สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 237 : ภาค 3-บท 37 ขุนศึกเทวะ(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    17 ก.ค. 63

ณ ห้องเลือกตัวละคร

 

ตะเกียงไฟที่ส่องสว่างอยู่กลางห้องยังคงอยู่ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยน

 

ชายหนุ่มที่รู้สึกเหงาและเปล่าเปลี่ยวภายในมิติอันว่างเปล่า เริ่มที่จะขบคิดอย่างหนัก

 

แสงไฟจากตะเกียงเริ่มส่องแสงสลัว ๆ ออกมาอย่างชัดเจน ราวกับว่ามันพร้อมจะดับลงได้ทุกเมื่อ

 

นี่อาจจะเป็นสัญญาณที่แสดงถึงอะไรบางอย่าง เพียงแต่ตัวเขาไม่อาจทำความเข้าใจมันได้

 

[ภารกิจจำกัดเฉพาะตัวละคร] 

 

[จงออกตามหาตระกูลขุนศึกเทวะที่หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์]

 

[ทักษะพิเศษเฉพาะภารกิจ - ทักษะอัญเชิญจิตวิญญาณ]

 

[ทางระบบได้ทำการเลือกตัวละครสำหรับการดำเนินภารกิจเอาไว้เรียบร้อยแล้ว]

 

[หากต้องการเริ่มภารกิจเมื่อใดให้กล่าวยืนยันด้วยคำว่า “ยืนยัน” เพื่อเริ่มภารกิจ]

 

“ยืนยัน”

 

[ตัวละครเครกถูกเปิดใช้งาน]

 

[ตัวละครของผู้เล่นจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ภารกิจทันที]

 

ณ อาณาจักรมนุษย์ทางตอนใต้

 

เครก โคนอส ชายผู้มีใบหน้าคล้ายอันธพาลได้ปรากฏตัวลงบนโลกฝั่งนี้อีกครั้ง ภายในเมืองหลวงของอาณาจักรทางตอนใต้

 

เครกค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างช้า ๆ จึงทำให้เขาได้พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในคอกม้าแห่งหนึ่งบนกองฟางที่สุมรวมกัน

 

เมื่อหันซ้านหันขวามองแล้วก็ไม่มีใครอยู่ จึงทำให้ชายหนุ่มสบายใจไปเปราะหนึ่ง

 

[จิตใต้สำนึกของตัวละครเครกต้องการให้ผู้เล่นออกตามหาตระกูลขุนศึกเทวะโดยเร็ว]

 

สำหรับกันต์แล้วเขาแทบจะไม่มีข้อมูลใด  ๆ เกี่ยวกับตระกูลนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะในช่วงที่เล่นเกมมาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นเดียวกัน

 

กันต์ในร่างของเครกไม่รอช้ารีบย่างเท้าออกไปจากคอกม้า และตามหาสิ่งที่อาจจะพอช่วยเหลือเขาในภารกิจนี่ได้

 

เมืองหลวงของอาณาจักรนี้เองถ้าจำไม่ผิดก็เคยได้เขาช่วยไว้อยู่ครั้งหนึ่งเช่นกัน ในตอนนั้นก็น่าจะเป็นดยุกดันเต้ที่หันไปร่วมมือกับพวกปีศาจ

 

แสงจันทร์ยามค่ำคืนและคบเพลิงในเมืองที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ได้แสดงให้เห็นถึงความคึกคักในการค้าขายและธุรกรรมต่าง ๆ ภายในเมืองได้เป็นอย่างดี

 

ดูเหมือนว่าพวกคนเหล่านี้จะยังไม่ทราบข่าวเรื่องของอาณาจักรทางตอนกลางที่ล่มสลายและพังไปเรียบร้อยแล้ว ถึงยังสามารถออกมาใช้ชีวิตตามปกติได้

 

ชายวัยฉกรรจ์อายุกว่าพันปีเริ่มออกเดินทางไปยังสมาคมการค้าดาบสีคราม เพราะถ้าหากเป็นที่นั่นแล้ว เรื่องการซื้อขายข้อมูลถือว่าดีและยอดเยี่ยมมากที่สุดในอาณาจักรมนุษย์

 

ในระหว่างที่กำลังเดินผ่านกลุ่มผู้คนที่เดินจับจ่ายใช้สอยอยู่นั่นเอง เครกก็สังเกตเห็นชายกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดแปลก ๆ 

 

