครเห็น
    #207
    1
    • #207-1 SuruMaster(จากตอนที่ 94)
      31 มกราคม 2563 / 17:37
      อันที่จริงก็มีตำนานเลื่องลือทุกตัวละครนะครับ แต่เหตุผลที่ในปัจจุบันไม่มีใครรู้จักนั้นก็ยังเป็นความลับอยู่ครับ
      #207-1