สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 252 : ภาค 3-บท 52 การบุกรุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

การบุกโจมตีอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งความลังเลของสาวกลัทธิบูชาปีศาจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดคิดได้ถึง แม้แต่ตัวของกันต์เองก็ด้วย

 

เหล่านักเรียนรวมถึงอาจารย์ในชุดเครื่องแบบแต่ล่ะคนเริ่มถูกต้อนให้รวมเข้าไปอยู่ในจุดเดียวกัน

 

ส่วนทางฝั่งลัทธิบูชาปีศาจเมื่อนับรวมจำนวนของพวกที่เข้ามาผ่านทางศิลาเวทและพวกที่เป็นหนอนบ่อนไส้อยู่แล้วนั้นก็มีมากกว่า 200 คนด้วยกัน

 

และดูเหมือนว่าพวกมันได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกทำการไล่ต้อนผู้คนให้ถอยไปห่าง ๆ ขัดขืนก็ฆ่า และกำลังส่วนที่ 2 ได้มุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นใต้ดินของสถานที่แห่งนี้

 

อันที่จริงแล้วหอการค้าดาบสีครามก็มียามรักษาการณ์ที่เก่งกาจอยู่พอสมควร แต่ทว่าพวกสาวกลัทธิบูชาปีศาจก็ใช่ย่อย ระดับฝีมือก็พอ ๆ กันแต่จำนวนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

 

“รีบวิ่งไปที่ทางออกเร็วเข้า ! เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เรา” อาจารย์ฟอร์ดเอ่ยพลางดึงตัวของกันต์และเล็กให้ถอยห่างออกมาและร่ายเวทโจมตีสวนกลับไปใส่สาวกลัทธิบูชาปีศาจที่กำลังง้างดาบขึ้นหมายจะโจมตีใส่นักเรียน

 

โชคยังดีที่ประตูทางออกของสถานที่แห่งนี้มีมากกว่า 4 ประตูด้วยกัน และ 3 ใน 4 ก็ถูกปิดตายด้วยฝีมือของผู้บุกรุกไปเรียบร้อยแล้ว

 

เหล่าสาวกลัทธิบูชาปีศาจเมื่อมันเห็นว่ากลุ่มคนกำลังหลบหนีออกไปก็รีบกลายร่างเป็นปีศาจโดยทันที

 

พวกเขาเหล่านั้นเริ่มกลายสภาพจากมนุษย์ธรรมดาเป็นปีศาจที่มีร่างสูงใหญ่หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นก็อบลิน โอเกอร์ และปีศาจชั้นสูงก็มีให้เห็นปะปนมั่วไปหมด

 

ณ บริเวณโถงทางเดินยาวที่เชื่อมกับประตูทางออกได้ปรากฏให้เห็นกลุ่มนักเรียนและผู้คนจากต่างโลกที่พากันหนีตายอย่างจ้าล่ะหวั่น

 

อาจารย์ผู้มีหน้าที่ดูแลนักเรียนเริ่มการปฎิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ต่างคนต่างแจกแจงหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะพวกเขาก็ถูกฝึกมาให้รับมือกับสถานการณ์วิกฤตเช่นกัน

 

โดยให้อาจารย์ 3 คนคอยกำจัดปีศาจและเปิดช่องทางหนีด้านหน้าให้ และอาจารย์ฟอร์ดจะทำการระวังหลัง

 

แต่ทว่าจำนวนของพวกปีศาจนั้นมากเกินไป อีกทั้งแต่ล่ะตนยังมีเลเวลขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 60 เลยด้วยซ้ำ มันเป็นไปไม่ได้ยากที่จะปกป้องนักเรียนทั้งหมดให้รอดไปได้อย่างปลอดภัย

 

กันต์ที่กำลังวิ่งอยู่ข้าง ๆ เล็ก เริ่มสอดส่องสายตามองไปรอบทิศเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้

 

อาจารย์ฟอร์ดที่กำลังระวังหลังให้กลุ่มผู้หลบหนีได้ทำการกางม่านพลังสีฟ้าอ่อนออกมาเพื่อป้องกันการโจมตีระยะไกลจากพวกปีศาจ

 

