สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 83 : ภาค 1-บท 83 หยดโลหิตไร้มลทิน(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    20 ม.ค. 63

ดาบสีทองและดาบสีเงินได้เข้าปะทะกันอีกครั้งหลังจากที่เรล์มได้เปิดใช้ทักษะไป

 

“ดาบสีทองเล่มนั้นคงมีไว้เพื่อกำจัดปีศาจโดยเฉพาะ มันใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก”

 

ดันเต้เอ่ยพร้อมกับตวัดดาบออกไปอีกครั้ง

 

ด้วยค่าสถานะและความเร็วที่เหนือกว่าจึงทำให้เรล์มโดนโจมตีเข้าอีกครั้งอย่างง่ายดาย

 

เลือดของเขาหลั่งรินออกมาอีกครั้งจากปากแผล และในครั้งนี้มันเป็นแผลที่ฟันเข้าบริเวณต้นคอแต่ไม่ลึกมากนัก

 

ทันใดนั้นเอง หยดเลือดทั้งหมดที่ไหลอยู่บนพื้นได้ลอยขึ้นมากลางอากาศ

 

แต่ด้วยจำนวนเลือดที่เรล์มเสียไปนั้นมีมากจึงทำให้รอบ ๆ เต็มไปด้วยหยดเลือดที่ลอยได้

 

แม้แต่เลือดที่กำลังไหลออกจากปากแผลก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศด้วยเช่นกัน

 

[หยดโลหิตไร้มลทินระดับ 1 ทำงาน-ผู้เล่นได้รับเลเวลเพิ่มขึ้นชั่วขณะ 5 เลเวลหรือจนกว่ามานาจะหมดลง]

 

ดันเต้ก้าวเท้าถอยหลังโดยอัตโนมัติสัญชาติญาณของเขากำลังบอกว่าปีศาจตรงหน้ามันไม่ใช่ปีศาจธรรมดา

 

“ระวังให้ดี! เจ้าดันเต้มันมีเวทเปลี่ยนร่างตัวเองให้กลายเป็นปีศาจได้ อย่าพึ่งตายจนกว่าร่างกายของข้าจะฟื้นฟูเสร็จ”

 

ดยุกไมล์ตะโกนเสียงดังลั่นในขณะที่เขากำลังถอยกลับไปตั้งหลัก พร้อมด้วยบาดแผลฉกรรจ์

 

และเมื่อดยุกไมล์ถอยทัพจึงทำให้ทหารทั้งกองทัพถอยตามไปด้วย ทำให้เหลือเพียงแค่เรล์มคนเดียวที่อยู่นอกกำแพงเมือง

 

ดยุกไมล์ตัดสินใจเปลี่ยนจากแผนโจมตีเป็นตั้งรับแทน เพราะทั้งทหารและตนก็เหนื่อยล้ามานานมากแล้ว

 

เรล์มหันหลังไปฟังเพียงครึ่งประโยคก็หันหน้ากลับมามองที่ดันเต้ เพราะสิ่งที่ดยุกไมล์พูดมานั้นกันต์รู้ดีอยู่แล้ว

 

ด้วยเลเวลที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้เรล์มสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและโจมตีรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

 

ถึงจะเหลือแค่เรล์มคนเดียวที่สู้อยู่นอกกำแพงเมือง พวกปีศาจก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาอยู่ดี

 

“พลังแค่นั้นมันยังไม่มากพอจะจัดการข้า เจ้าก็รู้ดี”

 

ถึงแม้ดันเต้จะพูดไปอย่างนั้น แต่เขาก็หวาดกลัวหยดเลือดรอบ ๆ ตัวเหมือนกัน

 

ดันเต้กระทืบเท้าเสียงดังและแทงดาบลงบนพื้นดิน

 

“เขตแดนมนตราราชันไร้พ่าย” ดันเต้ร่ายเวท

 

วงเวทสีฟ้าขนาดใหญ่ถูกกางออกเป็นบริเวณกว้างบนพื้น และส่องสว่างออกมา

 

กองทัพปีศาจที่กำลังต่อสู้กับทหารบนกำแพงเมืองต่างพากันถอยห่างจากรัศมีวงเวทของดันเต้

 

“ในเขตแดนนี้เวททุกบทจะถูกทำให้ไม่สามารถใช้งานได้และไร้ผลไปในที่สุด”

 

ดันเต้ดึงดาบกลับมาและพุ่งตัวเข้าโจมตีเรล์มอีกครั้ง

 

และผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิม เรล์มเป็นฝ่ายเสียเปรียบและสุดท้ายก็ต้องถอยกลับไปตั้งหลัก

 

ในครั้งนี้เขาได้แผลฉกรรจ์มาอีกหนึ่งแผล มันเป็นรอยฟันยาวบริเวณไหล่ซ้าย

 

[หยดโลหิตไร้มลทินระดับ 2 ทำงาน-ผู้เล่นได้รับเลเวลเพิ่มขึ้นชั่วขณะ 10 เลเวลหรือจนกว่ามานาจะหมดลง]

 

ในทุกระดับที่เพิ่มขึ้นของหยดโลหิตไร้มลทินนั่นหมายถึงเลเวลที่เพิ่มขึ้น 5 เลเวล

 

เท่ากับว่าในตอนนี้เรล์มมีเลเวล 60 แล้วนั่นเอง

 

ดันเต้จ้องมองไปที่คู่ต่อสู้ด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด

 

ทั้ง ๆ ที่เขาเปิดเขตแดนราชันไร้พ่ายไปแล้วแต่ทำไมหยดเลือดพวกนี้ถึงยังลอยได้อยู่กัน

 

