สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 80 : ภาค 1-บท 80 ชั้นใต้ดินแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    17 ม.ค. 63

“ข้าจะมาเสียเวลาอธิบายไม่ได้”

 

เรล์มคว้าไปยังดาบในมือของรูปปั้นและบิดมันลง พร้อมกันกับกดโล่ที่อยู่ในมือซ้ายของรูปปั้นลง

 

หลังจากนั้นพื้นของวิหารเริ่มสั่นเบา ๆ และปรากฏให้เห็นทางเข้าชั้นใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใกล้ฐานรูปปั้น

 

เมื่อเดินลงไปยังชั้นใต้ดินแล้ว จะพบว่าที่นี่กว้างมาก มีสิ่งของมากมายถูกเก็บไว้ที่นี่ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นของเก่าแก่หรือไม่ก็ล้ำค่า

 

แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในห้องใต้ดินนี้คือรูปปั้นเทพเรติอุสที่ทำจากทองคำ

 

            ซึ่งรูปปั้นนี้คือรูปปั้นที่ใหญ่ที่สุดในวิหาร และยังสมจริงมากที่สุด

 

            เคยมีประวัติอยู่ว่ารูปปั้นนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของมนุษย์หากแต่ถูกสร้างขึ้นมาโดยฝีมือของเทพ

 

            บางคนก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ผมขอบอกตรงนี้เลยว่ามันเป็นเรื่องจริง

 

            เรล์มชักดาบของตนออกมาอย่างรวดเร็ว และกรีดแขนตัวเองให้เลือดไหลออกมา

 

หลังจากนั้นจึงตวัดดาบขึ้นฟันใส่ต้นคอของรูปปั้นเทพเรติอุส

 

            การกระทำของเรล์มนั้นถือว่าเป็นการดูหมิ่นที่รุนแรงและอุกอาจมากในระดับหนึ่ง

 

            ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเรล์มจะทำเช่นนี้

 

            เหล่าองครักษ์ที่เฝ้าระวังอยู่รอบ ๆ รีบพุ่งตัวเข้ามากดร่างของเรล์มลงทันที

 

            เรล์มปล่อยดาบในมือทิ้งและยอมมอบตัวให้กับองครักษ์

 

            “ทำอะไรของเจ้า อยากเป็นศัตรูกับพวกเรารึไง” 

 

องครักษ์คนหนึ่งตะโกนถามและล็อคแขนของเรล์มไว้

 

ดาบหลายเล่มกำลังชี้มาที่คอหอยของเรล์ม ถ้าเป็นไปได้พวกเธอก็อยากจะฆ่าเรล์มลงห้ตายเสียตรงนี้

 

“ท่านนักบุญ ให้ข้าจัดการสังหารเขาลงตรงนี้เถิด”

 

            เรติน่านั้นไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรล์มหรือพวกองครักษ์เลยสักนิด

 

            เพราะสิ่งที่เธอกำลังจ้องมองอยู่ในตอนนี้คือรูปปั้นของเทพเรติอุสที่กำลังเปล่งแสงสีทองอ่อน ๆ ออกมา

 

            ในชั่ววินาทีที่ดาบของเรล์มจะสับเข้าไปที่คอของรูปปั้นนั้นม่านพลังสีทองก็ได้ทำงาน

 

            ทำให้รูปปั้นของเทพเรติอุสไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วน

 

            เรื่องนี้แม้แต่ตัวเรติน่าเองก็พึ่งรู้ เธอไม่เคยรู้เลยว่ารูปปั้นนี้สามารถใช้งานม่านพลังเพื่อเอามาป้องกันตัวเองได้

 

ณ ภพแห่งเทวะลักษณ์ บริเวณทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง

 

            ก่อนหน้านี้ไม่นานทุ่งหญ้าอันเขียวขจีนี้เคยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของจีอัส

 

            แต่ในตอนนี้สนามหญ้ากลับเต็มไปด้วยหลุมมากมาย

 

            จีอัสและเรติอุสยังคงต่อสู้กันแบบไม่หยุดพัก

 

            ส่วนเอริคผู้ที่ได้รับหน้าที่เป็นกรรมการก็กำลังนั่งจิบชาอยู่บนทุ่งหญ้า

 

“นาน ๆ ทีได้เปลี่ยนบรรยากาศเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน”

 

เอริคเอ่ยพลางเหลือบมองไปยังเทพทั้ง 2 ตน

 

“เอริคคค! รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า” จีอัสตะโกนเสียงดังลั่น

 

หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง

 

เมื่อควันจางหายไปจึงปรากฏให้เห็น ร่างของเทพเรติอุสที่กำลังบินอยู่บนอากาศ

 

โล่สีทองในมือของเขาได้แตกสลายกลายเป็นผุยผงเหลือเพียงแค่ดาบสีทองในกำมือ

 

ส่วนจีอัสก็โดนซัดจนตกกระแทกเข้ากับพื้นดิน

 

สภาพของจีอัสตอนนี้ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ยังยิ้มได้

 

“รูปปั้นของข้า กำลังถูกปีศาจโจมตี?” เรติอุสพึมพำเบา ๆ

 