ส่วนสถานการณ์ของตรงประตูทางออกมีอาจารย์ 3 คนคอยคุ้มกันและดูแลให้ ถ้าหากทุกอย่างยังเป็นไปได้สวยทุกคนจะกลับออกไปอย่างปลอดภัย เพราะทางออกตอนนี้ปลอดภัยแล้ว

 

ทันใดนั้นเองที่บริเวณหน้าต่างของโถงทางเดินยาวก็ได้แตกออก พร้อมกับปรากฏให้เห็นปีศาจชั้นสูงผู้มีร่างกายสีแดงกำยำและปีกสีเลือดกระโจนตัวเข้ามาขวางทางไปต่อเอาไว้

 

“อย่าหวังว่าจะได้รอดออกไป” ปีศาจชั้นสูงเอ่ยพลางง้างแขนขวาขึ้นพร้อมกับร่ายเวทระเบิดเตรียมจะปิดฉากทุกคนในที่แห่งนี้

 

กันต์ที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบพุ่งตัวแทรกกลุ่มของนักเรียนที่กำลังวิ่งหนีไปข้างหน้าให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

 

เมื่อเวทระเบิดถูกร่ายจนสมบูรณ์ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เสียงระเบิดก็ได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ

 

แรงระเบิดได้ทำให้เพดานโถงทางเดินพังทลายลงมาและปิดจุดที่เชื่อมกับทางออกไว้ด้วยเศษซากปรักหักพังที่กองพะเนินสูง

 

หลังจากที่ฝุ่นควันได้จางหายไปแล้วก็ปรากฏให้เห็นม่านพลังสีทองดำที่ตั้งตระหง่านอย่างเจิดจรัส

 

เวทแรงระเบิดของปีศาจชั้นสูงยังไม่มากพอทำให้ม่านพลังนี้เกิดรอยร้าวขึ้นเลยด้วยซ้ำไป

 

กลุ่มนักเรียนที่รอดชีวิตอย่างหวุดหวิดต่างพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ส่วนบางคนที่ทนแรงกดดันไม่ไหวก็ถึงกับล้มลงไปนั่งกับพื้น 

 

พวกเขาต่างคิดว่าเป็นเวทของอาจารย์ฟอร์ดที่ช่วยป้องกันไว้ แต่แท้จริงแล้วมันก็คือฝีมือของกันต์นั่นเอง

 

ประตูทางออกสุดท้ายของพวกเขาถูกปิดตายด้วยเศษซากปรักหักพังไปเสียแล้ว

 

อาจารย์ฟอร์ดที่ได้ยินเสียงระเบิดก่อนหน้านี้ก็เข้าใจสถานการณ์และสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยทันที

 

“อย่าพึ่งตกใจไปอาจารย์จะร่ายเวทระเบิดใส่กำแพง ทุกคนถอยออกมา !”

 

ครูหนุ่มตะโกนพร้อมกับยื่นมือขวาไปข้างหน้าและยื่นมือซ้ายไปทางด้านหลังของตน พร้อมกับเขียนอักขระเวทสีฟ้ากลางอากาศด้วยมือทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้มือข้างหนึ่งยิงเวทใส่ปีศาจที่พุ่งเข้ามาและอีกข้างจะยิงใส่กำแพง

 

ฝูงปีศาจที่ตามหลังมาติด ๆ ไม่รอช้ารีบอาศัยจังหวะนี้เข้าโจมตีอาจารย์ฟอร์ดโดยทันที แต่แล้วจู่ ๆ พวกมันก็หยุดขยับไปอย่างกะทันหันและไม่เคลื่อนไหวใด ๆ อย่างน่าประหลาดใจ

 

กันต์ไม่รอช้ารีบยกเลิกทักษะเวทม่านพลังของตนและตะโกนบอกให้ทุกคนถอยออกจากจุดที่อาจารย์ฟอร์ดกำลังเล็งเวทระเบิดไปในทันที

 

เล็กที่เฝ้าดูกันต์อยู่ไม่ไกลนักรีบเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด

 

นักเรียนสาวแทรกกลุ่มนักเรียนเข้ามาคว้าแขนของกันต์ไว้เพื่อเรียกร้องความสนใจ

 

