สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 9 : ภาค 1-บท 9 วิกฤตของโรงเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 479 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

แสงสว่างที่ออกมาจากแร่โครไรท์นั้นส่องออกมาราวกับแสงของก้านไม้ขีดไฟ

 

“เลเวล 5พยายามเข้านะ” ครูปลอบใจผมเล็กน้อยก่อนที่จะเดินต่อไป

 

เลเวล 5 นี่หมายถึงเลเวลของมานาที่ไหลเวียนอยู่ภายในตัวของผม แต่สำหรับระบบเลเวลของผู้เล่นคือเลเวล 4 เหมือนเดิม

 

การที่ผมมีมานานน้อยนั้นก็เป็นเรื่องที่แปลก ผมสามารถใช้ทักษะระดับสูงของเครกได้ทั้งๆ ที่มีมาแค่นี้เองเนี่ยนะ

 

และทักษะของเรล์ม สัมผัสมานานั้นต้องใช้มานาตลอดเวลาด้วย อีกทั้งมันยังเป็นระดับ 4 มันต้องกินมานาเยอะแน่ แต่ทำไมเลเวลของผมถึงมีแค่นี้

 

[การใช้ทักษะของตัวละครนั้นจะใช้มานาเพียง 1 ใน 10 ของปริมาณมานาที่ใช้จริง ดังนั้นผู้เล่นไม่ต้องกังวล]

 

“ขอบใจมากระบบ” ผมไม่มีคำบรรยายใดๆ กับเหตุการณ์นี้

 

ท้ายที่สุดแล้วในห้องคนที่มีเลเวลน้อยที่สุดก็คือนนท์เพื่อนผมเอง ส่วนคนรองโหล่นั้นมีเลเวลที่ 5ค่าเฉลี่ยก็ประมาณเลเวล 13 ถ้าไม่นับกานต์เข้าไปด้วย


 

ผมรีบหันหน้ามองไปที่นนท์เพื่อถามเกี่ยวกับความพอใจของเขา แต่ดูแล้วนนท์สีหน้าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่


 

ถึงผมจะไม่รู้ว่าทำไมนนท์ถึงเป็นเลเวล 0 แต่นั่นอาจจะทำให้เขารู้สึกเจ็บใจแน่ ปล่อยให้เขาได้อยู่กับตัวเองสักพักอาจจะดีกว่า

 

หลังจากนั้นการเรียนการสอนก็ได้เริ่มขึ้นครูเอลเริ่มอธิบายเกี่ยวกับหลักการทำงานพื้นฐานของมานาและวิธีการนำไปใช้

 

เรื่องพวกนี้ผมเข้าใจมานานแล้ว การที่ผมจะไม่สนใจก็เป็นเรื่องธรรมดา ในทางกลับกันพวกนักเรียนคนอื่นแสดงท่าทีน่าสนใจมาก

 

แต่แล้วก็มีเรื่องหนึ่งที่น่าทึ่งคือ หลังจากนี้พวกสัตว์ป่าบางชนิดจะเริ่มกลายพันธุ์เพราะการกระจายตัวของมานา อีกทั้งพวกมันอาจจะพัฒนาได้เร็วกว่ามนุษย์เสียอีก

 

ประตูมิติบางประตูก็ถูกปิดตายลง บางประตูก็ยังคงมีพวกปีศาจออกมาอยู่ บางประตูก็ถูกเปิดทิ้งไว้ทั้งๆ แบบนั้น

 

ทางกองทัพของทุกประเทศกำลังเริ่มการสำรวจพื้นที่ในโลกอีกฟากของประตูมิติ ถ้าผมเดาไม่ผิดมันคงเป็นโลกที่เครกเคยได้โลดแล่นอยู่

 

เมื่อการเรียนจบลงทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร ผมเองก็เช่นกัน

 

“นี่ กันต์ ฉันเลี้ยงข้างเที่ยงให้เอาไหม ถือว่าแทนคำขอโทษเรื่องเมื่อเช้า” กานต์เข้ามาทักผมพร้อมกับยื่นข้อเสนอ

 

“ไม่เป็นไร เรื่องลูกไฟนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่” ผมตอบปฏิเสธทันที

 

[ภารกิจบังคับ-กำจัดปีศาจในรูปร่างของมนุษย์ทั้งหมด 3 ตน ภายในเวลา 2 ชั่วโมง]

 

