สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 236 : ภาค 3-บท 36 แยกย้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    14 ก.ค. 63

ณ ภพแห่งความตาย

 

ภายใต้พื้นหิมะที่กองสูงชันอันเนื่องมาจากลมพายุหิมะที่หนาวเหน็บ ปรากฏให้เห็นร่างของใครบางคนที่กำลังลุกขึ้นมาจากกองหิมะที่ทับถมอยู่

 

เทพแห่งความมืดลูซิเฟอร์เริ่มลุกขึ้นยืนและปัดหิมะที่เกาะอยู่รอบกายออกไป

 

“ไม่คิดเลยว่า แกยังจะมีหน้ามาโผล่ให้ข้าได้เห็นอีก” ลูซิเฟอร์กล่าวพร้อมกับจ้องตรงยังบุคคลที่กำลังเดินเข้ามาหา

 

ซึ่งบุคคลที่มาใหม่นี้มีเขาสีน้ำตาลอยู่บนหัวถึง 3 เขาด้วยกัน เขามีใบหน้าที่เหมือนกับปีศาจโดยแท้จริง แม้กระทั่งร่างกายเองก็ไม่เหมือนกับมนุษย์เลยสักนิด

 

มีแขนที่คล้ายกับแขนของพวกปีศาจสายเลือดแท้เหมือนกับเอดอ แต่ทว่าเจ้านี้กลับดูแข็งแกร่งและบึกบึนกว่ามาก 

 

“กล่าวอะไรเช่นนั้นลูซิเฟอร์ ภารกิจของเรามันยังไม่จบ”

 

“ภารกิจ ? เทพปีศาจเช่นเจ้าคงจะไม่รู้จักคำว่าสัญญากระมัง” ลูซิเฟอร์ตอกกลับเทพปีศาจเครเทนผู้เคยได้รับสมญานามว่าเทพปีศาจตนสุดท้ายด้วยสีหน้าที่รังเกียจ

 

ในสัญญาระหว่างเทพปีศาจตนนี้และเทพลูซิเฟอร์นั่นก็คือ เทพปีศาจจะไปตามหาพลังที่ถูกริบไปกลับมาคืนให้แก่ลูซิเฟอร์ ซึ่งจุดนี้ก็ทำสำเร็จไปแล้ว

 

แต่ข้อแลกเปลี่ยนก็คือลูซิเฟอร์จะต้องไปช่วยเทพปีศาจในการกำจัดเทพสูงสุด

 

ดังนั้นการพังทลายคุกเทพสสวรรค์เพื่อปลดปล่อยเทพปีศาจที่ถูกจองจำอยู่ออกมาก็จำเป็นเช่นกัน

 

แต่ทว่าเทพปีศาจเครเทนและเทพปีศาจตนอื่นต่างพากันไล่ล่าสังหารพวกเทพฝั่งเดียวกับเทพสูงสุดอย่างบ้าคลั่ง แทนที่จะมุ่งเป้าหมายไปหาเทพสูงสุดเพียงตนเดียว

 

“สิ่งที่ข้าตัดสินใจทำมันถูกต้องแล้ว การล้างแค้นก็เป็นเรื่องที่จำเป็น เจ้าเทพสูงสุดนั่นอาจจะโผล่หัวมาหาเราเองด้วยซ้ำไปหลังจากที่เราฆ่าพวกของมันไปเยอะถึงเพียงนี้”

 

ลูซิเฟอร์ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบสวนกลับไปทันที “ตามข้อตกลงข้าจะร่วมมือกับเจ้าเพียงแค่การสังหารเทพสูงสุดเท่านั้น หากพบตัวมันเมื่อไหร่ก็ค่อยมาบอกข้า ส่วนเรื่องอื่นเจ้าไม่มีสิทธิมาออกคำสั่ง !”