“กันต์ ระบบป้องกันของที่นี่มันเริ่มทำงานแล้ว มันสายเกินไปแล้วรีบหาทางออกอื่นเร็ว”

 

“เธอหมายความว่ายังไง ?” ชายหนุ่มถามกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกันกับที่เสียงของระเบิดได้ดังขึ้น

 

อาจารย์ฟอร์ดที่ร่ายเวทระเบิดไฟใส่กำแพงอาคารเริ่มแสดงเหงื่อตกเมื่อเห็นว่าเวทระเบิดของตนไม่สามารถทำลายกำแพงของโถงทางเดินได้

 

เล็กที่มองไปยังทางต้นเสียงของระเบิดเริ่มอธิบายต่อโดยทันที

 

“ที่นี้คือหอการค้าดาบสีครามที่มีระบบป้องกันในระดับดีเยี่ยม เงื่อนไขแรกที่มันจะทำงานคือเมื่อมีหนึ่งในกำแพงถูกระเบิดหรือถูกพังทลายลง ศิลาเวทที่อยู่ในชั้นใต้ดินจะทำการปล่อยม่านพลังเวทออกมาเข้าคุ้มกันทุกส่วนของอาคารไว้ไม่ให้ถูกทำลายได้อีก”

 

สิ่งที่เล็กพูดมานั้นก็ไม่ถือว่าผิดเสียทีเดียวเพราะทุกคนต่างมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีวงเวทอักขระเวทสีฟ้าเปล่งแสงออกมาจากกำแพงทั่วทุกที่แม้แต่บนพื้นและเพดานก็ยังมีให้เห็น

 

โดยอักขระเวทเหล่านั้นก็มีหน้าที่ในการรับความเสียหายทั้งหมดรวมถึงปิดกั้นการเข้าออก

 

และมันจะหยุดทำงานต่อเมื่อมีใครสักคนลงไปปิดการทำงานของมันที่ชั้นใต้ดิน แต่การป้องกันของศิลาเวทนั้นมันก็มีขีดจำกัดอยู่เช่นเดียวกัน

 

การป้องกันรูปแบบนี้มีหลักการทำงานง่าย ๆ คือ ตัวศิลาเวทจะทำการปล่อยพลังเวทที่กักเก็บไว้ออกมาและกระจายตัวไปทั่วทุกที่ ที่ถูกกำหนดไว้

 

ส่วนระดับการป้องกันนั้นจะมากหรือน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ทำศิลาเวทและระดับฝีมือของผู้ลงอักขระเวทนั่นเอง

 

เหล่ายามรักษาความปลอดภัยของหอการค้าดาบสีครามที่เป็นฝั่งมนุษย์ ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่โถงทางเดินเพื่อผสานกำลังกับอาจารย์ฟอร์ดเข้าต้านทานฝูงปีศาจที่ดาหน้าเข้ามา

 

ในตอนนี้พวกเขาล้วนมีเป้าหมายเดียวคือนำพาพวกนักเรียนและบรรดาลูกค้าให้อยู่รอดปลอดภัย

 

กลุ่มปีศาจเริ่มกลับมาขยับได้อีกครั้งหลังจากที่พวกมันถูกตรึงไว้ด้วยพลังเวทปริศนาและเข้าโจมตีกลุ่มมนุษย์ที่ขวางทางของตน

 

“เธอไปรู้ข้อมูลพวกนี้มาจากไหน ?” กันต์ถามต่อด้วยความสงสัย

 

“ฉันเคยศึกษาอยู่ในช่วงตอนก่อนมาที่นี่ ศิลาเวทที่ทำงานอยู่ในชั้นใต้ดินของที่แห่งนี้เป็นศิลาเวทโบราณอายุประมาณ หนึ่งพันปี…แต่นี่มันไม่ใช่เวลามาถามเรื่องนี้ไหม ?”