เป็นภารกิจที่อยู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาแบบกะทันหัน

 

ผมไม่มีเวลามาคิดแล้วว่าพวกมันเข้ามาในโรงเรียนได้ยังไง ตอนนี้ที่สำคัญคือจะทำยังไงต่างหาก

 

“3 ตน แต่จะให้ใช้วิธีไหนรับมือกับพวกนี้กัน”

 

ในเกม Farness World ก็ไม่เคยมีพวกปีศาจที่แปลงร่างเป็นมนุษย์แบบนี้มาก่อน

 

ทันใดนั้นเองเสียงกรีดร้องก็ได้ดังขึ้นกลางโรงอาหาร เสียงของคมมีดได้กวาดผ่านร่างของนักเรียนคนหนึ่งไป

 

ร่างของนักเรียนผู้โชคร้ายคนนั้นถูกหั่นจนขาดเป็น 2 ท่อน ส่วนผู้ก่อเหตุนั่นก็คือปีศาจตนหนึ่ง

 

มองอย่างผิวเผินเขาก็เป็นเพียงนักเรียนธรรมดา แต่ที่มือของเขามันได้กลายเป็นแขนของปีศาจ กรงเล็บอันแหลมคมได้เผยตัวออกมา

 

หลังจากมันฆ่าไปแล้วคนหนึ่ง มันก็เริ่มอาละวาดและไล่ฆ่าพวกนักเรียนที่เหลือในโรงอาหาร

 

ในระหว่างนั้นเองสัมผัสเวทของผมก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ปีศาจมันไม่ได้แปลงร่างเป็นมนุษย์แต่มันใช้เวทลวงตา

 

ตามปกติแล้วเวทลวงตาเป็นของพวกปีศาจที่มีเลเวลประมาณ 40ขึ้นไป และแน่นอนว่าไม่มีใครหยุดมันได้

 

เสียงกรีดร้องดังไปทั้งโรงเรียน พวกนักเรียนพากันวิ่งหนีแบบสุดชีวิต แต่ก็มีบางคนที่ไม่รักชีวิตเข้าไปเผชิญหน้ากับมันและแน่นอนว่าผลลัพธ์คือความตาย

 

“นักเรียนทุกคนรีบวิ่งไปที่จุดรวมพลเร็วเข้า” เสียงของคุณครูและคนจากบริษัทต่างช่วยกันเพื่อให้นักเรียนปลอดภัย

 

“แล้วอาจารย์เคนไปที่ไหนแล้ว” คนจากบริษัทตะโกนถาม

 

พวกอาจารย์ที่เข้ามาใหม่นั้นทุกคนล้วนมาจากบริษัทที่มีบุคคลกรที่ใช้เวทเป็น ใช้มานาเป็น แต่ละคนเลเวลเฉลี่ยประมาณ 37 ทั้งนั้น

 

“เขากำลังรับมือกับปีศาจอีกตนอยู่ ที่นี่พวกเราต้องจัดการเองก่อน” ครูอีกคนตอบกลับ

 

เมื่อนักเรียนทุกคนออกมาจากโรงอาหารแล้ว พวกเขาก็รีบจัดการทันที

 

เวทบาเรียขนาดใหญ่ถูกร่ายออกมาโดยอาจารย์ใหม่หลายคน เพื่อจำกัดบริเวณและป้องกันไม่ให้ปีศาจตนนั้นออกมาอาละวาดได้

 

“เข้าไปจัดการมันเลย เราจะตรึงบาเรียไว้ให้เอง”

 

อาจารย์ใหม่ที่พึ่งเข้ามาสอนในวันนี้ทุกคนล้วนใช้มานาเป็นและมีประสบการณ์การต่อสู้อยู่พอตัว

 

นักเรียนบางคนไม่ยอมไปที่จุดรวมพลเพราะเขามั่นใจว่าพวกอาจารย์จะจัดการปีศาจได้ และนั่นก็รวมถึงผมกับกานต์ด้วย

 

“พวกเขาอาจจะรับมือกันมันไม่ไหว เธอรีบหนีไปจะดีกว่า” ผมพอจะเดาออกได้ไม่ยากเพราะว่าปีศาจไม่ได้มีตนเดียวแต่มีถึง 3 แต่ละตัวเลเวลอย่างต่ำก็ 40

 

“นายหมายความว่ายังไง” กานต์ถาม

 

“ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้มาก” ผมตอบกลับไป

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองบริเวณจุดรวมพล บริเวณที่สมควรจะปลอดภัยมากที่สุด มันกลับกลายเป็นบริเวณอันตรายที่สุดในเวลาไม่นาน

 

1 ในหมู่นักเรียน ได้มีปีศาจตนหนึ่งเริ่มออกอาละวาด มันปลอมตัวเป็นนักเรียนและซ่อนตัวเข้ามา

 

พวกอาจารย์ใหม่นั้นมีบุคคลกรจำกัดพวกเขามีกัน 30 คน จุดละ 10 คน ส่วนเลเวลที่สูงที่สุดคืออาจารย์เคน เขามีเลเวล 45

 

สถานการณ์ทางฝั่งโรงอาหารนั้นน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าจุดไหนๆ เพราะปีศาจตนนี้ดูท่าแล้วจะแข็งแกร่งที่สุด

 

ปีศาจเริ่มกางปีกออกมา พร้อมกับดาบสีโลหิตในกำมือ อาจารย์หลายคนได้ตายลง เลือดของพวกเขาล้วนอาบไปทั่วดาบเล่มนั้น

 

ไม่มีใครสามารถหยุดมันได้แม้แต่คนเดียว พวกอาจารย์ที่ส่งเข้าไปในบาเรียไม่มีใครรอดกลับมาสักคน

 

บาเรียที่ถูกกางโดยกลุ่มอาจารย์ยังคงอยู่ดี แต่ก็ได้เพียงไม่นาน ท้ายที่สุดบาเรียก็ได้พังทลายลง

 

อาจารย์ที่ยังรอดอยู่เริ่มแสดงท่าทีหวาดกลัวต่อปีศาจตนนี้

 

นักเรียนหลายคนในเขตโรงอาหารพากันวิ่งหนีอีกครั้ง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะหนีจากปีศาจตนนี้

 

“เรารีบหนีกันเถอะ แต่ห้ามหนีไปที่จุดรวมพลโดยเด็ดขาด” ผมพูดเชิงออกคำสั่ง

 

“แล้วนายจะหนีไปที่ไหน” กานต์ถาม

 

“มันเล็งมาทางเราตั้งแต่แรกแล้ว เป้าหมายของพวกปีศาจคือเธอไม่ก็ฉัน แค่หนีไปเรื่อยๆ ก็พอ” ผมสังเกตมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในโรงอาหารแล้ว ต้องขอบคุณสัมผัสเวทของเรล์ม

 

ปีศาจตนนั้นมีรูปร่างคล้ายคลึงกับอินเนี่ยมแต่ร่างดูบึกบึนและกำยำมากกว่าหลายเท่า

 

การเคลื่อนไหวของมันนั้นรวดเร็วระดับที่คนธรรมดามองไม่ทัน แต่เพราะมีสัมผัสเวททำให้กันต์ตามการเคลื่อนไหวของมันได้ทัน

 

กันต์รีบผลักกานต์ออกไปให้ห่างจากตัวของเขา พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบดาบที่ฟันเข้ามา

 

ดาบสีแดงโลหิตฟาดฟันเข้ากับธาตุอากาศ พวกเขาสามารถหลบได้อย่างหวุดหวิด

 

“กระจอกระดับนี้ยังหลบดาบของข้าได้ ?” ปีศาจดูเหมือนจะไม่ค่อยพึงพอใจ

 

แน่นอนว่าปีศาจตนนี้กำลังพูดภาษาปีศาจอยู่ เป็นธรรมดาที่คนอื่นจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่กันต์กลับได้ยินและเข้าใจอย่างชัดเจน

 

“หุบปากไปเถอะ เลเวลน้อยหรือเยอะมันเอามาวัดความโหดไม่ได้หรอก” กันต์ตอบกลับเป็นภาษาปีศาจโดยอัติโนมัติ

 

“แก แก พูดภาษาปีศาจได้ยังไง”

 

กันต์ไม่คิดที่จะพูดหรืออะไรไปมากกว่านี้แล้ว “ทำลายจากภายใน” กันต์เปิดใช้งานทักษะ

 

ความแข็งแกร่งอยู่ๆ ก็พุ่งพรวดขึ้นมา เพราะเวลาใช้ทักษะจากอ้างอิงสถานะจากตัวละครที่เราเอาทักษะมา

 

