สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 251 : ภาค 3-บท 51 กลับอาณาจักรทางตอนเหนือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

ในระหว่างทางที่กำลังวิ่งหลบหนีจากการต่อสู้อยู่นั่นเอง จู่ ๆ ไกอาก็ลอยขนาบข้างเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

ที่ปลายเท้าของไกอานั้นไม่แม้แต่จะสัมผัสพื้นและไม่ได้ขยับใด ๆ ราวกับว่าเธอคนนี้เคลื่อนที่ได้โดยใช้เพียงแค่ความคิดเท่านั้น

 

“กรุณาเลือกตัวละครที่ต้องการเล่น” สีหน้าอันเย็นชาและน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์อันคุ้นเคยได้ดังขึ้นอีกครั้ง

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็หันหน้าไปมองทางกานต์ หญิงสาวในชุดนักเรียนผู้ที่กำลังจ้องตรงไปยังทางเบื้องหน้า

 

“กานต์ นักบุญศักดิ์สิทธิ์ทางตอนกลางไปที่ไหนแล้ว พวกเธอน่าจะถูกขับออกมาจากประตูมิติของเวรัคพร้อมกันใช่ไหม ?”

 

นักเรียนสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากก่อนที่จะดึงแขนเสื้อนักเรียนข้างซ้ายขึ้นให้ชายหนุ่มดู

 

“วงเวทสีฟ้าตราประทับมังกรนี่ ป้านักเวทเป็นคนเขียนให้ฉันก่อนที่จะจากไป เธอบอกว่านักบุญถูกเก็บไว้ในนี้”

 

วงเวทตราประทับมังกรสีฟ้าครามเปล่งแสงสีอ่อน ๆ ออกมา เมื่อมันปรากฏกายออกมาอย่างเต็มรูปแบบ

 

“ยังมีเวลามาเขียนวงเวทอีกน่ะนั่น” ชายหนุ่มพึมพำเบา ๆ ก่อนที่จะกล่าวต่อ “สำหรับตัวละครที่เลือก ก็คือตัวฉันเองนี่แหละ ได้ไหม ? ไกอา”

 

หญิงสาวที่ได้รับการตอบกลับมาอย่างคาดไม่ถึง ก็เงียบไปสักพักก่อนที่จะเลื่อนมือไปข้างหน้าและขยับไปมา ราวกับกำลังควบคุมอะไรบางอย่างที่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น

 

“คำเตือนระดับความยากของภารกิจสูงเกินกว่าที่ท่านจะสามารถพิชิตได้ด้วยตัวผู้เล่นเอง”

 

ดวงตาที่มีเส้นแสงสีดำเชื่อมต่อกันคล้ายระบบคอมพิวเตอร์นั้นยิ่งเสริมภาพลักษณ์ของเธอให้ดูล้ำสมัยขึ้นไปยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

“รอบนี้ฉันไม่ได้ไปคนเดียว เธอประมาทเพื่อนของฉันมากไปแล้ว”

 

กานต์ที่ได้ยินเข้าไปดังนั้นก็ทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเชิดหน้าหันมองไปทางอื่น

 

“ถ้าเช่นนั้น ผู้เล่นเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนที่ระยะไกลแล้วหรือไม่”

 

ไกอาเอ่ยพลางเร่งความเร็วเคลื่อนที่ลอยไปดักหน้ากันต์พร้อมกับหันหลังกลับและยื่นมือไปทางด้านหน้า

 

“อ่า พร้อมแล้ว”

 

เมื่อสิ้นเสียงของกันต์ ประตูมิติขนาดใหญ่กว่า 3 เมตรก็ได้ปรากฏขึ้นที่กลางป่าและขวางทางกันต์เอาไว้

 

ทั้งกานต์ และริสาเมื่อมองเห็นกันต์ที่โดดเข้าไปในประตูมิติก็ไม่รอช้ารีบกระโจนตัวตามเข้าไปโดยทันที

 

เมื่อทุกคนเข้าไปครบหมดแล้วประตูมิติก็ได้ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานสาวกลัทธิบูชาปีศาจก็ตามมาจนทัน แต่สิ่งที่พวกมันพบก็เหลือเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น

 

ณ อาณาจักรมนุษย์ทางตอนเหนือ

 

