สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 255 : ภาค 3-บท 55 บทที่สองแห่งตัวตนที่แท้จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    11 พ.ย. 63

ดาบยาวสีฟ้าเรืองแสงในกำมือของเรล์มได้ถูกง้างขึ้นและเตรียมที่จะแทงเข้าไปในศิลาดาวตกด้วยสายตาที่ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก

 

แต่ทันใดนั้นเองเรล์มกลับต้องชักดาบของตนกลับมาและหันหลังไปตวัดดาบรับการโจมตีที่พุ่งเข้ามาอย่างคาดไม่ถึง

 

“ข้าคิดไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าเจ้าต้องเข้ามาขวาง” เรล์มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

 

สะเก็ดไฟที่เกิดจากการเสียดสีของดาบได้กระเด็นกระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

คมดาบสีม่วงและคมดาบสีฟ้าเรืองแสงกำลังเข้าประชันคมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร และผู้ที่กุมดาบเล่มสีม่วงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนไกลแต่เป็น กานต์ในชุดเดรสสีดำนั่นเอง

 

“มันยังไม่ใช่เวลาที่สมควร วิธีที่นายใช้มันผิด” กานต์สวนกลับด้วยสายตาจริงจังและไร้ซึ่งความลังเล

 

“ถ้าเช่นนั้นสิ่งที่เจ้ากำลังทำมันคงถูก กันต์สมควรที่จะได้รับการปลดปล่อยเขาไม่ควรมีชีวิตต่อไปในสภาพเฉกเช่นนี้ เจ้าเองก็ทำงานให้กับสมาคมเงามืดแห่งโลกยังมีสิ่งใดที่ต้องกังวลอีก”

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นคำถามหลาย ๆ ข้อที่ฝังอยู่ในหัวของเขามาเนิ่นนานก็ถูกคลายออก เหตุผลที่กานต์รู้ในหลายสิ่งหลายอย่าง และรู้จักพวกระบบดีก็เพราะเธอก็เป็นคนของสมาคมเงามืดแห่งโลกนั่นเอง

 

“ช่วยตอบคำถามของผมทีเถอะครับ ทำไมคุณต้องส่งกำลังไปทำลายอาณาจักรทางตอนกลางด้วย!” กันต์ตะโกนถามออกไป

 

เรล์มที่ได้ยินดังนั้นก็ดวงตาสีแดงเลือดของเขาก็เบิกโพลงขึ้นมาด้วยท่าทีที่คาดไม่ถึง

 

“กันต์ เจ้าลองพูดอีกทีสิ” บุรุษครึ่งปีศาจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

 

“อาณาจักรทางตอนกลางล่มสลายไปแล้วด้วยฝีมือของสาวกลัทธิบูชาปีศาจ นั่นไม่ใช่ฝีมือของคุณใช่ไหม ?”

 

เรล์มที่ได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าต่ำลงและเงียบครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยปากพูดออกมา “นั่นเป็นข้าที่ไม่ใช่ข้า”

 

เมื่อสิ้นเสียงของบุรุษเลือดครึ่งปีศาจจู่ ๆ เขาก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะฉีกเสื้อเกราะของตนที่สวมไว้ข้างในออกอย่างรวดเร็ว

 

แสงสีม่วงอ่อน ๆ ได้เรืองแสงออกมาจากบริเวณกลางหน้าอกของเรล์ม และเผยให้เห็นตัวเจ้าของแสง

 

“อัญมณีแห่งความตาย” กันต์พึมพำขึ้นเบา ๆ ก่อนที่จะรีบพุ่งตัวเข้าไปหาเรล์ม

 

ชายหนุ่มเร่งเข้าไปประคองร่างของเรล์มก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเป็นห่วงถึงขีดสุด

 

ริสาที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนักก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะเธอแทบไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

เรล์มที่กำลังกู่ร้องด้วยความเจ็บปวดเริ่มหยุดเสียงของตัวเองลงและหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า

 

“กันต์ ผู้ที่พาร่างของข้าออกมาจากมิติของเวรัคคือเทพนรกอเมมอน มันเป็นคนสร้างอัญมณีแห่งความตายไว้ที่กลางอกของข้า”

 

“อเมมอนโดนผนึกไปแล้ว เป็นไปได้ยังไง” กันต์รีบสวนกลับไปในทันที

 