จริงอยู่ที่มันไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนัก เวลาโดนตัวก็ไม่ได้เป็นอะไร

 

สิ่งที่น่าสนใจคือเจ้าพวกนี้อาจจะไม่ใช่เวทแต่เป็นทักษะทางสายเลือด หรือไม่ก็เป็นเวทที่มีระดับสูงกว่าเขตแดนราชันไร้พ่าย

 

“เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ มนุษย์ก็ไม่ใช่ ปีศาจก็ไม่เชิง”

 

เรล์มเลือกที่จะเงียบตอบ และไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองพวกของเรติน่าก็ได้มาถึงยังกำแพงเมือง

 

พวกเธอกำลังมองไปที่เรล์มและดันเต้ทั้งคู่กำลังต่อสู้กันอย่างสูสี

 

แต่ถ้ามองให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่าเรล์มกำลังเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

 

บาดแผลบนร่างกายของเขานั้นมากมายเสียเหลือเกิน แตกต่างจากดันเต้ที่แทบจะไม่เป็นอะไรเลย

 

“เราควรจะไปช่วยเขา” เรติน่ามองไปยังบริเวณต่อสู้ด้วยความสลดใจ

 

ไม่ว่าใครมาเห็นก็ต่างพากันบอกเป็นเสียงเดียวว่าแพ้แน่นอน ยังไงก็แพ้

 

“ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ ท่านกลับมาแล้วจริง ๆ เทพเจ้ายังคงอยู่เคียงข้างเรา”

 

ด้านข้างของเธอนั้นมีดยุกไมล์ที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ แต่ดู ๆ แล้วสภาพของเขาตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากเรล์มมากนัก

 

“ดยุกเซซาร์อยู่ที่ไหน เขาเสียชีวิตแล้วงั้นรึ” เรติน่าเอ่ยถาม

 

ดยุกไมล์ถอนหายใจออกมาด้วนสีหน้าที่เจ็บปวด

 

“ใช่ครับ ดยุกเซซาร์พยายามถ่วงเวลาดันเต้ให้ ข้าหนีออกมาจากหัวเมืองหลัก”

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเสียงตะโกนฮือฮาของพวกทหารบนกำแพงก็ได้ดังขึ้น จนทหารผุูติดตามดยุกไมล์หันไปมองและชี้นิ้ว

 

“ท่านดยุกไมล์ ดูนั่น ปีศาจตนนั้นกำลังทำอะไรบางอย่าง”

 

เมื่อดยุกไมล์หันหน้าไปมองยังเบื้องล่างกำแพง พร้อมกับเรติน่า พวกเขาจึงมั่นใจได้อย่างหนึ่ง

 

ปีศาจที่เข้ามาช่วยพวกเขาไว้นั้นไม่ใช่ปีศาจธรรมดา

 

ในขณะเดียวกันนั่นเอง ภายในมิติแห่งหนึ่ง

 

ร่างของจอมมารเวลโดรที่หลับใหลและถูกกักขังด้วยโซ่สีขาวบริสุทธิ์

 

ดวงตาของจอมมารลืมขึ้นอีกครั้ง และกระชากโซ่สีขาวจนขาดกระเด็น


ที่มือของเขาเต็มไปด้วยวงเวทขนาดเล็กสีม่วงที่กำลังทำงานและหมุนวนอย่างหนัก

 

โดยปกติแล้วถ้าโซ่ถูกทำลายมันจะฟื้นฟูกลับมาได้ด้วยตัวเอง

 

            แต่ในครั้งนี้กลับไม่ใช่โซ่สีขาวที่ขาดไปแล้วก็ขาดเลย มันไม่ฟื้นฟูกลับมาเหมือนเช่นเคย อีกทั้งยังเปลี่ยนเป็นสีม่วงอีกด้วย

 

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร ลูกไก่ในกำมือหรือว่าของเล่น?”

 

จอมมารเวลโดรเอ่ยพลางไล่ฉีกกระชากโซ่สีขาวทิ้งด้วยความโกรธแค้น

 

“รอข้ากลับไปก่อนเถอะ สำหรับโซ่โง่ ๆ นี่ อีกแค่ 2 วันก็พอ”

 

เมื่อโซ่สีขาวที่พันธนาการร่างของจอมมารเวลโดรขาดไปทั้งหมดแล้วนั้นจะเกิดอะไรขึ้น คงมีแต่พระเจ้าที่รู้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #192 Fikusa (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 13:43
    สุดยอดจอมมารหลุดออกมาคงวอดวายล่ะ
    #192
    1
    • #192-1 SuruMaster(จากตอนที่ 83)
      24 มกราคม 2563 / 14:14
      ถ้าได้ออกมานะครับ555
      #192-1
  2. #168 ChaiyapakTop (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:35

    คนับบบ
    #168
    1
    • #168-1 SuruMaster(จากตอนที่ 83)
      20 มกราคม 2563 / 20:10
      ขอบคุณครับบบ
      #168-1
  3. #167 PANTHER. (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:33
    เวรกรรมแล้วกันต์ จอมมารหลุดมาแล้ววว
    #167
    1
    • #167-1 SuruMaster(จากตอนที่ 83)
      20 มกราคม 2563 / 20:10
      555บางทีพี่กว่าที่แกจะหลุดอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย
      #167-1
  4. #166 Unique Universe (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 16:06
    แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! จอมมารกำลังแหกคุก
    #166
    1
    • #166-1 SuruMaster(จากตอนที่ 83)
      20 มกราคม 2563 / 17:00
      ตอนนี้พี่แกแค่โผล่มาเตรียมตัวเข้าภาค 2 เฉย ๆ ครับ 555
      #166-1