พวกเขาเหล่านั้นสวมชุดที่ดูเหมือนจะทำมาจากขนสัตว์สีดำ อีกทั้งยังสวมหมวกฟางใบใหญ่คลับคล้ายกับนักรบซามูไรของประเทศญี่ปุ่น มันให้ความรู้สึกเหมือนพวกเขาเป็นชาวบ้านชนบทที่พึ่งเคยเข้าเมืองกรุงไม่มีผิด

 

จะว่าไปแล้วตอนนี้เครกเองก็ยังสวมแค่ชุดดาษ ๆ ดื่น ๆ ทั่ว ๆ ไปเท่านั้นเอง เวลาที่คนในสังคมมองมามันก็คงไม่มีข้อแตกต่างกันมากสักเท่าไหร่

 

ในขณะที่กำลังเดินสวนกันอยู่นั่นเอง มือของชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็เข้าประทับฝ่ามือลงบนบ่าขวาของเครก

 

“ระวังตัวให้ดี” ชายฉกรรจ์ที่สวมหมวกฟางกล่าวเตือนเสียงแข็งก่อนที่จะจากไป

 

หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มชายปริศนาในชุดหนังสัตว์เริ่มเดินจนหายลับไปท่ามกลางกลุ่มคน ต่อหน้าต่อตาของชายหนุ่ม

 

ทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของร่างกายที่บริเวณไหล่ทั้ง 2 ข้างของตน ก่อนที่จะรีบกวาดตามองอย่างรวดเร็ว

 

บนไหล่ของเขามีเข็มสีใสกว่าหลายเข็มปักอยู่อย่างแนบเนียนและไร้ซึ่งความเจ็บปวดจนไม่อาจรับรู้ได้

 

เครกไม่รอช้ารีบใช้มือทั้ง 2 ข้างของตนดึงเหล่าเข็มไร้สีเหล่านั้นออกมาจากร่างกายของตนอย่างรวดเร็ว

 

เข็มเหล่านี้มีของเหลวสีใสถูกบรรจุอยู่ภายใน ตัวเขาเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเขาได้รับสารพวกนี้เข้าไปในร่างกายเท่าไหร่แล้ว ถ้าไม่สังเกตให้ดีคงไม่อาจเห็นมันได้เลย

 

ในระหว่างที่กำลังก้าวเท้าเดินต่อไปเพื่อหลบมุมและจะได้ไม่ขวางทางคนอื่น ๆ และเพื่อไม่ให้เป็นจุดผิดสังเกตจนน่าสงสัย 

 

ทันใดนั้นเองเครกก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ มึนงงคล้ายจะหมดสติ เพราะอันที่จริงแล้วพิษเหล่านั้นเพียงหยดเดียวก็มีฤทธิ์สามารถล้มช้างตัวเต็มวัยได้

 

แต่ด้วยความที่จิตใจของเขามีส่วนหนึ่งเป็นเผ่ามนุษย์ระดับสูงจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักและสามารถดึงเข็มพิษเหล่านั้นออกมาได้จนหมด

 

“พ่อหนุ่ม พอจะมีเศษเงินเหลือให้ข้าไหม ?” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากบริเวณริมกำแพง

 

ชายขอทานคนนี้แต่งกายด้วยชุดที่ขาดและหยาบกระด้าน มีร่างกายที่ซูบผอมจนแห้งกรัง ซึ่งชายคนนั้นก็กำลังถือชามข้าวไม้ในมือและยื่นมาทางเครก

 

ชายหนุ่มที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างก็เกิดความรู้สึกระแวงขึ้นมาในจิตใจ ก่อนที่จะรีบเดินหนีออกห่างให้เร็วที่สุด

 

[จิตใต้สำนึกของเครกต้องการเตือนท่านว่ามีคนแอบติดตามมาอยู่อย่างลับ ๆ]

 

กันต์ที่ได้ยินคำแจ้งเตือนจากระบบก็พอที่จะมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมา เขารู้สึกได้นานแล้วว่ามีใครบางคนแอบตามหลังเขามานานพอสมควร

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้าหักเลี้ยวเข้าไปในตรอกซอกซอยอันมืดมิดแห่งหนึ่งในทันที

 

“ข้าไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม ต้องการอะไรก็เอ่ยมา” เครกกล่าวขึ้นในระหว่างที่กำลังเดินตรงไปข้างหน้าเรื่อย ๆ

 