 “ใช่ แต่นั่นก็แค่ส่วนหนึ่งของมัน เมื่อหลายร้อยปีก่อนฮาเดสได้แบ่งพลังของตนให้แก่อเมมอน 2 ส่วน ส่วนแรกของมันโดนผนึกไปแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งของมันยังคงอยู่และมันก็ได้สังเวยจิตวิญญาณของตัวเองและพลังของฮาเดสส่วนหนึ่งที่มันมีมาสร้างเป็น อัญมณีแห่งความตายไว้ที่กลางอกของข้า”

 

หากลองมองย้อนกลับไปแล้ว ในเสี้ยววินาทีก่อนที่อเมมอนจะโดนผนึกนั้น มันได้แบ่งเศษเสี้ยวของตนเองออกมาและส่งผ่านมิติไปยังที่แห่งอื่น โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย และกว่าจะรู้ตัวอีกทีมันก็สายเกินไปแล้ว

 

และโชคก็ไม่ได้เข้าข้างเรล์มเท่าไหร่นัก เศษเสี้ยวของอเมมอนนั้นดันบังเอิญหลงไปยังมิติที่กักเก็บร่างของเรล์มไว้ ซึ่งมันก็เป็นมิติที่มีได้เพียงแค่วิญญาณเท่านั้นที่จะเข้าไปได้

 

เวรัคไม่ได้ล่วงรู้ถึงความลับของมิติแห่งนั้นเธอจึงไม่สามารถเข้าไปในมิติที่เก็บร่างของพวกเธอไว้ได้สักที

 

เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของอเมมอนที่ผสมกับพลังส่วนหนึ่งของฮาเดสจึงได้แฝงตัวอยู่ภายในร่างของเรล์มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

และมันก็ค่อย ๆ สรรสร้างตัวเองเป็นอัญมณีแห่งความตายที่ผูกติดกับเจ้าของร่างคล้ายกาฝาก

 

ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ อัญมณีแห่งความตายก็ค่อย ๆ สมบูรณ์ขึ้นมากเท่านั้น

 

จนกระทั่งในวันนั้นเองที่เรล์มก็ได้รู้สึกว่าร่างกายนั้นไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป สิ่งมีชีวิตที่ถูกรังสรรโดยเทพก็ย่อมยากที่จะต่อต้านพลังของเทพได้

 

อเมมอนที่ได้คุมร่างของเรล์มได้สำเร็จจึงตัดสินใจใช้ร่างนั้นหลบหนีออกมาจากมิติ และเริ่มต้นการวางแผนล้างแคนกันต์และเรอัส

 

และการที่ร่างของเรล์มได้ออกมาโลดแล่นบนโลกตามปกติแล้วดวงวิญญาณของกันต์ก็ควรที่จะถูกดึงกลับไปควบคุมแทน แต่ทว่าระบบที่ไม่เสถียรก็ได้ส่งดวงจิตของเรล์มไปแทน

 

“อเมมอนได้ขโมยร่างของข้าและหลบหนีออกจากมิติไป แต่โชคยังดีที่มันควบคุมได้ไม่สมบูรณ์ข้าจึงสามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้ในบางครั้ง จนกระทั่งคนจากสมาคมเงามืดแห่งโลกได้มาพบข้าและเล่าความจริงให้ได้ฟัง พวกเขาตัดสินใจที่จะเข้าแทรกแซงโลกเพื่อต่อต้านเทพสูงสุด แต่การที่จะทำเช่นนั้นได้ข้าจักต้องทำลายศิลาดาวตกเพื่อเบิกทางให้แก่พวกเขา”

 

กานต์ที่ได้ยินดังนั้นก็พูดแทรกขึ้นมาทันที “การเอาชนะการแทรกแซงโดยใช้วิธีแทรกแซงมันก็รังแต่จะสร้างความปั่นป่วนให้แก่โลก และมันยังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะหยุดเรื่องนี้ได้คือนายกันต์ นายต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหลุดพ้นจากเส้นทางที่เทพสูงสุดได้เตรียมไว้ให้ได้”

 

“อย่างที่นางพูดข้าเชื่อใจเจ้า สิ่งที่ต้องทำคือขัดขวางเทพสูงสุดเสีย แต่ถ้าหากเจ้าทำไม่สำเร็จล่ะก็ ศิลาดาวตกนี่จะเป็นทางออกสุดท้าย”

 

เมื่อสิ้นเสียงของเรล์มเขาก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ

 