ภายในโกดังเก็บของขนาดใหญ่ได้ปรากฏให้เห็นประตูมิติขนาด 3 เมตรที่ถูกเปิดออกมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่กระเด็นออกมาและชนเข้ากับกำแพงของโกดังเหล็กเต็ม ๆ

 

ในสถานที่แห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางอยู่พอสมควรและยังมืดมิดจนแทบจะมองไม่เห็นทางอีกด้วย

 

หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยริสาและกานต์ที่เดินออกมาได้อย่างนิ่มนวล ก่อนที่ประตูมิติจะปิดลง

 

“ไปทำอะไรให้เจ้านั่นถูกใจเข้าล่ะกันต์” กานต์เอ่ยพลางยื่นมือไปทางกันต์ที่กำลังนั่งพิงกำแพง

 

“ดูยังไงมันก็ทำให้โกรธมากกว่าถูกใจไม่ใช่รึไง” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมกับคว้ามือของหญิงสาวและลุกขึ้นยืน

 

“แค่เปลี่ยนบุคลิกก็เปิดใจให้แล้วสิน่ะนายน่ะ” กานต์กล่าวขึ้นพร้อมกับผลักร่างของชายหนุ่มให้ถอยชิดติดไปกับกำแพงอีกครั้ง

 

“อย่าลืมสิว่าร่างนี้นายมันก็เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง ระวังให้ตัวให้ดีแล้วกันถ้าฉันคิดอยากจะแก้แค้นหรืออยากได้ตำแหน่งจอมมารคืนขึ้นมา”

 

ในระหว่างที่นักเรียนสาวกำลังพูดอยู่นั่นเองกรงเล็บมังกรก็กุมเข้าไปที่หัวของเธอ ด้วยจิตสังหารที่พลุ่งพล่าน

 

“ก่อนที่จะเอ่ยประโยคนั้น ก็ผ่านศพข้าไปให้ได้ก่อนเถอะ”

 

สายตาอำมหิตจ้องตรงไปยังกานต์จากด้านหลังและริสาเองก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะสังหารครึ่งซัคคิวบัสตนนี้หากเจ้านายของเธอสั่งมา

 

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่คนชอบเล่นทีเผลอ แต่ถ้าอยากแก้แค้นเมื่อไหร่ฉันก็ยินดี" ชายหนุ่มตอบกลับด้วยความมุ่งมั่นที่แสดงออกทางแววตาอย่างเต็มเปี่ยม

 

หญิงสาวที่สัมผัสได้ถึงแววตาและน้ำเสียงของชายหนุ่มก็ทำหน้าค้างไปสักพัก ก่อนที่จะถอยห่างออกมา

 

กันต์ที่เห็นลักษณะท่าทางที่เปลี่ยนไปก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ แต่ในเสี้ยววินาทีถัดมานั่นเองเสียงเปิดประตูโกดังก็ได้ดังขึ้นมา

 

แสงไฟได้สาดส่องทั่วทั้งภายในห้องพร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายเสียงที่เดินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

“ใครอยู่ข้างในออกมาเดี๋ยวนี้ !” เสียงตะโกนของชายคนหนึ่งดังขึ้น

 

หลังจากนั้นไม่นานตะเกียงไฟพลังเวทก็ได้ถูกจุดขึ้นทั่วทั้งโกดังห้องเก็บของอย่างรวดเร็ว

 

เหล่ายามเฝ้าโกดังเมื่อเห็นบุคคลยืนอยู่ด้านในก็ถึงกับง้างอาวุธในมือขึ้น และเตรียมเข้าต่อสู้ทันทีหากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน

 

“ทุกท่านกรุณาใจเย็น ๆ ก่อน เขาเป็นนักเรียนของทางเราเองขออภัยแทนนักเรียนของเราด้วยที่ก่อความวุ่นวายให้”

 

ทหารยามที่ได้ยินดังนั้นก็ผ่อนคลายความตึงเครียดทางสีหน้าลงและเก็บอาวุธกลับคืนที่เดิม พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาและยกกล่องไม้หลายลังออกไป

 

ชายร่างสูงในชุดครุยสีขาวค่อย ๆ เดินเข้ามาหากันต์และส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

ในตอนนี้ตำแหน่งที่กันต์ยืนอยู่นั้นเหลือเพียงเขาแค่คนเดียวแล้ว เพราะริสาเองก็กลับคืนไปยังวงเวท ส่วนกานต์เองก็หายไปตัวที่ไหนสักแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