ทันใดนั้นเองชายขอทานคนเดิมก็ได้ปรากฏกายขวางตรงหน้าของเครก และวางชามข้าวลงไปกับพื้น

 

“ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวให้มากความ” 

 

ชายขอทานร่างแห้งเริ่มก้าวเท้าถอยหลังและตั้งท่าเตรียมพร้อมเข้าต่อสู้อย่างไม่หวั่นเกรง

 

ตัวกันต์เองที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เริ่มทำสีหน้าสับสนขึ้นมา

 

ในตอนนี้เครกมีระดับเลเวลอยู่ที่ 80 อย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนชายขอทานตรงหน้าก็มีเลเวลอยู่ที่ประมาณ 75 ได้

 

บางทีชายขอทานคนนี้อาจเป็นพวกเซียนที่กำลังฝึกฝนอยู่บนหุบเขาแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกเหงาเลยคิดอยากหาคนแข็งแกร่งมาประลองฝีมือ ซึ่งเครกเองก็อาจบังเอิญถูกนับเป็นเป้าหมายพอดี

 

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้และตัดสินใจจบเรื่องราวนี้ให้เร็วที่สุด

 

แต่ทันใดนั้นเองกลุ่มชายหมวกฟางก็กระโดดลงมาจากหลังคานับสิบคนและกระจายกำลังเข้าล้อมวงเครกอย่างรวดเร็ว

 

ชายในหมวกฟางคนหนึ่งเดินเข้าไปหาชายขอทานและกระซิบพูดคุยบางอย่าง ก่อนที่จะก้าวเท้าถอยกลับด้วยความเคารพ

 

เครกที่ต้องตกอยู่ในวงล้อมก็เริ่มที่จะรู้สึกไม่ชอบมาพากลแปลก ๆ เพราะกลุ่มคนทั้งหมดเหล่านี้ต่างมีเลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65 - 75 ทั้งสิ้น

 

ซึ่งสำหรับในตอนนี้มันก็ถือได้ว่าสูงอยู่ในระดับหนึ่ง ไม่สามารถประมาทได้

 

ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั่นเองชายสวมหมวกฟางคนหนึ่งก็เดินเข้ามาประจัญหน้ากับเครกกลางวงล้อม

 

ชายผู้นั้นได้โยนหมวกฟางทิ้งไปและปรากฏให้เห็นหน้าของชายอายุราว 40 ปีที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง

 

กันต์ในร่างของเครกที่เห็นดังนั้นก็ตอบโต้กลับไปด้วยความชำนาญ เครกโยกตัวหลบหมัดขวาของชายตรงหน้า ก่อนที่จะใช้ความเร็วที่เหนือกว่ากวาดขาเตะสูงกระแทกเข้าเต็มขมับ

 

เมื่อแรงกระแทกของปลายฝ่าเท้าของเครกเข้าปะทะกับร่างกายของชายผู้โชคร้าย ร่างของเขาก็พุ่งเข้าติดกับกำแพงทันที

 

เครกสามารถจบการต่อสู้ได้ภายในไม่กี่กระบวนท่าเพียงเท่านั้น

 

เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนเข้าไปสู้แล้วแพ้ไม่เป็นท่า ชายสวมหมวกฟางคนอื่น ๆ ก็เริ่มโจมตีเข้ามาบ้าง

 

เครกที่เห็นดังนั้นก็ทำการดึงตัวหลบและชกหมัดขวาเข้าเต็มคางของชายที่พุ่งเข้ามาไปทีหนึ่ง

 

หลังจากนั้นเขาก็กระทำการยกมือซ้ายรับหมัดที่พุ่งตรงเข้ามาจากทางด้านข้าง พร้อมกับดึงร่างของมันเข้ามาและสับศอกใส่จนสลบคาที่

 

ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สามารถเข้าถึงตัวเครกได้แม้แต่เพียงกระบวนท่าเดียว เครกสามารถรับและรุกได้อย่างเป็นจังหวะ ถึงแม้ว่าต้องโดนรุมจากคนหมู่มากก็ตาม

 

สำหรับตัวเขาแล้วนี่มันให้ความรู้สึกเหมือนกับต้องมาสู้กับพวกนักรบเงาไม่มีผิด เพียงแค่ลดระดับความยากลงไปอีกนิดหน่อยเท่านั้น

 

จนในท้ายที่สุดแล้วทั้งวงต่อสู้ก็เหลือเพียงแค่ชายขอทานเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ได้