หมัดขวาของกันต์โจมตีออกไป ความรุนแรงของมันเทียบเท่ากับหมัดของเครก

 

ปีศาจตนนั้นตกใจกับพลังที่อยู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นของกันต์ มันพยายามที่จะหลบ แต่ตอนนี้มันก็หลบไม่ทันแล้ว

 

หมัดขวาของกันต์กระแทกเข้าท้องปีศาจเต็มๆ

 

ร่างของปีศาจถูกซัดจนปลิวกระเด็นไปไกล การโจมตีของกันต์เมื่อกี้สร้างความเสียหายให้มันไม่ได้มากนัก

 

“บังอาจนัก!” ปีศาจร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น

 

ปีศาจพุ่งเข้าหากันต์ด้วยความเร็วสูง เมื่อมันเข้าประชิดตัวได้แล้ว การโจมตีก็ถูกใช้ออกมา มันคือการการชกเข้าที่ท้องเพียงหนึ่งหมัด

 

ในเพียงชั่วพริบตาร่างของกันต์ถูกซัดจนปลิวและชนเข้ากับกำแพง

 

กันต์มองการเคลื่อนไหวของมันออกทั้งหมด เขามองตามได้ทัน แต่ร่างกายของเขายังขยับได้ไม่เร็วพอที่จะหลบการโจมตีของมันได้

 

“เมื่อกี้ทำเอาข้าตกใจแทบแย่ เจอข้าใช้ทักษะพิเศษนิดหน่อยก็จะตายแล้ว” ปีศาจกล่าวพร้อมหัวเราะออกมา

 

“แบบนี้ถึงได้เกลียดปีศาจไง กระดูกกับเส้นเลือดแข็งเป็นบ้า”

 

ร่างกายของกันต์ในตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอัมพาตไปแล้ว เพราะการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แค่พูดสำหรับเขาก็ลำบากแล้ว

 

ปีศาจนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความแข็งแรงทนทานของเส้นเลือดและกระดูกสูง ทักษะทำลายจากภายในจึงไม่ค่อยใช้ได้ผลกับพวกปีศาจมากนัก

 

“ในเมื่อตัวเกะกะก็ไปแล้ว ได้เวลาจบงานสักที”

 

เป้าหมายของพวกปีศาจคือกานต์มาตั้งแต่ต้นแล้ว

 

“เป็นถึงทายาทของไอ้เลวนั่นแท้ๆ แต่กลับมีสถานภาพที่อ่อนแอปวกเปียกแค่นี้” ปีศาจกล่าวเยาะเย้ยพร้อมกับมองไปที่กานต์ด้วยสายตาเหยียดหยาม

 

สถานการณ์ฝั่งของอาจารย์เคนนั้นเรียกได้ว่าจบลงแล้ว ปีศาจถูกสังหารได้สำเร็จ

 

อาจารย์เคนพักหอบหายใจพร้อมกับกุมดาบสีทองในมือ บาดแผลเล็กใหญ่ปรากฏให้เห็นแทบทุกส่วนของร่างกายเขา

 

“รีบไปช่วยที่จุดอื่นเร็วเข้า พวกมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว” อาจารย์เคนรีบยกดาบขึ้นมาพาดบนบ่าและเดินทางต่อพร้อมกับกลุ่มอาจารย์ใหม่มี่ยังเหลือรอดทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 479 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #631 DuckMySick (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 11:29
    สรุปแล้วสัมผัสเวทคือ Passive สกิลที่กินมานา หรือ สกิลกดใช้กันแน่ เริ่มงงละ
    #631
    3
    • #631-2 Fines(จากตอนที่ 9)
      5 กันยายน 2563 / 18:54
      passiveที่ไหนมันกดใช้งานได้ล่ะคุณ นั่นมันactiveละ
      #631-2
    • #631-3 SuruMaster(จากตอนที่ 9)
      5 กันยายน 2563 / 21:21
      คือไม่ต้องกดใช้งานมันก็ทำงานตลอดเวลาอยู่แล้วเรียกว่า passive แต่ถ้ากดใช้ประสิทธิภาพ passive skill จะเพิ่มขึ้นไปอีกไงครับ (ผมเป็นเพื่อนผู้แต่งครับเข้ามาอ่านเม้นท์เฉยๆ)
      #631-3
  2. #58 Fikusa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 21:37
    ก็นะ ถ้าตายง่ายเดี๋ยวโดนสงสัยอีก
    #58
    0