“จงสังหารข้าทิ้งเถิดกันต์ ร่างนี้ถูกยึดครองโดยอเมมอนและเศษเสี้ยวพลังของฮาเดสแล้ว อัญมณีแห่งความตายมันผูกติดกับกายของข้าอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ เร่งสังหารข้าก่อนที่ข้าจะคลุ้มคลั่งและสร้างภัยพิบัติไปทั่วเหมือนจอมมารลำดับที่หนึ่ง”

 

“มันต้องมีวิธีอยู่แน่ ถ้าผมเดินทางไปหาเรอัสและให้เธอช่วยคุณ สิ่งที่เกิดจากเทพมันก็ต้องให้เทพแก้ไข”

 

“ไม่ สิ่งเดียวที่สามารถทำลายอัญมณีแห่งความตายได้มีเพียงอาวุธระดับเทพเจ้าเท่านั้น ดาบเล่มนี้ที่ข้ามีมันเป็นแค่ของเลียนแบบ จัดการเสียกันต์ สิ่งนี้ก็เพื่อโลกทั้ง 2 ใบ และภพทั้ง 3 แม้แต่เรอัสก็ช่วยข้าไม่ได้ เจ้าจงหลอมละลายอัญมณีนี่เข้ากับดาบของเจ้าเสีย ชีวิตข้ามันมาไกลเกินกว่าที่ควรจะเป็นแล้ว”

 

เรล์มเอ่ยพลางใช้มือซ้ายของตนกุมไปที่ข้อมือขวาของกันต์ที่กำลังถือดาบระดับเทพเจ้าอยู่ เรล์มรู้ตัวดีว่าหากอัญมณีแห่งความตายได้สูญสิ้นลงชีวิตของเขาก็จะมอดดับลงไปด้วย

 

กานต์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ทำได้เพียงแค่ยืนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

“ฝากทักทายเรอัสแทนผมด้วยนะครับ” กันต์กล่าวคำลาด้วยความรู้สึกที่เคารพในการตัดสินใจของบุรุษตรงหน้า

 

กันต์กระชับดาบในมือของตนให้แน่นขึ้นและผละตัวห่างออกจากเรล์ม ก่อนที่จะง้างดาบขึ้นหมายจะแทงลงไปยังอัญมณีแห่งความตายที่กลางอกของบุรุษเลือดครึ่งปีศาจ

 

“นางคงต้องโกรธข้ามากแน่ ที่ปล่อยทิ้งไว้เพียงลำพังนับพันปี" เรล์มพึมพำเบา ๆ ออกมาพร้อมกับเหม่อมองขึ้นไปบนเพดานห้องโถง

 

กันต์เข้าใจความรู้สึกของเรล์มดีว่าเขาเหนื่อยมามากขนาดไหนแล้ว บางทีเรล์มอาจจะต้องการที่จะตายมาตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นได้ แต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้มันยังไม่ยอมปล่อยเขาไปไหน

 

และแล้วห้วงเวลานี้ก็ไปต่อได้อีกไม่นานนักเพราะทักษะสัมผัสเวทในตัวของกันต์และของเรล์มนั้นได้แจ้งเตือนถึงบางสิ่งที่เข้ามาในห้องโถงโดยไม่ได้รับเชิญ

 

ที่ใกล้ ๆ กับศิลาดาวตกนั้นได้ปรากฏให้เห็นร่างของปีศาจตนหนึ่งที่มีเขาสีน้ำตาลประดับอยู่บนศีรษะถึง 3 เขา

 

ใบหน้าที่ดูน่าหวั่นเกรง ร่างกายที่กำยำและบึกบึน กลิ่นอายที่มีแต่ความไม่เป็นมิตร รวมไปถึงบรรยากาศที่หนักอึ้ง ทั้งหมดนั่นมาจากปีศาจตนนั้นเพียงตนเดียว

 

“ศิลาดาวตก…ศิลาดาวตก…ถ้าข้าจำไม่ผิดสิ่งนี้คือหนึ่งในปราการสำคัญที่เทพสูงสุดได้สร้างขึ้นมาเพื่อขัดขวางการเข้าแทรกแซงของสมาคมเงามืดแห่งโลก ช่างน่าสนใจยิ่งนัก…ขอประทานอภัยเชิญพวกเจ้าทำต่อได้เลย”

 

ปีศาจสามเขาเอ่ยพลางโค้งตัวลงคำนับด้วยกิริยามารยาทที่นอบน้อม

 

“ข้าลืมไปอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าหากเจ้าครึ่งปีศาจนั่นสิ้นชีพลงไปแล้ว ข้าขอยืมดาบเล่มนั้นสักครู่ ไม่ต้องกังวลข้าจักคืนให้อย่างแน่นอน”

 

กานต์ในชุดสีดำได้เข้ามายืนขวางตรงหน้ากันต์และเรล์มไว้พร้อมกับพูดขึ้นด้วยควาามเร่งรีบ “อย่าให้มันได้ดาบไปกันต์ ดาบเล่มนั้นคือดาบเล่มเดียวที่สามารถทำลายศิลาดาวตกได้ อย่ามอบดาบเล่มนั้นให้กับใครเป็นอันขาด รีบเก็บมันไปเร็ว!”

