สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 70 : ภาค 1-บท 70 สายฟ้าที่ส่งไปถึงสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    8 ม.ค. 63

เวรัคถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งออกมา

               

“ท้องฟ้าและอัสนีจักกลายเป็นพลังของข้า” เวรัคเปิดใช้ทักษะ

 

ทันใดนั้นเองท้องฟ้าโดยรอบเริ่มมืดครึ้ม ก้อนเมฆแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ

 

แสงอาทิตย์ถูกบดบัง เสียงคำรามของท้องฟ้ามีให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ

 

“สายฟ้ากัมปนาท!” เวรัคเปลี่ยนมากุมคทาไว้ด้วยมือทั้ง 2 ข้าง

 

สายฟ้าฟาดลงมา ไล่ผ่าเหล่าโกเลมสีเงินเหมือนกับครั้งที่แล้ว

 

แต่ในครั้งนี้เวรัคเริ่มขยับร่างกายและชี้คทาไปรอบ ๆ เมือง

 

ตรงไหนที่คทาของเวรัคชี้ไปล้วนตามมาด้วยสายฟ้าที่ผ่าลงมา

 

เสียงของฟ้าผ่าดังกึกก้องไปทั่ว และยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

 

จนในท้ายที่สุดแล้วเมื่อเสียงฟ้าผ่าได้สงบลงนั่นเอง

 

เหล่าทหารจึงพากันจ้องมองไปยังบริเวณนอกกำแพงเมือง

 

ปรากฏให้เห็นหลุมสีดำลึกเต็มไปหมด

 

กองทัพโกเลมสีเงินทั้ง 4 พันตนคงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยตนเท่านั้น

 

และพวกที่รอดอยู่ก็คือพวกตัวที่กำลังเกาะกำแพงเมือง

 

ทั้งสนามรบถูกแต่งแต้มไปด้วยหลุมสีดำที่เกิดจากความพิโรธของท้องนภา

 

“ที่เหลือก็จัดการกันเอง” เวรัคเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ

 

อันที่จริงผมสามารถเก็บพวกโกเลมสีเงินให้หมดได้ในการโจมตีครั้งเมื่อกี้

 

แต่ที่ผมทำไม่ได้นั่นก็เพราะถ้าเอาสายฟ้ามาผ่าใส่บริเวณใกล้กำแพงก็อาจจะทำให้กำแพงเมืองได้รับความเสียหาย

 

อีกเรื่องหนึ่ง เวทสายฟ้ากัมปนาทมี 2 รูปแบบในการร่าย

 

คือหนึ่งการร่ายจำนวนมากในครั้งเดียว หมายถึงการเอามานาที่มีอยู่ไปร่ายเวทให้หมด

 

และรูปแบบที่หนึ่งคือเวทที่ผมใช้กำจัดโกเลมสีเงินจนเกือบหมด

 

ส่วนรูปแบบที่ 2 คือการร่ายครั้งเดียวไปเลย ตัวอย่างก็ที่ผมใช้ให้ดูในตอนแรก

 

“เพลซเบลดแปรสภาพ” 

            

            ของเหลวสีเงินไหลออกมาจากคทาและกลับไปรวมกันอีกครั้งที่มือซ้ายของเวรัค

 

            เรย์ยื่นมือรับดาบจากมือของเวรัคไปอย่างช้า ๆ เขาทำด้วยท่าทางตื่นตระหนกและสับสน

 

            เพราะเรย์นั้นยังคงตกตะลึงกับการโจมตีของเวรัคไม่หาย

 

            เวทแบบนั้นมันไม่ใช่คนแล้ว ร่ายเวทที่รุนแรงและเป็นวงกว้างขนาดนั้นได้ มันเป็นไปได้ยังไงกัน

 

            “จะยืนมองอีกนานไหม? รีบไปจัดการพวกโกเลมที่เหลือได้แล้ว”

 

            กันต์ในร่างของเวรัคชี้นิ้วลงไปที่ด้านนอกกำแพงเมือง และกล่าวเพื่อดึงสติของเรย์ให้กลับมา

 

            เรย์ที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบเบือนหน้าหนีเวรัค และกระโดดลงกำแพงที่สูงกว่า 4 เมตรไปในทันที

 

“ไม่ใช่ว่าหมอนั่นจะหลงรักเวรัคไปแล้วหรอกนะ”

 

กันต์ในร่างของเวรัคกล่าวพลางกุมขมับตัวเองเบา ๆ

 

การที่มีหน้าตาสวย ๆ แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องนี้สักเท่าไหร่ สักวันมันอาจจะนำปัญหามาให้

 

ปัญหาที่ผมเบื่อและขี้เกียจยุ่งยากด้วยมากที่สุดก็ความรักนี่แหละ

 

ผมจะไปกล้าบอกใครว่า อันที่จริงแล้วตัวเองมีจิตใจเป็นผู้ชายแค่ยืมร่างผู้หญิงมาใช้เท่านั้นเอง

 

เหตุผลที่กันต์กล้าพูดแบบนั้นออกมาเป็นเพราะเรย์จ้องหน้ากันต์ในร่างของเวรัคจนไม่กระพริบตาอยู่นานกว่าหลายนาที

 

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ถ้าเวรัคไม่พูดเพื่อดึงสติของเรย์ให้กลับมา ทั้งคู่จะยังยืนจ้องหน้ากันอีกนานแค่ไหน