 

เครเทนที่ได้รับคำตอบกลับมาก็ก้าวเท้าถอยหลังก่อนที่จะก้มตัวคำนับ “บางทีเวลานั้นอาจจะเป็นหลังจากที่ข้ายึดภพของเหล่าเทพมาแล้วก็เป็นได้”

 

หลังจากนั้นทั้งเทพปีศาจและเทพแห่งความมืดก็พากันแยกย้ายและหายตัวออกไปจากภพแห่งความตายนี้

 

กลับไปที่กันต์

 

จอมมารลำดับที่ 3 เวลโดรจ้องมองไปยังเหล่าปีศาจใต้บังคับบัญชาของตนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

 

เนื่องจากจอมมารท่านนี้สวมเกราะหมวกอยู่ตลอดเวลาจึงแทบจะไม่มีใครเลย ที่จะเดาความคิดหรืออารมณ์ของเขาออก

 

“คาเรอัส เวรุส ที่ผ่านมาข้าเชื่อใจพวกเจ้าตลอดแต่ครั้งนี้คงไม่”

 

เมื่อสิ้นเสียงของจอมมารเวลโดรทั้งคาเรอัสและเวรุสก็หน้าถอดสีแทบจะทันที แต่ในเวลาไม่นานนักพวกเขาก็กลับมาในอารมณ์ปกติได้

 

“กองกำลังที่เข้ารุดหน้าโจมตีอาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางนั้นไม่ใช่เรา แล้วมันเป็นฝีมือของใครกันล่ะ เอลฟ์ ? หรือว่าพวกมนุษย์ด้วยกันเอง”

 

“ต่อให้คำตอบมันจะเป็นอะไร มันก็ได้ทำให้สถานการ์ณนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ในสงครามครั้งนี้ไม่เหมือนกับเมื่อหนึ่งพันปีก่อนเพราะมันมีมือที่ 3 อยู่ในสงคราม”

 

“พวกมันอาจจะรอจังหวะที่เราและพวกมนุษย์เข่นฆ่ากันเอง หลังจากนั้นค่อยมากินรวบทั้งหมด”

 

“อย่าลืมว่าจุดประสงค์ของเราคือสิ่งใด พวกเราต้องการนำเผ่าปีศาจไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง การกำจัดพวกมนุษย์ก็เป็นแค่ตัวเลือกหนึ่ง อย่าให้ความแค้นครอบงำพวกเจ้าจนลืมเป้าหมายไป”

 

หลังจากนั้นทั้งคาเรอัสและเวรุสก็ก้มหน้าต่ำลงด้วยความเคารพ

 

“คาเรอัสเจ้าเป็นนักเวทมิติ หน้าที่คือตรวจสอบการเคลื่อนไหวและเส้นทางหลบหนี รวมถึงตัวตนของกองกำลังมนุษย์ที่บุกเข้าโจมตีอาณาจักรก็อบลิน ว่ามันเป็นใครมาจากอาณาจักรไหน”

 

“ขอรับนายท่าน" คาเรอัสน้อมรับคำสั่ง

 

“ส่วนเจ้าเวรุส เนื่องจากเจ้าคือผู้ประสานงานและรับหน้าที่ออกคำสั่งแทนข้า เจ้าจงไปตระเวนยังขอบชายแดน เพิ่มจำนวนกองทหารลาดตระเวนและคุ้มกันให้ดี พวกมนุษย์อาจจะบุกมาเมื่อไหร่อีกก็ได้”

 

“ขอรับนายท่าน” เวรุสน้อมรับคำสั่ง

 

“จนกว่าการระบุตัวตนกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะสำเร็จจะไม่มีการเดินทัพเข้าโจมตีเมืองหรืออาณาจักรใด ๆ โดยเด็ดขาด”

 

“ท่านเวลโดร เรื่องการกอบกู้ศักดิ์ศรีของท่านคืนมา ท่านมีแผนการว่าเช่นไรขอรับ” คาเรอัสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

“เรื่องนั้นข้าจะมอบหน้าที่ให้เจ้าเวรุส จงกระจายข้อมูลไปยังผู้นำกองพันปีศาจตนอื่น ๆ ว่า ภายในระยะเวลา 2 เดือนนี้จงให้ทุกฝ่ายเตรียมเสบียงและอาวุธให้พรั่งพร้อมสำหรับการทำสงคราม”

 

การกระจายข้อมูลเช่นนี้มีประโยชน์อยู่หลายประการด้วยกัน อย่างแรกเรื่องที่ว่าเวลโดรกลัวพวกมนุษย์จนไม่กล้าเข้าไปช่วยอาณาจักรก็อบลินก็จะถูกชะล้างไป โดยคำกล่าวที่ว่ากำลังเตรียมความพร้อมสู่สงคราม

 

มันไม่ใช่การเริ่มสงครามโดยทันทีแต่เป็นการยืดเวลาออกไปต่างหาก ซึ่งมันก็จะช่วยให้พวกปีศาจมีขวัญกำลังใจที่จะสู้มากขึ้นและไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะถูกพวกมนุษย์ไล่ตีจนไม่เหลือที่ให้ซุกหัวนอนอีกด้วย