 

 กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก้รีบยื่นมือซ้ายไปคว้าดาบในกำมือของเรล์มและเตรียมจะยัดเข้าช่องเก็บของแต่ทว่านั่นมันก็สายเกินไปเสียแล้ว

 

“ข้าต้องขออภัยที่ไม่ได้แนะนำตัว อันตัวข้ามีนามว่าเทพปีศาจเครเทนเป็นผู้นำแห่งเทพปีศาจ”

 

เครเทนเอ่ยพลางควงดาบเล่มสีฟ้าเรืองแสงในกำมือเล่นอย่างสบายใจ

 

ในเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้นั้นเครเทนได้ใช้ความเร็วระดับเทพต้นกำเนิดระดับ 80 เข้าไปชิงดาบในกำมือของเรล์มมาได้โดยไร้ซึ่งอุปสรรคใด ๆ

 

“หยุดความคิดของเจ้าเสียไอ้ปีศาจ ข้าเลือกที่จะเชื่อในเส้นทางของเด็กหนุ่มคนนี้แล้ว!!” เรล์มตะคอกด้วยสายตาที่โกรธแค้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยสายตาอำมหิต

 

“หึ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่สร้างปัญหาให้แก่เทพสูงสุดได้ ข้าก็จะทำ ในที่นี้ไม่มีใครจะมาหยุดข้าเทพปีศาจเครเทนได้อีกแล้ว”

 

ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ดาบสีฟ้าเล่มนั้นจะได้แทงเข้าไปยังศิลาดาวตกที่ใกล้จะแตกสลายในทุกวินาทีนั่นเอง

 

ดาบเล่มสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงจากดวงตะวันได้แทงทะลุผ่านกลางศีรษะของมันไปอย่างแม่นยำ

 

ดวงตาของกันต์ในตอนนี้ได้แปรเลี่ยนเป็นสีฟ้าบริสุทธิ์ พร้อมกับปีกทั้ง 4 คู่ 4 เฉดสีที่ได้เผยโฉมออกมา ผสานกับออร่าสีแดงอันทรงพลัง

 

ทักษะหยดโลหิตไร้มลทิน ทักษะกู่ก้องคำราม สายเลือดราชามังกรขาว สายเลือดจากทวยเทพ สายเลือดจอมมาร และสติปัญญาจากสายเลือดมนุษย์ระดับสูง

 

ทุกสิ่งอย่างได้ถูกเปิดใช้งานพร้อมกันจนทำให้พลังของเขาก้าวกระโดดไปถึงขั้นพลังระดับเทพต้นกำเนิดได้สำเร็จ

 

“ต่อให้แกเป็นเทพปีศาจที่ไหนก็ช่าง นั่นมันก็ไม่สำคัญ” 

 

กันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงและสายตาที่ดุดันพร้อมกับกวาดดาบระดับเทพเจ้าลงเพื่อผ่าร่างของเครเทนให้ขาดเป็นสองซีก

 

“ช่างน่าประทับใจบุคคลตามคำทำนายของเทพสูงสุดมีพลังมากมายถึงเพียงนี้ แต่นั่นก็ไม่พอที่จะหยุดข้า”

 

เมื่อสิ้นเสียงของเทพปีศาจเครเทนร่างกายของมันก็แหลกสลายกลายเป็นจุล 

 

“กันต์นั่นมันร่างแยก !” เรล์มตะโกนเสียงดังลั่นก่อนที่จะทรุดตัวลงไปกับพื้นเพราะเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของอเมมอนที่กลับมาต่อต้าน

 

เด็กหนุ่มรู้ตัวดีอยู่แล้ว สายตาคู่นี้ที่มีพลังแฝงจากสายเลือดมนุษย์ระดับสูงมันได้บ่งบอกถึงตำแหน่งของเทพปีศาจเครเทนตัวจริงที่ไม่ใช่ร่างแยก

 

กันต์สยายปีกทั้งหมดของตัวเองและพุ่งเข้าใส่เครเทนที่หลบซ่อนบนเพดานห้องโถงด้วยความเร็วสูง