 

เล็กที่อธิบายได้สักพักก็ต่อว่าชายหนุ่มด้วยท่าทางไม่พอใจ

 

“ศิลาเวทอายุพันปีอาจจะเป็นเป้าหมายของพวกมัน” กันต์เอ่ยตอบพร้อมกับหันหน้าไปมองยังกำแพงด้านหนึ่งที่มีอักขระเวทสีฟ้าเปล่งแสง

 

อักขระเวทที่ปกคลุมไปทั่วหอการค้ามีความแข็งแกร่งในระดับที่ประมาทไม่ได้ แม้แต่อาจารย์ฟอร์ดที่มีเลเวลถึง 70 ก็ยังทำลายไม่ได้

 

เรื่องนี้ตัวกันต์เองก็พอเคยได้ยินเรื่องราวที่คล้าย ๆ กันมาก่อนในช่วงที่กำลังเล่นเกมเป็นตัวละครเครกอยู่

 

ในตอนนั้นมันเป็นช่วงที่เขากำลังติดต่อค้าขายกับทางหอการค้าอาณาจักรทางตอนเหนือในเมืองหลวง แล้วบังเอิญไปได้เห็นเหตุการณ์เคลื่อนย้ายหินศิลาดาวตกอย่างพอดิบพอดี

 

เมื่อลองถามข้อมูลจากผู้คนรอบ ๆ แถวนั้นดูจึงได้ทราบว่า กลุ่มพวกพ่อค้าได้บังเอิญไปค้นพบกับแท่นหินศิลาขนาดเท่าคนเข้า

 

ว่ากันว่าบริเวณโดยรอบที่ตั้งของศิลาเป็นหลุมบ่อลึกที่มีสะเก็ดไฟกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณพร้อมทั้งมีควันลอยอยู่ออกมา จึงตั้งชื่อว่าเป็นศิลาดาวตกเพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งของที่มาจากนอกโลก

 

ทางกลุ่มพ่อค้าที่เห็นดังนั้นจึงตัดสินใจเก็บกู้มันขึ้นมาและตั้งใจจะเอามันไปค้นคว้าและวิจัยที่ห้องใต้ดินของหอการค้า

 

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในอีกหนึ่งพันปีต่อมามันจะกลายเป็นของที่มีค่าและมีพลังมากถึงเพียงนี้ เพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันแล้ว

 

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามริสาคงพังมันได้อยู่ดี เพียงแค่อาจจะใช้เวลานานสักเล็กน้อย

 

กลุ่มนักเรียนที่เห็นว่าทางหนีของพวกตนถูกปิดตายไปแล้ว ก็ยังไม่หมดหวังต่างคนต่างหาหนทางทำลายกำแพงออกไปให้ได้ และแน่นอนว่านั่นย่อมไม่เป็นผล

 

ไม่ว่าจะเป็นเวทมนกลใดหากไม่มีความรุนแรงมากพอก็ไม่มีสิทธิแม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนให้กับมันได้

 

ในตอนนี้พวกเขาถอยกลับไปไม่ได้อีกแล้วมีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

 

ส่วนทางฝั่งอาจารย์กับยามรักษาการณ์เองก็คงจะต้านต่อไปได้อีกไม่นาน 

 

เล็กที่เห็นกันต์ยืนนิ่งและจ้องมองไปที่กำแพงอย่างเหม่อลอยก็เริ่มทำหน้าตาสงสัย และเตรียมที่จะเรียกสติของเขากลับมา แต่ในขณะเดียวกันสายตาของเธอก็เหลือบมองไปเห็น วงเวทสีขาวที่ปรากฏขึ้นบนพื้นทางเดินบริเวณด้านข้างของกันต์ ห่างไปไม่ไกลนัก

 

ร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบสาวใช้ได้เผยตัวออกมาเหนือวงเวทสีขาวนั่นและจ้องตรงมาที่เธอด้วยสายตาที่เย็นชา

 

มันจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยถ้าเธอคนนั้นหันมองไปทางอื่นด้วย แต่ไหงถึงกลับจ้องเธอเขม็งขนาดนี้กันล่ะ นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของเล็ก 

 

ถึงแม้ว่าเล็กจะสงสัยเรื่องที่ว่าเธอเป็นใครมาจากไหนด้วยก็จริง แต่สายตาที่จ้องมองมามันทำให้คิดเกินเลยไปกว่านั้น

 

เหล่านักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ชวนฉงนสงสัยเหมือนกับเล็ก ก็ถึงกับรีบพากันถอยห่างออกมาโดยทันที ด้วยเหตุที่ว่ากลัวจะเป็นฝ่ายศัตรู