 

ชายหนุ่มเชื่อเหลือเกินว่าเขาจะต้องจบปัญหานี้ได้ภายใน 2 เดือนอย่างแน่นอน

 

“หลังจากนี้ข้าจะจำศีลตนเองอีกสักพักเพื่อพลังให้มากขึ้น หากการเตรียมการเสร็จสิ้นเมื่อใดข้าจักตื่นขึ้นมาเอง”

 

ในเมื่อการตรวจสอบและออกคำสั่งทางฝั่งปีศาจเสร็จเรียบร้อยไปได้ด้วยดี ครั้งนี้มันก็ถึงเวลาต้องไปจัดการทางฝั่งมนุษย์บ้างแล้ว

 

เมื่อสิ้นเสียงของท่านจอมมาร เวลโดรก็ทำการร่ายเวทดึงวิญญาณใส่ตนเองทันทีและเข้าสู่สภาวะจำศีล

 

คาเรอัสและเวรุสที่ได้รับคำสั่งไปก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะแยกย้ายไปทำงานที่ได้รับมอบหมายของตนเองอย่างแข็งขัน

 

กลับไปที่มิติของเวรัค

 

กันต์ลืมตาขึ้นอีกครั้งในระหว่างที่กำลังนอนอยู่บนผืนหญ้าสีเขียวขจีอันน่าคุ้นเคย

 

หลังจากที่ออกมาจากห้องโถงหลักของระบบได้แล้ว จิตวิญญาณของเขาก็ต้องกลับมายังร่างเดิมที่นอนอยู่ในมิติของเวรัค

 

“ต้องการความช่วยเหลือรึเปล่าคะ ? นายท่าน” เสียงของริสาดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่ยื่นเข้ามา

 

หญิงสาวในชุดคนรับใช้กำลังยืนจ้องตากับกันต์ด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์

 

“สงสัยฉันคงเครียดมากเกินไปและเผลอทำให้ระบบเข้าใจผิดว่าต้องการความช่วยเหลือ จนเรียกเธอออกมาสิน่ะ” กันต์คว้ามือของริสาพร้อมกับพยุงตัวลุกขึ้นยืน

 

“ขอรายงานค่ะนายท่าน เศษเสี้ยววิญญาณของฮาเดสถูกทำลายอย่างสมบูรณ์แล้ว” หญิงสาวเอ่ยพลางก้าวเท้าไปข้างหลังและยืนนิ่งรอฟังคำสั่งถัดไป

 

ภายในโดมสีฟ้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนักปรากฏให้เห็นโต๊ะและเก้าอี้ที่ว่างเปล่า ซึ่งมันก็บ่งบอกให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าทุกคนมีเรื่องที่ต้องไปจัดการ

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเครกที่ยืนอยู่ด้านหลังกันต์ก็ได้เดินเข้ามาขนาบข้างชายหนุ่ม ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าหมอง

 

“ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว แต่จะกลับมารวมตัวอีกครั้งหลังจากที่จัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้สำเร็จ” เครกอธิบายพร้อมกับเหลือบตามองไปที่โดม

 

“เรื่องนั้นผมรู้ดีครับ ดูเหมือนว่าเราจะทำทุกอย่างช้ากว่าพวกมันไปก้าวหนึ่งจริง ๆ”

 

เครกที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไปเหมือนกับกำลังคิดเรื่องราวอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

 

“ตระกูลขุนศึกเทวะรีบไปตามหาพวกเขาที่อาณาจักรทางตอนใต้ เรื่องที่เจ้าควรกังวลในปัจจุบันมีเพียงแค่เรื่องนี้”

 

“มันหมายความว่า----”

 

ไม่ทันที่กันต์จะได้พูดจบเครกก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องราวทั้งหมดนี่เจ้าไม่ได้แบกรับเพียงคนเดียว ข้า อาร์เซน และคนอื่น ๆ กำลังทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้อยู่ รีบไปเสียก่อนที่มันจะสายเกินไป”

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ ก่อนที่จะหันมองไปทางริสาที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

“อาวุธค่ะนายท่าน” หญิงสาวเอ่ยพลางยื่นดาบระดับเทพเจ้าให้แก่ชายหนุ่ม

 