 

กานต์ที่เห็นดังนั้นก็ทราบขึ้นมาในทันทีเลยว่าสิ่งที่ตนควรทำคืออะไร

 

“รีบกลับไปที่มิติของเธอก่อน ขืนอยู่ต่อไปอาจถูกจับไปเป็นตัวประกันได้” กานต์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังกับริสา

 

เมดมังกรสาวที่ได้ยินดังนั้นก็เถียงกลับไปไม่ออกจึงยอมกลับไปในมิติของใบทำพันธะสัญญา

 

ในระหว่างที่กันต์กำลังโบยบินอยู่กลางอากาศและตวัดดาบเข้าโจมตีใส่เครเทนนั่นเอง ร่างของมันก็แตกสลายหายกลายเป็นจุลอีกครั้ง

 

“ร่างแยกของข้าตัวนี้ก็มีชีวิตจิตใจและพลังที่ลอกเลียนแบบอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ร่างแยกกระจอก ๆ ที่พวกชั้นต่ำใช้กัน ต่อให้เป็นสายตาที่มีพลังแฝงก็แยกไม่ออก”

 

เครเทนได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของศิลาดาวตกและเตรียมจะแทงดาบลงไปยังรอยแตก โดยที่กันต์ไม่อาจเข้าไปห้ามได้ทัน

 

แต่แล้วจู่ ๆ ร่างของปีศาจเครเทนก็หยุดขยับไปอย่างกะทันหันพร้อมกับปรากฏให้เห็นโซ่สีขาวบริสุทธิ์นับหลายร้อยเส้นที่โผล่ออกมาจากประตูมิติขนาดเล็กรอบกายเครเทน ได้เข้าพันธนาการร่างไว้

 

“ในครั้งนี้ข้าจะช่วย” เสียงของไกอาได้ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเธอที่เดินออกมาจากประตูมิติ

 

“ไกอา…ไกอา…หุ่นเชิดอีกตัวของเทพสูงสุด อย่ามาขวางข้าจะดีกว่า ข้ากำลังจะปล่อยให้เจ้าได้เป็นอิสระแล้ว แค่เพียงทำลายศิลาดาวตกชีวิตเจ้าก็จะไม่ต้องผูกพันธ์อยู่กับบุคคลตามคำทำนายอีกต่อไป”

 

เครเทนเริ่มกล่าววาจาโน้มน้าวไกอาและระเบิดพลังเวทในร่างกายออกมาเข้าสลายโซ่เหล่านั้นทิ้ง พร้อมกับกระโดดก้าวเท้าถอยไปด้านหลัง เพื่อหลบการโจมตีของกันต์

 

ไกอาที่ถูกหว่านล้อมเริ่มส่งสายตาเหยียดหยามใส่เครเทนและพูดขึ้น “ข้าเชื่อใจเขามากกว่าเจ้า”

 

ทันใดนั้นเองโซ่สีขาวเข้มที่หนาและมีประสิทธิภาพสูงกว่าโซ่ปกติก็ได้เผยโฉมออกมาจากด้านหลังของไกอาและเข้าทิ่มแทงร่างของเครเทนอย่างแม่นยำ

 

“อะไรกันเจ้าเชื่อใจมนุษย์ที่โดนเทพสูงสุดบงการชีวิตงั้นรึ ช่างน่าขันยิ่งนัก” เครเทนหัวเราะเสียงดังลั่นในระหว่างที่ร่างกายกำลังโดนแทงจนพรุน

 

และแล้วคมดาบของกันต์ที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงจากทักษะกู่ก้องคำราม สีส้มจากพลังของแก่นแท้ตะวัน สีม่วงจากทักษะราชันสีอินทิล และโชกไปด้วยเลือดจากทักษะโลหิตไร้มลทิน ก็เตรียมพร้อมที่จะกวาดโจมตีออกไป

 

กันต์ทุ่มเทการโจมตีทุกอย่างลงไปในการโจมตีครั้งนี้เพียงครั้งเดียว มานาในร่างของเขาใกล้จะหมดลงไปแล้ว การเปิดใช้ทักษะทุกอย่างพร้อมกับมันสร้างภาระที่หนักหนามากเกินไป

 

เพียงแค่เขาชิงดาบกลับมาและโยนเข้าไปในช่องเก็บของ เครเทนก็ไม่น่าจะตามไปเอาได้แล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยหนีออกมาก็ยังไม่สายเกินแก้

 