 

ริสาในชุดสาวใช้หันซ้ายหันขวาด้วยท่าทีไม่พอใจ ก่อนที่จะเดินไปยังจุด ๆ หนึ่งของกำแพงโดยการเดินผ่านกลุ่มนักเรียนที่หลบทางให้ด้วยความหวาดกลัว

 

แรงกดดันที่ถูกปล่อยออกมามันแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นอย่างชัดเจนว่า ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งเกินไป

 

เมื่อหญิงสาวครึ่งมังกรได้มายืนหยัดต่อหน้ากำแพงอักขระเวทแล้วเธอก็เริ่มง้างแขนขวาขึ้นอย่างช้า ๆ

 

และแล้วเสียงที่เกิดจากการแตกหักก็ได้ดังขึ้น กำปั้นขวาของริสาอัดเข้าเต็มกำแพงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

 

ด้วยออร่าสีขาวบริสุทธิ์ที่ห่อหุ้มทั้งร่างกายของเธอนั้นได้ทำให้การโจมตีของเธอเริ่มรุนแรงและปลดปล่อยพลังออกมาได้มากยิ่งกว่าเดิม

 

อักขระเวทสีฟ้าปรากฏให้เห็นตามกำแพงเริ่มแตกร้าวอย่างเห็นได้ชัด และหลังจากนั้นไม่นานกำแพงด้านหนึ่งของโถงทางเดินก็ถูกพังทลายลง

 

กลุ่มนักเรียนที่ยังอึ้งและมึนงงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นต่างไม่มีใครกล้าขยับและตั้งข้อสงสัยกันอย่างมากมาย

 

“จะยืนนิ่งอยู่เพื่ออะไร รีบออกไปได้แล้ว” ริสากล่าวขึ้นพร้อมกับเขียนวงเวทสีขาวกลางอากาศ

 

ปีศาจที่เกิดจากการกลายร่างของเหล่าสาวกลัทธิบูชาปีศาจนับร้อยที่เฝ้าอยู่ด้านนอก เมื่อพวกมันสังเกตเห็นเศษซากกำแพงที่กระเด็นออกมาก็พากันจับอาวุธและวิ่งเข้าใส่โดยทันที

 

แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ก็ได้พรั่งพรูออกมาจากจุดที่กำแพงแตกและเผาทัพของพวกมันจนวอดวายมลายสิ้น

 

สาวรับใช้ครึ่งมังกรก้าวเท้าออกมาจากโถงทางเดินและร่ายเวทไฟเผาใส่ปีศาจทุกตนที่กระโจนโจมตีเข้ามาอย่างไร้ความปราณีต่อหน้าพวกนักเรียนที่เดินตามหลังมาห่าง ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

 

“ฉันชักกลัวขึ้นมาแล้วว่าเธอจะเผาเราไปด้วย” เล็กกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก

 

สำหรับตัวเธอแล้วก็ขอบคุณอยู่เหมือนกันที่ช่วยทำลายกำแพงออกมาให้ แถมยังช่วยต่อด้วยการกำจัดปีศาจที่เข้ามาขวางทางอีก แต่ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนเจ้าตัวจะไม่เต็มใจทำสักเท่าไหร่

 

กันต์ที่เดินขนาบข้างมาติด ๆ พอได้ยินดังนั้นเข้าก็ได้แต่หัวเราะแห้งออกมา พร้อมกับเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่าทำไมวันนี้ริสาดูโมโหผิดปกติ

 

อาจารย์ฟอร์ดและยามรักษาการณ์ที่คอยระวังหลังให้ในตอนนี้ได้กลับมาอยู่รวมกลุ่มกับพวกนักเรียนอีกครั้งแล้ว เพราะทางกองทัพปีศาจเริ่มถอยกำลังห่างออกไปและไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้

 

พวกมันทุกตนต่างหวาดกลัวในอำนาจของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

 

พวกมันต่างสงสัยและงุนงงว่าทำไมมนุษย์ธรรมดาถึงได้มีพลังมากมายถึงเพียงนี้

 