 

ในห้องรับแขกอันหรูหราแห่งหนึ่ง ณ ภพแห่งเทวะลักษณ์ 

 

            ที่ภพแห่งนี้ก็คือมิตินั่นเอง หากแต่เป็นสถานที่ซึ่งอยู่เหนือกว่ามิติไปอีกขั้นหนึ่ง

 

            จึงถูกเรียกกันว่า ภพ ในสถานที่แห่งนี้เอง มีพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด

 

            “ข้ารับรู้ได้ถึงอัสนีบาตร ท้องฟ้ากำลังพิโรธ เจ้ารู้ใช่ไหมเอริค”

 

            ชายผมทองผู้มีใบหน้าอันหล่อเหลาประดุจดั่งเทพ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันนุ่มลึก

 

            ไม่ว่าหญิงใดที่ได้มายินเสียงนี้ล้วนหลงใหลในรูปลักษณ์ของเขา

 

            ตรงข้ามของชายผมทองผู้นี้คือชายอีกคนหนึ่ง เขามีผมสีเทาและใบหน้าที่หล่อเหลาไม่แพ้กัน

 

            ทั้งคู่ต่างสวมเครื่องแต่งกายที่ดูแล้วมีราคาสูงและหาได้ยาก

 

            “มันเป็นเรื่องปกติเสมอ จีอัส ไม่ว่าใครก็สามารถใช้สายฟ้าได้ เพียงแค่เจ้ารู้จักปรับเปลี่ยนสภาพอากาศเล็กน้อยเท่านั้น”

 

            เอริคหรือชายผู้มีผมสีเทาตอบพลางจิบน้ำชาจากแก้วทองคำ

 

            “ไม่ใช่หรอกเอริค สายฟ้าที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันมีสาเหตุที่แตกต่าง”

 

            จีอัสวางแก้วทองคำลงและมองออกไปยังนอกหน้าต่าง

 

            “ข้ารู้สึกว่าเคยสนทนาเรื่องนี้กับเจ้าเมื่อพันปีที่แล้ว เจ้ายังจำได้ไหมจีอัส”

 

            “ข้าจำได้ดี มันเป็นวันแรกที่ข้าได้พบกับนาง นางคือรักแรกของข้า”

 

            “มนุษย์เพศหญิงที่รู้จักธาตุได้ดีกว่าแม่มดอิครอส เจ้าเป็นคนผนึกนางไว้ในเหมันต์นิรันดร์มิใช่รึ”

 

            เอริคเอ่ยถามจีอัส แต่ดูเหมือนจีอัสจะไม่ค่อยสนใจที่จะตอบเท่าไหร่

 

            “ในที่สุดข้ารอเวลามานับพันปี รอวันที่นางจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ข้าไม่คิดเลยว่าตำนานจะเป็นจริง”

 

            จีอัสกางปีกอันขาวบริสุทธิ์ของตนออก ด้วยความปลื้มปิติ

 

            “ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง จีอัส คนไม่มีเพศอย่างเจ้าก็มีความรักด้วยรึ”

 

            “ข้า…ไม่รู้ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็จะไปหานาง” จีอัสตอบด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง

 

            หน้าต่างขนาดใหญ่ในห้องรับแขกถูกเปิดออก เพื่อเป็นช่องทางให้จีอัสบินออกไป

 

            แต่ทว่าทางด้านนอกหน้าต่างนั้นถูกบังด้วยชายอีกคนหนึ่งและเขาก็มีปีกสีขาวเช่นเดียวกัน

 

            “จีอัส เอริค การประชุมแห่งทวยเทพครั้งที่ 7 ในรอบร้อยปีกำลังเริ่มแล้ว พวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนทั้งสิ้น”

 

            ชายผู้ที่บินอยู่ด้านนอกหน้าต่างประกาศกร้าวใส่จีอัส

 

“เรติอุส เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าไม่ให้ไปหารักแรกได้รึ”

 

จีอัสเอ่ยพลางฉีกยิ้มส่งให้กับเรติอุส

 

“ถ้าเจ้าอยากลองขัดคำสั่งของเทพสูงสุด ก็เข้ามา!”

 

เรติอุสสร้างดาบและโล่สีทองของเขา จากธาตุอากาศ หรือก็คือมานานั่นเอง

 

เมื่อจีอัสเห็นดังนั้นจึงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าอยากรู้มานานแล้วว่าเทพผู้ส่งสาส์นจะมีฝีมือมากแค่ไหน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #178 Fikusa (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 19:30
    แล้วความซวยก็วิ่งไปหากันต์ ตูไม่ได้อยากมีความรัก!! ฮ่าๆๆๆๆ
    #178
    1
    • #178-1 SuruMaster(จากตอนที่ 70)
      23 มกราคม 2563 / 20:17
      พระเอกเราก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับความรักสักเท่าไหร่นะครับ555
      #178-1
  2. #142 PANTHER. (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 17:42
    มีเรื่องแล้ววว ตบเทพไปเลยยย (หรือจะโดนเทพตบ?)
    #142
    1
    • #142-1 SuruMaster(จากตอนที่ 70)
      8 มกราคม 2563 / 17:46
      กว่าจะได้เจอกันก็อีกนานละครับ555
      #142-1