และในทางด้านไกอาเองก็คงกำลังหลบซ่อนอยู่ที่ช่องว่างมิติที่ไหนสักแห่งเพื่อเฝ้ามองเขาอยู่ห่าง ๆ เป็นแน่

 

ใบหน้าของชายผู้สวมชุดครุยนั้นก็คืออาจารย์ของเขาที่โรงเรียนบนเกาะครีอัสเอล นามว่าอาจารย์ฟอร์ดนั่นเอง

 

“นักเรียนห้อง A อย่างเธอจะมาขโมยอาหารว่างกินก่อนเพื่อนไม่ได้น่ะ” อาจารย์ฟอร์ดเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าไปมา

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็หันซ้านหันขวาด้วยความสับสน ก่อนที่จะมาเข้าใจในภายหลังว่าที่นี่คือโกดังอาหาร เพราะในแต่ล่ะลังไม้ต่างระบุชื่ออาหารกำกับเอาไว้อย่างชัดเจน

 

“ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่ในช่วงรับประทานอาหารว่างอยู่ รีบออกมาสิ” 

 

ในระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้นสายตาของอาจารย์ฟอร์ดก็มองตรงไปยังแขนขวาของกันต์ที่ปกติดีด้วยท่าทางสนใจเล็กน้อย

 

มือขวาของกันต์ที่สมควรขาดไปนั้นตอนนี้ได้กลับคืนมาโดยวิธีเปลี่ยนอาวุธระดับเทพให้กลายเป็นมือ อีกทั้งยังเปลี่ยนสีให้กลมกลืนกับผิวแล้วเรียบร้อยเลยด้วย มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครสังเกตเห็นได้ว่ามันคือมือปลอม

 

“ครับ อาจารย์” ชายหนุ่มตอบกลับและเดินออกจากโกดังอาหาร

 

เมื่อออกมาจากโกดังแล้วกันต์จึงได้รู้ว่าที่นี่คือสถานที่ขนาดใหญ่ มีรูปแบบลักษณะโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างที่คล้ายคลึงกับอาคารของสมาคมการค้าดาบสีครามไม่มีผิด

 

กลุ่มพวกนักเรียนปี 1 ที่กำลังนั่งแยกกันตามจุดต่าง ๆ เพื่อรับประทานอาหารว่างต่างมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติทั่วไปในเวลานี้

 

“อีกประมาณ 5 นาทีให้กลับมารวมตรงจุดนี้น่ะ เพราะตอนนี้เรากำลงอยู่ในช่วงของการศึกษาอาวุธและอุปกรณ์มานาของทางต่างโลกเขาอยู่”

 

เมื่อนัดหมายและพูดคุยกันเสร็จสิ้นแล้วกันต์ก็เดินแยกออกมาจากกลุ่มของพวกทัศนศึกษาก่อนที่จะมองหาทางออกจากอาคารแห่งนี้อย่างรวดเร็ว

 

“กันต์นายกำลังจะไปไหน ?”

 

เสียงของนักเรียนสาวนามว่าเล็กดังขึ้นจากทางด้านหลังของชายหนุ่ม

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบหันหลังกลับไปพร้อมกับกระโจนตัวเข้าใส่เล็กโดยทันที

 

ด้วยความเร็วพุ่งตัวที่สูงจึงทำให้ชายหนุ่มผลักร่างของหญิงสาวจนทั้งคู่กระเด็นไปไกลและล้มลงกับพื้น

 

“นาย ทำบ้าอะไรเนี่ย ?” เล็กกุมหัวของตนด้วยสีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อย ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมองไปยังจุดที่เธอเคยอยู่เมื่อสักครู่นี้

 

“พวกสาวกลัทธิบูชาปีศาจ ไม่คิดเลยว่ามันจะกล้าโจมตีเข้ามาแบบหน้าด้าน ๆ แบบนี้” ชายหนุ่มพึมพำเบา ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงเล็กให้ยืนขึ้นมา

 

ในจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อสักครู่นั้นได้ปรากฏให้เห็นหินศิลาเวทก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้าและตกลงมาสู่พื้นอาคารชั้นนี้

 