“เรติอุส ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้เจ้าหรอก ข้าจะไปหารักแรกให้ได้”

 

จีอัสค่อย ๆ พยุงร่างกายของเขาให้กลับมาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

 

เรติอุสจ้องมองไปที่จีอัสด้วยสายตาที่เย็นชา หรือจะพูดง่าย ๆ คือเรติอุสกำลังรำคาญจีอัสนั่นเอง

 

“เอริคฝากดูแลเพื่อนของเจ้าด้วย อย่าให้เขาหายตัวไป ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเจ้าทั้งคู่จะได้รับบทลงโทษ”

 

เมื่อเรติอุสกล่าวจบ เขาจึงกางปีกสีขาวให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและบินจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ที่วิหารของนักบุญศักดิ์สิทธิ์

 

            รูปปั้นของเทพเรติอุสกำลังเปล่งแสงสีทองที่เจิดจรัสยิ่งกว่าเดิม

 

            “ข้ารับรู้ได้ถึงสายเลือดของปีศาจ” เสียงของใครบางคนดังออกมาจากรูปปั้น

 

            หลังจากเสียงนั้นเงียบไปรูปปั้นก็เริ่มที่จะกรอกตาไปมาราวกับมีชีวิต และจ้องตรงมาที่เรล์ม

 

            “เรล์ม?” เรติอุสเรียกชื่อของเขาออกมา

 

            ทั้งเรติน่าและนักบุญศักดิ์สิทธิ์ต่างพากันสงสัยถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

 

            “ปล่อยตัวเขาก่อนเถอะ เหล่าองครักษ์ทั้งหลาย” เรติอุสเอ่ยขึ้นเบา ๆ

 

            ในเวลาต่อมาทั้งเรติน่าและองครักษ์นักบุญจึงก้มตัวลงและทำความเคารพเรติอุส

 

ยกเว้นแต่เพียงเรล์มที่พึ่งถูกปล่อยตัว เขาไม่ได้มีความคิดที่คุกเข่าทำความเคารพสักนิด

 

“ทั้งเจ้าและเครกก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันกำลังเกิดอะไรขึ้น” เรติอุสเอ่ยถาม

 

“ข้าไม่รู้ แต่หน้าที่ของข้ายังเหมือนเดิม”

 

ผมรู้ดีว่าหน้าที่และเป้าหมายของเรล์มคืออะไร ผมถึงสามารถพูดได้

 

“จะยังไงก็ช่าง เจ้าใช้วิธีนี้เรียกข้าอีกแล้ว เจ้าก็รู้ดีมิใช่หรือว่าการทำแบบนี้มันทำให้ข้าต้องลำบากขนาดไหน”

 

ดูเหมือนว่าการที่เทพจะมาติดต่อและพูดคุยกับมนุษย์มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

 

ถ้าผมไม่เอาดาบฟันไปที่รูปปั้นเขาคงไม่ยอมโผล่ออกมาแน่ และถ้าไม่ใช้สายเลือดกึ่งปีศาจเรติอุสคงไม่ลงทุนมาด้วยตัวเอง

 

“เรติอุส ข้าต้องการดาบในมือของเจ้า” เรล์มเอ่ยพลางชี้นิ้วไปที่ดาบของรุปปั้นเรติอุส

 

“หากเจ้าอยากได้สิ่งนี้ ก็เข้ามา!”

 

ทันใดนั้นเองรูปปั้นเรติอุสได้เปล่งแสงสีทองออกมาอีกครั้ง

 

ผิวกายที่ทำจากทองเริ่มขยับไปมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้อต่อหรือกล้ามเนื้อ

 

“ระยะเวลาหนึ่งพันปีที่ผ่านไปเจ้ามีฝีมือมากขึ้นหรือลดลงมากแค่ไหน แสดงให้ข้าได้ชมสักหน่อย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #380 KrKuKong (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 07:26
    มาถึงก็ซัดกับเทพเบยเนอะ555
    #380
    1
    • #380-1 SuruMaster(จากตอนที่ 80)
      22 เมษายน 2563 / 07:49
      อันที่จริงก็แค่ร่างจำลองนะครับ แค่วิญญาณสิงรูปปั้น
      #380-1
  2. #188 Fikusa (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 12:13
    เหอๆๆ ฝีมือเปลี่ยนแน่ๆ
    #188
    1
    • #188-1 SuruMaster(จากตอนที่ 80)
      24 มกราคม 2563 / 12:31
      เปลี่ยนอยู่แล้วครับ
      #188-1
  3. #160 Unique Universe (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 16:12
    ฝ่ายเครกได้พลังมาง่ายๆแค่พูดสนทนา แต่ฝ่ายเรล์มถึงกับต้องฟาดปากกัน ถึงจะให้ดาบได้ สองมาตรฐานสากลของแท้ // 555+++
    #160
    1
    • #160-1 SuruMaster(จากตอนที่ 80)
      17 มกราคม 2563 / 16:22
      เดี๋ยวตอนหน้าก็ได้รู้ครับว่าทำไมพี่แกถึง2มาตรฐาน555
      #160-1