ชายหนุ่มหวังเสียเหลือเกินว่าแผนการของเขาจะสำเร็จก่อนที่เรล์มจะโดนอเมมอนเข้าชิงควบคุมร่างอีกครา

 

--------------------

สรุป-เรล์มได้บอกเล่าเรื่องราวว่า แท้จริงแล้วผู้กล้าคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเครก เรล์ม เวรัค เวลโดร คล็อดนั่นก็คือบุคคลตามคำทำนายเช่นเดียวกันกับกันต์ แต่แตกต่างกันตรงที่พวกเรล์มคือบุคคลตามคำทำนายขององค์กรเงามืด ส่วนกันต์เป็นบุคคลตามคำทำนายของเทพสูงสุดที่พยายามจะแทรกแซงโลกตามอำเภอใจ และการแทรกแซงโลกของเทพสูงสุดก็ได้ทำให้สมดุลโลกเริ่มพังทลายลง ตัวอย่างก็คือประตูมิติที่เชื่อมโลกทั้ง 2 ใบเข้าด้วยกัน เทพสูงสุดได้วางแผนให้กันต์เดินไปตามทางที่ตนวางไว้ตั้งแต่ต้นโดยใช้ระบบ(ไกอา)เป็นเครื่องมือ

ส่วนทางองค์กรเงามืดแห่งโลกนั้นเคยชิงการควบคุมไกอามาได้และเตรียมการช่วยเหลือกันต์ให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของเทพสงสุด แต่สุดท้ายแผนมันก็ล้มเหลว จนพวกเขาต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาคือแทรกแซงโลกเช่นเดียวกันกับที่เทพสูงสุดทำ

ในระหว่างนั้นเรล์มได้ถูกเศษเสี้ยววิญญาณอเมมอนที่ผสานกับพลังของฮาเดส เข้ายึดครองร่างโดยการสร้างอัญมณีแห่งความตายชิ้นใหม่ขึ้นมา จนสามารถขโมยร่างของเรล์มออกมาจากมิติของระบบได้สำเร็จ แต่แล้วแผนการของอเมมอนก็ถูกคนจากองค์กรเงามืดแห่งโลกเข้าขัดขวางและทำให้เรล์มกลับมาคุมร่างได้ถึงแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ก็ตามที

เรล์มได้รับรู้เรื่องราวความจริงทั้งหมดจากคนขององค์กรเงามืดแห่งโลก จึงตัดสินใจร่วมมือกับองค์กรโดยการเข้าไปเป็นผู้นำลัทธิบูชาปีศาจ ซึ่งเป็นลัทธิที่ทำงานให้แก่องค์กรเงามืดแห่งโลกมาอย่างลับ ๆ  ส่วนเหตุผลที่อาณาจักรทางตอนกลายล่มสลายก็เป็นเพราะอเมมอนที่กลับมาคุมร่างได้อีกคราได้ออกคำสั่งโจมตีไป ในเวลาต่อมาเรล์มกลับมาคุมร่างอีกครั้งและวางแผนเข้าไปทำลายศิลาดาวตกเพื่อเปิดทางให้คนจากองค์กรเงามืดแห่งโลกเข้ามาแทรกแซงโลกนี้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่นั่นก็แลกมากับสมดุลโลกที่พังทลายยิ่งกว่าเก่า

แต่สุดท้ายเรล์มก็ยังเลือกที่จะเชื่อว่ากันต์จะสามารถหลุดพ้นจากชะตากรรมที่เทพสูงสุดกำหนดไว้ได้สำเร็จ จึงไม่คิดทำลายศิลาดาวตก แต่เทพปีศาจเครเทนก็ได้หมายตาดาบที่เรล์มได้รับมาจากสาวกลัทธิบูชาปีศาจไว้มานานแล้ว

เพราะมันเป็นดาบเล่มเดียวที่สามารถทำลายศิลาดาวตกที่เทพสูงสุดเคยสร้างไว้ป้องกันการแทรกแซงขององค์กรเงามืด เครเทนจึงต้องการดาบเพื่อไปทำลายศิลาดาวตกเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้แก่เหล่าเทพ

ส่วนศิลาดาวตกจะพังทลายหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับฝั่งของกันต์แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #730 Muramaza (จากตอนที่ 255)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 08:21

    แหม ไกอา ก็ต้องเชื่อใจ กันต์ อยู่แล้วสิ
    #730
    1
    • #730-1 SuruMaster(จากตอนที่ 255)
      20 พฤศจิกายน 2563 / 10:56
      555 แน่นอนครับ
      #730-1