หินศิลาเวทเริ่มติดไฟและเผาไหม้ตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกันกับวงเวทบนตัวศิลาที่เปล่งแสงสีเทาออกมา

 

“เล็กรีบพาทุกคนหนีไปก่อนไม่ก็ไปเตือนอาจารย์เร็ว เมืองนี้กำลังถูกโจมตีแล้ว รีบไปเลย”

 

กันต์ไม่รอช้ารีบย่างเท้าเข้าไปหาศิลาเวทและกระทืบมันด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนแหลกละเอียดและไม่สามารถใช้การได้อีก

 

แต่ทว่าชายหนุ่มนั้นไม่เคยได้รับรู้เลยว่า ศิลาเวทที่ลอยเข้ามาจากข้างนอกเมืองนั้นไม่ได้มีแค่ก้อนเดียว แต่มีนับหลายสิบก้อนด้วยกัน

 

หลังจากนั้นไม่นานประตูมิติขนาดเล็กก็ได้ถูกเปิดออกบนก้อนหินศิลาเวทก้อนอื่น ๆ

 

กลุ่มบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำเริ่มพากันเดินออกมาจากประตูมิติพร้อมกับอาวุธในมือที่พร้อมเข้าต่อสู้อย่างไม่ลังเล

 

ในขณะเดียวกันนั่งเองทหารยามบางคนก็เริ่มแสดงสีหน้าและท่าทางที่เปลี่ยนไป พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รู้สึกตื่นกลัวหรือสับสน แต่พวกเขากำลังยิ้มอยู่ต่างหาก

 

รอยยิ้มที่อำมหิตนั่นมันไม่ใช่ของมนุษย์ นั่นคือสิ่งประสบการณ์ชีวิตสอนชายหนุ่มมา

 

แม้แต่เมืองนี้เองก็ยังถูกพวกมันเข้าแทรกซึมจนหยั่งรากลึกลงไปในสังคมเสียแล้ว

 

การปรากฏตัวของบุคคลในชุดคลุมปริศนาทำให้กลุ่มนักเรียนและอาจารย์แตกตื่นอยู่พอสมควร แต่กันต์ก็พอคาดเดาความต้องการของพวกมันออก

 

อย่างแรกพวกมันไม่ได้มีศิลาเวทสำหรับเคลื่อนย้ายมากขนาดนั้น แต่ทำไมถึงกลับเลือกตำแหน่งมาที่หอการค้าดาบสีคราม

 

บางทีพวกมันอาจจะต้องการอาวุธสำหรับทำสงครามหรือไม่ก็ยึดเป็นจุดยุทธศาสตร์ไปก่อน แต่ถ้าเลวร้ายที่สุดคงมีของสำคัญบางอย่างอยู่ที่นี่และนั่นก็เป็นสิ่งที่พวกมันต้องการ

 

ในเสี้ยววินาทีถัดมานั่นเอง กลุ่มชายในชุดคลุมดำก็ทำการบุกเข้ายึดหอการค้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับปิดทางเข้าออกจนหมดทุกประตู

 

“ถ้ายังไม่อยากตายก็เงียบ ๆ ส่วนเจ้าถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ยอมโดนจับเสีย”

 

สาวกลัทธิบูชาปีศาจคนหนึ่งเอาดาบจ่อไปที่คอหอยของกันต์และตะโกนขู่ออกมา

 

“ถ้าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ น่าจะเอาเรล์มมาดีกว่า” ชายหนุ่มบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนที่จะก้าวเท้าถอยไปด้านหลัง สำหรับงานนี้แล้วมันยังไม่ถึงเวลาที่เขาต้องลงมือด้วยตัวเอง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #716 Rnozero (จากตอนที่ 251)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 03:16

    มาต่อเนื่องเร็วๆน้า

    #716
    1
    • #716-1 SuruMaster(จากตอนที่ 251)
      27 กันยายน 2563 / 11:02
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
      #716-1
  2. #711 Thank You (จากตอนที่ 251)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 14:38

    ขอบคุณครับ


    ไล่อ่านดามหลังจนทัน

    หยุดชดเชยยาว 4 - 7 ไม่ได้ไปไหนเลย 555

    #711
    1
    • #711-1 SuruMaster(จากตอนที่ 251)
      9 กันยายน 2563 / 17:49
      ขอบคุณที่อ่านนะครับ
      #711-1