“ไปถึงที่เมื่อไหร่เข้าอาจจะเข้าใจเองว่าจุดประสงค์ที่ข้าต้องการส่งเจ้าไปคืออะไร อย่ามัวแต่เอ้อระเหยนักล่ะ ทุกคนกำลังเฝ้ามองเจ้าอยู่”

 

ณ ภายในมิติลึกลับแห่งหนึ่ง

 

ในมิติแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ไม่มีอะไรมากนัก นอกจากพื้นที่ท้องฟ้าและผนังสีขาวบริสุทธิ์

 

ส่วนตรงหน้าก็เป็นภาพฉายขนาดใหญ่ โดยภาพฉายนี้เองก็เป็นตัวนำเสนอสิ่งที่กันต์กำลังกระทำอยู่ออกมา ในมุมมองบุคคลที่ 3

 

เวรัคและเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของเรอัสได้ปรากฏตัวขึ้น ณ ที่แห่งนี้โดยใช้ประตูมิติในการเดินทางผ่าน

 

ในตอนนี้เวรัคสามารถเคลื่อนย้ายไปยังมิติใดก็ได้บนโลกใบนี้ ตราบใดที่เธอได้รับรู้ว่ามันมีตัวตนและซ่อนอยู่ที่ไหน

 

“เรล์มควรจะอยู่ที่นี่สิ” เวรัคกล่าวพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ 

 

วิญญาณเทพสาวเรอัสที่เห็นดังนั้นก็รีบถามออกไปทันที “ไหนเรล์มที่เจ้าว่า ?”

 

“มันมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นที่นี่ ช่วยอยู่เงียบ ๆ ก่อน” เวรัคเดินนำหน้าเรอัสและโบกคทาของเธออย่างคล่องแคล่ว

 

อันที่จริงแล้วเรล์มไม่ใช่นักเวทมิติ เขาไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นจอมเวทได้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะหลบหนีออกไปจากที่นี่เองได้ โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเธอ

 

“เรล์มออกไปทางประตูมิติจริง ๆ แต่ใครพาเขาออกไป ?”

 

เวรัคเริ่มเปิดประเด็มคำถามกับตนเองด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด

 

ถ้าหากเกิดว่าผู้ที่นำทัพบุกทลายเมืองอาณาจักรมนุษย์ทางตอนกลางคือเรล์มจริง ๆ แล้วล่ะก็ นั่นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะสามารถเกิดขึ้นได้เลย

 

เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะสนับสนุนการกระทำนั้นของเรล์มเลยแม้แต่น้อย หรือว่าเขาถูกควบคุมจิตใจอยู่อย่างนั้นเหรอ

 

แต่ก็เป็นไปได้ยาก เพราะสถานที่ที่เก็บร่างกายเนื้อของเรล์มไว้มันอยู่คนล่ะที่กัน มันควรที่จะไม่มีใครรู้นอกจากเธอกับเจ้าสมาคมเงามืดแห่งโลกนั่นสิ

 

“อย่าให้เรื่องที่ฉันคิดมันเป็นจริงเลย” เวรัคเอ่ยพึมพำเบา ๆ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #684 Naret2535 (จากตอนที่ 236)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 07:40
    แค่คิดก็ปวดหัวแล้วเอ๊ะหรือจารย์เครกจะหาเมียให้เพิ่มนะ5555
    #684
    1
    • #684-1 SuruMaster(จากตอนที่ 236)
      15 กรกฎาคม 2563 / 09:24
      ช่วงเครียดแบบนี้ก็ยังหาเมียให้อีกนะครับ555
      #684-1
  2. #683 Chaos I (จากตอนที่ 236)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 00:04
    ได้กลิ่นความยุ่งยาก...
    #683
    1
    • #683-1 SuruMaster(จากตอนที่ 236)
      15 กรกฎาคม 2563 / 09:25
      มาให้เห็นเป็นตัวแล้วครับ555
      #683-1
  3. #682 Fikusa (จากตอนที่ 236)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 20:17
    ปวดหัวจริง
    #682
    1
    • #682-1 SuruMaster(จากตอนที่ 236)
      15 กรกฎาคม 2563 / 09:24
      แน่นอนครับ555
      #682-1
  4. #681 Agira (จากตอนที่ 236)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 19:45
    คาเรอัสรึเปล่าหว่า?
    #681
    1
    • #681-1 SuruMaster(จากตอนที่ 236)
      15 กรกฎาคม 2563 / 09:25
      555ถ้าเป็นจริงนี่โคตรเก่งเลยนะครับ
      #681-1