และแล้วกองทัพทหารของอาณาจักรทางตอนเหนือก็ได้มาถึงพร้อมกับเข้าล้อมฝูงปีศาจที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่รอบนอกอีกทีหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

เหล่าสาวกลัทธิบูชาปีศาจที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบส่งสัญญาณถอยทัพและพากันหนีเข้าไปยังจุดที่กำแพงแตกโดยทันที

 

เล็กที่เดินติดอยู่กับกันต์ก็เริ่มมีสีหน้าที่ดีขึ้นเล็กน้อย และก่อนที่เธอจะได้กล่าวประโยคอะไรถัดไปกับกันต์ เสียงของเพื่อนสนิทเธอก็ดังขึ้น

 

“เล็ก ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม ?” กานต์ในชุดนักเรียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักได้โบกมือให้กับเล็กและตะโกนเรียกชื่อเธอ พร้อมกับวิ่งเข้าไปหา

 

“ไม่เป็นไรมากหรอก โชคดีที่ได้ใครไม่รู้ช่วยไว้กับกันต์…หายไปไหนแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ด้วย ?” เล็กหันมองซ้ายมองขวาด้วยความสงสัยก่อนที่จะถอนสายตากลับไปมองที่กานต์อีกครั้ง

 

ทั้งกันต์และผู้หญิงในชุดสาวใช้ก็ต่างหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งนั่นก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับใครหลายคน 

 

“กันต์เหมือนจะบาดเจ็บตอนนี้คงถูกพวกหน่วยแพทย์ของทางต่างโลกเอาตัวไปดูแลแล้ว” กานต์เอ่ยพลางชี้นิ้วไปยังกลุ่มนักเรียนที่แยกกันเป็นหลาย ๆ กลุ่ม

 

ทางกองทัพของอาณาจักรทางตอนเหนือที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์นั้นแน่นอนว่ามีแพทย์มาด้วย และพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ทำการแยกกลุ่มนักเรียนที่บาดเจ็บออกมาเพื่อทำการรักษา

 

อาจารย์ฟอร์ดที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็เริ่มเข้าควบคุมดูแลบรรดานักเรียนอีกครั้งหลังจากที่ประสานงานกับทางทหารอาณาจักรทางตอนเหนือได้แล้ว ตัวเขาจำเป็นต้องได้รับการปฐมพยาบาลก็จริง แต่อย่างน้อยก็ขอนำทางพวกนักเรียนให้กลับไปที่ปลอดภัยก่อนจะดีกว่า

 

“นักเรียนคนไหนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บให้กลับไปที่ห้องพัก อาจารย์คนอื่นกับทหารของทางโลกฝั่งนี้จะคอยคุ้มกันให้ และอย่าเข้าไปใกล้เขตปะทะโดยเด็ดขาด”

 

เสียงตะโกนของอาจารย์ฟอร์ดที่ดังขึ้นนั้นได้ทำให้กลุ่มนักเรียนรู้ตำแหน่งและจุดที่ต้องไปต่อ

 

“กลับไปที่ห้องพักกันเถอะกานต์ แถวนี้ไม่ค่อยจะปลอดภัยมากเท่าไหร่” เล็กกล่าวเชิญชวนเพื่อนสาวของตน

 

กานต์ที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยและพากันเดินคู่กลับไปที่ห้องพักโดยทันที

 

สายตาของหญิงสาวครึ่งซัคคิวบัสหันหลังกลับไปมองยังอาคารหอการค้าดาบสีครามที่ประดับไปด้วยอักขระเวทสีฟ้าเข้มอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเดินจากไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #723 Chaos I (จากตอนที่ 252)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 14:39
    ทำไมกันน้า~ หัวใจมันบอกว่ากำลังรอฉากหวานๆอยู่~
    #723
    1
    • #723-1 SuruMaster(จากตอนที่ 252)
      4 ตุลาคม 2563 / 21:11
      555อาจจะมีก็ได้นะครับ
      #723-1
  2. #722 Thank You (จากตอนที่ 252)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 10:35

    ขอบคุณครับ

    #722
    1
    • #722-1 SuruMaster(จากตอนที่ 252)
      4 ตุลาคม 2563 / 21:11
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับบบ
      #722-1