 

ชายสวมหมวกฟางที่โดนเครกเล่นงานไปต่างพากันถอนตัวออกจากวงต่อสู้กันไปเกือบหมด

 

“สมแล้วที่กำจัดผู้พิทักษ์ได้ เห็นทีว่าข้าคงต้องเอาจริงเสียแล้ว”

 

ชายขอทานเริ่มตั้งท่าต่อสู้อีกครั้งและปลดปล่อยออร่าสีส้มออกจากจากทั่วทั้งร่างกาย

 

นั่นได้ส่งผลให้พลังของชายตรงหน้าของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง

 

เครกที่ไหวตัวทันจึงรีบก้าวเท้าเข้าประจัญหน้า และเหวี่ยงแขนขวาเข้าใส่

 

ด้วยความเร็วของชายขอทานที่มีพอกันจึงทำให้ การโจมตีของเครกพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย

 

ชายขอทานที่หลบได้ทันจึงรีบฉวยโอกาสโจมตีสวนกลับ ด้วยการออกหมัดขวาชกเข้าท้องน้อย

 

เครกสามารถมองเห็นและคาดเดาการเคลื่อนที่ของชายตรงหน้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จึงเตะสวนซ้ายเข้าอัดข้างลำตัว

 

แต่ทว่าชายคนนั้นก็ยังสามารถชักมือกลับและยกแขนขึ้นตั้งการ์ดรับการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงแม้จะต้องถอยหลังไปหลายก้าวก็ตาม

 

ในวินาทีนั้นกันต์ก็รับรู้ได้ทันทีว่าชายแก่คนนี้มีทักษะที่ไม่ธรรมดา

 

แต่ทว่าหลังจากที่ได้สู้กันไปไม่กี่สิบกระบวนท่าอย่างสูสี อยู่ ๆ ออร่าสีส้มของชายขอทานก็จางหายไป

 

นั่นจึงทำให้กลุ่มชายสวมหมวกฟางที่ถอยไปในตอนแรกต้องเข้ามาช่วยประคอง และถอยร่นให้ห่างจากระยะโจมตีของเครก

 

จากตอนแรกสายตาของพวกเขาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ก็ถูกแปรเปลี่ยนเป็นหวาดระแวงในเวลาไม่นาน

 

"พวกเจ้ามาจากตระกูลใด เหตุใดจึงต้องเข้ามาทำร้ายข้า?" เครกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและท่าทีขึงขัง

 

แต่แล้วเหล่าชายสวมหมวกฟางก็ไม่คิดจะตอบกลับและพากันเปิดใช้งานวิชาลับของตน

 

ทันใดนั้นเองออร่าสีส้มก็ได้ลุกโชนขึ้นรอบร่างกายของทุกคน และเพิ่มพลังให้กับพวกเขาอย่างไม่น่าเชื่อ

 

พลังที่เพิ่มมานี้ได้ส่งผลให้พวกเขามีกลิ่นอายและระดับความอันตรายที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ

 

'เจ้าพวกนี้มันจะไปแค้นใครที่ไหนมา' กันต์ในร่างของเครกเอ่ยถามตัวเองเบา ๆ พร้อมกับถอนหายใจ

 

“การที่พวกเจ้ามีพลังเพิ่มขึ้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเจ้าจะต่อสู้เก่งขึ้น จำคำพูดของข้าไว้ให้ดี”

 

เครกเอ่ยคำสอนของประจำตัวของตน ก่อนที่จะตั้งท่าพร้อมต่อสู้แบบเอาจริง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #687 Chaos I (จากตอนที่ 237)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 11:09
    ใครอีกฟระ
    #687
    1
    • #687-1 SuruMaster(จากตอนที่ 237)
      19 กรกฎาคม 2563 / 16:54
      คนด้วยกันนี่แหละครับ555
      #687-1
  2. #686 Tataros (จากตอนที่ 237)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 07:39
    ตระกูงมันมากกว่า
    #686
    1
    • #686-1 SuruMaster(จากตอนที่ 237)
      19 กรกฎาคม 2563 / 16:54
      ก็ลองเดาดูครับ555
      #686-1
  3. #685 Fikusa (จากตอนที่ 237)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 22:36
    ลมปราณเรอะ
    #685
    1
    • #685-1 SuruMaster(จากตอนที่ 237)
      17 กรกฎาคม 2563 / 23:43
      อาจจะครับ555
      #685-1